Category: ท่องเที่ยว

  • รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมภริยา นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

    รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมภริยา นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

    รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมภริยา นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี


    4/06/2569 | 64 |

    วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 07.00 น. ณ บริเวณท้องสนามหลวง นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยภริยา เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคู่สมรส เป็นประธานในพิธี
    ในการนี้ นายพัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 149 รูป

    การเข้าร่วมพิธีมหามงคลในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของบุคลากรในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว ยังเป็นการสะท้อนถึงการสืบสานเอกลักษณ์และประเพณีการทำบุญทางพระพุทธศาสนาอันดีงามของไทย ซึ่งทางกระทรวงฯ มีวิสัยทัศน์และภารกิจในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขับเคลื่อนภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ประจักษ์

    ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีที่ท้องสนามหลวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เดินทางไปร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ พระบรมมหาราชวัง เพื่อความเป็นสิริมงคลสืบไปง

    ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/164762


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/509223&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gDKWs5aqwMa0LqB6K9IrO

  • ผู้จัดการฯรีสอร์ท เกาะช้าง วอนภาครัฐอัดมาตรการภาษีช่วยพยุงธุรกิจท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ผู้จัดการฯรีสอร์ท เกาะช้าง วอนภาครัฐอัดมาตรการภาษีช่วยพยุงธุรกิจท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    จากผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง และเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ทำนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มีเข้าพัก ผู้ประกอบการปรับตัววอนรัฐเร่งพยุงต่อลมหายใจ พร้อมชู “หน้าฝน” สวรรค์คนรักผลไม้-ซีฟู้ดสดเป็นจุดขายรับนักท่องเที่ยวไทยสถานการณ์การท่องเที่ยวเกาะช้างกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก หลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ด้านผู้ประกอบการเร่งปรับกลยุทธ์หันลุยตลาดคนไทย พร้อมวอนภาครัฐอัดมาตรการภาษีช่วยพยุงธุรกิจ คาดไฮซีซั่นผลไม้และอาหารทะเลช่วงหน้าฝนจะช่วยพยุงสถานการณ์ได้

    นางสาวบังอร จิตรจรุญ ผู้จัดการโรงแรมบาราลีบีช รีสอร์ท เกาะช้าง จังหวัดตราด ในเครือโรงแรมสีมาธานี จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงภาพรวมการท่องเที่ยวเกาะช้างในปัจจุบันว่า จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ผลกระทบดังกล่าวจะเป็นเพียงระยะสั้นและสิ้นสุดลงในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 แต่ธุรกิจท่องเที่ยวต้องกลับมาสะดุดอีกครั้งจากปัจจัยภายนอกประเทศ

    “ถัดจากปัญหาชายแดน เราก็เจอกับผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม มาจนถึงเดือนเมษายน 2569 และปัจจุบันก็ยังคงทรงตัวในระดับต่ำ”

    อย่างไรก็ดี ท่ามกลางวิกฤตนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง เกาะช้างยังคงได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางเข้ามาเติมเต็มในช่วงวันหยุดยาวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับกลยุทธ์ หันมาทำตลาดและจัดโปรโมชันดึงดูดคนไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาฐานลูกค้าต่างชาติควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ ทางโรงแรมต่างๆ ยังใช้ช่วงเวลานี้ในการปรับปรุงและรีโนเวทห้องพักเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว

    นางสาวบังอรฯยังระบุว่า อยากให้รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรมในทุกภูมิภาค ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้ไปสู่ผู้ประกอบการ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีหรือการลดหย่อนต่างๆ ที่จะช่วยลดภาระต้นทุนได้เป็นอย่างดี

    สำหรับช่วงฤดูฝน (Green Season) นี้ นางสาวบังอรฯเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวหันมาเที่ยวเกาะช้างมากขึ้น โดยชี้ว่าฝนที่ตกบนเกาะช้างหากไม่ใช่ช่วงพายุ มักจะเป็นฝนที่ตกเพียงช่วงสั้นๆ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น หลังจากนั้นท้องฟ้าจะเปิด มีแดดดี และบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของเกาะช้างมีความชุ่มฉ่ำและมีทะเลที่สวยงาม

    นอกจากนี้ ช่วงนี้ยังเป็นไฮซีซั่นของผลไม้ภาคตะวันออก นักท่องเที่ยวจะได้ลิ้มลองทุเรียนเกาะช้าง มังคุด และเงาะรสเลิศ รวมถึงเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลอาหารทะเลสดๆ โดยเฉพาะกุ้งโอคัก กุ้งแชบ๊วย และหอยเชลล์ที่กำลังทยอยขึ้นมาให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานทานกันแบบสดๆ จึงขอเชิญชวนคนไทยมาสัมผัสเสน่ห์เกาะช้างในมุมมองใหม่ที่คุ้มค่าอย่างแน่นอนนางสาวบังอรฯกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5917512/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14TDMt5x5_qCMqM9FTUboi

  • เครือข่ายพันธมิตรท่องเที่ยว-เกษตร-อาหาร  จับมือต่อยอด

    เครือข่ายพันธมิตรท่องเที่ยว-เกษตร-อาหาร จับมือต่อยอด

    วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.13 น.

    น้ำพริกแม่ปราณี ผลิตภัณฑ์อาหารไทยจากอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ก้าวสู่บทใหม่ของการพัฒนาแบรนด์ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคการท่องเที่ยว เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมอาหาร นำโดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา, สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่, ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง, สวนเอเดน ออร์แกนิกส์, กลุ่มโรงแรมแกรนด์สิริ เขาใหญ่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และต่อยอดมรดกอาหารไทยควบคู่กับการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ พัฒนาห่วงโซ่อุปทานจากวัตถุดิบท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) รวมถึงต่อยอดสู่ตลาดของฝากและของขวัญองค์กร เพื่อสร้างคุณค่าและโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    ​ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจร่วมกันในการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาอาหารไทย โดยเฉพาะ “น้ำพริก” ซึ่งเป็นอาหารที่สะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความหลากหลายของวัตถุดิบในแต่ละภูมิภาคของประเทศ ให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์และรากฐานทางวัฒนธรรมไว้อย่างครบถ้วน

    ​ดร. วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา และผู้ก่อตั้งโรงแรมเดอะเปียโน เขาใหญ่ กล่าวว่า “อาหารไทยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรสชาติ แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น น้ำพริกแม่ปราณีถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและมีความผูกพันกับชุมชนปากช่องมายาวนาน เราจึงต้องการร่วมกันรักษาอัตลักษณ์ดังกล่าว พร้อมพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานการผลิตและความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน เพื่อให้อาหารไทยยังคงคุณค่าและสามารถส่งต่อไปสู่คนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน”

    ​ณรงค์ฤทธิ์ สุขไชยปราการ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตร บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด และผู้ก่อตั้งสวนเอเดน ออร์แกนิกส์ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน  ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบคุณภาพจากเกษตรกรและเครือข่ายผู้ผลิตในชุมชน สนับสนุนแนวทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงการผลิตอาหารเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตทางการเกษตรของท้องถิ่น

    พันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่และประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง กล่าวเสริมว่า “การส่งเสริมน้ำพริกแม่ปราณีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่ใช่แค่การขายผลิตภัณฑ์ แต่คือการดึงจุดแข็งของ ‘Soft Power’ ด้านอาหารถิ่นของปากช่องให้โดดเด่นขึ้นมา ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการ เราพร้อมสนับสนุนการนำผลิตภัณฑ์นี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและยกระดับมาตรฐานผู้ผลิตในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม”

    ​ขณะเดียวกัน ประไพพิศ จารุวดีรัตนา กรรมการที่ปรึกษา บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด และกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมแกรนด์สิริ เขาใหญ่ เน้นย้ำถึงบทบาทการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวว่า ทางกลุ่มโรงแรมพร้อมสนับสนุนการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่มีเรื่องราวและคุณค่าทางวัฒนธรรม ให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การบริการและการท่องเที่ยวในพื้นที่เขาใหญ่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงอัตลักษณ์ความอร่อยที่แท้จริงของปากช่อง

    การพัฒนาผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานของภูมิปัญญาและงานวิจัย​

    อีกหนึ่งแนวทางสำคัญของโครงการ คือการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหารและงานวิจัยมาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยได้รับความร่วมมือทางวิชาการจากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในการศึกษาและพัฒนาด้านสูตรผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอ สะดวกต่อการบริโภค และสามารถรักษารสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยไว้ได้อย่างเหมาะสม

    ​ส่งเสริมอาหารไทยผ่านผลิตภัณฑ์ของฝากและของขวัญองค์กร

    ​นอกเหนือจากการจำหน่ายภายใต้แบรนด์น้ำพริกแม่ปราณี โครงการยังมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของฝากและของขวัญองค์กร (Corporate Gifts) ที่สะท้อนเสน่ห์ของอาหารไทยและวัตถุดิบพื้นบ้าน โดยเปิดรับการผลิตในรูปแบบ OEM สำหรับองค์กร หน่วยงาน และแบรนด์ที่ต้องการนำเสนออัตลักษณ์อาหารไทยในนามของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึกสำหรับงานอีเวนต์ ของขวัญองค์กร หรือสินค้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเปิดรับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันกระจายผลิตภัณฑ์อาหารไทยคุณภาพสู่ผู้บริโภคในทุกภูมิภาค สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น และขยายการรับรู้คุณค่าของอาหารถิ่นปากช่องในวงกว้างยิ่งขึ้น

    ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงภาคการท่องเที่ยว ภาคเกษตรกรรม ภาควิชาการ และผู้ประกอบการอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับมรดกอาหารไทยบนพื้นฐานของวัตถุดิบท้องถิ่น ภูมิปัญญาชุมชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยนับจากนี้ บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด จะดำเนินงานภายใต้ทีมบริหารชุดใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่บทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

    ​เกี่ยวกับน้ำพริกแม่ปราณี

    น้ำพริกแม่ปราณี เป็นผลิตภัณฑ์น้ำพริกจากอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในท้องถิ่นมายาวนานกว่า 30 ปี ด้วยรสชาติที่สะท้อนอัตลักษณ์อาหารไทยและการคัดสรรวัตถุดิบจากท้องถิ่น ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว เกษตรกรรม อาหาร และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันสืบสานมรดกอาหารไทย ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และโรงงานผลิต: บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด เลขที่ 1/12 ถนนหนองกะจะ ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30130

    ติดตามข้อมูลข่าวสาร ได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61578517550773 และ Instagram: https://www.instagram.com/maepranee.official/

    สั่งซื้อสินค้า ปรึกษาการผลิต ​สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ LINE Official: @maepranee และ Email: contact@maepranee.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/968706&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tEUgo_enMWdxppnng-CIh

  • รีวิว ภูตะลึง คาเฟ่ นครนายก เช็คอินคาเฟ่ฮิตกลางหุบเขา 26 ไร่

    รีวิว ภูตะลึง คาเฟ่ นครนายก เช็คอินคาเฟ่ฮิตกลางหุบเขา 26 ไร่

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/mnxoOrYJGy1N&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wmFOT8aYRUe4_MlWtwpfy

  • อุทยานฯ เกาะเสม็ด-ตำรวจ สภ.เพ ตั้งศูนย์ดูแลความปลอดภัยฯ ป้องกันเหตุซ้ำรอยนทท.ถูกคนร้ายพยายามขืนใจคาห้องพัก | เดลินิวส์

    อุทยานฯ เกาะเสม็ด-ตำรวจ สภ.เพ ตั้งศูนย์ดูแลความปลอดภัยฯ ป้องกันเหตุซ้ำรอยนทท.ถูกคนร้ายพยายามขืนใจคาห้องพัก | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มิ.ย.ที่ห้องประชุมเกาะเสม็ด สำนักงานที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด ม.4 ต.เพ อ.เมืองระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลำยอง ศรีเสวก หน. อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด เป็นประธานประชุมหารือล้อมคอกป้องกันเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นในพื้นที่เกาะเสม็ด หลังมีเหตุนักท่องเที่ยวถูกคนร้ายพยายามขืนใจคาห้องพักของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง บริเวณอ่าวช่อ โดยมี พ.ต.ท.สุธี ชื่นจิตต์ รอง ผกก.ป.สภ.เพ พ.ต.ท.อนาวิน เฟื่องอารมย์ สว. ตำรวจท่องเที่ยวระยอง นางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง นายพิศณุ เขมะพรรค์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ, ตำรวจท่องเที่ยวระยอง, ททท.สำนักงานระยอง, ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองระยอง และผู้ประกอบการที่พัก รีสอร์ทบนเกาะเสม็ด ร่วมประชุมหารือวางมาตรการป้องกันเหตุ หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอยกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยวเกาะเสม็ด 

    นายลำยอง เปิดเผยว่า ประชุมได้มีมติในการยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวขึ้น มีมาตรการคุมเข้มนักท่องเที่ยวเข้าออกเกาะเสม็ด โดยเฉพาะแรงงานที่ขึ้นมาทำงาน จะต้องมีการขึ้นทะเบียนประวัติก่อนทำงาน เพื่อเป็นการป้องกันเหตุอาชญากรรม หรือเกิดซ้ำรอยกรณีแรงงานที่มาทำงานพยายามขืนใจนักท่องเที่ยวดังกล่าว โดยเบื้องต้นจะมีการตั้งศูนย์ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวขึ้นที่เกาะเสม็ด โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันกับ สภ.เพ ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และผู้ประกอบการที่พักรีสอร์ทเกาะเสม็ด ซึ่งจะมีการขับเคลื่อนในทุกมิติ ทั้งการติดตั้งกล้อง CCTV ทั่วเกาะด้วย

    ด้าน พ.ต.ท.สุธี เปิดเผยว่า การป้องกันเหตุเป็นเรื่องสำคัญ ไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำอีก สภ.เพ ได้มีการติดตั้งกล้อง AI ที่ท่าเทียบเรือขึ้นเกาะ ก็จะมีการตรวจจับบุคคลที่มีหมายจับ หรือมีประวัติอาชญากรรมพฤติกรรมเสี่ยง จะแจ้งเตือนไปยังกลุ่มไลน์แจ้งเหตุของผู้ประกอบการรีสอร์ท ที่จะมีการตั้งขึ้นด้วย ซึ่งเป็นมาตรการเสริม เพื่อป้องกันเหตุ และเพิ่มความถี่ในการตรวจตราจุดเสี่ยงโดยร่วมกันกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5918124/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21ZWDlLbb9Ch8YKKMfcHDi

  • คนจีนทำธุรกิจในไทย ไม่รับเงินบาท ให้จ่ายผ่านแอปจีน ผิดกม.หรือไม่ แอตต้าจี้ตรวจสอบ

    คนจีนทำธุรกิจในไทย ไม่รับเงินบาท ให้จ่ายผ่านแอปจีน ผิดกม.หรือไม่ แอตต้าจี้ตรวจสอบ

    คนจีนทำธุรกิจในไทย ไม่รับเงินบาท ให้จ่ายผ่านแอปจีน ผิดกม.หรือไม่ แอตต้าจี้ตรวจสอบ

    คนจีนทำธุรกิจในไทย ไม่รับเงินบาท ให้จ่ายผ่านแอปจีน ผิดกม.หรือไม่ แอตต้าจี้ตรวจสอบ

    วันนี้(วันที่ 3 มิถุนายน 2569) จากกรณีที่มีผู้ใช้ TikTok ชื่อว่า JaideeBing and Bao ซึ่งเป็นชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้ทำคลิปบอกเล่าเหตุการณ์ที่ไปพบร้านอาหารจีนย่านห้วยขวาง กทม. ไม่ยอมรับเงินไทย รับแค่เงินหยวนเท่านั้น

    แฉร้านอาหารจีนย่านห้วยขวางปฏิเสธรับเงินบาท

    เหตุการณ์ในคลิป หนุ่มจีนเล่าว่า เพิ่งกินข้าวร้านก๋วยเตี๋ยวที่ห้วยขวาง แล้วก็จ่ายตังค์ เขาบอกว่า “ไม่มีสแกนจ่าย ไม่มีบัญชีไทย ร้านถามว่ามีเงินอื่นหรือไม่ ทำให้ตนเองต้องนำเงินหยวนออกมาจ่าย และต้องจ่ายค่าอาหารเพิ่มอีก 50 บาท จาก 325 บาท เป็น 375 บาท

    หนุ่มจีนโวย  ร้านอาหารจีนย่านห้วยขวาง ไม่รับเงินไทย รับแต่เงินหยวน

    ร้านนี้รับแต่เงินหยวน ตนงงและไม่เข้าว่าทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ ตนโกรธมาก เขาคงคิดว่าตนเองเพิ่งมาอยู่ไทย แต่ตนอยู่มานานแล้ว ครึ่งหนึ่งของผมเป็นคนไทยแล้ว อย่ามาทำแบบนี้ ทุกร้านควรต้องทำให้ถูกกฎหมาย อยู่ไทยก็ควรทำตามกฎหมายไทย แล้วอย่าลืมเสียภาษีด้วย

    คลิปดังกล่าวได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชี่ยลเป็นอย่างมาก 

    คนจีนทำธุรกิจในไทย ไม่รับเงินบาท ผิดกฏหมายข้อไหนบ้าง 

    ทั้งนี้การที่ร้านไม่รับเงินบาท บังคับให้จ่ายหยวนเข้าบัญชีจีน ไม่มี QR ของธนาคารไทย ไม่ออกใบเสร็จ นี่คือเจตนาชัดเจนที่จะทำธุรกรรมให้อยู่ “นอกสายตารัฐ” ซึ่งสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายผิดกฎหมายไทยพร้อมกันหลายฉบับ ดังนี้

    • ​พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 การรับ-แลกเงินตราต่างประเทศ/โอนเงินข้ามแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต
    • พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 การให้บริการรับชำระเงินด้วยระบบที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจากแบงก์ชาติ
    • ประมวลรัษฎากร เลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้ เพราะรายได้ไม่เข้าระบบ ไม่ออกใบเสร็จ
    • พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หากใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้น/ถือกิจการแทน (โทษจำคุกได้ถึง 3 ปี)
    • พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เมื่อเส้นทางเงินถูกออกแบบให้ไหลกลับจีนโดยตรง

    แอตต้า จี้หน่วยงานรัฐ เร่งตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

    นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปวีดีโอ หน่วยงานภาครัฐต้องรีบเข้ามาดำเนินการตรวจสอบทันทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความจริงหรือไม่ หรือเป็นการสร้างข่าวเพื่อต้องการสร้างชื่อเสียง หรือ เรียกให้คนเข้าไปดูคอนเท้นท์  หรือเป็นเพียงการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีการยืนยันข้อเท็จจริงที่แน่ชัด

    ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)

    เรื่องนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงพื้นที่เข้าไปพิสูจน์ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ถ้าจริงก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ด เพื่อรักษามาตรฐานการค้าขายและปกป้องอธิปไตยทางการเงินของประเทศไทย 

    สำหรับการทำธุรกิจในประเทศไทย มีข้อเสนอแนะว่าควรมีการตรวจสอบให้ธุรกิจเหล่านี้เข้าสู่ ระบบธนาคารของไทย อย่างถูกต้อง เช่น การรับชำระผ่านพร้อมเพย์หรือบัญชีธนาคารในไทย (เช่น กสิกรไทย หรือกรุงเทพ) เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินได้อย่างชัดเจน  การใช้เฉพาะแอปพลิเคชันรับชำระเงินจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียวอาจไม่เหมาะสมและอาจส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว 

    นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าของพื้นที่ต้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบพื้นที่ห้วยขวาง รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข เข้าไปเข้มงวดตรวจสอบในพื้นที่เขตห้วยขวาง ทั้งในเรื่องของ สุขลักษณะของสถานประกอบการ ว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ 

    การตรวจสอบสินค้าและเครื่องดื่ม ว่ามีเครื่องหมาย อย. ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อป้องกันสินค้าลักลอบนำเข้าที่ไม่มีคุณภาพ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/660558&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S_c-VeBbn-jsJTk_Hoc__

  • ไม่พบเนื้อหา – สยามรัฐ

    ไม่พบเนื้อหา – สยามรัฐ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/151883&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rmmZlmbOOBWr4tlqCE10y

  • สุรศักดิ์สั่งล้างบางมาเฟียเกาะ ปราบพฤติกรรมนอมินี กู้ภาพท่องเที่ยวไทย

    สุรศักดิ์สั่งล้างบางมาเฟียเกาะ ปราบพฤติกรรมนอมินี กู้ภาพท่องเที่ยวไทย

    สุรศักดิ์สั่งล้างบางมาเฟียเกาะ ปราบพฤติกรรมนอมินี กู้ภาพท่องเที่ยวไทย

    สุรศักดิ์สั่งล้างบางมาเฟียเกาะ ปราบพฤติกรรมนอมินี กู้ภาพท่องเที่ยวไทย

    รมว.ท่องเที่ยวฯ จับมือมหาดไทย-ตำรวจท่องเที่ยว เดินหน้าจัดระเบียบผู้ประกอบการหมู่เกาะดัง ย้ำฟันข้าราชการเอี่ยวมาเฟีย พร้อมปราบธุรกิจนอมินีหวังดึงรายได้เข้าประเทศเต็มเม็ดเต็มหน่วย

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงมาตรการยกระดับความปลอดภัยเพื่อกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

    หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยและการทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวต่างชาติในหมู่เกาะท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น เกาะสมุย และเกาะเสม็ด อย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่ากระทรวงฯ จะบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจท่องเที่ยวเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
     

    ทั้งนี้ มาตรการจัดระเบียบและปราบปรามจะมุ่งเน้นใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย:

    จัดระเบียบหมู่เกาะท่องเที่ยว: ปูพรมตรวจสอบกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และรถสาธารณะในพื้นที่เกาะ ขจัดปัญหามาเฟียคุมเกาะ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ หากพบข้าราชการคนใดมีส่วนรู้เห็นเป็นใจหรืออำนวยความสะดวกให้ผู้กระทำความผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

    กวาดล้างธุรกิจนอมินีและต่างชาติโอเวอร์สเตย์: ขานรับนโยบายคุมเข้มด้านความมั่นคงจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี

    โดยกระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จะขยายผลการตรวจสอบธุรกิจนอมินี (เช่น เคสสถานบันเทิงพัทยา)

    เพื่อป้องกันไม่ให้ต่างชาติเข้ามาตักตวงผลประโยชน์ส่งกลับประเทศต้นทาง พร้อมนำเทคโนโลยีมาช่วยคัดกรองและควบคุมกลุ่มชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดวีซ่า (Overstay)
     

    คัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพร่วมกับ ตม.

    ล่าสุดได้หารือร่วมกับ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่งทางสถานทูตจีนพร้อมให้ความร่วมมือในการช่วยคัดกรองและกำกับดูแลประชากรของตน เพื่อให้ได้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของทั้งสองประเทศ

    “ถึงเวลาที่ต้องเอาจริงเอาจังกับการควบคุมความปลอดภัยแล้ว หากเป็นคนทั่วไปทำผิดต้องจับกุมทันที แต่ถ้าเป็นผู้ประกอบการที่ปล่อยปละละเลยจนเกิดความสูญเสีย จะต้องถูกสั่งให้เร่งแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด” นายสุรศักดิ์ กล่าวสรุป
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/743351&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HzU5PImaWSVvZUNS1QvHw

  • ดวงครึ่งปีหลัง 2569 ราศีพฤษภ 14 พ.ค. – 14 มิ.ย. โดย อาจารย์สุรัชดา

    ดวงครึ่งปีหลัง 2569 ราศีพฤษภ 14 พ.ค. – 14 มิ.ย. โดย อาจารย์สุรัชดา

    ดูดวงครึ่งปีหลัง 2569 ราศีพฤษภ (ผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน)

    ไม่คิดอย่างเพ้อฝันเลื่อนลอย แต่เป็นราศีแห่งการกระทำที่จะต้องมองเห็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่เห็นก็จะไม่เสียเวลาด้วย

    • ราศีที่ช่วยส่งเสริมอาชีพ : ราศีกุมภ์
    • ราศีที่ส่งเสริมการเงิน : ราศีเมถุน
    • ราศีคู่ครอง และหุ้นส่วนที่ดีที่สุด : ราศีพิจิก
    • วันที่ดีที่สุดในสัปดาห์ : วันศุกร์
    • พระพุทธรูป เทพ เทวรูป เสริมสิริมงคล : พระปางรำพึง เจ้าแม่กวนอิม
    • อัญมณี สี แห่งโชคลาภ : โมรา มรกต พลอยสีผักตบ สีชมพู สีน้ำตาล สีเขียว เขียวมรกต

    การเงิน คิดใหม่ ทบทวนซ้ำ  ๆ ซาก  ๆ และละเอียดรอบคอบก่อนที่คิด/พูด/เขียน โดยเฉพาะที่จะต้องเซ็นสัญญา ลงนามในเอกสารสำคัญ ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้มีรายได้ มีลาภ ผลประโยชน์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และไม่ควร “เสี่ยง” ที่จะบุก วิ่งตะลุยไปข้างหน้าอย่างสะเปะสะปะ เพราะอาจทำให้ขาดทุนจนหมดตัว ล้มละลายได้ ซึ่งเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    การงาน เป็น “ผู้ให้” ก่อนถึงจะได้รับ โดยเฉพาะจากการติดต่อ สัมพันธ์ หรือ การใช้สื่อออนไลน์ในการให้ความรู้ คำแนะนำ หรือ การเป็นที่ปรึกษา รวมถึงงาน กิจการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การศึกษา หรือ เขียนนิยายรักโรแมนติค ก็จะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้มีชื่อเสียง มีเงินทองไหลมาเทมา แต่เป็นระยะที่ควรระวัง ทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย เพราะอาจถูกผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ “เขม่น” คอยหาทางกลั่นแกล้ง ที่จะทำให้งาน ภารกิจที่กำลังทำ ล่าช้า หรือ เสียหายได้

    ความรัก “ตามใจเธอ” โดยเฉพาะเรื่องงาน เงิน ที่เขา/เธอ เป็นคนจัดการดูแล ที่ควรหลีกเลี่ยงที่จะแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้ง เพราะอาจทำให้ทะเลาะวิวาทจนแตกหักกันได้ สำหรับคนโสด จากการท่องเที่ยว หรือ ใช้สื่อออนไลน์ ก็อาจทำให้พบรัก เจอคนถูกใจ ที่อาจร่วมสานรัก พัฒนาสัมพันธ์จนได้ครองคู่ แต่ถ้าเขา/เธอ คนนั้นเป็นชาวต่างชาติ ก็ควรตรวจสอบให้ดี ๆ เพราะมีเกณฑ์สูงว่ารูปไม่ตรงปก!

    สุขภาพ อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ถ้าจะสังสรรค์กับมิตรสหาย ก็ควรระวังการลองของแปลกใหม่ โดยเฉพาะที่เป็นสุรา หรือ สารเสพติดใด  ๆ เพราะอาจนำภัยอันตรายร้ายแรงมาให้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/326954/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qwPt8t9hy1f_BiomKEGzm

  • การบินไทย จัดงาน รักคุณเท่าฟ้า 2569 ดีลสุดคุ้ม โปรตั๋วเครื่องบิน ที่ เอ็มสเฟียร์

    การบินไทย จัดงาน รักคุณเท่าฟ้า 2569 ดีลสุดคุ้ม โปรตั๋วเครื่องบิน ที่ เอ็มสเฟียร์

    การบินไทย จัดงาน รักคุณเท่าฟ้า 2569 ดีลสุดคุ้ม โปรตั๋วเครื่องบิน ที่ เอ็มสเฟียร์

    เอิงเอย

    4 มิถุนายน 2569 ( 10:47 )

          การบินไทย จัดงาน “รักคุณเท่าฟ้า 2569” ฉลองครบรอบ 66 ปี ในวันที่ 4-7 มิถุนายน 2569 นี้ที่ Sphere Gallery 1 ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ พร้อมมอบประสบการณ์แห่งการเดินทาง ดีลพิเศษ โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน และ กิจกรรมสุดพิเศษ ตลอด 4 วันเต็ม

    VanderWolf Images / Shutterstock.com

    การบินไทย โปรโมชั่น แพ็กเกจท่องเที่ยว
    ดีลสุดคุ้ม งานรักคุณเท่าฟ้า 2569

         การบินไทย มุ่งมั่นส่งมอบบริการมาตรฐานสากลควบคู่เอกลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อสร้างความประทับใจและความผูกพันกับผู้โดยสารมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ โดยงาน “รักคุณเท่าฟ้า 2569” ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการร่วมเฉลิมฉลองและส่งต่อประสบการณ์พิเศษให้แก่ลูกค้าในทุกมิติของการเดินทาง

    การบินไทย โปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วถูก

    ไฮไลต์ภายในงาน รักคุณเท่าฟ้า 2569

    • โปรโมชั่นบัตรโดยสาร และข้อเสนอพิเศษจากการบินไทย รวมถึงไฮไลต์เส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ – อัมสเตอร์ดัม ที่กลับมาให้บริการอีกครั้ง
    • สิทธิประโยชน์และกิจกรรมจาก Royal Orchid Plus ทั้งการแลกไมล์สะสม ของรางวัล และโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก
    • แพ็กเกจท่องเที่ยวและดีลสุดคุ้มจาก Royal Orchid Holidays ในโอกาสครบรอบ 55 ปี
    • โปรโมชั่นและสินค้าพิเศษจาก Thai Sky Shop, Thai Sky Duty Free รวมถึงบริการด้านการเดินทางจากการบินไทย
    • โปรโมชั่นพิเศษจาก Puff & Pie ร่วมฉลองครบรอบ 30 ปี พร้อมสินค้าและของที่ระลึกเฉพาะภายในงาน
    • เปิดตัว “MASCOT” ตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์ของการบินไทยครั้งแรก พร้อมการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

    JetKat / Shutterstock.com

          ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง พร้อมติดตามข้อเสนอและกิจกรรมพิเศษมากมาย ในงาน “รักคุณเท่าฟ้า 2569” ระหว่างวันที่ 4–7 มิถุนายน 2569 ณ Sphere Gallery 1 ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/DABo3ED1DN24&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aVZc9yfgxRV4_hSHMI-El