นายกฯ ชู 4 ด้านหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต พร้อมเดินหน้าเข้า OECD : อินโฟเควสท์

นายกฯ-ชู-4-ด้านหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต-พร้อมเดินหน้าเข้า-oecd-:-อินโฟเควสท์

นายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Future-Ready Economy 2026 วางทิศทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโต ชู 4 อุตสาหกรรมหลัก อาหาร การผลิตยานยนต์ ธุรกิจดิจิทัล การแพทย์และการท่องเที่ยว พร้อมเดินหน้า “Reinvent Thailand” และการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

วันที่ 14 ต.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Future Ready Economy 2026 ในหัวข้อ “Future-ready Thailand” ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยระบุว่า การที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของ IMF-World Bank อีกครั้งในรอบ 35 ปี ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทบทวนการเติบโตของประเทศ

“แม้ประเทศไทยจะมีโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง แต่เศรษฐกิจและการผลิตยังเติบโตต่ำ ขณะที่แรงงานและธุรกิจจำนวนมากต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี”

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ความท้าทายของประเทศไทยในปัจจุบันไม่ใช่แค่การเติบโตให้เร็วขึ้น แต่ต้องเติบโตอย่างชาญฉลาด สร้างมูลค่าเพิ่ม และรักษาการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ต่อยอดจุดแข็ง ยกระดับเศรษฐกิจ 4 ด้านหลัก

ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต รัฐบาลมุ่งเน้นการเปลี่ยนจุดแข็งเดิมของประเทศให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคตผ่าน 4 ด้านหลัก ได้แก่

  1. เกษตรและอาหาร: ยกระดับจากการเป็น “ครัวของโลก” สู่การเป็นผู้นำการผลิต “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) และ “นวัตกรรมอาหารฟังก์ชัน” (Functional Foods) รวมถึงสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพ และเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดใหม่
  2. ภาคการผลิตและยานยนต์: ยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้ผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่นยกระดับฐานอุตสาหกรรมเดิมด้านยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการเปลี่ยนแปลงด้าน AI เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และยานยนต์แห่งอนาคต (Future Mobility) พร้อมส่งเสริมให้ธุรกิจไทยเข้าสู่ตลาดมูลค่าสูงและห่วงโซ่อุปทานโลก
  3. โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล: ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยขยายการลงทุนใน Data Center เพื่อช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลทั่วประเทศ
  4. การแพทย์และการท่องเที่ยว: ดึงศักยภาพความเชี่ยวชาญด้านการรักษาพยาบาล สุขภาพ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาสร้างมูลค่าเพิ่มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทย

เดินหน้า Reinvent Thailand ลดอุปสรรคธุรกิจ

นอกจากนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการ “Reinvent Thailand” เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขอุปสรรคทางเสรษฐกิจ โดยภาครัฐทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสนับสนุน กำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็น และสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจสามารถลงทุน สร้างนวัตกรรม และเติบโตได้

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาคน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยยังคงรักษาวินัยทางการเงินและการคลังอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน จะบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจผ่านการกระจายตลาด พันธมิตร และห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับเร่งเสริมความมั่นคงในด้านอาหาร พลังงาน น้ำ ดิจิทัล และการเงิน

“ประเทศไทยเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติเสมอ แต่เรากำลังมองหา “ความเป็นหุ้นส่วนระยะยาว” ที่ไม่เพียงนำมาซึ่งเงินทุน แต่ยังนำเทคโนโลยี นวัตกรรม ทักษะ และโอกาสมาสู่ผู้ผลิตในท้องถิ่น”

มุ่งมั่นสู่สมาชิก OECD

สำหรับการเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) นั้น นายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมของไทย โดยระบุว่า ประโยชน์ที่แท้จริงอยู่ที่กระบวนการปฏิรูปการทำงาน การยกระดับมาตรฐาน และการปรับปรุงการบริหารจัดการ เพื่อให้การดำเนินนโยบายมีความต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาคมโลก

“ความสำเร็จที่แท้จริงของประเทศไม่ได้วัดด้วยการประกาศข่าวหรือตัวเลขเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่วัดได้จากงานที่ดีขึ้น รายได้ที่สูงขึ้น ธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น โอกาสที่มากขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนคนไทย” นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย

โดย ปวีธิดา อโนมกิติ | ฐานิสร์ ทองนอก | พรลดา

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/663456&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31VRZTsGI4LE8aFdL-OiY_