รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศความสำเร็จในการปลดล็อกโรงพยาบาลภาวะวิกฤตทางการเงินระดับ 7 เหลือเพียง 1 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้ารุกเศรษฐกิจสุขภาพ ผ่านนโยบาย Medical Investment Hub ดึงเม็ดเงินลงทุนวิจัยและอุตสาหกรรมสุขภาพรวมกว่า 68,000 ล้านบาท มุ่งเพิ่ม GDP ประเทศขึ้นร้อยละ 0.5 ควบคู่ต่อยอดผลงาน 7 เสาหลัก MOPH PLUS+ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมการบริหารงบประมาณกองทุน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คณะผู้บริหาร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) ผู้บริหารการเงินการคลัง (CFO) ผู้แทนหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อน 7 นโยบายเสาหลักสาธารณสุขไทย หรือ MOPH PLUS+ ภายใต้เป้าหมาย “สุขภาพดีทุกช่วงวัย สร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญา” อย่างต่อเนื่อง จนเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความสำเร็จในการบริหารจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง สธ. และ สปสช. เปลี่ยนจากการแก้ปัญหาโรงพยาบาลรายแห่งมาเป็นการบริหารจัดการวงเงินร่วมกันในระดับจังหวัด เขตสุขภาพ และระดับประเทศ ส่งผลให้ปีงบประมาณ 2569 โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีรายรับบริการรวม 70,788.60 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7,413.14 ล้านบาท จากปี 2568) และสามารถปลดล็อกโรงพยาบาลที่ประสบภาวะวิกฤตทางการเงินระดับ 7 จาก 136 แห่ง ในปี 2568 เหลือเพียง 1 แห่ง ในปี 2569 คือ โรงพยาบาลมหาสารคาม ซึ่งอยู่ระหว่างการทำแผนฟื้นฟู สำหรับปีงบประมาณ 2570 มีแผนบริหารวงเงินเพิ่มขึ้นอีก 18,682 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าอัตราจ่ายผู้ป่วยในไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท ต่อ AdjRW และลดโรงพยาบาลวิกฤตการเงินระดับ 6 และ 7 ให้เหลือ 0 แห่ง ตลอดจนจัดตั้งงบประมาณสำรองรองรับภัยพิบัติเพื่อตอบโต้ภาวะฉุกเฉินอย่างทันท่วงที

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเปลี่ยนระบบสาธารณสุขให้เป็นกลไกสร้างรายได้เข้าประเทศ เพื่อเพิ่ม GDP ขึ้นร้อยละ 0.5 ผ่านนโยบาย Medical Investment Hub ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ Service Hub ดึงการลงทุนบริการสุขภาพมากกว่า 2,500 ล้านบาท (เป้าหมายระยะยาวมากกว่า 25,000 ล้านบาท) พร้อมเปิดศูนย์บริการทางการแพทย์พรีเมียม (PMC), R&D Hub ดึงเม็ดเงินลงทุนวิจัยทางคลินิกมากกว่า 5,000 ล้านบาท และ Product Hub ยกระดับการผลิตยา วัคซีน เครื่องมือแพทย์ในประเทศ ดึงดูดเงินลงทุนมากกว่า 37,000 ล้านบาท โดยปรับบทบาท อย. เป็น Business Mentor สนับสนุนผู้ประกอบการ พร้อมผนึกกำลังภาคเอกชนระดับโลก อาทิ บริษัท MSD ประเทศไทย เพื่อดึงเงินลงทุนวิจัยทางคลินิก เข้าไทย 2,500 ล้านบาท สร้างงานทักษะสูง 1,370 ตำแหน่ง ขยายโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงนวัตกรรมยาและวัคซีนขั้นสูงกว่า 4,845 คน รวมทั้งผลักดันการอนุญาตให้ใช้สิทธิ Voluntary Licensing สำหรับยา HIV PrEP เพื่อผลิตในประเทศ รวมทั้งร่วมมือกับ Sandoz และองค์การเภสัชกรรม เพิ่มการเข้าถึงยาชีววัตถุคล้ายคลึง คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจและการลงทุน 1,200 ล้านบาท ลดภาระค่ายาภาครัฐ 2,200 ล้านบาท ตลอดจนเตรียมลงนาม MOU ร่วมกับ Roche, GSK และ Bayer มูลค่าความร่วมมือรวมไม่น้อยกว่า 5,650 ล้านบาท
“เราไม่ได้บริหารการเงินการคลังเพียงเพื่อให้ตัวเลขบัญชีของโรงพยาบาลดีขึ้น แต่เรากำลังสร้างความมั่นคงให้กับระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ ควบคู่กับการเปลี่ยนระบบสาธารณสุขให้กลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่ทรงพลัง เพื่อให้โรงพยาบาลมีความมั่นคง บุคลากรมีความพร้อม และประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ เข้าถึงได้อย่างยั่งยืน” นายพัฒนากล่าว
นายพัฒนา กล่าวอีกว่า สำหรับผลงานในเสาหลักอื่นๆ ของ MOPH PLUS+ ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งการปฏิรูประบบสุขภาพฐานรากด้วยงบ Primary Care Fund 500 บาท/คน/ปี นำร่องปี 2570 ใน 76 จังหวัด 108 อำเภอ ครอบคลุม 10.6 ล้านคน จ้างงาน “อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.)” Full-time 1 คน/ตำบล ดูแลกลุ่มเปราะบางถึงบ้าน บูรณาการงบ สสส. 800 ล้านบาท ป้องกันโรค NCDs เชิงรุก ยกระดับ รพศ./รพท. ให้มีศักยภาพเท่าโรงเรียนแพทย์ 1 เขต 1 แห่ง ควบคู่กับการขับเคลื่อน One Region – One Province – One Hospital และพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพคนไทยอย่างมีธรรมาภิบาลเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ มุ่งเป้าคนไทยมีอายุคาดเฉลี่ยที่มีสุขภาพดี (HALE) 75 ปี พร้อมบรรจุยารักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง วงเงิน 142.01 ล้านบาท ดูแลผู้ป่วยกว่า 140 ราย ขยายโครงข่ายหุ่นยนต์ผ่าตัดเป็น 13 ตัวในปี 2570 และ 19 ตัวในปี 2571 รักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยี ATMPs และ CAR-T Cell Therapy นอกจากนี้ ยังมุ่งยกระดับขวัญกำลังใจบุคลากรตามแนวทาง “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” เพิ่มสวัสดิการ บ้านพัก รถพลังงานสะอาด เร่งดัน พ.ร.บ. อสม. และ พ.ร.บ. ก.สธ. ควบคู่การขับเคลื่อน รพ. สีเขียว ติดตั้ง Solar Rooftop แล้ว 762 แห่ง (ร้อยละ 84.4) ลดก๊าซเรือนกระจก 63,500 tCO2e ตั้งเป้าลดค่าไฟลงร้อยละ 50 ภายในปี 2573 ตลอดจนเร่งรัดกระบวนการ ประเมินทางเทคนิคด้านสุขภาพ เพื่อนำไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการ พัฒนา หรือ OECD เต็มรูปแบบภายในปี 2571 และแต่งตั้ง “ทูตสาธารณสุข (Health Attaché)” ในกลุ่มประเทศเป้าหมายเพื่อเจรจาขับเคลื่อนการค้า การแพทย์ การลงทุน ปักหมุดระบบสาธารณสุขไทยบนเวทีนโยบายสุขภาพโลก
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1066863&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-SCzl9gH3Ah8n-9hkyOwX

