Category: ไอที

  • สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ เปิดให้ชำระค่าบำรุงประจำปี 2569 – สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

    วันที่ 6 มกราคม 2569 นายวรพล เพชรสุทธิ์ นายทะเบียนสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แจ้งว่าสมาคมฯ เปิดให้สมาชิกชำระเงินค่าบำรุงประจำปี 2569 แล้ว โดยสมาชิกสามารถโอนเงินจำนวน 300 บาท (สามร้อยบาทถ้วน) เข้าบัญชีสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด มหาชน เลขที่บัญชี 073-2-11315-3 หรือสแกนจ่ายได้ที่คิวอาร์โค้ดด้านล่าง แล้วส่งสลิปมาที่ tjareporter@gmail.com (ใส่หัวเรื่อง “ชำระค่าบำรุงประจำปี 2569” )

    เพื่อสมาคมฯจะได้ออกใบเสร็จรับเงินให้ต่อไป สมาชิกสามารถชำระเงินค่าบำรุงประจำปี 2569 ได้ถึงวันที่ 31มีนาคม 2569 เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆของสมาชิก เช่น สวัสดิการประกันกลุ่ม สวัสดิการรักษาพยาบาล (รวมทั้งทันตกรรม) สวัสดิการทุนการศึกษา การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tja.or.th/view/highlight/1456456&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VWsl79H50ctCEF3ed3R-R

  • ราชบุรี///ลงนามความร่วมกับขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวอุทยานหินเขางู | TOPNEWS

    ราชบุรีพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงกับเทศบาลตำบลเขางู
    มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงร่วมกับเทศบาลตำบลเขางูลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนพัฒนายกระดับแหล่งท่องเที่ยวอุทยานหินเขางู ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์


    วันที่ 6 มกราคม 2569ที่ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลเขางู อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรีผู้ช่วยศาสตราจารย์อรรถพล อุสายพันธ์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการดำเนินโครงการ Ratchaburi Cacao Experience และพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัย ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงกับเทศบาลตำบลเขางู

    โดยมีนายสัญชัย ไวคกุล นายกเทศมนตรีตำบลเขางู ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ และนผศ.ดร.ชฎาพร โพคัยสวรรค์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงร่วมเป็นสักขีพยานอาจารย์ดร.ทัศนีย์ นาคเสนีย์ รองคณบดีคณะวิทยาการจัดการ ชี้แจงนำเสนอโครงการ และน.ส.จุไรรัตน์ ชัยทวีทรัพย์ ผอ.ททท.สำนักงานราชบุรี ส่วนราชการ และคณะผู้บริหารของเทศบาลตำบล/เขางูร่วมเป็นสักขีพยาน

    และร่วมประชุมในครั้งนี้ ด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ซึ่งมีพันธกิจในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการ การวิจัย การบริการวิชาการ และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของพื้นที่ในมิติต่าง ๆ ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวอุทยานหินเขางู

    ซึ่งมีความโดดเด่นและมีศักยภาพในพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอุทยานหินเขางูให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ การยกระดับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการพัฒนาและจัดการตลาด 70 ล้าน อุทยานหินเขางู โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นฐาน และการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุในพื้นที่

    ผ่านการจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ของโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสุขภาวะ และการมีส่วนร่วมในสังคมความร่วมมือดังกล่าวมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของชุมชนเทศบาลตำบลเขางูอย่างยั่งยืน


    สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือเชิง บูรณาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงและเทศบาลตำบลเขางู ในการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นตามพระราโชบาย และนโยบายของรัฐ โดยมหาวิทยาลัยเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวอุทยานหินเขางู ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว โดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับอัตลักษณ์พื้นที่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    เพื่อส่งเสริมและยกระดับเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่ ผ่านการพัฒนาและจัดการตลาด 70 ล้าน อุทยานหินเขางู โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ชุมชนเป็นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผ่านการจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ของโรงเรียนผู้สูงอายุ

    เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสุขภาวะ และการมีส่วนร่วมในสังคม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่อย่างรอบด้านและสมดุลในมิติเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา และสิ่งแวดล้อม ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ การมีส่วนร่วมของชุมชน และความร่วมมือของทุกภาคส่วน นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาชุมชนตำบลเขางู

    ในการนีได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาอุทยานหินเขางูให้เป้นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยชุมชน เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยังยืน

    นิชาภา จันทร์งาม ผู้สื่อข่าว Top news ทั่วไทย จ.ราชบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1446253&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mwVQJkNQ1MIR-KfxucDEo

  • P

    It looks like nothing was found at this location. Maybe try a search or one of the links below?

    Recent Posts

    Archives

    Categories

    Tags

    Pages

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.caronline.net/%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2586-%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%2594/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qmLM3gJv0sB3CZyENt1eH

  • ราชบุรี///ลงนามความร่วมกับขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวอุทยานหินเขางู | TOPNEWS

    ราชบุรีพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงกับเทศบาลตำบลเขางู
    มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงร่วมกับเทศบาลตำบลเขางูลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนพัฒนายกระดับแหล่งท่องเที่ยวอุทยานหินเขางู ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์


    วันที่ 6 มกราคม 2569ที่ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลเขางู อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรีผู้ช่วยศาสตราจารย์อรรถพล อุสายพันธ์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการดำเนินโครงการ Ratchaburi Cacao Experience และพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัย ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงกับเทศบาลตำบลเขางู

    โดยมีนายสัญชัย ไวคกุล นายกเทศมนตรีตำบลเขางู ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ และนผศ.ดร.ชฎาพร โพคัยสวรรค์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงร่วมเป็นสักขีพยานอาจารย์ดร.ทัศนีย์ นาคเสนีย์ รองคณบดีคณะวิทยาการจัดการ ชี้แจงนำเสนอโครงการ และน.ส.จุไรรัตน์ ชัยทวีทรัพย์ ผอ.ททท.สำนักงานราชบุรี ส่วนราชการ และคณะผู้บริหารของเทศบาลตำบล/เขางูร่วมเป็นสักขีพยาน

    และร่วมประชุมในครั้งนี้ ด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ซึ่งมีพันธกิจในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการ การวิจัย การบริการวิชาการ และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของพื้นที่ในมิติต่าง ๆ ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวอุทยานหินเขางู

    ซึ่งมีความโดดเด่นและมีศักยภาพในพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอุทยานหินเขางูให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ การยกระดับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการพัฒนาและจัดการตลาด 70 ล้าน อุทยานหินเขางู โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นฐาน และการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุในพื้นที่

    ผ่านการจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ของโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสุขภาวะ และการมีส่วนร่วมในสังคมความร่วมมือดังกล่าวมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของชุมชนเทศบาลตำบลเขางูอย่างยั่งยืน


    สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือเชิง บูรณาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงและเทศบาลตำบลเขางู ในการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นตามพระราโชบาย และนโยบายของรัฐ โดยมหาวิทยาลัยเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวอุทยานหินเขางู ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว โดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับอัตลักษณ์พื้นที่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    เพื่อส่งเสริมและยกระดับเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่ ผ่านการพัฒนาและจัดการตลาด 70 ล้าน อุทยานหินเขางู โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ชุมชนเป็นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผ่านการจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ของโรงเรียนผู้สูงอายุ

    เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสุขภาวะ และการมีส่วนร่วมในสังคม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่อย่างรอบด้านและสมดุลในมิติเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา และสิ่งแวดล้อม ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ การมีส่วนร่วมของชุมชน และความร่วมมือของทุกภาคส่วน นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาชุมชนตำบลเขางู

    ในการนีได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาอุทยานหินเขางูให้เป้นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยชุมชน เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยังยืน

    นิชาภา จันทร์งาม ผู้สื่อข่าว Top news ทั่วไทย จ.ราชบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1446253&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mwVQJkNQ1MIR-KfxucDEo

  • วช. เปิดเวทีเสวนา “ไม้มีค่า” โชว์ความสำเร็จ 3 ชุมชนดีเด่น เปลี่ยนที่ดินเป็น “ธนาคารสีเขียว” สร้างรายได้ยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม

    วช. เปิดเวทีเสวนา “ไม้มีค่า” โชว์ความสำเร็จ 3 ชุมชนดีเด่น เปลี่ยนที่ดินเป็น “ธนาคารสีเขียว” สร้างรายได้ยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม

    วันอังคาร ที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.08 น.

    วช. เปิดเวทีเสวนา “ไม้มีค่า” โชว์ความสำเร็จ 3 ชุมชนดีเด่น เปลี่ยนที่ดินเป็น “ธนาคารสีเขียว” สร้างรายได้ยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม

    สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ กรมป่าไม้ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (สพภ.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดเสวนาในหัวข้อ “ไม้มีค่า สร้างป่า สร้างคน ชุมชนยั่งยืน” และพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวแสดงความยินดีแก่ชุมชนที่ได้รับประกาศเกียรติคุณ พร้อมด้วย ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธ ประธานคณะกรรมการโครงการประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการ ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนไม้มีค่า กล่าวถึงภาพรวมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนไม้มีค่า ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีความยินดีที่ได้ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนโครงการชุมชนไม้มีค่า ซึ่งโครงการประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ เป็นกิจกรรมสำคัญที่ วช. ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการปลูกต้นไม้และไม้มีค่า และขยายผลให้เกิดชุมชนไม้มีค่าเพิ่มมากขึ้น โดย วช. คาดหวังว่าชุมชนที่ได้รับประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 นี้ จะสามารถเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่ชุมชนอื่น ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง พร้อมส่งเสริมการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์จากชุมชนไม้มีค่าอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาและประยุกต์ใช้งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวในชุมชนต่อไป

    ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนไม้มีค่า ได้กล่าวถึงภาพรวมการขับเคลื่อนโครงการว่า โครงการชุมชนไม้มีค่าเป็นกลไกสำคัญในการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริง ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการปลูกและดูแลไม้มีค่า ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ให้เกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมสร้างต้นแบบขยายผลสู่พื้นที่อื่นอย่างยั่งยืน

    จากนั้น ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ประธานกรรมการโครงการประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ได้กล่าวรายงานความเป็นมาว่า วช. เล็งเห็นความสำคัญและดำเนินโครงการนี้ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 ตั้งแต่ปี 2566 เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนประยุกต์ใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการพัฒนาชุมชนไม้มีค่า ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในเครือข่ายเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์และรายได้จากการบริหารจัดการชุมชน และในปี 2568 นี้ มีชุมชนสนใจสมัครเข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 23 ชุมชน โดยผ่านกระบวนการคัดเลือกทั้งการพิจารณาจากเอกสารตามเกณฑ์ 5 ด้านสำคัญ และการลงพื้นที่รับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานจริง จนได้ชุมชนต้นแบบที่ผ่านเกณฑ์รับรางวัล ดังนี้

    1.รางวัลระดับ “ดีเด่น” จำนวน 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านร่องเคาะ จ.ลำปาง, เครือข่ายเกษตรกรบ้านมาบชุมแสงพัฒนา จ.นครสวรรค์, วิสาหกิจบ้านแปลงนกเป้า จ.ฉะเชิงเทรา

    2.รางวัลระดับ “ดี” จำนวน 5 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนรักษ์ป่า จ. สุรินทร์, ชุมชนบ้านโค้งตาบาง จ.เพชรบุรี, ชุมชนบ้านสบลืน จ. ลำปาง, ป่าชุมชนบ้านจำหวาย จ.เชียงราย, ป่าชุมชนบ้านหนองแวงยาว จ.ร้อยเอ็ด

    3.รางวัลระดับ “ชมเชย” จำนวน 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนรถป่าประดู่ ห้วยทรายขาว จ. สุราษฎร์ธานี , ชุมชนบ้านต้นปล้องใต้ จ. เชียงราย , ชุมชนบ้านคำสมอ จ. อุบลราชธานี

    นอกจากนี้ ยังมีการเสวนา “ไม้มีค่า สร้างป่า สร้างคน ชุมชนยั่งยืน” โดยผู้นําชุมชนที่ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ครั้งที่ 3 ประจําปี 2568 ระดับ “ดีเด่น” ดังนี้ นายวรพจน์ นากวิกรัย บ้านแปลงนกเป้า จังหวัดฉะเชิงเทรา, นายบุญธรรม ทับทิมศรี บ้านมาบชุมแสงพัฒนา จังหวัดนครสวรรค์ และนายอดิเรก สวยสด บ้านร่องเคาะ จังหวัดลําปาง ดำเนินรายการโดย นายประลอง ดำรงค์ไทย กรรมการโครงการประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ได้สะท้อนประเด็นสำคัญในการพลิกฟื้นผืนดินสู่ความมั่งคั่ง ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่เป็นการยกระดับชุมชนให้เป็นต้นแบบ โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 (2566–2570) ขยายฐานกลุ่มเป้าหมายใหม่ และ ระยะที่ 2 (2571 เป็นต้นไป) ยกระดับสู่ต้นแบบที่ยั่งยืน ซึ่ง วช. พร้อมผลักดันโมเดลจากทั้ง 3 ชุมชนนี้ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/461111&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3O8BXa3c8S69Lf-3aVa5Ye

  • “สุรศักดิ์” รมว.กระทรวง อว. เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ 2569” นักวิจัยไทย-นานาชาติ ขนทัพสิ่งประดิษฐ์กว่า 1,000 ผลงาน ชูพลังคนรุ่นใหม่ปลดล็อกอนาคตประเทศ

    “สุรศักดิ์” รมว.กระทรวง อว. เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ 2569” นักวิจัยไทย-นานาชาติ ขนทัพสิ่งประดิษฐ์กว่า 1,000 ผลงาน ชูพลังคนรุ่นใหม่ปลดล็อกอนาคตประเทศ

    ไอที

    “สุรศักดิ์” รมว.กระทรวง อว. เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ 2569” นักวิจัยไทย-นานาชาติ ขนทัพสิ่งประดิษฐ์กว่า 1,000 ผลงาน ชูพลังคนรุ่นใหม่ปลดล็อกอนาคตประเทศ

    วันอังคาร ที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.09 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    “สุรศักดิ์” รมว.กระทรวง อว. เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ 2569” นักวิจัยไทย-นานาชาติ ขนทัพสิ่งประดิษฐ์กว่า 1,000 ผลงาน ชูพลังคนรุ่นใหม่ปลดล็อกอนาคตประเทศ

     กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะหน่วยงานกลางด้านการวิจัยและการประดิษฐ์ ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นนานาชาติ จัดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026)” ครั้งที่ 27 ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม (Unlock Thailand – Power of Invention and Innovation)” ระหว่างวันที่ 5 – 9 มกราคม 2569 ณ Event Hall 100 – 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
    โดยงานในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงวันประวัติศาสตร์ การทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นประธานในพิธีและปาฐกถาพิเศษ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน
    พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศาสตราจารย์ กิตติคุณ นายแพทย์ สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการพิจารณางบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2569 ผู้บริหารกระทรวง อว. ผู้บริหารหน่วยงาน และผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศที่จะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงนั้น ไม่ใช่ประเทศที่มีทรัพยากรมากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ และต่อยอดสู่นวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง
    ทั้งนี้ กระทรวง อว. ได้ตระหนักถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายผลักดันให้หน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย “Quick Win” ซึ่งในด้านการเกษตร กระทรวง อว. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย “วิจัยติดดินกินได้” เพื่อช่วยเกษตรกรลดแรงงาน ลดเวลา และลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมี โดยเน้นหลักการ “เพิ่ม 4 เพิ่ม” ได้แก่ เพิ่มผลผลิตต่อไร่, เพิ่มรายได้, เพิ่มความแม่นยำในการฉีดพ่น และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรไทย นอกจากนี้ ในด้านการศึกษา กระทรวง อว. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะแรงงานผ่านการ Upskill และ Reskill ในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์, ระบบราง, ดิจิทัล และ AI ด้านสุขภาพ ผ่านหลักสูตรระยะสั้นและโครงการ Sandbox บัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อผลิตแรงงานสมรรถนะสูงรองรับตลาดแรงงานและช่วยแก้ปัญหาการว่างงาน

    นายสุรศักดิ์ กล่าวเน้นย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะพร้อมใช้งาน AI ควบคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศการศึกษาไทยให้ทันสมัย โดยปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการนำเข้าเทคโนโลยีมาเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยจากห้องทดลองสู่ชีวิตจริง “นวัตกรรมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันที่เราต้องกล้าคิด กล้าทดลอง และกล้าเปลี่ยนแปลง เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศให้เข้มแข็ง ยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก” นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

    พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้กล่าวชื่นชมสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และภาคีเครือข่ายทั้งไทยและต่างประเทศที่ร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องทุกปี ซึ่งถือเป็นเวทีแห่งความภาคภูมิใจและเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ของประเทศไทยสืบไป

    ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า การจัดงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 หรือ Thailand Inventors’ Day 2026 จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงวันประวัติศาสตร์ในการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะ “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” สำหรับการจัดงานในปีนี้ วช. มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ โดยมีการจัดแสดงผลงานมากกว่า 1,000 ผลงาน จากนักประดิษฐ์ไทยและนักประดิษฐ์นานาชาติกว่า 20ประเทศทั่วโลก ภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ และนิทรรศการน้อมรำลึกการมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ เพื่อเชิดชูเกียรตินักประดิษฐ์และนักวิจัยที่มีผลงานโดดเด่น รวมถึงนิทรรศการผลงานประดิษฐ์ที่แบ่งตามกลุ่มเรื่องสำคัญ อาทิ ด้านการเกษตร การแพทย์ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน “Thailand New Gen Inventors Award” หรือ “I-New Gen” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่

    ดร.วิภารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสืบไป

    ทั้งนี้ วช. ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมงาน “วันนักประดิษฐ์” 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026) ระหว่างวันที่ 5 – 9 มกราคม 2569 เวลา 09.00 – 17.30 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.inventorsdayregis.com/

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/461048&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J9PTb-GopcP7BIeahzGL8

  • แอดไวซ์ ส่งเอกสารชี้แจงประเด็น SMS หลอกลวง พร้อมประกาศเตือนภัยมิจฉาชีพ วอนอย่าหลงเชื่อ! | BT

    แอดไวซ์ ส่งเอกสารชี้แจงประเด็น SMS หลอกลวง พร้อมประกาศเตือนภัยมิจฉาชีพ วอนอย่าหลงเชื่อ! | BT

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.beartai.com/tech/pr-news/1202143/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-jH2zNBgwA0WRIt-OslwH

  • เพื่อไทยถกสมาพันธ์ขนส่งฯอาสาปราบส่วยลุยตั้งกก.ระบบขนส่งทั้งระบ


    เพื่อไทย” เปิดบ้านถก “สมาพันธ์ขนส่งฯ” รับฟัง 4 ข้อเสนอเร่งด่วน ชูนโยบายปราบทุนจีนสีเทา-ยกระดับโลจิสติกส์ไทยดึงดูดการลงทุน

    นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะทำงานด้านเศรษฐกิจและผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย เปิดห้องประชุมต้อนรับตัวแทนจากสหพันธ์การขนส่งทางบกและสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายด้านคมนาคมขนส่ง โลจิสติกส์ และแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ บรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้น มีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงระบบขนส่งเพื่อลดต้นทุนและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ

    ทั้งนี้ ตัวแทนจากสมาพันธ์รถบรรทุก ได้สะท้อนปัญหาและยื่นข้อเสนอแนะเร่งด่วน 4 ประเด็นหลัก เพื่อให้พรรคเพื่อไทยนำไปพิจารณาเป็นแนวทางบริหารประเทศ ได้แก่การกระตุ้นเศรษฐกิจ : นโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาปากท้องและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม 

    ในส่วนวิกฤตพลังงาน : แนวทางการแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมันดีเซล เพื่อลดภาระต้นทุนผู้ประกอบการ  ขณะที่ ระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบ : แนวทางแก้ไขปัญหาระบบซัพพลายเชนที่ครอบคลุมทั้ง รถ-เรือ-ราง ให้มีประสิทธิภาพ

    สำหรับปัญหาทุนจีนสีเทาและคอร์รัปชัน : นโยบายในการจัดการกับธุรกิจผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหา ‘ส่วย‘ และ ‘ต้นทุนแฝง’ จากการที่ทุนต่างชาติเข้ามาทุ่มตลาดทำราคาต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งกระทบต่อผู้ประกอบการไทยโดยตรง

    นอกจากนี้ ทางสมาคมขนส่งยังได้ฝากประเด็นปัญหาหน้าด่านชายแดน โดยเฉพาะการเจรจาขนส่งสินค้าข้ามแดนไทย-ลาว ซึ่งปัจจุบันยังติดขัดเรื่องข้อกำหนดที่ไม่สามารถนำหัวรถลากจูงเข้าไปในฝั่งลาวได้ ทำให้เกิดความล่าช้าและต้นทุนเพิ่ม

    ทั้งนี้ นายยศชนัน ได้แสดงความเห็นครอบคลุมเรื่อง การบริหารเสถียรภาพราคา-พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน-ปราบปรามทุนสีเทา โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการเสถียรภาพราคาพลังงาน เพื่อลดความผันผวน ช่วยให้ภาคโลจิสติกส์สามารถวางแผนบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทั้งระบบ (ถนน-ราง-น้ำ-อากาศ) ในระยะยาว พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อขจัดการเรียกรับผลประโยชน์ (ส่วย) และตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มทุนนอกระบบ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรม

    นอกจากนี้ นายยศชนัน ได้ตอบข้อซักถามโดยเน้นย้ำว่า “เรื่องโลจิสติกส์ถือเป็นหัวใจสำคัญ หากระบบไม่ดี อุตสาหกรรมก็จะไม่เติบโตและนักลงทุนจะไม่เข้ามา ส่วนประเด็นเรื่องธุรกิจสีเทาในภาคขนส่งนั้น เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ข้อมูลว่า ‘เจ้าของที่แท้จริง’ (Beneficial Ownership) คือใคร แม้ปัจจุบันจะมีฐานข้อมูลอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลกับต่างประเทศเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน โดยเฉพาะการเข้ามาในรูปแบบอสังหาริมทรัพย์หรือโครงการขนาดใหญ่ที่ผิดสังเกต ต้องมีการตรวจสอบติดตามไปถึงการถือกรรมสิทธิ์ร่วม (Partial Ownership) เพื่อป้องกันการฟอกเงินและการทำธุรกิจที่เอาเปรียบคนไทย”

    ด้านนายสุริยะ กล่าวสรุปตอบรับข้อเสนอของสมาพันธ์ขนส่ง โดยยืนยันว่าแนวทางการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของสมาคมฯ สอดคล้องกับนโยบายหลักของพรรค และหากได้จัดตั้งรัฐบาลจะเร่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาระบบขนส่งทั้งระบบทันที 

    โดยในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่ผ่านมาได้ทำสำเร็จไปแล้ว ได้แก่ โครงการมอเตอร์เวย์ 11 สาย มูลค่ากว่า 3.5 แสนล้านบาท ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนารถไฟทางคู่และการผลักดัน พ.ร.บ.การขนส่งทางราง เพื่อเปิดเสรีให้เอกชนสามารถเข้ามาเป็นผู้ประกอบการเดินรถขนส่งสินค้าได้ ซึ่งจะช่วยลดการผูกขาดและลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนปัญหาการขนส่งข้ามแดนไทย-ลาวที่ติดขัดเรื่องอิทธิพลท้องถิ่นนั้น จะใช้การเจรจาระดับรัฐบาล (G2G) ในรูปแบบการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อแก้ปัญหา พร้อมกันนี้ได้ประกาศจุดยืนแข็งกร้าวเรื่องส่วยทางหลวง โดยยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เคยรับผลประโยชน์ และได้คาดโทษข้าราชการกรมทางหลวงหากมีการแอบอ้างเก็บส่วย จะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาดและเปิดสายด่วนรับเรื่องร้องเรียนเพื่อกวาดล้างปัญหาให้ลดน้อยลงที่สุด

    สำหรับคณะผู้เข้าร่วมหารือ (พรรคเพื่อไทย) ประกอบด้วย  นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย , นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ , นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และ นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/39208&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw347XMn6jJFiqvboVEYT6HC

  • ‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

    หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

    “จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

    “จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

    บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

    “ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

    ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

    “ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/column/805452&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Iq7ObknxjB3zMLviEsL4f

  • ‘ไห่หนาน’ เศรษฐกิจใหม่ของจีน

    หนึ่งในข่าวใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่ามา นั่นคือ “จีน” มีการแยกเกาะที่มีเศรษฐกิจเทียบเท่าประเทศขนาดกลาง ออกจากแผ่นดินใหญ่เพื่อดำเนินการด้านศุลกากร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าร่วมข้อตกลงการค้า ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญและสร้างศูนย์กลางการค้าแบบรูปใหม่เช่นเดียวกันกับฮ่องกง

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย หวังว่า การเปลี่ยนมณฑลทางตอนใต้ของไห่หนาน ให้เป็นเขตปลอดภาษี จะกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศ จากสินค้าในท้องถิ่นที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 30% จะสามารถขนส่งไปยังจีน ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร บริษัทต่างชาติทั้งหลายจะสามารถดำเนินงานธุรกิจภาคบริการ ที่ถูกจำกัดในจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้เช่นกัน

    “จีน” กำลังมุ่งเสริมสร้างหลักฐานอ้างอิงด้านการค้าเสรี เพื่อโน้มน้าวสมาชิกทั้งหลายของข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่สุดแห่งหนึ่งของโลก อย่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า จีนสามารถบรรลุมาตรฐานระดับสูงของกลุ่มด้านเปิดเสรีทางการค้า และการลงทุนได้ ผ่านโครงการนำร่องต่าง ๆ เช่น ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน

    “จีนตั้งเป้าหมายสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ให้เป็นประตูสำคัญที่จะนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่”

    บรรดาผู้นำจีน ให้ความสำคัญกับการพลิกฟื้นการลงทุน ที่มีแนวโน้มลดลงช่วงปีหน้า ด้วยการมุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจจากการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การมุ่งเน้นทั้งการบริโภคและการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโต

    โดยเจ้าหน้าที่หลายราย ประเมินว่า ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้าง ที่ยอมรับผลกระทบเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ให้เศรษฐกิจจีนระยะยาว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีน ปรับลดลง 10.4%  เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

    “ราน กั๋ว” ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจผู้บริโภคของสภาธุรกิจจีน-อังกฤษ ระบุว่า เกณฑ์มาตรฐานคล้ายกันกับฮ่องกง ที่นอกจากจะกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไห่หนานแล้ว แผนนี้ควรจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและภาคการผลิตมากขึ้นด้วย โดย “ไห่หนาน” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าของจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

    ข้อมูลจากทางการจีน ระบุว่า GDP ของไห่หนาน อยู่ที่ 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่ผ่านมา เทียบเท่ากับเศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 70 ของโลก ตามข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) แต่ยังน้อยกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีมูลค่า 4.07 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

    “ซู เทียนเฉิน” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ระบุว่า โมเดลของไห่หนาน โดยพื้นฐานแล้วเสนอการเปิดเสรีอย่างมีระบบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผสมผสานห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังขาดระบบกฎหมาย และการเปิดเสรีทางการเงินอย่างที่ฮ่องกง และเกาะแห่งนี้ยังต้องแข่งขันกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้ความสำเร็จยังไม่แน่นอน

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/column/805452&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Iq7ObknxjB3zMLviEsL4f