Category: ไอที

  • กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

    วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย

    กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

    กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
    1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

    ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
    1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
    2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
    3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล

    โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

    “กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984941&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vE95m6afNfBkbVUNjIpf

  • กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

    วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย

    กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

    กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
    1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

    ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
    1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
    2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
    3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล

    โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

    “กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984941&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vE95m6afNfBkbVUNjIpf

  • กรมปศุสัตว์จัดแถลงข่าวงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

    วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

    นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย

    กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

    กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
    1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
    11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
    13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
    15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
    16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

    ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
    1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
    2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
    3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล

    โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

    “กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/984941&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vE95m6afNfBkbVUNjIpf

  • ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 เก็บภาพสวยและความทรงจำดี ๆ รับต้นปี

              ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 ชวนออกไปสัมผัสบรรยากาศเย็นสบายและธรรมชาติสวย เที่ยวพักผ่อน ชาร์จพลัง พร้อมเก็บภาพความทรงจำดี ๆ เริ่มต้นปีใหม่

              เริ่มต้นปีใหม่ ด้วยการออกเดินทางเติมพลังให้ตัวเอง เดือนมกราคม 2569 เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการพักผ่อนและสัมผัสบรรยากาศสดชื่น รอบตัวเต็มไปด้วยความสวยงามและโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการสร้างความทรงจำ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 การออกไปเที่ยวและเก็บภาพความประทับใจถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ว่าแต่จะมีที่ไหน มาเช็กลิสต์ไปพร้อมกันเลย

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569

    1. ดอยวาวี จังหวัดเชียงราย

              ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเดือนมกราคม 2569 โดยเฉพาะคนที่อยากเริ่มต้นปีท่ามกลางอากาศเย็นสบายและบรรยากาศเรียบง่ายบนดอยสูง ช่วงต้นปีอุณหภูมิกำลังดี มีหมอกบาง ๆ ลอยคลอไปตามสันเขา สร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย เสน่ห์ของดอยวาวีอยู่ที่ไร่ชาขั้นบันได วิถีชีวิตชุมชนบนดอย และกลิ่นกาแฟหอม ๆ จากแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพ เดินเล่นชมวิวภูเขาสลับซับซ้อนในยามเช้า นั่งจิบเครื่องดื่มอุ่น ๆ มองทะเลหมอกไกลสุดสายตา เป็นประสบการณ์เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยอรรถรส เหมาะกับการพักใจและเก็บความทรงจำดี ๆ ต้อนรับปีใหม่อย่างช้า ๆ และละมุน

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 ดอยวาวี

    2. ดอยจิกจ้องฆ้องคำ จังหวัดลำปาง

              ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน แม้จะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและอยู่นอกกระแส แต่กลับมีเสน่ห์ตรงความสงบและความเป็นธรรมชาติ ช่วงเดือนมกราคมอากาศเย็นสบายค่อนไปทางหนาว เหมาะกับการเดินป่าระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตรที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ ไม่โหดจนเกินไป ด้านบนสามารถกางเต็นท์ นอนเปล หรือพักในศาลาหน้าองค์พระได้ ท่ามกลางวิวภูเขาที่โอบล้อม หากโชคดีอาจได้เห็นทะเลหมอกบาง ๆ ในยามเช้า เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากเริ่มต้นปีด้วยความเรียบง่าย ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ และใช้เวลากับตัวเองอย่างช้า ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นและบรรยากาศเงียบสงบ

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 ดอยจิกจ้องฆ้องคำ

    3. อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย จังหวัดราชบุรี

              หมุดหมายที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพักผ่อน เพราะเป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นที่สุดของปีและมีโอกาสสูงที่จะได้สัมผัสกับไอหมอกลอยกรุ่นเหนือผิวน้ำยามเช้า ให้บรรยากาศคล้ายกับปางอุ๋ง ด้วยทัศนียภาพของแนวป่าสนโอบล้อมผืนน้ำกว้าง และมีฉากหลังเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน โดยกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการพายเรือคายัคชมวิวท่ามกลางลมหนาว การจิบกาแฟในคาเฟ่ชิคๆ ริมอ่างเก็บน้ำ หรือเลือกกางเต็นท์นอนดูดาวในคืนที่ฟ้าเปิดและสงบเงียบ ซึ่งหากไปในช่วงวันธรรมดาคุณจะได้สัมผัสกับความสงบที่เป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาเติมพลังกายพลังใจในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย

    • ที่อยู่ : บ้านพุน้ำร้อน ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี

    4. วัดมณีวงศ์ จังหวัดนครนายก

              ที่เที่ยวสายศรัทธาและศิลปะที่น่าแวะ เหมาะกับการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการทำบุญและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ช่วงต้นปีอากาศเย็นสบาย ทำให้การเดินชมวัดเป็นไปอย่างผ่อนคลาย ไฮไลต์ของที่นี่คือสถาปัตยกรรมภายในถ้ำพญานาคที่งดงามและอลังการ ประดับด้วยแสง สี และลวดลายที่ชวนให้ตื่นตา สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์แต่แฝงด้วยความร่วมสมัย เหมาะสำหรับทั้งสายมู สายถ่ายรูป และคนที่อยากใช้เวลาสงบ ๆ เพื่อขอพร เสริมสิริมงคล และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยพลังใจที่ดีในบรรยากาศที่แตกต่างจากวัดทั่วไป

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 วัดมณีวงศ์

    • ที่อยู่ : บ้านหนองกระพ้อ ตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก
    • เฟซบุ๊ก : วัดมณีวงศ์

    5. สะพานทุ่งนาน้อยเขาหล่น จังหวัดนครนายก

              พิกัดพักผ่อนไว้หลีกหนีความวุ่นวายมาสูดอากาศบริสุทธิ์ใกล้กรุงเทพฯ เพราะเป็นช่วงที่อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่ร้อนจัด เหมาะกับการเดินทอดน่องบนสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวเหนือทุ่งกว้าง ซึ่งแม้จะผ่านพ้นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวมาแล้ว แต่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบวิถีเกษตรที่เงียบสงบ มีกลิ่นอายความสดชื่นของลมหนาวพัดผ่านทิวเขาเป็นฉากหลัง และยังสามารถนั่งจิบกาแฟในร้านเล็ก ๆ ริมทุ่งเพื่อชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้านับเป็นจุดเช็คอินที่ “น้อยแต่มาก” ในเรื่องความรู้สึก เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการเบียดเสียดกับผู้คนในช่วงวันหยุดยาว

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 สะพานทุ่งนาน้อยเขาหล่น

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สะพานทุ่งนาน้อยเขาหล่น

    6. ทุ่งคอสมอสน้องบุญทิ้ง จังหวัดสระบุรี

              สวรรค์ของคนรักดอกไม้ที่เดินทางง่ายใกล้กรุงเทพฯ โดยในช่วงเวลานี้ดอกคอสมอสหลากหลายสายพันธุ์จะพร้อมใจกันบานสะพรั่ง ด้วยอากาศที่เย็นสบายในช่วงเช้าและเย็นของต้นปี ทำให้สามารถเดินถ่ายรูปท่ามกลางมวลหมู่ดอกไม้ได้แบบไม่เหนื่อยล้า และจุดเด่นที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนใครคือการจัดวางพร็อพถ่ายรูปเก๋ ๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่เที่ยวที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่มองหาจุดพักผ่อนแบบไปเช้าเย็นกลับ (One Day Trip) ที่ยังคงความสดใหม่และมอบพลังบวกผ่านสีสันอันสดใสของธรรมชาติได้อย่างยอดเยี่ยม

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 น้องบุญทิ้ง นนท์ศิลาฟาร์ม

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก น้องบุญทิ้ง นนท์ศิลาฟาร์ม

    • เวลาเปิดให้เข้าชม : วันที่ 13 ธันวาคม 2568 – 15 กุมภาพันธ์ 2569
    • ที่อยู่ : บ้านหนองจาน อำเภอเฉลิมพระเกรียติ จังหวัดสระบุรี
    • เฟซบุ๊ก : น้องบุญทิ้ง นนท์ศิลาฟาร์ม

    7. ซับสะเตเล จังหวัดชัยภูมิ

              แหล่งท่องเที่ยวอันซีนบนเทือกเขาพัง ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและอากาศหนาวเย็นกำลังดี อุณหภูมิราว 12–16 องศา ยิ่งเพิ่มความสดชื่นให้ทุกการเดินทาง ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือทุ่งดอกคอสมอสขนาดใหญ่กว่า 55 ไร่ ซึ่งนับว่าใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ดอกไม้จะบานสะพรั่งรับลมหนาวพอดี สีสันอ่อนหวานตัดกับฉากหลังของภูเขา ชวนให้เดินเล่นช้า ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ และเก็บภาพความประทับใจในช่วงเริ่มต้นปีใหม่อย่างละมุนและผ่อนคลาย

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 ซับสะเลเต

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ซับสะเลเต Music Festival

    8. ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

              เดือนมกราคม 2569 นับเป็นช่วงเวลาที่ดอกบัวแดงบานสะพรั่งเต็มผืนน้ำ สร้างภาพวิวสีชมพูอมแดงสุดละมุนตัดกับท้องฟ้าและแสงอ่อนยามเช้า การล่องเรือชมบัวในช่วงเช้าตรู่ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและหมอกบาง ๆ ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และโรแมนติกอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นเสน่ห์เฉพาะของต้นปีที่หาไม่ได้ในช่วงอื่น เหมาะทั้งสำหรับการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยบรรยากาศดี ๆ และเก็บภาพความประทับใจของธรรมชาติที่สวยงามแบบเรียบง่ายแต่ตรึงใจ

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี

    9. วนอุทยานภูบ่อบิด จังหวัดเลย

              จุดเช็กอินที่มอบประสบการณ์การชมทะเลหมอกกลางเมือง เพราะเป็นช่วงที่อากาศหนาวจัดจนส่งผลให้มีหมอกหนาปกคลุมตัวเมืองเลยทั้งเมืองเบื้องล่างในยามเช้า ไฮไลต์สำคัญคือการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูผ่านบันไดวนเพื่อไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และทัศนียภาพแบบ 360 องศา ขณะเดียวกันช่วงพลบค่ำ ก็จะเจอกับแสงไฟระยิบระยับของเมืองเลย นับเป็นจุดชมวิวที่เดินทางเข้าถึงง่ายมาก แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและอลังการเหมือนอยู่บนยอดเขาสูงไกลปืนเที่ยง เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้าป่าลึก

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 วนอุทยานภูบ่อบิด

    • ที่อยู่ : ถนนเจริญรัฐ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย
    • เฟซบุ๊ก : ภูบ่อบิด

    10. วัดทางสาย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

              การมาเยือนในเดือนนี้จะช่วยให้เดินชมพุทธศิลป์และสักการะพระพุทธกิตติสิริชัยได้โดยไม่ร้อนจนเกินไป พร้อมรับลมหนาวจาง ๆ ที่พัดมาจากทะเลส่งผลให้อากาศบนยอดเขาเย็นสบายตลอดวัน ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการชมวิวแบบพาโนรามาของโค้งอ่าวบ้านกรูดที่ขนานไปกับแนวทิวสนเขียวขจี ซึ่งภาพผืนน้ำนิ่งสงบสีมรกตในเดือนมกราคมจะมีความสวยงามและให้บรรยากาศที่สงบนิ่งกว่าเดือนอื่น ๆ เหมาะสำหรับการมาเติมพลังงานบวกและเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคลในสถานที่ที่ยังคงความเงียบสงบและไม่พลุกพล่านจนเกินไป

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 วัดทางสาย

    • ที่อยู่ : ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    11. อ่าวท่าเลน จังหวัดกระบี่

              จุดหมายที่เหมาะกับการหนีเมืองมารับลมต้นปีในเดือนมกราคม 2569 โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาที่ตั้งเรียงรายโอบล้อมผืนน้ำสีเขียวใส ช่วงต้นปีทะเลจะค่อนข้างสงบ อากาศดี เหมาะกับกิจกรรมพายคายัก ล่องไปตามช่องเขา ป่าโกงกาง และเวิ้งอ่าวเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างหน้าผาหิน การเคลื่อนไหวช้า ๆ บนผืนน้ำทำให้ได้ซึมซับธรรมชาติรอบตัวอย่างเต็มที่ ทั้งเสียงน้ำ เสียงลม และแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า เป็นประสบการณ์ที่เรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกสดใหม่ เหมาะกับการเริ่มต้นปีด้วยจังหวะชีวิตที่เบาลงและใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 อ่าวท่าเลน กระบี่

    • ที่อยู่ : ตำบลเขาทอง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

    12. เกาะไข่ จังหวัดพังงา

              ช่วงเดือนมกราคม 2569 คือช่วงเวลา “นาทีทอง” ที่ทะเลอันดามันจะมีความสวยงามถึงขีดสุด เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำทะเลใสสะอาดราวกระจกและมีคลื่นลมสงบนิ่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ดำน้ำตื้น ไฮไลต์ของที่นี่คือความเงียบสงบในมุมลับ ๆ หากเลือกเดินทางในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน พบกับภาพน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ตัดกับโขดหินรูปทรงแปลกตาที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่บนเกาะส่วนตัว นับเป็นจุดเช็กอินที่ตอบโจทย์ทั้งสายถ่ายรูปและคนรักธรรมชาติที่มองหาความงามแบบเรียบง่ายแต่ตราตรึงใจในทริปต้นปี

    ที่เที่ยวเดือนมกราคม 2569 เกาะไข่ พังงา

    • ที่อยู่ : อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา

              เดือนมกราคม 2569 ยังมีที่เที่ยวสวย ๆ รอให้คุณออกไปค้นหาอีกมาก ช่วงต้นปีคือเวลาที่เหมาะกับการออกเดินทาง เก็บความสุขเล็ก ๆ ระหว่างทาง แล้วเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความทรงจำดี ๆ กัน ^ ^

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวปีใหม่ 2569 ที่เที่ยววันหยุดยาว อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view297483.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_u9MulwENrcAxlESZCsH_

  • ‘อาร์ท เอกสิทธิ์’ นำทัพเปิดตัว ‘พรรคปวงชนไทย’ อาสาแก้ปัญหาให้ประเทศ

    พรรคปวงชนไทย (Thai People’s Party) โดยการนำของ “อาร์ท” เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรค เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมอาสาเข้ามาเป็น “ผู้แก้ปัญหา” ให้กับคนไทยทั้งประเทศ นำคนไทยเดินหน้าฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ความมั่นคง ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทย รวมถึงปัญหาสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ ที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนและประเทศ พร้อมมุ่งมั่นยืนหยัดเป็นพรรคของ “ปวงชนไทย” อย่างแท้จริง ผ่านการทำงานทางการเมืองสุจริตที่ยึดโยงกับชีวิตจริงของประชาชน

    “อาร์ท” เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย แถลงข่าวเปิดตัวพรรคปวงชนไทย พร้อมนำทัพคณะกรรมการบริหารพรรค ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ ประกาศความพร้อมทำหน้าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคปวงชนไทย อาสาเข้ามาแก้ปัญหาของประเทศทุกมิติ มั่นใจสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ปัญหาความมั่นคงทุกด้าน โดยเฉพาะ แก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันทั้งระบบ “ซีโร่ คอร์รัปชัน” ที่ทำให้งบประมาณแผ่นดินหายไปปีละกว่า 3 ล้านล้านบาท จึงต้องปราบปรามทั้งระบบ รวมถึง เรื่องแก๊งสแกมเมอร์-คอลเซ็นเตอร์ ควบคู่นโยบายหลักของพรรค “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ”

    พร้อมกล่าวว่า “วันนี้ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของไทยและทั่วโลก เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน กติกาใหม่เกิดขึ้น เทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทนที่ และการแข่งขันรุนแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผลกระทบจึงเกิดกับประชาชน ซึ่งคนที่ต้องแบกรับภาระหนักที่สุดกลับเป็น ผู้ประกอบการรายเล็ก SMEs คนทำงาน และคนตัวเล็กของประเทศ จากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่ไม่แน่นอน หนี้สินที่สะสม โดยเฉพาะช่วงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ผ่านมา ประชาชนมีความรู้สึกถูกบั่นทอนหัวใจมากที่สุดเพราะรู้สึกว่าไม่มีใครยืนอยู่เคียงข้าง และยังมองไม่เห็นถึงมาตรการที่จะมาช่วยพยุงให้ลุกขึ้นยืนได้”

    ThaiPeoples-Party- Unveils-Eksit-as-MP-Candidate-SPACEBAR-Photo02.jpg

    พรรคปวงชนไทย มองเห็นและเข้าใจความเจ็บปวดเหล่านี้ของประชาชนคนไทยอย่างลึกซึ้ง จึงออก นโยบาย “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ” เพื่อใช้แก้ปัญหาให้ตรงจุด และทำได้จริง โดย

    • สร้างคน : วางรากฐานให้ประเทศ ด้วยการพัฒนาคน ทำให้ประเทศให้ยั่งยืน ตั้งแต่ การศึกษา – การฝึกอาชีพ – ตลาดแรงงาน เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
    • สร้างงาน : ฟื้นเศรษฐกิจจากฐานราก เศรษฐกิจจะฟื้นได้จริงต้องเริ่มจากการทำให้ ธุรกิจอยู่ได้ ทำให้การทำธุรกิจ ง่ายขึ้น เป็นธรรมขึ้นแข่งขันได้ และเพิ่มรายได้ ทำให้ครอบครัวไทยกลับมายืนได้อย่างมั่นคง
    • สร้างอาชีพ : เปิดทางเลือกให้ชีวิต ในโลกยุคใหม่คนหนึ่งคนไม่ควรถูกจำกัดให้มีอาชีพได้เพียงทางเดียว เราจะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น ทั้งอาชีพใหม่ อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ในภาคเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รัฐต้องเปลี่ยนบทบาท จาก “ผู้ควบคุม” เป็น “ผู้สนับสนุน” จาก “ผู้ขวางทาง” เป็น “ผู้เปิดทาง” ให้ประชาชนทุกคนสามารถยืนบนขาของตัวเองได้อย่างมั่นคง มีรายได้และมีศักดิ์ศรี

    ผมและทีมพรรคปวงชนไทย เราพร้อมเข้ามาแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ ให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนให้รับการดูแลอย่างทั่วถึง พัฒนาคุณภาพชีวิตทุกด้าน ทำให้เกิดความยั่งยืน

    — เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

    ThaiPeoples-Party- Unveils-Eksit-as-MP-Candidate-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ทั้งนี้ “อาร์ท” เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล มาพร้อมประสบการณ์กว่า 20 ปีในภาคธุรกิจ ภาคแรงงาน ที่ทำงานเพื่อสังคม มาโดยตลอด โดยเฉพาะบทบาทในฐานะประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) ที่ดำรงตำแหน่งมาเป็นสมัยที่ 2 ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ทำหน้าที่ดูแลความสมดุล สร้างความเข้าใจ ระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง คุ้มครองศักดิ์ศรีของประชาชนผู้ใช้แรงงาน ทั้งยังสามารถสร้างงานให้แรงงานหลายแสนตำแหน่ง และยังเคยได้รับเลือกเป็นประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งอาเซียน (ACE) ในปี 2562

    ด้านธุรกิจ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท สยามอีสเทิร์น อินดัสเตรียลพาร์ค กรุ๊ป เคยดำรงตำแหน่ง กรรมการบริษัท สยามสตีล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ “อาร์ท เอกสิทธิ์” ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริษัท จีเค แลนด์ จำกัด และ บริษัท จีเค พาวเวอร์ จำกัด ธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดทางเลือกใหม่ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ

    ด้านการเมือง เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ต่อเนื่อง 2 สมัย ระหว่างปี 2562 – 2564 และปี 2564 – 2566 มีบทบาทสำคัญใน ปฏิบัติการปราบปรามมิจฉาชีพข้ามชาติ แก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยได้ร่วมเดินทางกับ ผบ.ตร. ไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อประสานความร่วมมือและผลักดันการลงนามเอ็มโอยูระหว่างสองประเทศในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง

    ที่สำคัญ “อาร์ท เอกสิทธิ์” ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมวงการกีฬาไทย เป็น อุปนายกสมาคมบิลเลียดแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน และเคยเป็นประธานบริหารสโมสรป้อมปราการ สมุทรปราการ เอฟซี ตอกย้ำประสบการณ์ที่พิสูจน์ได้ว่า “เคยทำสำเร็จ และทำได้จริง” มาแล้ว

    ThaiPeoples-Party- Unveils-Eksit-as-MP-Candidate-SPACEBAR-Photo03.jpg

    พรรคปวงชนไทย โดยการนำของ “อาร์ท” เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย พร้อมทีมผู้บริหาร คณะกรรมการพรรค และคณะที่ปรึกษา มีแนวทางการทำงานการเมืองยุคใหม่ที่เปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็น และพร้อมทำงานเคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง ด้วยแนวคิด “ทำงานอย่างชาญฉลาด ทำด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นเพื่อคนไทยทุกคน (Work Smart with Heart)”

    เราทำงานด้วยหัวใจ เพื่อคนไทยทุกคน ไม่ใช่เพียงเพื่อการเมือง แต่เพื่ออนาคตของชาติ นโยบายสร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ คือหัวใจของพรรค เพราะการพัฒนาชาติจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อประชาชนมีศักยภาพ มีโอกาส และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยืนยันเจตนารมณ์ในการทำงานทางการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตรวจสอบ และร่วมกำหนดอนาคตของประเทศไปด้วยกันอย่างแท้จริง

    — เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/thaipeoples-party-unveils-eksit-as-mp-candidate&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g5SirqS3F1UOEjY7gMFLF

  • SET ปิดบวก 4 จุด รับแรงซื้อปิโตรเคมี-ท่องเที่ยว-ค้าปลีก ฟื้นตัว!

    10 หุ้นดันดัชนีวันนี้

    ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ที่ 1,275.33 จุด เพิ่มขึ้น 4.22 จุด (+0.33%) มูลค่าซื้อขาย 28,615.84 ล้านบาท

    นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ทรงตัวด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบาง สอดคล้องกับตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลคริสต์มาส ทำให้บรรยากาศการลงทุนเงียบเหงา ประกอบกับ บ้านเราขาดปัจจัยใหม่ขับเคลื่อน

    โดยวันนี้กลุ่มปิโตรเคมีนำตลาดได้ดี โดยเฉพาะ PTTGC และ IVL รวมทั้งกลุ่มท่องเที่ยว ค้าปลีก เริ่มฟื้นตัวหลังลงไปก่อนหน้านี้ โดยลุ้นว่าอาจมีการทำ Window dressing ก่อนสิ้นปี

    แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดตลาดแกว่งทรงตัวด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบางคล้ายวันนี้ เพราะตลาดหุ้นต่างประเทศ รวมทั้งตลาดหุ้นภูมิภาคบางแห่งปิดทำการ ขณะที่การทำ Window dressing ปรับพอร์ตท้ายปีของกองทุนอาจช่วยหนุนดัชนีช่วงที่เหลือของปีได้ราว 1% โดยให้กรอบแนวรับ 1,265 จุด และแนวต้าน 1,280 จุด

    ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

    ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,116.89 ล้านบาท ปิดที่ 314.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

    AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,095.24 ล้านบาท ปิดที่ 54.25 บาท ลดลง 0.75 บาท

    TTB มูลค่าการซื้อขาย 1,070.83 ล้านบาท ปิดที่ 2.02 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท

    BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,030.91 ล้านบาท ปิดที่ 19.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท

    PTT มูลค่าการซื้อขาย 981.53 ล้านบาท ปิดที่ 31.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/summary/804096&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VqLFI01yZEQO28VwmhOdM

  • NT เดินหน้ายกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ เปิดศูนย์ “CyberXpert Center”

    NT เดินหน้ายกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ เปิดศูนย์ “CyberXpert Center”

    ไอที

    NT เดินหน้ายกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ เปิดศูนย์ “CyberXpert Center”

    วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.03 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    NT เดินหน้ายกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ เปิดศูนย์ “CyberXpert Center”

    สร้างบุคลากรคุณภาพพร้อมรับมือภัยคุกคามยุคดิจิทัล

    บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ตอกย้ำบทบาทผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศ เดินหน้ายกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเป็นรูปธรรมจัดงานเปิดศูนย์ CyberXpert Center มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Cybersecurity เพื่อรองรับภัยคุกคามไซเบอร์ที่ทวีความซับซ้อน และส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยด์ ลุมพินี กรุงเทพฯ

    ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานดิจิทัลและโซลูชัน บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กล่าวว่า ปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยไซเบอร์ไม่ใช่เพียงประเด็นเชิงเทคนิค แต่ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ขณะที่ภัยคุกคามไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงองค์กรขนาดใหญ่ แต่สามารถส่งผลกระทบตลอดทั้งซัพพลายเชน ทำให้การยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรด้าน Cybersecurity กลายเป็นวาระสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลักดัน

    NT ในฐานะผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศ มีบทบาทในการให้บริการด้าน Cyber security ภายใต้ชื่อบริการ cyfence มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี และยังเป็นผู้จัดตั้งศูนย์ Cyber security Operations Center (CSOC) แห่งแรกของประเทศไทย โดยจากประสบการณ์ดังกล่าว NT เล็งเห็นว่า “บุคลากร” ถือเป็นหัวใจสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเทคโนโลยีหรือระบบ

     “ในปัจจุบัน ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและดิจิทัลของประเทศ ดังนั้น การลงทุนด้านบุคลากรหรือทรัพยากรบุคคล และการสร้างระบบนิเวศด้าน Cybersecurity เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างทุกภาคส่วน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง” ดร.วงกต กล่าวเสริม

    การจัดตั้งศูนย์ CyberXpert Center จึงไม่ใช่เป็นเพียงศูนย์ฝึกอบรม แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทั้งเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติ โดย NT จะทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา สมาคมวิชาชีพ และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อบูรณาการการพัฒนากำลังคนด้าน Cybersecurity ให้มีมาตรฐาน มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีความพร้อม และสามารถรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    NT เชื่อมั่นว่าศูนย์ CyberXpert Center จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ Digital Transformation ของประเทศ ที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างระบบดิจิทัลที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460028&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LL29Yh4kfdnnni_7DiDjo

  • SET ปิดบวก 4 จุด รับแรงซื้อปิโตรเคมี-ท่องเที่ยว-ค้าปลีก ฟื้นตัว!

    10 หุ้นดันดัชนีวันนี้

    ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ที่ 1,275.33 จุด เพิ่มขึ้น 4.22 จุด (+0.33%) มูลค่าซื้อขาย 28,615.84 ล้านบาท

    นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ทรงตัวด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบาง สอดคล้องกับตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลคริสต์มาส ทำให้บรรยากาศการลงทุนเงียบเหงา ประกอบกับ บ้านเราขาดปัจจัยใหม่ขับเคลื่อน

    โดยวันนี้กลุ่มปิโตรเคมีนำตลาดได้ดี โดยเฉพาะ PTTGC และ IVL รวมทั้งกลุ่มท่องเที่ยว ค้าปลีก เริ่มฟื้นตัวหลังลงไปก่อนหน้านี้ โดยลุ้นว่าอาจมีการทำ Window dressing ก่อนสิ้นปี

    แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดตลาดแกว่งทรงตัวด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบางคล้ายวันนี้ เพราะตลาดหุ้นต่างประเทศ รวมทั้งตลาดหุ้นภูมิภาคบางแห่งปิดทำการ ขณะที่การทำ Window dressing ปรับพอร์ตท้ายปีของกองทุนอาจช่วยหนุนดัชนีช่วงที่เหลือของปีได้ราว 1% โดยให้กรอบแนวรับ 1,265 จุด และแนวต้าน 1,280 จุด

    ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

    ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,116.89 ล้านบาท ปิดที่ 314.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

    AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,095.24 ล้านบาท ปิดที่ 54.25 บาท ลดลง 0.75 บาท

    TTB มูลค่าการซื้อขาย 1,070.83 ล้านบาท ปิดที่ 2.02 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท

    BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,030.91 ล้านบาท ปิดที่ 19.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท

    PTT มูลค่าการซื้อขาย 981.53 ล้านบาท ปิดที่ 31.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/summary/804096&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VqLFI01yZEQO28VwmhOdM

  • SET ปิดบวก 4 จุด รับแรงซื้อปิโตรเคมี-ท่องเที่ยว-ค้าปลีก ฟื้นตัว!

    10 หุ้นดันดัชนีวันนี้

    ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ที่ 1,275.33 จุด เพิ่มขึ้น 4.22 จุด (+0.33%) มูลค่าซื้อขาย 28,615.84 ล้านบาท

    นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ทรงตัวด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบาง สอดคล้องกับตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลคริสต์มาส ทำให้บรรยากาศการลงทุนเงียบเหงา ประกอบกับ บ้านเราขาดปัจจัยใหม่ขับเคลื่อน

    โดยวันนี้กลุ่มปิโตรเคมีนำตลาดได้ดี โดยเฉพาะ PTTGC และ IVL รวมทั้งกลุ่มท่องเที่ยว ค้าปลีก เริ่มฟื้นตัวหลังลงไปก่อนหน้านี้ โดยลุ้นว่าอาจมีการทำ Window dressing ก่อนสิ้นปี

    แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดตลาดแกว่งทรงตัวด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบางคล้ายวันนี้ เพราะตลาดหุ้นต่างประเทศ รวมทั้งตลาดหุ้นภูมิภาคบางแห่งปิดทำการ ขณะที่การทำ Window dressing ปรับพอร์ตท้ายปีของกองทุนอาจช่วยหนุนดัชนีช่วงที่เหลือของปีได้ราว 1% โดยให้กรอบแนวรับ 1,265 จุด และแนวต้าน 1,280 จุด

    ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

    ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,116.89 ล้านบาท ปิดที่ 314.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

    AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,095.24 ล้านบาท ปิดที่ 54.25 บาท ลดลง 0.75 บาท

    TTB มูลค่าการซื้อขาย 1,070.83 ล้านบาท ปิดที่ 2.02 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท

    BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,030.91 ล้านบาท ปิดที่ 19.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท

    PTT มูลค่าการซื้อขาย 981.53 ล้านบาท ปิดที่ 31.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/summary/804096&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VqLFI01yZEQO28VwmhOdM

  • “ยศชนัน” นำทีมเศรษฐกิจ หารือ “ส.อ.ท.” ปูพรมไทยสู่ฐานเทคโนโลยีระดับโลก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ธ.ค. 68) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย พร้อมทีมเศรษฐกิจ อาทิ นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล, นายจักรพงษ์ แสงมณี และนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ได้เข้าพบและหารือกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และผู้บริหารระดับสูง เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปราะบางในขณะนี้

    นายเกรียงไกร กล่าวต้อนรับและสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจว่า สภาอุตสาหกรรมฯ ยินดีที่ได้เป็นหนึ่งในกลุ่มแรก ๆ ที่พรรคเพื่อไทยเลือกมาหารือ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้าที่กระทบต่อเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งเป็นฐานรากของเศรษฐกิจไทย

    ประธาน ส.อ.ท. ยังกล่าวถึงการส่งออกว่า แม้ตัวเลขส่งออกจะขยายตัว แต่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ของไทยไม่ได้ขยับตัวตาม ซึ่งสะท้อนถึงความไม่สมดุลทางโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เสนอยุทธศาสตร์ ONE FTI” ซึ่งประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ GO Digital & AI, GO Innovation, GO Global และ GO Green เพื่อนำอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนและมีการพัฒนาอย่างครบวงจร

    ด้าน นายยศชนัน กล่าวขอบคุณผู้บริหาร ส.อ.ท. โดยเน้นย้ำว่า สภาอุตสาหกรรมฯ คือหน่วยงานแรกที่พรรคเพื่อไทยเลือกมาหารือในด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเคยทำงานใกล้ชิดกับภาคอุตสาหกรรม และมองเห็นความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับการผลิต

    ส่วนของการพัฒนาเทคโนโลยี นายยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลต้องปรับบทบาทเป็นผู้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา พร้อมทั้งเสนอโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาที่ไม่เพียงแค่จัดซื้อฮาร์ดแวร์ แต่ต้องลงทุนในเทคโนโลยีหลักที่สามารถถ่ายทอดให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างงานและการพัฒนา R&D ภายในประเทศ

    ขณะเดียวกัน ต้องสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ได้เน้นย้ำถึงการใช้จุดแข็งด้านชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) และการผลักดันมาตรการ Green Premium เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสีเขียว

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/general/803985&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S4wcPG4pRc7uTVnymZ4fE