Category: ท่องเที่ยว

  • ช้างป่าแม่ลูกอ่อน ทำร้ายนักศึกษาสาว บาดเจ็บ 2 ราย

    ช้างป่าแม่ลูกอ่อน ทำร้ายนักศึกษาสาว บาดเจ็บ 2 ราย

    (31 พ.ค. 69) ตำรวจ สภ.นบพิตำ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเหตุช้างป่าทำร้ายนักศึกษาได้รับบาดเจ็บ ระหว่างเที่ยวชมธรรมชาติบนอุทยานแห่งชาติน้ำตกกรุงชิง จ.นครศรีธรรมราช พบกลุ่มนักศึกษากว่า 10 ราย ชั้นปี 3 สำนักสาธารณสุขศาสตร์ สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มหาวิทยาลัยชื่อดัง (อ.ท่าศาลา) ยืนรอเจ้าหน้าที่ด้วยความตกใจ 

    ส่วนช้างป่าที่ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ขับไล่เข้าป่าไปก่อนหน้านี้แล้ว และพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ น.ส.พชรพร พิทักษ์บุตร อายุ 21 ปี ชาวเมืองพัทลุง ซี่โครงร้าวและขาซ้ายหัก และ น.ส.ลลติตา (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ชาวเหนือคลอง จ.กระบี่ แขนซ้ายผิดรูป มีแผลฟกช้ำ เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนนำทั้งคู่ลงมาด้านล่างนำส่ง รพ.นบพิตำ

    เบื้องต้นทราบว่า ระหว่างกลุ่มนักศึกษาเที่ยวชมธรรมชาติ และมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย แต่จู่ๆช้างป่าตัวหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ระบุว่า เป็นช้างแม่ลูกอ่อน เดินออกจากป่ามา กลุ่มนักศึกษาตกใจพากันวิ่งหนี แต่ก็มีผู้ถูกทำร้ายบาดเจ็บ 2 รายดังกล่าว – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/crime/NqDUmdjkg&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2epXDlyJ43o6I-1PFVMYsw

  • เสม็ดแตก! นักท่องเที่ยวทะลักรับหยุดยาว จ่อคิวเที่ยวงานใหญ่ “เสม็ด อิน เลิฟ” 6 มิ.ย.นี้

    เสม็ดแตก! นักท่องเที่ยวทะลักรับหยุดยาว จ่อคิวเที่ยวงานใหญ่ “เสม็ด อิน เลิฟ” 6 มิ.ย.นี้

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/151120&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QV5az_pGIzvzXCCjHpzCg

  • “นายกฯ”ทอดผ้าป่าสามัคคี”วัดถ้ำเสือ “ส่งเสริมท่องเที่ยววิถีพุทธ

    “นายกฯ”ทอดผ้าป่าสามัคคี”วัดถ้ำเสือ “ส่งเสริมท่องเที่ยววิถีพุทธ


    “นายกฯ อนุทิน” นำพุทธศาสนิกชนทอดผ้าป่าสามัคคี ส่งเสริมการท่องเที่ยว “วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่” เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาควบคู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ประชาชน

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   เป็นประธานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี  ที่วัดถ้ำเสือ ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่   เพื่อร่วมพลังศรัทธาสมทบทุนปรับปรุง และสร้างพุทธศาสนสถาน ภายในวัดถ้ำเสือ    โดยมี นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกระบี่ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เข้าร่วม โดยได้รับเมตตาจาก พระเทพวชิรากร รองเจ้าคณะภาค 17 ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ เป็นประธานสงฆ์ รวมยอดเงินอนุโมทนาผ้าป่าสามัคคีจากทุกภาคส่วน 8,101,818.99 บาท

    โอกาสนี้ นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และนายคณิต ชูช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เข้าร่วมกว่า 2,000 คน

    เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางถึง ได้ร่วมรับชมการแสดงรำวงเมืองกระบี่   จากกลุ่มสตรีอำเภอเมืองกระบี่ แล้วเดินเข้าสู่ศาลาการเปรียญ เพื่อประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สมโภชผ้าป่า ถวายพุ่มผ้าป่า โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อส่งเสริมให้วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่   ซึ่งเป็นสถานที่ทางศาสนาที่สำคัญและมีชื่อเสียงของภาคใต้และประเทศไทย ได้เป็นศาสนสถานที่เหมาะสมในการประกอบศาสนพิธีและกิจของสงฆ์ควบคู่ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ที่มั่นคง และยั่งยืนให้ประชาชน ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยในระหว่างการสมโภชผ้าป่า ท่านเจ้าคุณพระเทพวชิรากร ได้ให้พรแก่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้บริหารราชการแผ่นดินประสบความสำเร็จตลอด 4 ปี เพื่อสร้างความผาสุกให้กับประเทศชาติและประชาชนด้วย

    ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ได้ออกหน่วยศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่ให้บริการประชาชน ทั้งการรับเรื่องร้องทุกข์ การสอบถามข้อมูล การดูแลน้ำดื่มจากการประปาส่วนภูมิภาค การสำรองระบบไฟฟ้าโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการดูแลความปลอดภัยประชาชนโดยกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดกระบี่ที่ 1 และกองบังคับการหน่วยรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านจังหวัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/43287&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D9IN4yRADCsztp50GnkHP

  • ถวายดอกบัว พุทธศรัทธาบูชาพระพุทธชินราช 669 ปี

    ถวายดอกบัว พุทธศรัทธาบูชาพระพุทธชินราช 669 ปี

    พิษณุโลก สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย หน่วยราชการต่างๆ ภาคเอกชน พี่น้องประชาชน จัดขบวนนางรำ ถวายดอกบัว 5,000 ดอก พุทธศรัทธา บูชาพระพุทธชินราช “ ครบรอบ 669 ปี เนื่องในวันวิสาขบูชา
    วันที่ 31 พ.ค. 2569 ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร(วัดใหญ่) จังหวัดพิษณุโลก สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก จัดให้ประชาชน ร่วมพับดอกบัว จำนวน 5,000 ดอก เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในโอกาสครบรอบ 669 ปี หลวงพ่อพระพุทธชินราช โดยในปีนี้ถือว่าเป็นที่ 4 ของจังหวัดพิษณุโลก ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมพับดอกบัวถวายเป็นพุทธบูชา โดยพับดอกบัวในวันนี้แล้ว ก็ร่วมกันแห่ดอกบัวมาถวายพระพุทธชินราช ในวันวิสาขบูชา
    นางสาวนิภาวรรณ กาญจนพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า กิจกรรมพับดอกบัวครั้งนี้มีประชาชนให้ความสนใจมาร่วมพับกันจำนวนมาก ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมในวันวิสาขบูชา และถวายเป็นพุทธบูชาหลวงพ่อพระพุทธชินราช เนื่องในครบรอบ 669 ปี มีประชาชนก็จะร่วมขบวนพร้อมกัน บริเวณหน้าอนุสาวรีย์เจ้าพระยาจักรี อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยการแต่งกายในริ้วขบวน ผู้เข้าร่วมขบวน ประกอบด้วยนางรำจิตอาสาหลากหลายเพศใหม่จำนวน 999 ราย แต่งกายชุดสุภาพโทนสีขาว ครีม นางรำมังคละเภรี ชุดผ้าถุงสีขาว สไบสีเหลือง นักเรียน นักศึกษา ชุดเครื่องแบบ ตามสังกัด และในเวลา 16.00 น. เริ่มเคลื่อนริ้วขบวนจากสวนชมน่าน ผ่านหน้าวัดราชบูรณะ จนถึงหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และถวายดอกบัวบูชาพระพุทธชินราช ในเวลา 17.09 น. จากนั้นนายเกียรติศักดิ์ ตรงสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้นำคำกล่าวถวายดอกบัว ต่อพระพุทธชินราช และร่วมกันเวียนเทียนเนื่องในวันบูชา รอบพระวิหารพระพุทธชินราช

    นางศศิวัณย์ ศรีพรหม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ 4 ที่สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร และจังหวัดพิษณุโลก ในการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ อย่างต่อเนื่องสำหรับการจัดงาน พุทธศรัทธา บูชาพระพุทธชินราช เนื่องในวันวิสาขบูชา ซึ่งจะ รวมชาวพิษณุโลก พร้อมใจกันพับและถวายดอกบัว จัดริ้วขบวนอย่างสวยงาม เพื่อมาถวายแด่พระพุทธชินราช
    สำหรับองค์พระพุทธชินราชสร้างในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท กษัตริย์องค์ที่ 7 ของกรุงสุโขทัย ทรงสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองพิษณุโลกราว พ.ศ.1900 ในการหล่อองค์พระ ปรากฏว่ามีตาปะขาวคนหนึ่งมาช่วยหล่อจนสำเร็จ แล้วก็หายไป จึงเป็นที่เชื่อกันว่า องค์พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหาร มีเทวดามาร่วมหล่อจึงสำเร็จได้อย่างสวยงาม 669 ปีที่มีพลังศรัทธาจากพุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมชมถวายสักการะกันอย่างต่อเนื่องและเนื่องแน่นในทุกวัน พระพุทธชินราช เป็นแรงจูงใจหรือมีพลัง Soft Power สร้างสรรค์เศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับภาคธุรกิจ โรงแรม การท่องเที่ยว การขนส่ง อาหาร ธุรกิจการให้เช่าพระ และอื่นๆให้กับชาวจังหวัดพิษณุโลก ได้ประจักษ์ถึงพุทธานุภาพ ที่องค์พระพุทธชินราชคุ้มครองประชาชนคนพิษณุโลก สร้างความกินดี อยู่ดี เป็นศูนย์กลางของการสร้างสรรค์เศรษฐกิจ และกำลังใจของคนพิษณุโลกที่ไม่เคยจางหายไป และจากพลังศรัทธาดังกล่าวจึงก่อให้เกิด กิจกรรม รำมังคละศรีสองแคว ถวายดอกบัวเป็นพุทธบูชาหลวงพ่อพุทธชินราช

    ….

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2026/05/31/195178&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26OXqzevC6DgXDJ0tAEyT8

  • อนุทิน นำทอดผ้าป่า หนุนท่องเที่ยววิถีพุทธสร้างรายได้ : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น.

    อนุทิน นำทอดผ้าป่า หนุนท่องเที่ยววิถีพุทธสร้างรายได้ : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น.

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/FxsXzxhS9fw&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DbKk35FriTp103zfydDk6

  • ถอดเกม ‘เซ็นทรัล’ ทุ่ม 1 พันล้าน ปั้นไทยสู่ Shopping Hub โลก ดึงนักท่องเที่ยวสายช้อป ท้าชนฮ่องกง-สิงคโปร์

    ถอดเกม ‘เซ็นทรัล’ ทุ่ม 1 พันล้าน ปั้นไทยสู่ Shopping Hub โลก ดึงนักท่องเที่ยวสายช้อป ท้าชนฮ่องกง-สิงคโปร์

    ในอดีตหากคนไทยอยากช้อปปิ้ง อาจต้องบินไปฮ่องกง เพื่อไป “Hong Kong Summer Sale” ประมาณเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม หรือสิงคโปร์ ในช่วง “The Great Singapore Sale (GSS)” ซึ่งมักจะจัดช่วงมิถุนายน – กรกฎาคม ของทุกปี เพื่อรอช้อปช่วงมหกรรมลดราคาประจำปี

    แต่ปัจจุบันภาพนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อ “ไทย” ได้เร่งยกระดับตัวเองจาก “เมืองท่องเที่ยว” สู่ “Global Shopping Destination” หรือศูนย์กลางการช้อปปิ้งระดับโลก หลังเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และการช้อปปิ้งกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญของการเดินทางมาไทย จากความแข็งแกร่งของธุรกิจรีเทลในไทย

    เซ็นทรัล ทุ่ม 1 พันล้าน ลุย Grand Grand Sale 2026 หนุนไทยฮับช้อปปิ้งโลก

    ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัล ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดแคมเปญ “Grand Grand Sale 2026” ภายใต้งบลงทุน 1,000 ล้านบาท เพื่อผลักดัน ‘Mid-Year Shopping Season’ สู่มหกรรมการช้อปที่เติบโตขึ้นทุกปี อาทิ ปี 2569 นี้ จำนวนแบรนด์เข้าร่วม 30,000 แบรนด์ โต 50% เมื่อเทียบกับปี 2566

    ทั้งนี้ แคมเปญเซลล์กลางปีเป็น Reason to Visit ดึงดูดนักช้อปต่างชาติ มากินเที่ยว พักผ่อน ช้อปปิ้ง โมเดลกับหลายเมืองระดับโลกที่ใช้ Shopping Festival เป็นกลไกสร้างความคึกคักทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

    ฮ่องกงในฐานะ Shopping Paradise ของเอเชีย

    สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย พัฒนาช้อปปิ้งแคมเปญไปสู่ Experience Economy ซึ่งเป็น ‘ทิศทางเดียวกับที่เซ็นทรัลทำ’

    ผู้บริหาร CPN เซ็นทรัล

    อินเดีย-ตะวันออกกลาง ดาวรุ่งใหม่ของตลาดช้อปปิ้งไทย

    อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ โครงสร้างนักท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ตลาดจีนเป็นพระเอกหลัก วันนี้นักท่องเที่ยวจากอินเดีย ตะวันออกกลาง และรัสเซีย กลายเป็นกลุ่มกำลังซื้อใหม่ที่น่าจับตา

    อินเดียนิยมสินค้าแฟชั่น รองเท้า และอุปกรณ์ไอที

    -นักท่องเที่ยวรัสเซียซึ่งมักพำนักระยะยาวในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต พัทยา และสมุย มีพฤติกรรมจับจ่ายสินค้า Luxury และเครื่องประดับในระดับสูง

    -กลุ่มจีนและฮ่องกงยังคงเป็นฐานลูกค้าสำคัญของสินค้าความงาม สกินแคร์ และแบรนด์ไทยที่มีเอกลักษณ์ด้านวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น กู๊ดกู๊ด ปัญญ์ปุริ เป็นต้น

    สะท้อนว่าไทยกำลังเปลี่ยนจากประเทศที่พึ่งพานักท่องเที่ยวเพียงไม่กี่ตลาด สู่การเป็น Shopping Destination ที่ดึงดูดผู้บริโภคหลากหลายสัญชาติได้มากขึ้น

    ยุคใหม่ของนักช้อป ‘Smartsumer’

    นอกจากการแข่งขันระหว่างประเทศแล้ว ผู้บริโภคเองก็กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมครั้งใหญ่ โดยนักช้อปยุค 2026 กำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Smartsumer” หรือผู้บริโภคที่ซื้ออย่างฉลาดและคิดก่อนจ่าย

    กว่า 90% ของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันใช้ AI ค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า

    พฤติกรรมสำคัญประกอบด้วย การเปรียบเทียบราคา การมองหาความคุ้มค่าสูงสุด การเชื่อรีวิวจากผู้ใช้จริง การเลือกซื้อจากช่องทางที่น่าเชื่อถือ และการรอจังหวะโปรโมชั่นที่ดีที่สุด

    นั่นหมายความว่า ยุคที่แบรนด์ใช้เพียงดาราหรือเซเลบริตี้มาสร้างยอดขายอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสบการณ์จริงและเสียงจากผู้ใช้งานจริงมากขึ้น

    Smartsumer

    Sport Culture เทรนด์ใหม่ที่กำลังเปลี่ยนเกมค้าปลีก

    รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด เซ็นทรัล รีเทล ดีพาทเมนท์สโตร์ เปิดเผยว่า อีกหนึ่งกระแสที่ถูกจับตาคือการเติบโตของ Sport Culture และแนวคิด 360° Self-Investment หรือการลงทุนให้ตัวเองรอบด้าน ทั้งกระแสสุขภาพ การออกกำลังกาย และวัฒนธรรมการเชียร์กีฬากำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของตลาดค้าปลีก

    ส่งผลให้สินค้ากลุ่มสปอร์ตแฟชั่น เสื้อกีฬาแนว Blokecore รวมถึงเครื่องสำอางที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬา กลายเป็นหมวดสินค้าดาวรุ่งของปีนี้

    ห้างและศูนย์การค้าหลายแห่งจึงเริ่มเชื่อมการช้อปปิ้งเข้ากับอีเวนต์กีฬา ผ่านกลยุทธ์ Real-time Marketing เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภค

    ช่วง 5 เดือนแรก นทท.แตะ 13 ล้านคน งานช้อปกลางปีเงินสะพัดสูง

    ตัวเลขจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ช่วง 1 มกราคม-24 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 13.4 ล้านคน สร้างรายได้แล้วกว่า 653,986 ล้านบาท สะท้อนกำลังซื้อที่ยังแข็งแกร่งของภาคท่องเที่ยว

    ทั้งนี้ ในแคมเปญ Amazing Thailand Grand Sale ของ ททท. ในปี 2568 ที่ผ่านมาทำรายได้จากการช้อปปิ้งไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/strategic-move/113312&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bN0n1IRKY-s5VQ2EksHS3

  • “อนุชา” ควง “อภิสิทธิ์” หาเสียง ตลาดสัมมากร ย้ำตลาด กทม.ต้องสะอาดปลอดภัย

    “อนุชา” ควง “อภิสิทธิ์” หาเสียง ตลาดสัมมากร ย้ำตลาด กทม.ต้องสะอาดปลอดภัย


    “อนุชา” ควง “อภิสิทธิ์” หาเสียงตลาดสัมมากรแต่เช้า ชูต้นแบบตลาดใช้เทคโนโลยี-บริหารจัดการเยี่ยม ย้ำตลาด กทม.ต้องสะอาดปลอดภัย ก่อนลุยหนองจอกดันนโยบายสร้างรายได้ท่องเที่ยวชุมชน – เกษตรชานเมือง 

    นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรคอาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช นายสกลธี ภัททิยกุล ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร ส.ก.เขตสะพานสูง

    ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชนตั้งแต่ช่วงเช้าที่ตลาดสัมมากร รามคำแหง โดยมีพี่น้องประชาชนทั้งผู้จับจ่ายใช้สอย พ่อค้าแม่ค้า ให้การต้อนรับ ทักทาย ถ่ายรูปด้วยอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเดินทางไปศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับผู้สมัคร ส.ก.เขตหนองจอก เพื่อหารือถึงการผลักดันนโยบายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนและเกษตรกรรมในพื้นที่ชานเมือง

    นายอนุชา เผย ถึงศักยภาพของตลาดสัมมากรว่า เป็นตลาดเอกชนที่สามารถนำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาตลาดอื่นๆ ของ กทม. โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ โดยระบุว่าแพลตฟอร์มที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ นอกเหนือจากการประมวลผลต่างๆ แล้ว มันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เข้าถึงได้ง่าย เวลาคนที่เปิดแอปพลิเคชันจะเห็นเลยว่าตลาดสัมมากรมีจุดเด่นอะไร และ Top 10 ร้านที่คนซื้อมากที่สุดคืออะไร เพราะเราสามารถลิงก์ระบบเข้ากับการสแกนจ่ายเงินได้ ทำให้สามารถจัดอันดับแบบเรียลไทม์ได้ในแต่ละสัปดาห์ว่าใครมาซื้อของร้านอะไร อะไรคือสิ่งที่คนมาจับจ่ายใช้สอยเยอะที่สุด ตรงนี้จะทำให้เกิดการใช้ข้อมูลมาประมวลผลได้ในทุกๆ เรื่อง

    นายอนุชา  กล่าวถึงนโยบายด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยในตลาด โดยชื่นชมการบริหารจัดการของตลาดสัมมากรที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ไม่มีน้ำเจิ่งนอง และมีการดักเก็บไขมันอย่างถูกต้อง ซึ่งหากตนได้มีโอกาสเข้าไปบริหารจัดการในนาม กทม.จะเข้าไปช่วยยกระดับตลาดอื่นๆ ให้ถูกสุขลักษณะมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้พ่อค้าแม่ค้ามีส่วนร่วมในการแยกและลดขยะ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่และกล้องวงจรปิดเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย ป้องกันมิจฉาชีพ เพื่อให้ประชาชนเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบายใจ  

    เมื่อถามถึงนโยบายของพรรคในช่วงเดือนมิ.ย.ซึ่งเป็นเดือน Pride Month นายอนุชา กล่าวว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือการสำรวจภายในองค์กรของ กทม. ก่อน ว่าปัจจุบันมีการดำเนินการสนับสนุนเรื่องความหลากหลายทางเพศอย่างไร มีสัดส่วนอย่างไร เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการคิดนโยบายและกิจกรรมต่างๆ ต่อไป โดยในช่วงบ่ายวันนี้ ตนมีกำหนดการที่จะไปร่วมกิจกรรมทางด้าน Pride Month ที่สีลมด้วยเช่นกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/43284&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Egp1ZZotAt8VeE2JJNH6F

  • 10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดแย่ นทท.อเมริกันโหวต ไปแล้วเสียดายตังค์ที่สุด!

    10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดแย่ นทท.อเมริกันโหวต ไปแล้วเสียดายตังค์ที่สุด!

    10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดแย่ ประจำปี 2026 นักท่องเที่ยวอเมริกันโหวต ไปแล้วเสียดายตังค์ที่สุด

    การเดินทางท่องเที่ยวควรจะเป็นประสบการณ์ที่สร้างความสุขและความประทับใจ แต่บางครั้งผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามจนกลายเป็นความสมเพชและเสียดายเงินแทน บริษัทประกันภัยการเดินทางชื่อดังอย่าง  Travel Guard ได้เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมและความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางที่พวกเขาเดินทางไปเยือนแล้วรู้สึกเสียดายมากที่สุด ประจำปี 2026 เพื่อเป็นแนวทางให้นักท่องเที่ยวได้วางแผนการเดินทางในช่วงฤดูร้อนและหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

    ข้อมูลจาก ทราเวล การ์ด ระบุว่า ปรากฏการณ์ความรู้สึกเสียดายหลังการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมีปัจจัยหลักมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง เช่น การเจ็บป่วย ปัญหาการยกเลิกเที่ยวบิน ความเครียดจากการเดินทางที่มากเกินไปจนไม่สามารถสนุกกับทริปได้ ตลอดจนการวางแผนการเดินทางที่ไม่รอบคอบ ปัญหาเงินงบครองชีพไม่เพียงพอ และการเลือกเพื่อนร่วมทางที่เข้ากันไม่ได้

    จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันจำนวน 1,022 คน และนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ อีก 200 คนใน 18 ประเทศ ทั่วโลก พบว่านักท่องเที่ยวสูงถึงร้อยละ 97 ยอมรับว่าเคยมีประสบการณ์เสียดายกับการท่องเที่ยวอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต และโดยเฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวอเมริกันคาดว่าพวกเขาต้องสูญเสียเงินไปอย่างไร้ค่าถึง 1,490 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 50,000 กว่าบาท ต่อหนึ่งทริปที่พวกเขาหวังว่าจะไม่ได้ไป

    “ลาสเวกัส-นิวยอร์ก” ครองแชมป์เมืองที่คนไปแล้วเสียดายที่สุด

    เว็บไซต์ New York Post รายงานว่า เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา คว้าอันดับ 1 ของเมืองที่นักท่องเที่ยวไปเยือนแล้วรู้สึกเสียดายมากที่สุด โดยร้อยละ 11 ของผู้ที่เคยไปเยือนระบุว่ารู้สึกเหมือนถูกโกง

    ซึ่งสอดคล้องกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ล่าสุดเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อและราคาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจในเมืองแห่งการพนันนี้ เช่น ราคากาแฟลาเต้แก้วละ 14 ดอลลาร์สหรัฐ และน้ำดื่มขวดละ 26 ดอลลาร์สหรัฐในมินิบาร์ของโรงแรม ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ต้องการชดเชยรายได้ที่ลดลงจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดน้อยลง

    iStockphoto

    ขณะที่ นครนิวยอร์ก ตามมาเป็นอันดับที่ 2 โดยมีนักท่องเที่ยวสูงถึงร้อยละ 9 ที่ปรารถนาจะย้อนเวลากลับไปเพื่อยกเลิกทริปนี้ แม้ว่าผลสำรวจจากบริษัทผู้ให้บริการซิมการ์ด Holafly จะเคยระบุว่านิวยอร์กและ ร็อคกี้เฟลเลอร์ เซ็นเตอร์ เป็นแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมที่เป็นที่รักมากที่สุดในใจกลางแมนแฮตตัน

    แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กลับมองว่า ย่านไทม์สแควร์ คือหนึ่งในกับดักนักท่องเที่ยวที่แย่ที่สุดในโลก ซึ่งทำลายความประทับใจโดยรวมของเมืองไปจนหมดสิ้น

    สำหรับอันดับอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อติดโผเมืองที่น่าเสียดายที่สุด ได้แก่ เมืองไมอามี (ร้อยละ 8) และเมืองออร์แลนโด (ร้อยละ 7) ในขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศก็ทำให้คนอเมริกันผิดหวังไม่แพ้กัน โดยเมืองแคนคูนและเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก ติดอันดับ 5 และ 6 ตามลำดับ ส่วนกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อยู่ในอันดับที่ 7

    10 อันดับจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอเมริกันเสียดายที่ไปเยือนมากที่สุด

    1. ลาสเวกัส (สหรัฐอเมริกา) — ร้อยละ 11
    2. นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) — ร้อยละ 9
    3. ไมอามี (สหรัฐอเมริกา) — ร้อยละ 8
    4. ออร์แลนโด (สหรัฐอเมริกา) — ร้อยละ 7
    5. แคนคูน (เม็กซิโก) — ร้อยละ 7
    6. เม็กซิโกซิตี (เม็กซิโก) — ร้อยละ 6
    7. ลอนดอน (สหราชอาณาจักร) — ร้อยละ 4
    8. ซานฟรานซิสโก (สหรัฐอเมริกา) — ร้อยละ 3
    9. โฮโนลูลู (สหรัฐอเมริกา) — ร้อยละ 3
    10. ปารีส (ฝรั่งเศส) — ร้อยละ 3

    รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาถือเป็นศูนย์รวมแห่งความน่าเสียดายในใจนักท่องเที่ยว โดยรั้งอันดับ 2 ของประเทศที่นักท่องเที่ยวไปเยือนแล้วรู้สึกผิดหวังและมีข้อกังขามากที่สุดในโลกด้วยสัดส่วนร้อยละ 97 เป็นรองเพียงประเทศแอฟริกาใต้ที่มีสัดส่วนความผิดหวังสูงถึงร้อยละ 98

    10 อันดับประเทศที่นักท่องเที่ยวรู้สึกเสียดายหลังไปเยือนมากที่สุด

    1. แอฟริกาใต้ — ร้อยละ 98
    2. สหรัฐอเมริกา — ร้อยละ 97
    3. เม็กซิโก — ร้อยละ 96
    4. บราซิล — ร้อยละ 96
    5. ญี่ปุ่น — ร้อยละ 95
    6. ฮังการี — ร้อยละ 95
    7. สหราชอาณาจักร — ร้อยละ 95
    8. ออสเตรเลีย — ร้อยละ 95
    9. เนเธอร์แลนด์ — ร้อยละ 94
    10. แคนาดา — ร้อยละ 94

    สิ่งที่น่าสนใจและน่าตกใจไปพร้อมกันคือ เกือบ 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวยอมรับว่า พวกเขามักจะเลือกโพสต์ภาพและเขียนข้อความเชิงบวกที่ดูสวยงามเกินจริงบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับทริปการเดินทางของตนเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขารู้สึกเสียดายและไม่มีความสุขกับทริปนั้นเลย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้ข้อมูลรีวิวการท่องเที่ยวบนโลกออนไลน์บิดเบือนไปจากความเป็นจริง

    แหล่งอ้างอิง

    1. New York Post

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9891830/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rmFZnCBCGiZ9rAnuf6A0b

  • เปิดบินตรง เมืองหลักสู่เมืองรอง หนุน 7 จังหวัด ดึงต่างชาติเที่ยวไทย

    เปิดบินตรง เมืองหลักสู่เมืองรอง หนุน 7 จังหวัด ดึงต่างชาติเที่ยวไทย

    คมนาคม จับมือ การบินไทย เปิดบินตรงเชื่อม “เมืองหลักสู่เมืองรอง” ปักหมุด 7 จังหวัดเป้าหมาย อัปเกรดสนามบินภูมิภาคดึงต่างชาติกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569

    รัฐบาล เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายการเดินทางสำคัญของภูมิภาค ล่าสุดคมนาคม จับมือการบินไทย และกรมท่าอากาศยาน เล็งเพิ่มเที่ยวบิน ทั้งในและต่างประเทศ ดัน 7 จังหวัดเมืองรองเป้าหมาย ยกระดับสนามบินภูมิภาคสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ

    ดันนโยบายเชื่อม “เมืองหลักสู่เมืองรอง” บูรณาการคมนาคม-ท่องเที่ยว

    นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังเร่งขับเคลื่อนนโยบายยกระดับประเทศไทยให้เป็น “จุดหมายการเดินทางสำคัญของภูมิภาค” ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการท่องเที่ยวอย่างบูรณาการ

    ล่าสุด นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานหลักด้านการบิน ประกอบด้วย

    • กรมท่าอากาศยาน (ทย.)
    • สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.)
    • บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
    • โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

    การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวางแนวทาง เพิ่มเส้นทางบิน และยกระดับการเชื่อมต่อการเดินทางจาก “เมืองหลักสู่เมืองรอง” หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง

    จ่อเพิ่มเที่ยวบินใน-ต่างประเทศ ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่

    นายภัทรพงศ์ ได้มอบหมายให้การบินไทย พิจารณาเพิ่มเที่ยวบินเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้:

    1. เที่ยวบินภายในประเทศ เพิ่มเส้นทางบินมายังท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยาน เช่น กระบี่, นครศรีธรรมราช และอุดรธานี
    2. เที่ยวบินระหว่างประเทศ ผลักดันการบินตรงเข้าสู่จังหวัดท่องเที่ยวศักยภาพสูง เช่น กระบี่, สุราษฎร์ธานี และหัวหิน โดยเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศต้นทางสำคัญ ได้แก่ มาเลเซีย, สิงคโปร์ และฮ่องกง

    รัฐบาลเตรียมดัน “ท่าอากาศยานกระบี่” ให้เติบโตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางอากาศ (Aviation Hub) ที่สำคัญของภาคใต้ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

    กางรายชื่อ 7 จังหวัดเมืองรองเป้าหมาย ยกระดับสู่ Airport for Regional Development

    เพื่อตอบรับนโยบายร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. ในการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ กระทรวงคมนาคมได้ปักหมุด 7 จังหวัดเมืองรองเป้าหมาย ที่จะได้รับการเร่งรัดพัฒนาท่าอากาศยานเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต ได้แก่:

    • ภาคเหนือ : ลำปาง, แม่ฮ่องสอน, น่าน, แพร่
    • ภาคใต้ : นครศรีธรรมราช, หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์)
    • ภาคอีสาน : ร้อยเอ็ด

    ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับสั่งการให้เร่งจัดทำแผนงานร่วมกัน เพื่อยกระดับสนามบินภูมิภาคเหล่านี้ให้กลายเป็น “Airport for Regional Development” หรือกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่

    เตรียมพร้อมบุคลากร-การบินไทยรับอุตสาหกรรมโตระยะยาว

    นอกจากเรื่องเส้นทางบินแล้ว ที่ประชุมยังได้วางรากฐานเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินไทยในระยะยาว โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้:

    • สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) : เตรียมความพร้อมรองรับศิษย์การบินตามแผนสรรหานักบินของการบินไทย โดยเร่งฝึกอบรมหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี
    • โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ : ร่วมมือจัดบริการห้องพักระยะสั้น (Short-stay) สำหรับผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่สายการบินในกรณีจำเป็นต้องพักค้างระหว่างการเดินทาง
    • กรมท่าอากาศยาน : ยืนยันความพร้อม 100% ทั้งในด้านศักยภาพสนามบิน บุคลากร และการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่

    “รัฐบาลมุ่งใช้ระบบคมนาคมทางอากาศเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ควบคู่กับการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางและจุดหมายปลายทางสำคัญของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม” นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1236460&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V9fag26HsDF9fq0Lzq09m

  • “ทวี” ลุยตรวจสนามกีฬา จ.นราธิวาส ร้าง จี้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เร่งสางปัญหา

    “ทวี” ลุยตรวจสนามกีฬา จ.นราธิวาส ร้าง จี้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เร่งสางปัญหา

    “พ.ต.อ.ทวี” ลุยตรวจสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาส ถูกปล่อยทิ้งร้าง มูลค่า 177 ล้าน ดันเข้า กมธ. เรียกทุกฝ่ายหาข้อยุติ จี้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เร่งสางปัญหา รับ “นรา ยูไนเต็ด” ผงาดไทยลีก 2

    วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำคณะลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เริ่มต้นภารกิจด้วยการรับประทานอาหารเช้าที่ร้านอาคู่ อ.เมือง ร่วมกับ นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส และนายอัฟฟาน หะยียูโซะ ประธานบริหารสโมสรนรา ยูไนเต็ด (NARA UNITED) บรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างผ่อนคลายและเป็นกันเอง พ.ต.อ.ทวี ได้ร่วมรับประทานเมนูท้องถิ่นชื่อดัง ทั้งข้าวยำ นาสิดาแฆ กรือโปะ และชาชัก พร้อมแสดงความยินดีกับสโมสรนรา ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเปิดบ้านถล่มเอาชนะ สตูล เอฟซี 5-1 คว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นสู่ศึกไทยลีก 2 ได้สำเร็จเมื่อวานที่ผ่านมา 

    หลังจากการหารือแนวทางการพัฒนาจังหวัด พ.ต.อ.ทวี และคณะ เดินทางไปตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตบอล อบจ.นราธิวาส ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ในสภาพถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน มูลค่าโครงการกว่า 177 ล้านบาท จากข้อมูลการตรวจสอบพบว่า โครงการเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2553 ภายใต้โครงการ “หนึ่งจังหวัด หนึ่งสนามกีฬา” ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ต่อมาในช่วงปี 2555-2558 ได้มอบหมายให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ดำเนินการในเฟสที่ 2 แต่ปรากฏว่าผู้รับเหมาทิ้งงาน ทำให้โครงการหยุดชะงักยาวนาน มีการฟ้องร้องกันระหว่างหน่วยงาน กระทั่ง กกท. ทำการยกเลิกบันทึกข้อตกลง (MOU) กับกรมทางหลวงไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา

    พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ปีนี้ถือเป็นโอกาสทองของพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทีมฟุตบอลทั้งปัตตานีและนราธิวาสทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและได้เลื่อนชั้น แต่สิ่งที่ขาดแคลนอย่างหนักคือสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐาน “สนามกีฬาแห่งนี้ริเริ่มจากวิสัยทัศน์ของอดีตนายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา สานต่อโดยท่านนายก (อบจ.) กูเซ็ง ใช้งบประมาณภาพรวมมหาศาล ภาพทั่วไปคนเข้าใจว่า อบจ. รับผิดชอบทั้งหมด แต่ความจริงแล้ว อบจ. รับผิดชอบแค่ส่วนลู่วิ่ง สนาม และอัฒจันทร์ฝั่งหนึ่ง ซึ่งทำเสร็จแล้ว แต่อัฒจันทร์รอบด้านที่เหลือเป็นการก่อสร้างที่รับผิดชอบโดยศูนย์สร้างทางลำปาง กรมทางหลวง ทำให้เรื่องคาราคาซังมานาน เสียดายโอกาสของประชาชน”

    แม้ที่ผ่านมารัฐมนตรีหลายยุคจะเข้ามารับปากแก้ไข แต่ก็ยังติดขัดข้อกฎหมายและการฟ้องร้อง เพื่อให้เรื่องนี้ได้ข้อยุติโดยเร็ว ตนและนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ เพื่อเรียกทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากางแผนร่วมกัน “เรามีธงชัดเจนว่าทำอย่างไรให้เดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะเปิดฤดูกาลใหม่ สนามแห่งนี้ต้องพร้อมใช้งาน การก่อสร้างที่ค้างอยู่จะทำอย่างไรต่อ ซึ่งจริงๆ ใช้งบประมาณเพิ่มอีกไม่มาก”

    ส่วนประเด็นการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในวันที่ 12 มิถุนายนที่จะถึงนี้ พ.ต.อ.ทวี ฝากข้อเสนอแนะผ่าน นายวัชระ ยาวอหะซัน สส.นราธิวาส ซึ่งสังกัดพรรคเดียวกับรัฐมนตรี ว่า ขอให้ผลักดันเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วน วันนี้เราเอาความต้องการและโอกาสเป็นที่ตั้ง เพราะนี่คือโอกาสของภาคใต้ ฟุตบอลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น การท่องเที่ยวดีขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ ทั้งพุทธ มุสลิม ทุกศาสนิกชนเชียร์ทีมเดียวกัน อุดมการณ์ทางการเมืองจะต่างกันอย่างไร แต่ก็รักทีมเดียวกัน 

    “วันที่ 12 มิถุนายนนี้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะลงพื้นที่ ผมขอฝากว่า การพัฒนาบางอย่างอาจไม่ได้ใจประชาชนเท่าเรื่องนี้ เมื่อวานคนดูเป็นหมื่นคน แต่ยังมีอีกเกือบครึ่งหมื่นที่เข้าสนามไม่ได้เพราะสนามเราไม่พร้อม เราเสียดายโอกาสนั้น ถ้าทำสนามแห่งนี้ให้เสร็จซึ่งมันเหลืออีกแค่นิดเดียว จะได้ใจประชาชนอย่างมหาศาล งบประมาณก็มีอยู่แล้ว ขอเพียงทลายข้อติดขัดต่างๆ ให้ได้เท่านั้น”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2936543&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04PFs2x_vwKU9FhHQ4eKQR