Category: เศรษฐกิจ

  • อ่านเกม ภาษีทรัมป์ หลังอุทธรณ์สหรัฐฯ ชี้ ใช้อำนาจเกินขอบเขต จุดจบคืออะไร

    อ่านเกม ภาษีทรัมป์ หลังอุทธรณ์สหรัฐฯ ชี้ ใช้อำนาจเกินขอบเขต จุดจบคืออะไร

    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คำตัดสินของศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ วินิจฉัยว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ในอดีต ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Power Act (IEPA) ตั้งกำแพงภาษีกับหลายประเทศทั่วโลกนั้นเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต

    ชาตรี โรจนอาภา CFA, FRM หัวหน้าทีมที่ปรึกษาการลงทุน SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่า เรื่องนี้มีที่มาจากการที่สมาคมผู้ค้ารายย่อยฟ้องร้องรัฐบาล เนื่องจากเห็นว่ากฎหมาย IEPA มีเจตนารมณ์เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ หรือเพื่อการยึดทรัพย์และคว่ำบาตรบางประเทศที่กระทบต่อความมั่นคง ไม่ใช่เพื่อการตั้งภาษีเป็นการทั่วไปซึ่งเป็นอำนาจของรัฐสภาสหรัฐฯ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

    ศาลอุทธรณ์จึงมีคำวินิจฉัยยืนตามศาลชั้นต้นว่าการตั้งภาษีดังกล่าวไม่ถูกต้องพร้อมทั้งขยายเวลาให้รัฐบาลสหรัฐฯ ไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุด หรือศาลฎีกา ซึ่งจะทำหน้าที่พิจารณาชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย 3 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้น

    เปิด 3 ฉากทัศน์ จุดจบ ‘ภาษีทรัมป์’

    ชาตรี ยังวิเคราะห์ต่อว่า คำตัดสินของศาลสูงสุดมีแนวโน้มที่จะออกมาได้ 3 ฉากทัศน์ ดังนี้

    1. ศาลสูงสุดไม่รับอุทธรณ์ ในกรณีนี้ คำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะเป็นที่สิ้นสุด ภาษีที่ตั้งไว้ทั้งหมดถือว่าผิดกฎหมายและต้องถูกยกเลิกไป รวมถึงต้องพิจารณาเรื่องการคืนภาษีที่จัดเก็บไปแล้ว ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่องบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ และอาจนำไปสู่ปัญหาทางการคลังในอนาคต
    1. ศาลสูงสุดรับอุทธรณ์แต่ตัดสินว่ารัฐบาลผิด ผลลัพธ์จะเหมือนกับกรณีแรก คือการตั้งภาษีดังกล่าวไม่ถูกต้องและต้องถูกยกเลิก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพิจารณานานขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นผลดีต่อการค้าโลกโดยรวม และจะช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนได้ในระยะยาว
    1. ศาลสูงสุดรับอุทธรณ์และตัดสินว่ารัฐบาลทำถูกต้อง หากศาลสูงสุดวินิจฉัยเช่นนี้ จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถใช้กฎหมาย IEPA ในการตั้งกำแพงภาษีได้ในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงของสงครามการค้ารอบที่สองและสามในอนาคต

    ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ศาลสูงสุดมีผู้พิพากษา 6 ใน 9 คนที่ได้รับการแต่งตั้งในสมัยที่พรรครีพับลิกันเป็นรัฐบาล อาจทำให้ทรัมป์มีโอกาสได้เปรียบกว่า 2 ศาลแรก แต่ชาตรีชี้ให้เห็นว่าการที่ศาลสูงสุดจะกลับคำตัดสินของศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นได้นั้น ต้องมีหลักฐานและเหตุผลที่ชัดเจนอย่างยิ่งยวด และประเด็นนี้จะเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ เองก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะออกมาในทิศทางใดก็ตาม

    ประเมินจุดจบถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

    ไม่ว่าจะออกมาในทิศทางใด ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็มีแนวโน้มที่จะเป็นเชิงบวก หรือเป็นกลาง มากกว่าที่จะแย่ลงกว่าที่เป็นอยู่ เพราะในมุมมองของนักลงทุน มีเพียง 2 กรณีเท่านั้นที่จะเกิดขึ้น คือ สถานการณ์ยังคงเป็นเหมือนปัจจุบัน หรือ สถานการณ์จะดีขึ้น

    วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินทรัพย์ลงทุนโลก โดนสะเทือนแค่ไหน

    หากศาลสูงสุดตัดสินว่าการตั้งภาษีผิดกฎหมาย จะส่งผลบวกอย่างมากต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ไปยังสหรัฐฯ อย่างจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เวียดนาม รวมถึงประเทศไทย เพราะจะทำให้ความกังวลเรื่องสงครามการค้าลดลง เศรษฐกิจโลกกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง และผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่เคยได้รับผลกระทบก็จะฟื้นตัว สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจมีบางอุตสาหกรรมที่เคยได้รับการปกป้องจากภาษีอย่างเช่น เหล็กและรถยนต์ได้รับผลกระทบในระยะสั้น แต่ภาพรวมการบริโภคและการลงทุนจะดีขึ้น

    • ตลาดตราสารหนี้ กรณีที่ศาลตัดสินว่าการตั้งภาษีผิดกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลต้องคืนภาษีที่เก็บไปแล้ว จะทำให้งบประมาณขาดดุลมากขึ้นและต้องออกพันธบัตรเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวสูงขึ้นได้ ในทางกลับกัน พันธบัตรระยะสั้นอาจได้ประโยชน์จากการที่อัตราเงินเฟ้อลดลง ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีโอกาสลดดอกเบี้ยได้
    • ค่าเงิน กรณีที่ศาลตัดสินว่าการตั้งภาษีผิดกฎหมาย ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลง จากการที่รัฐบาลขาดดุลมากขึ้นและ Fed อาจลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม หากผลตัดสินออกมาว่ารัฐบาลทำถูกต้อง สถานการณ์ทุกอย่างก็จะคงที่เหมือนในปัจจุบัน

    เปิดกลยุทธ์ลงทุนรับมือความไม่แน่นอนสูง

    ชาตรีให้คำแนะนำนักลงทุนว่า จากความไม่แน่นอนนี้ โอกาสที่ตลาดจะปรับฐานในระยะสั้นถือเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุน โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งมีโอกาสได้รับผลบวกมากกว่าตลาดพัฒนาแล้ว โดยนักลงทุนสามารถพิจารณาเข้าลงทุนในตลาดหุ้นได้ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ หรือ Emerging Market ก็ตาม

    เนื่องจากผลลัพธ์ของคดีนี้มีเพียง 2 อย่าง คือ สถานการณ์จะยังคงเป็นเหมือนปัจจุบัน หรือ สถานการณ์จะดีขึ้น ซึ่งหมายความว่าการลงทุนในตลาดหุ้นยังคงมีความน่าสนใจอยู่มาก

    อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการตัดสินของศาลสูงสุดอย่างใกล้ชิด เพราะหากผลออกมาในทางตรงกันข้าม การเงินการคลังของสหรัฐฯ อาจเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ และตลาดโลกอาจสั่นสะเทือนอีกครั้งอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง

    ภาพ: IAB Studio/Shutterstock

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/trump-tariff-us-court-ruling/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iIHUfTtaFcJhJYYV5aXmb

  • เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดัน กรุงศรี คาดครึ่งปีหลังเติบโตแค่ 1.3%

    เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดัน กรุงศรี คาดครึ่งปีหลังเติบโตแค่ 1.3%

    วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ และผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปี 2568 มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันทั้งปัจจัยภายนอกจากการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สู่อัตรา 19% ส่งผลให้ภาคการส่งออกสินค้าของไทยที่เคยเป็นแรงส่งหลักมีแนวโน้มหดตัว ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศมีความซับซ้อนและเปราะบางมากขึ้นจากความไม่แน่นอนทางการเมือง วิจัยกรุงศรีจึงประเมินว่าหากการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจยังมีความต่อเนื่องคาดทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะยังเติบโตได้ตามคาดการณ์เดิมที่ 2.1% โดยครึ่งปีหลังจะขยายตัวเพียง 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งชะลอลงจาก 3.0% ในช่วงครึ่งแรก โดยมีรายละเอียดของปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนี้

    (i) ภาคส่งออกสูญเสียแรงขับเคลื่อนการส่งออกที่เติบโตสูงในช่วงครึ่งแรกของปี (+15.0% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) มาจากการเร่งสะสมสินค้าล่วงหน้าก่อนที่สหรัฐฯจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้า นอกจากนี้เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มอ่อนแรงลงจะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศจึงคาดว่าการส่งออกของไทยทั้งปี 2568 จะขยายตัว 3.5%

    (ii) การลงทุนภาคเอกชนเผชิญความท้าทายที่เพิ่มขึ้นโดยทั้งปีคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะเติบโตในระดับต่ำที่ 0.9% แม้ยังพอมีปัจจัยบวกจากการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กของภาครัฐวงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท แต่การลงทุนภาคเอกชนยังเปราะบาง ท่ามกลางปัจจัยลบจากความกังวลเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมือง ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ล่าช้าและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

    (iii) ภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มหดตัวสาเหตุหลักมาจากการลดลงอย่างมากของนักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค วิจัยกรุงศรีจึงคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 จะลดเหลือ 34 ล้านคน จาก 35.5 ล้านคนในปี 2567

    (iv) การบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันเนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างและปัจจัยฉุดรั้งต่างๆ ทั้งผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ซบเซาท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ การบริโภคจึงมีแนวโน้มเติบโตต่ำ

    อัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1-2 ครั้ง ภายในไตรมาสแรกของปี 2569 จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปี 2568 มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.2% ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ 1-3% ช่วยเปิดทางให้กนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้

    ดร.พิมพ์นารา กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังปี 2568 มีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงและความผันผวนสูง จากทั้งผลกระทบภาษีสหรัฐและความเสี่ยงจากสถานการณ์การเมืองในกรณีฐานคาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจช่วงที่เหลือจะอยู่ในวงจำกัด ส่วนกรณีเลวร้าย หากพัฒนาการทางการเมืองมีผลกระทบต่อความต่อเนื่องและประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ รวมถึงการเจรจาทางการค้ากับประเทศสำคัญ เศรษฐกิจไทยอาจสูญเสียแรงส่งการฟื้นตัวและเผชิญความเสี่ยงที่จะขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ในกรณีฐานได้

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/912300&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Qb0JCf5lpSd4BYZlM9aec

  • ชาวชุมพรฝากความหวังถึงรัฐบาลใหม่ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ชายแดน-ยาเสพติด | เดลินิวส์

    ชาวชุมพรฝากความหวังถึงรัฐบาลใหม่ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ชายแดน-ยาเสพติด | เดลินิวส์

    ชาวชุมพรฝากความหวังถึงรัฐบาลใหม่ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ชายแดน-ยาเสพติด

    ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชุมพร ถึงความคาดหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่และนายกรัฐมนตรีที่จะเข้ามาบริหารประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5086347/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JlYvFqOf-bkd10tmteSUj

  • ธนาคารกรุงเทพ ยืนยันระบบขัดข้องไม่เกี่ยวกับการโจมตีไซเบอร์

    ธนาคารกรุงเทพ ยืนยันระบบขัดข้องไม่เกี่ยวกับการโจมตีไซเบอร์

    ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงกรณีระบบงานของธนาคารเกิดความขัดข้อง เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 1 กันยายน 2568 ระหว่างเวลา 21.06 – 23.00 น. ส่งผลให้รายการเคลื่อนไหวเงินฝากบางบัญชีไม่ถูกบันทึก และทำให้ยอดเงินแสดงผลไม่ถูกต้อง

    ธนาคารได้ดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้วเมื่อเวลา 15.30 น. วันอังคารที่ 2 กันยายน 2568 โดยปรับปรุงรายการภายใต้ชื่อ “รายการปรับปรุง (ADJ: Adjustment Item)” ในบัญชีของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ

    อย่างไรก็ตาม มีลูกค้าบางรายพบว่ายอดเงินคงเหลือติดลบ เนื่องจากมีการทำรายการใช้จ่ายเกินกว่ายอดเงินจริง ระหว่างเวลา 03.00 น. – 15.30 น. ของวันที่ 2 กันยายน ก่อนที่ธนาคารจะปรับปรุงระบบเสร็จสิ้น ซึ่งธนาคารได้แจ้งลูกค้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว

    ธนาคารกรุงเทพ ย้ำว่า เหตุขัดข้องครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ และได้ดำเนินการแก้ไขจนระบบกลับสู่ภาวะปกติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-bangkokbank&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19ecrgxKmLxYNM-dh2ZTOy

  • กรรมการหอการค้าสุโขทัยหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ | เดลินิวส์

    กรรมการหอการค้าสุโขทัยหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ | เดลินิวส์

    กรรมการหอการค้าสุโขทัยหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

    ภาคเอกชนในจังหวัดสุโขทัยและเครือข่ายผู้ประกอบการทุกระดับต่างมีความหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5086324/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iLOUpCe3cua346nUG_tYh

  • จาก ‘เด็กดื้อแห่งยุโรป’ อิตาลี ส่งไม้ต่อความปั่นป่วนให้ฝรั่งเศส หลังเศรษฐกิจ-การเมืองในประเทศวุ่นจัด

    จาก ‘เด็กดื้อแห่งยุโรป’ อิตาลี ส่งไม้ต่อความปั่นป่วนให้ฝรั่งเศส หลังเศรษฐกิจ-การเมืองในประเทศวุ่นจัด

    ฝรั่งเศสกำลังถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็น ‘อิตาลีคนใหม่’ ของยุโรป หลังจากหลายทศวรรษที่ผ่านมา อิตาลีถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่วันนี้ฝรั่งเศสกลับเผชิญความไม่แน่นอนมากกว่าเดิม

    ปัญหาหลักของฝรั่งเศสมาจากความขัดแย้งทางการเมืองและงบประมาณปี 2026 ที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ขณะที่การเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีบ่อยครั้งยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าฝรั่งเศสกำลังซ้ำรอยอิตาลีหรือไม่

    ข้อมูลจาก Nomura ระบุว่าหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสในปี 2024 อยู่ที่ 113% ของ GDP ขณะที่อิตาลีสูงกว่าที่ 135% แต่เมื่อตัดสินจากตัวเลขขาดดุลงบประมาณกลับตรงกันข้าม อิตาลีขาดดุลเพียง 3.4% ของ GDP ขณะที่ฝรั่งเศสสูงถึง 5.8% ทำให้สถานะการคลังของฝรั่งเศสถูกมองว่าเปราะบางกว่า

    นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส François Bayrou ได้เรียกประชุมโหวตไว้วางใจในวันที่ 8 กันยายน เพื่อผลักดันงบประมาณปี 2026 ที่มีมาตรการตัดลดรายจ่ายถึง 4.4 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์) เป้าหมายคือกดดันตัวเลขขาดดุลลงเหลือ 4.6% ภายในปี 2026 แม้ยังสูงเกินเกณฑ์ของสหภาพยุโรปที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3% ก็ตาม

    Bayrou ยอมรับว่า ตอนนี้ร้ายแรงและเร่งด่วน หากรัฐบาลของเขาพ่ายแพ้ในการโหวตครั้งนี้ก็จะเป็นการล่มสลายของรัฐบาลชุดใหม่ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี และฝรั่งเศสจะต้องหานายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ในรอบไม่ถึง 2 ปี โดยประธานาธิบดี Emmanuel Macron จะเป็นผู้แต่งตั้ง

    ความจริงแล้วอิตาลีเคยตกอยู่ในภาวะการเมืองวุ่นวายคล้ายกันมานานหลายสิบปี แต่ตั้งแต่ Giorgia Meloni เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2022 ประเทศก็เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น และกำลังค่อยๆ กู้สถานะทางการคลังกลับคืน ต่างจากฝรั่งเศสที่ยังหาทางออกไม่ได้

    ทั้งฝรั่งเศสและอิตาลีต่างถูกจัดอยู่ภายใต้กระบวนการ ‘Excessive Deficit Procedure’ ของคณะกรรมาธิการยุโรป ที่บังคับให้ประเทศสมาชิกต้องควบคุมหนี้สาธารณะไม่เกิน 60% ของ GDP และขาดดุลไม่เกิน 3% แต่ Nomura มองว่า อิตาลีมีทิศทางการปรับปรุงที่ชัดเจน ขณะที่ฝรั่งเศสยังไม่เห็นสัญญาณบวก

    สิ่งที่ทำให้ปัญหาซับซ้อนยิ่งขึ้นคือความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางกับพรรคฝ่ายค้านทั้งฝ่ายซ้าย (พันธมิตร New Popular Front) และฝ่ายขวา (พรรค National Rally) ที่ไม่ยอมสนับสนุนงบประมาณใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการตัดรายจ่าย การขึ้นภาษี หรือแม้แต่ข้อเสนอให้ ยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ 2 วัน ก็ถูกต่อต้านอย่างหนัก

    Nomura คาดว่าหากรัฐบาล Bayrou พังลงจริง งบประมาณปี 2025 จะถูกแช่แข็งไว้ ทำให้การขาดดุลในปี 2026 อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และทำให้ความยั่งยืนทางการคลังของฝรั่งเศสเป็นปัญหาหนัก

    Eurasia Group วิเคราะห์ว่าการโหวตครั้งนี้เป็นเดิมพันที่ Bayrou แทบไม่มีวันชนะ โดย Macron อาจเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่จากพันธมิตรสายกลางหรือขวากลาง เช่น รัฐมนตรีกลาโหม Sébastien Lecornu, รัฐมนตรียุติธรรม Gerald Darmanin หรือรัฐมนตรีการคลัง Eric Lombard

    ความไม่แน่นอนดังกล่าวได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 30 ปีพุ่งทะลุ 4.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 ก่อนจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพการเมืองและการคลัง

    ภาพ: Artindo/ Getty Images 

    อ้างอิง:

    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/italy-used-to-be-the-bad-boy-of-europe-now-its-france/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BqlUuaV29SWSHNfIpL-U4

  • เมื่อคอนเสิร์ตโตสวนทางเศรษฐกิจ ! เดอะมอลล์ ผุดบางกอกแลนด์รองรับ

    เมื่อคอนเสิร์ตโตสวนทางเศรษฐกิจ ! เดอะมอลล์ ผุดบางกอกแลนด์รองรับ

    เมื่อคอนเสิร์ตโตสวนทางเศรษฐกิจ ! เดอะมอลล์ ผุดบางกอกแลนด์รองรับ

    แม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัว แต่ตลาดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ในประเทศไทย กลับเติบโตอย่างคึกคัก จนกลายเป็นหนึ่งในเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่น่าจับตา โดยเฉพาะเมื่อ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์และศูนย์การค้าอย่าง เดอะมอลล์ และ บางกอกแลนด์ กำลังเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ เพื่อปั้น “Entertainment Complex” หรือศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจร เพื่อรองรับเม็ดเงินมหาศาลที่สะพัดอยู่ในธุรกิจนี้
     

    แบงค็อก อารีน่า: อนาคต Entertainment Hub แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ
     

    กลุ่มเดอะมอลล์กำลังจะสร้างนิยามใหม่ให้กับวงการค้าปลีกและการท่องเที่ยว ด้วยโปรเจกต์มิกซ์ยูสยักษ์ใหญ่ “Bangkok Mall” บนพื้นที่กว่า 78 ไร่ ย่านบางนา-ตราด ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท โดยไฮไลต์สำคัญคือ “Bangkok Arena” ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับ AEG บริษัทชั้นนำด้านความบันเทิงระดับโลก

    Bangkok Arena จะเป็นอารีน่าที่ทันสมัยและได้มาตรฐานระดับสากล สามารถรองรับผู้ชมได้ถึง 18,000 ที่นั่ง ออกแบบมาเพื่อรองรับการจัดงานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งคอนเสิร์ต งานกีฬา และอีเวนต์ขนาดใหญ่ โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในปี 2571 ซึ่งจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้รักความบันเทิง ทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการและพื้นที่โดยรอบอย่างมหาศาล
     

    บางกอกแลนด์: ต่อยอดความสำเร็จจาก IMPACT สู่ Entertainment City
     

    ในขณะที่เดอะมอลล์กำลังปักธงใหม่ บางกอกแลนด์ ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม IMPACT เมืองทองธานี ซึ่งเป็นเจ้าตลาดอยู่แล้ว ก็กำลังเดินหน้าเสริมแกร่งอย่างต่อเนื่อง พอลล์ กาญจนพาสน์ ซีอีโอของบริษัทฯ ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ผู้คนยอมจ่ายเงินเพื่อ “ซื้อประสบการณ์” มากกว่าการซื้อสินค้า ทำให้ตลาดคอนเสิร์ตยังคงเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง

    เพื่อรองรับดีมานด์ที่ล้นทะลัก บางกอกแลนด์จึงมีแผนลงทุนปรับปรุง IMPACT Arena ครั้งใหญ่ในรอบ 26 ปี ด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท เพื่อยกระดับให้เป็น Entertainment Destination ระดับโลก โดยมีแผนจะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2569 และแล้วเสร็จในอีก 18 เดือนข้างหน้า ซึ่งการปรับปรุงนี้จะไม่กระทบกับงานที่จัดอยู่เดิม เนื่องจากจะทยอยปิดปรับปรุงเป็นส่วนๆ

    นอกจากนี้ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า บางกอกแลนด์ยังเตรียมยึดคืนพื้นที่ ธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม จากการกีฬาแห่งประเทศไทยเมื่อหมดสัญญาเช่าในปี 2570 เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่จัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ ทั้งแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์ ซึ่งจะรองรับผู้ชมได้มากถึง 40,000-50,000 คน ซึ่งหากแผนการพัฒนาพื้นที่นี้สำเร็จ จะยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของ IMPACT ในฐานะ “Entertainment City” ที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

    การที่สองยักษ์ใหญ่เดินหน้าลงทุนพัฒนาพื้นที่ความบันเทิงครั้งใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ในประเทศไทย ที่ไม่เพียงแต่สร้างความสุขให้กับผู้คน แต่ยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ และในอนาคตอันใกล้ กรุงเทพฯ อาจกลายเป็นศูนย์กลางความบันเทิงระดับภูมิภาคที่สามารถดึงดูดศิลปินระดับโลก และเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/economy-business/378966479&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xk5MNbkh1ZiV2yQh_zWT5

  • รวบรัดดันร่างพ.ร.บ.ประมง ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

    รวบรัดดันร่างพ.ร.บ.ประมง ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/agriculture-53&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0p4MpVNwlpvS-kdAVU8DUD

  • ปักธงแดงเตือนแม่น้ำน่าน ล้นตลิ่งที่พิจิตร วางแนวป้องกันเขตเศรษฐกิจ

    ปักธงแดงเตือนแม่น้ำน่าน ล้นตลิ่งที่พิจิตร วางแนวป้องกันเขตเศรษฐกิจ

    กรมชลประทาน ปักธงแดงเตือนแม่น้ำน่าน ล้นตลิ่ง ที่ อ.บางมูลนาก พิจิตร นำเจ้าหน้าที่วางแนวกระสอบทราย ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ป้องกันเขตเศรษฐกิจ

    วันที่ 5 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำ ในแม่น้ำน่าน บริเวณเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก จ.พิจิตร ขึ้นสูงเข้าสู่ช่วงวิกฤติ เนื่องจากรับปริมาณมวลน้ำทางภาคเหนือก้อนใหญ่ไหลลงมาสมทบจำนวนมาก ทำให้แม่น้ำน่านมีปริมาณน้ำสูง กรมชลประทานได้ปักธงแดงเตือน

    ซึ่งบางพื้นที่ในเขตเทศบาลบางมูลนาก มีมวลน้ำไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและสวนผลไม้ของประชาชน แถวชุมชนชูเชิดน่านใต้ ในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก สูง 50 ซม. ส่วนย่านเศรษฐกิจตลาดบางมูลนากน้ำขึ้นสูงใกล้ล้นตลิ่ง 

    นายอรรณพ ตั้งกิติถาวร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบางมูลนาก ได้นำเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองบางมูลนาก ช่วยกันนำกระสอบทรายปิดท่อช่องน้ำทิ้งที่น้ำแม่น้ำไหลย้อนกลับเข้ามา พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำหลายตัว เพื่อสูบน้ำจากบ่อพักน้ำออกสู่คลองสาขา เพื่อให้ลงทุ่งพักน้ำป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจตลาดบางมูลนาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/north/2881051&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0z9Ec8k8nTX_T1LLsvPxih

  • เอกชนล็อกสเปคทีมเศรษฐกิจเน้นดี-เก่ง-มีประสบการณ์ กล้าตัดสินใจ

    เอกชนล็อกสเปคทีมเศรษฐกิจเน้นดี-เก่ง-มีประสบการณ์ กล้าตัดสินใจ

    เอกชนล็อกสเปคทีมเศรษฐกิจเน้นดี-เก่ง-มีประสบการณ์ กล้าตัดสินใจ

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลว่า ภาคเอกชนคงไม่สามารถตอบแทนภาคการเมืองได้ว่าความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะต้องอยู่ในกรอบเวลาเมื่อใด 

    แต่สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายควรเร่งหาทางออกให้ประเทศเดินหน้าได้โดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นใจทางเศรษฐกิจ

    ขณะนี้แม้จะมีการหารือและการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างพรรคการเมืองเพื่อเสนอชื่อผู้เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ยังมีเงื่อนไขทางการเมืองหลายด้านที่ไม่สามารถตอบแทนได้ 

    เอกชนล็อกสเปคทีมเศรษฐกิจเน้นดี-เก่ง-มีประสบการณ์ กล้าตัดสินใจ

    อย่างไรก็ดี จุดยืนของภาคเอกชนคือ ต้องการเห็นการเมืองมีเสถียรภาพโดยเร็ว เพื่อให้รัฐบาลใหม่สามารถเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ทันเวลา

    หากถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลอาจทำให้นโยบายดี ๆ ทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้นั้น ยอมรับว่าเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเสมอในอดีต เนื่องจากนโยบายขาดความต่อเนื่องเมื่อรัฐบาลเปลี่ยน จึงย้ำเสมอว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมี เสถียรภาพทางการเมือง เพื่อให้นโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้สำเร็จ

    สำหรับคุณสมบัติคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในรัฐบาลชุดใหม่ ขอแค่แต่ละท่านต้องเป็น คนดี คนเก่ง มีประสบการณ์ กล้าตัดสินใจ และทำงานได้รวดเร็ว เนื่องจากวันนี้โลกเผชิญการแข่งขันสูงและมีปัญหาเชิงโครงสร้างด้านเศรษฐกิจหลายด้าน 

    หากไม่มีผู้นำเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ประเทศจะเสียโอกาสในการฟื้นตัว และรับมือกับการแข่งขันในระดับโลกยาก 

    และนี่คือวิกฤติที่ทุกฝ่ายต้องมีสติและร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชน เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจและทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/638013&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VosaZYQxqL9ereFQDPecu