Category: เศรษฐกิจ

  • ‘รองหน.ปชป.’ เสนอ6มาตรา ปลุก ‘หาดใหญ่’ สร้างเศรษฐกิจใหม่

    ‘รองหน.ปชป.’ เสนอ6มาตรา ปลุก ‘หาดใหญ่’ สร้างเศรษฐกิจใหม่

    Politics

    30 พ.ย. 2025 เวลา 10:09 น.

    'รองหน.ปชป.' เสนอ6มาตรา ปลุก 'หาดใหญ่' สร้างเศรษฐกิจใหม่

    “วีระพงษ์” ชง “รัฐบาล” ต่อ6มาตรา ฟื้น “หาดใหญ่” หลังเผชิญอุทกภัยใหญ่ เร่งบูรณการหน่วยงานรัฐ-ร่วมมือเอกชน กระตุ้นท่องเที่ยว

    นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอ ฟื้นฟูพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ ว่า การสร้างเศรษฐกิจใหม่ Build Back Hat-Yai ไปให้ไกลกว่าฟื้นฟูเยียวยา ว่า

    เรื่องสำคัญต้องลงมือทั้งหมด 6 มาตรการ คือ

    1.สร้างแผนเปิดเมือง ทั้งด้านอาหาร น้ำ การรักษาพยาบาล ระบบสาธารณูปโภค การซ่อมแซม การทำความสะอาด รวมถึงการประกอบธุรกิจ  

    2.สร้างความรวดเร็ว เยียวยา ครบจบในที่เดียว โดยเฉพาะภาครัฐต้องทำให้การเบิกจ่ายง่าย รวดเร็ว และเป็นต้นทุนต่อประชาชนน้อยที่สุด ควรมีแอปพลิเคชั่นหรือศูนย์กลางการติดต่อที่ทำให้ประชาชนกรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว แล้วรอรับบริการภาครัฐ หรือเงินช่วยเหลือตามสิทธิได้ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนตั้งหลักได้เร็วขึ้นด้วย  

    3.สร้างความชัดเจน แยกเงินให้ชัด โดยภาครัฐร่วมกับเอกชนจัดทำฐานข้อมูลเดียว ที่ระบุช่องทางช่วยเหลือต่างๆ อย่างครบถ้วน โดยสามารถแยกตามกลุ่มเป้าหมาย ประชาชนที่บ้านเรือนหรือธุรกิจเสียหาย จะรู้ได้ว่าสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเท่าไหร่  

    4.สร้างความเชื่อมั่น ฟื้นฟูการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลต้องรีบสร้างความเชื่อมั่นว่ามาเที่ยวหาดใหญ่ปลอดภัย ผ่านมาตรการที่ชัดเจน ซึ่งสามารถทำโปรโมชั่นเสริมในช่วงฟื้นฟู จะทำให้สามารถดึงนักท่องเที่ยวและทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น 

    5.สร้างSMEใหม่ สร้างงานที่ดี ธุรกิจขนาดกลางและย่อม เป็นหัวใจเศรษฐกิจหาดใหญ่ ภาคใต้ควรใช้โอกาสนี้สนับสนุนการปรับตัวของธุรกิจให้รวดเร็ว ตรงจุด ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจเข้ากับมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน คือ ต้องเป็นสูตรเงินบวกคำปรึกษาถึงพลิกฟื้นธุรกิจให้ฟังได้  และ

    6.สร้างหาดใหญ่ให้รองรับภัยพิบัติได้ดีขึ้น สร้างหาดใหญ่ให้รองรับภัยพิบัติได้ดีขึ้น รัฐบาลควรทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1209922&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ekouA4igOObLcXwhkBaKA

  • นายกฯ ลงหาดใหญ่รอบ 5! นำทัพ “ทีมเศรษฐกิจ” คุยแนวทางเยียวยาหาดใหญ่! | 30 พ.ย. 68 | ไทยรัฐนิวส์โชว์

    นายกฯ ลงหาดใหญ่รอบ 5! นำทัพ “ทีมเศรษฐกิจ” คุยแนวทางเยียวยาหาดใหญ่! | 30 พ.ย. 68 | ไทยรัฐนิวส์โชว์

    30 พ.ย. 2568 23:44 น.

    วันนี้นายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่หาดใหญ่ เป็นครั้งที่ 5 แล้ว แต่ที่หลายคนจับตาคือทีมงานที่นำไปเป็นทีมเศรษฐกิจ เพื่อไปพูดคุยเรื่องแนวทางเยียวยาเศรษฐกิจของหาดใหญ่ #หาดใหญ่ #น้ำท่วม #น้ำท่วมภาคใต้ #ฝนตกหนัก #หาดใหญ่น้ำท่วม #น้ำท่วมหาดใหญ่ #เขต8 #เขต8หาดใหญ่ #ไทยรัฐนิวส์โชว์ —————————————————– 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath-news/thairath-news-show/1173313&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06TnhzurzMbOjMfIOuPHvO

  • ชาวหาดใหญ่แห่ซื้อ-ขายเสื้อผ้าจมน้ำราคาถูก วอนรัฐเร่งช่วยให้วิถีชีวิตกลับคืน

    ชาวหาดใหญ่แห่ซื้อ-ขายเสื้อผ้าจมน้ำราคาถูก วอนรัฐเร่งช่วยให้วิถีชีวิตกลับคืน

    (30 พ.ย.68) บรรยากาศบริเวณหน้าหอนาฬิกา เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เริ่มกลับมาคึกคักหลังสถานการณ์น้ำท่วมกลับสู่ภาวะปกติ ผู้ประกอบการร้านเสื้อผ้าหลายรายที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ได้กลับเข้าไปสำรวจสินค้าและพบว่าถูกน้ำท่วมจำนวนมาก จึงเร่งทำความสะอาดและนำออกมาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อระบายสินค้าให้หมดโดยเร็ว

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo01.jpg

    สำหรับสินค้าที่มาวางจำหน่าย และได้รับความนิยมมากที่สุดได้เเก่ เสื้อผ้าเเฟชั่น หญิง – ชาย ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเปียกโคลน ซึ่งลูกค้าต้องนำไปซักทำความสะอาดเสียก่อนที่จะสวมใส่ ราคาขึ้นอยู่กับรูปแบบ และความเสียหาย

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo02.jpg

    โดยราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 10 บาท ต่อตัว – 3 ตัว 100 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าต้นทุน ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าก็จำใจต้องขายเพื่อให้เงินทุนกลับเข้ากระเป๋า ทำให้มีประชาชนโดยเฉพาะผู้ประสบภัยมาเลือกซื้อเพื่อสวมใส่ รวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อเพื่อนำไปขายต่อเป็นจำนวนมาก

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ขณะที่ประชาชนในพื้นที่หลายคนให้ความสนใจเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีสินค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้าผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก และสินค้าแฟชั่นอื่น ๆ ที่นำมาขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของในพื้นที่มีความคึกคัก ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการที่กำลังเดือดร้อนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    เจ้าของร้านที่นำสินค้ามาวางขาย กล่าวว่า ความเสียหายครั้งนี้เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดและทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักอย่างหนัก จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยด้วยมาตรการที่จับต้องได้ เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การสนับสนุนด้านการตลาด และมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ

    ทั้งนี้ ผู้ค้าบริเวณหน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ยังคงเปิดขายสินค้าตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นทุกวัน โดยยืนยันว่าจะจำหน่ายต่อไปจนกว่าสินค้าจะหมด เพื่อบรรเทาความเสียหายและเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้งหลังเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo04.jpg

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ข้อมูล/ภาพ : กรมประชาสัมพันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/hat-yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QW7BV6AgapKZYD4IplYI1

  • บทพิสูจน์ใหม่ความท้าทาย ‘นโยบายการเงิน’ ธปท.ตีโจทย์โครงสร้างเศรษฐกิจ:ปรับบทเปิดเกมแก้หนี้ล้นประเทศ-ฟื้นSME

    บทพิสูจน์ใหม่ความท้าทาย ‘นโยบายการเงิน’ ธปท.ตีโจทย์โครงสร้างเศรษฐกิจ:ปรับบทเปิดเกมแก้หนี้ล้นประเทศ-ฟื้นSME

    จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และซับซ้อนกว่าที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงมีการเพิ่มบทบาทที่ไม่ใช่แค่บทบาทหลักที่เน้นการดูแลปัญหาเชิงโครงสร้าง และรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเป็นเป็นสำคัญเท่านั้น แต่ได้มีการเพิ่มบริบทการทำงานที่รองรับความท้าทายในรูปแบบใหม่ ๆ ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีทางการเงิน และความเสี่ยงที่กระทบต่อเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจโดยรวม เพื่อคงความมั่นคงและความเชื่อมั่นของประเทศในระยะยาว

    นอกจากภารกิจด้านเสถียรภาพแล้ว ธปท. ในยุคปัจจบันยังต้องทำงานควบคู่ไปกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการรายย่อย มาตรการต่าง ๆ จึงถูกออกแบบให้ ‘ตรงจุด เฉพาะส่วน’ มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดภาระหนี้ การส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อที่เป็นธรรม หรือการประคับประคองภาคเศรษฐกิจในช่วงที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งหมดนี้สะท้อนถึง บทบาทเชิงรุก ที่มากขึ้นของ ธปท. ในการดูแลคนไทยให้สามารถยืนหยัดผ่านความท้าทายปัจจุบัน

    ภายใต้ค่านิยม ยืนตรง มองไกล ยื่นมือ ติดดิน ซึ่ง ธปท. มุ่งดำเนินงานอย่างโปร่งใส กล้าตัดสินใจบนหลักการระยะยาว พร้อมทั้งยื่นมือเข้าไปช่วยขับเคลื่อนและคลี่คลายปัญหาที่ประชาชนเผชิญอย่างใกล้ชิดและเป็นจริง การผสมผสานระหว่างความมั่นคงทางวิชาการและความเข้าใจภาคสนาม ทำให้ ธปท. สามารถวางมาตรการที่มีประสิทธิผลและเท่าทันความเปลี่ยนแปลง อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการพาเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ความยั่งยืนในอนาคต

    วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวยืนยันว่า บทบาทหน้าที่หลักของ ธปท. คือ การดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ผ่านการใช้นโยบายการเงินเป็นหลัก ซึ่งคำว่า ‘เสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค’ ตามภาษาชาวบ้าน คือ เงินเฟ้อต่ำ ควบคุมได้ สถาบันการเงินแข็งแรง ระบบการชำระเงินเข้มแข็งและมีเสถียรภาพ ตรงนี้คือหน้าที่หลักทั้งหมด แต่ผมคิดว่าปัญหาความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาคมากนัก จึงนำมาซึ่งประเด็นที่ ธปท. ในปัจจุบันที่ต้องการขยายบริบท ขยายบทบาทในการเข้าไปดูแลปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างให้มากขึ้น

    ซึ่งหนึ่งในแนวทางที่ดำเนินการได้ นั่นคือ การออกมาตรการในการให้ความช่วยเหลือ หรือแก้ปัญหาที่เป็น ‘มาตรการเฉพาะจุด’ เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาบางเรื่อง นี่คือสิ่งที่ผมพูดมาตลอดเวลาเกือบ 2 เดือนที่เข้ามาตรงนี้ และพยายามจะดำเนินการแบบนี้มาโดยตลอด

    “หน้าที่หลักของ ธปท. คือการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคเราก็ยังดำเนินต่อไป แต่หลังจากนี้ ธปท. ต้องขยายบทบาทในการเข้ามาช่วยดูแลเศรษฐกิจ เข้ามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอื่น ๆ ด้วย ภายใต้บริบทที่ ธปท. ควรจะทำ เราไม่ได้จะทำทุกเรื่อง แต่ ธปท. จะทำในสิ่งที่ควรจะทำในส่วนของปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งหลาย ตรงนี้สอดคล้องกับค่านิยมของเรา คือ ยื่นตรง มองไกล ยื่นมือ ติดดิน ผมมองว่า ถ้า ธปท. เข้าไปอยู่ใกล้ชิดประชาชน ใกล้ชิดปัญหาให้มากขึ้น เข้าไปร่วมแก้ปัญหาให้มากขึ้น ก็เหมือนกับเรายื่นมือเข้าไปช่วยแก้ปัญหาเชิงสังคม ช่วยแก้ปัญหาเชิงเศรษฐกิจ และช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง อยู่ใกล้กับประชาชนและสังคมมากขึ้น นี่คือสิ่งที่ ธปท. กำลังดำเนินการ”

    ด้วยเหตุผลและปัจจัยดังกล่าวนี้ จึงเป็นที่มาของการพยายามออกมาตรการเฉพาะจุดเข้ามาเสริม เรื่อง ‘การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน’ เพราะ ธปท. ยังคงมองเห็นเสมอว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาสำคัญ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่จะมีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ ตลอดจนความเป็นอยู่ของประชาชนในระยะยาว จึงเป็นที่มาของ โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ซึ่งเป็นมาตรการในการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาหนี้เสียภาคประชาชนเฉพาะกลุ่ม ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้

    สำหรับ โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ คือ การซื้อหนี้เสียภาคประชาชนที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ล็อตแรกจำนวน 1.6 ล้านบัญชี ผ่านกลไกของ บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) อย่าง บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM โดยใช้เงินจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ที่เหลือจากโครงการคุณสู้ เราช่วย มาดำเนินการ โดยมีความหวังว่าโครงการนี้จะช่วยลูกหนี้อย่างน้อย 500,000-800,000 รายหลุดพ้นจากการเป็นหนี้เสีย และกลับเข้าสู่ระบบใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยเสริมนโยบายการเงินในการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจได้ และหลังจากนี้จะมีมาตรการที่ออกมาช่วยในแต่ละจุด ในแต่ละกลุ่ม ซึ่งจะเป็นการต่อจิ๊กซอร์จนประกอบเป็นภาพสุดท้ายที่ใหญ่ขึ้น

    ปัญหาเชิงโครงสร้างต่อมา คือ ‘การเติบโตของสินเชื่อติดลบต่อเนื่องรวมกว่า 5 ไตรมาส’ ขณะที่ ‘สินเชื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีติดลบต่อเนื่อง 13 ไตรมาส’ โดยในเดือน ต.ค. 2568 สินเชื่อเอสเอ็มอี ติดลบ 4% ตรงนี้สะท้อนว่ามันมีปัญหาจริง ๆ เศรษฐกิจไม่สามารถกระเตื้องขึ้นได้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะไม่สามารถกลับมาได้หากสินเชื่อเอสเอ็มอียังคงติดลบต่อไป และหากทั้งหมดยังคงหดตัวอยู่อย่างนี้ ‘เศรษฐกิจจะกลับมาไม่ได้’

    หากถามว่าทำไมสินเชื่อเอสเอ็มอี หรือสินเชื่อในระบบยังคงหดตัว แน่นอนว่ามาจากภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงนี้ที่ไม่ค่อยดี ทุกคนต้องยอมรับ! เศรษฐกิจมีปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย และเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ความต้องการสินเชื่อก็ลดลง เมื่อตรงนี้ลดลง โรงงาน หรือธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการขยายกำลังการผลิต หรือลงทุนก็มีความต้องการสินเชื่อลดลงไปด้วย นี่ก็เป็นอีกเรื่องจริงที่ต้องยอมรับเช่นกัน

    แต่อีกข้างหนึ่ง ก็ยังมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมากที่อยากกู้ แต่กู้ไม่ได้! เพราะสถาบันการเงินไม่ยอมปล่อยกู้ เนื่องจากทุกคนต้องระมัดระวังตัว เพราะต้นทุนความเสี่ยงสูง สถาบันการเงินยังกังวลว่าเมื่อปล่อยกู้ไปแล้วจะกลายเป็นหนี้เสียหรือไม่ จะได้เงินคืนหรือไม่ ธปท. มองว่าปัญหาเหล่านี้เกิดมาจาก ‘ต้นทุนความเสี่ยง’ จึงเป็นที่มาของเป้าหมายสำคัญของ ธปท. ที่ต้องการจะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

    สิ่งที่ ธปท. พยายามดำเนินการ คือ การพยายามสร้างกลไกหนึ่งขึ้นมา เป็นกลไกการค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และหวังว่ากลไกนี้จะมีส่วนสำคัญที่ช่วยลดปัญหาต้นทุนความเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และทำให้สถาบันการเงินกลับมาปล่อยสินเชื่ออีกครั้ง โดยมาตรการที่เตรียมจะออกมานี้ จะมาเสริมกับการดำเนินการที่รัฐบาลมีอยู่แล้ว ผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) แต่กลไกที่ ธปท. กำลังดำเนินการนี้จะพุ่งเป้าหมายไปอีกกลุ่ม ซึ่งการดำเนินการของ บสย. อาจจะยังมีข้อจำกัดทำให้กลุ่มเป้าหมายของ ธปท. ยังเข้าไม่ถึง โดยโจทย์ของ ธปท. คือการลดต้นทุนความเสี่ยงประมาณ 20% ซึ่งเป็นระดับความเสี่ยงของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมาก เพื่อทำให้สถาบันการเงินกล้าที่จะปล่อยกู้ เพราะรู้ชัดเจนว่าจะมีโควตาคุ้มครองความเสียหายที่สามารถเคลมได้

    ทั้งนี้ กลไกนี้ถูกออกแบบให้ ‘ตรงจุด’ โดยเน้นการให้สินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เช่น เกษตรและอาหารแปรรูป ค้าส่ง ค่าปลีก โรงแรม Wellness และผู้ประกอบการที่ยกระดับศักยภาพธุรกิจของตัวเอง และธุรกิจใน supply chain หรืออื่น ๆ ที่ ธปท.ต้องการส่งเสริมและเห็นการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย ที่มีความสามารถในการแข่งขัน เช่น ปรับตัวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Transition)

    ‘กระจาย’ โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อต่อลูกหนี้ เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังผู้ประกอบธุรกิจในกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง โดยลูกหนี้ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ‘มี Impact’ ซึ่งเม็ดเงินใหม่ออกในไม่ช้า โดยจะชะเชยเฉพาะสินเชื่อที่ปล่อยใหม่ภายในกรอบเวลาที่กำหนด เช่น 2 ปี นับจากปี 2569 เป็นต้น และชดเชยในระยะที่ยาวพอ เช่น 7 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการสินเชื่อ เพื่อยกระดับศักยภาพ อีกทั้งวงเงินชดเชยให้สถาบันการเงิน (Max Claim) เพียงพอรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้สถาบันการเงินมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อ รวมถึง ‘คล่องตัว’ โดยสถาบันการเงินขอรับเงินชดเชยความเสียหายได้ตามวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยใหม่ได้จริง และกระบวนการขอรับเงินชดเชยความเสียหายไม่ซับซ้อน!

    “ธปท. มองว่าสินเชื่อที่หดตัวอยู่ตอนนี้ เป็นปัญหามาจากความเสี่ยงด้านต้นทุน ผมคิดว่านี่คือปัญหาสำคัญ สิ่งที่เราจะทำ โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ธปท. รัฐบาล กระทรวงการคลัง และสมาคมธนาคารไทย ถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของรัฐบาลที่จะเข้ามาร่วมกันผลักดันและแก้ปัญหา เพราะเห็นตรงกันว่านี่คือปัญหาเชิงโครงสร้างอีกหนึ่งเรื่องที่จะต้องเข้ามาดูแล ช่วยกันประคับประกอบเพื่อให้เศรษฐกิจในปัจจุบันยังไปต่อได้ โดยรูปแบบและรายละเอียด คือ อาจจะจัดตั้งเป็นกองทุน หรือกลไกขึ้นมาช่วยค้ำประกันความเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยรายละเอียดทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการหารือ” ผู้ว่าการ ธปท. ระบุ

    โดยใช้แหล่งเงินจากกองทุน FIDF ที่เหลืออยู่ หรือที่จะใช้ในปีถัดไปราว 20,000 ล้านบาทเป็นทุนตั้งต้น โดยมีเป้าหมายการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีได้ราว 100,000 ล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าจะมีวงเงินค้ำสินเชื่อต่อรายที่ 50-100 ล้านบาท ผ่านกลไกในการลดความเสี่ยงด้านเครดิตให้สถาบันการเงิน 10-30% เช่น หากเป็นผู้ประกอบการที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อยู่ที่ 10% และผู้ประกอบการที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อยู่ที่ 30% โดยกลไกนี้จะง่ายและไม่ซับซ้อน และช่วยให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการได้ง่ายขึ้น ซึ่ง ธปท. หวังว่าจะดำเนินการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวได้แล้วเสร็จภายในปี 2568 และสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้นปี 2569

    สำหรับการจัดสรร ธปท. จะใช้หลัก First Come First Serve ควบคู่ไปกับการออกแบบโควตาให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้บางสถาบันการเงินได้โควตาแต่ไม่ปล่อยสินเชื่อจริง โดยขอย้ำว่าโครงการนี้ยังอยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียด แต่เบื้องต้น ธปท. ก็ได้มีการประเมินโครงหลักไว้ราว 50-70% และตั้งเป้าหมายให้กองทุนหรือกลไกนี้เข้าไปช่วยให้สินเชื่อเอสเอ็มอีผ่านจุดต่ำสุด และเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ตั้งแต่ปี 2569

    นี่คือช่วงเวลาที่ท้าทายของเศรษฐกิจไทยซึ่งทวีความซับซ้อนมากขึ้น การที่ ธปท. ปรับและขยับบทบาทผ่านการเร่งดำเนินมาตรการสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของประเทศ โดยเฉพาะการลดภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและการพลิกฟื้นสินเชื่อเอสเอ็มอีที่หดตัวต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบมาตรการที่ตรงจุดและตอบโจทย์ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในเชิงการปรับปรุงวินัยทางการเงิน การเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน และการสร้างกลไกสนับสนุนที่เหมาะกับความเป็นจริงของประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย

    การขับเคลื่อนดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ธปท. ในการประคับประคองเศรษฐกิจไทยให้ก้าวผ่านภาวะเปราะบางในปัจจุบัน และเสริมรากฐานให้สามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้นในระยะยาว ด้วยมาตรการที่ครอบคลุมและเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ธปท.มุ่งหวังให้ระบบเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอย่างสมดุล ควบคู่กับการยกระดับความแข็งแกร่งของภาคการเงินและการสนับสนุนศักยภาพของทุกภาคส่วนในสังคม!

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/906006/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35SQQkzjlZyUdcsJaTvkm6

  • ลงพื้นที่พร้อมทีมเศรษฐกิจ เร่งฟื้นฟู ลงทะเบียนรับ 9 พัน แย้มจะมีเงินกู้ดอกเบี้ย 0% – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ลงพื้นที่พร้อมทีมเศรษฐกิจ เร่งฟื้นฟู ลงทะเบียนรับ 9 พัน แย้มจะมีเงินกู้ดอกเบี้ย 0% – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/111113&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RI4sG3GwZMtRAnZoZ67gL

  • นายกรัฐมนตรี ขีดเส้น 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด ชงมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเข้า ครม.เศรษฐกิจ พรุ่งนี้

    นายกรัฐมนตรี ขีดเส้น 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด ชงมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเข้า ครม.เศรษฐกิจ พรุ่งนี้

    นายกรัฐมนตรี ประกาศ 7 วันประชาชนต้องกลับเข้าบ้านได้ ขีดเส้น 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด เดินหน้ามาตรการเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน

    วันที่ 30 พ.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์หลังอุทกภัยในจังหวัดสงขลา โดยระบุว่า วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่ได้พบกับผู้แทนภาคเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งภาคการค้า การท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้สะท้อนสภาพความเสียหายที่ประชาชนและผู้ประกอบการกำลังเผชิญ พร้อมทั้งร่วมเสนอแนวทางฟื้นฟูในหลายด้าน

    นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำในเขตเมืองลดลงเกือบทั้งหมดแล้ว ต้องฟื้นฟูทันที โดยมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขภาพและสาธารณูปโภคเป็นอันดับแรก ซึ่งเริ่มทยอยดำเนินการแล้ว ทั้งการป้องกันสารปนเปื้อน การควบคุมโรค การจ่ายไฟฟ้า และการฟื้นฟูระบบน้ำประปา ส่วนการทำความสะอาดเมือง นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ระดมกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งกองทัพ หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เพื่อเร่งเก็บขนสิ่งของเสียหายและขยะมูลฝอยออกจากพื้นที่ โดยตั้งเป้าหมายว่า “ภายใน 7 วันประชาชนต้องได้กลับบ้าน และภายใน 14 วันเมืองหาดใหญ่ต้องกลับมาสะอาด”

    เคาะมาตรการเร่งด่วน

    นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ได้รับข้อมูลจำนวนมาก ทั้งจากสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งหลายประเด็นสามารถสั่งการได้ทันที และบางประเด็นจะมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการต่อ โดยย้ำว่าการฟื้นฟูครั้งนี้ให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน” พร้อมทั้งครอบคลุมพื้นที่ประสบภัยอื่น ๆ ในภาคใต้ด้วย

    ด้านมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลเตรียมมาตรการเร่งด่วนหลายส่วน ทั้งการเยียวยาตามระเบียบ 90,000 บาทต่อครัวเรือน การช่วยเหลือซ่อมบ้านผู้สูงอายุไม่เกิน 49,000 บาท และเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะเร่งเปิดให้ประชาชนกู้เงินฟื้นฟูครัวเรือนละ 100,000 บาท รวมถึงสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยที่ผ่อนชำระภายในหนึ่งปี เพื่อช่วยเริ่มต้นซ่อมแซมทรัพย์สินและกิจการ ขณะที่สำนักงานประกันสังคมจะออกมาตรการสนับสนุนในลักษณะ “คนละครึ่ง” เป็นเวลา 6 เดือนสำหรับผู้ประกันตนกลุ่มต่าง ๆ

    ไม่มีปัญหาติดขัดด้านงบประมาณ

    นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า งบประมาณหลักสำหรับการเยียวยาได้รับการอนุมัติแล้ว และได้หารือกับสำนักงบประมาณเพื่อจัดสรรงบเพิ่มเติมในส่วนที่จำเป็น โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีปัญหาติดขัดด้านงบประมาณ โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมลงพื้นที่ ต่างเห็นภาพความจำเป็นเร่งด่วนตรงกันทั้งหมด มาตรการที่สามารถอนุมัติได้ภายในวันอังคารที่ 2 ธ.ค.นี้ จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้เงินช่วยเหลือและการฟื้นฟูเดินหน้าโดยทันทีเพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่–สงขลา และพื้นที่อื่นที่ได้รับผลกระทบ กลับมามีชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด

    จัดหาคนขนของเร็วที่สุด

    นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือการคืนชีวิต คืนความเป็นปกติสุขให้กับประชาชน ส่วนสิ่งที่เป็นอุปสรรคคืองานเปิดกว้างมาก น้ำท่วมไม่มีแล้ว ไฟมาแล้ว น้ำประปาก็เริ่มเข้ามาแล้ว แต่ติดปัญหาคือเรื่องไฟช็อตภายในบ้านเรือน ต้องเร่งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซ่อมแซมเพื่อจ่ายไฟได้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องขยะมูลฝอยต้องเร่งดำเนินการ เราระดมยานพาหนะและเครื่องจักร จากฝั่งกองทัพ หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน พร้อมทั้งอนุญาตให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายก อบจ. และนายกเทศบาลนครหาดใหญ่ จัดหาผู้รับจ้างมาขนของออกจากหาดใหญ่ เพื่อให้สิ่งของพ้นจากเมืองหาดใหญ่โดยเร็วที่สุด

    ประชุมครม. เศรษฐกิจวางงบประมาณ

    นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า เงินเยียวยา 9,000 บาทไม่เพียงพออย่างแน่นอน หรือแม้แต่ 9 หมื่นบาทก็ แต่เราต้องทำตามกฎหมายก่อน ทุกหลังหลังคาเรือนจะได้รับเงินเยียวยา โดยในกฎหมายปภ. มีงบซ่อมแซมบ้านเรือน ไม่เกิน 49,000 บาท แต่ต้องทำการสำรวจและตีมูลค่า สิ่งที่กระทรวงการคลังจะเร่งทำ คือ การหาเงินยืม ให้กับประชาชนครัวเรือนละ 1 แสนบาท โดยงบประมาณเยียวยาได้อนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว และในวันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.68) จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และวางตัวเลขงบประมาณ ส่วนไหนที่สามารถภายในวันอังคาร (2ธ.ค.68) ก็จะอนุมัติผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องเงินงบประมาณได้มีการพูดคุยกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณแล้ว ไม่มีอะไรติดขัด

    ยอมรับหนักกว่า สึนามิ

    “ เมื่อเห็นสภาพเมืองหาดใหญ่แล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด ผมคิดว่ายิ่งกว่าสึนามิ ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ส่วนค่าเยียวยาผู้เสียชีวิต รายละ 2 ล้านบาท เป็นไปตามระเบียบอยู่ และพยายามจัดให้ได้มากที่สุด พร้อมปฏิเสธว่าเงินเยียวยาไม่ได้สูงกว่าในอดีตที่ผ่านมา เพราะเคยมีการเยียวยาผู้เสียชีวิต 7 ล้านบาท” นายอนุทินกล่าว

    ไม่สน ดราม่า แชทไลน์

    ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทิน ถึงประเด็นดราม่าแชท LINE ผู้บริหารภายในกระทรวงสาธารณสุขที่ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ บิ๊กโจ๊กนำมาเปิดเผย ว่านายกฯ มองเรื่องคนตายจากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่เป็นเรื่องตลก นายอนุทิน ส่ายหน้า พร้อมย้ำว่า “ผมมาทำงาน ผมมาทำงาน” มาทำงานมาช่วยเหลือประชาชน ไม่มีดราม่าอะไร

    รอคำยืนยันจากแพทย์ชัดเจนสุด

    ผู้สื่อข่าวย้ำถามต่อว่ากรณีที่บิ๊กโจ๊กออกมาเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 1000 คน นั้น นายอนุทิน บอกว่า เรื่องนี้มีแพทย์ออกมาพูดแล้วว่าจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดเท่าไหร่ คำยืนยันจากแพทย์จะถูกต้องและชัดเจนที่สุด

    ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าที่มีคนออกมาโจมตีอาศัยช่วงที่สถานการณ์เป็นแบบนี้มองอย่างไร นายอนุทินบอกว่า “ไม่มองๆ ผมทำงาน”

    ส่วนมีอะไรจะฝากไปถึง “บิ๊กโจ๊ก” หรือไม่ นายอนุทินส่ายหน้าก่อนบอกว่า ตนทำงานการเมืองมานาน เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่าแต่ก็ยังมีคนมาจ้องโจมตีแบบนี้ นายอนุทินตอบกลับทันทีว่า “แล้วมาถามอะไรกับผม” ก่อนทิ้งท้ายว่า “นี่คือคนทำงาน ทำงานกันหมด”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2899042&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VTOKUNijIlmtfTAEP4uN-

  • สศอ. ห่วงวัฏจักรขาลง อุตสาหกรรมไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    สศอ. ห่วงวัฏจักรขาลง อุตสาหกรรมไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ห่วงสัญญาณวัฏจักรขาลงภาคอุตสาหกรรมไทย หลังหลายปัจจัยฉุดรังดัชนีหดตัว

    นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ว่า ปัจจัยที่กระทบต่อภาคอุตสหกรรม มีทั้งความไม่แน่นอน ของนโยบายด้านเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งส่งผลกระทบทำให้กำลังซื้อ และสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ที่ส่งผลต่อภาคการผลิต ทำให้ส่งผลกระทบต่อสถานประกอบการ เครื่องจักรและอุปกรณ์ แรงงาน การขนส่ง ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม

    สัญญาณทิศทางขาลง

    โดยปัจจัยภายในประเทศอยู่ในวัฏจักรขาลง และมีภาวะต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะด้านการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวสูงจากเดือนก่อน รวมถึงความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อที่หดตัวในภาคการผลิต ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศมีสัญญาณเฝ้าระวังลดลงจากเดือนก่อนตามการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น

    ดัชนีอุตฯ 10 เดือนชะลอตัว

    ทั้งนี้ตัวเลขดัชนี MPI 10 เดือนแรกปี 2568 หดตัว 0.8% สศอ. จึงปรับประมาณการปี 2568 คาดว่าดัชนี MPI หดตัว 0.75% และการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) ภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัว 0.5% ส่วนประมาณการในปี 2569 คาดว่าดัชนี MPI และ GDP ภาคอุตสาหกรรมจะกลับมาขยายตัวได้ที่ 1 – 2% หลังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/30/598644/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2olGjNIrVxLcBfLal2hy4U

  • นายกฯ นำทีมเศรษฐกิจลงหาดใหญ่ครั้งที่ 5 หารือช่วยเหลือผู้ประกอบการ

    นายกฯ นำทีมเศรษฐกิจลงหาดใหญ่ครั้งที่ 5 หารือช่วยเหลือผู้ประกอบการ

    วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.26 น.

    นายกฯนำทีมเศรษฐกิจ-หน่วยงานการเงิน บินลงหาดใหญ่รอบที่ 5 คุยผู้ประกอบการ พร้อมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง ด้าน ‘ศุภจี’ยันมีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

    เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 พ.ย. 68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์  นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย อธิบดีกรมธนารักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ผู้บริหารธนาคารออมสิน  ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และรักษาการเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6)ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังกองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา  โดยเป็นการเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเป็นครั้งที่ 5 

    เมื่อเดินทางถึงนายกฯ จะเดินทางไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อประชุมรับฟังสรุปผลการติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่ รวมถึง  จะร่วมประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน   โดยนายกฯจะหารือกับผู้ประกอบนักธุรกิจในพื้นที่สงขลา

    จากนั้นนายกฯและคณะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจย่านตลาดกิมหยง พร้อมพบปะให้กำลังใจและรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ และลงพื้นที่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3  ซึ่งในพื้นที่ได้มีการจัด Big Cleaning Day (บิ๊ก คลีนนิ่งเดย์) ในวันแรกไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองกลับคืนสู่สภาพปกติ ก่อนที่นายกฯและคณะเดินจะเดินกลับ กทม.

    โดยเวลา 12.37 น.นายกฯเดินทางถึงกองบิน 6 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการช่วยเรื่องลดราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ นายกฯหยุดยืนฟังคำถาม และพยักหน้า แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

    ขณะที่ นางศุภจี  กล่าวว่า ขอให้ติดตามดู ยืนยันว่ามีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/931492&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FOzEHDyXyNogZhsvznfsi

  • “อนุทิน” ยกทีม รมต.เศรษฐกิจ ลงหาดใหญ่ ให้กำลังใจผู้ประสบภัย พร้อมเดินหน้าแผนฟื้นฟู

    “อนุทิน” ยกทีม รมต.เศรษฐกิจ ลงหาดใหญ่ ให้กำลังใจผู้ประสบภัย พร้อมเดินหน้าแผนฟื้นฟู

    หาดใหญ่, วันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 15.00 น. – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยพร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย เดินทางไปติดตามสถานการณ์อุทกภัย เดินหน้าแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ พร้อมเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์อุทกภัย

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางด้วยรถยกสูง เข้าเมืองหาดใหญ่ โดยระหว่างทางได้สังเกตการณ์สภาพบ้านเมือง โดยได้ลงรถที่หน้าวัดโคกสมานคุณ พร้อมเดินเท้า และนั่งพูดคุยสอบถามสถานการณ์และความเป็นอยู่ต่างๆ กับชาวบ้าน พร้อมกล่าวว่า อย่าลืมไปลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ค่าซ่อมบ้าน โดยยังได้แจกถุงยังชีพ อาหารปรุงสุก ยา และน้ำให้กับประชาชนระหว่างทางด้วย จากนั้นเดินทางต่อไปยังโรงแรมบุรีศรีภู เพื่อประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/261349&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08TQbkijw6OsMaBPfeqf3W

  • “เขตเมืองปัตตานี” หลายจุดน้ำลด เทศบาลเร่งสูบน้ำเต็มกำลังระบายออก

    “เขตเมืองปัตตานี” หลายจุดน้ำลด เทศบาลเร่งสูบน้ำเต็มกำลังระบายออก

    วันนี้ (30 พ.ย.2568) สถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจชั้นในเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี ลดลงอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านและผู้ประกอบการทยอยกลับมาเปิดร้าน เพื่อทำความสะอาด แต่พบว่าน้ำที่ท่วมนานเกือบสัปดาห์ทำให้ข้าวของและสินค้าหลายอย่างเสียหาย

    เจ้าของร้านจำหน่ายก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ในตลาดโต้รุ่งร้านหนึ่ง เปิดเผยว่า ทั้งบ้านและจุดที่จำหน่ายอาหารถูกน้ำท่วม ทำให้ขาดรายได้มาหลายวัน อีกทั้งยังไม่มั่นใจว่าการระบายน้ำจะทำได้หมดเมื่อไหร่ จึงยังไม่รู้ว่าจะกลับมาขายได้อีกครั้งเมื่อไหร่เช่นกัน

    ขณะที่เจ้าของร้านจำหน่ายรองเท้าร้านหนึ่ง กล่าวว่า ตลอด 6 วันที่ผ่านมา ร้านได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำที่พัดพารถยนต์กระเด็นเข้าไปในตัวร้าน ซึ่งที่ตั้งอยู่ริมถนน แต่ยังดีที่เปิดร้านวันแรกพอจะขายของได้เงินบ้าง เพราะมีสินค้าบางอย่างเป็นที่ต้องการมากหลังน้ำลด โดยเฉพาะรองเท้าบู๊ท เพื่อใส่ทำความสะอาดและป้องกันโรคที่มากับน้ำ

    ภาพรวมของพื้นที่เขตเมืองปัตตานี พบว่าหลายจุดปริมาณน้ำลดลง กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ในบางชุมชนโดยเฉพาะชุมชนติดแม่น้ำปัตตานี ระดับน้ำยังท่วมสูง เช่นเดียวกับบริเวณย่านการค้าบางจุดที่ยังมีน้ำจากหลายพื้นที่ไหลเข้าท่วม ก่อนระบายลงสู่ทะเล

    ทำให้ทางเทศบาลเมืองปัตตานีเร่งสูบน้ำเต็มกำลัง เพื่อระบายน้ำออกให้หมดภายในวันนี้ (30 พ.ย.) เพราะมีปัจจัยเอื้อที่ทำให้การระบายน้ำทำได้ดีมากขึ้น คือ ฝนไม่ตกซ้ำเติมลงมา และเขื่อนบางลาง ยังคงงดการระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบกับประชาชนท้ายน้ำ จนถึงวันที่ 2 ธ.ค.นี้

    อ่านข่าว

    ตร.ภาค 9 ขอโทษใช้แบคโฮดันรถเปิดทางหาดใหญ่ ยอมชดใช้ค่าเสียหาย

    คพ.ลุยจัดการ “ขยะ-น้ำเสีย” หลังน้ำท่วมสงขลา หาที่พักขยะก่อนกำจัด

    น้ำลดแต่เครียดพุ่ง! มธ.เตือน Survivor’s Guilt คนรู้สึกผิดที่รอดชีวิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358991&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Bd0XD9aEV3bENRDzcPodw