Category: ไอที

  • ฉะเชิงเทรา กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา/กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง

    วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ศูนย์เกษตรครบวงจร (อาคารโดม) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองจอก ตำบลหนองจอก อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้นำท้องที่และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ โอกาสนี้
    นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

    กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ระดับชุมชน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว พัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชน

    สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ออกแบบให้เน้นการเรียนรู้ควบคู่การฝึกปฏิบัติจริง โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 200 คน เข้ารับการพัฒนาทักษะอาชีพผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ หลักสูตรปาท่องโก๋–สังขยาใบเตย หลักสูตรขนมปั้นขลิบ
    ไส้ปลาหลากรส หลักสูตรปลายอ และหลักสูตรน้ำมันหอมระเหยเพื่อการนอนหลับ (Sleep Oil) โดยมีเป้าหมาย
    ในการเสริมสร้างทักษะอาชีพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพประชาชนในระดับชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ
    สร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” มุ่งหวังให้สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพหรือธุรกิจ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ข่าวที่น่าสนใจ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1432647&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CHV7kW7yOvOTq54jNy4Yf

  • ฉะเชิงเทรา กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา/กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง

    วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ศูนย์เกษตรครบวงจร (อาคารโดม) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองจอก ตำบลหนองจอก อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้นำท้องที่และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ โอกาสนี้
    นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

    กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ระดับชุมชน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว พัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชน

    สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ออกแบบให้เน้นการเรียนรู้ควบคู่การฝึกปฏิบัติจริง โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 200 คน เข้ารับการพัฒนาทักษะอาชีพผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ หลักสูตรปาท่องโก๋–สังขยาใบเตย หลักสูตรขนมปั้นขลิบ
    ไส้ปลาหลากรส หลักสูตรปลายอ และหลักสูตรน้ำมันหอมระเหยเพื่อการนอนหลับ (Sleep Oil) โดยมีเป้าหมาย
    ในการเสริมสร้างทักษะอาชีพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพประชาชนในระดับชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ
    สร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” มุ่งหวังให้สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพหรือธุรกิจ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ข่าวที่น่าสนใจ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1432647&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CHV7kW7yOvOTq54jNy4Yf

  • ฉะเชิงเทรา กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา/กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง

    วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ศูนย์เกษตรครบวงจร (อาคารโดม) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองจอก ตำบลหนองจอก อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้นำท้องที่และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ โอกาสนี้
    นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

    กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ระดับชุมชน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว พัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชน

    สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ออกแบบให้เน้นการเรียนรู้ควบคู่การฝึกปฏิบัติจริง โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 200 คน เข้ารับการพัฒนาทักษะอาชีพผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ หลักสูตรปาท่องโก๋–สังขยาใบเตย หลักสูตรขนมปั้นขลิบ
    ไส้ปลาหลากรส หลักสูตรปลายอ และหลักสูตรน้ำมันหอมระเหยเพื่อการนอนหลับ (Sleep Oil) โดยมีเป้าหมาย
    ในการเสริมสร้างทักษะอาชีพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพประชาชนในระดับชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ
    สร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” มุ่งหวังให้สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพหรือธุรกิจ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ข่าวที่น่าสนใจ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1432647&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CHV7kW7yOvOTq54jNy4Yf

  • ฉะเชิงเทรา กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา/กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง

    วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ศูนย์เกษตรครบวงจร (อาคารโดม) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองจอก ตำบลหนองจอก อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้นำท้องที่และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ โอกาสนี้
    นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

    กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ระดับชุมชน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว พัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชน

    สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ออกแบบให้เน้นการเรียนรู้ควบคู่การฝึกปฏิบัติจริง โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 200 คน เข้ารับการพัฒนาทักษะอาชีพผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ หลักสูตรปาท่องโก๋–สังขยาใบเตย หลักสูตรขนมปั้นขลิบ
    ไส้ปลาหลากรส หลักสูตรปลายอ และหลักสูตรน้ำมันหอมระเหยเพื่อการนอนหลับ (Sleep Oil) โดยมีเป้าหมาย
    ในการเสริมสร้างทักษะอาชีพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพประชาชนในระดับชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ
    สร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” มุ่งหวังให้สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพหรือธุรกิจ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ข่าวที่น่าสนใจ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1432647&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CHV7kW7yOvOTq54jNy4Yf

  • ฉะเชิงเทรา กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา/กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง

    วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ศูนย์เกษตรครบวงจร (อาคารโดม) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองจอก ตำบลหนองจอก อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้นำท้องที่และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ โอกาสนี้
    นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

    กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ระดับชุมชน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว พัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชน

    สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ออกแบบให้เน้นการเรียนรู้ควบคู่การฝึกปฏิบัติจริง โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 200 คน เข้ารับการพัฒนาทักษะอาชีพผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ หลักสูตรปาท่องโก๋–สังขยาใบเตย หลักสูตรขนมปั้นขลิบ
    ไส้ปลาหลากรส หลักสูตรปลายอ และหลักสูตรน้ำมันหอมระเหยเพื่อการนอนหลับ (Sleep Oil) โดยมีเป้าหมาย
    ในการเสริมสร้างทักษะอาชีพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพประชาชนในระดับชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ
    สร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” มุ่งหวังให้สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพหรือธุรกิจ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ข่าวที่น่าสนใจ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1432647&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CHV7kW7yOvOTq54jNy4Yf

  • ฉะเชิงเทรา กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา/กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก” ยกระดับทักษะอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนบางปะกง

    วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ศูนย์เกษตรครบวงจร (อาคารโดม) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองจอก ตำบลหนองจอก อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “ดีพร้อม ผลักดัน ปั้นอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้นำท้องที่และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ โอกาสนี้
    นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

    กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ระดับชุมชน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว พัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชน

    สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ออกแบบให้เน้นการเรียนรู้ควบคู่การฝึกปฏิบัติจริง โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 200 คน เข้ารับการพัฒนาทักษะอาชีพผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ หลักสูตรปาท่องโก๋–สังขยาใบเตย หลักสูตรขนมปั้นขลิบ
    ไส้ปลาหลากรส หลักสูตรปลายอ และหลักสูตรน้ำมันหอมระเหยเพื่อการนอนหลับ (Sleep Oil) โดยมีเป้าหมาย
    ในการเสริมสร้างทักษะอาชีพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพประชาชนในระดับชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ
    สร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” มุ่งหวังให้สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพหรือธุรกิจ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน อันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ข่าวที่น่าสนใจ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1432647&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CHV7kW7yOvOTq54jNy4Yf

  • WSOL ผนึก FPT ไอทียักษ์ใหญ่เวียดนาม ขยายโอกาสด้านเทคโนโลยี

    นายเลวี่ เหงียน (Mr. Levi Nguyen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT Thailand – FPT Taiwan, FPT Corporation บริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีและบริการไอทีระดับโลกจากประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า บริษัทส่งตัวแทนร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (MOA) กับ บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพดิจิทัลและผลักดันโอกาสใหม่ด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย

    โดยความร่วมมือนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ  FPT ในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีครบวงจร ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มธนาคารและการเงิน พลังงาน โทรคมนาคม ค้าปลีก การผลิต ตลอดจนการให้บริการแก่ภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในด้าน (Infrastructure), Core Platform, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud, Cybersecurity และ Enterprise Solutions ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

    ขณะที่ WSOL มีเครือข่ายลูกค้าและจุดเชื่อมต่อบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งระบบชำระเงิน บริการทางการเงิน โครงสร้างร้านค้า รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ WSOL ทำหน้าที่เป็น “Go-to-Market Gateway” ที่สำคัญในการขยายโอกาสนำเทคโนโลยีระดับภูมิภาคของ FPT เข้าสู่ตลาดประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยี โดยเริ่มจากกลุ่มธุรกิจทางการเงินและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล พร้อมต่อยอดไปยังหลายภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการยกระดับการให้บริการดิจิทัลและเทคโนโลยีในประเทศไทย

    “การร่วมมือกับ WSOL จะช่วยให้ FPT สามารถผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยของ WSOL เราเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดไทยได้อย่างแท้จริง ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย”

    นายอิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL กล่าวเสริมว่า “WSOL เชื่อว่าความร่วมมือกับ FPT จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีของไทย ด้วยประสบการณ์ของ FPT ที่ครอบคลุมในหลากหลายอุตสาหกรรม ผสานกับเครือข่ายของ WSOL ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ จะช่วยให้เราพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์องค์กรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขยายโอกาสใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต

    นอกจากนี้ FPT และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ต่างๆ จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ WeiD แพลตฟอร์มแบบบูรณาการและผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปี 2569  โดยเฉพาะในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของธุรกิจ B2B2C และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในการเข้าร่วมประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจของ WSOL เติบโตอย่างมั่นคงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล”

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/pr/803494&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KVYuoSGeevCY_vTgvs6ua

  • “พาณิชย์” ยกทัพสินค้า GI ตัวท็อปจากชุมชน บุกตลาด OTOP City 2025 เปิดประสบการณ์ช็อปของดีอัตลักษณ์ไทย หนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

    เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้บริหารกรมทรัพย์สินทางปัญญา เข้าร่วมพิธีเปิดงาน OTOP City 2025 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้นำขบวนผู้ประกอบการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) 18 รายการจากท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายในงานอย่างคึกคักโชว์ศักยภาพสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นไทย และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 28 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้ายกระดับสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนสู่สินค้าเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง ผ่านการขึ้นทะเบียน
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ควบคู่กับการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในหลายมิติ พร้อมเร่งส่งเสริมช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ให้เข้าถึงผู้บริโภคในตลาดที่หลากหลาย เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ชุมชนผู้ผลิต โดยสินค้าGI ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Quick Big Win ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีอัตลักษณ์โดดเด่น สามารถนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างความแตกต่างในตลาดได้อย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้ผนึกกำลังกับ กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาชุมชน ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ในงานมหกรรมสินค้า OTOP ครั้งใหญ่ส่งท้ายปี โดยเล็งเห็นว่าสินค้า GI และสินค้า OTOP ต่างมีจุดร่วมสำคัญคือการเป็นสินค้าจากฐานชุมชนที่ใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นจุดแข็งและจุดขายอย่างไรก็ดี สินค้า GI มีความแตกต่างในด้านการคุ้มครองสิทธิ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีคุณลักษณะเฉพาะเชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีกระบวนการผลิตในพื้นที่เฉพาะและมีระบบควบคุมคุณภาพสินค้าตามมาตรฐานที่ขึ้นทะเบียนไว้ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    ในโอกาสนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้ยกขบวนสินค้า GIเด่น 18 รายการ จาก 17 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมจำหน่ายในงาน “OTOP City 2025” ตั้งแต่วันที่ 20 – 28 ธันวาคม 2568 โดยสินค้าที่เข้าร่วม ประกอบด้วย สินค้า GI กลุ่มข้าวและอาหาร 9รายการ ได้แก่ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ ปลาช่อนแม่ลา (สิงห์บุรี) ไข่เค็มไชยา (สุราษฎร์ธานี) หอมแดงศรีสะเกษ กระเทียมศรีสะเกษ ขนมหม้อแกงเมืองเพชร (เพชรบุรี) กล้วยตากบางกระทุ่มพิษณุโลก และกาแฟเทพเสด็จ (เชียงใหม่) สินค้า GI กลุ่มผลไม้ 4 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมสามพราน (นครปฐม) มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มังคุดเขาคีรีวง (นครศรีธรรมราช) และส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม รวมทั้งสินค้า GI กลุ่มงานหัตถกรรม 5 รายการ ได้แก่ ผ้าหม้อห้อมแพร่ ชามไก่ลำปาง ครกหินอ่างศิลา (ชลบุรี) เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน (นครราชสีมา) และเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด (นนทบุรี)

    ทั้งนี้ สินค้า GI ทั้ง 18 รายการ ล้วนเป็นของดีที่มีชื่อเสียงครองใจผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 6,082 ล้านบาทต่อปี ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถแวะมาชม ชิม ช็อปสินค้า GI ของแท้ส่งตรงจากแหล่งผลิต ได้ที่บูธ GI Pavilion (เสาที่ 34–35 โซน FF-GG) อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. และเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์นี้ (27 – 28 ธันวาคม 2568) กรมฯ เตรียมมอบของขวัญพิเศษในช่วงนาทีทองให้แก่ผู้ร่วมงาน เป็นเซ็ตของขวัญ GI ราคาพิเศษที่หาซื้อไม่ได้จากที่ไหน จำกัดเพียงวันละ 2 รอบเท่านั้น ในช่วงเวลา 13.00 น. และ 16.00 น. สายช็อป GI ห้ามพลาดเด็ดขาด

    กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เน้นย้ำเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสินค้า GI อย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายตลาดสินค้า GI โดยยกระดับความร่วมมือกับเครือข่ายโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนพัฒนาต่อยอดสินค้า GI ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยการนำสินค้า GI เข้าร่วมงาน OTOP City 2025 ครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปิดพื้นที่ทางการตลาด สร้างการรับรู้ และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อผลักดันให้สินค้า GI ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถสร้างคุณค่าและรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984239&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ndYsdE4iOEpXXiYZ_71_m

  • “พาณิชย์” ยกทัพสินค้า GI ตัวท็อปจากชุมชน บุกตลาด OTOP City 2025 เปิดประสบการณ์ช็อปของดีอัตลักษณ์ไทย หนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

    เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้บริหารกรมทรัพย์สินทางปัญญา เข้าร่วมพิธีเปิดงาน OTOP City 2025 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้นำขบวนผู้ประกอบการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) 18 รายการจากท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายในงานอย่างคึกคักโชว์ศักยภาพสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นไทย และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 28 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้ายกระดับสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนสู่สินค้าเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง ผ่านการขึ้นทะเบียน
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ควบคู่กับการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในหลายมิติ พร้อมเร่งส่งเสริมช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ให้เข้าถึงผู้บริโภคในตลาดที่หลากหลาย เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ชุมชนผู้ผลิต โดยสินค้าGI ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Quick Big Win ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีอัตลักษณ์โดดเด่น สามารถนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างความแตกต่างในตลาดได้อย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้ผนึกกำลังกับ กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาชุมชน ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ในงานมหกรรมสินค้า OTOP ครั้งใหญ่ส่งท้ายปี โดยเล็งเห็นว่าสินค้า GI และสินค้า OTOP ต่างมีจุดร่วมสำคัญคือการเป็นสินค้าจากฐานชุมชนที่ใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นจุดแข็งและจุดขายอย่างไรก็ดี สินค้า GI มีความแตกต่างในด้านการคุ้มครองสิทธิ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีคุณลักษณะเฉพาะเชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีกระบวนการผลิตในพื้นที่เฉพาะและมีระบบควบคุมคุณภาพสินค้าตามมาตรฐานที่ขึ้นทะเบียนไว้ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    ในโอกาสนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้ยกขบวนสินค้า GIเด่น 18 รายการ จาก 17 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมจำหน่ายในงาน “OTOP City 2025” ตั้งแต่วันที่ 20 – 28 ธันวาคม 2568 โดยสินค้าที่เข้าร่วม ประกอบด้วย สินค้า GI กลุ่มข้าวและอาหาร 9รายการ ได้แก่ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ ปลาช่อนแม่ลา (สิงห์บุรี) ไข่เค็มไชยา (สุราษฎร์ธานี) หอมแดงศรีสะเกษ กระเทียมศรีสะเกษ ขนมหม้อแกงเมืองเพชร (เพชรบุรี) กล้วยตากบางกระทุ่มพิษณุโลก และกาแฟเทพเสด็จ (เชียงใหม่) สินค้า GI กลุ่มผลไม้ 4 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมสามพราน (นครปฐม) มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มังคุดเขาคีรีวง (นครศรีธรรมราช) และส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม รวมทั้งสินค้า GI กลุ่มงานหัตถกรรม 5 รายการ ได้แก่ ผ้าหม้อห้อมแพร่ ชามไก่ลำปาง ครกหินอ่างศิลา (ชลบุรี) เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน (นครราชสีมา) และเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด (นนทบุรี)

    ทั้งนี้ สินค้า GI ทั้ง 18 รายการ ล้วนเป็นของดีที่มีชื่อเสียงครองใจผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 6,082 ล้านบาทต่อปี ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถแวะมาชม ชิม ช็อปสินค้า GI ของแท้ส่งตรงจากแหล่งผลิต ได้ที่บูธ GI Pavilion (เสาที่ 34–35 โซน FF-GG) อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. และเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์นี้ (27 – 28 ธันวาคม 2568) กรมฯ เตรียมมอบของขวัญพิเศษในช่วงนาทีทองให้แก่ผู้ร่วมงาน เป็นเซ็ตของขวัญ GI ราคาพิเศษที่หาซื้อไม่ได้จากที่ไหน จำกัดเพียงวันละ 2 รอบเท่านั้น ในช่วงเวลา 13.00 น. และ 16.00 น. สายช็อป GI ห้ามพลาดเด็ดขาด

    กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เน้นย้ำเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสินค้า GI อย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายตลาดสินค้า GI โดยยกระดับความร่วมมือกับเครือข่ายโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนพัฒนาต่อยอดสินค้า GI ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยการนำสินค้า GI เข้าร่วมงาน OTOP City 2025 ครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปิดพื้นที่ทางการตลาด สร้างการรับรู้ และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อผลักดันให้สินค้า GI ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถสร้างคุณค่าและรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984239&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ndYsdE4iOEpXXiYZ_71_m

  • “พาณิชย์” ยกทัพสินค้า GI ตัวท็อปจากชุมชน บุกตลาด OTOP City 2025 เปิดประสบการณ์ช็อปของดีอัตลักษณ์ไทย หนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

    เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้บริหารกรมทรัพย์สินทางปัญญา เข้าร่วมพิธีเปิดงาน OTOP City 2025 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้นำขบวนผู้ประกอบการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) 18 รายการจากท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายในงานอย่างคึกคักโชว์ศักยภาพสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นไทย และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 28 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้ายกระดับสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนสู่สินค้าเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง ผ่านการขึ้นทะเบียน
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ควบคู่กับการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในหลายมิติ พร้อมเร่งส่งเสริมช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ให้เข้าถึงผู้บริโภคในตลาดที่หลากหลาย เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ชุมชนผู้ผลิต โดยสินค้าGI ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Quick Big Win ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีอัตลักษณ์โดดเด่น สามารถนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างความแตกต่างในตลาดได้อย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้ผนึกกำลังกับ กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาชุมชน ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ในงานมหกรรมสินค้า OTOP ครั้งใหญ่ส่งท้ายปี โดยเล็งเห็นว่าสินค้า GI และสินค้า OTOP ต่างมีจุดร่วมสำคัญคือการเป็นสินค้าจากฐานชุมชนที่ใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นจุดแข็งและจุดขายอย่างไรก็ดี สินค้า GI มีความแตกต่างในด้านการคุ้มครองสิทธิ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีคุณลักษณะเฉพาะเชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีกระบวนการผลิตในพื้นที่เฉพาะและมีระบบควบคุมคุณภาพสินค้าตามมาตรฐานที่ขึ้นทะเบียนไว้ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    ในโอกาสนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้ยกขบวนสินค้า GIเด่น 18 รายการ จาก 17 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมจำหน่ายในงาน “OTOP City 2025” ตั้งแต่วันที่ 20 – 28 ธันวาคม 2568 โดยสินค้าที่เข้าร่วม ประกอบด้วย สินค้า GI กลุ่มข้าวและอาหาร 9รายการ ได้แก่ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ ปลาช่อนแม่ลา (สิงห์บุรี) ไข่เค็มไชยา (สุราษฎร์ธานี) หอมแดงศรีสะเกษ กระเทียมศรีสะเกษ ขนมหม้อแกงเมืองเพชร (เพชรบุรี) กล้วยตากบางกระทุ่มพิษณุโลก และกาแฟเทพเสด็จ (เชียงใหม่) สินค้า GI กลุ่มผลไม้ 4 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมสามพราน (นครปฐม) มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มังคุดเขาคีรีวง (นครศรีธรรมราช) และส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม รวมทั้งสินค้า GI กลุ่มงานหัตถกรรม 5 รายการ ได้แก่ ผ้าหม้อห้อมแพร่ ชามไก่ลำปาง ครกหินอ่างศิลา (ชลบุรี) เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน (นครราชสีมา) และเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด (นนทบุรี)

    ทั้งนี้ สินค้า GI ทั้ง 18 รายการ ล้วนเป็นของดีที่มีชื่อเสียงครองใจผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 6,082 ล้านบาทต่อปี ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถแวะมาชม ชิม ช็อปสินค้า GI ของแท้ส่งตรงจากแหล่งผลิต ได้ที่บูธ GI Pavilion (เสาที่ 34–35 โซน FF-GG) อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. และเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์นี้ (27 – 28 ธันวาคม 2568) กรมฯ เตรียมมอบของขวัญพิเศษในช่วงนาทีทองให้แก่ผู้ร่วมงาน เป็นเซ็ตของขวัญ GI ราคาพิเศษที่หาซื้อไม่ได้จากที่ไหน จำกัดเพียงวันละ 2 รอบเท่านั้น ในช่วงเวลา 13.00 น. และ 16.00 น. สายช็อป GI ห้ามพลาดเด็ดขาด

    กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เน้นย้ำเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสินค้า GI อย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายตลาดสินค้า GI โดยยกระดับความร่วมมือกับเครือข่ายโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนพัฒนาต่อยอดสินค้า GI ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยการนำสินค้า GI เข้าร่วมงาน OTOP City 2025 ครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปิดพื้นที่ทางการตลาด สร้างการรับรู้ และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อผลักดันให้สินค้า GI ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถสร้างคุณค่าและรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984239&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ndYsdE4iOEpXXiYZ_71_m