Category: ไอที

  • “พรรคประชาชน” เปิด 4 ชุดนโยบาย “เศรษฐกิจ-ปฏิรูปรัฐ-ความมั่นคงและประชาธิปไตย-ยกระดับคุณภาพชีวิต”


    “พรรคประชาชน” เปิด 4 ชุดนโยบาย “เศรษฐกิจ-ปฏิรูปรัฐ-ความมั่นคงและประชาธิปไตย-ยกระดับคุณภาพชีวิต”  ย้ำจบสงครามใช้โลกล้อม “กัมพูชา” ดูแลสวัสดิการประชาชนตั้งแต่ครรภ์ถึงเชิงตะกอน ปรับสูตรเพิ่มค่าแรงสูงสุด

    พรรคประชาชน เปิดตัวเว็บไซต์นโยบายรัฐบาลประชาชน โดยมี 4 ชุดนโยบายหลัก คือ 1.โมเดลเศรษฐกิจใหม่ 2.การปฏิรูปรัฐ 3.ความมั่นคงและประชาธิปไตย และ 4.ยกระดับคุณภาพชีวิต โดยในเว็บไซต์ประกอบด้วยนโยบายจำนวนมาก ครอบคลุมทุกปัญหาของสังคมไทย ซึ่งเปิดให้ประชาชนสามารถแปะสติกเกอร์โหวตนโยบายที่ชอบได้ และยังสามารถทำ e-card สคส. ส่งนโยบายให้คนที่ต้องการเนื่องในวันปีใหม่ได้ โดยตัวอย่างนโยบายที่น่าสนใจ เช่น 1.แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ยึดเป้าหมายปกป้องอธิปไตย สงครามไม่ยืดเยื้อ พาพี่น้องกลับบ้าน ชายแดนปลอดภัย ใช้โลกล้อมกัมพูชา โดยดึงมหาอำนาจกดดันฮุน เซน หยุดคุกคามไทย บีบให้กัมพูชาปฏิบัติตามเงื่อนไขหยุดยิง เดินหน้าติดตั้ง Smart Tower ตรวจจับโดรน และการลักลอบข้ามแดน ลดความเสี่ยงทหารโดนทุ่นระเบิด พร้อมขุดรากถอนโคนสแกมเมอร์ซึ่งเป็นต้นตอปัญหา 2.สวัสดิการประชาชน ลดค่าครองชีพ ดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ถึงเชิงตะกอน แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดความมั่นคงในชีวิต ตั้งแต่เด็กที่คุณภาพชีวิตขึ้นกับฐานะครอบครัว ผู้สูงอายุที่ยังต้องพึ่งพาเบี้ยยังชีพจากรัฐที่ได้ต่ำกว่าค่าครองชีพที่เป็นจริง

    ตัวอย่างสวัสดิการ เช่น มีเบี้ยเด็กเล็ก 0-6 ขวบ 1,200 บาท/เดือน ใน 4 ปี ปีแรก 600 บาท/เดือน ถ้วนหน้า คนท้องได้ 3,000 บาท, มีบำนาญผู้สูงอายุ 1,500 บาท/เดือน ใน 4 ปี ปีแรก 1,000 บาท/เดือน ทั้งผู้สูงอายุและผู้พิการ และให้มีอาสาชุมชนดูแลผู้ติดบ้านติดเตียงถึงบ้าน สร้างงาน 70,000 ตำแหน่ง รายได้มากกว่า 15,000-20,000 บาท/เดือน, ค่าโดยสารร่วม 8-45 บาท, ช่วยค่าเช่าบ้าน 1,000 บาท 6 เดือน, ลดค่าไฟ 25 สตางค์/หน่วย ฯลฯ

    3.คนละครึ่งพลัส หวยใบเสร็จ SMEs เพิ่มแต้มต่อ ทุนเล็กแข่งขันได้ โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งแรก เติมเงินคนละครึ่ง 1,000 บาท 12 ล้านคน สำหรับซื้อสินค้า/บริการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการหวยใบเสร็จ SMEs ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า/บริการจาก SMEs ผ่านแอป “เป๋าตัง” (หรือแอปธนาคารอื่นที่ร่วมโครงการ) ทุกๆ ยอดซื้อสะสม 500 บาท จะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ (สะสมจากหลากหลายร้านค้า SMEs ได้) เลือกเลขสามตัวและลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน ไม่เกิน 20 ใบต่อเดือนในเฟสแรก โดยวงเงินรางวัลหวยใบเสร็จ SMEs 1,000 ล้านบาท/เดือน

    4.ปรับสูตร ปรับฐาน ค่าแรงเพิ่มมากกว่าค่าครองชีพทุกปี เพิ่มวันพักผ่อน พรรคประชาชนชูข้อเสนอเพื่อยกระดับสวัสดิภาพแรงงานให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความเป็นธรรม สร้างความมั่นคงในชีวิต เพื่อให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่เพียงแต่พอให้ประทังชีวิตอยู่ได้ไปวันๆ โดยมีแนวนโยบายดังต่อไปนี้

    ปรับฐานคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มทันที 4% 350-420 บาท/วัน ปรับสูตรมุ่งสู่ “ค่าจ้างเพื่อชีวิต” ค่าจ้างเพิ่มตามค่าครองชีพ ทักษะเพิ่ม ค่าจ้างต้องเพิ่มตามด้วย ให้มีการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ทำงานวันเสาร์ได้ OT เวลาทำงาน 40 ชม./สัปดาห์ พร้อมเพิ่มสิทธิลาหยุดเป็น 10 วัน/ปี เพิ่มสิทธิลาปวดประจำเดือน และวันลาเพื่อไปบอกลาคนในครอบครัว เป็นต้น

    5.เมกะโปรเจกต์ ยกระดับทักษะทุกช่วงวัย รัฐบาลพรรคประชาชนจะริเริ่ม “เมกะโปรเจกต์” ในการยกระดับทักษะกำลังคน พัฒนาทักษะแรงงาน เพิ่มปริมาณและเปลี่ยนวิธีการในการลงทุนกับการยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและผู้เรียน เพื่อให้คนไทยรายได้สูงขึ้น และผู้ประกอบการไทยแข่งกับโลกได้ โดยมี “ระบบกลาง” หรือ “แพลตฟอร์มกลาง” ของรัฐระบบเดียวที่จะสร้างบัญชีในการเรียนรู้ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อใช้เข้าถึงการฝึกทักษะที่รัฐสนับสนุน

    พร้อมอัดฉีด “คูปอง” ให้ประชาชนเพื่อไปใช้ shopping หรือเลือกเรียนคอร์สที่อยู่ในระบบได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และอาจมีการแถมค่าเสียเวลาให้เป็นเงินสด หลังเรียนจบ รัฐจะเป็นผู้คัดคอร์สที่มีคุณภาพ จากทั้งภาคเอกชน สถาบันอุดมศึกษา และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เพื่อให้ประชาชนมีตัวเลือกที่หลากหลาย ในการใช้คูปอง

    6.แก้หนี้เกษตรกร เปลี่ยนภาระเป็นพลัง หนี้สินการเกษตรเป็นหนึ่งในปัญหาเรื้อรังของเกษตรกรไทย การมีหนี้สินที่เกินกว่าความสามารถในการชำระหนี้ นอกจากจะเป็นผลทางลบต่อจิตใจและคุณภาพชีวิตแล้ว ยังมีผลให้เกิดการชะลอตัวในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ รัฐบาลประชาชนจะแก้หนี้เกษตร เปลี่ยนภาระเป็นพลัง โดยเกษตรกรที่มีอายุ 70 ปี ที่ชำระดี ใครชำระหนี้มาเกินเงินต้นแล้ว ยกหนี้ให้ เพราะที่ผ่านมา นโยบาย คือ จ่ายแต่ดอก ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร ส่วนใครจ่ายยังไม่เกินต้น ลดหนี้ให้ 50% ส่วนเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้ จะปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมปรับโครงสร้างการทำเกษตร เกษตรกรมีทางเลือก ถ้าเกษตรกรชำระหนี้ดีจะมีรางวัล คืนดอกเบี้ย 10% และเลิกจ่ายแต่ดอก จ่ายคืนต้นก่อนหักดอกเบี้ย หนี้มีวันหมดแน่นอน

    7.12 คูปอง อุดหนุนเกษตรตรงเป้า สร้างลูกหลานชาวนาเป็นผู้จัดการเกษตรสมัยใหม่ รัฐบาลประชาชนขอเสนอ 12 คูปอง เกษตรทันโลก เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรครบวงจร ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน แก้ปัญหาที่ฐานราก และเพิ่มมูลค่า เพิ่มมาตรฐานและแปรรูป

    โดยหัวใจสำคัญของนโยบายนี้คือการเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุนของภาครัฐ จากการอุดหนุนแบบหว่านแห เป็น “การสนับสนุนแบบมีเป้าหมาย” (Targeted Subsidy) โดยรัฐบาลจะทำหน้าที่สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรเพื่อให้เป็น “ทางเลือก” สำหรับเกษตรกรในการปรับปรุงบำรุงดิน และให้เกษตรกรมีทางเลือกในการใช้บริการจากผู้ประกอบการเอกชนหรือหน่วยงานรัฐที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรได้เอง โดยแบ่งเป็น 12 คูปอง เกษตรทันโลก เช่น คูปองเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คูปองไม่เผา 250 บาท/ไร่, คูปองท่อนพันธุ์มันทนโรค 800 บาท/ไร่, คูปองวิเคราะห์ดิน + ปุ๋ยแม่นยํา 500 บาท/ไร่ และคูปองปลูกพืชบํารุงดิน 1,000 บาท/ไร่ เป็นต้น

    8.พิสูจน์สิทธิที่ดิน ออกโฉนดเพิ่ม 70 ล้านไร่ เพิ่มป่าอนุรักษ์ 30 ล้านไร่ จากปัญหาด้านเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารตามประมวลกฎหมายที่ดิน เอกสารตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เอกสารตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ รวมทั้งที่ดินที่ไม่ทับซ้อนกับหน่วยงานใดๆ และอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถออกโฉนดได้

    รัฐบาลประชาชนจึงมีนโยบายเพื่อประชาชนที่ถือครองที่ดินที่มีเอกสารสิทธิหลายประเภท หรือยังไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ ได้เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และมีเป้าหมายในการพิสูจน์สิทธิที่ดิน มีโฉนดเพิ่ม 70 ล้านไร่ นอกจากนี้ รัฐบาลประชาชนจะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้กับงานธุรการ ทะเบียน นิติกรรม และงานบริการประชาชนด้านที่ดิน เช่น งานทะเบียนออนไลน์ / สารบบที่ดินดิจิทัล E- land deed document / การพิสูจน์สิทธิ ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและ AI / Base map / One map / Application และพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ดินและศูนย์ข้อมูลที่ดินออนไลน์ทั่วประเทศให้เป็น Open data

    9.ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร สู่ทหารมืออาชีพ เงินดี สวัสดิการครบ รบเข้มแข็ง ป้องกันประเทศมีประสิทธิภาพ พรรคประชาชนจะใช้ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง การรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) พ.ศ. 2565 ในการรับสมัคร “ทหารอาสา” มาแทนที่การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ หรือการบังคับเกณฑ์ทหาร.พร้อมกับปรับปรุงระเบียบเพื่อให้พลทหารที่ผ่านการฝึก และปรับตัวกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้แล้ว สามารถปฏิบัติงานแบบ “เช้าไป-เย็นกลับ” หรือมีวันหยุดที่มีความถี่มากขึ้นได้ เพื่อให้พลทหารมีรูปแบบการใช้ชีวิต ที่ไม่แตกต่างจากอาชีพลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างเหมาบริการของหน่วยงานราชการอื่น ซึ่งจะทำให้พลทหารมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้า พร้อมกับสามารถสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิตและการดูแลครอบครัวได้

    10.ทลายเครือข่ายทุนเทา สแกมเมอร์ ฟอกเงิน หยุดส่วย หยุดตั๋ว เนื่องจากวันนี้ไทยกำลังเป็นทั้ง “เหยื่อ-ทางผ่าน-ที่ฟอกเงิน” พร้อมกัน เครือข่ายสแกมเมอร์/ทุนเทาใช้บัญชีม้า บริษัทบังหน้า และเส้นทางเงินซับซ้อน เพราะข้อมูลรัฐกระจัดกระจาย ตรวจยาก และมีช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจจนกลายเป็นช่องส่วย

    สิ่งที่เราจะทำคือ “เชื่อมข้อมูลให้เห็นทั้งขบวนการ” ด้วย Data Bureau แล้วตัดวงจรเงินผิดกฎหมายให้ได้จริง เชื่อมข้อมูลเส้นทางเงินและตัวตน เชื่อม Bank-Telco-คริปโต-ทะเบียนนิติบุคคล-ผู้ถือหุ้น/ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) เพื่อไล่เส้นเงินถึงตัวการ ไม่จบที่ “บัญชีม้า” และ ยึดทรัพย์-ตัดท่อน้ำเลี้ยง และตั้งกองทุนชดเชยเหยื่อจากทรัพย์ที่ยึดได้
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/38894&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0spc5xqXNHdg4laP2w2re4

  • “พรรคประชาชน” เปิด 4 ชุดนโยบาย “เศรษฐกิจ-ปฏิรูปรัฐ-ความมั่นคงและประชาธิปไตย-ยกระดับคุณภาพชีวิต”


    “พรรคประชาชน” เปิด 4 ชุดนโยบาย “เศรษฐกิจ-ปฏิรูปรัฐ-ความมั่นคงและประชาธิปไตย-ยกระดับคุณภาพชีวิต”  ย้ำจบสงครามใช้โลกล้อม “กัมพูชา” ดูแลสวัสดิการประชาชนตั้งแต่ครรภ์ถึงเชิงตะกอน ปรับสูตรเพิ่มค่าแรงสูงสุด

    พรรคประชาชน เปิดตัวเว็บไซต์นโยบายรัฐบาลประชาชน โดยมี 4 ชุดนโยบายหลัก คือ 1.โมเดลเศรษฐกิจใหม่ 2.การปฏิรูปรัฐ 3.ความมั่นคงและประชาธิปไตย และ 4.ยกระดับคุณภาพชีวิต โดยในเว็บไซต์ประกอบด้วยนโยบายจำนวนมาก ครอบคลุมทุกปัญหาของสังคมไทย ซึ่งเปิดให้ประชาชนสามารถแปะสติกเกอร์โหวตนโยบายที่ชอบได้ และยังสามารถทำ e-card สคส. ส่งนโยบายให้คนที่ต้องการเนื่องในวันปีใหม่ได้ โดยตัวอย่างนโยบายที่น่าสนใจ เช่น 1.แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ยึดเป้าหมายปกป้องอธิปไตย สงครามไม่ยืดเยื้อ พาพี่น้องกลับบ้าน ชายแดนปลอดภัย ใช้โลกล้อมกัมพูชา โดยดึงมหาอำนาจกดดันฮุน เซน หยุดคุกคามไทย บีบให้กัมพูชาปฏิบัติตามเงื่อนไขหยุดยิง เดินหน้าติดตั้ง Smart Tower ตรวจจับโดรน และการลักลอบข้ามแดน ลดความเสี่ยงทหารโดนทุ่นระเบิด พร้อมขุดรากถอนโคนสแกมเมอร์ซึ่งเป็นต้นตอปัญหา 2.สวัสดิการประชาชน ลดค่าครองชีพ ดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ถึงเชิงตะกอน แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากขาดความมั่นคงในชีวิต ตั้งแต่เด็กที่คุณภาพชีวิตขึ้นกับฐานะครอบครัว ผู้สูงอายุที่ยังต้องพึ่งพาเบี้ยยังชีพจากรัฐที่ได้ต่ำกว่าค่าครองชีพที่เป็นจริง

    ตัวอย่างสวัสดิการ เช่น มีเบี้ยเด็กเล็ก 0-6 ขวบ 1,200 บาท/เดือน ใน 4 ปี ปีแรก 600 บาท/เดือน ถ้วนหน้า คนท้องได้ 3,000 บาท, มีบำนาญผู้สูงอายุ 1,500 บาท/เดือน ใน 4 ปี ปีแรก 1,000 บาท/เดือน ทั้งผู้สูงอายุและผู้พิการ และให้มีอาสาชุมชนดูแลผู้ติดบ้านติดเตียงถึงบ้าน สร้างงาน 70,000 ตำแหน่ง รายได้มากกว่า 15,000-20,000 บาท/เดือน, ค่าโดยสารร่วม 8-45 บาท, ช่วยค่าเช่าบ้าน 1,000 บาท 6 เดือน, ลดค่าไฟ 25 สตางค์/หน่วย ฯลฯ

    3.คนละครึ่งพลัส หวยใบเสร็จ SMEs เพิ่มแต้มต่อ ทุนเล็กแข่งขันได้ โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งแรก เติมเงินคนละครึ่ง 1,000 บาท 12 ล้านคน สำหรับซื้อสินค้า/บริการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการหวยใบเสร็จ SMEs ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า/บริการจาก SMEs ผ่านแอป “เป๋าตัง” (หรือแอปธนาคารอื่นที่ร่วมโครงการ) ทุกๆ ยอดซื้อสะสม 500 บาท จะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ (สะสมจากหลากหลายร้านค้า SMEs ได้) เลือกเลขสามตัวและลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน ไม่เกิน 20 ใบต่อเดือนในเฟสแรก โดยวงเงินรางวัลหวยใบเสร็จ SMEs 1,000 ล้านบาท/เดือน

    4.ปรับสูตร ปรับฐาน ค่าแรงเพิ่มมากกว่าค่าครองชีพทุกปี เพิ่มวันพักผ่อน พรรคประชาชนชูข้อเสนอเพื่อยกระดับสวัสดิภาพแรงงานให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความเป็นธรรม สร้างความมั่นคงในชีวิต เพื่อให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่เพียงแต่พอให้ประทังชีวิตอยู่ได้ไปวันๆ โดยมีแนวนโยบายดังต่อไปนี้

    ปรับฐานคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มทันที 4% 350-420 บาท/วัน ปรับสูตรมุ่งสู่ “ค่าจ้างเพื่อชีวิต” ค่าจ้างเพิ่มตามค่าครองชีพ ทักษะเพิ่ม ค่าจ้างต้องเพิ่มตามด้วย ให้มีการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ทำงานวันเสาร์ได้ OT เวลาทำงาน 40 ชม./สัปดาห์ พร้อมเพิ่มสิทธิลาหยุดเป็น 10 วัน/ปี เพิ่มสิทธิลาปวดประจำเดือน และวันลาเพื่อไปบอกลาคนในครอบครัว เป็นต้น

    5.เมกะโปรเจกต์ ยกระดับทักษะทุกช่วงวัย รัฐบาลพรรคประชาชนจะริเริ่ม “เมกะโปรเจกต์” ในการยกระดับทักษะกำลังคน พัฒนาทักษะแรงงาน เพิ่มปริมาณและเปลี่ยนวิธีการในการลงทุนกับการยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและผู้เรียน เพื่อให้คนไทยรายได้สูงขึ้น และผู้ประกอบการไทยแข่งกับโลกได้ โดยมี “ระบบกลาง” หรือ “แพลตฟอร์มกลาง” ของรัฐระบบเดียวที่จะสร้างบัญชีในการเรียนรู้ให้กับคนไทยทุกคน เพื่อใช้เข้าถึงการฝึกทักษะที่รัฐสนับสนุน

    พร้อมอัดฉีด “คูปอง” ให้ประชาชนเพื่อไปใช้ shopping หรือเลือกเรียนคอร์สที่อยู่ในระบบได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และอาจมีการแถมค่าเสียเวลาให้เป็นเงินสด หลังเรียนจบ รัฐจะเป็นผู้คัดคอร์สที่มีคุณภาพ จากทั้งภาคเอกชน สถาบันอุดมศึกษา และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เพื่อให้ประชาชนมีตัวเลือกที่หลากหลาย ในการใช้คูปอง

    6.แก้หนี้เกษตรกร เปลี่ยนภาระเป็นพลัง หนี้สินการเกษตรเป็นหนึ่งในปัญหาเรื้อรังของเกษตรกรไทย การมีหนี้สินที่เกินกว่าความสามารถในการชำระหนี้ นอกจากจะเป็นผลทางลบต่อจิตใจและคุณภาพชีวิตแล้ว ยังมีผลให้เกิดการชะลอตัวในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ รัฐบาลประชาชนจะแก้หนี้เกษตร เปลี่ยนภาระเป็นพลัง โดยเกษตรกรที่มีอายุ 70 ปี ที่ชำระดี ใครชำระหนี้มาเกินเงินต้นแล้ว ยกหนี้ให้ เพราะที่ผ่านมา นโยบาย คือ จ่ายแต่ดอก ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร ส่วนใครจ่ายยังไม่เกินต้น ลดหนี้ให้ 50% ส่วนเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้ จะปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมปรับโครงสร้างการทำเกษตร เกษตรกรมีทางเลือก ถ้าเกษตรกรชำระหนี้ดีจะมีรางวัล คืนดอกเบี้ย 10% และเลิกจ่ายแต่ดอก จ่ายคืนต้นก่อนหักดอกเบี้ย หนี้มีวันหมดแน่นอน

    7.12 คูปอง อุดหนุนเกษตรตรงเป้า สร้างลูกหลานชาวนาเป็นผู้จัดการเกษตรสมัยใหม่ รัฐบาลประชาชนขอเสนอ 12 คูปอง เกษตรทันโลก เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรครบวงจร ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน แก้ปัญหาที่ฐานราก และเพิ่มมูลค่า เพิ่มมาตรฐานและแปรรูป

    โดยหัวใจสำคัญของนโยบายนี้คือการเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุนของภาครัฐ จากการอุดหนุนแบบหว่านแห เป็น “การสนับสนุนแบบมีเป้าหมาย” (Targeted Subsidy) โดยรัฐบาลจะทำหน้าที่สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรเพื่อให้เป็น “ทางเลือก” สำหรับเกษตรกรในการปรับปรุงบำรุงดิน และให้เกษตรกรมีทางเลือกในการใช้บริการจากผู้ประกอบการเอกชนหรือหน่วยงานรัฐที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรได้เอง โดยแบ่งเป็น 12 คูปอง เกษตรทันโลก เช่น คูปองเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คูปองไม่เผา 250 บาท/ไร่, คูปองท่อนพันธุ์มันทนโรค 800 บาท/ไร่, คูปองวิเคราะห์ดิน + ปุ๋ยแม่นยํา 500 บาท/ไร่ และคูปองปลูกพืชบํารุงดิน 1,000 บาท/ไร่ เป็นต้น

    8.พิสูจน์สิทธิที่ดิน ออกโฉนดเพิ่ม 70 ล้านไร่ เพิ่มป่าอนุรักษ์ 30 ล้านไร่ จากปัญหาด้านเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารตามประมวลกฎหมายที่ดิน เอกสารตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เอกสารตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ รวมทั้งที่ดินที่ไม่ทับซ้อนกับหน่วยงานใดๆ และอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถออกโฉนดได้

    รัฐบาลประชาชนจึงมีนโยบายเพื่อประชาชนที่ถือครองที่ดินที่มีเอกสารสิทธิหลายประเภท หรือยังไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ ได้เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และมีเป้าหมายในการพิสูจน์สิทธิที่ดิน มีโฉนดเพิ่ม 70 ล้านไร่ นอกจากนี้ รัฐบาลประชาชนจะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้กับงานธุรการ ทะเบียน นิติกรรม และงานบริการประชาชนด้านที่ดิน เช่น งานทะเบียนออนไลน์ / สารบบที่ดินดิจิทัล E- land deed document / การพิสูจน์สิทธิ ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและ AI / Base map / One map / Application และพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ดินและศูนย์ข้อมูลที่ดินออนไลน์ทั่วประเทศให้เป็น Open data

    9.ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร สู่ทหารมืออาชีพ เงินดี สวัสดิการครบ รบเข้มแข็ง ป้องกันประเทศมีประสิทธิภาพ พรรคประชาชนจะใช้ประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง การรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) พ.ศ. 2565 ในการรับสมัคร “ทหารอาสา” มาแทนที่การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ หรือการบังคับเกณฑ์ทหาร.พร้อมกับปรับปรุงระเบียบเพื่อให้พลทหารที่ผ่านการฝึก และปรับตัวกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้แล้ว สามารถปฏิบัติงานแบบ “เช้าไป-เย็นกลับ” หรือมีวันหยุดที่มีความถี่มากขึ้นได้ เพื่อให้พลทหารมีรูปแบบการใช้ชีวิต ที่ไม่แตกต่างจากอาชีพลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างเหมาบริการของหน่วยงานราชการอื่น ซึ่งจะทำให้พลทหารมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้า พร้อมกับสามารถสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิตและการดูแลครอบครัวได้

    10.ทลายเครือข่ายทุนเทา สแกมเมอร์ ฟอกเงิน หยุดส่วย หยุดตั๋ว เนื่องจากวันนี้ไทยกำลังเป็นทั้ง “เหยื่อ-ทางผ่าน-ที่ฟอกเงิน” พร้อมกัน เครือข่ายสแกมเมอร์/ทุนเทาใช้บัญชีม้า บริษัทบังหน้า และเส้นทางเงินซับซ้อน เพราะข้อมูลรัฐกระจัดกระจาย ตรวจยาก และมีช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจจนกลายเป็นช่องส่วย

    สิ่งที่เราจะทำคือ “เชื่อมข้อมูลให้เห็นทั้งขบวนการ” ด้วย Data Bureau แล้วตัดวงจรเงินผิดกฎหมายให้ได้จริง เชื่อมข้อมูลเส้นทางเงินและตัวตน เชื่อม Bank-Telco-คริปโต-ทะเบียนนิติบุคคล-ผู้ถือหุ้น/ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) เพื่อไล่เส้นเงินถึงตัวการ ไม่จบที่ “บัญชีม้า” และ ยึดทรัพย์-ตัดท่อน้ำเลี้ยง และตั้งกองทุนชดเชยเหยื่อจากทรัพย์ที่ยึดได้
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/38894&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0spc5xqXNHdg4laP2w2re4

  • กรมทางหลวงเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เชื่อมโยงเศรษฐกิจและด่านพรมแดนถาวร เริ่ม 27 ธันวาคมนี้

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) อย่างเป็นทางการร่วมกับ ฯพณฯ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและภริยา ณ บริเวณกลางสะพานมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

    โดยความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ สะพานดังกล่าวจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีจุดผ่านแดนถาวรฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เชื่อมต่อกับบ้านกล้วยอุดม เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่งในช่วงแรกจะยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

    ในการนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดเตรียมเอกสารการเดินทางและเอกสารยานพาหนะให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและกรมศุลกากร ณ ด่านพรมแดนบึงกาฬ พร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อแขวงทางหลวงบึงกาฬ ได้ที่โทรศัพท์ 042-491-205 (ในวันและเวลาราชการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/985272&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rr7Z1TRi44RGAz4L1CCxt

  • กรมทางหลวงเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เชื่อมโยงเศรษฐกิจและด่านพรมแดนถาวร เริ่ม 27 ธันวาคมนี้

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) อย่างเป็นทางการร่วมกับ ฯพณฯ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและภริยา ณ บริเวณกลางสะพานมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

    โดยความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ สะพานดังกล่าวจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีจุดผ่านแดนถาวรฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เชื่อมต่อกับบ้านกล้วยอุดม เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่งในช่วงแรกจะยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

    ในการนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดเตรียมเอกสารการเดินทางและเอกสารยานพาหนะให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและกรมศุลกากร ณ ด่านพรมแดนบึงกาฬ พร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อแขวงทางหลวงบึงกาฬ ได้ที่โทรศัพท์ 042-491-205 (ในวันและเวลาราชการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/985272&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rr7Z1TRi44RGAz4L1CCxt

  • กรมทางหลวงเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เชื่อมโยงเศรษฐกิจและด่านพรมแดนถาวร เริ่ม 27 ธันวาคมนี้

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) อย่างเป็นทางการร่วมกับ ฯพณฯ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและภริยา ณ บริเวณกลางสะพานมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

    โดยความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ สะพานดังกล่าวจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีจุดผ่านแดนถาวรฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เชื่อมต่อกับบ้านกล้วยอุดม เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่งในช่วงแรกจะยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

    ในการนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดเตรียมเอกสารการเดินทางและเอกสารยานพาหนะให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและกรมศุลกากร ณ ด่านพรมแดนบึงกาฬ พร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อแขวงทางหลวงบึงกาฬ ได้ที่โทรศัพท์ 042-491-205 (ในวันและเวลาราชการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/985272&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rr7Z1TRi44RGAz4L1CCxt

  • เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    ไอที

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!
    ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งความสุขคริสต์มาสอีฟ!นำทีมผู้บริหารบุกเซอร์ไพรส์ลูกค้าร่วม “อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ @บาร์บีคิวพลาซ่า”

     

     เพราะมื้ออาหารคือช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน…ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างรอยยิ้ม และความประทับใจเนรมิตบรรยากาศวันคริสต์มาสอีฟให้เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ  ในกิจกรรม “อัพสัญญาณความสุขอิ่มฟรีรับปีใหม่ @ บาร์บีคิวพลาซ่า” มอบของขวัญสุดพิเศษ “สุขด้วยกันวันคริสต์มาสอีฟ 24 ธันวาคม” ให้ลูกค้าคนสำคัญอิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษที่บาร์บีคิวพลาซ่า ฟรีพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อตอกย้ำความผูกพันผ่านมื้ออาหารที่คัดสรรมาแทนคำขอบคุณลูกค้าจากใจจริง  สานต่อแคมเปญ “ยิ่งอยู่นานยิ่งรักกัน”  

    พร้อมเซอร์ไพรส์จากทีมผู้บริหาร ทรูคอร์ปอเรชั่น นำโดย คุณชารัด เมห์โรทราหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล, คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย, คุณสรรค์พิจิตรเอี่ยมชีรางกูร หัวหน้าสายงานบริหารความสัมพันธ์และผสานสิทธิประโยชน์ลูกค้า ลงพื้นที่มาต้อนรับและขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่อยู่กับทรูด้วยกันมายาวนาน

      
    ทั้งนี้สำหรับลูกค้าที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ ยังรับสิทธิ์ข้ามปีกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ประกอบด้วย ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 10 ปี: ดื่มด่ำรสชาติคลาสสิก รับฟรี เมนูโบราณ จากทรูคอฟฟี่ มูลค่า 85 บาทลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 5 ปี: รับฟรี
    โค้ดส่วนลด GrabFood มูลค่า 50 บาท (ไม่มีขั้นต่ำ)ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 1 ปี: เติมความสดชื่นรับฟรี ไอศกรีมโคน แมคโดนัลด์ มูลค่า 12
    บาทลูกค้าสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปทรู

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460171&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lu_PtbTzgS677WCDE87v2

  • เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    ไอที

    เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.33 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เอไอเอส ผนึก ททท. และสมาคมถนนข้าวสาร ยกระดับการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจย่านถนนข้าวสาร

    มอบส่วนลดสูงสุด 20% สำหรับลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ AIS LUCKY TOURIST SIM

    เอไอเอสยกระดับโครงข่ายอัจฉริยะ ใช้ศักยภาพเครือข่ายดึงดูดนักท่องเที่ยว เติมพลังรับปีม้าให้ถนนข้าวสาร แลนด์มาร์คท่องเที่ยวสำคัญของไทยให้คึกคัก โดยจับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยว พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้ AIS LUCKY TOURIST SIM/eSIM รับส่วนลดจาก ร้านดังย่านถนนข้าวสาร อาทิ ส่วนลดโรงแรม 20%, Restaurant & Bar 100 บาท, ร้านสัก 10% และกิจกรรมล่องเรือในราคาพิเศษ 100 บาท ตลอดช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 สอดรับนโยบายภาครัฐในการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค โดยมี นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด เอไอเอส และ นายสง่า เรื่องวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ร่วมผนึกกำลังส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดประทับใจแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

    สำหรับ AIS LUCKY TOURIST SIM/eSIM คือ ซิมการ์ดที่ออกแบบเพื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องบนเครือข่าย AIS 4G/5G ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างสะดวก แชร์ทุกช่วงเวลาการเดินทางได้ทันที และเข้าถึงข้อมูลท่องเที่ยวได้ทุกที่ทุกเวลา เพิ่มความมั่นใจให้การเดินทางราบรื่นตลอดทริป พร้อมรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ  รวมถึงกิจกรรมท่องเที่ยวจากร้านค้าที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข ตลอดจนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมร่วมสมัย เติมสีสันไนท์ไลฟ์ของถนนข้าวสารให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460087&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nuKL2lgD42XtRlEfM9I2u

  • เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    ไอที

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!

    วันพฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นรอยยิ้ม!
    ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งความสุขคริสต์มาสอีฟ!นำทีมผู้บริหารบุกเซอร์ไพรส์ลูกค้าร่วม “อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ @บาร์บีคิวพลาซ่า”

     

     เพราะมื้ออาหารคือช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน…ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างรอยยิ้ม และความประทับใจเนรมิตบรรยากาศวันคริสต์มาสอีฟให้เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ  ในกิจกรรม “อัพสัญญาณความสุขอิ่มฟรีรับปีใหม่ @ บาร์บีคิวพลาซ่า” มอบของขวัญสุดพิเศษ “สุขด้วยกันวันคริสต์มาสอีฟ 24 ธันวาคม” ให้ลูกค้าคนสำคัญอิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษที่บาร์บีคิวพลาซ่า ฟรีพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อตอกย้ำความผูกพันผ่านมื้ออาหารที่คัดสรรมาแทนคำขอบคุณลูกค้าจากใจจริง  สานต่อแคมเปญ “ยิ่งอยู่นานยิ่งรักกัน”  

    พร้อมเซอร์ไพรส์จากทีมผู้บริหาร ทรูคอร์ปอเรชั่น นำโดย คุณชารัด เมห์โรทราหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล, คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย, คุณสรรค์พิจิตรเอี่ยมชีรางกูร หัวหน้าสายงานบริหารความสัมพันธ์และผสานสิทธิประโยชน์ลูกค้า ลงพื้นที่มาต้อนรับและขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่อยู่กับทรูด้วยกันมายาวนาน

      
    ทั้งนี้สำหรับลูกค้าที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ อัพสัญญาณความสุข อิ่มฟรีรับปีใหม่ ยังรับสิทธิ์ข้ามปีกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ประกอบด้วย ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 10 ปี: ดื่มด่ำรสชาติคลาสสิก รับฟรี เมนูโบราณ จากทรูคอฟฟี่ มูลค่า 85 บาทลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 5 ปี: รับฟรี
    โค้ดส่วนลด GrabFood มูลค่า 50 บาท (ไม่มีขั้นต่ำ)ลูกค้าที่ใช้งานนานกว่า 1 ปี: เติมความสดชื่นรับฟรี ไอศกรีมโคน แมคโดนัลด์ มูลค่า 12
    บาทลูกค้าสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปทรู

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/460171&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lu_PtbTzgS677WCDE87v2

  • กรมทางหลวงเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เชื่อมโยงเศรษฐกิจและด่านพรมแดนถาวร เริ่ม 27 ธันวาคมนี้

    วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) อย่างเป็นทางการร่วมกับ ฯพณฯ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและภริยา ณ บริเวณกลางสะพานมิตรภาพ ในโอกาสครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

    โดยความร่วมมือจากทั้งสองประเทศ สะพานดังกล่าวจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีจุดผ่านแดนถาวรฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เชื่อมต่อกับบ้านกล้วยอุดม เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่งในช่วงแรกจะยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

    ในการนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดเตรียมเอกสารการเดินทางและเอกสารยานพาหนะให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและกรมศุลกากร ณ ด่านพรมแดนบึงกาฬ พร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อแขวงทางหลวงบึงกาฬ ได้ที่โทรศัพท์ 042-491-205 (ในวันและเวลาราชการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/985272&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rr7Z1TRi44RGAz4L1CCxt

  • สัญญาณเตือนภัยจากปารีส! เมื่อหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสกลายเป็นระเบิดเวลา และโดมิโนตัวใหญ่กำลังจะล้ม

    ท่ามกลางความวิจิตรบรรจงของสถาปัตยกรรม แฟชั่นอันหรูหรา และแสงสีแห่งปารีส เงาที่ทอดตัวยาวและมืดมิดที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่เงาจากหอไอเฟล แต่เป็น ‘เงาแห่งหนี้สาธารณะ’ ที่ทาบทับและกำลังกัดเซาะรากฐานความมั่งคั่งของฝรั่งเศสอย่างรุนแรง ล่าสุดตัวเลขจากสถาบันสถิติแห่งชาติ (INSEE) ได้ประกาศความจริงที่น่าตระหนกว่า หนี้สาธารณะของฝรั่งเศสพุ่งทะยานสู่ 3.482 ล้านล้านยูโร หรือคิดเป็น 117.4% ของ GDP ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หากไม่นับรวมช่วงสงครามหรือโรคระบาด


    ความมั่งคั่งบนปราสาททราย

    เป็นเวลากว่ากึ่งศตวรรษที่รัฐบาลฝรั่งเศสใช้จ่ายเกินตัวอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมา ไม่เคยมีปีใดเลยที่งบประมาณจะสมดุล เงินที่กู้ยืมมาไม่ได้ถูกนำไปลงทุนเพื่อสร้างอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่กลับถูกใช้ไปกับการพยุงระบบสวัสดิการและการดำเนินงานรายวัน เปรียบเสมือนการรูดบัตรเครดิตเพื่อซื้อของกินของใช้ประทังชีวิตไปวันๆ โดยที่หนี้เก่าไม่เคยถูกชำระคืน
    วันนี้ ‘ระเบิดเวลาทางการเงิน‘ ลูกนี้ กำลังส่งเสียงเตือนถี่ขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความขัดแย้งในสภาฝรั่งเศสที่ไม่สามารถหาข้อยุติในการปฏิรูปงบประมาณได้ ทำให้ตลาดเงินทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยุโรปแห่งนี้

    สถาบันจัดอันดับเครดิต Kroll Bond Rating Agency (KBRA) จากสหรัฐอเมริกา ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของฝรั่งเศสลงสู่ระดับ AA- เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลจากการขาดดุลที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และทิศทางหนี้สาธารณะที่เลวร้ายลง แม้จะปรับมุมมอง (outlook) จากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพ แต่ KBRA เตือนว่า หากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจังและการควบคุมรายจ่ายอย่างเด็ดขาด ตัวชี้วัดด้านเครดิตของฝรั่งเศสจะยังคงเผชิญแรงกดดันต่อไป
    “แม้ฝรั่งเศสจะมีการเข้าถึงสภาพคล่องในระดับสูงเป็นพิเศษ แต่สภาพแวดล้อมทางการเมืองที่แตกเป็นเสี่ยงๆ กำลังกดทับตัวชี้วัดด้านเครดิต ด้วยการขัดขวางการปรับฐานการคลังอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้การขาดดุลยังคงอยู่ในระดับสูง” เคน อีแกน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายอันดับเครดิตประเทศของ KBRA กล่าวกับ Euronews
    ฝรั่งเศสกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านเปราะบาง เศรษฐกิจขยายตัวช้าลง ภาระหนี้เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่โอกาสในการฟื้นฟูวินัยทางการคลังค่อยๆ หดแคบลงเรื่อยๆ เมื่อประเทศกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2027

    ’เชื้อเพลิงล้นมือแต่เครื่องยนต์ติดขัด‘ บททดสอบของ RRF และ France 2030 บนเส้นทางปฏิรูป

    โครงการ Recovery and Resilience Facility (RRF) และแผนการลงทุน France 2030 เปรียบเสมือนการฉีดวัคซีนและสารอาหารเข้มข้นเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยในขณะที่ RRF จากสหภาพยุโรปมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูรากฐานและเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัลหลังวิกฤตการณ์โควิด แผน France 2030 กลับเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกที่มุ่งปั้นฝรั่งเศสให้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพลังงานนิวเคลียร์ยุคใหม่ เซมิคอนดักเตอร์ หรือเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ซึ่งเม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนในระยะสั้น
    อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ในภาพรวมอาจเป็นไปได้อย่างจำกัดและไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ เนื่องจากแท้เงินทุนเหล่านี้จะเป็นเชื้อเพลิงคุณภาพสูงแต่เครื่องยนต์ของระบบเศรษฐกิจยังคงติดขัดด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างเดิมๆ โดยอุปสรรคสำคัญที่จะทำให้เม็ดเงินเหล่านี้สูญเปล่าคือแรงเสียดทานภายในระบบ ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบที่ซับซ้อนและล่าช้าในการขออนุญาตดำเนินโครงการใหม่ๆ หรือปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะตรงกับอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งหากไม่มีการปฏิรูปตลาดแรงงานและการศึกษาอย่างจริงจังเพื่อรองรับนวัตกรรมใหม่ เงินทุนที่ลงไปอาจทำได้เพียงสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ไร้คนขับเคลื่อน 

    นอกจากนี้ ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นจากการอัดฉีดงบประมาณยังเป็นความเสี่ยงระยะยาวที่อาจกดดันความมั่นคงทางการคลัง ดังนั้น การพึ่งพาเพียงการอัดฉีดเงินทุนโดยปราศจากการปฏิรูปเชิงลึก เช่นการปรับปรุงระบบสวัสดิการ การลดขั้นตอนทางธุรการ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายภาครัฐ จึงเปรียบเสมือนการพยายามเร่งความเร็วรถบนถนนที่ขรุขระ ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจไปได้ไม่ไกลและไม่ยั่งยืนเท่าที่ควร ดังนั้นความสำเร็จที่แท้จริงจึงไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงินที่จ่ายออกไป แต่ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะสามารถแผ้วถางทางและปรับปรุงเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจให้ทำงานสอดประสานกับเงินลงทุนเหล่านั้นได้มากน้อยเพียงใด

    ‘ฝรั่งเศส’ โดมิโนยักษ์ของยูโรโซนส่อแววล้ม

    หากจะกล่าวว่าฝรั่งเศสคือโดมิโนตัวที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปก็คงไม่เกินจริงนัก เพราะหากยักษ์ตนนี้ล้มลง แรงสั่นสะเทือนจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de triomphe) แต่จะลามไปทั่วทั้งยุโรป แม้ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะมีเครื่องมือพยุงชีพอย่าง TPI หรือ OMT แต่นั่นอาจเป็นเพียงยาพาราเซตามอลที่พยายามรักษาอาการมะเร็งระยะสุดท้าย
    สำหรับ OMT (Outright Monetary Transactions) เปรียบเสมือนยารุ่นเก่า แต่แรง เกิดขึ้นหลังวิกฤตหนี้ยุโรปปี 2012 ECB ประกาศว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่กำลังวิกฤตแบบไม่จำกัดวงเงิน แต่มีเงื่อนไขยุบยิบ เช่น ประเทศนั้นต้องยอมเข้ารับการคุมเข้มทางการคลัง ถูกบังคับให้รัดเข็มขัด 
    ต้องลดรายจ่าย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ปฏิรูประบบงบประมาณและนโยบายต่างๆ ภายใต้การกำกับดูแลจากภายนอก พูดง่ายๆ คือ ต้องยอมเสียอำนาจในการกำหนดนโยบายบางส่วน เพื่อแลกกับความช่วยเหลือ

    ด้วยเหตุนี้ OMT จึงทรงพลัง แต่ก็เป็นเครื่องมือที่ไม่มีใครอยากใช้ถ้าไม่จนมุมจริง ๆ เพราะแม้จะช่วยหยุดวิกฤตได้ก็ตาม แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นราคาที่ต้องจ่ายคือความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ
    ส่วน TPI (Transmission Protection Instrument) เปรียบเหมือนยารุ่นใหม่ แต่ฤทธิ์อ่อนกว่า เปิดตัวในปี 2022 เป้าหมายคือ ลดความต่างของดอกเบี้ย (Bond Spread) ระหว่างประเทศใหญ่กับประเทศที่เริ่มถูกตลาดโจมตี โดย ECB จะเข้าไปซื้อพันธบัตรแบบเลือกได้ มีความยืดหยุ่นกว่า OMT เงื่อนไขผ่อนปรนกว่า ไม่ต้องเข้าคอร์สรัดเข็มขัดแบบสุดโหด แต่ปัญหาใหญ่คือ วงเงินไม่ชัด มีอำนาจข่มตลาดต่ำกว่า (เพราะ ECB ไม่ได้ประกาศชัดว่าจะทุ่มซื้อพันธบัตรได้ ไม่อั้น แบบ OMT นักลงทุนจึงยังคิดต่อได้ว่า หากขายต่อ โจมตีต่อ อาจยังมีโอกาสชนะ ECB อาจช่วยจริง แต่ช่วยแค่ระดับหนึ่ง ไม่ใช่พร้อมสู้จนสุดทาง) 
    มาตรการนี้จึงเหมาะสำหรับการพยุงสถานการณ์ไม่ให้ทรุดหนัก มากกว่าการตัดวงจรความตื่นตระหนกอย่างเด็ดขาด ใช้ได้ดีแค่ประคองอาการไม่ใช่รักษาโรค TPI จึงเหมือนยาพาราเซตามอล ลดไข้ บรรเทาปวด แต่ไม่แตะต้นตอของโรค

    แนวโน้มเศรษฐกิจของฝรั่งเศสในปี 2026 ยังคงถูกจำกัดด้วยภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น การขาดดุลงบประมาณในระดับสูง และภาวะชะงักงันทางการเมือง แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจจะมีสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อย แต่การปรับฐานทางการคลังที่ทำได้อย่างจำกัด และความเหนื่อยล้าจากการปฏิรูป ยังคงถ่วงรั้งศักยภาพของเศรษฐกิจโดยรวม


    กลยุทธ์การรักษาตัวรอด คำแนะนำสำหรับผู้พำนักและนักลงทุน

    สำหรับใครที่มีถิ่นพำนักหรือมีทรัพย์สินอยู่ในฝรั่งเศส วินาทีนี้จึงอย่าไว้ใจตัวเลขในหน้าจอ ในยามวิกฤต สภาพคล่องคือราชา (Cash is King) การถอนเงินสดออกมาเก็บไว้กับตัว หรือการเปลี่ยนทรัพย์สินให้เป็นทองคำแท่ง คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยามที่ระบบธนาคารอาจสั่นคลอน 
    ทวีสุข ธรรมศักดิ์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ แนะนำให้ถอนเงินสดมาเก็บไว้ที่บ้าน และหากเป็นไปได้ การย้ายเงินฝากไปยังแหล่งที่ปลอดภัยกว่าอย่างสวิตเซอร์แลนด์ (ในสกุลเงินสวิสฟรังก์) หรือโมนาโก จะเป็นการวางแผนที่ชาญฉลาด
    แล้วทำไมต้องจับจ้องที่ค่าเงินยูโร (EUR)? สำหรับนักลงทุนในไทย หากฝรั่งเศสเกิดวิกฤตศรัทธาจริง ค่าเงินยูโรจะร่วงดิ่งเหว และความปั่นป่วนนี้จะลากเอาเศรษฐกิจโลกเข้าสู่พายุลูกใหญ่ที่ยากจะคาดเดา
    วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของคำว่า ‘ถ้าแต่เป็นเรื่องของ ’เมื่อไหร่‘ เพราะความจริงทางตัวเลขและสถิติไม่เคยโกหกใคร ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องปกป้องหยาดเหงื่อแรงงานของตัวเอง ก่อนที่พายุทางการเงินจะพัดพาทุกอย่างหายไปกับตา

    ที่มา :


    Post Views: 146

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/12/25/public-debt-timebomb-france-eurozone-risk/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11OhM4s1aYSdPg4pGO9CaR