Category: ไอที

  • ‘อาร์ท เอกสิทธิ์’ นำทัพเปิดตัว ‘พรรคปวงชนไทย’ อาสาแก้ปัญหาให้ประเทศ

    พรรคปวงชนไทย (Thai People’s Party) โดยการนำของ “อาร์ท” เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรค เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมอาสาเข้ามาเป็น “ผู้แก้ปัญหา” ให้กับคนไทยทั้งประเทศ นำคนไทยเดินหน้าฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ความมั่นคง ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทย รวมถึงปัญหาสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ ที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนและประเทศ พร้อมมุ่งมั่นยืนหยัดเป็นพรรคของ “ปวงชนไทย” อย่างแท้จริง ผ่านการทำงานทางการเมืองสุจริตที่ยึดโยงกับชีวิตจริงของประชาชน

    “อาร์ท” เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย แถลงข่าวเปิดตัวพรรคปวงชนไทย พร้อมนำทัพคณะกรรมการบริหารพรรค ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ ประกาศความพร้อมทำหน้าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคปวงชนไทย อาสาเข้ามาแก้ปัญหาของประเทศทุกมิติ มั่นใจสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ปัญหาความมั่นคงทุกด้าน โดยเฉพาะ แก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันทั้งระบบ “ซีโร่ คอร์รัปชัน” ที่ทำให้งบประมาณแผ่นดินหายไปปีละกว่า 3 ล้านล้านบาท จึงต้องปราบปรามทั้งระบบ รวมถึง เรื่องแก๊งสแกมเมอร์-คอลเซ็นเตอร์ ควบคู่นโยบายหลักของพรรค “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ”

    พร้อมกล่าวว่า “วันนี้ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของไทยและทั่วโลก เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน กติกาใหม่เกิดขึ้น เทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทนที่ และการแข่งขันรุนแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผลกระทบจึงเกิดกับประชาชน ซึ่งคนที่ต้องแบกรับภาระหนักที่สุดกลับเป็น ผู้ประกอบการรายเล็ก SMEs คนทำงาน และคนตัวเล็กของประเทศ จากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่ไม่แน่นอน หนี้สินที่สะสม โดยเฉพาะช่วงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ผ่านมา ประชาชนมีความรู้สึกถูกบั่นทอนหัวใจมากที่สุดเพราะรู้สึกว่าไม่มีใครยืนอยู่เคียงข้าง และยังมองไม่เห็นถึงมาตรการที่จะมาช่วยพยุงให้ลุกขึ้นยืนได้”

    ThaiPeoples-Party- Unveils-Eksit-as-MP-Candidate-SPACEBAR-Photo02.jpg

    พรรคปวงชนไทย มองเห็นและเข้าใจความเจ็บปวดเหล่านี้ของประชาชนคนไทยอย่างลึกซึ้ง จึงออก นโยบาย “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ” เพื่อใช้แก้ปัญหาให้ตรงจุด และทำได้จริง โดย

    • สร้างคน : วางรากฐานให้ประเทศ ด้วยการพัฒนาคน ทำให้ประเทศให้ยั่งยืน ตั้งแต่ การศึกษา – การฝึกอาชีพ – ตลาดแรงงาน เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
    • สร้างงาน : ฟื้นเศรษฐกิจจากฐานราก เศรษฐกิจจะฟื้นได้จริงต้องเริ่มจากการทำให้ ธุรกิจอยู่ได้ ทำให้การทำธุรกิจ ง่ายขึ้น เป็นธรรมขึ้นแข่งขันได้ และเพิ่มรายได้ ทำให้ครอบครัวไทยกลับมายืนได้อย่างมั่นคง
    • สร้างอาชีพ : เปิดทางเลือกให้ชีวิต ในโลกยุคใหม่คนหนึ่งคนไม่ควรถูกจำกัดให้มีอาชีพได้เพียงทางเดียว เราจะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น ทั้งอาชีพใหม่ อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ในภาคเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รัฐต้องเปลี่ยนบทบาท จาก “ผู้ควบคุม” เป็น “ผู้สนับสนุน” จาก “ผู้ขวางทาง” เป็น “ผู้เปิดทาง” ให้ประชาชนทุกคนสามารถยืนบนขาของตัวเองได้อย่างมั่นคง มีรายได้และมีศักดิ์ศรี

    ผมและทีมพรรคปวงชนไทย เราพร้อมเข้ามาแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ ให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนให้รับการดูแลอย่างทั่วถึง พัฒนาคุณภาพชีวิตทุกด้าน ทำให้เกิดความยั่งยืน

    — เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

    ThaiPeoples-Party- Unveils-Eksit-as-MP-Candidate-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ทั้งนี้ “อาร์ท” เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล มาพร้อมประสบการณ์กว่า 20 ปีในภาคธุรกิจ ภาคแรงงาน ที่ทำงานเพื่อสังคม มาโดยตลอด โดยเฉพาะบทบาทในฐานะประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) ที่ดำรงตำแหน่งมาเป็นสมัยที่ 2 ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ทำหน้าที่ดูแลความสมดุล สร้างความเข้าใจ ระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง คุ้มครองศักดิ์ศรีของประชาชนผู้ใช้แรงงาน ทั้งยังสามารถสร้างงานให้แรงงานหลายแสนตำแหน่ง และยังเคยได้รับเลือกเป็นประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งอาเซียน (ACE) ในปี 2562

    ด้านธุรกิจ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท สยามอีสเทิร์น อินดัสเตรียลพาร์ค กรุ๊ป เคยดำรงตำแหน่ง กรรมการบริษัท สยามสตีล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ “อาร์ท เอกสิทธิ์” ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริษัท จีเค แลนด์ จำกัด และ บริษัท จีเค พาวเวอร์ จำกัด ธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดทางเลือกใหม่ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ

    ด้านการเมือง เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ต่อเนื่อง 2 สมัย ระหว่างปี 2562 – 2564 และปี 2564 – 2566 มีบทบาทสำคัญใน ปฏิบัติการปราบปรามมิจฉาชีพข้ามชาติ แก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยได้ร่วมเดินทางกับ ผบ.ตร. ไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อประสานความร่วมมือและผลักดันการลงนามเอ็มโอยูระหว่างสองประเทศในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง

    ที่สำคัญ “อาร์ท เอกสิทธิ์” ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมวงการกีฬาไทย เป็น อุปนายกสมาคมบิลเลียดแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน และเคยเป็นประธานบริหารสโมสรป้อมปราการ สมุทรปราการ เอฟซี ตอกย้ำประสบการณ์ที่พิสูจน์ได้ว่า “เคยทำสำเร็จ และทำได้จริง” มาแล้ว

    ThaiPeoples-Party- Unveils-Eksit-as-MP-Candidate-SPACEBAR-Photo03.jpg

    พรรคปวงชนไทย โดยการนำของ “อาร์ท” เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย พร้อมทีมผู้บริหาร คณะกรรมการพรรค และคณะที่ปรึกษา มีแนวทางการทำงานการเมืองยุคใหม่ที่เปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็น และพร้อมทำงานเคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง ด้วยแนวคิด “ทำงานอย่างชาญฉลาด ทำด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นเพื่อคนไทยทุกคน (Work Smart with Heart)”

    เราทำงานด้วยหัวใจ เพื่อคนไทยทุกคน ไม่ใช่เพียงเพื่อการเมือง แต่เพื่ออนาคตของชาติ นโยบายสร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ คือหัวใจของพรรค เพราะการพัฒนาชาติจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อประชาชนมีศักยภาพ มีโอกาส และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยืนยันเจตนารมณ์ในการทำงานทางการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตรวจสอบ และร่วมกำหนดอนาคตของประเทศไปด้วยกันอย่างแท้จริง

    — เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/thaipeoples-party-unveils-eksit-as-mp-candidate&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g5SirqS3F1UOEjY7gMFLF

  • “ยศชนัน” นำทีมเศรษฐกิจ หารือ “ส.อ.ท.” ปูพรมไทยสู่ฐานเทคโนโลยีระดับโลก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ธ.ค. 68) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย พร้อมทีมเศรษฐกิจ อาทิ นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล, นายจักรพงษ์ แสงมณี และนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ได้เข้าพบและหารือกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และผู้บริหารระดับสูง เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปราะบางในขณะนี้

    นายเกรียงไกร กล่าวต้อนรับและสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจว่า สภาอุตสาหกรรมฯ ยินดีที่ได้เป็นหนึ่งในกลุ่มแรก ๆ ที่พรรคเพื่อไทยเลือกมาหารือ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้าที่กระทบต่อเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งเป็นฐานรากของเศรษฐกิจไทย

    ประธาน ส.อ.ท. ยังกล่าวถึงการส่งออกว่า แม้ตัวเลขส่งออกจะขยายตัว แต่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ของไทยไม่ได้ขยับตัวตาม ซึ่งสะท้อนถึงความไม่สมดุลทางโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เสนอยุทธศาสตร์ ONE FTI” ซึ่งประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ GO Digital & AI, GO Innovation, GO Global และ GO Green เพื่อนำอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนและมีการพัฒนาอย่างครบวงจร

    ด้าน นายยศชนัน กล่าวขอบคุณผู้บริหาร ส.อ.ท. โดยเน้นย้ำว่า สภาอุตสาหกรรมฯ คือหน่วยงานแรกที่พรรคเพื่อไทยเลือกมาหารือในด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเคยทำงานใกล้ชิดกับภาคอุตสาหกรรม และมองเห็นความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับการผลิต

    ส่วนของการพัฒนาเทคโนโลยี นายยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลต้องปรับบทบาทเป็นผู้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา พร้อมทั้งเสนอโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาที่ไม่เพียงแค่จัดซื้อฮาร์ดแวร์ แต่ต้องลงทุนในเทคโนโลยีหลักที่สามารถถ่ายทอดให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างงานและการพัฒนา R&D ภายในประเทศ

    ขณะเดียวกัน ต้องสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ได้เน้นย้ำถึงการใช้จุดแข็งด้านชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) และการผลักดันมาตรการ Green Premium เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสีเขียว

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/general/803985&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S4wcPG4pRc7uTVnymZ4fE

  • “ยศชนัน” นำทีมเศรษฐกิจ หารือ “ส.อ.ท.” ปูพรมไทยสู่ฐานเทคโนโลยีระดับโลก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ธ.ค. 68) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย พร้อมทีมเศรษฐกิจ อาทิ นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล, นายจักรพงษ์ แสงมณี และนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ได้เข้าพบและหารือกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และผู้บริหารระดับสูง เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปราะบางในขณะนี้

    นายเกรียงไกร กล่าวต้อนรับและสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจว่า สภาอุตสาหกรรมฯ ยินดีที่ได้เป็นหนึ่งในกลุ่มแรก ๆ ที่พรรคเพื่อไทยเลือกมาหารือ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้าที่กระทบต่อเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งเป็นฐานรากของเศรษฐกิจไทย

    ประธาน ส.อ.ท. ยังกล่าวถึงการส่งออกว่า แม้ตัวเลขส่งออกจะขยายตัว แต่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ของไทยไม่ได้ขยับตัวตาม ซึ่งสะท้อนถึงความไม่สมดุลทางโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เสนอยุทธศาสตร์ ONE FTI” ซึ่งประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ GO Digital & AI, GO Innovation, GO Global และ GO Green เพื่อนำอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนและมีการพัฒนาอย่างครบวงจร

    ด้าน นายยศชนัน กล่าวขอบคุณผู้บริหาร ส.อ.ท. โดยเน้นย้ำว่า สภาอุตสาหกรรมฯ คือหน่วยงานแรกที่พรรคเพื่อไทยเลือกมาหารือในด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเคยทำงานใกล้ชิดกับภาคอุตสาหกรรม และมองเห็นความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับการผลิต

    ส่วนของการพัฒนาเทคโนโลยี นายยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลต้องปรับบทบาทเป็นผู้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา พร้อมทั้งเสนอโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาที่ไม่เพียงแค่จัดซื้อฮาร์ดแวร์ แต่ต้องลงทุนในเทคโนโลยีหลักที่สามารถถ่ายทอดให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างงานและการพัฒนา R&D ภายในประเทศ

    ขณะเดียวกัน ต้องสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ได้เน้นย้ำถึงการใช้จุดแข็งด้านชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) และการผลักดันมาตรการ Green Premium เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสีเขียว

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/general/803985&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S4wcPG4pRc7uTVnymZ4fE

  • WSOL ผนึก FPT ไอทียักษ์ใหญ่เวียดนาม ขยายโอกาสด้านเทคโนโลยี

    นายเลวี่ เหงียน (Mr. Levi Nguyen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT Thailand – FPT Taiwan, FPT Corporation บริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีและบริการไอทีระดับโลกจากประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทส่งตัวแทนร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (MOA) กับ บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพดิจิทัลและผลักดันโอกาสใหม่ด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย

    โดยความร่วมมือนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ  FPT ในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจร ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มธนาคารและการเงิน พลังงาน โทรคมนาคม ค้าปลีก การผลิต ตลอดจนการให้บริการแก่ภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในด้าน (Infrastructure), Core Platform, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud, Cybersecurity และ Enterprise Solutions ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

    ขณะที่ WSOL มีเครือข่ายลูกค้าและจุดเชื่อมต่อบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งระบบชำระเงิน บริการทางการเงิน โครงสร้างร้านค้า รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ WSOL ทำหน้าที่เป็น “Go-to-Market Gateway” ที่สำคัญในการขยายโอกาสนำเทคโนโลยีระดับภูมิภาคของ FPT เข้าสู่ตลาดประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยี โดยเริ่มจากกลุ่มธุรกิจทางการเงินและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล พร้อมต่อยอดไปยังหลายภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการยกระดับการให้บริการดิจิทัลและเทคโนโลยีในประเทศไทย

    “การร่วมมือกับ WSOL จะช่วยให้ FPT สามารถผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยของ WSOL เราเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดไทยได้อย่างแท้จริง ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย”

    นายอิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL กล่าวเสริมว่า “WSOL เชื่อว่าความร่วมมือกับ FPT จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีของไทย ด้วยประสบการณ์ของ FPT ที่ครอบคลุมในหลากหลายอุตสาหกรรม ผสานกับเครือข่ายของ WSOL ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ จะช่วยให้เราพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์องค์กรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขยายโอกาสใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต

    นอกจากนี้ FPT และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ต่างๆ จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ WeiD แพลตฟอร์มแบบบูรณาการและผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปี 2569  โดยเฉพาะในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของธุรกิจ B2B2C และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในการเข้าร่วมประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจของ WSOL เติบโตอย่างมั่นคงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล”

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/pr/803494&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KVYuoSGeevCY_vTgvs6ua

  • “บล.เอเซีย พลัส” มองเศรษฐกิจสดใส GDP สหรัฐฯ แนะลงทุนหุ้นพื้นฐานดี

    บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจน ภายหลังตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐอเมริกาออกมาขยายตัวสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยลดลง ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงต้องติดตามมาตรการใหม่ในการกำกับดูแลธุรกรรมทองคำ ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าในระยะที่ผ่านมา นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นจากการดีเบตนโยบายเศรษฐกิจยังสะท้อนว่าพรรคก้าวไกลได้รับคะแนนนิยมเป็นอันดับหนึ่ง โดยฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นพื้นฐานดีและหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง

    แหล่งข้อมูลระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 3 ปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่เพิ่มขึ้น 3.3% และถือเป็นอัตราการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2 ปี ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการส่งออกที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้โอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ และไทย ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี ภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งดังกล่าวอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไปเป็นช่วงไตรมาส 2 ของปีถัดไป

    เทคโนโลยีควอนตัม: โอกาสการลงทุนแห่งอนาคต
    ในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) ถูกประเมินว่าจะมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังปี 2573 และอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 1.30 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2583

    ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้บรรจุเทคโนโลยีดังกล่าวไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2569–2573) เป็นที่เรียบร้อย สำหรับนักลงทุนที่สนใจ แหล่งข้อมูลแนะนำให้ติดตามการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Quantum หรือกองทุนที่เกี่ยวข้อง อาทิ DEFIANCE QUANTUM ETF (QTUM US) ซึ่งกระจายการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เช่น Micron และ Alphabet

    มาตรการกำกับธุรกรรมทองคำ เพื่อลดแรงกดดันค่าเงินบาท
    สำหรับสถานการณ์ในประเทศ แหล่งข้อมูลระบุว่า ค่าเงินบาทมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำสูงถึง 65% ในปี 2568 โดยกิจกรรมการซื้อขายทองคำที่คึกคักถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า ล่าสุด หน่วยงานหลัก 3 แห่ง ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เตรียมออกมาตรการกำกับดูแลใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

    1.การกำหนดให้ผู้ค้าทองคำออนไลน์รายงานข้อมูลต่อกรมสรรพากร

    2.การพิจารณาจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการซื้อขายทองคำออนไลน์

    3.การกำหนดเพดานมูลค่าธุรกรรมทองคำโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

    ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 เพื่อช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท

    ติดตามการเมืองและกลยุทธ์การลงทุน
    ในด้านการเมือง ผลสำรวจ Popular Vote จากการดีเบตนโยบายเศรษฐกิจครั้งแรกโดยไทยรัฐทีวี ระบุว่า พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนนิยมเป็นอันดับหนึ่งที่ 44.7% รองลงมาคือพรรคเพื่อไทยที่ 22.8% โดยนโยบายหลักที่ทุกพรรคให้ความสำคัญ ได้แก่ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและมาตรการแจกเงินเพื่อกระตุ้นการบริโภค

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยแนะนำให้เก็งกำไรในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และเงินบาทแข็งค่า โดยหุ้นเด่นที่แนะนำประกอบด้วย

    หุ้นพื้นฐานดีรับอานิสงส์บาทแข็ง ได้แก่ PTTEP, GULF, BGRIM, GPSC

    หุ้นปันผลสูง ได้แก่ ICHI, LH, AP, MAJOR

    หุ้นต่างประเทศ ได้แก่ ZIJIN80 และ 1880 HK

    ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นโลก ประกอบกับแรงสนับสนุนจากกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมียอดซื้อสุทธิสะสมกว่า 7.3 พันล้านบาท ในช่วง 15 วันที่ผ่านมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/803945&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jwjeRy8rPze00zHJ1v7eH

  • “บล.เอเซีย พลัส” มองเศรษฐกิจสดใส GDP สหรัฐฯ แนะลงทุนหุ้นพื้นฐานดี

    บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจน ภายหลังตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐอเมริกาออกมาขยายตัวสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยลดลง ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงต้องติดตามมาตรการใหม่ในการกำกับดูแลธุรกรรมทองคำ ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าในระยะที่ผ่านมา นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นจากการดีเบตนโยบายเศรษฐกิจยังสะท้อนว่าพรรคก้าวไกลได้รับคะแนนนิยมเป็นอันดับหนึ่ง โดยฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นพื้นฐานดีและหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง

    แหล่งข้อมูลระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 3 ปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่เพิ่มขึ้น 3.3% และถือเป็นอัตราการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2 ปี ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการส่งออกที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้โอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ และไทย ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี ภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งดังกล่าวอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไปเป็นช่วงไตรมาส 2 ของปีถัดไป

    เทคโนโลยีควอนตัม: โอกาสการลงทุนแห่งอนาคต
    ในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) ถูกประเมินว่าจะมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังปี 2573 และอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 1.30 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2583

    ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้บรรจุเทคโนโลยีดังกล่าวไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2569–2573) เป็นที่เรียบร้อย สำหรับนักลงทุนที่สนใจ แหล่งข้อมูลแนะนำให้ติดตามการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Quantum หรือกองทุนที่เกี่ยวข้อง อาทิ DEFIANCE QUANTUM ETF (QTUM US) ซึ่งกระจายการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เช่น Micron และ Alphabet

    มาตรการกำกับธุรกรรมทองคำ เพื่อลดแรงกดดันค่าเงินบาท
    สำหรับสถานการณ์ในประเทศ แหล่งข้อมูลระบุว่า ค่าเงินบาทมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำสูงถึง 65% ในปี 2568 โดยกิจกรรมการซื้อขายทองคำที่คึกคักถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า ล่าสุด หน่วยงานหลัก 3 แห่ง ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เตรียมออกมาตรการกำกับดูแลใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

    1.การกำหนดให้ผู้ค้าทองคำออนไลน์รายงานข้อมูลต่อกรมสรรพากร

    2.การพิจารณาจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการซื้อขายทองคำออนไลน์

    3.การกำหนดเพดานมูลค่าธุรกรรมทองคำโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

    ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 เพื่อช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท

    ติดตามการเมืองและกลยุทธ์การลงทุน
    ในด้านการเมือง ผลสำรวจ Popular Vote จากการดีเบตนโยบายเศรษฐกิจครั้งแรกโดยไทยรัฐทีวี ระบุว่า พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนนิยมเป็นอันดับหนึ่งที่ 44.7% รองลงมาคือพรรคเพื่อไทยที่ 22.8% โดยนโยบายหลักที่ทุกพรรคให้ความสำคัญ ได้แก่ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและมาตรการแจกเงินเพื่อกระตุ้นการบริโภค

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยแนะนำให้เก็งกำไรในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และเงินบาทแข็งค่า โดยหุ้นเด่นที่แนะนำประกอบด้วย

    หุ้นพื้นฐานดีรับอานิสงส์บาทแข็ง ได้แก่ PTTEP, GULF, BGRIM, GPSC

    หุ้นปันผลสูง ได้แก่ ICHI, LH, AP, MAJOR

    หุ้นต่างประเทศ ได้แก่ ZIJIN80 และ 1880 HK

    ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นโลก ประกอบกับแรงสนับสนุนจากกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมียอดซื้อสุทธิสะสมกว่า 7.3 พันล้านบาท ในช่วง 15 วันที่ผ่านมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/803945&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jwjeRy8rPze00zHJ1v7eH

  • “บล.เอเซีย พลัส” มองเศรษฐกิจสดใส GDP สหรัฐฯ แนะลงทุนหุ้นพื้นฐานดี

    บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจน ภายหลังตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐอเมริกาออกมาขยายตัวสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยลดลง ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงต้องติดตามมาตรการใหม่ในการกำกับดูแลธุรกรรมทองคำ ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าในระยะที่ผ่านมา นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นจากการดีเบตนโยบายเศรษฐกิจยังสะท้อนว่าพรรคก้าวไกลได้รับคะแนนนิยมเป็นอันดับหนึ่ง โดยฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นพื้นฐานดีและหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง

    แหล่งข้อมูลระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 3 ปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่เพิ่มขึ้น 3.3% และถือเป็นอัตราการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2 ปี ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการส่งออกที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้โอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ และไทย ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี ภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งดังกล่าวอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไปเป็นช่วงไตรมาส 2 ของปีถัดไป

    เทคโนโลยีควอนตัม: โอกาสการลงทุนแห่งอนาคต
    ในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) ถูกประเมินว่าจะมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังปี 2573 และอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 1.30 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2583

    ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้บรรจุเทคโนโลยีดังกล่าวไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2569–2573) เป็นที่เรียบร้อย สำหรับนักลงทุนที่สนใจ แหล่งข้อมูลแนะนำให้ติดตามการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Quantum หรือกองทุนที่เกี่ยวข้อง อาทิ DEFIANCE QUANTUM ETF (QTUM US) ซึ่งกระจายการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เช่น Micron และ Alphabet

    มาตรการกำกับธุรกรรมทองคำ เพื่อลดแรงกดดันค่าเงินบาท
    สำหรับสถานการณ์ในประเทศ แหล่งข้อมูลระบุว่า ค่าเงินบาทมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำสูงถึง 65% ในปี 2568 โดยกิจกรรมการซื้อขายทองคำที่คึกคักถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า ล่าสุด หน่วยงานหลัก 3 แห่ง ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เตรียมออกมาตรการกำกับดูแลใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

    1.การกำหนดให้ผู้ค้าทองคำออนไลน์รายงานข้อมูลต่อกรมสรรพากร

    2.การพิจารณาจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการซื้อขายทองคำออนไลน์

    3.การกำหนดเพดานมูลค่าธุรกรรมทองคำโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

    ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 เพื่อช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท

    ติดตามการเมืองและกลยุทธ์การลงทุน
    ในด้านการเมือง ผลสำรวจ Popular Vote จากการดีเบตนโยบายเศรษฐกิจครั้งแรกโดยไทยรัฐทีวี ระบุว่า พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนนิยมเป็นอันดับหนึ่งที่ 44.7% รองลงมาคือพรรคเพื่อไทยที่ 22.8% โดยนโยบายหลักที่ทุกพรรคให้ความสำคัญ ได้แก่ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและมาตรการแจกเงินเพื่อกระตุ้นการบริโภค

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยแนะนำให้เก็งกำไรในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และเงินบาทแข็งค่า โดยหุ้นเด่นที่แนะนำประกอบด้วย

    หุ้นพื้นฐานดีรับอานิสงส์บาทแข็ง ได้แก่ PTTEP, GULF, BGRIM, GPSC

    หุ้นปันผลสูง ได้แก่ ICHI, LH, AP, MAJOR

    หุ้นต่างประเทศ ได้แก่ ZIJIN80 และ 1880 HK

    ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นโลก ประกอบกับแรงสนับสนุนจากกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมียอดซื้อสุทธิสะสมกว่า 7.3 พันล้านบาท ในช่วง 15 วันที่ผ่านมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/803945&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jwjeRy8rPze00zHJ1v7eH

  • WSOL ผนึก FPT ไอทียักษ์ใหญ่เวียดนาม ขยายโอกาสด้านเทคโนโลยี

    นายเลวี่ เหงียน (Mr. Levi Nguyen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT Thailand – FPT Taiwan, FPT Corporation บริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีและบริการไอทีระดับโลกจากประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทส่งตัวแทนร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (MOA) กับ บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพดิจิทัลและผลักดันโอกาสใหม่ด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย

    โดยความร่วมมือนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ  FPT ในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจร ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มธนาคารและการเงิน พลังงาน โทรคมนาคม ค้าปลีก การผลิต ตลอดจนการให้บริการแก่ภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในด้าน (Infrastructure), Core Platform, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud, Cybersecurity และ Enterprise Solutions ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

    ขณะที่ WSOL มีเครือข่ายลูกค้าและจุดเชื่อมต่อบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งระบบชำระเงิน บริการทางการเงิน โครงสร้างร้านค้า รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ WSOL ทำหน้าที่เป็น “Go-to-Market Gateway” ที่สำคัญในการขยายโอกาสนำเทคโนโลยีระดับภูมิภาคของ FPT เข้าสู่ตลาดประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยี โดยเริ่มจากกลุ่มธุรกิจทางการเงินและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล พร้อมต่อยอดไปยังหลายภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการยกระดับการให้บริการดิจิทัลและเทคโนโลยีในประเทศไทย

    “การร่วมมือกับ WSOL จะช่วยให้ FPT สามารถผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยของ WSOL เราเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดไทยได้อย่างแท้จริง ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย”

    นายอิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL กล่าวเสริมว่า “WSOL เชื่อว่าความร่วมมือกับ FPT จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีของไทย ด้วยประสบการณ์ของ FPT ที่ครอบคลุมในหลากหลายอุตสาหกรรม ผสานกับเครือข่ายของ WSOL ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ จะช่วยให้เราพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์องค์กรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขยายโอกาสใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต

    นอกจากนี้ FPT และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ต่างๆ จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ WeiD แพลตฟอร์มแบบบูรณาการและผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปี 2569  โดยเฉพาะในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของธุรกิจ B2B2C และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในการเข้าร่วมประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจของ WSOL เติบโตอย่างมั่นคงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล”

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/pr/803494&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KVYuoSGeevCY_vTgvs6ua

  • WSOL ผนึก FPT ไอทียักษ์ใหญ่เวียดนาม ขยายโอกาสด้านเทคโนโลยี

    นายเลวี่ เหงียน (Mr. Levi Nguyen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT Thailand – FPT Taiwan, FPT Corporation บริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีและบริการไอทีระดับโลกจากประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทส่งตัวแทนร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (MOA) กับ บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพดิจิทัลและผลักดันโอกาสใหม่ด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย

    โดยความร่วมมือนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ  FPT ในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจร ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มธนาคารและการเงิน พลังงาน โทรคมนาคม ค้าปลีก การผลิต ตลอดจนการให้บริการแก่ภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในด้าน (Infrastructure), Core Platform, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud, Cybersecurity และ Enterprise Solutions ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

    ขณะที่ WSOL มีเครือข่ายลูกค้าและจุดเชื่อมต่อบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งระบบชำระเงิน บริการทางการเงิน โครงสร้างร้านค้า รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ WSOL ทำหน้าที่เป็น “Go-to-Market Gateway” ที่สำคัญในการขยายโอกาสนำเทคโนโลยีระดับภูมิภาคของ FPT เข้าสู่ตลาดประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยี โดยเริ่มจากกลุ่มธุรกิจทางการเงินและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล พร้อมต่อยอดไปยังหลายภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการยกระดับการให้บริการดิจิทัลและเทคโนโลยีในประเทศไทย

    “การร่วมมือกับ WSOL จะช่วยให้ FPT สามารถผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยของ WSOL เราเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดไทยได้อย่างแท้จริง ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย”

    นายอิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL กล่าวเสริมว่า “WSOL เชื่อว่าความร่วมมือกับ FPT จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีของไทย ด้วยประสบการณ์ของ FPT ที่ครอบคลุมในหลากหลายอุตสาหกรรม ผสานกับเครือข่ายของ WSOL ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ จะช่วยให้เราพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์องค์กรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขยายโอกาสใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต

    นอกจากนี้ FPT และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ต่างๆ จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ WeiD แพลตฟอร์มแบบบูรณาการและผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปี 2569  โดยเฉพาะในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของธุรกิจ B2B2C และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในการเข้าร่วมประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจของ WSOL เติบโตอย่างมั่นคงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล”

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/pr/803494&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KVYuoSGeevCY_vTgvs6ua

  • เคทีซีส่งมอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที หนุนการเรียนรู้และบริการสาธารณสุขอย่างยั่งยืน

    เคทีซีส่งมอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที หนุนการเรียนรู้และบริการสาธารณสุขอย่างยั่งยืน

    เคทีซีส่งมอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที หนุนการเรียนรู้และบริการสาธารณสุขอย่างยั่งยืน

    เคทีซีตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ทั้งในมิติของการศึกษาและการสาธารณสุข ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตและการพัฒนาประเทศในระยะยาว จึงได้สานต่อโครงการส่งมอบอุปกรณ์ไอทีที่พร้อมใช้งาน อาทิ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จอมอนิเตอร์ โน้ตบุค แท็บเล็ตและพรินเตอร์ ให้แก่โรงเรียนและหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต่างจังหวัดรวม 10 แห่ง เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของเยาวชนในชนบท ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและการให้บริการของบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ โดยมีนางสาวชนิดาภา สุริยา ผู้บริหารสูงสุดสายงานบริการลูกค้าและสนับสนุนธุรกิจ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ส่งมอบอุปกรณ์ดังกล่าวให้กับผู้แทนจากโรงเรียนและโรงพยาบาลต่างๆ ได้แก่ โรงเรียนบ้านทุ่งสมอ จังหวัดเพชรบูรณ์ โรงเรียนบ้านวังร่อง จังหวัดเพชรบูรณ์ โรงเรียนบ้านเข็กน้อย จังหวัดเพชรบูรณ์ โรงเรียนดอนทองราษฎร์วิทยา จังหวัดลพบุรี โรงเรียนวัดจันทร์มณี สพป.อ่างทอง จังหวัดอ่างทอง โรงพยาบาลไชโย จังหวัดอ่างทอง โรงเรียนบ้านเนินพยอม จังหวัดอุทัยธานี โรงเรียนชุมชนบ้านประดู่ยืน จังหวัดอุทัยธานี โรงเรียนบ้านป่าอ้อ จังหวัดอุทัยธานี และ โรงเรียนบ้านประดาหัก จังหวัดอุทัยธานี

    เคทีซีเชื่อมั่นว่า การเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมจะช่วยยกระดับศักยภาพของทั้งระบบการศึกษาและระบบสาธารณสุข โดยอุปกรณ์ไอทีที่มอบในครั้งนี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านเครื่องมือดิจิทัลที่ทันสมัย ส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีและการค้นคว้า ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนการจัดการข้อมูล การทำงานด้านเอกสาร และการให้บริการประชาชนของหน่วยงานด้านสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12776135&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0G5ZUEHDSmae3ZpcnPpZBt