Category: เศรษฐกิจ

  • รัฐบาลใหม่เร่งฟอร์มทีมเศรษฐกิจเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน

    รัฐบาลใหม่เร่งฟอร์มทีมเศรษฐกิจเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน


    ส.อ.ท.หวังรัฐบาล ‘อนุทิน’วาระ 4 เดือน กู้บรรยากาศทางเศรษฐกิจบรรเทาปัญหาค่าครองชีพประชาชน ชง 4 เรื่องเร่งด่วนต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึง สถานการณ์ปัจจุบัน ภายหลังการโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเฉพาะกิจ โดยมีวาระการทำงาน 4 เดือนว่า ก่อนอื่น ส.อ.ท. ต้องขอแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 และยินดีที่ประเทศไทยมีความชัดเจนด้านผู้นำรัฐบาล ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนและภาคธุรกิจ หลังจากที่การเมืองมีความไม่แน่นอนมาระยะหนึ่ง

    “เราหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ และกล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะในทีมเศรษฐกิจหลัก เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะสิ่งนี้จะเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้ทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ แม้จะเป็นรัฐบาลระยะสั้น ก็ควรรีบเร่งทำงานอย่างเต็มที่ทันที” นายเกรียงไกร กล่าว

    อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ระยะเวลา 4 เดือนนับว่าสั้นมาก สำหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบภาษี การพัฒนาทักษะแรงงาน หรือการวางยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน ซึ่งต้องใช้ความต่อเนื่องหลายปีจึงเห็นผลชัดเจน ในระยะเวลาจำกัดนี้ รัฐบาลจึงควรเน้นมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาปัญหาเร่งด่วนและสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ดี

    สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ต้องการเห็นภายใน 4 เดือน ส.อ.ท. เสนอว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการ ดังนี้

    1.บรรเทาค่าครองชีพและต้นทุนพลังงาน ที่ส่งผลโดยตรงต่อประชาชนและผู้ประกอบการ

    2. ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาษี และมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย

    3. เร่งรัดการเจรจาการค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ และตลาดสำคัญ เพื่อไม่ให้การเจรจาสะดุดจากการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

    4. ปรับปรุงระบบธุรกิจและภาษี ให้ทันสมัย ลดความซ้ำซ้อน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

    นายเกรียงไกร กล่าวว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังเป็นประเด็นหลักที่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุน ภาคธุรกิจและหน่วยงานราชการหลายแห่งอยู่ในภาวะ “wait and see” ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ทำได้เพียงประมาณ 50% ของเป้าหมาย ซึ่งกระทบต่อการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินมาตรการได้อย่างชัดเจน การเจรจาการค้าระหว่างประเทศอาจหยุดชะงัก และการลงทุนใหม่ๆ อาจล่าช้าออกไป ซึ่งจะเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลเฉพาะกิจในช่วงเวลาเพียง 4 เดือนนี้

    “แม้รัฐบาลจะมีเวลาจำกัด แต่ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะสร้างแรงกระตุ้นต่อเศรษฐกิจ และสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้รัฐบาลถาวรในอนาคตมาสานต่อ ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้มาตรการเหล่านี้เกิดผลจริง” นายเกรียงไกร กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/35105&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bMFz-4qVK0l64f05Rcy21

  • ภูมิใจไทยจ่อฟื้น “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ปัดปูทางหาเสียงเลือกตั้ง (คลิป)

    ภูมิใจไทยจ่อฟื้น “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ปัดปูทางหาเสียงเลือกตั้ง (คลิป)

    ภูมิใจไทยจ่อฟื้น “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ปัดปูทางหาเสียงเลือกตั้ง (คลิป)

    รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย รับ รัฐบาลที่นำโดยว่าที่นายกฯ “อนุทิน” เตรียมปัดฝุ่น “โครงการคนละครึ่ง” หวังกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ปัดปูทางหาเสียงเลือกตั้ง บรรยากาศที่พรรคเริ่มจัดเตรียมสถานที่

    วันที่ 6 กันยายน 2568 บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้านี้ที่พรรคภูมิใจไทย หลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ยังไม่มีแขกคนสำคัญเดินทางเข้ามา ขณะที่สื่อมวลชนมาปักหลักรอติดตามบรรยากาศที่พรรคอย่างคึกคัก โดยเมื่อเวลา 09.50 น. ที่ผ่านมา มีพนักงานมาส่งแจกันดอกไม้ 2 แจกัน ซึ่งมีทั้งดอกไฮเดรนเยีย กุหลาบ ไลเซนทัสสีขาว ทานตะวัน และคาร์เนชั่น ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น แจกันดอกไม้ดังกล่าวมีราคาชุดละประมาณ 3,000 บาท โดยบรรยากาศทั่วไปภายในพรรคภูมิใจไทย ยังเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทยอยขนย้ายเก้าอี้เป็นจำนวนมากขึ้นไปยังชั้น 2 ของอาคาร คาดว่าเป็นการจัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับงานสำคัญที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

    ต่อมาเวลา 11.10 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่รัฐบาลอนุทิน ต้องการฟื้นคืนโครงการคนละครึ่ง ว่า กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และทีมนโยบายมีการพูดคุยกันว่านโยบายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น จะมีอะไรบ้าง ซึ่งโครงการคนละครึ่งก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่อาจจะมีอะไรที่มากกว่า เช่น เรื่องสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น ซึ่งเรามีการรับฟังโครงการต่างๆ ที่เป็นโครงการที่ดีในอดีต ซึ่งโครงการเหล่านี้น่าจะนำมาต่อยอดได้และทำให้ดีขึ้น ข้อผิดพลาดของหลายโครงการที่ผ่านมาในอดีตไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด ถ้าดีแต่ยังมีข้อผิดพลาดเราจะนำมาปรับปรุง

    ในคำถามว่าโครงการคนละครึ่ง ได้ประโยชน์มากกว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ ระบุว่า ถ้าดูจากกระแสการตอบรับจากโซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น และตัวเม็ดเงินที่ใช้ในระบบไม่ได้มากเท่า แต่ความรู้สึกของคนเรื่องการหมุนของเงินน่าจะดีกว่า ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะมีการสั่งการและยืนยันว่าจะทำให้เร็วที่สุด แต่แนวทางที่คุยกันไม่เน้นการลงทุนกับแอปพลิเคชันใหม่ หากระบบรัฐที่ดีก็จะใช้ต่อ สำหรับงบประมาณที่ใช้นั้นยังไม่ได้ดูในรายละเอียดเป็นการพูดคุยในหลักการเท่านั้น และต้องดูว่ามีงบประมาณเท่าใด ซึ่งนโยบายหลักต้องรอนายกรัฐมนตรี

    เมื่อถามต่อไปว่าการแถลงนโยบายรัฐบาลคาดว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีเวลาทำงานแค่ 4 เดือน ทั้งหมดต้องเกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนการนำนโยบายนี้กลับมาใช้เพื่อเป็นการปูทางในการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบว่า จุดประสงค์หลักคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการเมือง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2881137&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o7MUOI5gspW3soGmbuwWU

  • คนละครึ่งคืนชีพ! อนุทินเตรียมผลักดันนโยบายฟื้นเศรษฐกิจ

    คนละครึ่งคืนชีพ! อนุทินเตรียมผลักดันนโยบายฟื้นเศรษฐกิจ

    คนละครึ่งคืนชีพ! อนุทินเตรียมผลักดันนโยบายฟื้นเศรษฐกิจ

    อนุทินเตรียมเดินหน้านโยบาย “คนละครึ่ง” เวอร์ชันใหม่ หวังกระตุ้นกำลังซื้อ ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก และบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน

    พรรคภูมิใจไทยมีรายงานความเคลื่อนไหวสำคัญว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและว่าที่นายกรัฐมนตรี เตรียมผลักดันนโยบาย “คนละครึ่ง” เวอร์ชันใหม่ขึ้นมาใช้หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จุดประสงค์หลักคือการฟื้นกำลังซื้อที่ซบเซาของประชาชน และสร้างแรงกระตุ้นให้ระบบเศรษฐกิจฐานรากกลับมาขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว

    มาตรการนี้ถือเป็นการหยิบเอานโยบายที่เคยสร้างกระแสในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาใช้อีกครั้ง เนื่องจากเคยพิสูจน์แล้วว่าได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย ขณะเดียวกันประชาชนเองก็ได้รับการช่วยเหลือโดยตรงในด้านค่าครองชีพ ทำให้ “คนละครึ่ง” กลายเป็นตัวอย่างของนโยบายที่สามารถเดินหน้าได้โดยไม่ต้องเสียเวลาชี้แจงหรือสร้างความเข้าใจซับซ้อน

    พรรคภูมิใจไทยมองว่าการดึงมาตรการนี้กลับมาในเวอร์ชันปรับปรุงใหม่ จะเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจชะลอตัวและการบริโภคภายในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าการออกแบบรายละเอียดใหม่จะมีการปรับให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและโครงสร้างสังคมในปัจจุบัน เพื่อให้มาตรการครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ในอดีต “คนละครึ่ง” ได้รับการยอมรับในฐานะนโยบายที่เข้าถึงประชาชนจำนวนมาก ช่วยลดภาระค่าครองชีพและสร้างความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างชัดเจน คราวนี้ การเดินหน้าของรัฐบาลใหม่จึงถูกจับตามองว่าจะปรับปรุงให้แตกต่างหรือขยายผลมากเพียงใด 

    ท้ายที่สุด ความสำเร็จของ “คนละครึ่ง” เวอร์ชันอนุทิน จะขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่รัฐบาลออกแบบ รวมทั้งความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างการช่วยเหลือประชาชนในวงกว้างกับความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ ซึ่งจะเป็นบททดสอบแรก ๆ ของรัฐบาลใหม่ในการบริหารจัดการเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงเปราะบางนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/729966&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o0MJQgctb2URP8DVCjLP4

  • นโยบายเศรษฐกิจที่ ‘รัฐบาลชั่วคราว’ ควรทำในมุมมอง ‘สมชัย จิตสุชน’

    นโยบายเศรษฐกิจที่ ‘รัฐบาลชั่วคราว’ ควรทำในมุมมอง ‘สมชัย จิตสุชน’

    เศรษฐกิจ

    นโยบายเศรษฐกิจที่ ‘รัฐบาลชั่วคราว’ ควรทำในมุมมอง ‘สมชัย จิตสุชน’

    06 ก.ย. 2025 เวลา 6:56 น.

    “สมชัย” จับตารัฐบาลชั่วคราวอัดประชานิยมก่อนเลือกตั้งใหม่ แม้เสี่ยงถูกตีความทางกฎหมายว่ามีอำนาจหรือไม่ แนะรัฐบาลวางแผนรับมือผลกระทบจากภาษีทรัมป์

    • “สมชัย จิตสุชน” คาดที่เข้ามาบริหารระยะสั้นใช้นโยบายประชานิยมก่อนเลือกตั้งใหม่ 
    • แนะรัฐบาลวางแผนรับมือผลกระทบจากภาษีทรัมป์ เร่งสร้างความชัดเจนถิ่นกำเนิดสินค้า
    • เดินหน้าสร้างเชื่อมั่น ผลักดันให้คำขอบีโอไอให้มีการลงทุนจริง
    • มุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้ประเทศในระยะต่อไป

    เงื่อนไขการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ที่ต้องอาศัยเสียงโหตจากสส.พรรคประชาชน ทำให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่เป็น “รัฐบาลชั่วคราว” ก่อนเดินหน้าไปสู่การยุบสภาฯภายใน 4 เดือน นับจากวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 

    โดยล่าสุดที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 5 ก.ย.2568 มีมติของสส.จำนวนเกินกว่ากึ่งหนึ่งโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี 

    นายสมชัย จิตสุชนผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยในส่วนที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจว่าการที่รัฐบาลใหม่เข้าบริหารงานโดยมีเงื่อนไขในการยุบสภาฯเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งภายใน 4 เดือน โดยรัฐบาลที่เข้ามาทำหน้าที่ในระยะสั้นเป็นรัฐบาลชั่วคราว หรือหากมีการยุบสภาฯจะเป็นรัฐบาลรักษาการเพื่อรอเลือกตั้งใหม่มีทั้งนโยบายที่ควรทำทางเศรษฐกิจและเรื่องที่ไม่ควรทำ

    โดยเรื่องที่ไม่ควรทำนั้นเป็นนโยบายที่เกี่ยวกับประชานิยมที่มุ่งหวังที่จะใช้งบประมาณจากเงินภาษีเพื่อสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง ซึ่งพรรคการเมืองที่บริหารงานในช่วงเวลานี้ก็คงจะรู้ดีว่าคะแนนความนิยมทางการเมืองของพรรคที่เป็นรัฐบาลไม่ได้สูงนัก การใช้นโยบายประชานิยมเพื่อเพิ่มคะแนนความนิยมทางการเมืองก็คงเกิดขึ้น โดยอาจเป็นรูปแบบนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

    “เชื่อว่ารัฐบาลจะเลือกใช้อำนาจเต็มมือเพื่อออกนโยบายที่ใช้งบประมาณได้ โดยเลือกนโยบายที่ไม่ต้องผ่านสภาฯที่คุมเสียงไม่ค่อยได้ นโยบายที่ต้องผ่านกฎหมายในสภาฯแบบนี้ก็คงตกไปก่อน” นายสมชัย กล่าว

    แนะเร่งรับมือผลกระทบภาษีทรัมป์

    สำหรับนโยบายที่รัฐบาลชั่วคราวควรมีการเดินหน้าคือในส่วนที่เป็นผลกระทบต่อเนื่องจากการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯที่มีขั้นตอนต้องหารือกันต่อซึ่งก็อยู่ในเรื่องที่รัฐบาลในขณะนั้นต้องมีการทำงานต่อเนื่องแม้ว่าจะมีประเด็นเรื่องศาลสูงของสหรัฐฯที่จะต้องพิจารณาอำนาจของประธานาธิบดีทรัมป์ว่ามีอำนาจเรียกเก็บภาษีประเทศต่างๆหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และเกษตรกรไทย ที่จะได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษี 19% ของสหรัฐ

    ในขณะนี้มีหลายกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบที่ชัดเจนเช่นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ โดยแม้ว่าจะมีการเตรียมงบประมาณจำนวนหนึ่งไว้รองรับแล้วแต่ก็อาจจะไม่พอ รัฐบาลที่เข้ามาทำงานก็ต้องเตรียมงบประมาณบางส่วนจากงบประมาณรายจ่ายปี 2569 เพื่อใช้ในเรื่องนี้

    แนะเร่งรับมือสินค้าเข้ามาสวมสิทธิ์สินค้าไทย

    อีกประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญก็คือการแก้ไขปัญหาเรื่องของสินค้าสวมสิทธิ์ (Transshipment) ที่มีแนวโน้มจะไหลเข้าประเทศไทยมากขึ้นจากการที่หลายประเทศ โดยเฉพาะจีนถูกมาตรการภาษีจากสหรัฐทำให้มีสินค้าสวมสิทธิ์ที่จะทะลักไปยังประเทศต่างๆมากรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลต้องมีการแสดงความจริงจังในการปราบปรามสินค้าสวมสิทธิ์ และมีการทำเรื่องนี้ให้โปร่งใส เพื่อยื่นยันว่าสินค้าสิ่งออกของเรามีสัดส่วนของชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเป็น Local Content ในสัดส่วนเท่าไหร่ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามข้อตกลงที่เราได้หารือกับสหรัฐ

    นอกจากนี้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและเป็นโอกาสของประเทศไทยก็คือการย้ายฐานการผลิตที่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้น ที่ถือว่าเป็นบวกกับเศรษฐกิจไทย ซึ่งในส่วนนี้รัฐบาลก็ควรหาทางที่จะดึงการลงทุนทางตรง (FDI) เข้าประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีสัญญาณที่เป็นบวกต่อเนื่องคือมีคำขอส่งเสริมการลงทุนจำนวนมากที่ยื่นมายังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หากรัฐบาลสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการลงทุนจริงๆในไทยก็จะสร้างโอกาสเศรษฐกิจและการปรับโครงสร้างการผลิตของประเทศไทยได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1197289&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Bh3iOrwDTQIwURv8BaFxt

  • ไขคำตอบ เมื่อมรสุมเศรษฐกิจรุมเร้า แต่ทำไม? “บาทแข็ง”

    ไขคำตอบ เมื่อมรสุมเศรษฐกิจรุมเร้า แต่ทำไม? “บาทแข็ง”

    นายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ประเทศไทยเผชิญกับหลากหลายเหตุการณ์ด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน เริ่มตั้งแต่สงครามการค้าที่ต้องเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกา

    ส่วนประเด็นภายในประเทศ เช่น แจกเงินหมื่นไม่ได้ผล การเมืองยังไม่นิ่ง ปัญหาชายแดน หรือ กนง. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

    แต่คำถามตามมา คือ ทำไม? ค่าเงินบาทยังแข็งค่า ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจโดยรวมไม่ได้เติบโต โดยเงินบาทที่ยังคงแข็งค่ามีสาเหตุหลักๆ ดังนี้

    เงินบาทแข็ง “แทบจะเท่ากับ” เงินดอลลาร์อ่อนค่า

    ปัจจุบันที่เงินบาทแข็งค่า เพราะสกุลเงินบาทรวมถึงสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ ได้รับผลบวกจากเทรนด์ De-Dollarization หรือการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งจากภาพด้านบนจะเห็นว่า การเคลื่อนไหวของเส้นทั้งสองเส้น (ฟ้าอ่อน คือ ดอลลาร์ (Dollar Index), ฟ้าเข้ม คือ เงินบาท) มีทิศทางไปด้วยกัน ซึ่งหากเส้นฟ้าอ่อน (ดอลลาร์) แข็งค่าหรือปรับขึ้น เส้นน้ำเงิน (เงินบาท) ก็จะอ่อนค่าหรือใช้เงินบาทเพิ่มขึ้น (จาก 33 บาท อาจเป็น 35 บาท ) ในการแลกเป็นเงิน 1 ดอลลาร์

    เงินบาทแข็ง “ไม่เท่ากับ” หุ้นขึ้น

    เงินบาทแข็ง ไม่ได้แปลว่าหุ้นขึ้นเสมอไป โดยปกติเงินบาทแข็งค่าเปรียบเสมือนเงินไหลเข้าประเทศไทย ซึ่งเงินไหลเข้ามาก็ต้องหาที่ไปไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโดยตรง (FDI), การลงทุนในตราสารหนี้หรือการลงทุนในตลาดหุ้น แต่สังเกตว่าค่าสหสัมพันธ์ หรือ Correlation ระหว่างเงินบาทกับหุ้นไทยไม่ได้สูงมากนัก หรือมีค่า R-square ที่ระดับ 0.62 เท่านั้น

    เงินบาทและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ไทย – สหรัฐอเมริกา “ไม่เสมอไป”

    หากพิจารณากราฟด้านล่าง วงกลมสีฟ้าและสีแดง พบว่า ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ลดดอกเบี้ย แต่เงินบาทยังอ่อนค่า และเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เงินบาทก็ยังอ่อนค่า คำตอบคือ ถึงแม้เฟดจะลดดอกเบี้ยนโยบาย เงินบาทก็อ่อนค่า เพราะเงินดอลลาร์แข็งค่าจากการที่นักลงทุนกังวลวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในช่วงปี 2008

    ดังนั้น จึงประเมินได้ยากเกี่ยวกับค่าเงินบาท อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่มั่นใจ ได้แก่

    • เงินบาทอ่อน = ต้องมีค่าเงินอื่นแข็งค่า ซึ่งมักจะเป็นค่าเงินดอลลาร์
    • ค่าเงินไม่ได้เคลื่อนไหวตามเศรษฐกิจของประเทศตัวเองในระยะสั้นเท่านั้น แต่เป็นบริบทของโลกประกอบด้วย

    อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่แข็งหรืออ่อน ไม่ได้สะท้อนเพียงสภาวะเศรษฐกิจไทย แต่เป็นผลลัพธ์จากปัจจัยโลกที่ซับซ้อน ทั้งการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ สภาวะการเงินโลกและกระแสเงินทุนระหว่างประเทศ ดังนั้น การประเมินค่าเงินบาทจึงไม่ควรมองเพียงตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศ แต่ต้องจับตาทิศทางดอลลาร์และนโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจควบคู่กัน

    ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/256478&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GzHPaLHITMDPGIUNH2S42

  • ‘หนุ่มเมืองจันท์’ วิเคราะห์ ‘อนุทิน’ ปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจ? | เดลินิวส์

    ‘หนุ่มเมืองจันท์’ วิเคราะห์ ‘อนุทิน’ ปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจ? | เดลินิวส์

    ‘หนุ่มเมืองจันท์’ วิเคราะห์ ‘อนุทิน’ ปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจ?

    รอเลย! “หนุ่มเมืองจันท์” ชี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบ “ควิกวิน” ปัดฝุ่นโครงการ “คนละครึ่ง” เอามาใช้อีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5088438/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0k1r7FJ6nrZNRq2bdLvrER

  • จับตา

    จับตา

    จับตา’อนุทิน’จ่อปัดฝุ่นโครงการ’คนละครึ่ง’หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากปลุกกำลังซื้อ

    วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.47 น.

    จับตา’อนุทิน’จ่อปัดฝุ่นโครงการ’คนละครึ่ง’หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากปลุกกำลังซื้อ

    เมื่อวันที่ 6 ก.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเฟซบุ๊กเพจ “หนุ่มเมืองจันทร์” ได้โพสต์ข้อความเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ระบุถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี กำลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบ “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” เพื่อฟื้นกำลังซื้อของประชาชน

    โดยในโพสต์ระบุข้อความว่า “มีข่าวว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบ ‘ควิกวิน’ เปิดปัดฝุ่นโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เอามาใช้อีกครั้ง เพราะนโยบายนี้ชาวบ้านก็ชอบ-ร้านค้าก็ชอบ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ไม่ต้องอธิบายมาก” พร้อมภาพที่มีข้อความว่า “คนละครึ่ง คืนชีพ?”

    ซึ่งการโพสต์ดังกล่าว สร้างความสนใจในโลกออนไลน์ทันที เนื่องจากโครงการ “คนละครึ่ง” เคยเป็นมาตรการที่ได้รับความนิยมสูงในรัฐบาลก่อนหน้า ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้ร้านค้าชุมชนอย่างกว้างขวาง

    ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวจากพรรคภูมิใจไทยอาจสะท้อนถึงความพยายามผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจฐานรากยังซบเซา และกำลังซื้อของประชาชนลดลง ซึ่งต้องติดตามว่าแผน “คนละครึ่งเวอร์ชันอนุทิน” จะถูกนำเสนอในรูปแบบใดต่อไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/912360&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SwMZoIj5zsHtRJN525o7A

  • แม่ค้าชัยนาทฝากถึง “นายกฯหนู”เร่งแก้เศรษฐกิจอันดับแรก พ่วงคลี่คลายปัญหาชายแดน

    แม่ค้าชัยนาทฝากถึง “นายกฯหนู”เร่งแก้เศรษฐกิจอันดับแรก พ่วงคลี่คลายปัญหาชายแดน

    (6ก.ย.68) ที่ จ.ชัยนาท ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามประชาชนหลังจากวานนี้(5ก.ย.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หน.พรรคภูมิใจไทย ได้รับคะแนนโหวตให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ของประเทศไทย 

    นางมนัส อายุ 70 ปี ประกอบอาชีพขายอาหารตามสั่ง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเศรษฐกิจย่ำแย่ การค้าขายของก็แย่ตามลงไปด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นสิ่งของวัตถุดิบต่าง ๆ ก็มีราคาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น 

    “อยากจะฝากถึงนายกคนใหม่ ให้เข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องของปัญหาชายแดนที่กำลังประสบอยู่ในตอนนี้ก็ อยากจะให้นายกคนใหม่ทำอะไรสักอย่างให้ปัญหาจบโดยเร็ว” นางมนัส กล่าว

    ข่าวเวิร์คพอยท์23

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NIkIXFv05&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15v1ofvKljhfr290HWWeSh

  • คืนชีพ? “อนุทิน” จ่อปัดฝุ่น “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” โซเชียลฯ จับตา มีลุ้นได้ใช้อีกครั้ง!

    คืนชีพ? “อนุทิน” จ่อปัดฝุ่น “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” โซเชียลฯ จับตา มีลุ้นได้ใช้อีกครั้ง!

    “อนุทิน” จ่อปัดฝุ่น “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” โซเชียลฯ จับตานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

    วันที่ 6 กันยายน 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสความสนใจในโลกออนไลน์หลังจากเพจเฟซบุ๊ก “หนุ่มเมืองจันทร์” โพสต์ข้อความเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และว่าที่นายกรัฐมนตรี กำลังอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบ “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” เพื่อฟื้นฟูกำลังซื้อของประชาชน

    โดยในโพสต์ระบุว่า “มีข่าวว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบ ‘ควิกวิน’ เปิดปัดฝุ่นโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เอามาใช้อีกครั้ง เพราะนโยบายนี้ชาวบ้านก็ชอบ-ร้านค้าก็ชอบ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ไม่ต้องอธิบายมาก” พร้อมแนบภาพกราฟิกที่มีข้อความว่า “คนละครึ่ง คืนชีพ?”

    โพสต์ดังกล่าวสร้างความสนใจในวงกว้าง เนื่องจากโครงการ “คนละครึ่ง” เคยเป็นมาตรการยอดนิยมของรัฐบาลในอดีต โดยรัฐร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าครึ่งหนึ่งผ่านระบบแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

    แม้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก นายอนุทิน หรือ พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับการรื้อฟื้นโครงการดังกล่าว แต่กระแสในโลกออนไลน์สะท้อนถึงความคาดหวังของประชาชนต่อมาตรการที่จับต้องได้ในช่วงที่เศรษฐกิจยังชะลอตัว และค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง

    ทั้งนี้ ต้องจับตาว่า “คนละครึ่งเวอร์ชันอนุทิน” จะถูกออกแบบอย่างไร และจะสามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลและการจัดทำนโยบายเร่งด่วนเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9840182/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vUaRaHUAfyOi5B-UdioK8

  • พันธบัตรโลกผันผวน บอนด์ยีลด์พุ่ง! สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไม่แน่นอน

    พันธบัตรโลกผันผวน บอนด์ยีลด์พุ่ง! สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไม่แน่นอน

    การเงิน-การลงทุน

    พันธบัตรโลกผันผวน บอนด์ยีลด์พุ่ง! สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไม่แน่นอน

    04 ก.ย. 2025 เวลา 15:11 น.

    ตลาด ‘พันธบัตร’ โลกผันผวน บอนด์ยีลด์พุ่ง! กังวลต้นทุนรัฐบาลพุ่ง ความเป็นอิสระของ ‘เฟด’ สัญญาณเตือน เศรษฐกิจไม่แน่นอน

    สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า “ตลาดพันธบัตรรัฐบาล“ ทั่วโลกผันผวน เนื่องจากกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดัน ทั้งเรื่องภาษีศุลกากรไปจนถึงความกังวลเรื่องการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ ทำให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินและการคลังของประเทศเศรษฐกิจใหญ่ๆ หลายแห่ง  

    สถานการณ์พันธบัตรแต่ละประเทศ

    พันธบัตรโลกผันผวน บอนด์ยีลด์พุ่ง! สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไม่แน่นอน

    • สหราชอาณาจักร: ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.64% โดยเพิ่มขึ้นถึง 100 เบสิสพอยท์ หรือ 1% ในปีนี้ สาเหตุหลักมาจากภาวะเงินเฟ้อที่สูง, อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่ำ และความไม่แน่นอนทางการเมือง
    • ญี่ปุ่น: ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งสูงกว่า 5%  ในปีนี้ มาอยู่ที่ 3.27% เนื่องจากเกิดความกังวลเรื่องรายได้ จากสถานการณ์ภาษีศุลกากรของ “โดนัล ทรัมป์” ล่าสุดที่รอคำตัดสินจากศาลสูงสุด
    • ฝรั่งเศส: ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งไปอยู่ที่ 4.45% ทะลุระดับสูงสุดในรอบ 17 ปี นับตั้งแต่ปี 2551 
    • เยอรมนี:  พันธบัตรรัฐบาลเยอรมันซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยในช่วงต้นปี ตอนนี้ก็ถูกเทขายพร้อมกับพันธบัตรอื่นๆ จนทำสถิติอัตราผลตอบแทนสูงสุดในรอบ 14 ปี ที่ระดับ 3.36%

    3 ปัจจัยทำบอนด์ยีลด์พุ่ง

    โจนาส โกลเทอร์มันน์ รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics วิเคราะห์ว่า การที่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นนั้นเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักที่ซ้อนทับกัน ได้แก่ ความกังวลด้านการคลังของรัฐบาล, นโยบายการเงิน และปัจจัยเฉพาะทางตลาด เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์และอุปทานของพันธบัตร

    ในขณะเดียวกัน  ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อความสามารถและความตั้งใจของเฟดเริ่มสั่นคลอนในการควบคุมเงินเฟ้อในระยะกลาง รวมถึงความกังวลในเรื่องความเป็นอิสระของเฟดนั้นได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก

    บอนด์ยีลด์พุ่ง กระทบเศรษฐกิจ

    ตลาดพันธบัตรทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดสุขภาพเศรษฐกิจโลก ที่สำคัญ โดยสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือ Bond Yield สูงขึ้น แสดงว่านักลงทุนมองว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นจากหนี้สินหรือเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลที่สูงขึ้นด้วย ทำให้รัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้นเพื่อระดมทุน

    แต่หากผลตอบแทนลดลง แสดงถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดพันธบัตรกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้สะท้อนภาวะเศรษฐกิจโลกได้โดยตรง

    Kallum Pickering หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่าเมื่อรัฐบาลมีต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นจากบอนด์ยีลด์ที่เพิ่มขึ้น สิ่งนี้จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับภาคเอกชน เพราะต้องใช้เงินงบประมาณไปจ่ายดอกเบี้ยหนี้มากขึ้น ทำให้มีเงินที่จะนำไปพัฒนาประเทศเหลือน้อยลง 

    ด้านนักลงทุนก็จะหันไปซื้อพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงและปลอดภัยมากกว่าการลงทุนในบริษัทเอกชน ทำให้บริษัทต่างๆ กู้เงินได้ยากและมีต้นทุนสูงขึ้น

    สุดท้าย ความกังวลเรื่องหนี้ที่สูงทั้งของภาครัฐและเอกชน ทำให้ตลาดการเงินมีความไม่มั่นคงและมีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตได้ง่ายขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/investment/1197341&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06LGDB8D7FA22HL5bPp7Vo