Category: ท่องเที่ยว

  • ผบช.ทท. ลงพื้นที่เกาะพะงัน คุมเข้มความปลอดภัย “ฟูลมูนปาร์ตี้” สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ผบช.ทท. ลงพื้นที่เกาะพะงัน คุมเข้มความปลอดภัย “ฟูลมูนปาร์ตี้” สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/quality-of-life/crime/151335&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tLJ9-nFt5e2cebc6i_Dyh

  • ท่องเที่ยว ‘อาเซียน’ โตแกร่งฝ่าสงคราม ‘แอร์เอเชียมูฟ’ แนะปรับตัวสู้เกมเร็ว ขายดีลคุ้มค่า

    ท่องเที่ยว ‘อาเซียน’ โตแกร่งฝ่าสงคราม ‘แอร์เอเชียมูฟ’ แนะปรับตัวสู้เกมเร็ว ขายดีลคุ้มค่า

    นับเป็นครั้งแรกของ “ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา” ที่กระโดดสู่การทำงานภาคเอกชน หลังคร่ำหวอดในแวดวงภาคการท่องเที่ยวมายาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการด้านการตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รับผิดชอบการกำหนดกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวและการตลาดในหลากหลายภูมิภาค ทั้งเอเชียแปซิฟิก ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกา

    หมวกใบใหม่ของ ฉัททันต์ คือตำแหน่ง Head, Country Representative (Thailand) ของ “แอร์เอเชียมูฟ” (AirAsia Move) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ หนึ่งในธุรกิจของ “กลุ่มแอร์เอเชีย” ซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นบริษัทดิจิทัลเต็มตัว โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่ากว่า 89% ของการจองทั้งหมดเป็นการเดินทาง “ภายในอาเซียน”  มีตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซียมากเป็นอันดับ 1 และไทยเป็นอันดับ 2 ในแง่ปริมาณการจองผ่านแอร์เอเชียมูฟ

    สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมในอาเซียน “กัวลาลัมเปอร์” มาเลเซีย ครองอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มนี้ รองลงมาคือกรุงเทพฯ และบาหลี อินโดนีเซีย ส่วนจุดหมายปลายทางยอดนิยมนอกอาเซียน “คุนหมิง” ทางตอนใต้ของจีน มาแรงคว้าอันดับ 1 ตามมาด้วย โตเกียว เมืองที่นักท่องเที่ยวเทใจให้อย่างเหนียวแน่น และนิวเดลี อินเดีย

    จากการเก็บข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้ามหาศาลในภูมิภาคอาเซียนของแอร์เอเชียมูฟ พบว่าความต้องการเดินทางของ “นักท่องเที่ยวอาเซียน” ยังคงแข็งแกร่ง! แม้จะมีภาวะสงครามในตะวันออกกลางและสภาพเศรษฐกิจเป็นปัจจัยกระทบให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เลือกมากขึ้นว่าจะไปเที่ยวที่ไหน และอยู่นานเท่าไร นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังเน้นเดินทางระยะสั้น “เที่ยวภายในภูมิภาค” มากขึ้น และใช้เวลาจองล่วงหน้าสั้นลง จากเคยจองล่วงหน้านาน 3 เดือน แต่ตอนนี้ไม่รีบ จองล่วงหน้าเฉลี่ย 14-30 วัน

    สำหรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจาก “4 ตลาดหลัก” ของอาเซียนบนแอร์เอเชียมูฟ เริ่มด้วย “มาเลเซีย” ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ เดินทางเข้าไทยมากเป็นอันดับ 2 รองจากจีน ส่วนใหญ่ 65% ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเป็นครอบครัว และเมื่อนับตามวัย กลุ่มมิลเลนเนียลส์มีสัดส่วนสูง ตามมาด้วยเจนซี พำนักเฉลี่ย 4.2 วันต่อทริป นิยมจองล่วงหน้า 28 วัน และใช้จ่ายสูงในหมวดอาหารและกิจกรรมสำหรับครอบครัว

    ส่วนตลาด “ไทย” ส่วนใหญ่ใช้ดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยว ทั้งหาแรงบันดาลใจ อ่านรีวิว จองออนไลน์ และโพสต์คอนเทนต์ประสบการณ์ท่องเที่ยวบนโซเชียลมีเดีย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียลส์กว่า 48% ส่วนเจนซี 25% เน้นเดินทางแบบฉายเดี่ยว หรือ “Solo Traveler” มากถึง 35% ส่วนกลุ่มที่เดินทางเป็นคู่กับเพื่อนหรือคนรักมีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 30% พำนักเฉลี่ย 3.8 วันต่อทริป

    นักท่องเที่ยวไทยเป็นกลุ่มที่เน้น “ความคุ้มค่า” และเป็น “Content Creator” ชอบทำคอนเทนต์ ถ่ายภาพสวยๆ แชร์ประสบการณ์ออนไลน์ โดยนิยมจองล่วงหน้าสั้นที่สุดในบรรดาเพื่อนร่วมอาเซียน ค่าเฉลี่ยเพียง 21 วัน ชื่นชอบการจองแพ็กเกจที่สะดวกสบาย แต่ต้องมีเวลาส่วนตัว ไม่ชอบทัวร์ที่ตารางแน่นเกินไป และพร้อมชอปปิงกระจาย ทานอาหารมื้ออร่อย

    “คนไทยเที่ยวเป็น เน้นรอดีลคุ้มค่า รอโปรโมชัน ทำให้ตัวเลขจำนวนวันจองล่วงหน้าช้า เพราะคิดในแง่บวกว่าสุดท้ายก็จะหาตั๋วเครื่องบินหรือที่พักราคาคุ้มค่าได้”

    ด้านพฤติกรรมของตลาด “อินโดนีเซีย” พี่ใหญ่ด้านจำนวนประชากรของอาเซียน มีมากกว่า 280 ล้านคน จึงเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ของธุรกิจ OTA (Online Travel Agents) มีสัดส่วนของกลุ่มมิลเลนเนียลส์และเจนซีใกล้เคียงกันที่ 35% และ 32% ตามลำดับ นิยมเดินทางแบบ Solo Traveler ครองสัดส่วน 58% ของทั้งหมด เพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว พำนักเฉลี่ย 3 วัน โดยจองล่วงหน้า 25 วัน เน้นให้ความสำคัญกับประสบการณ์ใช้จ่ายด้านอาหารและกิจกรรมมากกว่าที่พัก

    และตลาด “ฟิลิปปินส์” เป็นกลุ่มที่พำนักนาน 6.8 วันต่อทริป ยาวสุดในภูมิภาคอาเซียน และวางแผนจองล่วงหน้านานสุด 35 วัน นิยมเข้าพักโรงแรมระดับกลางและบน โดยมีสัดส่วนกลุ่มมิลเลนเนียลส์ 40% และเจนเอ็กซ์ 35% ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัวมากถึง 55% ของทั้งหมด รองลงมาคือการท่องเที่ยวแบบกลุ่ม

    ขณะที่ “เวียดนาม” แม้จะยังไม่ใช่ฐานตลาดใหญ่ของแอร์เอเชียมูฟ แต่ตั้งเป้าหมายเจาะอย่างต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจของเวียดนามกำลังโลดแล่น ด้วยฐานประชากรมากกว่า 100 ล้านคน เป็นอีกตลาดที่ใครๆ ก็อยากเข้าถึง โดยปัจจุบันกำลังเจรจากับพันธมิตรหลายรายที่มีฐานลูกค้าแข็งแรงในเวียดนาม

    ท่องเที่ยว ‘อาเซียน’ โตแกร่งฝ่าสงคราม ‘แอร์เอเชียมูฟ’ แนะปรับตัวสู้เกมเร็ว ขายดีลคุ้มค่า

    สำหรับ “ข้อเสนอแนะ” ต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวในการปรับตัวรับมือนักท่องเที่ยวที่เน้น “ความคุ้มค่า” เป็นหัวใจหลัก ฉัททันต์ มองว่า ควรเจาะตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ “Wellness & Longevity” ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ประเทศไทยได้เปรียบที่สุดในอาเซียนจากพื้นฐานการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ที่แข็งแกร่ง

    “คนอายุยืนมากขึ้น วันๆ ก็คุยกันแต่เรื่องสุขภาพ ใครๆ ก็ยอมจ่ายเพื่อสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยถือว่าดีที่สุดในอาเซียนแล้ว ผู้ประกอบการควรต่อยอดจากความได้เปรียบตรงนี้”

    นอกจากนี้ การบูมของตลาด “เช่าที่พักระยะสั้น” (Short-term Rental) เช่น คอนโดมิเนียม และอพาร์ตเมนต์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศหรือหนีหนาว ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอกิจกรรมท่องเที่ยวน่าสนใจ ขณะเดียวกันควรเพิ่ม “ความยืดหยุ่น” ในการจอง เพราะสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงได้ตลอด “หมดยุคยกเลิกการจองไม่ได้” และอีกกลยุทธ์สำคัญคือ “การตั้งราคาหลายระดับ” เพื่อรองรับกำลังซื้อและความต้องการที่แตกต่างกัน

    ควบคู่กับการทำแพ็กเกจที่เน้นขายประสบการณ์ แม้ตอนนี้จะเกิดเทรนด์ “Sleepcation” เน้นเข้าพักโรงแรมเพื่อ “นอนอย่างเดียว” แค่เปลี่ยนบรรยากาศและสถานที่นอนเท่านั้น แต่ถ้ามีกิจกรรมเสริมในที่พัก เช่น เวิร์กช็อปทำอาหาร หรือท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับชุมชนใกล้โรงแรมก็เป็นเรื่องดี

    และในวันที่ 23 มิ.ย. แอร์เอเชียมูฟและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะมีการลงนามความร่วมมือเป็นครั้งแรก เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและทำกิจกรรมการตลาดร่วมกัน

    “ภาคการท่องเที่ยวไทยต้องปรับตัวค่อนข้างสูง เพราะเกมมันไปเร็ว และต้องเน้นการตลาดเชิงรุกเพื่อเตรียมรับวันที่สถานการณ์โลกคลี่คลาย”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1236150&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JLuaxfcxvl3ZYJcnCggCW

  • พบ นทท.ขับรถลงหลุมระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างความเสียหายแหล่งท่องเที่ยว

    พบ นทท.ขับรถลงหลุมระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างความเสียหายแหล่งท่องเที่ยว

    เมื่อวันที่(1 มิ.ย.2569) เพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพ คลิป และข้อความ กรณีพบนักท่องเที่ยวบางกลุ่มมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขับรถลงไปในหลุมระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่2 ที่สถานีนิเถะ ทางรถไฟสายมรณะ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

    ภาพ :  เพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ

    ภาพ : เพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ

    ทั้งนี้การขับรถยนต์ลงไปในหลุมระเบิดดังกล่าว สร้างความเสียหายต่อสถานที่ทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากจุดดังกล่าวใช้ในการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติศาสรตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ เช่น ผังการทิ้งระเบิดสถาน และเรียนรู้ว่าฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการทิ้งระเบิดใส่อะไร เพจดังกล่าวยังเรียกร้องให้อุทยานแห่งชาติเขาแหลม มีมาตรการในการจัดการกับเรื่องดังกล่า

    ภาพ :  เพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ

    ภาพ : เพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ

    สถานนีนิเถะ เป็นสถานีรถไฟสงครามโลกครั้งที่2 สถานีนิเถะ ในอดีตตั้งอยู่ในหมู่บ้านหนองโป่งโด่ง ซึ่งแปลว่า หมู่บ้านมีน้ำล้อมรอบ พบโขดหินขึ้นเหนือน้ำเชื่อได้ว่าในอดีตเป็นเส้นทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่2 ถือได้ว่าเป็นสถานีไฟ 1 ใน 6 สถานีที่ใหญ่ที่สุด เพื่อเติมน้ำ เชื้อเพลิงเตรียมความพร้อมของรถไฟในสมัยนั้นที่จะไปประเทศเมียนมา บริเวณดังกล่าวจะพบร่องรอยในอดีต ทั้งไม้หมอนรถไฟ เหล็กหมุด บ่อเก็บกักน้ำ โรงซ่อมรถไฟ และหลุมระเบิดไม่ต่ำกว่า 10 หลุม

    ภาพ :  เพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ

    ภาพ : เพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ

    อุทยานฯเขาแหลมขีดเส้น 7 วันให้เข้าชี้แจง

    ต่อมา อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ออกประกาศ โดย ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำยานพาหนะเข้าไปในพื้นที่บริเวณสถานีนิเถะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เข้ามาติดต่ออุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เข้าข่ายการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม หรือฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องนั้น

    อุทยานแห่งชาติเขาแหลมอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    จึงขอให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ติดต่ออุทยานแห่งชาติเขาแหลม ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ประกาศนี้เผยแพร่ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา

    อ่านข่าว

    พบร่างเด็กหญิงวัย 7 ขวบ กลางสวนยาง จ.กาญจนบุรี หลังหายตัว 3 วัน

    ไฟไหม้รถยนต์บนมอเตอร์เวย์ M81 – จนท.เร่งหาสาเหตุ

    อดีตลูกเขย บุกยิงครอบครัวภรรยาเก่า ที่กาญจนบุรี ดับ 2 เจ็บ 1 คน

    จับแล้ว “ร.อ.วิโรจน์” ผู้ต้องหาคนสุดท้าย คดียิง “สส.กมลศักดิ์” คุมตัวสอบกรุงเทพฯ

    สภาพอากาศวันนี้ ลำปาง-กาญจนบุรี ร้อนสุด 39 องศาฯ ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/506587&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24fBcUMNZ0hmkJpi-LIt-7

  • รายงานพิเศษ : สงครามตะวันออกกลาง สั่นคลอนท่องเที่ยวไทย ต้นทุนเดินทางพุ่ง-ตลาดระยะไกลสะดุด ฉุด ‘รายได้’ มากกว่า ‘จำนวน’

    รายงานพิเศษ : สงครามตะวันออกกลาง สั่นคลอนท่องเที่ยวไทย ต้นทุนเดินทางพุ่ง-ตลาดระยะไกลสะดุด ฉุด ‘รายได้’ มากกว่า ‘จำนวน’

    วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.05 น.

    สงครามตะวันออกกลางกำลังเขย่าท่องเที่ยวไทย ผ่าน “Aviation Disruption” แม้ในช่วงต้นปี 2569 ภาคท่องเที่ยวไทยจะมีสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้น สะท้อนจากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมในช่วง 2 เดือนแรกปี 2569 ที่ 6.5 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 90% จากช่วงก่อนโควิด-19 (ปี 2562)

    อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อภาคการท่องเที่ยวไทยผ่าน ข้อจำกัดด้านการบิน ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และความเชื่อมั่นในการเดินทางที่ลดลง โดยภาคการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเป็นลำดับแรกๆ เนื่องจากนักท่องเที่ยวสามารถเลื่อน/เปลี่ยนจุดหมาย หรือยกเลิกการเดินทางได้ทันทีเมื่อเกิดความไม่แน่นอนสะท้อนจาก การค้นหาเที่ยวบินมายังประเทศไทยของกลุ่ม Long-haul โดยเฉพาะ ยุโรปที่ต้องเปลี่ยนเครื่องที่ตะวันออกกลาง รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางเองที่ลดลงชัดเจนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569

    ผลกระทบเริ่มลามจาก Middle East ไปสู่ Long-haul ในระยะแรก (มีนาคม 2569) ผลจากเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Middle East ผ่านข้อจำกัดด้านการปิดน่านฟ้าเป็นหลัก โดยในเดือนมีนาคม 2569 นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่เดินทางเข้าไทยมีจำนวนลดลงเหลือเพียง 1.2 หมื่นคน (-33.3%YoY) ซึ่งโดยปกติแล้ว นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วนเพียง 2.3% เท่านั้น (อ้างอิงจากข้อมูลในปี 2568)

    อย่างไรก็ตามในเดือนเมษายน 2569 เริ่มเห็นสัญญาณว่าแรงกดดันขยายวงไปถึงนักท่องเที่ยว Long-haul โดยเฉพาะสหภาพยุโรป (EU) ที่มีสัดส่วนราว 25% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ก็หดตัวถึง -15.6%YoY ส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนการบินที่สูงขึ้นจากการที่หลายสายการบินปรับขึ้นค่าโดยสารตามราคา Jet Fuel ที่สูงขึ้น นอกจากนี้นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางก็หดตัวถึง -57.1%YoY ในเดือนเดียวกัน หดตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน

    ถึงแม้นักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มฟื้นตัวแต่ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด แม้นักท่องเที่ยวจีนจะขยายตัว 15.7%YoY ในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 และฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มา 3 เดือนติดต่อกัน กลับมาเป็นแรงพยุงสำคัญ จากการฟื้นตัวของเที่ยวบินตรงและกิจกรรมส่งเสริมตลาดที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางบางส่วน

    แต่อย่างไรก็ดี แรงพยุงดังกล่าวกลับยังไม่ชดเชยการลดลงของนักท่องเที่ยวมาเลเซียและ Long-haul เนื่องจากในช่วงต้นปี 2569 นักท่องเที่ยวมาเลเซียยังฟื้นตัวไม่เต็มที่จากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ของไทย ขณะที่เหตุการณ์ตะวันออกกลางก็ส่งผลต่อกลุ่ม Long-haul ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมราว 11.7 ล้านคน (-3.4%YoY) ภาวะดังกล่าวส่งผลให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติยืนอยู่ในระดับ 6.06 แสนล้านบาท หดตัว -1.9%YoY ในช่วงเวลาเดียวกัน

    Aviation Disruption Risk ที่กระทบนักท่องเที่ยว Long-haul และ Middle East อาจนำไปสู่การสูญเสียรายได้ที่รุนแรงขึ้น

    Aviation Disruption Risk คือ ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางต่อนักท่องเที่ยวแต่ละชาติที่เดินทางมาไทย ซึ่งประเมินผ่าน 3 ปัจจัย ประกอบด้วย 1) ระยะทางบิน 2) การพึ่งพา Hub ตะวันออกกลาง และ 3) ความเสี่ยงของเส้นทางบิน หากค่า Aviation Disruption Risk สูง หมายถึง นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง

    นักท่องเที่ยว Long-haul กลุ่ม High spendingได้แก่ USA, EU และ Middle East มี Aviation Disruption Risk สูง เพราะมีระยะบินไกลกว่า พึ่งพาการต่อเครื่องมากกว่า อีกทั้งยังมีโอกาสได้รับผลกระทบจากสงครามผ่านการจำกัดน่านฟ้าสูงกว่า ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มี Spending per Head สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 25%-80% ดังนั้นความเสี่ยงของภาคท่องเที่ยวไทยอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง” แต่จะลุกลามไปสู่ “การสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง”

    Krungthai COMPASS ประเมินฉากทัศน์ของภาคการท่องเที่ยวของไทยไว้ 2 กรณี คือ “Base Case” หรือสงครามยุติภายในเดือนมิถุนายน 2569 ส่งผลให้ทิศทางราคาพลังงานทยอยปรับลดลงในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 และ “Downside Case” ที่สงครามยืดเยื้อตลอดปี 2569 ซึ่งสายการบินจะส่งผ่านต้นทุนไปยังค่าโดยสารมากขึ้นในช่วง H2 2569 เป็นต้นไป

    Krungthai COMPASS คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ที่ 32.1 ล้านคน สร้างรายได้ 1.46 ล้านล้านบาท หดตัว -2.5%YoY และ -5.2%YoY ตามลำดับ เพราะแม้นักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยกลุ่ม Long-haul ซึ่งมี Spending per Head สูง รายได้จากการท่องเที่ยว จึงมีแนวโน้มหดตัวสูงกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว

    ในกรณีสงครามยืดเยื้อตลอดปี 2569 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดเหลือ 29.4 ล้านคน สร้างรายได้ 1.33 ล้านล้านบาท หดตัว -10.7%YoY และ -13.6%YoY ตามลำดับ เนื่องจากการที่แรงกดดันอาจลามไปถึงในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 จะตรงกับช่วงเวลา High Season ของกลุ่ม Long-haul พอดี

    ขณะที่กลุ่ม Short-haul แม้มีความเสี่ยงจาก Aviation Disruption ต่ำกว่า แต่ดีมานด์มีแนวโน้มถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่อาจยืนสูงต่อเนื่อง นอกจากนี้แรงกดดันจากเงินเฟ้อและบรรยากาศการเดินทางที่เปราะบางขึ้น อาจทำให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังการใช้จ่าย เลื่อนทริปหรือลดระยะเวลาพำนัก เป็นต้น

    ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง มีแนวโน้มกระจุกในจังหวัดที่พึ่งพาตลาด Middle East และ EU สูง เกิน 80% ของผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมคาดว่าลูกค้า Long-haul ในช่วงไตรมาส 2 ปี2569 จะลดลงจากปีก่อนหน้า ภาวะดังกล่าวจะส่งผลต่อโรงแรมในจังหวัดที่พึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเป็นหลัก

    จังหวัด Top 5 ที่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Long-haul และ Middle East นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีสัดส่วนโรงแรมระดับกลาง-บน รีสอร์ต และธุรกิจบริการที่เชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติคุณภาพสูงค่อนข้างมาก

    ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น กิจกรรมท่องเที่ยว Medical/Wellness บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และการขนส่งนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ก็อาจได้รับผลกระทบต่อเนื่องผ่านการจองที่ชะลอ อัตราเข้าพักที่ลดลง ค่าใช้จ่ายต่อทริปที่อ่อนลง และจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง โดยเฉพาะ หากแรงกดดันยืดเยื้อไปถึงช่วง High Season ของตลาดระยะไกล

    “ดังนั้นการรับมือจึงไม่ควรจำกัดอยู่ที่การกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้นเท่านั้น แต่ควรยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้รับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้น โดยภาครัฐควรใช้แนวคิด Reinvent Thailand เป็นเครื่องมือเร่ง Transformation ของภาคท่องเที่ยว โดยสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และเครื่องมือดิจิทัลสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน เพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยแข่งขันได้ด้วยคุณภาพ ความยั่งยืน และ resilience มากกว่าการพึ่งพา volume เพียงอย่างเดียว”

    ที่มา.. Krungthai COMPASS

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/967967&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2e-CIQSIlRyUw0aO4Jq5yu

  • กราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “วัดประชารังสรรค์” จ.นนทบุรี

    กราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “วัดประชารังสรรค์” จ.นนทบุรี

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/Vp4Em0Be8oN7&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw143auuBU2r7IXI0tuKs_I1

  • ปิดท่องเที่ยว “ภูกระดึง” ตั้งแต่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 69 เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ พบกันอีกที ฤดูกาลท่องเที่ยวหน้า 1 ตุลาคม

    ปิดท่องเที่ยว “ภูกระดึง” ตั้งแต่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 69 เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ พบกันอีกที ฤดูกาลท่องเที่ยวหน้า 1 ตุลาคม

    ปิดท่องเที่ยว “ภูกระดึง” ตั้งแต่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 69 เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ พบกันอีกที ฤดูกาลท่องเที่ยวหน้า 1 ตุลาคม

    วันที่ 1 มิถุนายน 2569 อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้ประกาศ : ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ประจำปี พ.ศ. 2569

    ปิดแหล่งท่องเที่ยวและการพักแรมบนยอดเขา ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

    ส่วนการท่องเที่ยวบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐาน (เชิงเขา) ซำแฮกแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกตาดฮ้อง และวังอีเมือง พื้นที่หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ภด 3 (นาน้อย) ยังเปิดให้บริการตามปกติ

    สำหรับกำหนดการฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าจะเริ่มต้นอีกครั้ง ในช่วงวันที่ 1 ต.ค. 69 – 31 พ.ค 70

    Cr. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/73017&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KMUPrJmCyZxfDgbLZ9n2m

  • ว่อนคลิปต่างชาติเมาแอ๋ เปลือยท่อนล่างโชว์อนาจารกลางชายหาด

    ว่อนคลิปต่างชาติเมาแอ๋ เปลือยท่อนล่างโชว์อนาจารกลางชายหาด

    (1 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 54 วินาที พร้อมระบุข้อความว่า “ฟรีวีซ่าวันๆพันกว่าเรื่อง🤣🤣🤣 #ฟรีวีซ่า #นักท่องเที่ยว #เป็นลมล้มชัก #ชายหาดพัทยา” เผยให้เห็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชายต่างชาติรายหนึ่ง นอนอยู่กลางชายหาดพัทยาในสภาพท่อนล่างเปลือยเปล่าจนเห็นอวัยวะเพศ และกำลังกระทำการอนาจารช่วยตัวเอง โดยมีคนไทยในบริเวณดังกล่าวเข้าไปตักเตือนให้สวมกางเกง แต่ชาวต่างชาติคนดังกล่าวกลับนิ่งเฉยและไม่รับรู้รับทราบใดๆ

    ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายหาดพัทยาเพื่อหาเบาะแส จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นทราบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติรายนี้มีอาการมึนเมาอย่างหนัก โดยเดินเต้นไปมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ก่อนจะมานอนลงกับพื้นทรายแล้วก่อเหตุอุจจาดช่วยตัวเองท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ โดยเฉพาะผู้หญิง สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/crime/NuvfiuC14&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dgHSoOgYjq9WkXLIq4pDd

  • ตามรอย อ.คฑา ชินบัญชร เที่ยว “ตาก” รับพลังมงคล

    ตามรอย อ.คฑา ชินบัญชร เที่ยว “ตาก” รับพลังมงคล

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/6GRrxq27bV4G&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eN-ITcOwK5Nu0YjxtU07L

  • ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามงาน อช.สาละวิน มอบนโยบาย หนุนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพิ่มพื้นที่สีเขียวสาละวิน | TOPNEWS

    ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามงาน อช.สาละวิน มอบนโยบาย หนุนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพิ่มพื้นที่สีเขียวสาละวิน | TOPNEWS

    ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอุทยานแห่งชาติสาละวิน พร้อมปลูกต้นพญาเสือโคร่งที่จุดชมวิวบูเดอฉ่า มอบนโยบายฟื้นฟูระบบนิเวศและหนุนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

    วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นางสายสุดใจ ชุนเชาว์ฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติงานของ อุทยานแห่งชาติสาละวิน สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง พร้อมร่วมปลูกต้นพญาเสือโคร่ง ณ จุดชมวิวบูเดอฉ่า เน้นย้ำการฟื้นฟูระบบนิเวศและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เมื่อ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้มี นายนิกร แก้วโมรา ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ และ นายลิขิต ไหวพรม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสาละวิน พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานในพื้นที่

    ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติได้ลงพื้นที่ จุดชมวิวบูเดอฉ่า ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีศักยภาพ และเป็นจุดชมทัศนียภาพสำคัญของอุทยานแห่งชาติสาละวิน โดยได้ร่วมกิจกรรม ปลูกต้นพญาเสือโคร่ง เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ระบบนิเวศ

    การตรวจเยี่ยมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมรับทราบปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    โอกาสนี้ นางสายสุดใจ ชุนเชาว์ฤทธิ์ ได้มอบนโยบายและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมเน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ และยึดมั่นในภารกิจการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อคงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและส่งต่อคุณค่าอันสำคัญสู่คนรุ่นต่อไป

    สุวสันต์ บัวงาม ผู้สื่อข่าว Top News ทั่วไทย จ.แม่ฮ่องสอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1590615&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C4YjVgbcLRKHLFfJqXSGJ

  • เที่ยวไทยปังระดับโลก! เปิดลิสต์สถานที่คว้าเกียรติยศปี 2569

    เที่ยวไทยปังระดับโลก! เปิดลิสต์สถานที่คว้าเกียรติยศปี 2569

    การท่องเที่ยวไทยโตแกร่ง! เปิดพิกัดแหล่งท่องเที่ยวไทยคว้าเกียรติยศระดับโลกปี 2569 ชูจุดเด่นความยั่งยืน พร้อมปักหมุดกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เมืองฮิตระดับสากล

    แม้ว่าเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ระหว่างประเทศจะยังคงมีความผันผวน แต่ภาพรวม การท่องเที่ยวไทย ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ล่าสุดรัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงรุก ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับและคว้าอันดับท็อปจากเวทีท่องเที่ยวระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2568–2569 สะท้อนความสำเร็จในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่มาตรฐาน “คุณภาพ ความยั่งยืน และประสบการณ์ระดับโลก

    นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยได้รับการจัดอันดับและคว้าคว้าเกียรติยศระดับโลกในหลายเวที ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในฐานะหมุดหมายปลายทางสำคัญ (Destination) ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีไฮไลต์สถานที่ท่องเที่ยวไทยที่โดดเด่น ดังนี้

    เปิดลิสต์ แหล่งท่องเที่ยวไทย คว้าเกียรติยศระดับโลก (2568-2569)

    จากการขับเคลื่อนนโยบายท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ส่งผลให้หลายพื้นที่ในไทยได้รับรางวัลระดับสากล ได้แก่:

    • เกาะกระดาน จังหวัดตรัง : ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน ชายหาดที่ดีที่สุดของโลก
    • หมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ : คว้ารางวัลระดับโลก Green Destinations Story Awards 2026 สาขา Nature & Scenery จากเวทีระดับโลกอย่าง ITB Berlin ประเทศเยอรมนี
    • อุทยานแห่งชาติดอยภูคา (น่าน) & เมืองเก่าตะกั่วป่า (พังงา) : ได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ชูจุดเด่นเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับวิถีชุมชน
    • เชียงคาน (เลย) & จังหวัดอุทัยธานี : ได้รับการยอมรับในฐานะแหล่งท่องเที่ยวชุมชน โดดเด่นด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่

    กรุงเทพฯ – ภูเก็ต – สมุย – เชียงใหม่ หมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและชุมชนแล้ว เมืองหลักของไทยยังคงครองใจนักเดินทางทั่วโลก โดย กรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดอันดับจาก Forbes Travel Guide ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางลักชัวรี (Luxury Destination) ชั้นนำของโลก

    ขณะที่ ภูเก็ต เกาะสมุย และเชียงใหม่ ยังคงเป็นพิกัดยอดนิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกลุ่ม Digital Nomad (ผู้ที่ทำงานทางไกลจากทั่วโลก) อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รัฐบาลกำลังเดินหน้าผลักดัน “เชียงใหม่ นครหลวงแห่งล้านนา” สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพื่อต่อยอดศักยภาพและมูลค่าการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

    “รางวัลและการยอมรับจากเวทีระดับโลก สะท้อนว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังมีศักยภาพและคุณภาพในระดับโลก มาตรการด้านการท่องเที่ยวของภาครัฐสามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม ทุกฤดูกาล และช่วยดึงดูดนักเดินทางคุณภาพยุคใหม่ที่กำลังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1236575&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kyDj7Q8y3wqkRJ5FKPdR8