Category: ไอที

  • ดาวรุ่งจีนโค่นมือท็อป!ผงาดคว้าแชมป์ไอทีเอฟเวิลด์

    ดาวรุ่งจีนโค่นมือท็อป!ผงาดคว้าแชมป์ไอทีเอฟเวิลด์

    ดาวรุ่งจีนโค่นมือท็อป!ผงาดคว้าแชมป์ไอทีเอฟเวิลด์

    วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.10 น.

    การแข่งขันเทนนิสเยาวชนนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลก รายการใหญ่ “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ300 (1)” ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2569 เป็นวันสุดท้าย โดย นายธานี แสนยาอุโฆษ กรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ และประธานฝ่ายพัฒนาเยาวชน เป็นประธาน

    ประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ หลิน ยู่ จุน ดาวรุ่งวัย 15 ปี จากแดนมังกร ประเทศจีน มือวางอันดับ 14 และมือ 91 เยาวชนโลก ปราบนักหวดร่วมชาติที่มีอันดับเยาวชนโลกสูงกว่าอย่าง ฉู อี้ฮั่น วัย 16 ปี มือวางอันดับ 2 และมือ 27 เยาวชนโลก ด้วยสกอร์ 6-4 ทั้งสองเซต

    หลิน ยู่ จุน ได้ครองแชมป์หญิงเดี่ยวศึกไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ300 (1) ที่ประเทศไทย โดยนับเป็นแชมป์ไอทีเอฟ จูเนียร์ส รายการที่ 4 ของตัวเอง พร้อมกันนี้ ยังได้รับคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลกสูงถึง 300 คะแนน ส่วน ฉู อี้ฮั่น ในฐานะรองแชมป์ ได้รับ 210 คะแนน

    ทางด้านประเภทชายเดี่ยว มารัต ซัลบีเยฟ นักหวดจากแดนหมีขาว วัย 18 ปี มือวางอันดับ 15 และมือ 75 เยาวชนโลก ดับฝันในการคว้าแชมป์อีกครั้งของ แดน แบรนด์ วัย 16 ปี จากอิสราเอล มือ 84 เยาวชนโลก เจ้าของแชมป์ศึกไอทีเอฟ เจ200 ที่ไทย เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยในรอบชิงชนะเลิศ สัปดาห์นี้ มารัต ซัลบีเยฟ เอาชนะ แดน แบรนด์ ได้ 2 เซตรวด 6-4 และ 6-3

    มารัต ซัลบีเยฟ ขึ้นแท่นแชมป์ชายเดี่ยว พร้อมรับคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลกสูงถึง 300 คะแนน ทั้งนี้ นับเป็นการได้แชมป์ไอทีเอฟ จูเนียร์ส รายการที่ 6 ของตัวเอง ในขณะที่ แดน แบรนด์ รับบทพระรอง ได้ 210 คะแนน แต่ก็ถือเป็นผลงานที่ดีของนักหวดรายนี้ ซึ่งเดินทางมาแข่งขันที่ประเทศไทย 2 รายการติด ได้ไป 1 แชมป์ และ 1 รองแชมป์จากชายเดี่ยว

    ทั้งนี้ หลังจบการแข่งขัน นายธานี แสนยาอุโฆษ กรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ และประธานฝ่ายพัฒนาเยาวชน ได้มอบรางวัลให้แก่นักกีฬา โดยมี นายอมร ดวงปิ่นคำ ผู้ตัดสินชี้ขาด สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ร่วมด้วย เพื่อเป็นเกียรติแก่นักกีฬาที่ได้รางวัลจากการแข่งขันรายการใหญ่ในประเทศไทย.  

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แชมป์ยังแกร่ง!ทุบออสซี่ทะลุตัดเชือกหวดไอทีเอฟ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/sport/951520&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2siN6AdgarWud5y_7v029b

  • ดาวรุ่งจีนโค่นมือสูงกว่า คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวโกย300แต้ม ปิดหวดไอทีเอฟที่ไทย

    ดาวรุ่งจีนโค่นมือสูงกว่า คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวโกย300แต้ม ปิดหวดไอทีเอฟที่ไทย

    การแข่งขันเทนนิสเยาวชนนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลก รายการใหญ่ “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ300 (1)” ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2569 เป็นวันสุดท้าย โดย นายธานี แสนยาอุโฆษ กรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ และประธานฝ่ายพัฒนาเยาวชน เป็นประธาน

    ประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ หลิน ยู่ จุน ดาวรุ่งวัย 15 ปี จากแดนมังกร ประเทศจีน มือวางอันดับ 14 และมือ 91 เยาวชนโลก ปราบนักหวดร่วมชาติที่มีอันดับเยาวชนโลกสูงกว่าอย่าง ฉู อี้ฮั่น วัย 16 ปี มือวางอันดับ 2 และมือ 27 เยาวชนโลก ด้วยสกอร์ 6-4 ทั้งสองเซต

    หลิน ยู่ จุน ได้ครองแชมป์หญิงเดี่ยวศึกไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ300 (1) ที่ประเทศไทย โดยนับเป็นแชมป์ไอทีเอฟ จูเนียร์ส รายการที่ 4 ของตัวเอง พร้อมกันนี้ ยังได้รับคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลกสูงถึง 300 คะแนน ส่วน ฉู อี้ฮั่น ในฐานะรองแชมป์ ได้รับ 210 คะแนน

    ด้านประเภทชายเดี่ยว มารัต ซัลบีเยฟ นักหวดจากแดนหมีขาว รัสเซีย วัย 18 ปี มือวางอันดับ 15 และมือ 75 เยาวชนโลก ดับฝันในการคว้าแชมป์อีกครั้งของ แดน แบรนด์ วัย 16 ปี จากอิสราเอล มือ 84 เยาวชนโลก เจ้าของแชมป์ศึกไอทีเอฟ เจ200 ที่ไทย เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยในรอบชิงชนะเลิศ สัปดาห์นี้ มารัต ซัลบีเยฟ เอาชนะ แดน แบรนด์ ได้ 2 เซตรวด 6-4 และ 6-3

    มารัต ซัลบีเยฟ ขึ้นแท่นแชมป์ชายเดี่ยว พร้อมรับคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลกสูงถึง 300 คะแนน ทั้งนี้ นับเป็นการได้แชมป์ไอทีเอฟ จูเนียร์ส รายการที่ 6 ของตัวเอง ในขณะที่ แดน แบรนด์ รับบทพระรอง ได้ 210 คะแนน แต่ก็ถือเป็นผลงานที่ดีของนักหวดรายนี้ ซึ่งเดินทางมาแข่งขันที่ประเทศไทย 2 รายการติด ได้ไป 1 แชมป์ และ 1 รองแชมป์จากชายเดี่ยว

    ทั้งนี้ หลังจบการแข่งขัน นายธานี แสนยาอุโฆษ กรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ และประธานฝ่ายพัฒนาเยาวชน ได้มอบรางวัลให้แก่นักกีฬา โดยมี นายอมร ดวงปิ่นคำ ผู้ตัดสินชี้ขาด สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ร่วมด้วย เพื่อเป็นเกียรติแก่นักกีฬาที่ได้รางวัลจากการแข่งขันรายการใหญ่ในประเทศไทย.  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/959273/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g1B4N4kVpnp6w_ybynl0o

  • คลอดเกณฑ์บัญชีดำ ‘บุคคล-นิติบุคคล’ พันอาชญากรรมไอที ตัดบัญชีม้า

    คลอดเกณฑ์บัญชีดำ ‘บุคคล-นิติบุคคล’ พันอาชญากรรมไอที ตัดบัญชีม้า

    ศปอท. กำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นบัญชี “บุคคล–นิติบุคคล” ที่เกี่ยวข้องอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อตัดวงจรบัญชีม้า มีผลใช้แล้ว

    เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่

    1. ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศและเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569

    2. ประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การประกาศและเพิกถอนรายชื่อนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569

    โดยประกาศทั้งสองฉบับมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งออกตามอำนาจพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดแนวทางในการประกาศรายชื่อบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงกำหนดกลไกในการเพิกถอนรายชื่อเมื่อมีการตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

    รองโฆษกฯ กล่าวว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ ตัดวงจรบัญชีม้าและกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงออนไลน์หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยการประกาศรายชื่อจะครอบคลุมทั้ง บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ และเลขที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล

    เมื่อมีการประกาศรายชื่อบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวแล้ว สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินมาตรการทันที เช่น ปฏิเสธการเปิดบัญชี ระงับการให้บริการหรือการทำธุรกรรม หรือปิดบัญชีที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเสี่ยงในการนำบัญชีหรือโครงสร้างนิติบุคคลไปใช้ในการกระทำความผิด

    ทั้งนี้ หากภายหลังมีการตรวจสอบและพบว่าบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสามารถออกประกาศ เพิกถอนรายชื่อ ได้ตามขั้นตอนที่กำหนด

    นางสาวลลิดา กล่าวว่า การกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านระบบดิจิทัล การใช้บัญชีม้า และการใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด ซึ่งจะช่วยยกระดับความปลอดภัยของระบบธุรกรรมทางการเงินและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้บริการทางการเงินดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1224182&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L7Zi1y5_X3vOOZCWKoz9-

  • NotebookLM เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ แปลงสรุปเนื้อหาเป็นวิดีโอภาพยนตร์

    NotebookLM เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ แปลงสรุปเนื้อหาเป็นวิดีโอภาพยนตร์

    NotebookLM เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Cinematic Video Overviews” แปลงสรุปเนื้อหาออกมาเป็นวิดีโอภาพยนตร์ พร้อมความเคลื่อนไหว-กราฟิกละเอียด ใช้ได้แต่ภาษาอังกฤษ สำหรับผู้สมัครแพ็กเกจ Google AI Ultra

    Google เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน NotebookLM โดยใช้ชื่อว่า “Cinematic Video Overviews” ซึ่งเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ของความสามารถในการสร้างวิดีโอด้วย AI

    ฟีเจอร์ดังกล่าวพัฒนาต่อยอดจากระบบ Video Overviews แบบเดิม ที่ใช้จัดทำการบรรยายพร้อมสไลด์ โดย Cinematic Video Overviews จะสามารถสร้างวิดีโอจากเนื้อหาที่เราต้องการ ได้ออกมาสมจริงและมีความเป็นภาพยนตร์มากขึ้น พร้อมภาพเคลื่อนไหวและกราฟิกที่ละเอียด เพื่อช่วยให้เรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาจากข้อมูลที่สนใจได้ง่ายขึ้น

    Google
    NotebookLM เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Cinematic Video Overviews”

    Cinematic Video Overviews ทำงานด้วยการผสานโมเดล AI หลายตัวของ Google ได้แก่ Gemini 3, Nano Banana Pro และ Veo 3 ซึ่งช่วยสร้างภาพเคลื่อนไหวและภาพประกอบที่มีรายละเอียดสูง

    Google ระบุว่า Gemini จะทำหน้าที่เหมือนผู้กำกับของวิดีโอ ใช้ความคิดสร้างสรรค์โดยตัดสินใจด้านโครงสร้างและสไตล์ ตั้งแต่การกำหนดรูปแบบการเล่าเรื่อง สไตล์ภาพ ไปจนถึงรูปแบบวิดีโอที่เหมาะสมที่สุดกับเนื้อหาที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป ผ่านการทำงานร่วมกับ Banana Pro และ Veo 3

    Google
    ฟีเจอร์ใหม่ “Cinematic Video Overviews”

    นอกจากนี้ AI ยังสามารถปรับปรุงผลงานได้ซ้ำหลายรอบ เพื่อให้ภาพและโครงเรื่องมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกันมากขึ้น

    ฟีเจอร์ Cinematic Video Overviews เปิดให้ใช้งานแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยเริ่มต้นในภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ใช้ที่สมัครแพ็กเกจ Google AI Ultra ซึ่งมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งบนเว็บไซต์และอุปกรณ์มือถือ

    ที่มา: Google

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/270194&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HPWMdox27ayV8J-iIEWpP

  • ซีอีโอเมตา รับการทำผิดกฎหมาย-ความเสี่ยงต่อเด็กบนโซเชียล “หลีกเลี่ยงไม่ได้”

    ซีอีโอเมตา รับการทำผิดกฎหมาย-ความเสี่ยงต่อเด็กบนโซเชียล “หลีกเลี่ยงไม่ได้”

    ซีอีโอเมตา รับการทำผิดกฎหมาย-ความเสี่ยงต่อเด็กบนโซเชียล “หลีกเลี่ยงไม่ได้”

    “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ซีอีโอเมตา ยอมรับต่อศาลสหรัฐฯ การกระทำทำผิดกฎหมาย-ความเสี่ยงต่อเด็กบนโซเชียลมีเดีย “หลีกเลี่ยงไม่ได้” ชี้เป็นส่วนน้อยที่พบและพยายามหยุดยั้ง

    มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเมตา เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียดัง เช่น เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม ยอมรับต่อศาลสหรัฐฯ ว่า การกระทำผิดกฎหมายและความเสี่ยงต่อเด็กบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อบริการมีผู้ใช้งานระดับหลายพันล้านคน

    คำให้การดังกล่าวมาจากวิดีโอบันทึกการให้ปากคำของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และ อดัม มอสเซรี หัวเรือใหญ่อินสตาแกรม ซึ่งถูกนำมาเปิดต่อศาลระหว่างการพิจารณาคดีในรัฐนิวเม็กซิโกเมื่อวันที่ 3 – 4 มีนาคมที่ผ่านมา

    Reuters/Mike Blake
    มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเมตา

    ซักเคอร์เบิร์ก กล่าวว่า การให้บริการแก่ผู้ใช้งานหลายพันล้านคนทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดผู้กระทำผิดทั้งหมด พร้อมย้ำว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่สามารถคงความสมบูรณ์แบบได้ตลอดเวลา

    “หากคุณให้บริการกับผู้คนหลายพันล้านคน ความจริงที่น่าเสียดายคือจะมีส่วนน้อยมากที่เป็นอาชญากร และเราต้องทำงานให้หนักที่สุดเพื่อหยุดกิจกรรมเหล่านั้น” ซักเคอร์เบิร์ก กล่าว

    โดยแอปพลิเคชันของเมตา ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ วอตส์แอปป์ ถือเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมของโลก โดยแต่ละบริการมีผู้ใช้งานราว 3 พันล้านบัญชีต่อเดือน

    คดีดังกล่าวเป็นการเผชิญหน้าทางกฎหมายระหว่าง Meta กับอัยการสูงสุดของรัฐนิวเม็กซิโก ราอูล ตอร์เรส ซึ่งกล่าวหาเมตาว่า ให้ความสำคัญกับผลกำไรและการมีส่วนร่วมของผู้ใช้มากกว่าความปลอดภัยของเด็ก

    ตอร์เรส ระบุว่า เมตาทราบดีว่าแพลตฟอร์มของตนถูกใช้โดย “ผู้ล่า” (predators) เพื่อเข้าหาเด็กผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม

    อย่างไรก็ตาม เมตาปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่าได้ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับเชิงรุก และระบบความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก

    โฆษกของบริษัทกล่าวว่า เมตามีนโยบายเข้มงวดในการต่อต้านการล่วงละเมิดเด็ก และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับจำนวนเนื้อหาที่ละเมิดกฎที่ถูกลบออกจากแพลตฟอร์ม

    ระหว่างการพิจารณาคดี อัยการนำเสนอหลักฐานภายในบริษัทที่ระบุว่า ในปี 2020 มีเด็กประมาณ 500,000 คนต่อวัน ที่ได้รับข้อความหรือการติดต่อที่ไม่เหมาะสมทางเพศบน Instagram

    การติดต่อเหล่านี้รวมถึงพฤติกรรม “grooming” หรือการสร้างความสัมพันธ์กับเด็กผ่านการค่อย ๆ ตีสนิท จนเด็กไว้ใจและสบายใจที่จะอยู่ใกล้ ก่อนแสวงหาประโยชน์ทางเพศ

    เมตาชี้แจงว่า ตัวเลขดังกล่าวมาจากระบบตรวจจับที่มีการตั้งค่าอย่างระมัดระวังมากเกินไป จึงรวมถึงการสื่อสารที่ไม่ได้เข้าข่ายไม่เหมาะสมด้วย

    เอกสารในศาลยังระบุว่า ฟีเจอร์แนะนำผู้ใช้อย่าง “People You May Know” หรือการแนะนำโปรไฟล์บุคคลที่น่าจะรู้จัก มีบทบาทสำคัญในการทำให้ผู้กระทำผิดค้นพบเหยื่อ โดยในปี 2018 ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกใช้เพื่อค้นหาเหยื่อใน 79% ของกรณีที่ตรวจพบ

    Reuters/Mike Blake
    มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเมตา

    นอกจากนี้ ศาลยังรับฟังข้อมูลว่า ประมาณ 30% ของผู้ใหญ่ ที่ถูกปิดบัญชีเนื่องจากพุ่งเป้าไปยังเด็ก ได้กลับมาสร้างบัญชีใหม่และกลับไปทำพฤติกรรมเดิมอีกครั้ง

    อีกประเด็นสำคัญคือ การตัดสินใจของซักเคอร์เบิร์กในการอนุมัติระบบ end-to-end encryption สำหรับเฟซบุ๊ก แมสเซนเจอร์ ในปี 2023

    การเข้ารหัสดังกล่าวทำให้มีเพียงผู้ส่งและผู้รับเท่านั้นที่สามารถอ่านข้อความได้ ขณะที่เนื้อหาจะไม่ถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของเมตา

    กลุ่มด้านการป้องกันความปลอดภัยเด็ก เช่น National Center for Missing and Exploited Children และ Thorn เตือนว่า ระบบนี้อาจทำให้ผู้ล่าทางเพศสามารถแลกเปลี่ยนสื่อการล่วงละเมิดเด็กโดยหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

    เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายให้การในศาลว่า หลังจากมีการเข้ารหัส รายงานเกี่ยวกับสื่อการล่วงละเมิดเด็กจากแพลตฟอร์มดังกล่าวลดลง

    อย่างไรก็ตาม ซักเคอร์เบิร์ก ระบุว่า ผู้ใช้จำนวนมากให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของการสื่อสาร

    โดยเมตาระบุว่า ได้พัฒนาระบบตรวจจับบัญชีที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น ผู้ใหญ่ที่ถูกบล็อกโดยบัญชีวัยรุ่น เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีเหล่านั้นเข้าถึงผู้ใช้เยาวชน พร้อมเปิดเผยว่าในปี 2025 ระบบดังกล่าวสามารถระบุบัญชีที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยได้มากกว่า 265 ล้านบัญชีบนเฟซบุ๊ก และ 135 ล้านบัญชีบนอินสตาแกรม และได้ดำเนินมาตรการป้องกันไม่ให้บัญชีเหล่านี้ค้นหา ติดตาม หรือส่งข้อความถึงผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี

    นอกจากนี้ ในเดือนกันยายน ปี 2024 เมตายังเปิดตัวระบบ Teen Accounts หรือบัญชีผู้ใช้สำหรับเยาวชน ซึ่งกำหนดค่าความปลอดภัยเข้มงวดโดยอัตโนมัติสำหรับผู้ใช้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เช่น การตั้งค่าโปรไฟล์เป็นส่วนตัว และจำกัดผู้ที่สามารถส่งข้อความหาได้

    อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบว่าระบบป้องกันดังกล่าวยังมีช่องโหว่ เช่น การที่วัยรุ่นยังคงเห็นวิดีโอที่เป็นอันตรายผ่านแฮชแท็กหรือระบบแนะนำเนื้อหา

    มอสเซรี ล่าวว่า เมื่อแพลตฟอร์มเชื่อมต่อผู้คนหลายพันล้านคนเข้าด้วยกัน ย่อมมีทั้งผลลัพธ์ที่ดีและผลเสียเกิดขึ้นพร้อมกัน

    ที่มา: The Guardian

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/270170&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0m2hbabPVlA6X-X2PGzsu1

  • บิ๊กเทคจับมือรัฐบาลสหรัฐฯ ลงนามสัญญาคุมค่าไฟ ป้องกันค่าไฟผู้บริโภคขึ้น

    บิ๊กเทคจับมือรัฐบาลสหรัฐฯ ลงนามสัญญาคุมค่าไฟ ป้องกันค่าไฟผู้บริโภคขึ้น

    บิ๊กเทคจับมือรัฐบาลสหรัฐฯ ลงนามสัญญาคุมค่าไฟ ป้องกันค่าไฟผู้บริโภคขึ้น

    บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ จับมือรัฐบาลสหรัฐฯ ลงนามสัญญาคุมค่าไฟ “Ratepayer Protection Pledge” ป้องกันค่าไฟผู้บริโภคขึ้น “ทรัมป์” ลั่น ถือเป็นชัยชนะของครัวเรือนชาวอเมริกัน

    บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ รวมถึง Google, Microsoft, Meta และ Amazon ลงนามในข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว เพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ใช้กับดาตาเซ็นเตอร์ โดยข้อตกลงดังกล่าวมีชื่อว่า “Ratepayer Protection Pledge” หรือ คำมั่นสัญญาปกป้องผู้จ่ายค่าไฟ โดยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ประกาศการลงนามดังกล่าว พร้อมระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีจะเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการอัปเกรดระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของดาตาเซ็นเตอร์ในอนาคต

    Reuters/Nathan Howard
    บิ๊กเทคจับมือรัฐบาลสหรัฐฯ ลงนามสัญญาคุมค่าไฟ ป้องกันค่าไฟผู้บริโภคขึ้น

    ทรัมป์ กล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยให้ดาตาเซ็นเตอร์สามารถเข้าถึงพลังงานที่ต้องการได้ โดยไม่ทำให้ค่าไฟของครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มสูงขึ้น พร้อมระบุว่าเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของครัวเรือนชาวอเมริกัน และยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ

    ดาตาเซ็นเตอร์กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะการพัฒนา AI ซึ่งต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาลในการประมวลผลข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ และระบบทำความเย็น ส่งผลให้หลายชุมชนในสหรัฐฯ เริ่มกังวลว่าโครงการดาตาเซ็นเตอร์อาจทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น

    ข้อตกลงครั้งนี้จึงกำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีต้องจัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมให้กับดาตาเซ็นเตอร์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ หรือซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่สามารถเพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งไฟฟ้า

    นอกจากนี้ บริษัทเทคยังต้องทำสัญญาอัตราค่าไฟพิเศษกับบริษัทสาธารณูปโภค และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนถูกผลักไปยังผู้ใช้ไฟทั่วไป ซึ่งในพิธีลงนามดังกล่าว ยังมีบริษัทเทคโนโลยีด้าน AI เข้าร่วมด้วย เช่น Oracle xAI และ OpenAI

    Reuters/Nathan Howard
    โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

    มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ดาตาเซ็นเตอร์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในสหรัฐฯ จากการลงทุนด้าน AI มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ขณะที่ประชาชนและฝ่ายการเมืองเริ่มจับตาผลกระทบต่อค่าไฟและความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศ

    อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า แม้บริษัทเทคโนโลยีจะรับผิดชอบต้นทุนเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไฟฟ้าใหม่จะถูกผลิตได้เร็วพอ

    จอน กอร์ดอน ผู้อำนวยการอาวุโสขององค์กรพลังงานสะอาด Advanced Energy United ระบุว่า ปัญหาหลักในปัจจุบันคือการสร้างกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ให้ทันกับความต้องการของดาตาเซ็นเตอร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

    กอร์ดอน กล่าวว่า แม้บริษัทเทคโนโลยีจะเป็นผู้จ่ายเงินลงทุนเอง แต่ก็ไม่ได้ทำให้โครงการโรงไฟฟ้าใหม่เกิดขึ้นเร็วขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและเชื้อเพลิงฟอสซิล มากกว่าพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม

    ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ว่าจะนำไปสู่การลงทุนด้านพลังงานจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงมาตรการเชิงสัญลักษณ์ ท่ามกลางแรงกดดันจากนักการเมืองและกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการป้องกันไม่ให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นจากการขยายตัวของดาตาเซ็นเตอร์

    ที่มา: The Guardian

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/270160&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2N-LW-aRe_0sUo4LIbekgU

  • “แชมป์” ยังแกร่งทะลุตัดเชือกอีกรายการ “นักหวดดาวรุ่ง” ตบเท้าเข้ารอบศึกไอทีเอฟเจ 300 | เดลินิวส์

    “แชมป์” ยังแกร่งทะลุตัดเชือกอีกรายการ “นักหวดดาวรุ่ง” ตบเท้าเข้ารอบศึกไอทีเอฟเจ 300 | เดลินิวส์

    การแข่งขันเทนนิสเยาวชนนานาชาติ รายการ “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ300 (1)” ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 5 มี.ค.69 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ประเภทชายเดี่ยว แดน แบรนด์ ดาวรุ่งอิสราเอล มือ 84 เยาวชนโลก ดีกรีแชมป์ชายเดี่ยวศึกไอทีเอฟ เจ200 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังโชว์ฟอร์มฮอตได้อย่างต่อเนื่อง เอาชนะ ดาเนียล โจวาโนฟสกี จากออสเตรเลีย มือวาง 2 และมือ 33 เยาวชนโลก 2-0 เซต 6-3, 6-2

    แดน แบรนด์ เข้ารอบรองชนะเลิศ ไปพบกับ คันตะ วาตานาเบะ มือวาง 7 และมือ 52 เยาวชนโลกจากญี่ปุ่น ที่อาชนะ คิริลล์ ฟิลาเรตอฟ มือวาง 4 และมือ 44 เยาวชนโลกจากรัสเศีย 2-1 เซต 6-7 ไทเบรก 2-7, 6-3, 7-5

    ทางด้านประเภทหญิงเดี่ยว เรเน อลาเม ดาวรุ่งออสเตรเลีย มือวาง 3 และมือ 30 เยาวชนโลก เอาชนะ อเลนา คาร์เชนโก มือวาง 11 และมือ 80 เยาวชนโลกจากรัสเซีย แบบไม่ยาก 2-0 เซต 6-0, 6-2 เรเน อลาเม เข้ารอบรองชนะเลิศ ไปพบกับ ฉู อี้ฮั่น จากจีน มือวาง 2 และมือ 27 เยาวชนโลก ที่เอาชนะ ไอชิ ดาส จากนิวซีแลนด์ มือ 111 เยาวชนโลก 2-0 เซต 6-3, 6-3 ต่อไป

    ผลคู่อื่น ๆ ประเภทชายเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ มาร์ค เซบัน (สหราชอาณาจักร) ชนะ อาร์นาฟ ปาปาร์การ์ (อินเดีย) 7-6 (5), 6-3, มารัต ซัลบีเยฟ (รัสเซีย) ชนะ อเล็กซานเดอร์ บลูส (โปแลนด์) 6-2, 2-0 Ret. (เจ็บศอกขวา), ประเภทหญิงเดี่ยว เชา หยูซาน (จีน) ชนะ เอคาเทรินา ดอตเซนโก (รัสเซีย) 6-4, 6-1, หลิน ยู่ จุน (จีน) ชนะ เฟลิทซาตา โดโรฟีวา-ไรบาส (รัสเซีย) 5-7, 7-5, 6-3

    ทางด้านประเภทชายคู่ รอบรองชนะเลิศ คาน อิซิก โคซาเนอร์-มุสตาฟา เอเก ซิก (ตุรกี) ชนะ อารง ชาเบต์-อาร์นาฟ ปาปาร์การ์ (ฝรั่งเศส-อินเดีย) 6-4, 6-2, ประเภทหญิงคู่ รอบรองชนะเลิศ อเล็กซานดรา เชชวิลี-อลิสา เทเรนเทวา (รัสเซีย) ชนะ มิคุ คิตะโอกะ-ริระ โคซากะ (ญี่ปุ่น) 7-5, 6-2, เว่ย จาง เฉียน-อู๋ รุ่ย ซี (จีน) ชนะ เรเน อลาเม-ฉู อี้ฉั่น (ออสเตรเลีย-จีน) 6-4, 7-6 (1)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5660597/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Wy3_llxQUlUtgSNzFmE_B

  • ‘คอมมาร์ต’ ปลุกกำลังซื้อไอทีต้นปี คาดเงินสะพัด 3 พันล้านบาท

    ‘คอมมาร์ต’ ปลุกกำลังซื้อไอทีต้นปี คาดเงินสะพัด 3 พันล้านบาท

    บุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมไอที จากทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ วิกฤตการณ์ขาดแคลนสินค้า ตลอดจนสถานการณ์สงครามที่เข้ามา

    ปีนี้ภาพรวมตลาดไอทีไทยมีแนวโน้มทรงตัวหรืออาจติดลบ หลังจากเติบโตต่อเนื่องหลายปี จากภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย รวมถึงความไม่แน่นอนจากสงครามที่กระทบต้นทุนพลังงาน และการขนส่ง อีกทั้งรอบการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ครั้งใหญ่หลังโควิดได้ผ่านพ้นไปแล้ว

    อย่างไรก็ดี ยังคงพอมีปัจจัยบวกจากการมาของเทคโนโลยี AI และการเติบโตของตลาดเกมมิ่งที่ทำให้เกิดการอัปเกรดฮาร์ดแวร์

    เช่นเดียวกับตลาดองค์กรที่การมาของ AI รวมถึงการที่ไมโครซอฟท์ประกาศยุติการสนับสนุน Windows 10 เป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องเปลี่ยนทั้งระบบปฏิบัติการ และฮาร์ดแวร์ใหม่

    'คอมมาร์ต' ปลุกกำลังซื้อไอทีต้นปี คาดเงินสะพัด 3 พันล้านบาท

    ‘AI–เกมมิ่ง’ หนุนไอที ‘โต’

    ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย แต่เป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำงาน การเรียน และการสร้างรายได้ หากเครื่องเสียผู้บริโภคมีความจำเป็นต้องซื้อใหม่ทันที โดยมักรอ “จังหวะที่เหมาะสม” ในการซื้อ เช่น งานอีเวนต์ที่มีโปรโมชันลดราคาที่คุ้มค่าน่าสนใจ

    แม้จะมีปัญหาสินค้าขาดแคลน และราคาที่ผันผวน แต่สินค้าไอทีอย่างคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และคอมพิวเตอร์จัดเซต ยังคงเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคต้องมี เพื่อใช้ทำงาน เรียน ตลอดจนความบันเทิง

    ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว โดยเฉพาะ AI ทำให้ผู้ใช้ต้องอัปเกรดสเปกคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับซอฟต์แวร์ และเกมรุ่นใหม่

    สองแกนหลักที่จะขับเคลื่อนการเติบโตอุตสาหกรรมไอทีไทยยังคงเป็น AI และเกมมิ่ง และหวังว่าหลังการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสมบูรณ์ สถานการณ์โดยภาพรวมจะเป็นบวก และสร้างความมั่นใจทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น

    'คอมมาร์ต' ปลุกกำลังซื้อไอทีต้นปี คาดเงินสะพัด 3 พันล้านบาท

    ลุยจัด ‘คอมมาร์ต’ กระตุ้นกำลังซื้อ

    ล่าสุด เดินหน้าจัดงาน “คอมมาร์ต” มหกรรมแสดง และจำหน่ายสินค้าไอทีครั้งใหญ่ครั้งแรกของปี ระหว่างวันที่ 5 – 8 มี.ค. 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ครั้งนี้ร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ไอทีชั้นนำกว่า 200 แบรนด์ยกทัพสินค้าเทคโนโลยีร่วมงานในธีม “COMMART GAMEFORCE ช้อปสนั่น มันเต็มแม็กซ์” พร้อมยกระดับประสบการณ์เกมมิ่ง และเทคโนโลยี AI

    โดยงานคอมมาร์ตเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเลือกซื้ออุปกรณ์ไอทีหลากหลาย พร้อมทดลองใช้งานจริง และจัดสเปกตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์

    เป็นพื้นที่ให้ผู้ซื้อ และผู้ขายในอุตสาหกรรมได้พบกัน เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ และโปรโมชันพิเศษแก่ผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมไอซีทีให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

    แม้จะมีปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทว่าอุตสาหกรรมเกม เทคโนโลยี และคอมมูนิตี้เกมเมอร์ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง  เรามั่นใจว่างานคอมมาร์ตครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมไอทีของประเทศให้เติบโตมากขึ้น

    เออาร์ไอพีคาดการณ์ว่า ตลอด 4 วันของการจัดงานจะมียอดเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท มีผู้สนใจเข้างานกว่า 3 แสนคน

    สำหรับ ท็อป 3 สินค้าขายดี คาดว่าโน้ตบุ๊กยังคงเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยกลุ่มโมบายที่กระแสมาแรงมากขึ้นจนขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ส่วนอันดับ 3 คือ คอมพิวเตอร์ประกอบ (DIY) ตามลำดับ

    ขนทัพสินค้า–โปรโมชัน แบบจัดเต็ม

    พรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีที และการจัดงาน บมจ.เออาร์ไอพี กล่าวเสริมว่า คอมมาร์ตมุ่งเป็นศูนย์กลางการซื้อขายสินค้าไอที และเกมมิ่งยุค AI ที่ครบวงจรที่สุด

    โดยผู้บริโภคจะได้พบกับสินค้า และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊ก AI, เกมมิ่งพีซี, การ์ดจอ, เครื่องคอนโซล, อุปกรณ์เกมมิ่ง และซอฟต์แวร์แท้ จากแบรนด์ชั้นนำ

    พร้อมโปรโมชันพิเศษ ส่วนลดแรง ของแถมจัดเต็ม และกิจกรรมที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับประสบการณ์ความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการแข่งขันเกม กิจกรรมอีสปอร์ต และการพบปะกับครีเอเตอร์สายเกมชื่อดังจัดกิจกรรมเกมเต็มรูปแบบตลอด 4 วัน

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์   ศิลาวงษ์ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1223904&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WpCy1URzCNroMvugpobRP

  • ททท.โชว์ “ท่องเที่ยวไทย” งานไอทีบี | เดลินิวส์

    ททท.โชว์ “ท่องเที่ยวไทย” งานไอทีบี | เดลินิวส์

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ได้นำผู้ประกอบการไทยด้านการท่องเที่ยว 165 ราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน Internationale Tourismus Borse (ITB Berlin 2026) ซึ่งเป็นงานมหกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่างวันที่  3-5 มี.ค. 69  ที่ เบอร์ลิน เอ็กซ์โป เซ็นเตอร์ ซิตี้  กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

    ทั้งนี้เพื่อถ่ายทอดศักยภาพ “The NewThailand” สู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก เสนอภาพลักษณ์ใหม่เที่ยวไทยผ่านแนวคิด “Unforgettable Experience: Healing is the New Luxury” โดยชูไฮไลต์เมืองน่าเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยวยั่งยืน และผลิตภัณฑ์รักษ์โลก อีกทั้งได้รับพระกรุณาธิคุณจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จร่วมงานและสาธิตเมนูไทยโบราณ ถ่ายทอดเสน่ห์วิถีไทยสู่สายตานานาชาติอย่างงดงาม

    การนำผู้ประกอบการเข้า ร่วมงานจะร่วมนำเสนอขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทย และพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการนำเที่ยวจากทั่วโลกที่มาร่วมงาน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ภายใต้แนวคิด “The New Thailand” พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรอื่น ๆ ประชาสัมพันธ์และนำเสนอขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวภายในพื้นที่คูหาประเทศไทย ซึ่ง ททท. คาดการณ์จะสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 5,568 ล้านบาท

    ทั้งนี้ในปี 68 จำนวนนักท่องเที่ยวเยอรมันที่มาเที่ยวไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นในปี 68 โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 965,898 คน เพิ่มขึ้น 10.60% และล่าสุดในเดือนม.ค.ปีนี้ มีนักท่องเที่ยวเยอรมัน มาไทยแล้ว 115,700 คน เพิ่มขึ้น 2.55% นักท่องเที่ยวตลาดนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดินทางครั้งแรกถึง 57.13% โดยนิยมเดินทางด้วยตนเอง ทั้งแบบเดี่ยว กับเพื่อน หรือคู่รัก ในจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่าง กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่และเชียงใหม่ โดยจะเดินทางมากที่สุดในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.และพ.ย.-ธ.ค.ซึ่งสอดคล้องกับฤดูหนาวและฤดูร้อนของเยอรมนี พร้อมพักผ่อนยาวเฉลี่ยถึง 15.58 คืนต่อทริป

    สำหรับคูหาประเทศไทยภายใน Hall 26B ถ่ายทอดภาพลักษณ์ใหม่ด้วยคอนเซปต์ “Unforgettable Experience: Healing is the New Luxury” สะท้อนเสน่ห์ความเป็นไทยในมุมมองร่วมสมัย และเชิญชวนนักเดินทางค้นหานิยามใหม่ของความหรูหราพร้อมยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเยียวยาที่แท้จริง ควบคู่กับการนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ชูเมือง น่าเที่ยว ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและตอบโจทย์ตลาดยุโรป ตลาดนักท่องเที่ยวเยอรมนีถือเป็นหนึ่งในตลาดระยะไกลที่มีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5657344/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3izY1ccqyRdzhxYxhsaMTN

  • กมลวรรณ ควงสาวเกาหลีใต้ดับเจ้าถิ่น ทะลุ 8 ทีมหญิงคู่เทนนิสไอทีเอฟที่จีน

    กมลวรรณ ควงสาวเกาหลีใต้ดับเจ้าถิ่น ทะลุ 8 ทีมหญิงคู่เทนนิสไอทีเอฟที่จีน

    กมลวรรณ ยอดเพ็ชร จับคู่ ชอย อึนยู จากเกาหลีใต้ โชว์ฟอร์มแกร่งหวดชนะคู่เจ้าถิ่น 2 เซตรวด ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศประเภทหญิงคู่ ศึกเทนนิส ไอทีเอฟ วีเมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ W15 หม่าอันซาน ที่ประเทศจีน

    การแข่งขันเทนนิสอาชีพหญิง ไอทีเอฟ วีเมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ W15 หม่าอันซาน ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 467,399 บาท) ที่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569 เป็นการชิงชัยในรอบเมนดรอว์

    ประเภทหญิงคู่ รอบแรก กมลวรรณ ยอดเพ็ชร มือคู่ 653 ของโลก จับคู่กับ ชอย อึนยู มือคู่ 716 ของโลกจากเกาหลีใต้ โดยทั้งคู่ถือเป็นคู่มือวาง 4 ของรายการ ลงสนามพบกับนักเทนนิสเจ้าถิ่น หลิว หลี่ ยี่ มือคู่ 1,094 ของโลก และ เซียว หลี่ซือ มือคู่ 979 ของโลก

    ผลการแข่งขันปรากฏว่า คู่ของ กมลวรรณ และ ชอย อึนยู ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะคู่จากจีนไปได้ 2-0 เซต ด้วยสกอร์ 6-3 และ 7-5 ส่งผลให้ทั้งคู่ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ

    ขณะที่ประเภทหญิงเดี่ยว รอบแรก กมลวรรณ ยอดเพ็ชร มือ 992 ของโลก ต้องเผชิญหน้ากับงานหนักอย่าง หวัง เจียอี้ มือวางอันดับ 6 ของรายการ และมือ 740 ของโลกจากจีน ซึ่งทั้งคู่เคยพบกันมาแล้วในรายการ W15 หัวหิน เมื่อปีที่ผ่านมา โดยครั้งนั้นนักหวดสาวไทยเป็นฝ่ายชนะไปได้ 2 เซตรวด

    อย่างไรก็ตาม ในการพบกันครั้งนี้ กมลวรรณ พยายามฮึดสู้อย่างเต็มที่แต่ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของคู่ปรับเก่าได้ พ่ายไปอย่างน่าเสียดาย 0-2 เซต ด้วยสกอร์ 4-6 และ 4-6 ยุติเส้นทางในประเภทเดี่ยวไว้เพียงเท่านี้

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/100634/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XJaaE4ETXQtHrPoVpTn39