Category: ไอที

  • หัวเว่ยหนุนโรงพยาบาลชุมแพยกระดับการเรียนการสอนแพทย์ ผ่าน Telemedicine ถ่ายทอดผ่าตัดจริงแบบ 4K เรียลไทม์

    หัวเว่ยหนุนโรงพยาบาลชุมแพยกระดับการเรียนการสอนแพทย์ ผ่าน Telemedicine ถ่ายทอดผ่าตัดจริงแบบ 4K เรียลไทม์

    ไอที

    หัวเว่ยหนุนโรงพยาบาลชุมแพยกระดับการเรียนการสอนแพทย์ ผ่าน Telemedicine ถ่ายทอดผ่าตัดจริงแบบ 4K เรียลไทม์

    วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.13 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    หัวเว่ยหนุนโรงพยาบาลชุมแพยกระดับการเรียนการสอนแพทย์
    ผ่าน Telemedicine ถ่ายทอดผ่าตัดจริงแบบ
    4K เรียลไทม์

    หัวเว่ย ร่วมกับ โรงพยาบาลชุมแพเดินหน้ายกระดับการศึกษาแพทย์ในภูมิภาค ผ่านโซลูชัน Telemedicineถ่ายทอดการผ่าตัดกระดูกและข้อแบบเรียลไทม์
    ความคมชัดระดับ 4K พร้อมระบบสื่อสารสองทาง เปิดโอกาสให้แพทย์ประจำบ้านและบุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญได้โดยไร้ข้อจำกัดด้านพื้นที่

    ความท้าทายสำคัญของการเรียนการสอนด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อคือกรณีศึกษาที่มีคุณค่าสูงมักเป็นเคสที่มีความซับซ้อนและจำกัดจำนวนผู้สังเกตการณ์ภายในห้องผ่าตัดด้วยข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการควบคุมการติดเชื้อทำให้แพทย์รุ่นใหม่จำนวนมากขาดโอกาสเรียนรู้จากสถานการณ์จริง

    โรงพยาบาลชุมแพซึ่งดูแลประชาชนในพื้นที่โซนตะวันตกของจังหวัดขอนแก่น ได้พัฒนา Telemedicine
    มาอย่างต่อเนื่อง
    เพื่อเชื่อมโยงผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลกับแพทย์เฉพาะทาง
    ลดความจำเป็นในการส่งต่อผู้ป่วย และต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้ด้านการศึกษา

    ล่าสุด ในเดือนมีนาคม 2568 โรงพยาบาลชุมแพได้ร่วมกับ
    ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย จัดโครงการ “Orthopaedics
    for the Nation” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่
    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อจากทั่วประเทศเข้าร่วมผ่าตัดเคสซับซ้อนให้กับผู้ป่วยในพื้นที่

    ภายในห้องผ่าตัด โซลูชัน Telemedicine
    ของหัวเว่ยได้เชื่อมต่อภาพและเสียงจากการผ่าตัดไปยังห้องเรียนหลายจุดภายในโรงพยาบาล
    ผ่านกล้องความละเอียดสูง 4K และเทคโนโลยีเข้ารหัส H.265 แบบ dual-stream ทำให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดทุกขั้นตอนของการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน

    จุดเด่นสำคัญคือระบบสื่อสารสองทางแบบเรียลไทม์
    ซึ่งเปิดโอกาสให้แพทย์ประจำบ้านสามารถสอบถามและโต้ตอบกับศัลยแพทย์ผู้ปฏิบัติงานได้ทันที
    เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ใกล้เคียงการอยู่ในห้องผ่าตัดจริง

    นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการเชื่อมต่อแบบหลายจุด
    (point-to-multipoint) ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการถ่ายทอดสดได้พร้อมกันหลายห้อง
    โดยไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่
    และตลอดการดำเนินงานสามารถรักษาเสถียรภาพของสัญญาณได้อย่างต่อเนื่อง

    ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า
    “โซลูชันของหัวเว่ยช่วยให้แพทย์สามารถเรียนรู้และมีส่วนร่วมกับการผ่าตัดที่ซับซ้อนได้แบบเรียลไทม์
    ทั้งคมชัดและโต้ตอบได้จริง นี่ไม่ใช่เพียงโครงการทดลอง
    แต่เป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลสู่โรงพยาบาลทั่วประเทศได้”

    ความสำเร็จของโครงการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีสามารถลดข้อจำกัดระหว่างห้องผ่าตัดและห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    และยังเป็นต้นแบบสำคัญในการยกระดับระบบการแพทย์และการศึกษาทางการแพทย์ของไทยในอนาคต
    โดยเฉพาะในโรงพยาบาลภูมิภาค

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/473833&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Y1EwH5rvO3y3e-0Q7GRcB

  • ล้ำไปอีกขั้น ! หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ลงสนามวิ่งจริง ทุบสถิติโลกมนุษย์

    ล้ำไปอีกขั้น ! หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ลงสนามวิ่งจริง ทุบสถิติโลกมนุษย์

                หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กว่า 100 ตัว ลงสนามวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่กรุงปักกิ่ง สะท้อนพัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่ก้าวไกลเกินกว่าการโชว์เพียงอย่างเดียว

    หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ วิ่งฮาล์ฟมาราธอน

               สำนักข่าวซินหัว รายงานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กว่า 100 ตัวออกสตาร์ตร่วมการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันอาทิตย์ (19 เมษายน 2569) ที่ผ่านมา แต่ความแปลกใหม่ของงานในปีนี้จางหายไปมากเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2025 ซึ่งเป็นการแข่งวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ประจำปีครั้งแรกที่ดึงดูดผู้ชมจำนวนมาก โดยครั้งนี้หุ่นยนต์เหล่านี้มีสิ่งที่ต้องพิสูจน์มากกว่าแค่การแสดงโชว์

               ช่วงปีที่ผ่านมา หุ่นยนต์จีนโชว์ออกวิ่งเต็มกำลัง แสดงศิลปะต่อสู้ และเต้นรำ สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมทั่วโลก แต่เมื่อเสียงเชียร์เบาลง คำถามสำคัญกลับผุดขึ้นในยุคของปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย หรือเอ็มบอดี เอไอ (Embodied AI) ว่าหุ่นยนต์เหล่านี้จะก้าวข้ามจากการเป็นเพียงของเล่นควบคุมระยะไกลสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีได้อย่างไร

               กฎใหม่ที่ผู้จัดงานกำหนดขึ้นสำหรับการแข่งขันระยะทาง 21.1 กิโลเมตรปี 2026 ในกรุงปักกิ่ง ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าหุ่นยนต์ที่ไม่สามารถวิ่งไปตามทางด้วยตนเองสามารถร่วมการแข่งขันได้ แต่เวลาที่เข้าเส้นชัยจะถูกคูณด้วย 1.2 กฎนี้มีจุดประสงค์เพื่อผลักดันให้แต่ละทีมมุ่งพัฒนาหุ่นยนต์ให้สามารถเคลื่อนที่ได้อิสระอย่างแท้จริง ทำให้มีทีมเกือบร้อยละ 40 ส่งหุ่นยนต์ลงแข่งขันในประเภทเคลื่อนที่อัตโนมัติ

    หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ วิ่งฮาล์ฟมาราธอน

               ปีนี้ผู้เข้าแข่งขันมุ่งเน้นแพลตฟอร์มหุ่นยนต์มาตรฐานเพียงไม่กี่แบบ ซึ่งแตกต่างจากปีที่แล้วที่มีการออกแบบหลากหลาย หลายทีมใช้หุ่นยนต์อย่างเช่น ยูนิทรี (Unitree) เทียนกง (Tien Kung) ที่มีพื้นฐานมาจากยูบีเทค (UBTECH) หรือหุ่นยนต์จากออเนอร์ (Honor) ซึ่งแยกตัวออกมาจากหัวเหวย (Huawei) โดยการแข่งขันที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ซอฟต์แวร์ เพื่อมุ่งพัฒนาอัลกอริธึมเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีที่สุดสำหรับส่วนประกอบหุ่นยนต์ที่คล้ายคลึงกันนี้

               ออเนอร์พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นผู้ทำผลงานได้ดีที่สุดในวันนั้น เข้าเส้นชัยด้วยเวลาเพียง 50 นาที 26 วินาที ทำลายสถิติโลกของมนุษย์ลงอย่างราบคาบ โดยเร็วกว่าสถิติที่ดีที่สุดของมนุษย์ 6 นาที ตู้เสี่ยวตี๋ วิศวกรของออเนอร์ กล่าวขณะยืนอยู่ข้างหุ่นยนต์แชมป์ความสูง 1.69 เมตรหลังพิธีมอบรางวัลว่าเราจำลองการฝึกหุ่นยนต์จากนักวิ่งมนุษย์ชั้นนำ ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศและรางวัลที่ 3 ตกเป็นของหุ่นยนต์อัตโนมัติของออเนอร์เช่นกัน

    หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ วิ่งฮาล์ฟมาราธอน

               หุ่นยนต์เทียนกง อัลตรา (Tien Kung Ultra) ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสีฟ้า แม้จะไม่ติด 3 อันดับแรก แต่สามารถวิ่งแซงคู่แข่งที่ใกล้ที่สุดไปได้แบบเฉียดฉิวในช่วง 50 เมตรสุดท้าย และเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่น่าทึ่งสำหรับแชมป์เก่า เนื่องจากหุ่นยนต์รุ่นนี้ทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 40 นาทีในการแข่งขันปี 2025 ความก้าวหน้านี้ตอกย้ำการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนในเวลาเพียง 1 ปี

               เส้นทางวิ่งฮาล์ฟมาราธอนเมื่อวันอาทิตย์ (19 เมษายน) ประกอบด้วยภูมิประเทศมากกว่า 10 แบบ ที่มีความลาดชันสูงสุดถึงร้อยละ 8 และความสูงชันรวม 100 เมตร ซึ่งเป็นการทดสอบการควบคุมกำลังและประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างแท้จริง นอกจากนั้น เส้นทางที่แคบและสิ่งกีดขวางที่เป็นเกาะกลางถนนยังจำลองสภาพแวดล้อมอันซับซ้อนของพื้นที่เมือง ส่วนจุดโค้ง 22 จุด ซึ่งรวมถึงจุดโค้งที่ทำมุมเกือบ 90 องศา จำเป็นต้องใช้ความแม่นยำและความสมดุลในระดับเซนติเมตร

    หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ วิ่งฮาล์ฟมาราธอน

               การแข่งขันศึกฮาล์ฟมาราธอนหุ่นยนต์จบลงแล้ว แต่การเดินทางในโลกแห่งความเป็นจริงเพิ่งเริ่มต้นขึ้น หลายฝ่ายเห็นพ้องกันมากขึ้นว่าเป้าหมายของหุ่นยนต์ไม่ควรเป็นเพียงแค่การทดแทนแรงงานมนุษย์ แต่ควรเป็นการรับหน้าที่ที่มนุษย์ไม่เต็มใจที่จะทำ โดยเฉพาะงานอันตรายในพื้นที่ห่างไกล หรือสถานการณ์กู้ภัยที่มีความเสี่ยงสูง

               ด้านเมืองเซินเจิ้น ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีทางตอนใต้ของจีน กำลังนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาใช้ในหลากหลายบทบาท ตั้งแต่การควบคุมการจราจรบนท้องถนนไปจนถึงการจัดการงานบ้าน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกายถูกวางตำแหน่งให้เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปีของจีน โดยการคาดการณ์หนึ่งชี้ให้เห็นว่าตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจีนจะมีมูลค่าราว 8.7 แสนล้านหยวน (ราว 4.12 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030  

    หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ วิ่งฮาล์ฟมาราธอน

    ข้อมูลจาก : XINHUA 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/253052&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nQRMP9OAjgXTeJ211HTkt

  • อินเดียจวกทรัมป์ “ไร้มารยาท” หลังแชร์โพสต์ด่าอินเดียเป็น “ขุมนรก” เหยียดแรงงานไอที

    อินเดียจวกทรัมป์ “ไร้มารยาท” หลังแชร์โพสต์ด่าอินเดียเป็น “ขุมนรก” เหยียดแรงงานไอที

    กระทรวงการต่างประเทศอินเดียแถลงตอบโต้อย่างรุนแรง ระบุประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ “ไร้มารยาท” หลังแชร์ข้อความเหยียดเชื้อชาติที่เรียกอินเดียว่าเป็น “ขุมนรก” พร้อมกล่าวหาแรงงานฝีมือชาวอินเดียในสหรัฐฯ ว่ากีดกันคนผิวสีและขาดทักษะภาษาอังกฤษ ชี้เป็นการกระทำที่ไม่สะท้อนความเป็นจริงของความสัมพันธ์สองประเทศ

    รัฐบาลอินเดียออกมาตำหนิการกระทำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเป็นทางการ กรณีการแชร์โพสต์บนโซเชียลมีเดียที่มีเนื้อหาเชิงลบและสร้างความเกลียดชังต่อชาวอินเดียและผู้อพยพ

    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ผ่านมา (22 เม.ย.) เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทำการรีโพสต์วิดีโอและข้อความจากนักวิจารณ์ฝ่ายขวา ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีสิทธิการได้รับสัญชาติโดยกำเนิดตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ โดยข้อความดังกล่าวระบุตอนหนึ่งว่า “เด็กที่เกิดที่นี่กลายเป็นพลเมืองทันที จากนั้นพวกเขาก็ลากทั้งครอบครัวมาจากจีน อินเดีย หรือขุมนรก (Hellhole) แห่งอื่นๆ บนโลกนี้”

    นอกจากนี้ โพสต์ดังกล่าวยังพุ่งเป้าไปที่แรงงานชาวอินเดียในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าพวกเขาไม่ยอมจ้างงานคนอเมริกันผิวขาวที่เป็นเจ้าของประเทศ และยังอ้างข้อมูลที่บิดเบือนว่าผู้อพยพชาวอินเดียขาดทักษะความรู้ทางภาษาอังกฤษ

    นายรันธีร์ ไจสวาล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ได้ออกมาตอบโต้ว่า ข้อความดังกล่าวเป็นเรื่องที่ “ขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม และไร้มารยาท” พร้อมย้ำว่าถ้อยคำเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนความสัมพันธ์อันดีระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน

    ขณะที่นายอามิ เบรา สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นบุตรของผู้อพยพชาวอินเดีย กล่าวว่าโพสต์ของทรัมป์นั้น “น่ารังเกียจ เขลา และลดทอนเกียรติของตำแหน่งประธานาธิบดี” โดยระบุว่าทรัมป์ซึ่งเกิดมาบนกองเงินกองทองไม่เคยเข้าใจความยากลำบากที่ครอบครัวผู้อพยพต้องเผชิญ

    ด้านมูลนิธิฮินดูอเมริกันได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลว่า การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชังและเหยียดเชื้อชาติเช่นนี้ จะยิ่งสุมไฟแห่งความเกลียดชังและเป็นอันตรายต่อชุมชนชาวอินเดีย ในช่วงเวลาที่การเหยียดเชื้อชาติในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

    ความขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดการเดินทางเยือนอินเดียในเดือนหน้าเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์

    อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออินเดีย โดยที่ผ่านมาเขาได้ดำเนินนโยบายเข้มงวดเรื่องวีซ่าสำหรับแรงงานไอที และยังคงมาตรการกำแพงภาษีต่ออินเดียมานานหลายเดือน เนื่องจากความไม่พอใจที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ไม่ให้ความสำคัญกับบทบาทการเป็นคนกลางของทรัมป์ในความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน

    นักวิเคราะห์มองว่า ท่าทีของทรัมป์สวนทางกับความพยายามหลายทศวรรษของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคน ที่มุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรกับอินเดียในฐานะ “ประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก” เพื่อคานอำนาจกับอิทธิพลของจีนในภูมิภาคเอเชีย.

    ที่มา AFP / SCMP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2928582&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19TuYOZp1gruJu6rEgUc1y

  • ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดลบ 180.20 จุด เซ่นราคาน้ำมันพุ่ง-หุ้น Infosys ร่วง

    ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดลบ 180.20 จุด เซ่นราคาน้ำมันพุ่ง-หุ้น Infosys ร่วง

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 เม.ย. 69)

    ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดตลาดในแดนลบวันนี้ (24 เม.ย.) และมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจากเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประกอบกับหุ้นกลุ่มไอทีปรับตัวลดลงหลังจากบริษัท Infosys ออกมาคาดการณ์รายได้ในระดับต่ำ

    ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 77,483.80 จุด ลดลง 180.20 จุด หรือ -0.23%

    หุ้น 8 ใน 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักเปิดลบ ส่วนดัชนีหุ้นขนาดเล็กและดัชนีหุ้นขนาดกลางปรับตัวขึ้น 0.3% และ 0.2% ตามลำดับ

    ปัจจัยลบสำคัญในกลุ่มไอทีคือการดิ่งลงของหุ้น Infosys ซึ่งเป็นบริษัทไอทีรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ โดยราคาหุ้นร่วงลง 3.3% ฉุดให้ดัชนีหุ้นกลุ่มไอทีลดลง 1.6% สาเหตุมาจากบริษัทคาดว่าการเติบโตของรายได้ประจำปีจะต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคและการใช้จ่ายของลูกค้าที่ซบเซา ซึ่งปัจจัยลบดังกล่าวได้กลบข่าวดีเรื่องผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ออกมาดีกว่าคาด

    ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เคลื่อนไหวทรงตัวอยู่ที่ราว 106 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากอิหร่านแสดงแสนยานุภาพในการคุมช่องแคบฮอร์มุซ ผ่านการเผยแพร่วิดีโอขณะหน่วยคอมมานโดบุกยึดเรือบรรทุกสินค้า ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังการเจรจาสันติภาพล้มเหลว และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนด

    โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา พงศ์ทวิช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRFN0IQ0EAFIXRICA147HGG0CWLTUO8W&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20C6uYeQz8UTEB5AY78NzH

  • ไทยดวลจีนรอบ 8 ทีม เทนนิส ยู 14 หญิงชิงแชมป์โลกคัดเอเชีย

    ไทยดวลจีนรอบ 8 ทีม เทนนิส ยู 14 หญิงชิงแชมป์โลกคัดเอเชีย

    บริษัท สยามสปอร์ต ซินติเคท จำกัด (มหาชน)
    เลขที่ 66/26 – 29 ซอยรามอินทรา 40
    ถนนรามอินทรา แขวงนวลจันทร์
    เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230

    โทร : 02-5088-000
    อีเมล์ : [email protected]
    เว็บไซต์ : www.siamsport.co.th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/102811/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tvprD7jnIZYZtGZhkwf3N

  • ไทยอัดไต้หวัน 3-0 คู่ ทะลุ 8 ทีมเทนนิส ยู-14 ไอทีเอฟ เวิลด์ฯ 2026

    ไทยอัดไต้หวัน 3-0 คู่ ทะลุ 8 ทีมเทนนิส ยู-14 ไอทีเอฟ เวิลด์ฯ 2026

    ทีมนักหวดเยาวชนหญิงไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ฟอร์มดุไล่ต้อน ไต้หวัน ขาดลอย 3-0 คู่ การันตีตั๋วรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึก ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ เทนนิส พร้อมดวล คาซัคสถาน ชิงแชมป์กลุ่ม

    ทีมนักหวด ยู-14 หญิงทีมชาติไทย เดินหน้าคว้าชัยแมตช์ที่ 2 ได้สำเร็จ ในการแข่งขันเทนนิสเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภททีมหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี รอบคัดเลือกตัวแทนโซนเอเชีย/โอเชียเนีย รายการ “2026 ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ เทนนิส, เอเชีย/โอเชียเนีย ไฟนอลส์ ควอลิฟายอิ้ง อีเวนท์” ณ เมืองกูชิง รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569

    การแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม 2 แมตช์ที่ 2 ทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ ทีมชาติไต้หวัน โดยผลการแข่งขันมีดังนี้ เดี่ยวมือสอง: อัญวีณ์ ไพศาลภาณุวงศ์ ประเดิมแต้มแรกให้ไทยหลังเอาชนะ หยาง กวง 2-0 เซต (6-0, 6-1)

    เดี่ยวมือหนึ่ง: พลอยเพชร ด้วงเขียว เอาชนะ ชี เหมิง ตุง 2-0 เซต (7-5, 7-5) ช่วยให้ไทยนำห่าง 2-0 คู่

    ประเภทคู่: อัญวีณ์ ไพศาลภาณุวงศ์ จับคู่กับ ศรุดา สุดตา เอาชนะ กวง หยาง และ เฉิน หยู่ เฟย 2-0 เซต (6-0, 7-5)

    สรุปผลการแข่งขัน ทีมชาติไทย เอาชนะ ทีมชาติไต้หวัน ไปอย่างขาดลอย 3-0 คู่ ทำสถิติชนะ 2 แมตช์รวด ส่งผลให้ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะลงสนามแมตช์สุดท้ายของกลุ่มพบกับ ทีมชาติคาซัคสถาน เพื่อแย่งชิงตำแหน่งแชมป์กลุ่ม

    ทางด้าน “โค้ชจิม” จ่าสิบเอก สหทัศน์ ศุภกิจ ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่า “ขณะนี้ทั้งไทยและคาซัคสถานผ่านเข้ารอบ 8 ทีมแน่นอนแล้ว โดยแมตช์สุดท้ายจะเป็นการชิงอันดับ 1 ของกลุ่ม ยอมรับว่าเป็นงานหนักและไทยเป็นรองเล็กน้อย แต่เชื่อว่าโอกาสอยู่ที่ 50-50 ซึ่งนักกีฬาทุกคนพร้อมสู้เต็มที่เพื่อผลงานที่ดีที่สุดครับ

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/102763/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gugyA-eO38_AXVQ9HKKcA

  • MSI เปิดตัว GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC การ์ดจอระดับไฮเอนด์

    MSI เปิดตัว GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC การ์ดจอระดับไฮเอนด์

    บอกเลยว่างานนี้สำหรับแฟน ๆ สายสะสมหรือแฟน ๆ อนิเมะเป็นต้องชื่นชอบแน่นอน เพราะในคราวนี้ทาง MSI แบรนด์ไอทีชั้นนำได้เปิดตัว GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC การ์ดจอลิมิเต็ดในธีม Frieren: Beyond Journey’s End ที่มาพร้อมกับการดีไซน์โดนใจและสเป็คระดับไฮเอนด์ รองรับการเล่นเกมคมชัดในระดับ 4K  

    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC
    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC

    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC มาพร้อมชิป RTX 5070 Ti ที่อยู่ในกลุ่มการ์ดจอระดับสูง รองรับการเล่นเกม AAA รองรับการเล่นเกมคมชัดในระดับ 4K, เทคโนโลยีใหม่อย่าง DLSS และ Ray Tracing ตัวการ์ดมีระบบระบายความร้อนด้วย TRI FROZR 4 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าไอทีที่เหล่านักสะสมและแฟนอนิเมะควรต้องมี!

    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC
    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC
    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC

    เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.msi.com

    อ้างอิงข้อมูลจาก
    https://www.facebook.com/MSIGamingSG
    https://th.msi.com/Graphics-Card


    ติดตามข่าวสารวงการเกมและความบันเทิงอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ Online Station

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.online-station.net/gaminggear/997424&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AXx9RSalkuYov9kskgrmS

  • ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดลบ 253.99 จุด หุ้นไอทีฉุดตลาด

    ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดลบ 253.99 จุด หุ้นไอทีฉุดตลาด

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 เม.ย. 69)

    ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียเปิดตลาดในแดนลบวันนี้ (22 เม.ย.) ยุติการทำสถิติบวกขึ้น 3 วันทำการติดต่อกัน โดยมีแรงเทขายในหุ้นกลุ่มไอทีเป็นปัจจัยกดดันหลัก หลังบริษัท HCLTech รายงานผลประกอบการที่ซบเซาและเปิดเผยคาดการณ์รายได้ทั้งปีที่น่าผิดหวัง ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงจับตาแนวโน้มการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศขยายเวลาหยุดยิง

    ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 79,019.34 จุด ลดลง 253.99 จุด หรือ -0.32%

    หุ้น 14 กลุ่มจาก 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักเปิดลบ นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มไอทีที่ดิ่งลงถึง 2.1% ส่วนดัชนีหุ้นขนาดเล็กและดัชนีหุ้นขนาดกลางซื้อขายทรงตัว

    ด้านสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันอังคาร (21 เม.ย.) ว่า จะขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อเปิดทางสำหรับการเจรจาสันติภาพเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าอิหร่าน รวมถึงอิสราเอลซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ จะยอมรับข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ หลังสงครามยืดเยื้อมานานถึง 2 เดือน

    นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังระบุด้วยว่าจะยังคงคำสั่งให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ปิดล้อมเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ของอิหร่านต่อไป

    โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRFL0IQ5N4OIJJ5TXX442Z3S1AJQ54B8&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dfq1kfVRrrvNd3ycgJ6XR

  • สปน. เดินหน้า “HR ดิจิทัล” ควบคู่เสริมอุปกรณ์ไอที รองรับงานยุคใหม่ ทำงานได้ทุกที่ ข้อมูลแม่นยำ ปลอดภัย

    สปน. เดินหน้า “HR ดิจิทัล” ควบคู่เสริมอุปกรณ์ไอที รองรับงานยุคใหม่ ทำงานได้ทุกที่ ข้อมูลแม่นยำ ปลอดภัย

    สปน. เดินหน้า “HR ดิจิทัล” ควบคู่เสริมอุปกรณ์ไอที รองรับงานยุคใหม่ ทำงานได้ทุกที่ ข้อมูลแม่นยำ ปลอดภัย


    22/04/2569 | 46 |

    (๒๑ เม.ย. ๖๙) นางชื่นชีวัน ลิมป์ธีระกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ สำนักนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙ ณ ศูนย์ปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ดิจิทัล ชั้น ๒ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผ่านระบบการประชุม Microsoft Teams

    รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน ๒ โครงการสำคัญ ซึ่งมุ่งยกระดับการทำงานภายในองค์กรให้ทันสมัย เชื่อมโยงข้อมูลเป็นระบบ และรองรับรูปแบบการทำงานยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่

    ๑. โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อพัฒนาระบบงานบุคคลให้ทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลเดียว บูรณาการงาน HRM และ HRD เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ DPIS ทำให้ข้อมูลบุคลากรมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และปลอดภัย พร้อมมีระบบวิเคราะห์ข้อมูล (HR Analytics) และ Dashboard สำหรับผู้บริหาร ใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย อีกทั้งสามารถรองรับการเรียนรู้และการปฏิบัติงานได้ทุกที่ ทุกเวลา

    ๒. โครงการจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์เพิ่มเติม โดยจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เพื่อรองรับการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work From Anywhere) ให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง คล่องตัว และไม่กระทบต่อภารกิจการให้บริการประชาชน

    รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการทั้งสองช่วยแก้ข้อจำกัดเดิมที่ระบบงานบุคคลแยกส่วน ข้อมูลกระจัดกระจาย และอุปกรณ์ไม่เพียงพอสำหรับการทำงานนอกสถานที่ นำไปสู่การทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล เสริมความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ และเพิ่มศักยภาพบุคลากรให้สอดรับกับการขับเคลื่อนองค์กรสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/496518&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TP-L_E5KS7yoxCTWDnzIN

  • สะพัด! iPhone 27 รุ่นได้ไปต่อในอัปเดต “iOS 27” ส่วน 4 รุ่นไม่ได้ไปต่อ

    สะพัด! iPhone 27 รุ่นได้ไปต่อในอัปเดต “iOS 27” ส่วน 4 รุ่นไม่ได้ไปต่อ

    สะพัด! เผยรายชื่อ iPhone ได้ไปต่อในอัปเดตระบบปฏิบัติการ “iOS 27” ทั้งหมด 27 รุ่น ส่วน 4 รุ่นไม่ได้ไปต่อ คาดเปิดตัวในงาน WWDC 2026 วันที่ 8 มิถุนายนนี้

    Instant Digital รายงานข้อมูลหลุดเกี่ยวกับว่าที่ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ Apple อย่าง iOS 27 โดยระบุว่าจะรองรับการใช้งานตั้งแต่ iPhone 12 เป็นต้นไป หากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริง จะทำให้สมาร์ตโฟนรุ่นเก่าบางรุ่นไม่ได้ไปต่อ

    สำหรับ iPhone รุ่นที่คาดว่าจะไม่ได้รับการอัปเดต ได้แก่ iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max และ iPhone SE รุ่น 2 อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้ยังคงได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยของ iOS 26 ต่อไปอีกหลายปี

    Apple
    iPhone 12

    ขณะที่รุ่นที่รองรับ iOS 27 จะครอบคลุมตั้งแต่ iPhone 12 จนถึงรุ่นใหม่อย่าง iPhone 17 series รวมถึง iPhone SE รุ่น 3 รวมทั้งหมด 27 รุ่นด้วยกัน

    รายงานยังระบุว่า ฟีเจอร์ใหม่ของ Apple Intelligence ที่จะเพิ่มเข้ามาใน iOS 27 จะรองรับเฉพาะรุ่นตั้งแต่ iPhone 15 Pro ขึ้นไป สะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต้องใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่มากขึ้น

    สำหรับกำหนดการเปิดตัว iOS 27 คาดว่าจะเกิดขึ้นในงาน WWDC 2026 วันที่ 8 มิถุนายนนี้ โดยจะปล่อยเวอร์ชันทดสอบสำหรับนักพัฒนาทันที ก่อนเปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปทดลองในเดือนกรกฎาคม และปล่อยเวอร์ชันเต็มช่วงเดือนกันยายน

    ในแง่การพัฒนา iOS 27 ถูกเปรียบเทียบกับ Mac OS X Snow Leopard ที่เน้นปรับปรุงความเสถียรและแก้ไขข้อบกพร่องเป็นหลัก มากกว่าการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่จำนวนมาก แม้จะยังมีการปรับปรุงบางส่วน เช่น แอปฯ Siri แบบแยกเฉพาะ ระบบปรับความโปร่งใสของอินเทอร์เฟซ และการแก้ไขคำอัตโนมัติที่แม่นยำขึ้น

    ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความชัดเจนจาก Apple อย่างเป็นทางการต่อไป

    ที่มา: MacRumors

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/273750&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0E2PTxzYfm5WQ5NpiHZZO_