Category: ไอที

  • SYNEX หุ้นไอที น่าจับตา โบรกฯ มองปี 69 เด่นต่อเนื่อง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    SYNEX หุ้นไอที น่าจับตา โบรกฯ มองปี 69 เด่นต่อเนื่อง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ปี 2569 น่าจะเป็นอีกปีที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะกระแส AI ที่กำลังกลายเป็น Mega Trend ของโลกธุรกิจ ส่งผลให้หุ้นเทคฯ หลายตัวถูกจับตา หนึ่งในนั้นคือ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX นำโดย นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่หลายโบรกเกอร์มองว่าอยู่ในจังหวะพร้อมรับอานิสงส์จากยุค AI เต็มตัว ทั้งจากพอร์ตสินค้าไอที สมาร์ตดีไวซ์ อุปกรณ์องค์กร รวมถึงโซลูชันด้าน Data Center และ Cloud Infrastructure ที่กำลังมีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    ด้าน หลักทรัพย์กสิกรไทย ระบุ มีมุมมองเชิงบวก เนื่องจากแนวโน้มรายได้และกำไรปี 2569 และ 1Q69 มีทิศทางดี คงคำแนะนำให้ “ซื้อ” สำหรับ SYNEX และราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 11.86 บาท ปัจจัยหนุนจากวัฏจักรการเปลี่ยนสมาร์ตโฟนที่แข็งแกร่งยังคงอยู่ ขณะที่การประเมินมูลค่าหุ้นล่าสุดดูน่าสนใจ โดยอิงตาม PER ปี 69 ที่ 9.4 เท่า โดยภาพรวมของกลุ่ม Gadget ในไตรมาส 1/2569 น่าจะเป็นไปในเชิงบวก ดังนั้น SYNEX จึงน่าจะยังคงเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์หลัก

    ด้าน หลักทรัพย์ลิเบอเรเตอร์ ระบุ แนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2569 ผู้บริหารเผยอัตรากำไรขั้นต้น ฟื้นตัว จากการปรับราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ขึ้นจากปัญหาหน่วยความจำขาดแคลน และ สัดส่วนธุรกิจ Solutions อาทิ AWS ที่ยังอยู่ในช่วงเติบโต ด้านปี 2569 มาร์จิ้นฟื้น แม้ MacBook Neo จะมีมาร์จิ้นต่ำ แต่มองว่าจะไม่กระทบ SYNEX เนื่องจากเป็นสินค้าทดแทนโน้ตบุ๊กแบรนด์อื่นที่มีมาร์จิ้นต่ำเช่นกัน คาดมาร์จิ้นปี 2569 จะฟื้นได้จากหลักๆ การขึ้นราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่เริ่มขาดแคลนตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 และมีแนวโน้มขาดแคลนหนักขึ้นต่อเนื่อง แนะนำสะสมต่อได้ โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ 12.50 บาทต่อหุ้น

    ด้าน หลักทรัพย์เคจีไอ ระบุ บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ภาวะตลาดรวมท้าทายขึ้น แต่บริษัทจะชดเชยด้วยการเติบโตในบริการใหม่ เช่น การทำ Energy Solution การเพิ่มสินค้า Gadget การรุกตลาดมือถือมือสอง และการรุกตลาด commercial display และจอ LED

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/04/10/632915/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22dPKgkvbKyJPkhbnoRoKS

  • S

    S

    ปี 2569 น่าจะเป็นอีกปีที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะกระแส AI ที่กำลังกลายเป็น Mega Trend ของโลกธุรกิจ ส่งผลให้หุ้นเทคฯ หลายตัวถูกจับตา หนึ่งในนั้นคือ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX นำโดย นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่หลายโบรกเกอร์มองว่าอยู่ในจังหวะพร้อมรับอานิสงส์จากยุค AI เต็มตัว ทั้งจากพอร์ตสินค้าไอที สมาร์ตดีไวซ์ อุปกรณ์องค์กร รวมถึงโซลูชันด้าน Data Center และ Cloud Infrastructure ที่กำลังมีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    SYNEX หุ้นไอที น่าจับตา โบรกฯ มองปี 69 เด่นต่อเนื่อง

    ด้าน หลักทรัพย์กสิกรไทย ระบุ มีมุมมองเชิงบวก เนื่องจากแนวโน้มรายได้และกำไรปี 2569 และ 1Q69 มีทิศทางดี คงคำแนะนำให้ “ซื้อ” สำหรับ SYNEX และราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 11.86 บาท ปัจจัยหนุนจากวัฏจักรการเปลี่ยนสมาร์ตโฟนที่แข็งแกร่งยังคงอยู่ ขณะที่การประเมินมูลค่าหุ้นล่าสุดดูน่าสนใจ โดยอิงตาม PER ปี 69 ที่ 9.4 เท่า โดยภาพรวมของกลุ่ม Gadget ในไตรมาส 1/2569 น่าจะเป็นไปในเชิงบวก ดังนั้น SYNEX จึงน่าจะยังคงเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์หลัก

    ด้าน หลักทรัพย์ลิเบอเรเตอร์ ระบุ แนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2569 ผู้บริหารเผยอัตรากำไรขั้นต้น ฟื้นตัว จากการปรับราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ขึ้นจากปัญหาหน่วยความจำขาดแคลน และ สัดส่วนธุรกิจ Solutions อาทิ AWS ที่ยังอยู่ในช่วงเติบโต ด้านปี 2569 มาร์จิ้นฟื้น แม้ MacBook Neo จะมีมาร์จิ้นต่ำ แต่มองว่าจะไม่กระทบ SYNEX เนื่องจากเป็นสินค้าทดแทนโน้ตบุ๊กแบรนด์อื่นที่มีมาร์จิ้นต่ำเช่นกัน คาดมาร์จิ้นปี 2569 จะฟื้นได้จากหลักๆ การขึ้นราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่เริ่มขาดแคลนตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 และมีแนวโน้มขาดแคลนหนักขึ้นต่อเนื่อง แนะนำสะสมต่อได้ โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ 12.50 บาทต่อหุ้น

    ด้าน หลักทรัพย์เคจีไอ ระบุ บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ภาวะตลาดรวมท้าทายขึ้น แต่บริษัทจะชดเชยด้วยการเติบโตในบริการใหม่ เช่น การทำ Energy Solution การเพิ่มสินค้า Gadget การรุกตลาดมือถือมือสอง และการรุกตลาด commercial display และจอ LED

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iepquea0jxnvyllt0qfo3k94imqnobuv&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sH_Zls8AKnUNZh1ey_AzV

  • NT เตือนภัยลิงก์ปลอม หลอกแจกเน็ตฟรี 60GB ช่วงสงกรานต์

    NT เตือนภัยลิงก์ปลอม หลอกแจกเน็ตฟรี 60GB ช่วงสงกรานต์

    ไอที

    NT เตือนภัยลิงก์ปลอม หลอกแจกเน็ตฟรี 60GB ช่วงสงกรานต์

    วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.11 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    NT เตือนภัยลิงก์ปลอม หลอกแจกเน็ตฟรี 60GB ช่วงสงกรานต์

     บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT แจ้งเตือนผู้ใช้บริการมือถือทุกเครือข่าย ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ชักชวนรับอินเทอร์เน็ตฟรี 60GB ผ่านลิงก์บนสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์
                   

    NT ยืนยันว่า ข้อความและลิงก์ดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ และเป็นการกระทำของมิจฉาชีพ ที่มีเจตนาหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อและเปิดเผยข้อมูลสำคัญส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางด้านการเงิน  โดยรู้ไม่เท่าทันกลโกงมิจฉาชีพ อาจสร้างความเสียหายทั้งต่อบุคคลและสังคมโดยรวม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับกรณีที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มิจฉาชีพมีการสร้างหน้าเว็บไซต์ปลอม พร้อมใส่ข้อความรีวิวปลอมและจำนวนผู้ใช้งาน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและกระตุ้นให้มีการส่งต่อและแพร่กระจายจำนวนมาก
                 

    NT ขอความร่วมมือประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสอบข้อมูลก่อนทุกครั้งและอย่ากดลิงก์ต้องสงสัย หลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลสำคัญ และไม่ส่งต่อข้อความดังกล่าว เพื่อป้องกันความเสียหายจากภัยออนไลน์ ทั้งนี้ หากผู้ใช้บริการ my by NT มีข้อสงสัย สามารถแจ้งเบอร์โทร หรือ sms จากมิจฉาชีพได้ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ NT Contact Center โทร.1888

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/472394&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YPMFc2A2WFo99fBF8XZlf

  • ถอดรหัสเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อคนรักสัตว์ ทรู คอร์ปอเรชั่น ดึงศักยภาพเครือข่ายทรู x IoT

    ถอดรหัสเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อคนรักสัตว์ ทรู คอร์ปอเรชั่น ดึงศักยภาพเครือข่ายทรู x IoT

    ไอที

    ถอดรหัสเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อคนรักสัตว์ ทรู คอร์ปอเรชั่น ดึงศักยภาพเครือข่ายทรู x IoT

    วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.12 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ถอดรหัสเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อคนรักสัตว์ ทรู คอร์ปอเรชั่น ดึงศักยภาพเครือข่ายทรู x IoT

    พลิกวิถีการดูแลสัตว์เลี้ยงยุคดิจิทัล ชูไฮไลต์ กล้อง AI และ Pet Tracker ไม่พลาดทุกโมเมนต์ของสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยี มุ่งส่งมอบบริการที่เป็นมากกว่าแค่การเชื่อมต่อ (Beyond Connectivity) เพื่อเติมเต็มชีวิตและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทย ผสานพลังเครือข่าย ทรูออนไลน์ กับ เทคโนโลยี IoT ผ่าน TrueX ยกระดับชีวิตในบ้านให้สมาร์ท สะดวกสบาย และครบครันยิ่งขึ้น ช่วยให้การดูแลบ้าน ครอบครัว และสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องง่าย ล่าสุด เจาะตลาดกลุ่มคนรักสัตว์ ประเดิมร่วมมือกับ ออริจิ้น กรุ๊ป สร้างมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ชูจุดเด่นนวัตกรรมล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาและความกังวลของคนรักสัตว์โดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เหล่า Pet Parents ดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น อาทิ TrueX Smart Pet Tracker อุปกรณ์ติดตามอัจฉริยะระบบ Cellular ที่ช่วยติดตามสัตว์เลี้ยงได้แม่นยำทุกที่ทั่วไทย เหนือกว่าระบบ Bluetooth ทั่วไป และ TrueX Smart CCTV Camera 4 Pro AI กล้องวงจรปิด AI ที่สามารถตรวจสอบและแยกพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงได้อย่างชาญฉลาด พร้อมระบบช่วยดูแลสุขภาพ และแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินแบบเรียลไทม์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และอีกหลากหลายอุปกรณ์ อาทิ เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ เครื่องให้อาหารถาดหลุมวน และน้ำพุสำหรับสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ ที่ช่วยให้ Pet Parents อยู่ไกลสัตว์เลี้ยงแค่ไหนก็ไร้กังวล เติมเต็มความสุขให้กับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

    คุณฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านโฮมคอนเนคทิวิตี้ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นนำอัจฉริยภาพทางเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน เราพัฒนาและสร้างสรรค์บริการที่เป็นมากกว่าการเชื่อมต่อ (Beyond Connectivity) เพื่อเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ทุกการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงในบ้านที่เป็นสมาชิกคนสำคัญในยุคปัจจุบัน วันนี้ ทรูออนไลน์ และ TrueX มุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันอัจฉริยะเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ โดยเฉพาะ segment ใหม่ที่เป็นกลุ่ม Pet Parents ดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นเสมือนหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว เราศึกษาข้อมูลและพบว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงส่วนมากมีความกังวลหลักๆ 4 เรื่อง คือ การปล่อยให้สัตว์เลี้ยงต้องอยู่บ้านโดยลำพัง ปัญหาสัตว์เลี้ยงสูญหายที่พบสถิติสูงถึง 13 ตัวต่อวัน, ความเสี่ยงจากภาวะฮีทสโตรกในสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย และข้อจำกัดของกล้องวงจรปิดทั่วๆไปที่ยังมีฟังก์ชันไม่ตอบโจทย์การใช้งานเพียงพอ TrueX จึงนำศักยภาพอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง มาผสานกับเทคโนโลยี IoT เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ช่วยคลายความกังวลเหล่านี้สำหรับคนรักสัตว์ได้ตรงจุดและเห็นผลจริง”

    คุณพชร แหวนทองคำ หัวหน้าสายงานดิจิทัลโฮม กล่าวเพิ่มเติมว่า “วิสัยทัศน์ของ TrueX มุ่งสร้างสรรค์โซลูชันภายใต้ 3 แนวคิดหลัก คือ Advanced Capability การคัดสรรเทคโนโลยี IoT ที่ดีที่สุดทั่วโลก, Data Utilization การนำข้อมูลมาวิเคราะห์ภายใต้ความยินยอมของผู้ใช้งานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ Meaningful Insight เพื่อสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ความกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย โดย TrueX ช่วยจัดการและยกระดับการใช้ชีวิต ด้วยระบบนิเวศบ้านอัจฉริยะ ที่ทุกอุปกรณ์ทำงานร่วมกันอย่างลงตัวไร้รอยต่อ เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนในบ้าน รวมถึงสัตว์เลี้ยง อาทิ

    • TrueX Smart Camera 4 Pro AI: กล้องวงจรปิด AI ความคมชัดระดับ 2K พร้อมระบบ Pet Motion Detection ที่ชาญฉลาด แจ้งเตือนเฉพาะเมื่อมีความเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยงเท่านั้น ลดการแจ้งเตือนที่มากเกินไปหรือการแจ้งเตือนที่ผิดพลาด (False Alarm) พร้อมฟีเจอร์ Activity Zone ป้องกันสัตว์เลี้ยงเข้าพื้นที่อันตราย และ บริการเสริม AI Album ที่สรุปโมเมนต์สำคัญในแต่ละวันให้เจ้าของดูได้ทันทีโดยไม่ต้องไล่ดูวิดีโอย้อนหลังยาวๆ ที่สำคัญ คือ การเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ที่มั่นใจได้ในระบบความปลอดภัยขั้นสูง ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลหาย แม้ถูกโจรกรรม

    • TrueX Smart Pet Tracker (อุปกรณ์ติดตามสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ) เหนือกว่า Tracker ทั่วไปที่ใช้ระบบ Bluetooth ซึ่งมีระยะจำกัดเพียง 5-10 เมตร ด้วย ระบบ Cellular (ซิมการ์ด) ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ว่าสัตว์เลี้ยงจะหลุดไปที่ไหน หรือแม้แต่ถูกขโมย ก็สามารถติดตามเส้นทาง (Trajectory Tracking) ได้แม่นยำ พร้อมระบบ Virtual Fencing แจ้งเตือนทันทีเมื่อออกนอกเขตที่กำหนด และระบบตรวจจับสุขภาพผ่าน Activity Score (จำนวนก้าว) เพื่อเฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยล่วงหน้า

    นอกจากนี้ TrueX ยังมอบประสบการณ์ไร้รอยต่อผ่านแอปพลิเคชัน โดยรวมหลากหลายบริการไว้ในที่เดียว สามารถควบคุมทุกอุปกรณ์อัจฉริยะเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการเปิดไฟ ควบคุมอุณหภูมิ หรือแม้แต่ดูแลบ้าน สามารถทำได้ผ่านสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดการใช้พลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดในแอปฯ เดียว อาทิ การปรับการใช้พลังงานให้เหมาะสมผ่านการตั้งระบบอัตโนมัติ เช่น การตั้งค่าการเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิถึงจุดที่กำหนด หรือการเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติเมื่อเข้า-ออกจากบริเวณบ้าน ให้คุณดูแลสัตว์เลี้ยงและคนที่คุณรัก เพิ่มความสะดวกสบาย และลดการใช้ไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น พร้อมมีทีมงานช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน” คุณพชร กล่าวสรุป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/472379&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fzhp1FxxbqR-ykffDaI5g

  • มท.โต้ ‘สมชัย’ ปัดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลุด จ่อฟ้องหมิ่น

    มท.โต้ ‘สมชัย’ ปัดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลุด จ่อฟ้องหมิ่น

    ‘กรมการปกครอง’ โต้ ‘สมชัย’ ปมข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลุดก่อนเลือกตั้ง 69 ยันไม่เป็นความจริง จ่อฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท

    เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจง กรณีข้อมูล ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถูกขายในตลาดมืด โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2569 สื่อมวลชนบางสำนักได้เผยแพร่ข่าว “สมชัย – 2 ผู้เชี่ยวชาญไอที แฉข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถูกขายในตลาดมืด” นั้น

    ข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้มีมีสิทธิเลือกตั้ง เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ปกติคนทั่วไปเข้าถึงไม่ได้ แต่วันนี้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้แล้ว และมีคนเอาไปชายในตลาดมืดมานานแล้ว โดยรั่วไหลมาจากระบบการตรวจสอบผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครอง เป็นเวลานานกว่า 3 สัปดาห์ ก่อนที่กรมการปกครองจะทำการแก้ไขเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2569

    กรมการปกครอง ขอชี้แจงว่า ไม่มีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) รั่วไหลจากระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครองแต่อย่างใด ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวได้กำหนดให้ผู้ใช้งานต้องกรอกเลขประจำตัวประชาชนจึงจงจะสามารถตรวจสอบข้อมูล ชื่อตัว (ไม่มีนามสกุล) สถานที่/หน่วยเลือกตั้ง และลำดับที่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้

    ทั้งนี้ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ชุดปิดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง) มิได้ระบุ เลขประจำตัวประชาชน ไว้ จึงไม่อาจมีกรณีที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดจะใช้รายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งดังกล่าว มาตรวจสอบกับระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้

    ประกอบกับได้ตรวจสอบบันทึกการเข้าถึงข้อมูลไม่พบว่ามีการสุ่มเลขประจำตัวประชาชนกับระบบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครองแต่อย่างใด

    ดังนั้น ตามที่มีการกล่าวอ้างถึงบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านรายชื่อ ที่อยู่ในความดูแลของกรมการปกครองมีการรั่วไหลออกไปและมีการเจาะระบบกรมการปกครอง จึงเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

    กรณีดังกล่าวอาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทและฐานแกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตให้ประชาชนตื่นตกใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 มาตรา 328 และมาตรา 384 และความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และกรมการปกครองจะได้พิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

    ทั้งนี้ กรมการปกครอง ได้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยของระบบอย่างเคร่งครัด มีการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยผ่านศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ สำนักบริหารการทะเบียน(BORA CERT) ตลอด 24 ชั่วโมง

    ดังนั้น ระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จึงมีมาตรการความมั่นคงทางไซเบอร์เป็นไปตามกรอบมาตรฐาน NIST Cybersecurity Framework (NIST CSF).

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1229152&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ImP5j8zEL3EeDNJgBMzSl

  • กรมปกครอง โต้ สมชัย-ผู้เชี่ยวชาญไอที ปัดข้อมูลหลุดขายตลาดมืด จ่อฟ้องหมิ่นประมาท

    กรมปกครอง โต้ สมชัย-ผู้เชี่ยวชาญไอที ปัดข้อมูลหลุดขายตลาดมืด จ่อฟ้องหมิ่นประมาท

    กรมปกครอง โต้ สมชัย-ผู้เชี่ยวชาญไอที ปัดข้อมูลหลุดขายตลาดมืด จ่อฟ้องหมิ่นประมาท

    วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.55 น.

    วันที่ 10 เมษายน 2569 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจง กรณีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถูกขายในตลาดมืด ความว่า

    เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เว็บไซต์ข่าวสด online ได้เผยแพร่ข่าว สมชัย – 2 ผู้เชี่ยวชาญไอที แฉข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถูกขายในตลาดมืด ข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้มีมีสิทธิเลือกตั้ง เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ปกติคนทั่วไปเข้าถึงไม่ได้ แต่วันนี้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้แล้ว และมีคนเอาไปชายในตลาดมืดมานานแล้ว โดยรั่วไหลมาจากระบบการตรวจสอบผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครอง เป็นเวลานานกว่า 3 สัปดาห์ ก่อนที่กรมการปกครองจะทำการแก้ไขเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

    กรมการปกครอง ขอชี้แจงว่า ไม่มีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รั่วไหลจากระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครองแต่อย่างใด ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวได้กำหนดให้ผู้ใช้งานต้องกรอกเลขประจำตัวประชาชนจึงจงจะสามารถตรวจสอบข้อมูล ชื่อตัว (ไม่มีนามสกุล) สถานที่/หน่วยเลือกตั้ง และลำดับที่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้

    ทั้งนี้ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ชุดปิดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง) มิได้ระบุเลขประจำตัวประชาชนไว้ จึงไม่อาจมีกรณีที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดจะใช้รายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งดังกล่าว มาตรวจสอบกับระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้

    ประกอบกับได้ตรวจสอบบันทึกการเข้าถึงข้อมูลไม่พบว่ามีการสุ่มเลขประจำตัวประชาชนกับระบบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครองแต่อย่างใด

    ดังนั้น ตามที่มีการกล่าวอ้างถึงบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านรายชื่อ ที่อยู่ในความดูแลของกรมการปกครองมีการรั่วไหลออกไปและมีการเจาะระบบ

    กรมการปกครอง จึงเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทและฐานแกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตให้ประชาชนตื่นตกใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 มาตรา 328 และมาตรา 384 และความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และกรมการปกครองจะได้พิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

    ทั้งนี้ กรมการปกครองได้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยของระบบอย่างเคร่งครัด มีการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยผ่านศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ สำนักบริหารการทะเบียน(BORA CERT) ตลอด 24 ชั่วโมง

    ดังนั้นระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จึงมีมาตรการความมั่นคงทางไซเบอร์เป็นไปตามกรอบมาตรฐาน NIST Cybersecurity Framework (NIST CSF).

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/957999&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gVpMU8Ms9Kxxtw4ALrRyz

  • วิธีจับโป๊ะไอทีเกาหลีเหนือ สัมภาษณ์งานบ.ฝรั่ง แค่สั่งให้พูด “คิมจองอึนเป็น…” ถึงกับใบ้กิน

    วิธีจับโป๊ะไอทีเกาหลีเหนือ สัมภาษณ์งานบ.ฝรั่ง แค่สั่งให้พูด “คิมจองอึนเป็น…” ถึงกับใบ้กิน

    เกาหลีเหนือส่งกองทัพ IT แทรกซึมบริษัทตะวันตก! เจอทดสอบให้ด่า “คิมจองอึน” ถึงกับใบ้กินก่อนตัดสัญญาณหนี

    สถานการณ์การแทรกซึมของ “กองทัพ IT เงา” จากเกาหลีเหนือในบริษัทชั้นนำของยุโรปและอเมริกาเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ล่าสุดเกิดคลิปวิดีโอไวรัลที่สร้างเสียงฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อผู้สมัครงานรายหนึ่งถูกทดสอบตัวตนด้วยประโยคสุดหิน จนแสดงพิรุธและตัดการสนทนาหนีไป

    ในคลิปวิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นการสัมภาษณ์งานผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยผู้สัมภาษณ์ได้ยื่นคำขาดให้ผู้สมัครพูดประโยคที่ว่า “คิมจองอึนคือหมูที่อัปลักษณ์และอ้วน” เพื่อยืนยันว่าผู้สมัครไม่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ

    อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครชายรายดังกล่าวซึ่งก่อนหน้านี้สามารถตอบคำถามเชิงเทคนิคได้อย่างคล่องแคล่ว กลับมีท่าทีตื่นตระหนก นิ่งเงียบ และแสร้งทำเป็นฟังไม่รู้เรื่อง ก่อนจะตัดสินใจตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและยุติการสัมภาษณ์ไปในที่สุด

    กลไกคัดกรอง “ความกลัวเหนือหัว”

    ผู้เชี่ยวชาญและชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตว่า ภายใต้ระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือที่มีข้อบังคับเข้มงวดว่า “ห้ามดูหมิ่นผู้นำสูงสุด” หากผู้สมัครรายนั้นเป็นบุคลากรที่ถูกส่งมาจากเกาหลีเหนือจริง พวกเขาจะไม่กล้าเอ่ยปากด่าทอผู้นำเด็ดขาดไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม วิธีการนี้จึงถูกมองว่าเป็นกลไกการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน แม้จะมีการตั้งคำถามว่าในอนาคตสายลับเหล่านี้อาจถูกฝึกมาให้กล้าพูดเพื่อตบตาก็ตาม

    ใช้ AI ปลอมตัว-ขโมยบัญชี LinkedIn ข้ามชาติ

    สื่อต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บุคลากรไอทีจากเกาหลีเหนือได้ใช้วิธีการที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ในการแทรกซึมเข้าสู่บริษัทในสหรัฐฯ และยุโรป ได้แก่:

    • การปลอมแปลงเอกสารประจำตัวและประวัติการทำงาน
    • การขโมยบัญชี LinkedIn ของผู้อื่นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
    • การใช้เทคโนโลยี AI สร้างใบหน้าปลอม (Deepfake) และฟิลเตอร์ระหว่างการสัมภาษณ์งานทางไกล

    เป้าหมายหลักของกลุ่มคนเหล่านี้คือการหาเงินตราต่างประเทศเพื่อส่งกลับไปยังรัฐบาลเกาหลีเหนือ โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประมาณการว่าในช่วงปี 2020-2024 มีบริษัทในสหรัฐฯ มากกว่า 300 แห่งถูกแทรกซึม สร้างรายได้มหาศาลหลายล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าเงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในโครงการพัฒนาอาวุธและกองทัพ

    STR / KCNA VIA KNS / AFP

    นอกจากนี้ ยังมีกรณีศึกษาจากออสเตรเลียที่เปิดเผยว่า ผู้สมัครงานบางรายอ้างว่าอาศัยอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์และจบจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก แต่กลับไม่สามารถตอบคำถามภูมิศาสตร์พื้นฐานได้ หรือแม้แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้จักว่า “คิมจองอึนคือใคร” ซึ่งพฤติกรรมที่ผิดปกติเหล่านี้ทำให้ภาคธุรกิจทั่วโลกเริ่มยกระดับความปลอดภัยในการรับพนักงานสายไอทีอย่างเข้มงวดมากขึ้น

    แหล่งอ้างอิง

    1. ETtoday

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9882898/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BDfYC9dgdkxTk2337GSlb

  • นอกตำรา โปแลนด์จัด แข่ง Overclock แจกอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์

    นอกตำรา โปแลนด์จัด แข่ง Overclock แจกอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์

    แข่ง Overclock

    Techhub พาไปเปิดมิติใหม่การศึกษา! พาไปดูทัวร์นาเมนต์ แข่ง Overclock ในโรงเรียนมัธยมที่โปแลนด์ ใช้ไนโตรเจนเหลวจริง แจกรางวัลใหญ่

    ลืมภาพการนั่งท่องจำทฤษฎีในคาบคอมพิวเตอร์แบบเดิมๆ ไปได้ เพราะล่าสุดที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในประเทศโปแลนด์ ได้จัดทัวร์นาเมนต์ Overclocking หรือการรีดประสิทธิภาพ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ถึงขีดสุด ซึ่งงานนี้ไม่ใช่แค่กิจกรรมสันทนาการธรรมดา แต่มีการใช้ไนโตรเจนเหลว และแจกอุปกรณ์คอมฯ ระดับไฮเอนด์เป็นรางวัล

    เรื่องราวนี้ถูกแชร์โดยผู้ใช้งาน Reddit ชื่อว่า u/2C_Wizard ซึ่งเป็นนักเรียนในโรงเรียนดังกล่าว เขาได้เผยภาพบรรยากาศห้องแล็บคอมพิวเตอร์ชั่วคราวที่จัดขึ้นในสนามบาสเกตบอลของโรงเรียน โดยมีนักเรียนกว่า 20 คน นำเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองมาประชันความเร็วกันอย่างคึกคัก

    ภายในงานมีตั้งแต่ชุดคอมพิวเตอร์มือสองสเปกย้อนยุค ไปจนถึงเครื่องสเปกแรงระดับไฮเอนด์ และที่น่าสนใจที่สุดคือ คุณครูผู้สอน ที่เป็นผู้ผลักดันโปรเจกต์นี้เองก็เป็นคอมพิวเตอร์เอนทูซิแอสต์ (Enthusiast) ตัวยง ถึงขั้นลงทุนซื้อชุดอุปกรณ์ LN2 หรือไนโตรเจนเหลวมาให้นักเรียนได้ทดลองจูน CPU และ GPU กันแบบสดๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าใจว่าการปรับแต่งฮาร์ดแวร์ในระดับลึกนั้นทำอย่างไร

    ความเจ๋งของงานนี้คือไม่ได้แข่งกันเพื่อเอาเกียรติบัตรอย่างเดียว แต่ยังมีสปอนเซอร์ใจดีมอบรางวัลเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของจริง โดยผู้ชนะในรอบที่ผ่านมาได้รับรางวัลใหญ่เป็น AMD Ryzen 5 7600X และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 4060 รวมถึงชุดน้ำปิด (AIO) 360mm และพาวเวอร์ซัพพลายมาตรฐาน 80 Plus Gold ซึ่งเป็นแรงจูงใจชั้นดีที่ทำให้นักเรียนอยากศึกษาเรื่องฮาร์ดแวร์อย่างจริงจัง

    นี่คือต้นแบบของการศึกษาที่ควรเกิดขึ้นในวงกว้างหรือเปล่า เพราะการเรียนเรื่องคอมพิวเตอร์จากหนังสืออาจจะช่วยให้คุณสอบผ่าน แต่การได้ลงมือโมเครื่องจริงๆ การลองผิดลองถูกเพื่อรีดคะแนน Benchmark เพิ่มขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย มันคือการสร้างความเข้าใจในเชิงวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่หาไม่ได้จากตำรา

    นักเรียนจะได้เรียนรู้เรื่อง การจัดการความร้อน,แรงดันไฟ และความสัมพันธ์ของฮาร์ดแวร์แต่ละชิ้น ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถต่อยอดไปสู่สายงานด้านไอทีระดับมืออาชีพได้ในอนาคต หากโรงเรียนในไทยมีการสนับสนุนกิจกรรมที่สนุกและได้ความรู้แบบนี้บ้าง เราอาจจะมีบุคลากรสาย Tech เก่งๆ เพิ่มขึ้นอีกเพียบแหละนะ …

    ที่มา

    wccftech

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.techhub.in.th/poland-hosts-an-overclocking-competition-giving-away-high-end-equipment/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw199lfAy8988idbNKGQ4cRZ

  • เอกชนอุ้มพนักงานเพิ่มเงิน-สวัสดิการ สู้ค่าครองชีพพุ่ง

    เอกชนอุ้มพนักงานเพิ่มเงิน-สวัสดิการ สู้ค่าครองชีพพุ่ง

    มาตรการช่วยเหลือพนักงานของภาคเอกชนในช่วงวิกฤตราคาพลังงานเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสถาบันการเงิน ที่เลือกใช้ “เครื่องมือทางการเงิน” เข้ามาช่วยลดภาระค่าครองชีพของพนักงานโดยตรง ท่ามกลางแรงกดดันจากราคานํ้ามันและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

    อสังหาฯอัดฉีดเงินช่วยค่าครองชีพพนักงาน

     ภาคอสังหาริมทรัพย์ หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง ซึ่งมีผลต่อสถานการณ์ค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแรงกดดันราคาพลังงานและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก กำลังส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในไทยเริ่มขยับนโยบาย “ดูแลพนักงาน” อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผ่านการออกมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในระยะสั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรในองค์กร

    นำโดยบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ออกมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพให้พนักงานเดือนละ 1,000 บาท เริ่มในเดือนเมษายน นี้โดยระบุว่าบริษัทติดตามสถานการณ์ราคานํ้ามันโลกและผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับสูงขึ้น และกระทบค่าใช้จ่ายพื้นฐานของพนักงานโดยตรง

    ในขณะเดียวกันบริษัทเอพี ไทยแลนด์จำกัด (มหาชน) ก็ประกาศมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยมอบเงินช่วยเหลือพิเศษรวม 2,800 บาท ในเดือนเมษายน นี้เช่นเดียวกัน สำหรับพนักงานระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและค่าเดินทางมากที่สุด

    นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติ-โสภณ ประธานฝ่ายบริหาร  เอพี ไทยแลนด์ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ 2,000 บาทที่บริษัทให้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หลังโควิด-19 และเพิ่มพิเศษอีก 800 บาทในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของพนักงาน

    ฝั่งบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ SC ก็ออกมาตรการช่วยเหลือเช่นกัน โดยมอบเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้พนักงานและบริษัทในเครือ คนละ 500 บาทต่อเดือน ในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพ และดูแลคุณภาพชีวิตของบุคลากร

    ทั้งนี้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ “ต้นทุนชีวิตของพนักงาน” ในการบริหารองค์กรโดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานและค่าครองชีพ มีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อและคุณภาพชีวิตจึงเป็นที่น่าจับตาว่า การขยับตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่ในครั้งนี้ จะกลายเป็นบรรทัดฐานให้องค์กรอื่นในอุตสาหกรรมออกมาประกาศมาตรการช่วยเหลือตามมาอีกหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก และแรงกดดันด้านค่าครองชีพยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายเช่นนี้

    แบงก์กรุงเทพ-กรุงไทยจ่ายก้อนเดียว

    ด้านสถาบันการเงินมีรูปแบบความช่วยเหลือที่แตกต่างออกไป โดย ธนาคารกรุงเทพ มีแนวทางจ่ายเงินก้อน (LumpSum) จำนวน 20,000 บาทต่อคน ภายในวันที่30 เมษายนนี้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้พนักงานในทันที รองรับค่าใช้จ่ายที่เร่งตัวขึ้นในระยะสั้น สะท้อนศักยภาพขององค์กรขนาดใหญ่ที่สามารถอัดฉีดเม็ดเงินช่วยเหลือในวงเงินสูงแบบครั้งเดียว

    ในขณะที่ธนาคารกรุงไทยถือโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี ในวันที่ 14 มีนาคม 2569 ธนาคารได้มอบเงิน 10,000 บาทเป็นของขวัญให้กับพนักงานธนาคารทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสในการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับพนักงานไปด้วย

    ธุรกิจไอทีช่วยเงินรายเดือน-คูปองอาหาร-ค่าเน็ต

    สอดคล้องกับภาคธุรกิจไอที มีรายงานข่าวจาก บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการระบบ GPS Tracking และ IoT Solutions ระบุว่า เนื่องด้วยสภาวะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับประเทศอิหร่านในปัจจุบัน ส่งผลให้ราคานํ้ามันในตลาดโลกมีความผันผวน บริษัทจึงมีนโยบายสนับสนุนค่าครองชีพแก่พนักงานทุกท่าน รายละ 1,000 บาท ต่อเดือนเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยจะเริ่มจ่ายในรอบเดือน เมษายน – มิถุนายน 2569

    ด้านนายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (Jaymart Mobile) เชนสโตร์สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์เสริมรายใหญ่ กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือภายในกับทีมบริหาร เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ค่าเดินทางพนักงาน ในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน โดยอาจมีวงเงินช่วยเหลือพนักงานคนละ 1,000-2,000 ต่อเดือน ส่วนระยะเวลาการช่วยเหลือขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาพลังงาน

    เช่นเดียวกับนายธัญญธร เหล่าวัชระ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่ามาตรการช่วยเหลือเงินช่วยเหลือพนักงานในช่วงวิกฤตพลังงาน เพื่อตอบรับคำแนะนำของรัฐบาลในการประหยัดพลังงานในช่วงสถานการณ์ไม่แน่นอน และบริษัทเข้าใจถึงผลกระทบต่อการเดินทางและกิจวัตรของพนักงาน บริษัทจึงได้ออกมาตรการยืดหยุ่นชั่วคราวที่ช่วยทั้งพนักงานและสังคมพร้อมมีส่วนช่วยประเทศประหยัดพลังงาน โดยมีนโยบายให้พนักงานสามารถเลือกทำงานจากที่บ้าน (WFH) หรือทำงานที่ออฟฟิศตามความเหมาะสม โดยบริษัทพิจารณาปรับลด/เพิ่ม ตามสถานการณ์ และปรับอัตราการเบิกจ่ายค่านํ้ามันให้พนักงานสำหรับการเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ และ สนับสนุนให้พนักงานโดยสารรถร่วมกัน (carpooling)

    โดยภาพรวมสะท้อนว่า ภาคเอกชนไทยเริ่มปรับตัวเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการนำมาตรการทางการเงินมาใช้ดูแลพนักงาน ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่เร่งตัว โดยมีแนวโน้มว่ามาตรการลักษณะนี้จะขยายวงกว้างไปยังภาคธุรกิจอื่นเพิ่มเติม หากสถานการณ์ราคาพลังงานยังคงยืดเยื้อในระยะถัดไป

    นายวรพจน์ ถาวรวรรณ ผู้จัดการทั่วไปประจำไทย และภูมิภาคอินโดจีน บริษัท เลอโนโว ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าบริษัทไม่มีนโยบายแจกเป็นเงินสด เพื่อช่วยเหลือพนักงานในช่วงวิกฤตพลังงาน แต่ช่วยใช้วิธีการแจกเป็นคูปองอาหาร และค่าบริการอินเตอร์เน็ต เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของพนักงานในการทำงาน Work From Home

    เบทาโกร จัดหาที่พักดูแลแบบ Bubble

    ทางด้านยักษ์ใหญ่ทางการเกษตรนางสาวเยเนอเวียบ ศิริวรรณ ฟิเนท์ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานทรัพยากรมนุษย์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตสงครามที่ดันต้นทุนพุ่ง ความท้าทายของเบทาโกรในการดูแลพนักงานกว่า 3 หมื่นคน คือ องค์กรต้องเร่งปรับตัวควบคู่กับการดูแลพนักงาน โดยในส่วนของพนักงานกลุ่มหน้างานกว่า2 หมื่นคนที่ไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้

    บริษัทได้เตรียมแผนรองรับกรณีราคานํ้ามันปรับตัวสูง เช่น การจัดหาที่พักใกล้สถานที่ทำงาน และการจัดระบบดูแลแบบ “Bubble” เพื่อลดภาระค่าครองชีพและการเดินทาง ขณะที่พนักงานกลุ่มออฟฟิศที่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ บริษัทมีการสื่อสารอย่างโปร่งใส โดยมองว่าการลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางควรถูกนำกลับมาใช้เป็นงบประมาณเพื่อช่วยเหลือพนักงานกลุ่มหน้างาน

    รวมถึงมีการพิจารณาปรับสวัสดิการบางส่วน เช่น การควบคุมค่าใช้จ่ายฟีดการ์ดนํ้ามัน ให้สอดคล้องกับต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างเหมาะสมในช่วงวิกฤต พร้อมทั้งรักษาสมดุลระหว่างความอยู่รอดขององค์กรและการดูแลพนักงานอย่างเป็นธรรม

    ส.อ.ท.ชี้ภาคผลิตกระทบหนัก จ่อลด OT–WFH

    ขณะเดียวกัน เกรียงไกร เธียรนุกุล เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันลูกจ้างและประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนจากราคานํ้ามันที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น อาหารจานเดียวอย่างก๋วยเตี๋ยวที่ปรับราคาจาก 50 บาท เป็น 60-70 บาทต่อชามในบางพื้นที่ ทั้งนี้ ธนาคารและบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งเริ่มทยอยออกมาตรการช่วยเหลือพนักงานในรูปแบบเงินสดประมาณ 1,000-2,000 บาทต่อคน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในระยะสั้น

     “ในส่วนของภาคอุตสาหกรรม กำลังหารือกันว่าจะช่วยเหลือในเรื่องนี้อย่างไร ขณะนี้หลายแห่งเริ่มกลับมาใช้มาตรการ Work from Home สำหรับพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายการผลิต เช่น ฝ่ายบัญชี แอดมิน หรือฝ่ายขาย เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการเดินทาง” นายเกรียงไกรกล่าว

      อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตยังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยบางอุตสาหกรรมเริ่มขาดแคลนวัตถุดิบหรือมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจนกระทบยอดขาย ส่งผลให้ต้องปรับลดเวลาการทำงานหรือชั่วโมงล่วงเวลา (OT) ซึ่งกระทบต่อรายได้ของพนักงานโดยตรง ทำให้แต่ละโรงงานอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการช่วยเหลือลูกจ้างในรูปแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละองค์กร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/656244&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23HW1zY9khGB6PdQbB8-Xl

  • รวบอดีต ผจก.ไอที แฮกระบบห้างดัง ทำเสียหายนับ 10 ล้าน อ้างแค้นส่วนตัวผู้บริหาร

    รวบอดีต ผจก.ไอที แฮกระบบห้างดัง ทำเสียหายนับ 10 ล้าน อ้างแค้นส่วนตัวผู้บริหาร

    รวบอดีต ผจก.ไอที แฮกระบบห้างดัง สูญเงินนับ 10 ล้าน อ้างแค้นส่วนตัวผู้บริหาร

    บุกจับอดีต ผจก.ไอที แฮกระบบห้างดัง ย่านนนทบุรี จนล่มนาน 12 ชั่วโมง เสียหาย 10 ล้านบาท อ้างแค้นส่วนตัวผู้บริหาร แค่กลั่นแกล้งเท่านั้น

    9 เม.ย.2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.จิรวัฒน์ บุรีงาม รอง ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.เอกรินทร์ สนนาค รอง ผกก.4 บก.สอท.2 นำกำลังชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.2 และกลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ บก.ตอท. บช.สอท.พร้อมหมายค้นศาลอาญา ที่ 230/2569 ตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งบริเวณ ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

    เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนายสมเจตน์ อดีตผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเน็ตเวิร์คของห้างสรรพสินค้าชื่อดังรายหนึ่ง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1981/2569 พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย โน๊ตบุ๊ค 2 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

    เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2568 มีตัวแทนจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังรายหนึ่งในพื้นที่ย่านนนทบุรี เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ว่า มีคนร้ายได้ทำการแฮกเกอร์ข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของทางห้างจนหน้าจอคอมพิวเตอร์มีอาการดำมืด ไม่สามารถใช้การได้ทั้งระบบ โดยมีตัวหนังสือขึ้นหน้าจอว่า “CIO Get Out” ซึ่งหมายถึง ผู้บริหารสูงสุดที่บริหารสายงานระบบข้อมูลออกไป

    หลังพบความผิดปกติของระบบ ฝ่ายเทคโนโลยีของทางห้างได้เข้าตรวจสอบระบบสารสนเทศ และระบบต่าง ๆ ภายในแต่ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ระบบที่ถูกทำลายเป็นระบบที่ใช้งานสำหรับให้พนักงานของห้างใช้ดำเนินงานทางธุรกิจ และให้บริการแก่พันธมิตรการค้า และผู้จัดส่งสินค้า และใช้งานประเภทอื่น ๆ

    ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบสารสนเทศของทางห้างได้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน Administrator เป็นรหัสผ่านใหม่ เพื่อป้องกันและครอบครองสิทธิสูงสุดในการดำเนินการแก้ไขระบบจนกลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนานกว่า 12 ชั่วโมง สร้างความเสียหายทางธุรกิจกับทางห้างมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

    ชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.2 จึงทำการสืบสวนแกะรอย จนทราบตัวผู้ก่อเหตุที่ลงมือแฮกเกอร์ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของห้างดังรายนี้คือ นายสมเจตน์ อดีตผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเน็ตเวิร์คของห้างเดียวกันที่ผู้เสียหายแจ้งความ ซึ่งถูกทางบริษัทให้ออกจากงานไปก่อนที่เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้น จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับและหมายค้นบ้านพัก ก่อนเข้าจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลาง

    จากการสอบสวนนายสมเจตน์ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุแฮกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของทางห้างจริง เนื่องจากไม่พอใจทางผู้บริหารจากปัญหาส่วนตัว ตั้งใจแค่กลั่นแกล้งเท่านั้นไม่คิดว่าจะเกิดผลกระทบจนเกิดความเสียหายสูงนับสิบล้านบาท

    ตำรวจดำเนินคดีในความผิดฐาน “เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน และทำให้เสียหายทำลายแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ”

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of Suriyen J.

    Suriyen J.

    นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1554905/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EcQ_TmP2xjOgBvM5o4JbS