Category: ไอที

  • คนไทยค้นหาอะไรบน Google มากที่สุดในปี 2568 ?

    คนไทยค้นหาอะไรบน Google มากที่สุดในปี 2568 ?

    เว็บไซต์ Google เปิดเผยคำที่ถูกค้นหามากที่สุดในรอบปี 2568 รวม 18 หมวด โดย “Gemini” – “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” มาแรง ส่วน “กีกี้” คนไทยสงสัยมากสุดแปลว่าอะไร?

    เว็บไซต์ Google จัดอันดับการค้นหาในรอบปี 2568 เพื่อเผยแพร่คำหรือข้อความที่ถูกค้นหามากที่สุดในประเทศ ประจำปี 2568 โดยครั้งนี้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 18 หมวด ประกอบด้วย คำค้นหายอดนิยม, ข่าว, บุคคล, ภาพยนตร์, ละครซีรีส์ไทย, ละครซีรีส์ต่างประเทศ, เกม, AI , What is? คืออะไร, How to…? วิธี…, สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย, สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ, สูตรอาหารและของทานเล่น, บุคคลผู้ล่วงลับ ไปจนถึงเหตุการณ์น้ำท่วม และร้านอาหารและคาเฟ่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    Reuters/Francois Lenoir
    Google จัดอันดับการค้นหาในรอบปี 2025

    คำค้นหายอดนิยมประจำปี 2568

    1. Gemini
    2. เที่ยวไทยคนละครึ่ง
    3. ChatGPT
    4. แผ่นดินไหว
    5. คนละครึ่ง พลัส
    6. สงคราม ส่งด่วน
    7. กุญแจกลางใจ
    8. iPhone 17
    9. DeepSeek
    10. คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์

    ข่าว

    1. แผ่นดินไหว
    2. คนละครึ่งพลัส
    3. ปราสาทตาเมือนธม
    4. บ้านเพื่อคนไทย
    5. ปราสาทตาควาย
    6. วัดไร่ขิง
    7. ไทย-กัมพูชา
    8. พายุวิภา
    9. พายุคาจิกิ
    10. ตึกถล่ม

    AI

    1. Gemini
    2. ChatGPT
    3. DeepSeek
    4. Hailuo AI
    5. PixVerse
    6. NotebookLM
    7. LMArena
    8. Suno
    9. Khui AI
    10. Claude

    สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ

    1. กำแพงเพชร
    2. สุโขทัย
    3. ลําปาง
    4. ทรงวาด
    5. ชะอํา
    6. เกาะหมาก
    7. บางปู
    8. หนองบัวลําภู
    9. อํานาจเจริญ
    10. วังน้ำเขียว

    สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ

    1. ภูฏาน
    2. จูไห่
    3. ซินเจียง
    4. วังเวียง
    5. นอร์เวย์
    6. ฟูก๊วก
    7. เซนได
    8. มาเก๊า
    9. เฉิงตู
    10. อินโดนีเซีย

    บุคคล

    1. สีกากอล์ฟ
    2. ดิว อริสรา
    3. ลำไย ไหทองคำ
    4. เป๊ก ผลิตโชค
    5. หมอบี
    6. อนุทิน ชาญวีรกูล
    7. พร้อม ราชภัทร
    8. หมอแอร์
    9. ทราย สก๊อต
    10. วอน บิน

    ละคร/ซีรีส์ไทย

    1. สงคราม ส่งด่วน
    2. คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์
    3. เขมจิราต้องรอด
    4. สายรักสายเลือด
    5. บนพระจันทร์ มีกระต่าย
    6. ทวง
    7. ผาแดงนางไอ่
    8. เจ้าคุณพี่กับอีนางคำดวง
    9. อีบัวกับไอ้ขวัญ
    10. ปริศนาปมไหม

    ละคร/ซีรีส์เกาหลี 

    1. สควิดเกม เล่นลุ้นตาย 2
    2. เมนูรักพิชิตใจราชา
    3. หนุ่มดวงจู๋กับหมอดูคนจ๋วย
    4. ปลอมมาเรียน เนียนมาสืบ
    5. เอส ไลน์
    6. ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน
    7. โบมุลซอม
    8. เพลย์บุ๊คชุดกาวน์
    9. ปราสาทหลอนวิญญาณ
    10. ชั่วโมงโกงความตาย

    ละคร/ซีรีส์จีน

    1. กระวานน้อยแรกรัก
    2. อริรักลิขิตใจ
    3. วาสนาของปลาเค็ม
    4. เหนือสมรภูมิ
    5. สู่ห้วงเมฆา
    6. เคราะห์สวรรค์ทัณฑ์รัก
    7. เกมรักในเงาลวง
    8. รักเธอที่สุดเลย
    9. บันทึกหิมะแห่งรุ่งอรุณ
    10. ตำนานรักสวรรค์จันทรา

    ภาพยนตร์

    1. ธี่หยด 3
    2. ธี่หยด 2
    3. วัยหนุ่ม 2544
    4. อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร
    5. ดาบพิฆาตอสูร: ภาคปราสาทไร้ขอบเขต
    6. จูราสสิค เวิลด์ กำเนิดชีวิตใหม่
    7. ไฟนอล เดสติเนชั่น ทายาทโกงตาย
    8. เกิร์ลกรุ๊ปนักล่าปีศาจ
    9. วิมานหนาม
    10. ธันเดอร์โบลต์ส

    ร้านอาหารและคาเฟ่

    1. ร้านเจ๊ไฝ
    2. ร้านบ้านเมี่ยงปู by ส้มตำกาแฟ
    3. ร้านศรณ์
    4. ร้านพาข้าว บรรทัดทอง
    5. ร้านอาหารนายโซว
    6. ร้านระลึก Drink & Restaurant
    7. ร้านฤดูกาล
    8. ร้านเตี๋ยวติ๊ด
    9. ร้านติดอ่างคาเฟ่
    10. ร้านพราว รัชโยธิน

    เกม

    1. Path of Exile 2
    2. Sprunki
    3. Thwordle
    4. Seven Knights Re:BIRTH
    5. Grow a Garden
    6. Chaos Zero Nightmare
    7. inZOI
    8. Monster Hunter Wilds
    9. Dragon Nest Classic
    10. Clair Obscur: Expedition 33

    What is….? …คืออะไร

    1. กีกี้ คืออะไร
    2. ซาแซง คืออะไร
    3. อาฟเตอร์ช็อก คืออะไร
    4. สแกมเมอร์ คืออะไร
    5. กฎอัยการศึก คืออะไร
    6. ร.31 คืออะไร
    7. อาจจะยังน้า คืออะไร
    8. Sigma คืออะไร
    9. หนมน้า คืออะไร
    10. แต๊ะเอีย คืออะไร

    How to…? วิธี…

    1. วิธีดูไทป์ตัวเองแบบสัตว์
    2. วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส
    3. วิธีลงทะเบียน เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568
    4. วิธียื่นภาษีออนไลน์ 2568
    5. วิธีทำโบว์ไว้อาลัย
    6. วิธีทำมะม่วงหนึบ
    7. วิธีเซ็นสําเนาถูกต้อง
    8. วิธีรับมือแผ่นดินไหว
    9. วิธีลดน้ำหนัก
    10. วิธีทำรูป Gemini

    สูตรอาหารและของทานเล่น

    1. สูตรน้ำจิ้มแจ่ว
    2. สูตรแกงโสฬส
    3. สูตรไก่ผู้พัน
    4. สูตรน้ําปลาหวาน
    5. สูตรก๋วยเตี๋ยวต้มยํากากหมูโบราณ
    6. สูตรน้ําจิ้มข้าวมันไก่
    7. สูตรชิโอะปัง
    8. สูตรแป้งโมจิ
    9. สูตรยํามะม่วงโบราณ
    10. สูตรยําวุ้นเส้น

    สูตรเครื่องดื่ม

    1. สูตรมัทฉะลาเต้
    2. สูตรเพียวมัทฉะ
    3. สูตรชงโกโก้
    4. สูตรลาเต้เย็น
    5. สูตรน้ําลําไยสด
    6. สูตรผักปั่น
    7. สูตร Mojito
    8. สูตรเคลปั่น
    9. สูตรมาการิต้า
    10. สูตรน้ำพั้นซ์

    บุคคลที่ล่วงลับ

    1. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    2. Charlie Kirk
    3. Diogo Jota
    4. ดีเจเตเต้
    5. Val Kilmer

    เหตุการณ์น้ำท่วม

    1. ลงทะเบียนน้ำท่วม 2568 ออนไลน์
    2. เช็คสถานะน้ำท่วมออนไลน์
    3. เยียวยาน้ำท่วม 2568
    4. น้ำท่วมอำเภอเมืองเชียงใหม่
    5. แบบฟอร์มการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2568
    6. สถานการณ์น้ำท่วมใกล้คลองขลุง
    7. น้ำท่วมที่อุบลราชธานี ตะวันตก
    8. น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่
    9. สถานการณ์น้ำท่วมใกล้แม่น้ำโขง
    10. สถานการณ์น้ำท่วมใกล้แม่น้ำกก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/262887&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PqYhGoyAaZV3vhIuz_JpY

  • เตือนผู้ใช้ไอโฟน 17-16-15 เปลี่ยนการตั้งค่า ป้องกันถูกดูดข้อมูลผ่านสาย

    เตือนผู้ใช้ไอโฟน 17-16-15 เปลี่ยนการตั้งค่า ป้องกันถูกดูดข้อมูลผ่านสาย

    เตือนผู้ใช้งาน iPhone 17 – iPhone 16 – iPhone 15 เปลี่ยนการตั้งค่าเชื่อมต่อเป็น “ถามก่อนทุกครั้ง” ป้องกันถูกดูดข้อมูลผ่านสาย จากข้อผิดพลาด Apple

    การเปิดตัว iOS 26 ของ Apple ในปีนี้ ทำให้เกิดข้อกังวลในผู้ใช้งานบางส่วนขึ้น หลังจากที่พบว่า iPhone 17 16 และ 15 ถูกตั้งค่าเริ่มต้นในลักษณะที่มีความเสี่ยง โดยไม่รู้ตัว และอาจเปิดช่องให้ข้อมูลถูกดึงออกจากเครื่องได้หากใช้สายชาร์จหรืออุปกรณ์เสริมที่ไม่ปลอดภัย

    ปัญหาเริ่มจากการอัปเดต iOS 26 ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มฟีเจอร์ป้องกันการดึงข้อมูลลับจาก iPhone ด้วยสายชาร์จหรืออุปกรณ์เสริมที่เป็นอันตราย

    Reuters/Dado Ruvic
    เตือนผู้ใช้ไอโฟน 17-16-15 เปลี่ยนการตั้งค่า ป้องกันถูกดูดข้อมูลผ่านสาย

    เมื่อผู้ใช้ปลดล็อค iPhone ครั้งแรกหลังจากการรีเซ็ตหรือปิดเครื่อง อุปกรณ์จะสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB-C ได้ Apple จึงเพิ่มฟีเจอร์ “หมดเวลา 72 ชั่วโมง” เพื่อทำการรีเซ็ตระบบเครื่องกลับไปให้เป็นสถานะก่อนที่จะปลดล็อก เพื่อป้องกันการถูกโจมตี หรือขโมยข้อมูลจากผู้ไม่หวังดี

    อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าที่ควรจะเป็นการ “ถามก่อนทุกครั้ง” หรือ “ถามเฉพาะอุปกรณ์ใหม่” กลับถูกตั้งค่าเริ่มต้นเป็น “อนุญาตอัตโนมัติเมื่อปลดล็อกเครื่อง” ซึ่งหมายความว่าเพียงแค่ผู้ใช้ปลดล็อก iPhone แล้วเสียบสายลงบนอุปกรณ์ใดก็ตาม รวมถึงสายที่มีมัลแวร์ จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันที

    ประเด็นนี้ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะข้อมูลในโทรศัพท์จำนวนมาก เช่น รูปภาพ ข้อความ หรือไฟล์ต่าง ๆ จะถูกเก็บแบบไม่เข้ารหัสเมื่ออยู่ในเครื่อง แม้แต่แอปฯ แชตที่มีระบบเข้ารหัสอย่าง WhatsApp หรือ LINE ก็ไม่ได้ป้องกันข้อมูลเมื่อเครื่องถูกปลดล็อกแล้ว จึงเป็นช่องโหว่สำคัญที่ผู้ไม่หวังดีสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

    แม้การเปลี่ยนตั้งค่าจะทำได้ง่าย เพียงเข้าไปที่ Settings > Privacy & Security > Wired Accessories แล้วเลือก “Always Ask” หรือ “Ask for New Accessories” แต่ผู้ใช้หลายคนกลับเจอปัญหาใหม่ นั่นคือ “ไม่สามารถกดเปลี่ยนได้” ซึ่งเป็นบั๊กที่พบมาตั้งแต่เดือนกันยายน และยังไม่ได้รับการแก้ไขในเวอร์ชันปัจจุบัน Apple ยืนยันว่ากำลังเตรียมแก้ไข แต่ยังไม่มีกำหนดชัดเจน

    ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้ iPhone รุ่นเก่าที่ใช้พอร์ต Lightning ก็ไม่ได้รับฟีเจอร์ป้องกันใหม่เลย ทำให้ต้องพึ่งพาตัวเลือกเดิมที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าในการรับมือกับการโจมตีแบบเดียวกัน

    เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า แม้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเพียงใด ความผิดพลาดเล็ก ๆ อย่างการตั้งค่าที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้โทรศัพท์ซึ่งเก็บข้อมูลสำคัญแทบทุกอย่างในชีวิตประจำวัน ตกอยู่ในความเสี่ยงได้อย่างง่ายดาย

    ทั้งนี้ ผู้ใช้ iPhone จึงควรตรวจสอบการตั้งค่าด้าน USB-C ด้วยตนเองเป็นอันดับแรก และหากเจอบั๊กที่ทำให้ปรับไม่ได้ ควรหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อกับสายหรืออุปกรณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจจนกว่า Apple จะออกอัปเดตแก้ไข เพราะท้ายที่สุด แม้ระบบจะดีเพียงใด ความปลอดภัยก็เริ่มต้นจากการใช้งานอย่างระมัดระวังเสมอ

    ที่มา: forbes

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/262834&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IiPTmJ2lnpkm42rF9qbs4

  • ธนเพชร ฉันทะ ผงาดเข้ารอบสองชายเดี่ยว ไอทีเอฟ เวียดนาม

    ธนเพชร ฉันทะ ผงาดเข้ารอบสองชายเดี่ยว ไอทีเอฟ เวียดนาม

    ธนเพชร ฉันทะ ผงาดเข้ารอบสองชายเดี่ยว ไอทีเอฟ เวียดนาม

    ธนเพชร ฉันทะ นักเทนนิสไทย มือวาง 5 รายการ ชนะ ดาเนียล คาซีม 2-0 เซต ผ่านเข้ารอบสองชายเดี่ยว ไอทีเอฟ เมนส์ เวียดนาม

    ธนเพชร ฉันทะ นักเทนนิสหนุ่มไทย มือ 918 ของโลก และมือวางอันดับ 5 ของรายการ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในรอบแรกประเภทชายเดี่ยว เอาชนะ ดาเนียล คาซีม มือ 1,393 ของโลก 2-0 เซต 6-3, 6-2 ในการแข่งขันเทนนิสอาชีพชาย ไอทีเอฟ เมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ “โนว่าเวิลด์ ฟาน เธียท โปรเฟสชั่นแนล เมนส์ เทนนิส ซีรีส์ เอ็ม15” ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 481,650 บาท) ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568

    ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ ธนเพชร ผ่านเข้ารอบสองไปพบกับ สเตฟาน สตอร์ช มือ 435 ของโลกจากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการท้าทายที่น่าจับตามองสำหรับนักเทนนิสไทยในรายการนี้

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/95462/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1D_VsyPRcI0nVfG1s030Fw

  • Brother ประกาศเกมรุกครั้งใหญ่ ทุ่มงบกว่า 30 ล้าน เปิดแคมเปญใหญ่ที่สุดในวงการ IT

    Brother ประกาศเกมรุกครั้งใหญ่ ทุ่มงบกว่า 30 ล้าน เปิดแคมเปญใหญ่ที่สุดในวงการ IT

    Brother ประกาศเกมรุกครั้งใหญ่ ทุ่มงบกว่า 30 ล้าน เปิดแคมเปญใหญ่ที่สุดในวงการ IT

    “บราเดอร์ อิงก์แทงก์ เล่นใหญ่ แจกเบนซ์ ฟินยกกำลัง 3”

     นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ความสำเร็จของการเปิดตัว Brother YES Tank – อิงก์แทงก์ที่ดีที่สุดของบราเดอร์ 

    เมื่อเดือนมีนาคม 2568 ภายใต้การสื่อสารร่วมกับนักแสดงชื่อดัง เจมมี่เจมส์ ได้สร้างปรากฏการณ์การจดจำแบรนด์และแรงขับเคลื่อนทางยอดขายอย่างโดดเด่น ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ Ink Tank ของ Brother สามารถไต่ขึ้นมาครอง Market Share อันดับ 2 ของตลาดได้สำเร็จในไตรมาส 3 ปี 2568 ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริงเพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจจากลูกค้า และเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการ IT Brother จึงเปิดตัวแคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีและวงการ “บราเดอร์ อิงก์แทงก์ เล่นใหญ่ แจกเบนซ์ฟินยกกำลัง 3” แคมเปญระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อมอบ “ประสบการณ์เหนือความคาดหมาย” ให้กับผู้ใช้ ด้วยสิทธิพิเศษแบบฟิน 3 ต่อ ยาว 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นของ Brother ในการยกระดับความคุ้มค่าให้เทียบชั้นไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง

    นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า แคมเปญ “บราเดอร์ อิงก์แทงก์ เล่นใหญ่ แจกเบนซ์ฟินยกกำลัง 3” มอบความคุ้มค่าแบบฟิน 3 ต่อทันที ให้กับลูกค้าที่ซื้อเครื่องพิมพ์ Brother YES Tank รุ่น DCP-T230, DCP-T430W และ DCP-T530DW 

    ที่ร่วมรายการ ประกอบด้วย

    ฟินต่อที่ 1 – “ลด” รับสิทธิ์ซื้อเครื่องพิมพ์ในราคาพิเศษ พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 10 %

    ฟินต่อที่ 2 – “รับ” ฟรีเก้าอี้แคมป์ปิ้งสุดคูลจาก Brother มูลค่า 990 บาท

    ฟินต่อที่ 3 – “ลุ้น” รับรางวัลทุกเดือน รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 4 ล้านบาท ได้แก่

    ทองคำ 1 สลึง 30 รางวัล (10 รางวัลต่อเดือน)

    iPhone Air 18 รางวัล (6 รางวัลต่อเดือน)

    รางวัลใหญ่ รถยนต์ Mercedes-Benz EQE300 Saloon – 1 รางวัล ในรอบสุดท้าย

    สมัครเข้าร่วมรายการได้ผ่านทาง Line Official Account : Brother Thailand ลุ้นรับรางวัลได้ทุกเดือน โดยจะมีการจับรางวัลและประกาศผลอย่างเป็นทางการทุกวันที่ 6 ของเดือนถัดไป รวม 3 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 วันที่ 6 มกราคม 2569 รอบที่ 2 วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 และรอบสุดท้าย วันที่ 6 มีนาคม 2569 ลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถยนต์ Mercedes-Benz EQE300 Saloon ซื้อก่อนมีสิทธิ์ลุ้นก่อน ยิ่งซื้อเพิ่ม ยิ่งเพิ่มโอกาสฟินแบบทวีคูณ เพราะความฟินครั้งใหญ่แห่งปีนี้ มีไว้สำหรับคนที่ไม่รอช้าเท่านั้

    Brother เดินหน้าสื่อสารแคมเปญแบบ Omnichannel ครอบคลุมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ทั่วทุกจังหวัด 

    เพื่อสร้างการรับรู้และขับกระแสแคมเปญให้เกิดอิมแพ็คสูงสุดในระดับประเทศ โดยทุ่มงบการตลาดรวมกว่า 30 

    ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้และขยายกระแสแคมเปญในวงกว้างอย่างทรงพลัง

    Brother มั่นใจว่าแคมเปญ “บราเดอร์ อิงก์แทงก์ เล่นใหญ่ แจกเบนซ์ฟินยกกำลัง 3” จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดเครื่องพิมพ์อิงก์แทงก์ในช่วงไฮซีซัน พร้อมช่วยรักษาตำแหน่ง Market Share อันดับ 2 ได้อย่างแข็งแกร่ง และเพิ่มสัดส่วนทางการตลาดให้เข้าใกล้ตำแหน่งอันดับ 1 อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อต่อยอดสู่การเป็นแบรนด์ผู้นำที่ผู้บริโภคไว้วางใจในระยะยาว

    สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและผลิตภัณฑ์ของ Brother เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.brother.co.th 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/457108&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sowRM5Unhf2GqiEwefK-h

  • S

    S

    บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ดิสทริบิวเตอร์ผู้นำด้านไอทีอีโคซิสเต็ม นำโดย นายปัญญา พูนเพิ่มผลสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด และนางสาวณัฐนิชา ธุรนิกร ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน จัดงานประชุมนักวิเคราะห์ประจำไตรมาส 3/2568 ตอกย้ำกลยุทธ์เชิงรุกในการขยายตลาด Smart Device ผ่าน 4 Strategic Pillars ได้แก่ Health & Wellbeing Tech, Smart & Sustainable Living, Gaming & Creator Economy และ Cloud Infrastructure พร้อมสร้างอีโคซิสเต็มแบบครบวงจร โดยเน้นการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ บริการ และพันธมิตรในตลาดโลก เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับ AWS เพื่อยกระดับโซลูชันองค์กรแบบครบวงจร

    SYNEX จัดงานประชุมนักวิเคราะห์ Analyst Meeting ชูกลยุทธ์ 4 แกนหลัก สร้างการเติบโต - รับเทรนด์ตลาดบวกต่อเนื่อง

    นอกจากนี้ SYNEX ยังได้อัปเดตทิศทางธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยระบุว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการในกลุ่ม AI Device ยังคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาอุปกรณ์อัจฉริยะมากขึ้น พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังมองเห็นโอกาสใหม่จากตลาด Solar Energy ซึ่งกำลังเติบโตอย่างโดดเด่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพสูงในระยะยาว โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ietxmg19uxv4o8d48pcl9qsaxqc7x08n&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1V_E3I0e0I6AQw_dcRMMI2

  • Ledger ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก รับมือภัยคุกคามไซเบอร์ ท่ามกลางการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

    Ledger ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก รับมือภัยคุกคามไซเบอร์ ท่ามกลางการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

    วันอังคาร ที่ 02 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.01 น.

    Ledger ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก
    รับมือภัยคุกคามไซเบอร์ ท่ามกลางการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

    ท่ามกลางการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก ความเสี่ยงจากการหลอกลวงและอาชญากรรมไซเบอร์ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกรรมที่อาศัยลายเซ็นดิจิทัล ซึ่งอาจถูกปลอมแปลงหรือดัดแปลงได้ ด้วยเหตุนี้ มาตรการด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและการจัดเก็บ Private Key แบบออฟไลน์จึงมีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ Ledger จึงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับฮาร์ดแวร์ เพื่อเสริมพลังให้ผู้ใช้งานคริปโตสามารถควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลของตนได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และอุ่นใจยิ่งขึ้นในการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนเอง

    Jean-François Rochet, Executive Vice President, Consumer Services ของ Ledger ผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัล กล่าวว่า “ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่แท้จริง” จำเป็นต้องมาพร้อมกับการใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากการลงนามทำธุรกรรมบนบล็อกเชนมีความสำคัญไม่ต่างจากการลงนามในสัญญาทางกฎหมาย หากข้อมูลที่แสดงบนหน้าจอถูกเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้สินทรัพย์ของผู้ใช้งานตกอยู่ในความเสี่ยงได้ทันที อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ทั่วไปอย่างสมาร์ตโฟนและแล็ปท็อป ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับนี้

    เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายดังกล่าว Ledger ได้พัฒนา หน้าจอระบบความปลอดภัยเครื่องแรกของโลก ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า “Signer” ทำหน้าที่เป็นหน้าจอที่เชื่อถือได้สำหรับตรวจสอบรายละเอียดของธุรกรรมก่อนลงนาม โดยอุปกรณ์จะใช้ชิป Secure Element ที่แยกการประมวลผลออกจากระบบหลัก เพื่อรักษาความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูล นอกจากนี้ มาตรฐาน Clear Signing ของ Ledger ยังช่วยแปลงข้อมูลธุรกรรมให้เป็นภาษาที่มนุษย์อ่านเข้าใจได้ง่าย พร้อมด้วยฟีเจอร์ Transaction Check ที่จำลองธุรกรรมเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบก่อนอนุมัติได้อย่างมั่นใจ

    ในกรณีที่อุปกรณ์สูญหาย ผู้ใช้งานสามารถกู้คืนสินทรัพย์ทั้งหมดได้โดยการกรอก วลีการกู้คืนลับ 24 คำ (24-word Secret Recovery Phrase) นอกจากนี้ Ledger Recover ยังเป็นบริการเสริมสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการสำรองข้อมูลการเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลของตน ขณะที่ Ledger Recovery Key ซึ่งเป็นบริการล่าสุดของบริษัท เป็นกุญแจสำรองส่วนตัวในรูปแบบออฟไลน์ มาพร้อม Secure Element และระบบป้องกันด้วยรหัส PIN สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการควบคุมสินทรัพย์อย่างเต็มที่และเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน

    นอกจากนี้ Ledger ยังได้เปิดตัว Ledger Nano Gen 5 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันในราคาที่เข้าถึงได้ อุปกรณ์รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอที่ปรับแต่งได้ การใช้พลังงานต่ำ และระบบคุ้มครองความเป็นส่วนตัวแม้ในขณะปิดเครื่อง รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เพื่อความสะดวกในการพกพา พร้อมโซลูชัน “D to connect” สำหรับเชื่อมต่อกับ dApps และแอป Ledger Wallet สำหรับบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลได้ในที่เดียว

    สำหรับองค์กร สถาบัน และแพลตฟอร์มซื้อขายที่ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล Ledger นำเสนอ โซลูชัน Multisig ที่รองรับการอนุมัติธุรกรรมด้วยลายเซ็นหลายฝ่าย (Multi-signature) ช่วยกระจายความรับผิดชอบและลดความเสี่ยงจากการที่บุคคลเพียงคนเดียวถือครอง Private Key ทั้งหมด นอกจากนี้ โซลูชันดังกล่าวยังช่วยปกป้ององค์กรจากช่องโหว่ที่มักพบในระบบ Multisig ที่พัฒนาอย่างไม่รัดกุม ซึ่งในอดีตเคยนำไปสู่ความสูญเสียของสินทรัพย์มูลค่ามหาศาล

    สำหรับตลาดประเทศไทย Ledger มองเห็นศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการยอมรับคริปโตเคอร์เรนซีสูงที่สุดในโลก และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่พัฒนาอย่างก้าวหน้า บริษัทจึงมีแผนขยายความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศเพิ่มเติม

    ขณะเดียวกัน Ledger ยังระบุว่า อาชญากรรมทางการเงินดิจิทัลยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ที่มีมูลค่าความเสียหายจากการฉ้อโกงสูงกว่า 2.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของอุปกรณ์ที่มีระบบตรวจสอบและยืนยันธุรกรรม ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงของผู้ใช้งาน

    “สินทรัพย์ดิจิทัลควรเป็นเรื่องส่วนตัว บทเรียนจากยุค Web 2.0 แสดงให้เห็นว่า เมื่อข้อมูลถูกควบคุมโดยองค์กรขนาดใหญ่ ความเสี่ยงย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจุบัน Ledger จำหน่ายอุปกรณ์ไปแล้วมากกว่า 8 ล้านเครื่อง ในกว่า 165 ประเทศ และช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับคริปโตมากกว่า 20% ของปริมาณธุรกรรมทั่วโลก ในอนาคต ผู้ถือครองคริปโตทุกคนจะต้องมีอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจดิจิทัล”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/457028&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fEF3wnblgFbCfySaD6_T8

  • สหรัฐฯ เปิดโผ 10 อาชีพที่จะ “ขาดแคลนสุดขีด” ในอีก 10 ปีข้างหน้า เงินเดือนพุ่งสูง!!

    สหรัฐฯ เปิดโผ 10 อาชีพที่จะ “ขาดแคลนสุดขีด” ในอีก 10 ปีข้างหน้า เงินเดือนพุ่งสูง!!

    เช็กด่วน! 10 อาชีพทำเงินสูงสุดแห่งทศวรรษหน้า การันตีรายได้หลักล้าน

    เปิดโผ 10 อาชีพ “ขาดแคลนหนัก” สายงานที่ใน 10 ปีข้างหน้า โลกจะต้องการที่สุด (2024-2034) หมอ-ไอที มาแรงแซงโค้ง

    ใครที่กำลังวางแผนอนาคตหรือมองหาลู่ทางเปลี่ยนสายงาน ห้ามพลาดข้อมูลนี้เด็ดขาด เมื่อสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ได้เปิดเผยข้อมูลคาดการณ์ 10 อาชีพที่จะเติบโตเร็วที่สุดไปจนถึงปี 2034 ซึ่งสะท้อนให้เห็นทิศทางของโลกการทำงานที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน และที่สำคัญบางอาชีพมีรายได้สูงปรี๊ดแตะหลักล้านบาทต่อปี

    ภาพรวมตลาดแรงงานโลกปี 2024-2034

    จากรายงานล่าสุดระบุว่า แม้การจ้างงานในทศวรรษหน้าอาจจะชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงต้องการแรงงานเพิ่มอีกกว่า 5.2 ล้านตำแหน่ง หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 3.1% โดยมี 2 ภาคส่วนหลักที่เป็น “ดาวรุ่ง” พุ่งแรงที่สุด คือ:

    • กลุ่มบริการสุขภาพและสังคม (Healthcare and Social Assistance): คาดว่าจะโตถึง 8.4%
    • กลุ่มบริการวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค: คาดว่าจะโต 7.5%

    เจาะลึกกลุ่มอาชีพมาแรง: “แพทย์” และ “ไอที” ครองแชมป์

    เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียด พบว่าอาชีพสายสนับสนุนทางการแพทย์ เช่น พยาบาลวิชาชีพ (Nurse Practitioners) และ ผู้ช่วยแพทย์ (Physician Assistants) มีแนวโน้มเติบโตพุ่งกระฉูดถึง 12.4% ในขณะที่สายเทคโนโลยีอย่าง นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientists) และ นักวิเคราะห์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Analysts) ก็ตามมาติดๆ ที่ 10.1%

    Emily Krutsch หัวหน้าแผนกจาก BLS อธิบายถึงสาเหตุสำคัญไว้ว่า:

    • สังคมผู้สูงอายุ: ประชากรที่อายุยืนขึ้น ต้องการการดูแลรักษาที่มากขึ้นและซับซ้อนขึ้น ผลักดันให้ความต้องการบุคลากรทางการแพทย์พุ่งสูง
    • ยุคทองของ AI: การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องการผู้เชี่ยวชาญมาพัฒนา ทดสอบ และดูแลระบบ รวมถึงต้องการคนมาสร้างเกราะป้องกันข้อมูลในโลกไซเบอร์ให้ปลอดภัย

    “เปอร์เซ็นต์สูง” ไม่ได้แปลว่า “ตำแหน่งเยอะ” เสมอไป

    อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอย่าดูแค่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์การเติบโตเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ช่างเทคนิคกังหันลมและช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์ แม้จะเป็นอาชีพที่โตเร็วที่สุดในแง่เปอร์เซ็นต์ (เนื่องจากกระแสพลังงานสะอาด) แต่เมื่อดูจำนวนตำแหน่งงานจริงที่จะเพิ่มขึ้น อาจมีไม่ถึง 20,000 ตำแหน่งในปี 2034

    10 อันดับอาชีพที่เติบโตเร็วที่สุด (2024-2034)

    อ้างอิงข้อมูลจาก BLS นี่คือรายชื่อ 10 อาชีพที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด พร้อมคาดการณ์รายได้ต่อปี (แปลงเป็นเงินไทยโดยประมาณ):

    อันดับ อาชีพ จุดเด่น/สาเหตุการเติบโต รายได้เฉลี่ยต่อปี (บาท)*
    1 ช่างเทคนิคกังหันลม พลังงานสะอาด ~2.2 ล้านบาท
    2 ช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์ พลังงานแสงอาทิตย์ ~1.8 ล้านบาท
    3 พยาบาลเวชปฏิบัติ (Nurse Practitioners) สังคมผู้สูงอายุ ~4.6 ล้านบาท
    4 นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientists) Big Data & AI ~4.0 ล้านบาท
    5 นักวิเคราะห์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ป้องกันภัยคุกคามดิจิทัล ~4.4 ล้านบาท
    6 ผู้จัดการฝ่ายการแพทย์และสุขภาพ บริหารจัดการโรงพยาบาล ~4.2 ล้านบาท
    7 ผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด ฟื้นฟูผู้ป่วย/ผู้สูงอายุ ~2.3 ล้านบาท
    8 นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuaries) วิเคราะห์ความเสี่ยง ~4.5 ล้านบาท
    9 นักวิเคราะห์วิจัยการดำเนินงาน แก้ปัญหาธุรกิจด้วยข้อมูล ~3.2 ล้านบาท
    10 ผู้ช่วยแพทย์ (Physician Assistants) ดูแลผู้ป่วยร่วมกับแพทย์ ~4.8 ล้านบาท

    *หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ (1 USD = ~35.5 THB) อ้างอิงรายได้เฉลี่ยปี 2024 จาก BLS

    ใครที่กำลังมองหาลู่ทางศึกษาต่อหรือเปลี่ยนงาน ข้อมูลชุดนี้น่าจะเป็นเข็มทิศชั้นดีให้คุณเตรียมตัวรับมือกับอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

    อ้างอิง

    1. U.S. Bureau of Labor Statistics (BLS)
    2. Soha.vn (Source)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9859974/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Evk3Ck07DI-6Wq5aiZvtG

  • แสงสว่างในตลาดไอทีไทย

    แสงสว่างในตลาดไอทีไทย

    AI

    แสงสว่างในตลาดไอทีไทย

    แสงสว่างในตลาดไอทีไทย

    ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกของเราต้องเผชิญกับภาวะผันผวนอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับหลายประเทศผลัดกันเปิดฉากเจรจาต่อรอง กดดันกันไปมาอย่างไม่รู้จบ

    ขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกก็มีความตึงเครียดทางการทหารในหลายภูมิภาค ทั้งตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก แอฟริกา รวมถึงบ้านเราที่เกิดความขัดแย้งทางพรมแดนกับกัมพูชาเช่นกัน

    นี่คือสภาวะโลกอึมครึม ที่ไม่ใช่แค่ฟ้าครึ้มฝน แต่คือความไม่แน่นอนที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ ซึ่งทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจซบเซาเป็นเงาตามตัว

    แม้รัฐบาลพยายามผลักมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเหมือนนักดับเพลิงที่พยายามฉีดน้ำใส่เชื้อไฟ ซึ่งต้องใช้เวลา อาจเพราะคำถามใหญ่ที่สังคมยังตอบไม่ได้ เช่น จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ เลือกตั้งอย่างไร จะมีใครมารับช่วงบริหารประเทศต่อ

    เมื่อภาพอนาคตไม่ชัด นักลงทุนย่อม “ชะลอ” คนทั่วไปก็ “ชะงัก” ไม่กล้าใช้จ่ายเหมือนที่ผ่านมา กลไกเศรษฐกิจจึงหมุนช้าลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

    ขณะที่ภาคธุรกิจอื่นยังซึมเซา แต่โลกไอทีดูเหมือนจะยังมีแสงสว่างให้เห็นอยู่ เพราะเทคโนโลยีได้กลายเป็นเครื่องยนต์หลัก ของเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน บริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกาที่มูลค่าสูงที่สุดล้วนเป็นบริษัทเทคโนโลยีไม่ว่าจะ NVIDIA, Apple, Microsoft, Meta หรือ Amazon ทั้งหมดต่างสะท้อนเรื่องเดียวกันคือ “โลกเดินด้วยเทคโนโลยี”

    เมืองไทยก็ไม่ต่างกัน และงานที่พิสูจน์ปรากฏการณ์นี้ได้ชัดที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ก็คืองาน Commart Thailand 2025 ที่เพิ่งปิดฉากลงไป ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสมรภูมิเทคโนโลยีที่ระอุที่สุด

    ด้วยทุกแบรนด์ต่างยกกองทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม AI มาเปิดตัวชนกันโดยไม่มียั้งมือ ราวกับกำลังส่งสัญญาณให้คนไทยรู้ว่า ยุค AI ไม่ใช่อนาคต แต่เกิดขึ้นแล้วตอนนี้

    แต่สิ่งที่เปลี่ยนฉากตลาดมากที่สุดคือความจริงที่ว่า เทคโนโลยี AI ไม่ได้จำกัดอยู่กับองค์กรใหญ่ หรือบริษัทที่ต้องการลงทุนแทนแรงงานอีกต่อไป แต่มันขยายไปสู่ผู้บริโภคทั่วไปอย่างรวดเร็ว

    เมื่อก่อนเราเคยมีสมาร์ทโฟนแต่วันนี้สิ่งที่เปิดตัวคือ AI Phone เราเคยมี “โน้ตบุ๊ก” แต่วันนี้คือ AI Laptop ที่มีฟีเจอร์ด้านการประมวลผลอัจฉริยะเต็มรูปแบบ

    ผู้บริโภคไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นของเล่น แต่เริ่มมองว่า AI เป็นสิ่งจำเป็นทั้งในเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว

    ทุกคนจึงไม่อยากตกขบวนรถไฟสายอนาคต และนั่นทำให้ดีมานด์ทางด้านประมวลผลเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จนชิปหน่วยความจำก็เริ่มขาดตลาด ความเชื่อแบบปากต่อปากจึงเกิดขึ้นว่า ถ้าจะซื้อ ต้องรีบซื้อ เพราะราคาจะยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ

    กระแสนี้ผลักให้ผู้คนไหลเข้าช้อปในงานคอมมาร์ตวันแรกแบบล้นหลาม จนมีตัวเลขยอดขายเป็นประวัติการณ์ ทั้งร้านค้าปลีกและผู้จัดงานต่างยืนยันตรงกันว่าไม่เคยเห็นคิวแน่นตั้งแต่วันแรกของการจัดงานเหมือนในครั้งนี้

    เศรษฐกิจไทยในภาพรวมอาจยังอึมครึมเพราะความผันผวนทางการเมืองและความไม่แน่นอนหลายด้านแต่ตลาดไอทีได้แสดงให้เห็นว่าความหวังยังมีอยู่

    และเป็นความหวังที่มาจากกำลังซื้อจริง ไม่ใช่แรงเชียร์หรือมาตรการกระตุ้นชั่วคราว ซึ่งงานคอมมาร์ตครั้งนี้เป็นดัชนีที่เราวัดผลได้อย่างชัดเจน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/tech/ai/1210214&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KA21oI5EHg-fO-xDhG9yZ

  • ส่องภาพรวมดิจิทัลประเทศไทย อินเทอร์เน็ตประจำที่เร็วสุดอันดับ 7 โลก!

    ส่องภาพรวมดิจิทัลประเทศไทย อินเทอร์เน็ตประจำที่เร็วสุดอันดับ 7 โลก!

    เปิดข้อมูล “Digital 2026 Thailand” สถิติภาพรวมดิจิทัลประเทศไทยประจำปี คนไทยค้นหา “หนัง – แปล” บน Google มากสุด สุดภาคภูมิใจ! อินเทอร์เน็ตเร็วสุดอันดับ 7 ของโลก ส่วนใหญ่ใช้ไถโซเชียล – คุยแชตมากสุด

    สังคมไทย ยังคงเดินบนเส้นทางแห่งสังคมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ DataReportal เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลชื่อดัง เผยแพร่ “Digital 2026 Thailand” ข้อมูลสถิติด้านการใช้ดิจิทัลของคนไทยตลอดช่วงปี 2025 โดยเผยว่ามีอัตราการเข้าถึงและใช้อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียพุ่งสูงติดอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของคนไทย

    DataReportal
    คนไทยใช้อินเทอร์เน็ต 94.7% ของสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ

    คนไทยใช้อินเทอร์เน็ต 94.7% ของสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ

    จากการสำรวจในช่วงปลายปี 2025 ประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 67.8 ล้านคน คิดเป็นอัตราการเข้าถึง 94.7% อันดับที่ 23 ของโลก ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองเพียงสิงคโปร์ (98.4%) และมาเลเซีย (98%) สะท้อนว่าประชาชนไทยสามารถเข้าถึงบริการออนไลน์ในชีวิตประจำวันเป็นส่วนมาก

    ไทยอันดับ 19 ของโลก ประชากรใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด

    แม้ว่าคนไทยจะใช้อินเทอร์เน็ต 94.7% เมื่อเทียบสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ ทว่าหากเทียบเป็นจำนวนประชากรแล้ว ประเทศไทยจะขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 19 ของโลก ที่มีประชากรใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด ที่ 67.8 ล้านคน เป็นรองอินโดนีเซีย ที่มีประชากรใช้อินเทอร์เน็ต 230.4 ล้านคน และเวียดนาม 85.6 ล้านคน

    ส่วนประเทศ 3 อันดับแรกที่มีจำนวนประชากรใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลก คือ จีน 1.3 พันล้านคน คิดเป็น 91.6% เทียบกับสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ อินเดีย 1.026 พันล้านคน คิดเป็น 70% เทียบกับสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ และ สหรัฐอเมริกา 323 ล้านคน คิดเป็น 93.1% เทียบกับสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ

    DataReportal
    ไทยอันดับ 19 ของโลก ประชากรใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด

    “ไถโซเชียล – คุยแชต” สาเหตุคนไทยเข้าใช้เว็บ-แอปฯ มากสุด

    Digital 2026 Thailand ยังชี้ให้เห็นพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของคนไทยยังคงเติบโตสูง โดย “โซเชียลมีเดีย” ครองอันดับหนึ่งของการใช้งานด้วยสัดส่วนสูงถึง 97.5% สะท้อนบทบาทสำคัญของแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ในชีวิตประจำวัน

    ขณะที่ “แชตและส่งข้อความ” ตามมาเป็นอันดับสองที่ 96.7% แสดงให้เห็นว่าการสื่อสารแบบเรียลไทม์ยังเป็นหัวใจหลักของการใช้งานดิจิทัลในยุคปัจจุบัน

    กลุ่มเว็บไซต์/แอปค้นข้อมูลอย่าง “เสิร์ชเอนจิน” มีการใช้งาน 86.3% ขณะที่ “อีเมล” ยังคงได้รับความนิยมอยู่ที่ 85.9% ด้านอีคอมเมิร์ซทั้งการช้อปปิงและประมูลออนไลน์ทำได้ดีเช่นกันที่ 81.8%

    บริการตามตำแหน่งที่ตั้ง เช่น แผนที่และการจราจร มีผู้ใช้กว่า 59.5% ส่วนบริการส่งอาหารยังได้รับความนิยมสูงที่ 50.2% ขณะที่หมวดท่องเที่ยว ข่าว เกม และพยากรณ์อากาศ อยู่ในช่วงราว 39–43%

    ด้านความบันเทิงอย่าง “เพลง” มีผู้ใช้งาน 36.4% ขณะที่รีวิวสินค้า เว็บบอร์ด และแพลตฟอร์มงานหรือธุรกิจมีอัตราการใช้งานราว 29–31%

    DataReportal
    “ไถโซเชียล – คุยแชต” สาเหตุคนไทยเข้าใช้เว็บ-แอปฯ มากสุด

    “Google – YouTube” ครองบัลลังก์เว็บขวัญใจคนไทย “คอนเทนต์ผู้ใหญ่” มีทราฟฟิกมาก

    Digital 2026 Thailand ยังเผยข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ในไทยจาก SEMrush และ SimilarWeb อ้างอิงทราฟฟิกช่วงกลางปีถึงสิงหาคม 2025 ชี้ให้เห็นว่า Google และ YouTube ยังครองตำแหน่งเว็บที่คนไทยเข้าชมมากที่สุดอย่างเหนียวแน่นทุกการจัดอันดับ โดย Google มีทราฟฟิกเฉลี่ยรายเดือนสูงถึง 1.21 พันล้านครั้ง ตามตัวเลขของ SEMrush และกว่า 905 ล้านครั้ง ตามข้อมูลของ SimilarWeb

    เว็บไซต์โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ X ยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ ของทั้งสองแพลตฟอร์ม ขณะที่กลุ่มเว็บไซต์สตรีมคอนเทนต์ผู้ใหญ่ (Adult Content) จำนวน 5 เว็บไซต์ ติดอันดับท็อป 20 ของ SEMrush สะท้อนพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่หลากหลายของผู้ใช้ไทย

    รายงานยังพบว่า เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาบันเทิง-ผู้ใหญ่ ติดอันดับสูงหลายโดเมน ซึ่งเป็นหมวดที่มีทราฟฟิกจำนวนมากและมีระยะเวลาใช้งานต่อเซสชันค่อนข้างยาว

    ด้านอีคอมเมิร์ซ Shopee ติดอันดับ 6 ของ SEMrush และขึ้นมาถึงอันดับ 4 ใน SimilarWeb ขณะที่เว็บกระทู้ชื่อดัง Pantip.com ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ในรายงาน SimilarWeb อยู่ที่อันดับ 5 ด้วยผู้เข้าชมกว่า 62.4 ล้านครั้งต่อเดือน

    แพลตฟอร์มโซเชียลและสื่อ เช่น Instagram TikTok และ Line.me ยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ใช้งาน โดย TikTok ติดอันดับ 13 ของ SEMrush และอันดับ 11 ตาม SimilarWeb

    เว็บไซต์ข่าวไทยอย่าง Sanook.com ติดอันดับต้น ๆ ในหมวดข่าวจากทั้งสองรายงาน ส่วนเว็บไซต์สื่อใหญ่และไลฟ์สไตล์ เช่น Thairath และ Kapook อยู่ในกลุ่มท็อป 20 ของ SimilarWeb

    DataReportal
    “Google – YouTube” ครองบัลลังก์เว็บขวัญใจคนไทย “คอนเทนต์ผู้ใหญ่” มีทราฟฟิกมาก
    DataReportal
    “Google – YouTube” ครองบัลลังก์เว็บขวัญใจคนไทย “คอนเทนต์ผู้ใหญ่” มีทราฟฟิกมาก

    คำนี้มาอีกแล้ว! “หนัง – แปล” คำค้นหา Google ยอดฮิตคนไทย

    Digital 2026 Thailand ยังเผยให้เห็น 20 อันดับคำค้นหายอดนิยมสูงสุดในประเทศไทย โดยภาพรวมสะท้อนให้เห็นว่า “หนัง” (ภาพยนตร์) คือสิ่งที่คนไทยให้ความสนใจมากที่สุดบนโลกออนไลน์ โดยคำค้นหาว่า “หนัง” ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งด้วยคะแนนดัชนีปริมาณการค้นหาเชิงสัมพัทธ์ (Index vs. Top Query) ที่ 100

    ปริมาณดังกล่าวนำหน้าคำค้นหาอื่น ๆ อย่างชัดเจน บ่งชี้ว่าการเข้าถึงและบริโภคสื่อภาพยนตร์ผ่านช่องทางออนไลน์ยังคงเป็นกิจกรรมหลักที่ครองใจผู้ใช้งานชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันและเครื่องมือออนไลน์ก็ติดอันดับสูงตามมาติด ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคำที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารและข้อมูลพื้นฐาน คำว่า “แปล” และ “แปล ภาษา” อยู่ใน 5 อันดับแรก สะท้อนการใช้ Google เป็นเครื่องมือหลักในการทำงานและการเข้าถึงข้อมูลข้ามภาษา

    นอกจากนี้ วัฒนธรรมการเสี่ยงโชคยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนปริมาณการค้นหา โดยคำว่า “หวย” และ “ตรวจ หวย” ยังคงเป็นคำค้นหาที่ได้รับความสนใจอย่างสม่ำเสมอในกลุ่ม 20 อันดับแรก

    ด้านความบันเทิงและโซเชียลมีเดีย คำค้นหาชื่อแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น “YOUTUBE”, “VK”, “GOOGLE”, และ “FACEBOOK” ต่างก็ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้จำนวนมากยังคงใช้ช่องค้นหาเพื่อเข้าสู่แพลตฟอร์มโปรดโดยตรง แทนการพิมพ์ URL หรือใช้แอปพลิเคชันโดยตรง

    ส่วนความสนใจด้านกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล ก็ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดผ่านคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับผลการแข่งขัน เช่น “บอล สด”, “บ้าน บอล”, “บ้าน ผล บอล”, และ “ผล บอล สด” ซึ่งสะท้อนความกระตือรือร้นในการติดตามการแข่งขันกีฬาแบบเรียลไทม์

    DataReportal
    คำนี้มาอีกแล้ว! “หนัง – แปล” คำค้นหา Google ยอดฮิตคนไทย

    ความภาคภูมิใจ! อินเทอร์เน็ตประจำที่ไทยเร็วสุดอันดับ 7 โลก

    Digital Trends 2026 ยังเผยผลสำรวจความเร็วอินเทอร์เน็ตประจำที่ (Median Download Speeds) สำหรับการเชื่อมต่อแบบ Fixed Internet (หน่วยเป็น Mbps) จากแหล่งข้อมูลที่รวบรวม ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2025 ได้เปิดเผยให้เห็นถึงสถานะความเร็วอินเทอร์เน็ตของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงบทบาทผู้นำด้านเทคโนโลยีของหลายประเทศในเอเชีย

    สำหรับประเทศไทย พบว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตแบบประจำที่อยู่ที่อันดับ 7 ของโลก ด้วยความเร็วเฉลี่ย 262.42 Mbps ขณะที่ประเทศที่ครองอันดับสูงสุดคือ สิงคโปร์ ด้วยความเร็วในการดาวน์โหลดเฉลี่ย สูงถึง 394.30 Mbps ตามมาด้วย ชิลี (347.40 Mbps) และ ฮ่องกง (332.66 Mbps) ในอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับ

    เมื่อพิจารณาในภูมิภาคเอเชีย ไทยถือเป็นอันดับที่ 5 รองจาก สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน (อันดับ 4 ของโลก 307.96 Mbps) และไต้หวัน (อันดับ 10 ของโลก 251.98 Mbps)

    ขณะที่หลายประเทศมหาอำนาจและประเทศพัฒนาแล้วยังคงทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง เช่น ฝรั่งเศส (307.96 Mbps) สหรัฐอเมริกา (285.59 Mbps) แคนาดา (235.44 Mbps) และ สหราชอาณาจักร (143.83 Mbps)

    ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นค่ามัธยฐานความเร็วในการดาวน์โหลดต่อวินาที (Median Download Speed) ซึ่งเป็นค่ากลางที่ช่วยลดผลกระทบจากข้อมูลที่ผิดปกติ (Outliers) ทำให้สามารถแสดงภาพรวมความเร็วที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ได้รับอย่างแท้จริง

    DataReportal
    ความภาคภูมิใจ! อินเทอร์เน็ตประจำที่ไทยเร็วสุดอันดับ 7 โลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/262701&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1biLTSQu1IzLZES6CwEaHa

  • NT จับมือ อาร์วี คอนเน็กซ์ ร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบบูรณาการ ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

    NT จับมือ อาร์วี คอนเน็กซ์ ร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบบูรณาการ ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

    ไอที

    NT จับมือ อาร์วี คอนเน็กซ์ ร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบบูรณาการ ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

    วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.46 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    NT จับมือ อาร์วี คอนเน็กซ์ ร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบบูรณาการ
    ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

    บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และ บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด (อาร์วี คอนเน็กซ์) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบบูรณการ CCTV ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง และมีแนวทางความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจต่อยอดขององค์กร โดยมี
    พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และ นางสาวนาฏวดี วัฒนกิจ รองประธานแผนกพัฒนาธุรกิจ และกรรมการบริษัท บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด ร่วมลงนาม ณ ห้องจัดเลี้ยง ชั้น 1 อาคาร 9 NT สำนักงานแจ้งวัฒนะ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

    พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กล่าวว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ ได้ร่วมมือกับ บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด ที่เป็นหนึ่งในบริษัทด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในด้าน Deep-tech Innovation หรือเทคโนโลยี
    ขั้นสูงและเป็นผู้พัฒนาโซลูชั่นต่างๆ สำหรับอุตสาหกรรมความมั่นคงของประเทศ ความร่วมมือในครั้งนี้จะร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบบูรณาการ CCTV และ Sensor ที่ติดตั้งร่วมกัน รวมถึงการวิเคราะห์ภาพถ่ายและวิดีโอจากอุปกรณ์ IoVT – Internet of Video Things ด้วยปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง มีการศึกษาแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถในเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย นวัตกรรม นำไปประยุกต์ร่วมกับ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพและปลอดภัยได้มาตรฐาน รวมถึงระบบการแจ้งเตือน เพื่อจัดทำต้นแบบ และพิสูจน์ความเป็นไปได้ ในการเฝ้าระวังภัยคุกคาม อาทิ การบริหารจัดการจราจร ตรวจจับใบหน้าบุคคล จดจำป้ายทะเบียน ฯลฯ ทั้งนี้ ความร่วมมือภายใต้ MOU ในครั้งนี้จะยกระดับขีดความสามารถด้าน AI ของประเทศไทยบนศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานของ NT ส่งเสริมเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสร้างประโยชน์จากความร่วมมือของทั้งสององค์กรเพื่อให้เกิดคุณค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์และสังคมต่อไป”

    นางสาวนาฏวดี วัฒนกิจ รองประธานแผนกพัฒนาธุรกิจ และกรรมการ บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด กล่าวเสริม อาร์วี คอนเน็กซ์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ NT ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศ

    อาร์วี คอนเน็กซ์ มุ่งเน้นงานวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรามีความพร้อมด้านบุคคลากรทักษะสูงและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งระบบ AI การประมวลผลแบบเรียลไทม์ และความสามารถในการออกแบบพัฒนาโซลูชันครบวงจร เราพร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเหล่านี้มาเสริมกำลังให้กับ NT เพื่อสร้างศักยภาพดิจิทัลของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงของประเทศ

    เป้าหมายสำคัญของเราคือการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวจาก ‘ผู้ซื้อเทคโนโลยี’ มาเป็น ‘ผู้พัฒนาและ
    ผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยี’ ด้วยทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย เพื่อเสริมสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี ลดการพึ่งพาต่างประเทศ เพิ่มความปลอดภัยด้านข้อมูล และสร้างงานคุณภาพให้กับคนไทย

    ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านระบบการรักษาความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังจะเปิดโอกาสต่อยอดสู่บริการด้านความมั่นคงและนวัตกรรมใหม่ๆ เช่นโซลูชันด้านอากาศยานไร้คนขับและระบบปัญญาประดิษฐ์หลากหลายรูปแบบในอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นใจในระดับสากล พร้อมทั้งมอบเทคโนโลยี ‘คุ้มค่า-คุณภาพสูง’ ที่ออกแบบตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/456557&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18tuubG5QF3XsZI-tH5UIX