Category: ท่องเที่ยว

  • เปิดราคาอาหาร “ย่านสีลม-สุรวงศ์” 14 ปี ยุค 5 รัฐบาลเปลี่ยนไปแค่ไหน

    เปิดราคาอาหาร “ย่านสีลม-สุรวงศ์” 14 ปี ยุค 5 รัฐบาลเปลี่ยนไปแค่ไหน

    เปิดราคาอาหาร “ย่านสีลม-สุรวงศ์” 14 ปี ยุค 5 รัฐบาลเปลี่ยนไปแค่ไหน

    สำรวจราคาอาหารสตรีทฟู้ด-ข้าวแกง ย่านสีลม-สุรวงศ์ 14 ปี (2555-2569) ในยุค 5 รัฐบาล จาก “ยิ่งลักษณ์” ถึง “อนุทิน” จากจานละ 31 เป็น 65 บาท สะท้อนเศรษฐกิจแต่ละยุค

    จากอาหารจานละ 31 บาทเมื่อ 14 ปีก่อน วันนี้การจะหาอาหารสักมื้อในราคาเท่าเดิมแทบเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะราคาอาหารตามสั่งและข้าวแกงทั่วไปปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับ 60-70 บาทต่อจานเป็นอย่างน้อย โดยเฉพาะในย่านใจกลางเมือง

    หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า หรือสนามบิน ที่ต้องแบกรับต้นทุนทั้งค่าเช่า ค่าแรง และค่าวัตถุดิบที่สูงกว่า ส่งผลให้เมนูธรรมดาในชีวิตประจำวันราคาสูงลิ่ว บ้างถึงหลักร้อยกว่า 

    ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) ได้สำรวจราคาอาหารในย่าน “สีลม-สุรวงศ์” ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของไทย หรือย่าน CBD มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งสมมติฐานว่าราคาอาหารในย่านนี้น่าจะเป็นราคามาตรฐานเพราะเป็นในใจกลางเมือง ในบริเวณอื่นน่าจะถูกกว่านี้ ยกเว้นในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้ไปท่องเที่ยวเป็นครั้งคราว  การสำรวจพื้นที่สีลม จึงถือเป็นตัวแทนสำคัญสำหรับกรุงเทพมหานครและประเทศไทยโดยรวม

    และการสำรวจพบว่า ราคาอาหารเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 31 บาทต่อจานในปี 2555 เป็น 65.3 บาทต่อจานในปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 110% ภายในระยะเวลา 14 ปี

    หากคิดเป็นอัตราเฉลี่ย ราคาอาหารปรับเพิ่มขึ้นปีละ 5.5% ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทางการในหลายช่วงเวลา สะท้อนภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องของคนเมือง โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่ใช้ชีวิตในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ

    เปิดราคาอาหาร “ย่านสีลม-สุรวงศ์” 14 ปี ยุค 5 รัฐบาลเปลี่ยนไปแค่ไหน

    โดยรายละเอียดผลสำรวจราคาอาหารในช่วงปี’ 55-69 แยกตามรายปี พบว่า

    • พ.ค. 55 ราคาเฉลี่ย 31 บาท/จาน
    • พ.ค. 56 ราคาเฉลี่ย 31.8 บาท/จาน
    • พ.ค. 57 ราคาเฉลี่ย 34.3 บาท/จาน
    • พ.ค. 58 ราคาเฉลี่ย 38.4 บาท/จาน
    • พ.ค. 59 ราคาเฉลี่ย 41.7 บาท/จาน
    • พ.ค. 60 ราคาเฉลี่ย 45.7 บาท/จาน
    • พ.ค. 61 ราคาเฉลี่ย 48.1 บาท/จาน
    • พ.ค. 62 ราคาเฉลี่ย 50.2 บาท/จาน
    • พ.ค. 63 ราคาเฉลี่ย 51.4 บาท/จาน
    • มิ.ย. 64 (เลื่อนสำรวจช่วงโควิด) ราคาเฉลี่ย 53.5 บาท/จาน
    • พ.ค. 65 ราคาเฉลี่ย 57 บาท/จาน
    • พ.ค. 67 ราคาเฉลี่ย 62.8 บาท/จาน
    • มิ.ย. 68 ราคาเฉลี่ย 64 บาท/จาน
    • พ.ค. 69 ราคาเฉลี่ย 65.3 บาท/จาน

    อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจับตาไม่ใช่เพียงการที่ราคาอาหารยังคงปรับตัวสูงขึ้น แต่เป็นการที่อัตราการขึ้นราคาเริ่มชะลอลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า ค่าแรง และค่าเช่าพื้นที่

    ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพเศรษฐกิจอีกด้านหนึ่ง คือกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ จนทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้มากเหมือนในอดีต เพราะยิ่งราคาสูงขึ้น ความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะลดการใช้จ่ายหรือหันไปเลือกร้านที่ราคาถูกกว่าก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

    เปรียบเทียบราคาอาหารแต่ละรัฐบาล 

    เมื่อย้อนดูการเปลี่ยนแปลงของราคาอาหารในแต่ละยุครัฐบาล ตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ,พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เศรษฐา ทวีสิน, แพทองธาร ชินวัตร จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน จะพบว่าตัวเลขบนป้ายราคาอาหารไม่ได้สะท้อนแค่ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนไทยในแต่ละช่วงเวลาอีกด้วย

    • ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ราคาอาหารเพิ่มขึ้นปีละ 5.2%
    • ในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังรัฐประหาร 9 ปี (พฤษภาคม 2557-2566) ราคาอาหารเพิ่มขึ้น 77% หรือเท่ากับเพิ่มขึ้นปีละ 6.6% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขเงินเฟ้อของทางราชการ แสดงว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของทางราชการไม่ได้ผลเท่าที่ควร 
    • มาถึงยุครัฐบาล เศรษฐา ราคาอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 3.3%
    • และในยุครัฐบาลแพทองธาร ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 2.0% 

    ทั้งนี้คงเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจที่ดูเงินฝืด ทำให้ราคาสินค้าไม่สามารถขึ้นได้มาก ถ้าขึ้นราคามากก็คงไม่มีความสามารถในการซื้อ เช่นเดียวกับในยุครัฐบาลอนุทินที่ราคาอาหารในรอบปีที่ผ่านมาก็เพิ่มขึ้นเพียง 2.0% เช่นกัน

    สรุปการเปลี่ยนแปลงราคาอาหาร สีลม สุรวงศ์ สาทร 2555-2569

    • ราคาอาหารต่อจาน พฤษภาคม 2555 ประมาณ 31 บาท
    • ราคาอาหารต่อจาน พฤษภาคม 2569 ประมาณ 65.3 บาท
    • ปรับเพิ่ม 2555-2569 ราว 110.5%
    • ราคาอาหารปีล่าสุด (2568-2569) 2.0%
    • ราคาอาหารยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์ (2555-2557) เพิ่มปีละ 5.2%
    • ราคาอาหารยุครัฐบาล ประยุทธ์ (2557-2566) เพิ่มปีละ 6.6%
    • ราคาอาหารยุครัฐบาล เศรษฐา (2557-2567) เพิ่มปีละ 3.3%
    • ราคาอาหารรัฐบาล แพรทองธาร (2567-2568) เพิ่มปีละ 2.0%
    • ราคาอาหารยุครัฐบาล อนุทิน (2568-2569) เพิ่มขึ้นปีละ 2.0%

    ทั้งนี้ AREA ระบุว่า มีผู้ค้าบางรายไม่สามารถขึ้นราคาอาหารได้ เพราะคนซื้อไม่มีกำลังซื้อเท่าที่ควร ทั้งที่วัตถุดิบในการทำอาหารเพิ่มขึ้นก็ตาม จะสังเกตได้ว่าร้านที่ยังพยายามยืนราคาอาหารไว้ หรือไม่ขึ้นราคา จะมีผู้เข้าคิวอุดหนุนมากเป็นพิเศษ จากการสัมภาษณ์ผู้ค้าพบว่า สิ่งที่ส่งผลที่เด่นชัดกว่าก็คือ “ค่าเช่า” พื้นที่ค้าปลีกเพื่อการขายอาหาร หากค่าเช่าแพงขึ้นมาก จะทำให้ราคาอาหารเพิ่มมากขึ้น บางแห่งเช่าพื้นที่ขนาดประมาณ 18 ตารางเมตร เป็นเงินถึง 60,000 บาทต่อเดือน หรือ ตรม.ละ 3,333 บาท

    จากการที่ค่าเช่าพื้นที่ขายแพง เลยมีร้านอาหารประเภท “อาหารกล่อง” คือให้ผู้ซื้อ ๆ กลับไปรับประทานที่อื่น จึงประหยัดค่าเช่าได้มาก ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญ และตามศูนย์อาหารต่าง ๆ ยังพบว่าร้านค้าหลายแห่งหายไปบางแห่งปิดร้านไปตั้งแต่ช่วงโควิดเมื่อ 1-2 ปีก่อน ปี 2563-2564

    อย่างไรก็ตาม ร้านค้าที่ปิดไปส่วนมาก เพิ่งปิดในช่วงปี 2564-2565 นี้เอง แต่ในการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ร้านค้าต่าง ๆ กระเตื้องขึ้นแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/743305&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AJVDCOpzMwRrb9NCpVKPd

  • ก.ท่องเที่ยว หนุนศึก VNL 2026 ดัน Sports Tourism สร้างรายได้กว่า 2 พันลบ. : อินโฟเควสท์

    ก.ท่องเที่ยว หนุนศึก VNL 2026 ดัน Sports Tourism สร้างรายได้กว่า 2 พันลบ. : อินโฟเควสท์

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าสนับสนุนการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ ลีก 2026 (Volleyball Nations League 2026 : VNL 2026) เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ พร้อมผลักดัน “Sports Tourism” สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การแข่งขัน VNL 2026 ซึ่งเริ่มสนามแรกวันนี้ (3 มิ.ย) ณ เมืองหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นมหกรรมกีฬาระดับโลกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติ ทั้งด้านสนามแข่งขัน ระบบบริหารจัดการ และการต้อนรับนักกีฬาและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้กีฬาเป็น Soft Power เพื่อสร้างรายได้ กระตุ้นการท่องเที่ยว และเสริมภาพลักษณ์ประเทศ โดยการแข่งขัน VNL 2026 จะช่วยสร้างการรับรู้ประเทศไทยในระดับนานาชาติ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง” นายสุรศักดิ์ กล่าว

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อมั่นว่า การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของไทย จะช่วยตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะ “World-Class Sports Destination” และสนับสนุนนโยบาย “Tourism and Sports Hub” ของรัฐบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้ กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินว่า การจัดการแข่งขัน VNL 2026 ในประเทศไทย จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 2,000 ล้านบาท จากการเดินทางของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และแฟนกีฬาทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง ขนส่ง ค้าปลีก และบริการด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจนช่วยกระตุ้นการจ้างงานและรายได้ในพื้นที่

    นอกจากนี้ การแข่งขันยังเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านการถ่ายทอดสดและสื่อดิจิทัลทั่วโลก ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและการท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมต่อยอดการเติบโตของอุตสาหกรรม Sports Tourism ของไทยในระยะยาว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มิ.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/597988&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UNIi55uqiefJe5aInZTrH

  • “เกาะเสม็ด” ยังปลอดภัย ภาคท่องเที่ยวพร้อมเยียวยา-วางแนวทางป้องกัน

    “เกาะเสม็ด” ยังปลอดภัย ภาคท่องเที่ยวพร้อมเยียวยา-วางแนวทางป้องกัน

    (3 มิ.ย. 69) จากกรณี นักท่องเที่ยวชาวไทยออกมาแฉประสบการณ์เลวร้ายจากการไปพักผ่อนที่อ่าวช่อ เกาะเสม็ด จ.ระยอง แล้วเพื่อนร่วมทริปรายหนึ่ง ถูกหนุ่มก่อสร้างที่อยู่ใกล้กับโรงแรมที่พัก บุกห้องพักหวังขืนใจ โชคดีที่แฟนของหญิงรายดังกล่าวเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน แต่การจัดการหลังเหตุร้ายของโรงแรมดังกล่าวทำให้เขาตัดสินใจที่จะไม่เที่ยวเกาะเสม็ดต่อ แม้จะจับตัวคนร้ายได้แล้ว

    .

    ล่าสุด นางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทางโรงแรมที่พักอาศัย และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังเกิดเหตุก็ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้ภายในคืนเดียวกัน โดยทราบว่าผู้ก่อเหตุ เป็นบุคคลภายนอกที่เข้ามาทำงานและก่อเหตุขึ้น ตอนนี้ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว

    .

    ในส่วนของผู้เสียหาย เบื้องต้นทางรีสอร์ทที่พักอาศัยได้มีการพูดคุยกับทางผู้เสียหาย พร้อมดูแล และเยียวยา ตั้งแต่เกิดเหตุอย่างเต็มที่ ทางรีสอร์ทไม่ได้นิ่งนอนใจยังได้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยเพิ่มขึ้นในวันเดียว จึงขอยืนยันว่าทางเกาะเสม็ดได้ยกระดับเพิ่มมาตรการความปลอดภัยเข้มขึ้นไปอีก และขอยืนยันว่า “เกาะเสม็ดยังปลอดภัยอยู่”

    .

    ด้านนายพิศณุ เขมะพรรค์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด กล่าวเสริมว่า ทราบกันดีว่าในอีกไม่กี่วันทางเกาะเสม็ด จะมีการจัดงาน เกาะเสม็ดอินเลิฟ ในส่วนเรื่องของมาตรการความปลอดภัย นทท. จากเดิมเข้มอยู่แล้ว ก็จะมีการประชุมร่วมกับ ตำรวจ, อุทยานฯ, อบต. และชุดรักษาความปลอดภัย บูรณาการร่วมกัน และเพิ่มความปลอดภัยเข้มขึ้นไปอีก เพื่อให้ นทท. มาเที่ยวเกาะเสม็ด “งานเสม็ดอินเลิฟ” ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

    .

    ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ ได้จับกุม นายณัฐพงศ์ (สงวนสกุล) อายุ 31 ปี พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ และแจ้งข้อหา “พยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น , บุกรุกเคหสถาน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะให้กำลังประทุษร้ายในเวลากลางคืน , ร่วมกันลักลอบเล่นการพนันออนไลน์ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/crime/Nkmud0PsL&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SFgLLeDp2udi6V_Mqtlkc

  • ลำแก่นร้อง สว. ปรับแบ่งรายได้สิมิลัน ยกระดับความปลอดภัยท่องเที่ยว | TOPNEWS

    ลำแก่นร้อง สว. ปรับแบ่งรายได้สิมิลัน ยกระดับความปลอดภัยท่องเที่ยว | TOPNEWS

    วันที่ 3 มิ.ย. 2569 น.ส.เฉลิมศรี แพใหญ่ นายกเทศมนตรีตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์และผู้ประกอบการท่องเที่ยวหมู่เกาะสิมิลันกว่า 400 ลำ เข้ายื่นหนังสือต่อ พลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เพื่อขอให้พิจารณาแก้ไขหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินรายได้จากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันใหม่ ให้สอดคล้องกับภาระหน้าที่จริงในพื้นที่ เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนอย่างยั่งยืน โดยระบุว่าแม้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันจะตั้งอยู่ในเขตตำบลลำแก่น ซึ่งเป็นหน้าด่านสำคัญในการเดินทางสู่หมู่เกาะสิมิลัน แต่เทศบาลกลับไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนตามกฎกระทรวง เนื่องจากพื้นที่อุทยานอยู่ในเขตตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี

    ประชาชนในพื้นที่ระบุว่า กลิ่นเหม็นดังกล่าวมักเกิดขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงฝนตก ส่งผลให้หลายคนมีอาการแสบจมูก เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสถานที่สำคัญของชุมชน ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่ง มัสยิดบ้านทุ่ง และบ้านพักผู้สูงอายุมัสยิดบ้านทุ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และประชาชนใช้ประกอบศาสนกิจและกิจกรรมสาธารณะเป็นประจำ ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

    นอกจากนี้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลลำแก่น ยังต้องเผชิญปัญหาการติดต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและกฎหมาย ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอคุระบุรี ทำให้ต้องเดินทางไกลกว่า 100 กิโลเมตร สร้างภาระทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่าย โดยกลุ่มผู้ประกอบการได้เสนอให้มีการปรับเกณฑ์จัดสรรรายได้ให้สอดคล้องกับพื้นที่ปฏิบัติงานจริง เพื่อเพิ่มงบประมาณสำหรับยกระดับความปลอดภัย การจัดการสิ่งแวดล้อม และการรองรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งผลักดันระบบ One-Stop Service หรือการจัดตั้งจุดบริการภาครัฐใกล้พื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว

    จักรพันธ์ รัตนอาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.พังงา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1592040&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dMshwMOnYuFBoIwlfT7hD

  • “รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา” สั่งเข้มดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ย้ำยกระดับมาตรฐานบริการรถสาธารณะ สร้างความเชื่อมั่นภาพลักษณ์ประเทศไทย | TOPNEWS

    “รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา” สั่งเข้มดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ย้ำยกระดับมาตรฐานบริการรถสาธารณะ สร้างความเชื่อมั่นภาพลักษณ์ประเทศไทย | TOPNEWS

    3 มิ.ย. 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุคนขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นในพื้นที่ย่านอโศก กรุงเทพมหานคร ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามข้อเท็จจริงและการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมเฉพาะบุคคลที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายการท่องเที่ยวคุณภาพของรัฐบาล และไม่สะท้อนภาพรวมของผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมกันยกระดับมาตรฐานการบริการและมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เน้นย้ำการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจท่องเที่ยว กรมการขนส่งทางบก ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มมาตรการคัดกรอง ตรวจสอบ และกำกับดูแลผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะให้มีมาตรฐานและมีจิตสำนึกด้านการบริการที่เหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1592131&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VYyzNB3m1BVsUuG4H-H0B

  • สนามบินภูเก็ตเตรียมเปิดระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ 13 มิ.ย นี้

    สนามบินภูเก็ตเตรียมเปิดระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ 13 มิ.ย นี้

    สนามบินภูเก็ตเตรียมเปิดระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ 13 มิ.ย นี้ รองรับผู้โดยสารช่วงหนาแน่น

    น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความหนาแน่นของผู้โดยสารบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต รวมถึงประเด็นการเรียกเก็บค่าบริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านช่องตรวจคนเข้าเมือง รัฐบาลกำชับให้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริง พร้อมเร่งแก้ไขปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับผู้โดยสาร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น

    ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต เตรียมเปิดให้บริการระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติขาออก อย่างเป็นทางการในวันที่ 13 มิ.ย. นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร เพิ่มความรวดเร็วในการผ่านกระบวนการตรวจหนังสือเดินทาง ลดระยะเวลาการรอคอย และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการตรวจคนเข้าเมืองให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รองรับการเติบโตของปริมาณผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานภูเก็ต

    น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า การให้บริการในพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ตอยู่ภายใต้ขั้นตอนและมาตรฐานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รับสิทธิพิเศษในการผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12819716&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29NI_NkRbGB51DODT_tjKW

  • ชาวบ้านหวั่น โครงการปรับปรุงบ่อน้ำผุดท่าช้าง ทำตาน้ำใต้ดินสูญหาย | one31.co.th

    ชาวบ้านหวั่น โครงการปรับปรุงบ่อน้ำผุดท่าช้าง ทำตาน้ำใต้ดินสูญหาย | one31.co.th

    บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด
    อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส 50 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)
    แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

    บริษัทในเครือ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
    www.theoneenterprise.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.one31.net/news/detail/79259&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Asjk3S8k2HLu9nCMW599v

  • ซีพี ออลล์ ‘รักษ์เกาะช้าง 24 ชั่วโมง’ หนุนท่องเที่ยวเชิงคุณค่า สร้างชุมชนอุ่นใจ

    ซีพี ออลล์ ‘รักษ์เกาะช้าง 24 ชั่วโมง’ หนุนท่องเที่ยวเชิงคุณค่า สร้างชุมชนอุ่นใจ

    ในช่วงที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับความยั่งยืน ‘วันสิ่งแวดล้อมโลก’ และ ‘วันทะเลโลก’ ไม่ได้เป็นเพียงวันรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ

    หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตาในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพของไทยคือ ‘เกาะช้าง’ จังหวัดตราด เกาะขนาดใหญ่ที่มีความโดดเด่นด้านธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ การรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติจึงไม่เพียงเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับเกาะช้างสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณค่าที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ด้วยแนวคิดดังกล่าว ชมรมจิตสาธารณะ ซีพี ออลล์ จึงร่วมกับอำเภอเกาะช้าง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น จัดกิจกรรม ‘รักษ์เกาะช้าง 24 ชั่วโมง’ณ ลานกิจกรรม ‘คอเขาขาด’ โครงการ Blue Haven Bay เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อม พร้อมปลูกจิตสำนึกด้านการจัดการขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo02.jpg

    บุญเชิด สรแสง นายอำเภอเกาะช้าง กล่าวว่า เกาะช้างถือเป็นหนึ่งในทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดตราดและของประเทศ การดูแลรักษาความสะอาด ความสวยงาม และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะและรักษาสมดุลของธรรมชาติในระยะยาว

    กิจกรรมในครั้งนี้จัดเก็บขยะทั้งบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง และในทะเลได้รวมกว่า 2 ตัน สอดคล้องกับแนวทาง ‘สร้างชุมชนอุ่นใจ’ ของซีพี ออลล์ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo03.jpg

    “เกาะช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในระดับโลก การรักษาความสวยงามของธรรมชาติและทัศนียภาพโดยรอบจึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างคุณค่าและความยั่งยืนให้กับพื้นที่ เราต้องการให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อให้เกาะช้างยังคงเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพสำหรับนักท่องเที่ยวในอนาคต”

    — ยุทธศักดิ์ กล่าว

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo04.jpg

    กิจกรรม ‘รักษ์เกาะช้าง 24 ชั่วโมง’ ประกอบด้วยการรวมพลังอาสาสมัครและประชาชนในพื้นที่เก็บขยะบริเวณชายหาดและพื้นที่สาธารณะ การส่งเสริมความรู้ด้านการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ตลอดจนการรวบรวมข้อมูลปริมาณขยะที่จัดเก็บได้ เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในอนาคต

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo05.jpg

    การดำเนินงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อำเภอเกาะช้าง เทศบาลตำบลเกาะช้าง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง สมาคมการค้าตราดเวลเนส โครงการ Blue Haven Bay สถานีตำรวจเกาะช้าง โรงพยาบาลเกาะช้าง โรงเรียนเกาะช้างวิทยาคม ตลอดจนผู้ประกอบการ ชุมชน และอาสาสมัครในพื้นที่

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo06.jpg

    ซึ่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ‘ความยั่งยืน’ ได้กลายเป็นหัวใจของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวยุคใหม่ และเป็นพลังสำคัญในการรักษาคุณค่าของเกาะช้างให้เติบโตควบคู่กับเศรษฐกิจและชุมชนอย่างสมดุลในอนาคต

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo07.jpg

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo08.jpg

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo09.jpg

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo10.jpg

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo11.jpg

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo12.jpg

    cpall-kohchang-sustainable-tourism-SPACEBAR-Photo13.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/cpall-kohchang-sustainable-tourism&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0InwJO0egUlnKFQJO5zvv0

  • ชาวจ.เลยจัดกิจกรรมเก็บขยะร่วมส่งภูกระดึงเข้านอนยาว 4 เดือน | เดลินิวส์

    ชาวจ.เลยจัดกิจกรรมเก็บขยะร่วมส่งภูกระดึงเข้านอนยาว 4 เดือน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง นายยเดช อักษรวงศ์ นายอำเภอภูกระดึง เป็นประธาน จัดกิจกรรมเก็บขยะเพื่อส่งภูกระดึงเข้านอน โดย นายประครอง สายจันทร์ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย หัวหน้าส่วนราชการ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนในพื้นที่อำเภอภูกระดึง ผู้ประกอบการร้านค้า ลูกหาบ ประชาชนโดยรอบ และนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรม 

    นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงกล่าวว่า อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญและมีชื่อเสียงของจังหวัดเลย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภูเขาหินทรายขนาดใหญ่ มีพื้นที่รับผิดชอบรวมทั้งสิ้น 217,576.25 ไร่            

    โดยบริเวณยอดภูกระดึงมีพื้นที่ราบกว้างใหญ่ ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 37,500 ไร่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ประกอบด้วย หน้าผา น้ำตก ทุ่งหญ้าป่าสน ไม้ดอกนานาพันธุ์ และสัตว์ป่านานาชนิด จากความสวยงาม และความมหัศจรรย์ของภูกระดึง สามารถดึงดูดความสนใจ จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้เดินทาง มาท่องเที่ยวภูกระดึงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงที่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ติดต่อกันหลายวัน

    ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง เป็นเวลา 8 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือน ตุลาคม ถึงเดือน พฤษภาคม และปิดการท่องเที่ยวเป็นเวลา 4 เดือนตั้งแต่เดือน มิถุนายน ถึงเดือน กันยายน ของทุกปี สำหรับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐาน (เชิงเขา) และเส้นทางขึ้น-ลงเขา บริเวณซำแฮก รวมถึงน้ำตกตาดฮ้อง และวังอีเมือง ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ที่ ภด.3 (นาน้อย) ยังเปิดให้บริการตามปกติ

    ฤดูกาลปิดการท่องเที่ยวได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง  จึงได้จัดกิจกรรมเก็บขยะระหว่างเส้นทางขึ้น-ลงเขา โดยการนำเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการร้านค้า ผู้ประกอบการลูกหาบ และเชิญชวนจิตอาสาจากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่อำเภอภูกระดึง ร่วมกันเก็บขยะและนำขยะตกค้างตามเส้นทางขึ้น-ลงเขา นำกลับลงมากำจัดที่เชิงเขา เพื่อให้เกิดการสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ และจิตอาสาในพื้นที่อำเภอภูกระดึง ดูแลความสะอาด และเตรียมฟื้นฟูพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงในช่วงปิดฤดูกาลท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ร่วม กับ สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ–ภูกระแต โครงการป่านันทนาการภูป่าเปาะ สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 และชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะ เพื่อร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภายในกลุ่มพื้นที่อำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน และอำเภอภูหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และภูมิทัศน์ ทางธรณีวิทยาที่สำคัญของจังหวัดเลย ให้เกิดเป็นโครงข่ายการท่องเที่ยวต้นแบบ ที่เชื่อมโยงทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชนเข้าด้วยกันอย่างสมดุล และที่สำคัญกิจกรรมนี้ ยังสะท้อนถึงความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการท่องเที่ยว และชุมชนในพื้นที่ ในการร่วมกันเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างสมดุลและยั่งยืน การจัดกิจกรรมเก็บขยะเพื่อส่งภูกระดึงเข้านอนในปีนี้ จึงมีความพิเศษ ในรูปแบบ “มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติและภูผา พลัส เทรล” ที่จะมีการส่งภูกระดึงเข้านอน…แล้วไปปลุกอีก “สองภู” ให้ตื่นนอน นั่นคือ ส่งต่อการท่องเที่ยวให้กับ ภูป่าเปาะ อำเภอหนองหิน และภูผาแดง อำเภอภูหลวง ภายหลังจากการปิดฤดูกาลท่องเที่ยวของภูกระดึงในปีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5912045/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3walWDZVx2wYvpzFoEAGrW

  • ‘LOVE PRIDE 2026’ เปลี่ยน EM DISTRICT เป็นแลนด์มาร์ก Pride ใจกลางกรุง

    ‘LOVE PRIDE 2026’ เปลี่ยน EM DISTRICT เป็นแลนด์มาร์ก Pride ใจกลางกรุง

    เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ เอ็ม ดิสทริค (เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์) ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), วีซ่า ประเทศไทย,  ภาครัฐ เอกชน ร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month 2026 อย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “LOVE PRIDE 2026” จัดเต็มกิจกรรมสร้างสรรค์ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ ภายใต้แนวคิดการผลักดันกรุงเทพมหานครสู่ “Global Pride Destination”  พร้อมเนรมิตทั่วทั้งย่านสุขุมวิทให้กลายเป็น Pride Landmark ใจกลางเมืองผ่านงาน Installation Art และ Immersive Experience สุดตระการตา ณ เอ็ม ดิสทริค

    'LOVE PRIDE 2026' เปลี่ยน EM DISTRICT เป็นแลนด์มาร์ก Pride ใจกลางกรุง

    สำหรับพิธีเปิดงาน “LOVE PRIDE 2026” ได้รับเกียรติจาก คุณสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ คุณศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, EM DISTRICT, SIAM PARAGON RETAIL และ BANGKOK MALL ร่วมกันปล่อยขบวนพาเหรด “LOVE PRIDE 2026” ที่เป็นการรวมพลังจากภาครัฐ เอกชน และเหล่า Pride Icons ของเมืองไทย นำโดย ก็อดแลนด์ (GAWDLAND) ผู้ชนะ RuPaul’s Drag Race UK vs The World ซีซั่น 3, แอนโทเนีย โพซิ้ว, มิสทิฟฟานี่ 2026, เน็ต-เจเจ-ติวเตอร์-ยิม จาก DOMUNDI, กอล์ฟ – ปีเตอร์ – บี – เยียร์ จากโมโจ มิวส์, พอร์ช – อาม รวมทั้งเหล่า KOLS ชื่อดัง ร่วมเคลื่อนขบวนจาก เอ็มสเฟียร์สู่สนามกีฬาเทพหัสดิน (สนามกีฬาแห่งชาติ) เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล Pride อย่างยิ่งใหญ่ของกรุงเทพมหานคร และแสดงความพร้อมในการร่วมสนับสนุนกรุงเทพฯ ในการเป็นเจ้าภาพงาน WORLD PRIDE 2030

    'LOVE PRIDE 2026' เปลี่ยน EM DISTRICT เป็นแลนด์มาร์ก Pride ใจกลางกรุง

    นอกจากนี้ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ ยังจัดเต็มด้วยกิจกรรมไฮไลท์มากมาย อาทิ , Pride stage เวทีแสดงความสามารถของเหล่า LGBTQIA+ บริเวณด้านหน้าเอ็มสเฟียร์, งาน “Thailand Pride Economy Forum 2026” เวทีรวมผู้นำภาครัฐ เอกชน และ ครีเอทีฟ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Pride Economy, Pride Exhibition & Party “100 Voices to World Pride 2030” นิทรรศการที่สะท้อนเสียงและพลังของความหลากหลายจากผู้คนกว่า 100 ตัวแทนทั่วประเทศ

    รวมถึงงาน Amis Pride Marche 11 – 14 มิถุนายน 2569 ที่ Sphere Gallery1 ชั้น M เอ็มสเฟียร์ มาร์เก็ตที่รวบรวมแบรนด์แฟชั่นสุดเฟียสสำหรับสายแฟและชาว LGBTQIA+  และอีกหนึ่งไฮไลต์งาน “Voyage Bangkok Pride Market” ระหว่างวันที่ 18 – 30 มิถุนายน 2569 ณ Quartier Avenue ชั้น G เอ็มควอเทียร์ พบกับสินค้าสุดพิเศษจากกลุ่ม LGBTQIA+ พร้อมกิจกรรมมากมาย ทั้ง Pride Cabaret Show, คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง และ Pride Parade โดย EMDINING ร้านอาหารภายใน 3 ศูนย์การค้า และ โซน EM WONDER ชั้น 5 เอ็มสเฟียร์ ยังร่วมสร้างสีสันด้วยเมนูและโปรโมชั่นพิเศษตลอดเดือน Pride  พร้อมเนรมิตพื้นที่ทั่วศูนย์การค้าด้วยงานศิลปะที่สะท้อน Diversity และ Individuality ของผู้คนทุก Gender และทุก Identity ด้วย “Reflection of Pride” อุโมงค์กระจก Reflective Mirror Installation กว่า 250 ชิ้น ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มองเห็นและภาคภูมิใจในตัวตนของตัวเองอย่างอิสระ “Giant Inflatable Unicorn” สูงกว่า 10 เมตร หน้าศูนย์การค้า เอ็ม สเฟียร์

    'LOVE PRIDE 2026' เปลี่ยน EM DISTRICT เป็นแลนด์มาร์ก Pride ใจกลางกรุง

    ไม่เพียงเท่านี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ปยังผนึกกำลังสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย จัด “We All Pride Thailand 2026 @ Bangkapi” ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ภายใต้แนวคิด “Empowering Diversity, Advancing Equity, Inspiring Inclusion” ยกระดับศูนย์การค้าแห่งนี้สู่ Pride Community Hub ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 จะมีขบวนพาเหรดจากภาคประชาสังคม เริ่มต้นจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) สิ้นสุดที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ พร้อมนิทรรศการที่สะท้อนศักยภาพของไทยในการก้าวสู่จุดหมายปลายทาง LGBTQIA+ ระดับโลก

    'LOVE PRIDE 2026' เปลี่ยน EM DISTRICT เป็นแลนด์มาร์ก Pride ใจกลางกรุง

    ร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจไปกับ “LOVE PRIDE 2026” ตลอดเดือนมิถุนายน ณ เดอะมอลล์ และ เอ็ม ดิสทริค ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ FACEBOOK: EMPORIUM EMQUARTIER และ EMSPHERE AT EM DISTRICT หรือ LINE @EMDISTRICT

    'LOVE PRIDE 2026' เปลี่ยน EM DISTRICT เป็นแลนด์มาร์ก Pride ใจกลางกรุง

    'LOVE PRIDE 2026' เปลี่ยน EM DISTRICT เป็นแลนด์มาร์ก Pride ใจกลางกรุง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/lifestyle/spring-life/863656&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fDFlJ1KLKBnhd1_29mvCl