Category: ท่องเที่ยว

  • มิสทิน เดินหน้าภารกิจ CSR ร่วมกับ กรมทะเล ฟื้นฟูปะการังและระบบนิเวศทางทะเลครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ “รักษ์ทะเล WITH ME” ณ พัทยา จังหวัดชลบุรี

    มิสทิน เดินหน้าภารกิจ CSR ร่วมกับ กรมทะเล ฟื้นฟูปะการังและระบบนิเวศทางทะเลครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ “รักษ์ทะเล WITH ME” ณ พัทยา จังหวัดชลบุรี

    มิสทิน ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดโครงการ “รักษ์ทะเล WITH ME มิสทินร่วมใจรักษ์ฟื้นฟูแนวปะการังแหล่งท่องเที่ยวของไทย” เพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังรวมถึงทรัพยากรทางทะเลสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ ชายหาดพัทยา ฝั่ง Walking Street Pattaya อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พร้อมรวมพลังจากภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายอาสาสมัครนักดำน้ำ นักศึกษา และประชาชนผู้รักทะเลเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งโดยมิสทินยังคงตอกย้ำแนวคิด “ความงามควบคู่สิ่งแวดล้อม” ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการังและระบบนิเวศทางทะเล โดยผลิตภัณฑ์กันแดดของมิสทินทุกรุ่นได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดการลดผลกระทบต่อธรรมชาติทางทะเล ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อีกทั้งมิสทินยังถือเป็นแบรนด์กันแดดแบรนด์เดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)  สะท้อนถึงมาตรฐานและความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างจริงจัง

    ภายในพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก คุณอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณวีรพัฒน์ กุดแถลง รองปลัดเมืองพัทยาเข้าร่วมงาน โดยมีคุณปราการ สท้านโยธิน กรรมการผู้จัดการของมิสทิน กล่าวถึงเจตนารมณ์ของบริษัทในการขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ด้านอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังรวมถึงทรัพยากรทางทะเล และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทะเลไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “รักษ์ทะเล WITH ME”

    มิสทิน

    ในครั้งนี้มิสทินได้ร่วมสนับสนุนอุปกรณ์เก็บขยะ อุปกรณ์ปลูกปะการัง และผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด MISTINE AQUA V ให้แก่เครือข่ายอาสาสมัครนักดำน้ำ เพื่อใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล พร้อมร่วมส่งต่อพลังแห่งการอนุรักษ์สู่สังคม โดยมีตัวแทนร้านค้ามิสทินร่วมมอบสิ่งของเพื่อสาธารณประโยชน์แก่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือ กิจกรรมดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเลและดำน้ำปลูกปะการัง บริเวณหาดเกเร เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี โดยเครือข่ายอาสาสมัครนักดำน้ำและเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ผ่านภารกิจเก็บขยะใต้ทะเลและปลูกปะการังบนโครงสร้าง “โลโก้MISTINE”พร้อมทุ่นลอยน้ำบริเวณที่ปลูกปะการังเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือในการคืนชีวิตให้ทะเลไทย และสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    มิสทิน

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์บนชายหาดร่วมกับนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยบูรพา และ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล และปลูกจิตสำนึกด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนโครงการ “รักษ์ทะเล WITH ME” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม CSR สำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิสทินในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ปะการังรวมถึงทรัพยากรทางทะเลไทยให้คงความสวยงามและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/pr-news/113326&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DeoukMBtBOM5bSwM-c_Uq

  • บขส. เปิด 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน สัมผัสความเขียวขจีช่วงกรีนซีซัน

    บขส. เปิด 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน สัมผัสความเขียวขจีช่วงกรีนซีซัน

    “เที่ยวหน้าฝน” บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) ชวนประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน ผ่าน 20 เส้นทางรถโดยสารสู่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วประเทศ รองรับกระแสท่องเที่ยวกรีนซีซัน เน้นสัมผัสธรรมชาติ วิถีชุมชน และจุดเช็กอินยอดนิยม โดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว

    บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) ชวน “เที่ยวหน้าฝน” ออกเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน ผ่าน 20 เส้นทางรถโดยสารสู่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วประเทศ รองรับกระแสท่องเที่ยวกรีนซีซัน เน้นสัมผัสธรรมชาติ วิถีชุมชน และจุดเช็กอินยอดนิยม โดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว

    บขส. เปิด 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน สัมผัสความเขียวขจีช่วงกรีนซีซัน

    นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ขอเชิญชวนประชาชนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนด้วยรถโดยสารสาธารณะ เพื่อสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในรอบปี พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวรูปแบบ “Green Season” และ “Low Travel” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่และวัยทำงาน

    ปัจจุบัน BKS มีเส้นทางเดินรถครอบคลุมทั้งเมืองหลัก เมืองรอง และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ สามารถเชื่อมต่อจากกรุงเทพมหานครสู่จุดหมายปลายทางด้านธรรมชาติได้อย่างสะดวก โดยได้แนะนำ 20 เส้นทางท่องเที่ยวหน้าฝนทั่วประเทศ ดังนี้

    ภาคเหนือ 7 เส้นทาง สัมผัสสายหมอกและผืนป่าเขียวขจี

    • กรุงเทพฯ – หล่มสัก – หล่มเก่า
    • กรุงเทพฯ – ทุ่งช้าง
    • กรุงเทพฯ – แม่สอด
    • กรุงเทพฯ – เชียงใหม่
    • กรุงเทพฯ – บ้านด่านลานหอย
    • กรุงเทพฯ – คลองลาน
    • กรุงเทพฯ – สากเหล็ก – พิษณุโลก

    แหล่งท่องเที่ยวเด่น ได้แก่ ภูทับเบิก, ผาซ่อนแก้ว, ดอยภูคา, วัดพระธาตุดอยหินกิ่ว, อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์, ประตูท่าแพ, หุบป่าตาด, น้ำตกคลองลาน และอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
     

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก 8 เส้นทาง สายธรรมชาติชุ่มฉ่ำและมูริมโขง

    • กรุงเทพฯ – โขงเจียม
    • กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี
    • กรุงเทพฯ – กระนวน – บ้านแพง
    • กรุงเทพฯ – กุมภวาปี – บึงกาฬ
    • กรุงเทพฯ – สกลนคร – นาแก
    • กรุงเทพฯ – กาฬสินธุ์ – ห้วยผึ้ง – เขาวง
    • กรุงเทพฯ – เชียงคาน
    • กรุงเทพฯ – ตราด

    สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ ผาชะนะได, ถ้ำนาคี, หินสามวาฬ, วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร, โค้งปิ้งงู, เขื่อนลำปาว, ภูทอก, สกายวอล์คเชียงคาน, ถนนคนเดินเชียงคาน และน้ำตกพลิ้ว

    ภาคใต้ 5 เส้นทาง ชมป่าดิบชื้นและทะเลหมอกเขตร้อน

    • กรุงเทพฯ – คลองท่อม – กระบี่
    • กรุงเทพฯ – ตะกั่วป่า – โคกกลอย
    • กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล
    • กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ – สงขลา
    • กรุงเทพฯ – ด่านเจดีย์สามองค์

    จุดหมายท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ สระมรกต, จุดชมวิวเสม็ดนางชี, วัดเขาแก้ว, หาดสมิหลา, ตลาดกิมหยง, น้ำตกไทรโยก, น้ำตกเอราวัณ และวัดเจดีย์สามองค์
     

    ทั้งนี้ BKS มั่นใจว่าการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ออกไปสัมผัสเสน่ห์ของธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่หลายพื้นที่มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์มากที่สุดของปี
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1236682&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WoLJN58hjMLcRdakRjand

  • เศรษฐกิจย่าน เศรษฐกิจเมือง ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนตัวเล็ก “ทำมาหากินได้”

    เศรษฐกิจย่าน เศรษฐกิจเมือง ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนตัวเล็ก “ทำมาหากินได้”

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-257&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nkiydfNE45t9aG3ddTY3t

  • Dek-D: ตรวจสอบความเป็นมนุษย์

    Dek-D: ตรวจสอบความเป็นมนุษย์

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/board/writer/4170765/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QtKLwrUEopYt4jTyeigWp

  • เชียงใหม่-บ้านถวายชูศักยภาพชุมชนต้นแบบ เปิดรับคณะศึกษาดูงานทั่วประเทศ | TOPNEWS

    เชียงใหม่-บ้านถวายชูศักยภาพชุมชนต้นแบบ เปิดรับคณะศึกษาดูงานทั่วประเทศ | TOPNEWS

    บ้านถวาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในชุมชนท่องเที่ยว OTOP ต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย และแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญางานไม้แกะสลักที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ พร้อมเปิดต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรต่าง ๆ จากทั่วประเทศ เพื่อร่วมศึกษาแนวทางการพัฒนาชุมชน การบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน และการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น

    การศึกษาดูงานภายในชุมชนบ้านถวายเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนช่างไม้แกะสลักที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ผ่านกิจกรรมและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ การเยี่ยมชมวิหารไม้แกะสลักอันวิจิตรภายในวัดถวาย ซึ่งสะท้อนความประณีตและความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือท้องถิ่น การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากบริเวณร้านค้าชุมชนสองฝั่งคลอง ตลอดจนการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พิฆเนศวร ณ บ้านทิพย์มณี ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พิฆเนศขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

    นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ผ่านกิจกรรม Workshop งานไม้สร้างสรรค์ ทั้งการแกะสลักและการตกแต่งลวดลายด้วยตนเอง พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน “ฟ้อนแม้วประยุกต์” ที่สะท้อนเอกลักษณ์และเสน่ห์ของชุมชนล้านนา ตลอดจนพักผ่อนในบรรยากาศชุมชนท่องเที่ยวที่มีร้านกาแฟ คาเฟ่ เครื่องเล่นสวนสนุก วิถีชีวิตชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว รองรับอย่างครบครัน ให้ทริปศึกษาดูงานของคุณ ได้ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความประทับใจกลับไปแบบเต็มเปี่ยม​

    บ้านถวายได้รับการยอมรับในฐานะชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชน ด้วยผลงานและรางวัลระดับประเทศหลายรายการ รวมถึงรางวัล Thailand Tourism Awards ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

    ผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานสามารถ ดูรายละเอียดโปรแกรมและแพ็กเกจศึกษาดูงาน : https://www.visitchiangmai.co/studyvisitbaantawai/ หรือสามารถติดต่อสอบถาม/จองคิวศึกษาดูงานโทร: 066-110-9383

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1590992&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33VVhKZiVhkeQMtHVcfYa7

  • ปักหมุด 20 เส้นทาง บขส. ชวนเที่ยวหน้าฝน ลุยเมืองหลัก-เมืองรอง ทั่วไทย เช็กพิกัดเลย

    ปักหมุด 20 เส้นทาง บขส. ชวนเที่ยวหน้าฝน ลุยเมืองหลัก-เมืองรอง ทั่วไทย เช็กพิกัดเลย

    นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) เปิดเผยว่า ขอเชิญชวนประชาชนเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน ด้วยรถโดยสารสาธารณะ เพื่อสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์และสวยงามที่สุด รวมถึงช่วยส่งเสริมกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบ “Green Season” และ “Low Travel” ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน ที่เน้นการเดินทางเสพประสบการณ์ พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ท่องเที่ยววิถีชุมชน และถ่ายภาพสร้างคอนเทนต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตลอดจนลดข้อจำกัดด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัว

    ปัจจุบันบริษัทฯ ได้เปิดให้บริการเดินรถโดยสารที่ครอบคลุมทั้งเมืองหลัก เมืองรอง และอำเภอท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ ซึ่งสามารถเชื่อมจากกรุงเทพฯ สู่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติได้โดยตรง จึงขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวช่วงฤดูฝนด้วยการใช้บริการรถโดยสารของ BKS เชื่อมไปยังจังหวัดน่าเที่ยว จำนวนรวม 20 เส้นทางทั่วประเทศ ดังนี้

    ภาคเหนือ : สายหมอก ป่าเขียว และเส้นทางฝนกลางหุบเขา จำนวน 7 เส้นทาง ได้แก่ 

    1.กรุงเทพฯ – หล่มสัก – หล่มเก่า 
    2.กรุงเทพฯ – ทุ่งช้าง 
    3.กรุงเทพฯ – แม่สอด 
    4.กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ 
    5.กรุงเทพฯ – บ้านด่านลานหอย 
    6.กรุงเทพฯ – คลองลาน 
    7.กรุงเทพฯ – สากเหล็ก – พิษณุโลก 

    ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตมากมาย เช่น ภูทับเบิก, ผาซ่อนแก้ว, ดอยภูคา, วัดพระธาตุดอยหินกิ่ว, อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์, ประตูท่าแพ, หุบป่าตาด, น้ำตกคลองลาน และอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออก : สายธรรมชาติชุ่มฉ่ำและมูริมโขง จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ 

    1.กรุงเทพฯ – โขงเจียม 
    2.กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี 
    3.กรุงเทพฯ – กระนวน – บ้านแพง 
    4.กรุงเทพฯ – กุมภวาปี – บึงกาฬ 
    5.กรุงเทพฯ – สกลนคร – นาแก 
    6.กรุงเทพฯ – กาฬสินธุ์ – ห้วยผึ้ง – เขาวง 
    7.กรุงเทพฯ – เชียงคาน
    8.กรุงเทพฯ – ตราด 

    ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตมากมาย เช่น ผาชะนะได, ถ้ำนาคี, หินสามวาฬ (ภูสิงห์), วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร, โค้งปิ้งงู, เขื่อนลำปาว, ภูทอก, สกายวอล์คเชียงคาน, ถนนคนเดินเชียงคาน และน้ำตกพลิ้ว

    ภาคใต้ : สายฝน ป่าดิบชื้น และมนต์เสน่ห์แห่งทะเลหมอกเขตร้อน จำนวน 5 เส้นทาง ได้แก่ 

    1.กรุงเทพฯ – คลองท่อม – กระบี่ 
    2.กรุงเทพฯ – ตะกั่วป่า – โคกกลอย 
    3.กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล 
    4.กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ – สงขลา 
    5.กรุงเทพฯ – ด่านเจดีย์สามองค์ 

    ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตมากมาย เช่น สระมรกต, จุดชมวิวเสม็ดนางชี, วัดเขาแก้ว, หาดสมิหลา, ตลาดกิมหยง, น้ำตกไทรโยก, น้ำตกเอราวัณ และวัดเจดีย์สามองค์

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองตั๋ว BKS ได้ที่เว็บไซต์ BKS https://tcl99web.transport.co.th, Application : BKS E – ticket, Facebook Page : บขส. (www.facebook.com/BorKorSor99), Line : BKS (Id : @BKS99) และช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร BKS ทั่วประเทศ หรือ โทร. 0–2936–3660

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2936865&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OrpjiYFNGuYDMtfiWOyJN

  • เปิดประตูหวงซาน ไทย-จีนจับมือท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ฟรีวีซ่าเชื่อม2ประเทศ-กระตุ้นเศรษฐกิจ

    เปิดประตูหวงซาน ไทย-จีนจับมือท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ฟรีวีซ่าเชื่อม2ประเทศ-กระตุ้นเศรษฐกิจ

    วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.38 น.

    2 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า งานเสวนานายกเทศมนตรีโลก ประจำปี 2026 (Global Mayors Dialogue 2026) จัดขึ้น ณ เมืองหวงซาน มณฑลอันฮุย ทางตะวันออกของจีน ระหว่างวันที่ 28-31 พ.ค. ที่ผ่านมา 

    ภายใต้แนวคิด “สรรค์สร้างอารยธรรมร่วมกัน มรดกโลกเจิดจรัสคู่ธานี : การเสริมพลังระหว่างมรดกโลกกับการพัฒนาเมือง” โดยดึงดูดนายกเทศมนตรีและผู้แทนเมืองจาก 10 ประเทศทั่วโลก อาทิ จีน เยอรมนี และไทย มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ในประเด็นการอนุรักษ์มรดกโลก การสืบทอดทางวัฒนธรรม และการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายของไทย หนึ่งในผู้ร่วมงานเสวนา กล่าวในการสัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวซินหัว ว่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมช่วยทลายกำแพงทางภูมิศาสตร์และเชื่อมโยงผู้คนให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น นับเป็นสื่อกลางสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างประชาชนสองประเทศ

    แม้เมืองหวงซานและจังหวัดเชียงรายจะอยู่ห่างไกลกัน ทว่ามีอัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแนวคิดการพัฒนาเมืองสอดคล้องกันอย่างมาก ทั้งสองเมืองให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการสืบทอดวัฒนธรรม และได้สร้างรูปแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งยังมุ่งสร้างประโยชน์ต่อประชาชนผ่านการอนุรักษ์วัฒนธรรม รวมถึงเป็นพลังส่งเสริมการพัฒนาเมือง

    ไม่กี่ปีที่ผ่านมาทางรถไฟจีน-ลาว ได้อำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน ขณะที่โครงการทางรถไฟจีน-ไทยก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของไทยยังสนับสนุนให้องค์กรการท่องเที่ยวภายในประเทศเจรจากับบริษัทและผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจีนอย่างแข็งขัน ความร่วมมือด้านคมนาคมและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยกระดับอย่างต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นศักยภาพมหาศาลของการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน และความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของสองประเทศ

    กระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมข้ามพรมแดนระหว่างอันฮุยและไทยยังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรที่เกื้อหนุนกัน ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เมืองหวงซานยังได้บังคับใช้นโยบายแวะเปลี่ยนเครื่อง (transit) แบบฟรีวีซ่า ระยะ 240 ชั่วโมง ส่งผลให้เส้นทางบินตรงระหว่างหวงซาน-กรุงเทพฯ ให้บริการได้อย่างราบรื่น

    นายประเสริฐ กล่าวว่า ประชาชนไทยและจีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน ทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ของเชียงรายและอันฮุย ช่วยให้ประชาชนทั้งสองประเทศเข้าใจวัฒนธรรมของกันและกันได้ดีขึ้น ถือเป็นรูปแบบการทูตระหว่างประชาชนที่เรียบง่ายและอบอุ่นใจมากที่สุด การปฏิสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ไม่เพียงทำลายกำแพงทางภูมิศาสตร์ลงได้ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทำให้มิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยกับจีนหยั่งรากลึกในใจผู้คนได้อย่างแท้จริง

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังชื่นชมงานด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองหวงซาน ว่าได้ทำให้หมู่บ้านโบราณ อาคาร และมรดกทางวัฒนธรรมต่างๆ กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนเข้าถึงและสัมผัสได้ สะท้อนถึงการผสานงานอนุรักษ์ การสืบทอด และการใช้ประโยชน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ควรค่าต่อการศึกษาและนำไปปรับใช้กับเชียงราย

    พร้อมยังกล่าวชื่นชมการนำเทคโนโลยีชุดหุ่นยนต์ “เอ็กโซสเกลเลตัน” (Exoskeleton) มาเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ว่าเป็นนวัตกรรมที่จีนใช้เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะการเที่ยวในพื้นที่ภูเขามีข้อจำกัดค่อนข้างสูง อุปกรณ์เหล่านี้จึงช่วยลดอุปสรรคให้นักท่องเที่ยวที่มีข้อจำกัดด้านร่างกายสามารถสัมผัสความงดงามของหวงซานได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ช่วยยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว และทำให้มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแนวคิดใหม่สำหรับการเปลี่ยนแปลงและยกระดับเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

    โดยทิ้งท้ายว่าเมื่อเมืองต่างๆ เชื่อมโยงถึงกัน ก็จะเกิดการผสานของอารยธรรม และก่อให้เกิดมิตรภาพที่ยั่งยืน และยินดีที่จะกระชับความสัมพันธ์ฉันมิตรระดับท้องถิ่นระหว่างไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/968272&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LWX3Atl3Q3klbRw5C6DgY

  • อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ชี้แจง ภาพดรามา นักท่องเที่ยว-ช้างป่า บริเวณทุ่งกวาง “ย้ำ” จนท.คุมเข้มความปลอดภัย

    อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ชี้แจง ภาพดรามา นักท่องเที่ยว-ช้างป่า บริเวณทุ่งกวาง “ย้ำ” จนท.คุมเข้มความปลอดภัย

    ​จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพบรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณทุ่งกวาง ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา (วันที่ 1 มิถุนายน 2569) ซึ่งปรากฏภาพมุมมองคล้ายมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นและส่งผลกระทบต่อช้างป่านั้น

    ​อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงและมาตรการการดำเนินการในวันดังกล่าว ดังนี้

    • เนื่องจากในวันเวลาดังกล่าวได้มีช้างป่าออกมาหากินบริเวณโป่งตามธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวให้ความสนใจชะลอรถและจอดชมช้างป่าเป็นจำนวนมาก ในเวลาต่อมาช้างป่าได้เดินออกจากโป่งเพื่อข้ามถนน ทำให้ไม่สามารถขยับรถได้ เนื่องจากรถจอดอยู่หนาแน่น เจ้าหน้าที่จึงดูแลรักษาระยะห่างระหว่างช้างป่ากับนักท่องเที่ยว และเร่งดำเนินการจัดการจราจร เพื่อให้รถยนต์ของนักท่องเที่ยวสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
    • มาตรการควบคุมและการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ ​ในจุดดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไม่ได้ปล่อยปละละเลย แต่ได้มีการจัดกำลังและเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด ได้แก่ ​ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ​ศูนย์ปฏิบัติการกู้ภัยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ​ชุดระวังไพร ฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรและควบคุมไฟป่า และ​ศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติที่ 3 จังหวัดนครราชสีมา โดยร่วมกันดูแล เฝ้าระวัง และจัดระเบียบระยะห่างระหว่างนักท่องเที่ยวกับช้างป่า พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการจราจรที่ชะลอตัวให้เคลื่อนตัวได้อย่างปลอดภัย

    อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทุกท่าน ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด “ไม่เข้าใกล้ช้างป่า ไม่ส่งเสียงดัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างจริงจัง” เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

    Photo : อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ – Khao Yai National Park

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/73005&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UBDflpkR4XsotMjQVel0S

  • สุรศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวฯ คิกออฟ LOVE PRIDE 2026 ดันไทยขึ้นฮับท่องเที่ยวแห่งความหลากหลาย

    สุรศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวฯ คิกออฟ LOVE PRIDE 2026 ดันไทยขึ้นฮับท่องเที่ยวแห่งความหลากหลาย

    สุรศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวฯ จับมือภาคเอกชน คิกออฟ LOVE PRIDE 2026 ดันไทยขึ้นแท่นฮับท่องเที่ยวแห่งความหลากหลาย ด้วย Pride Economy พลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ

    เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงานและปล่อยขบวน LOVE PRIDE 2026 พร้อมระบุว่า งาน LOVE PRIDE 2026 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นสังคมที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน

    “Pride Economy เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ โดยประเทศไทยติดอันดับ 4 ของโลกด้านรายได้จากการท่องเที่ยวของกลุ่ม LGBTQ+ สะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก”

    สำหรับบรรยากาศภายในงาน LOVE PRIDE 2026 เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชน นักท่องเที่ยว และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยตลอดเส้นทางขบวนพาเหรด LOVE PRIDE 2026 ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ร่วมโบกมือทักทายและร่วมเฉลิมฉลองอย่างอบอุ่น

    ขณะเดียวกันนายสุรศักดิ์ ได้ร่วมปล่อยขบวนพาเหรด LOVE PRIDE 2026 จากศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์สู่สนามเทพหัสดิน เพื่อร่วมส่งต่อพลังแห่งความรัก ความเท่าเทียม และความภาคภูมิใจในความหลากหลาย พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าไทยมีศักยภาพก้าวสู่การเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030 ในอนาคต

    โดยมี คุณโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และคุณศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เอ็ม ดิสทริค สยามพารากอน รีเทล และบางกอกมอลล์ เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ กรุงเทพมหานคร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2936673&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3R5QIM-ABJgdAnwT_DIX79

  • สะเดา | นักท่องเที่ยวมาเลเซียตกค้างหน้าด่านสะเดาซ้ำช่วงหยุดยาว รถติดยาวกว่า 700 เมตร ภาคท่องเที่ยวตั้งคำถามการบริหารจัดการ

    สะเดา | นักท่องเที่ยวมาเลเซียตกค้างหน้าด่านสะเดาซ้ำช่วงหยุดยาว รถติดยาวกว่า 700 เมตร ภาคท่องเที่ยวตั้งคำถามการบริหารจัดการ

    วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียตกค้างบริเวณหน้าด่านพรมแดนสะเดา จังหวัดสงขลา ต่อเนื่องหลายวัน ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 1 มิถุนายน 2569 พบรถยนต์นักท่องเที่ยวจอดรอคิวเต็ม 3 ช่องการจราจร ยาวกว่า 700 เมตร หลังไม่สามารถเดินทางข้ามด่านกลับประเทศได้ทันเวลา

    บรรยากาศบริเวณหน้าด่านเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ต้องนอนพักอยู่ภายในรถ บางครอบครัวนำผ้ามาปูนั่งริมถนน เพื่อรอให้ด่านเปิดในเวลา 05.00 น. ก่อนต้องเผชิญปัญหาการจราจรติดขัดต่ออีกระลอก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการด่านชายแดน ซึ่งถือเป็นประตูสำคัญในการรองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและใช้จ่ายในจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่และสะเดา

    ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่–สงขลา กล่าวว่า พื้นที่ชายแดนภาคใต้ก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย และมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไม่ต่างจากเมืองท่องเที่ยวหลักในภูมิภาคอื่น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากยังปล่อยให้เกิดภาพนักท่องเที่ยวต้องนอนรอหน้าด่านเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศในระยะยาว

    ทั้งนี้ ภาคเอกชนในพื้นที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งการบริหารเวลาเปิด–ปิดด่าน การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดและเทศกาลที่มีปริมาณการเดินทางสูง

    ภาพข่าว : Ong Sitthiphataraprabha

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/31024/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hiBJaMVONxrzUnKWrVL_G