Category: ท่องเที่ยว

  • หอการค้า ระดมสมองสู้ศึกการค้าโลกป่วน ชง ข้อเสนอ  “นายกฯ” 10 มิ.ย.นี้

    หอการค้า ระดมสมองสู้ศึกการค้าโลกป่วน ชง ข้อเสนอ  “นายกฯ” 10 มิ.ย.นี้

    วันนี้ (1 มิ.ย.2569) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาคในครั้งนี้ เป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมเสียงสะท้อน จากผู้ประกอบการในพื้นที่จริงทั่วประเทศ ทั้ง SMEs ภาคเกษตร อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว บริการ พลังงาน และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อนำมาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่ตรงกับปัญหาและศักยภาพของแต่ละภูมิภาค

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

    วันนี้เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทาย ทั้งจากโลกป่วนและไทยป่วย โลกป่วนคือความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก เทคโนโลยี และกติกาการค้าใหม่ ส่วนไทยป่วยคือปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ทั้งผลิตภาพต่ำ ต้นทุนสูง กฎระเบียบซับซ้อน การเข้าถึงแหล่งทุนและเทคโนโลยีของ SMEs รวมถึงขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่ต้องเร่งยกระดับอย่างจริงจัง หอการค้าจึงต้องทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงข้อเสนอจากพื้นที่ ไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายร่วมกับภาครัฐ

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้พร้อมรับอนาคต โดยเฉพาะการยกระดับ Digital & AI Transformation ให้เข้าถึงผู้ประกอบการทุกระดับ การเพิ่มผลิตภาพ การลดต้นทุน การขยายตลาด และการสร้างความสามารถใหม่ให้กับ SMEs ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ

    หอการค้า ระดมสมองสู้ศึกการค้าโลกป่วน ชง ข้อเสนอ  “นายก” 10 มิ.ย.นี้

    หอการค้า ระดมสมองสู้ศึกการค้าโลกป่วน ชง ข้อเสนอ “นายก” 10 มิ.ย.นี้

    สำหรับประเด็นการระดมข้อเสนอ ที่ประชุมหารือแนวทางปลดล็อกเศรษฐกิจใน 4 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ การค้าและการลงทุน เกษตรและอาหาร การท่องเที่ยว และพลังงาน โดยเน้นการเร่งรัดการเปิดตลาดและ FTA การยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารไปสู่มูลค่าเพิ่มสูง การเปลี่ยนการท่องเที่ยวจากจำนวนสู่คุณภาพ และการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและมาตรการคาร์บอน ซึ่งกำลังเป็นกติกาสำคัญของการค้าโลกในระดับภูมิภาค

    ทั้งนี้หอการค้า 5 ภาค ร่วมกันนำเสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ที่สะท้อนจุดแข็งและปัญหาเฉพาะพื้นที่ อาทิ การพัฒนา Smart Farming และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงในภาคกลาง การยกระดับผลไม้ สมุนไพร และเศรษฐกิจสุขภาพในภาคตะวันออก การพัฒนาการท่องเที่ยวริมโขง และโคเนื้อคุณภาพสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การผลักดันเทศกาลท่องเที่ยว กาแฟ และการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ในภาคเหนือ รวมถึงการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวตลอดปี ระเบียงสุขภาพอันดามัน และการยกระดับความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในภาคใต้

    หอการค้า ระดมสมองสู้ศึกการค้าโลกป่วน ชง ข้อเสนอ  “นายก” 10 มิ.ย.นี้

    หอการค้า ระดมสมองสู้ศึกการค้าโลกป่วน ชง ข้อเสนอ “นายก” 10 มิ.ย.นี้

    อีกหนึ่งวาระสำคัญของการประชุม คือ การส่งเสริมบทบาทของนักธุรกิจรุ่นใหม่ หรือ YEC ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างผู้นำเศรษฐกิจรุ่นต่อไป โดยหอการค้าไทยมุ่งสนับสนุนให้ YEC เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ข้ามจังหวัด ข้ามภูมิภาค และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    ประธานหอการค้า กล่าวอีกว่า การประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาคครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการประชุมประจำปี แต่เป็นการรวมพลังของเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ เพื่อจัดทำข้อเสนอจากพื้นที่จริงไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการฐานราก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

    หอการค้า ระดมสมองสู้ศึกการค้าโลกป่วน ชง ข้อเสนอ  “นายก” 10 มิ.ย.นี้

    หอการค้า ระดมสมองสู้ศึกการค้าโลกป่วน ชง ข้อเสนอ “นายก” 10 มิ.ย.นี้

    หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จะรวบรวมข้อเสนอจากการประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาคครั้งนี้ จัดทำเป็นข้อเสนอเร่งด่วนเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล โดยมีกำหนดนำคณะผู้บริหารหอการค้าไทยและตัวแทนหอการค้าจากภูมิภาคต่าง ๆ เข้าพบนายกรัฐมนตรีในวันที่ 10 มิ.ย.2569 เพื่อสะท้อนข้อเสนอของภาคเอกชนจากทั่วประเทศ และผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

    ด้านนายสมชาติ พงคพนาไกร รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำเสนอโรดแมปสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีสานอย่างยั่งยืน ผ่าน 2 เมกะโปรเจกต์หลัก คือ 1. โครงการท่องเที่ยวริมโขง และ 2. โครงการนครชัยบุรินทร์พลัส (Nakhonchaiburin Plus เพื่อเจาะตลาดพรีเมียมทั้งในไทยและอาเซียน

    หอการค้า ระดมสมองสู้ศึกการค้าโลกป่วน ชง ข้อเสนอ  “นายก” 10 มิ.ย.นี้

    หอการค้า ระดมสมองสู้ศึกการค้าโลกป่วน ชง ข้อเสนอ “นายก” 10 มิ.ย.นี้

    ขณะที่นายวิรัตน์ ศิริสกุลงาม รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานหอการค้าภาคตะวันออก เสนอ 4 โครงการ เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และชุมชนอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.Tropical Fruit Metropolis ยกระดับมาตรฐานผลไม้ไทย 2.เส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหารภาคตะวันออก เชื่อม 8 จังหวัด 3.EEC Plus Fair เชื่อมผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง กระตุ้นกำลังซื้อและเพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs 4.พัฒนาห่วงโซ่คุณค่าสมุนไพรภาคตะวันออก สร้างโอกาสใหม่สู่ Wellness Economy

    เป้าหมายสำคัญคือ การสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว เชื่อมโยงการค้า การท่องเที่ยว และนวัตกรรม เพื่อผลักดันภาคตะวันออกสู่การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล

    นายสลิล โตทับเที่ยง รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวว่า ภาคใต้พร้อมผลักดันโครงการสำคัญ เช่น เที่ยวใต้ไร้ฤดู 365 วัน Andaman Wellness Corridor ภาคใต้ปลอดโฟม ระบบความปลอดภัยนักท่องเที่ยวด้วย AI และการยกระดับสินค้าเกษตรสู่มาตรฐานส่งออก มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม กระจายรายได้สู่ชุมชน และยกระดับภาคใต้สู่ภูมิภาคเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืน

    อ่านข่าว:

    หอการค้าไทย ชง 3 วาระเร่งด่วน ปฎิรูปเกษตร-แก้ปัญหาคอร์รัปชัน-ดันการค้า

    “คอร์รัปชันภาครัฐ” ฉุดต้นทุนธุรกิจพุ่ง 58% เปิด 10 หน่วยงาน รับสินบนสูงสุด

    หนุนพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หอการค้าไทย ชี้จำเป็นต้องยกเครื่องประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/506564&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23nSu4M9_D-xE0TZlgj7O7

  • ท่องเที่ยวไทยแรงต่อเนื่อง! 2 ปี กวาดรางวัลระดับสากล ดันไทยสู่จุดหมายปลายทาง นทท.จากทั่วโลก

    ท่องเที่ยวไทยแรงต่อเนื่อง! 2 ปี กวาดรางวัลระดับสากล ดันไทยสู่จุดหมายปลายทาง นทท.จากทั่วโลก

    วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.12 น.

    ท่องเที่ยวไทยแรงต่อเนื่อง! ปี 2568–2569 กวาดรางวัลระดับสากล ตอกย้ำผลสำเร็จ ดันไทยสู่จุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ระหว่างประเทศยังมีความผันผวน แต่รัฐบาลยังเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงรุก ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากเวทีท่องเที่ยวระดับนานาชาติในช่วงปี 2568–2569 สะท้อนความสำเร็จในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ “คุณภาพ ความยั่งยืน และประสบการณ์ระดับโลก” พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    โดยแหล่งท่องเที่ยวไทยยังได้รับรางวัลและการจัดอันดับระดับโลกหลายเวที อาทิ

    – “เกาะกระดาน” จังหวัดตรัง ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในชายหาดที่ดีที่สุดของโลก 

    – “หมู่เกาะลันตา” จังหวัดกระบี่ คว้ารางวัล Green Destinations Story Awards 2026 สาขา Nature & Scenery จากเวที ITB Berlin ประเทศเยอรมนี 

    – “อุทยานแห่งชาติดอยภูคา” จังหวัดน่าน และ “เมืองเก่าตะกั่วป่า” จังหวัดพังงา ยังได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สะท้อนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชุมชนในพื้นที่ 

    – “เชียงคาน” จังหวัดเลย และจังหวัดอุทัยธานี ได้รับการยอมรับในฐานะแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่โดดเด่นด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่

    นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้รับการจัดอันดับจาก Forbes Travel Guide ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางลักชัวรี (Luxury) ชั้นนำของโลก ขณะที่ภูเก็ต เกาะสมุย และเชียงใหม่ ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่ม Digital Nomad อย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลเดินหน้าผลักดัน “เชียงใหม่ นครหลวงแห่งล้านนา” สู่การขึ้นทะเบียนมรดกโลก เพื่อต่อยอดศักยภาพการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว 

    “รางวัลและการยอมรับจากเวทีระดับโลก สะท้อนว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังมีศักยภาพและคุณภาพในระดับโลก ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก โดยมาตรการด้านการท่องเที่ยวของภาครัฐสามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม ทุกฤดูกาล และช่วยดึงดูดนักเดินทางคุณภาพยุคใหม่ที่กำลังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดา กล่าว

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/968010&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lcaSQ7InrvMDBaUGOVmlS

  • “นายกฯ อนุทิน” นำพุทธศาสนิกชนทอดผ้าป่าสามัคคี ส่งเสริมการท่องเที่ยว “วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่”

    “นายกฯ อนุทิน” นำพุทธศาสนิกชนทอดผ้าป่าสามัคคี ส่งเสริมการท่องเที่ยว “วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่”

    “นายกฯ อนุทิน” นำพุทธศาสนิกชนทอดผ้าป่าสามัคคี ส่งเสริมการท่องเที่ยว “วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่” ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาควบคู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ท้องถิ่น

    เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 พ.ค. 2569 ที่วัดถ้ำเสือ ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อร่วมพลังศรัทธาสมทบทุนปรับปรุง และสร้างพุทธศาสนสถาน ภายในวัดถ้ำเสือ โดยมี นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกระบี่ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เข้าร่วม โดยได้รับเมตตาจาก พระเทพวชิรากร รองเจ้าคณะภาค 17 ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ เป็นประธานสงฆ์ รวมยอดเงินอนุโมทนาผ้าป่าสามัคคีจากทุกภาคส่วน 8,101,818.99 บาท

     เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางถึง ได้ร่วมรับชมการแสดง “รำวงเมืองกระบี่” จากกลุ่มสตรีอำเภอเมืองกระบี่ แล้วเดินเข้าสู่ศาลาการเปรียญ เพื่อประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สมโภชผ้าป่า ถวายพุ่มผ้าป่า โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อส่งเสริมให้ วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นสถานที่ทางศาสนาที่สำคัญและมีชื่อเสียงของภาคใต้และประเทศไทย ได้เป็นศาสนสถานที่เหมาะสมในการประกอบศาสนพิธีและกิจของสงฆ์ควบคู่ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ที่มั่นคง และยั่งยืนให้ประชาชน ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยในระหว่างการสมโภชผ้าป่า ท่านเจ้าคุณพระเทพวชิรากร ได้ให้พรแก่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้บริหารราชการแผ่นดินประสบความสำเร็จตลอด 4 ปี เพื่อสร้างความผาสุกให้กับประเทศชาติและประชาชนด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2936516&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GNWYgmdNmRAKd4eKO01UR

  • ปิดฉาก! พลัง ‘นักท่องเที่ยว-จิตอาสา’ กว่าพันร่วมเก็บขยะ ‘ส่งภูกระดึงเข้านอน’ | เดลินิวส์

    ปิดฉาก! พลัง ‘นักท่องเที่ยว-จิตอาสา’ กว่าพันร่วมเก็บขยะ ‘ส่งภูกระดึงเข้านอน’ | เดลินิวส์

    อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ส่งท้ายฤดูกาล “เก็บขยะเพื่อส่งภูกระดึงเข้านอน” ประจำปี 2569 ขนทัพพลังจิตอาสา, นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการกว่า 1,000 คน ร่วมเคลียร์ขยะสะสมตลอดเส้นทางขึ้น-ลงเขา เพื่อคืนความบริสุทธิ์ให้ผืนป่าได้ฟื้นฟูช่วงปิดเกาะ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย.นี้

    เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2569 ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐาน(เชิงเขา) ต.ศรีฐาน อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อ.ภูกระดึง จ.เลย นายยเดช อักษรวงศ์ นายอำเภอภูกระดึง เป็นประธานในพิธี เปิดกิจกรรมเก็บขยะเพื่อส่งภูกระดึงเข้านอน ประจำปี 2569 โดยมีนางพรศิริ ศรีโพธิ์งาม ผอ.ฝ่ายอำนวยการ อพท.หมู่เกาะช้าง ปฏิบัติหน้าที่รองผู้จัดการ อพท.เลย นายณัฐวัฒน์ นุ้ยศรีราม ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน หัวหน้าส่วนราชการ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนในพื้นที่อำเภอภูกระดึง ผู้ประกอบการร้านค้า ลูกหาบ ประชาชนโดยรอบ และนักท่องเที่ยว เครือข่ายคนรักภูกระดึง กว่า 1,000 คนร่วมกิจกรรม โดยภูกระดึงจะปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 69 และ เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 1 ตุลาคม 69 – 31 พฤษภาคม 70

    นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวว่า ในวันนี้ฤดูกาลปิดการท่องเที่ยวได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่งอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จึงได้จัดกิจกรรมเก็บขยะระหว่างเส้นทางขึ้น-ลงเขา อีกทั้ง โดยการนำเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการร้านค้า ผู้ประกอบการลูกหาบ และจิตอาสาจากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่อำเภอภูกระดึง ร่วมกันเก็บขยะและนำขยะตกค้างตามเส้นทางขึ้น-ลงเขา นำกลับลงมากำจัดที่เชิงเขา เพื่อให้เกิดการสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ และจิตอาสาในพื้นที่อำเภอภูกระดึง และเพื่อดูแลความสะอาด และเตรียมฟื้นฟู พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงในช่วงปิดฤดูกาลท่องเที่ยว

    อีกทั้งยังได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงโครงข่าย อำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน และอำเภอภูหลวง “มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติและภูผา พลัส เทรล” ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง อพท.เลย ร่วมกับอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ–ภูกระแต โครงการป่านันทนาการภูป่าเปาะ สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 และชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะ (องค์กรสวัสดิการชุมชน) เพื่อร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภายในกลุ่มพื้นที่อำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน และอำเภอภูหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และภูมิทัศน์ทางธรณีวิทยาที่สำคัญของจังหวัดเลย ให้เกิดเป็นโครงข่ายการท่องเที่ยวต้นแบบที่เชื่อมโยงทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชนเข้าด้วยกันอย่างสมดุล และที่สำคัญกิจกรรมนี้ ยังสะท้อนถึงความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ และอพท. ตลอดจนภาคชุมชนในพื้นที่ ในการร่วมกันเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวคุณภาพ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และการกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน

    การจัดกิจกรรมเก็บขยะเพื่อส่งภูกระดึงเข้านอนในปีนี้ จึงมีความพิเศษ ในรูปแบบ “มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติและภูผา พลัส เทรล” ที่จะมีการส่งภูกระดึงเข้านอน…แล้วไปปลุกอีก “สองภู” ให้ตื่นนอน นั่นคือ ส่งต่อการท่องเที่ยวให้กับภูป่าเปาะ อำเภอหนองหิน และภูผาแดง อำเภอภูหลวง ภายหลังจากการปิดฤดูกาลท่องเที่ยวของภูกระดึงในปีนี้ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5908806/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WJ3oeOFuquxXqbG47Dx65

  • รวบสาวแสบ คารีสอร์ท ตระเวนฉกทรัพย์นักท่องเที่ยวในสนามบินเมืองกรุง พบประวัติโชกโชน

    รวบสาวแสบ คารีสอร์ท ตระเวนฉกทรัพย์นักท่องเที่ยวในสนามบินเมืองกรุง พบประวัติโชกโชน

    ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการกำลังรวบสาวแสบคา รีสอร์ทเมืองสิงห์บุรี หลังก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์ผู้โดยสารที่สนามบินดอนเมือง ก่อนย่ามใจโผล่ฉกกระเป๋าเหยื่อซ้ำที่สุวรรณภูมิ กวาดเงินสกุลต่างประเทศและของมีค่ารวมกว่า 3 แสนบาท พบประวัติก่อเหตุโชกโชน

    เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2569 พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. พร้อมด้วย นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา เป็นผู้หญิงรายหนึ่ง (ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 484/2569) ในข้อหา “ลักทรัพย์ในท่าอากาศยานและเวลากลางคืน” พร้อมของกลางทรัพย์สินหลายรายการ

    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2569 หญิงไทย ผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความกับ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่าขณะที่ตนเองนอนหลับพักคอยอยู่บริเวณ ชั้น 3 อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่ากระเป๋าถือสีฟ้าได้อันตรธานหายไป ภายในมีทรัพย์สินมีค่าจำนวนมาก ประกอบด้วย

    – โทรศัพท์มือถือ iPhone 7 Plus
    – เงินสดสกุลต่างประเทศ (9,500 ดีแฮม, 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ, 800 ยูโร, 400 ปอนด์)
    – หนังสือเดินทาง บัตรประชาชน และแว่นตาแบรนด์เนม
    รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 300,000 บาท

    หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กก.3 บก.ทท.1 ได้ประสานความร่วมมือกับ ฝ่ายรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนพบเบาะแสสำคัญ และเมื่อตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่า คนร้ายรายนี้ คือรายเดียวกันกับที่เคยตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยว”ชาวมาเลเซีย” เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 และนักท่องเที่ยว”ชาวอินเดีย” เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งมีแจ้งความไว้ที่ สน.ดอนเมือง ก่อนจะย้ายมาก่อเหตุซ้ำที่สุวรรณภูมิ

    เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการแกะรอยจนทราบว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่ “รีสอร์ท แห่งหนึ่ง” ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ และนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลางในที่สุด

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมส่งมอบทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป

    การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ภายใต้สโลแกน “Your First Friend” (เพื่อนคนแรกของคุณ) ทั้งนี้ หากประชาชนหรือนักท่องเที่ยวพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/72940&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZNjsRNVlKzTWEehnsCj0r

  • มท.2

    มท.2

    มท.2 “พลพีร์” ลงพื้นที่หนองคาย ขับเคลื่อน “ไทยช่วยไทย” ลดค่าครองชีพ พร้อมเปิดงานบุญบั้งไฟชิงถ้วยพระราชทานฯ เวียงคุก กระตุ้นท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานราก


    31/05/2569 | 29 | |

    มท.2 “พลพีร์” ลงพื้นที่หนองคาย ขับเคลื่อน “ไทยช่วยไทย” ลดค่าครองชีพ พร้อมเปิดงานบุญบั้งไฟชิงถ้วยพระราชทานฯ เวียงคุก กระตุ้นท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานราก

    วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ จังหวัดหนองคาย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะทำงานฯ และ นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล โดยมี ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน พัฒนาการจังหวัดหนองคาย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมลงพื้นที่สนับสนุนการปฏิบัติราชการอย่างพร้อมเพรียง โดยคณะได้เดินทางถึงที่ว่าการอำเภอท่าบ่อ เป็นจุดแรก เพื่อพบปะและมอบนโยบายสำคัญแก่หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ในการบูรณาการทำงานบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมบูธนิทรรศการและกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบาย “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” ที่นำสินค้า OTOP และผลิตผลชุมชนมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา

    จากนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ได้เดินทางต่อไปยังลานอเนกประสงค์ วัดเทพมงคล ตำบลโพนสา อำเภอท่าบ่อ เพื่อพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและข้อเสนอความต้องการในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชนอย่างตรงจุด ในโอกาสนี้ได้ร่วมมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้แก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ตำบลโพนสา จำนวน 450 ถุง

    ในช่วงบ่าย คณะได้เดินทางไปยังบริเวณพิธีเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ณ วัดสาวสุวรรณาราม ตำบลเวียงคุก อำเภอเมืองหนองคาย โดยมี นายศรัญย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวให้การต้อนรับ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เป็นงานประเพณีบุญบั้งไฟ “ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ช่วยดึงเม็ดเงินเข้าสู่เศรษฐกิจชุมชน

    กรมการพัฒนาชุมชน พร้อมขานนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยผ่านทีมพัฒนาชุมชนในพื้นที่ สนับสนุนและต่อยอดช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ในทุกกิจกรรม และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชนเข้ากับงานประเพณีสำคัญ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/370732&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28dZ2YNuPj1MX5zHDwe6iK

  • อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ รวมพลังศรัทธาสมทบทุนสร้างพุทธศาสนสถาน ควบคู่หนุนท่องเที่ยววิถีพุทธสร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน

    อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ รวมพลังศรัทธาสมทบทุนสร้างพุทธศาสนสถาน ควบคู่หนุนท่องเที่ยววิถีพุทธสร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน

    อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ รวมพลังศรัทธาสมทบทุนสร้างพุทธศาสนสถาน ควบคู่หนุนท่องเที่ยววิถีพุทธสร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน


    31/05/2569 | 22 | |

    อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ รวมพลังศรัทธาสมทบทุนสร้างพุทธศาสนสถาน ควบคู่หนุนท่องเที่ยววิถีพุทธสร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน

    วันที่ 31 พ.ค. 69 เวลา 10.30 น. ที่วัดถ้ำเสือ ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อรวมพลังศรัทธาสมทบทุนปรับปรุงและสร้างพุทธศาสนสถานภายในวัดถ้ำเสือ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะรัฐมนตรี คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดยได้รับความเมตตาจาก พระเทพวชิรากร รองเจ้าคณะภาค 17 ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ เป็นประธานสงฆ์ ซึ่งยอดเงินอนุโมทนาผ้าป่าสามัคคีจากทุกภาคส่วนรวมทั้งสิ้น 8,101,818.99 บาท

    ในการนี้ กรมการพัฒนาชุมชน พร้อมร่วมขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ในการส่งเสริมให้วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นสถานที่ทางศาสนาที่สำคัญและมีชื่อเสียงระดับประเทศ ได้เป็นศาสนสถานที่เหมาะสมในการประกอบศาสนพิธีและกิจของสงฆ์ โดยในพิธีครั้งนี้มีข้าราชการ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนเครือข่ายพัฒนาชุมชน และสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในพื้นที่ เข้าร่วมกว่า 2,000 คน ซึ่งสะท้อนถึงพลังความศรัทธาและความสามัคคีของทุกภาคส่วนอย่างเด่นชัด

    การทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจหลักของกรมการพัฒนาชุมชนในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืนให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ผ่านการท่องเที่ยวชุมชนและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นรอบศาสนสถาน โดยภายในงานยังมีการแสดง “รำวงเมืองกระบี่” จากกลุ่มสตรีอำเภอเมืองกระบี่ เพื่อต้อนรับผู้มีจิตศรัทธา ตลอดจนการออกหน่วยบริการเคลื่อนที่จากศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างครบวงจร นำความผาสุกและการพัฒนาที่ยั่งยืนมาสู่ชุมชนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

    #กระทรวงมหาดไทย

    #กรมการพัฒนาชุมชน


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/370731&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2q5lIpTEr3vi_Qtbv80vzl

  • “อนุทิน” นำทอดผ้าป่าสามัคคีวัดถ้ำเสือ ยอดทำบุญทะลุ 8.1 ล้านบาท หนุนศาสนา-ท่องเที่ยววิถีพุทธกระบี่ | TOPNEWS

    “อนุทิน” นำทอดผ้าป่าสามัคคีวัดถ้ำเสือ ยอดทำบุญทะลุ 8.1 ล้านบาท หนุนศาสนา-ท่องเที่ยววิถีพุทธกระบี่ | TOPNEWS

    วันที่ 31 พ.ค. 2569 ที่ วัดถ้ำเสือ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนปรับปรุงและก่อสร้างพุทธศาสนสถานภายในวัดถ้ำเสือ โดยมี พระเทพวชิรากร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาชน และพุทธศาสนิกชนจากหลายพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง รวมถึง กิตติ กิตติธรกุล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ทั้ง 3 เขต ที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

    เมื่อเดินทางถึงวัดถ้ำเสือ นายกรัฐมนตรีได้รับชมการแสดง “รำวงเมืองกระบี่” จากกลุ่มสตรีอำเภอเมืองกระบี่ ก่อนเข้าสู่ศาลาการเปรียญเพื่อประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สมโภชผ้าป่า และถวายพุ่มผ้าป่าสามัคคี โดยมีผู้มีจิตศรัทธาจากทุกภาคส่วนร่วมบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อพัฒนาศาสนสถาน ส่งผลให้มียอดอนุโมทนารวมทั้งสิ้น 8,101,818.99 บาท สะท้อนพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่พร้อมร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสืบสานกิจกรรมทางศาสนาให้คงอยู่สืบไป

    การทอดผ้าป่าสามัคคีครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวัดถ้ำเสือ ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับประเทศ ให้มีความพร้อมรองรับการประกอบศาสนกิจของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวิถีพุทธ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยในโอกาสนี้ พระเทพวชิรากรได้กล่าวให้พรแก่นายกรัฐมนตรี พร้อมอำนวยพรให้การบริหารราชการแผ่นดินประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยยังได้จัดศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่และหน่วยบริการประชาชนจากหลายหน่วยงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานอย่างเต็มที่.

    ประดิษฐ์ รอดเกิด ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.กระบี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1589826&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sLUBNCWW0YQNj5voFMm9E

  • นทท.-ลูกหาบกว่า 1,000 ชีวิต ร่วมเก็บขยะส่งภูกระดึงเข้านอน ปิดฤดูท่องเที่ยว

    นทท.-ลูกหาบกว่า 1,000 ชีวิต ร่วมเก็บขยะส่งภูกระดึงเข้านอน ปิดฤดูท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    นทท.-ลูกหาบกว่า 1,000 ชีวิต ร่วมเก็บขยะส่งภูกระดึงเข้านอน ปิดฤดูท่องเที่ยว

    วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.52 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    จังหวัดเลยจัดกิจกรรม “เก็บขยะเพื่อส่งภูกระดึงเข้านอน” ประจำปี 2569 ระดมนักท่องเที่ยว ลูกหาบ ผู้ประกอบการ และจิตอาสากว่า 1,000 คน ร่วมฟื้นฟูธรรมชาติ ก่อนปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 4 เดือน เพื่อให้ผืนป่าได้พักและฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์

    เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐาน (เชิงเขา) อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย นายยเดช อักษรวงศ์ นายอำเภอภูกระดึง เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เก็บขยะเพื่อส่งภูกระดึงเข้านอน” ประจำปี 2569 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการร้านค้า ลูกหาบ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และเครือข่ายคนรักภูกระดึง เข้าร่วมกว่า 1,000 คน

    สำหรับอุทยานแห่งชาติภูกระดึงจะปิดฤดูกาลท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ ก่อนเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2570

    นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันสุดท้ายของฤดูกาลท่องเที่ยว โดยนำเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการร้านค้า ผู้ประกอบการลูกหาบ และจิตอาสา ร่วมกันเก็บขยะที่ตกค้างตามเส้นทางขึ้น-ลงภูกระดึง เพื่อนำลงมากำจัดอย่างถูกวิธีบริเวณเชิงเขา

    นอกจากช่วยรักษาความสะอาดและฟื้นฟูพื้นที่อุทยานแล้ว ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่

    ภายในงานยังมีการเปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยง “มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติและภูผา พลัส เทรล” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างอำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน และอำเภอภูหลวง ให้เป็นเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีคุณภาพและยั่งยืน

    ทั้งนี้ หลังจากภูกระดึงปิดฤดูกาลท่องเที่ยวในปีนี้ จะมีการส่งต่อการท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของจังหวัดเลย ได้แก่ ภูป่าเปาะ อำเภอหนองหิน และภูผาแดง อำเภอภูหลวง เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/478125&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-WTfWIxCX5alQ12vMPYF-

  • สงขลา | รองผู้ว่าฯ ชู “วัฒนธรรม 2 เล” ยกระดับการท่องเที่ยววิถีชีวิตสร้างสรรค์เกาะยอ

    สงขลา | รองผู้ว่าฯ ชู “วัฒนธรรม 2 เล” ยกระดับการท่องเที่ยววิถีชีวิตสร้างสรรค์เกาะยอ

    วันนี้ 31 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้เห็นเรื่องราวดี ๆ จากจังหวัดสงขลา เปิดเส้นทางท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เชื่อมเสน่ห์ “วัฒนธรรม 2 เล” เกาะยอ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่วัดแหลมพ้อ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

    นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทางน้ำและเปิดเส้นทางท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในพื้นที่เกาะยอ โดยกิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควบคู่กับการอนุรักษ์วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของชุมชนริมทะเลสาบสงขลา

    โดยมี นางนิตยา มณีโชติ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ภายในงานมีกิจกรรมที่สะท้อนคุณค่าแห่งวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตชุมชนอย่างหลากหลาย อาทิ การประกวดอาหารพื้นบ้านในเมนู “แกงส้มปลากระพง” อาหารขึ้นชื่อของชาวลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา การเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและมรดกทางวัฒนธรรมที่กำลังเลือนหายของวิถี “วัฒนธรรม 2 เล”

    รวมถึงกิจกรรมล่องเรือท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา ได้แก่ วัดโคกเปี้ยว วัดท้ายยอ และวัดแหลมพ้อ จังหวัดสงขลา โดยคาดหวังว่าการเปิดเส้นทางท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งปลุกกระแสการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน

    ขอบคุณภาพและข้อมูลข่าว : ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/31013/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0f-6uvhmx-khsSFkX_Ew2R