Category: เศรษฐกิจ

  • สุดารัตน์ ประกาศความพร้อมเลือกตั้ง ลุยร้อยเอ็ด ชูนโยบายเศรษฐกิจ-บำนาญประชาชน

    สุดารัตน์ ประกาศความพร้อมเลือกตั้ง ลุยร้อยเอ็ด ชูนโยบายเศรษฐกิจ-บำนาญประชาชน

    วานนี้ (6 กันยายน) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย ชัชวาล แพทยาไทย เลขาธิการพรรค และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเวทีใหญ่พบปะประชาชนในหลายอำเภอ โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่าพันคน เพื่อรับฟังปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจชุมชน และราคาพืชผลทางการเกษตร

    บนเวที คุณหญิงสุดารัตน์ประกาศความพร้อมเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ พร้อมขับเคลื่อนนโยบายหลักเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เช่น กองทุนเครดิตประชาชนเพื่อปลดหนี้นอกระบบและเพิ่มทุนประกอบอาชีพ บำนาญประชาชน 3,000 บาทต่อเดือน การปลดล็อกกฎหมายกว่า 1,400 ฉบับที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ค้ารายเล็กและ SMEs รวมถึงการยกระดับราคาพืชผลและปศุสัตว์อย่างยั่งยืน

    พรรคไทยสร้างไทยยังประกาศย้ำจุดยืน “การเมืองสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้” พร้อมล้างการทุจริตให้สิ้นซาก ควบคู่กับการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกตั้ง 100% แก้ไขตั้งแต่หมวด 3 เป็นต้นไป ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 พร้อมบัญญัติห้ามนิรโทษกรรมรัฐประหารและตัดวงจรซื้อเสียง-งูเห่า

    คุณหญิงสุดารัตน์ทิ้งท้ายว่า ประชาชนต้องการ “การเมืองที่จริงใจกับประชาชน” และพรรคไทยสร้างไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นคำตอบของความหวังครั้งใหม่ในการเลือกตั้ง

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/sudarat-election-roi-et/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0i5reF8dXvDaDzLCiaAPcf

  • เบื้องลึก ‘อนุทิน’ เลือก ‘เอกนิติ’ นั่ง รมว.คลัง ดันนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน

    เบื้องลึก ‘อนุทิน’ เลือก ‘เอกนิติ’ นั่ง รมว.คลัง ดันนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน

    เศรษฐกิจ

    เบื้องลึก ‘อนุทิน’ เลือก ‘เอกนิติ’ นั่ง รมว.คลัง ดันนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน

    07 ก.ย. 2025 เวลา 7:01 น.

    เปิดเบื้องลึก เหตุผล “อนุทิน” ทาบทาม “เอกนิติ” นั่ง รมว.คลัง เหมาะสมเคลื่อนนโยบายการคลังเร่งด่วน เจ้าตัวตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต มอบหมายงานเริ่มคิดนโยบายกระตุ้นศก.

    ทุกครั้งที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หรือการปรับคณะรัฐมนตรีของทุกรัฐบาล ตำแหน่งหนึ่งที่ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษก็คือตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ที่ถือเป็นตำแหน่งสำคัญของทุกรัฐบาลที่จะมีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะนโยบายการคลังเพื่อทำให้เป้าหมายในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐบาลประสบผลสำเร็จ

    ในการตั้งรัฐบาลล่าสุดที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ได้มีการเตรียมความพร้อมในการฟอร์ม “ครม. อนุทิน1” มาล่วงหน้าก่อนที่จะมีวันโหวตนายกรัฐมนตรีในสภา โดยเฉพาะในตำแหน่งในด้านเศรษฐกิจ และต่างประเทศที่นายอนุทินมองว่าต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยมีการกำหนดคุณสมบัติว่าต้องได้คนที่เป็นมืออาชีพ ได้รับความยอมรับสูง และสามารถทำงานได้ทันทีเพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของรัฐบาลที่จะต้องยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังจากมีการประกาศนโยบายต่อสภา

    ในส่วนของตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยระบุว่าในเบื้องต้นพรรคได้มีการทาบทามบุคคลที่ได้รับการยอมรับสูงทั้งใน และต่างประเทศในแวดวงเศรษฐศาสตร์ และการเงินโดยได้มีการติดต่อไปยังนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะหมดวาระในวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยติดต่อผ่านบุคคลที่ทำงานร่วมกับนายเศรษฐพุฒิมาก่อน อย่างไรก็ตามนายเศรษฐพุฒิได้ตอบปฏิเสธ

    ขณะที่อีกชื่อหนึ่งที่ได้มีการทาบทามเช่นกันคือนายวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการ ธปท.อีกคนหนึ่งแต่ก็ได้รับการปฏิเสธเช่นกัน

    ในระหว่างนี้ได้มีการทาบทามไปยังนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังเคยผ่านงานมาหลายกรม และมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับภาคเอกชนในหลายองค์กรที่อยู่ในบริษัทจดทะเบียน ประกอบกับหากจะทำนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน ผ่านนโยบายทางการคลัง นายเอกนิตินั้นมีความเข้าใจในกลไกของเครื่องมือทางการคลังเป็นอย่างดี สามารถประสานงานร่วมกับข้าราชการในกระทรวงการคลังได้ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นอย่างมากเนื่องจากระยะเวลาในการทำงานมีไม่มากนัก

    โดยภายหลังจากที่ได้มีการทาบทามแล้วนายเอกนิติได้ขอใช้เวลาในการคิดอยู่ 2-3 วันก่อนที่จะตอบตกลงมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในที่สุด

    นายอนุทิน กล่าวถึงการทาบทามนายเอกนิติมาร่วม ครม.ในรัฐบาล “อนุทิน1”  ว่า “อธิบดีเอกนิติ” นั้นมีอายุราชการเหลืออีกถึง 6 ปี มีความรู้ความสามารถ มีอนาคตในทางราชการ สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้ แต่ก็เสียสละ ที่จะเข้ามาทำงาน เราเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องประเทศชาติ เรื่องพี่น้องประชาชนมีความสำคัญ โดยคุณสมบัติความรู้ความสามารถขณะนี้ ต่อให้พ้นวาระนี้ไป คงจะมีเส้นทางในอาชีพของท่านได้มากมาย

    “ท่านขอเวลาคิด 2-3 คืน ก็ตัดสินใจมาร่วมทำงาน ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ท่านตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยมุ่งมั่นถึง ประเทศของเรา และพี่น้องประชาชน”

    ในส่วนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นนายอนุทินได้ระบุว่าทั้งในระดับจุลภาคและมหภาคจะต้องมีแน่นอน โดยว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัฐบาล อยู่ในกระทรวงการคลังมาโดยตลอด มีประสบการณ์ การทำงาน ทั้งต่างประเทศและในประเทศ เป็นอธิบดีมาหลายกรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมธนารักษ์ มีความรู้ความสามารถ ที่จะประสานงานกับฝ่ายประจำ ทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีปัญหา

    เช่นเดียวกับนโยบายคนละครึ่งโฉมใหม่นายอนุทินก็บอกว่าได้มอบหมายให้ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเร่งพิจารณา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็จะได้ดำเนินการต่อไปเพราะเวลาเรามีน้อย มีไม่มาก

    ..ต้องจับตาดูว่าภายใต้ความคาดหวังทางเศรษฐกิจที่สังคมมีต่อรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน และนโยบายเศรษฐกิจที่มีนายเอกนิติลูกหม้อกระทรวงการคลังเข้ามาขับเคลื่อน จะแก้ปัญหาระยะสั้น โดนใจประชาชนมากแค่ไหน

    อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเวลาจะเป็นคำตอบว่าในตำแหน่งนี้นายอนุทิน “Put the right man on the right job” หรือไม่?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1197681&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw328yZM2uLtGm3btUH3hpC_

  • หนี้ SME ไตรมาส1/68 แย่กว่าหลังโควิด แนะปรับ “โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่”

    หนี้ SME ไตรมาส1/68 แย่กว่าหลังโควิด แนะปรับ “โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่”

    แนะสถาบันการเงินควรแก้หนี้ก่อนเป็น NPL สร้างความยั่งยืนด้วยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มขีดความสามารถสร้างรายได้ให้ธุรกิจ

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมหนี้ด้อยคุณภาพของบัญชีธุรกิจในฐานข้อมูลเครดิตบูโร ไตรมาส 1/2568 แม้จะเริ่มทรงตัว แต่ประเด็นสำคัญที่พบคือ การย้ำทิศทางที่แย่กว่าหลังโควิด โดยธุรกิจยิ่งมีขนาดเล็ก ปัญหาคุณภาพหนี้ยิ่งมีความรุนแรง่วขึ้น ขณะที่ เริ่มมีสัญญาณปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพ ขยายวงกว้างขึ้น จากกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก ขยับขึ้นมาที่ธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจที่พักแรม ค้าส่งค้าปลีก ก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์

    จากการวิเคราะห์พฤติกรรมการชำระหนี้ พบว่า การปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกของสถาบันการเงินเจ้าหนี้ มีประสิทธิผลในการช่วยชะลอปัญหาหนี้เสียได้ในกลุ่มหนี้ที่ยังมีวันค้างชำระไม่มาก แต่หากค้างชำระนานจนถูกจัดชั้น NPL แล้ว โอกาสกลับมาสู่ชั้นหนี้ดีขึ้นจะมีไม่ถึง 10%

    ดังนั้น การป้องกันปัญหาหนี้เสียในภาวะที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง จึงควรเน้นช่วงก่อนการเป็น NPL มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ท้ายสุด การแก้หนี้อย่าง ‘ยั่งยืน’ ต้องอาศัยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้ให้ธุรกิจ

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า จากข้อมูลระบบธนาคารพาณิชย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในไตรมาส 2/2568 สะท้อนว่า สัดส่วน NPL หรือ Stage 3 ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.83% จาก 2.81% ในไตรมาส 1/2568  โดย NPL ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ยังคงมาจากสินเชื่อธุรกิจ SMEs (7.79%) 

    ขณะที่ NPL ของสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ค่อนข้างทรงตัว (1.01%) ส่วน NPL ของสินเชื่อรายย่อยนั้น แม้จะลดลงบ้างในไตรมาส 2/2568 แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย (4.07%) สินเชื่อบัตรเครดิต (3.92%) สินเชื่อบุคคล (2.76%) และสินเชื่อเช่าซื้อ (2.06%)  

    สินเชื่อ Stage 2 หรือสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต ปรับตัวเพิ่มขึ้น มาที่ 6.80% ต่อสินเชื่อรวมในไตรมาส 2/2568 จากไตรมาสแรกที่ 6.73% แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า สินเชื่อ Stage 2 ของพอร์ตสินเชื่อธุรกิจ SMEs ปรับตัวลงเล็กน้อย ซึ่งสถานการณ์ด้อยคุณภาพของหนี้ SMEs ที่มีทิศทางดีขึ้นดังกล่าว คาดว่าจะเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างหนี้ตามเกณฑ์ Responsible Lending (RL)  และโครงการแก้หนี้ต่าง ๆ ของทางการและธนาคารพาณิชย์ อาทิ โครงการคุณสู้เราช่วย เป็นต้น

    สินเชื่อธุรกิจยิ่งมีขนาดเล็ก ปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ยิ่งชัด

    รายงานฉบับนี้ จัดแบ่งสินเชื่อธุรกิจออกเป็น 5 กลุ่ม ตามขนาดยอดคงค้างสินเชื่อ ได้แก่ 

    1) สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ มียอดคงค้างสินเชื่อมากกว่า 500 ล้านบาท

    2) สินเชื่อธุรกิจขนาดกลาง มียอดคงค้างสินเชื่อมากกว่า 100-500 ล้านบาท

    3) สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก มียอดคงค้างสินเชื่อมากกว่า 20-100 ล้านบาท

    4) สินเชื่อธุรกิจขนาดไมโคร มียอดคงค้างสินเชื่อมากกว่า 5-20 ล้านบาท

    5) สินเชื่อธุรกิจขนาดซุปเปอร์ไมโคร มียอดคงค้างสินเชื่อไม่เกิน 5 ล้านบาท

    การศึกษาพบว่า ธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็กลงมา มีปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพมากที่สุด โดยธุรกิจกลุ่มซุปเปอร์ไมโครมีสัดส่วนหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือ NPL ในสัดส่วน 14.81% ตามมาด้วยกลุ่มไมโคร (12.11%) กลุ่มขนาดเล็ก (9.75%) กลุ่มขนาดกลาง 6.51% และกลุ่มขนาดใหญ่ 1.37% นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า สถานการณ์ NPL ของธุรกิจขนาดซุปเปอร์ไมโคร ไมโคร และขนาดเล็ก มีทิศทางที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างชัดเจนติดต่อกันมาแล้วหลายไตรมาสอีกด้วย 
            
    SMEs กระทบหนัก ลามถึงธุรกิจใหญ่

    SMEs มีการถดถอยของคุณภาพหนี้ติดต่อกันหลายไตรมาส ซึ่งครอบคลุมทั้งธุรกิจที่พึ่งพากำลังซื้อจากต่างประเทศและในประเทศ อย่างเช่นธุรกิจภาคการผลิตและที่พักแรม และธุรกิจที่พึ่งพากำลังซื้อจากในประเทศเป็นหลัก อย่างเช่น ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ 

    จุดที่น่าห่วงคือ การขยายวงของปัญหาการด้อยลงของคุณภาพหนี้ได้ลามมาที่ลูกค้าขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกรณีของสินเชื่อธุรกิจที่พักแรม ขณะที่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกจะเห็นปัญหาชัดขึ้นที่ลูกค้าขนาดกลาง ส่วนธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์นั้น ปัญหาสะท้อนออกมาในกลุ่มลูกค้าขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งอาจหมายความถึงผลพวงจากปัญหาเศรษฐกิจที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ 

    แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังอาจชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี เพราะขาดแรงส่งในภาคการผลิตและการส่งออก หลังจากได้รับแรงหนุนไปมากแล้วจากประเด็น Front Loading ในช่วงก่อนการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้า (Tariffs) ของสหรัฐฯ  

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ภาคการส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบชัดเจนขึ้นจาก Tariffs ของสหรัฐฯ จนมีโอกาสหดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ดังนั้น จึงมีโอกาสสูงที่จะเริ่มเห็นสัญญาณการถดถอยของคุณภาพหนี้ที่ชัดเจนขึ้นของภาคการผลิต รวมถึงภาคธุรกิจหลักอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน โดยต้องติดตามว่า ปัญหาคุณภาพหนี้จะขยายวงกว้างมาสู่ธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่

    สำหรับประเทศไทย เศรษฐกิจที่จะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพต่อจากนี้ไป ย่อมหมายถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจระยะยาว ไม่เช่นนั้น ตัวเลขคุณภาพนี้ที่เป็นตัวแปรตามที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจ (Lagging Indicators) ก็จะยิ่งถดถอยลงในอนาคต ซ้ำเติมปัญหาวิกฤตกับดักการพัฒนาประเทศที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน อย่างยากจะหลีกเลี่ยง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/729971&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KVNIn9HDFEJpT0q08fpJI

  • “อนุทิน” โชว์ตัวว่าที่ รมต.ทีมเศรษฐกิจ ล้อมวงกินเค้กส้ม

    “อนุทิน” โชว์ตัวว่าที่ รมต.ทีมเศรษฐกิจ ล้อมวงกินเค้กส้ม

    พรรคภูมิใจไทย 6 ก.ย.- “อนุทิน” โชว์ตัว ว่าที่ 3 รมต.ทีมเศรษฐกิจป้ายแดง ล้อมวงกินเค้กส้ม “เอกนิติ” นั่งขุนคลัง เตรียมนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้ปล่อยฟื้นคนละครึ่งกระแสเต็มฟีด ขณะ “สีหศักดิ์” เตรียมนั่ง รมว.กต. มั่นใจชื่อนี้นานาชาติยอมรับ รับเผือกร้อนแก้ปมชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะ “อรรถพล” อดีต CEO ปตท. นั่ง รมว.พลังงาน ทำงานได้เลยไม่ต้องรำมวย ยอมรับเก้าอี้กลาโหม ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ ปัดตอบชิงดำ “บิ๊กป้อม-ธรรมนัส”

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีต ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดื่มกาแฟร่วมกันที่ร้านจานิสตาร์ ชั้น 1 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ภายหลังหารือร่วมกันที่บริเวณชั้นบน

    ทั้งนี้ คาดว่านายสีหศักดิ์ ถูกทาบทาม ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขณะที่นายเอกนิติ คาดว่า จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้านนายสันติ คาดว่าจะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

    ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ตามมาสมทบในภายหลัง โดยคาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    นายอนุทิน ได้แนะนำตัวแต่ละคนให้สื่อมวลชน พร้อมระบุถึงว่าที่ตำแหน่งที่ชัดเจน อย่างนายสีหศักดิ์ จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมระบุว่าเลือกจากความสามารถ ประสบการณ์ความทุ่มเทเสียสละ ซึ่งเมื่อทั้งหมดตอบรับชัดเจนก็ไม่ต้องมาคอยคาดการณ์ว่าใครจะดำรงตำแหน่งอยู่ตรงไหน เดี๋ยวจะทำงานกันไม่สะดวกเพราะเวลาเรามีน้อย ก็จะเริ่มเตรียมงานและประสานงานกันไว้ก่อน หลีงเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็จะได้ทำงานได้เลย

    นายอนุทินยังยืนยันว่า รัฐมนตรีในสัดส่วนคนนอกยังมีอีก หลังจากนี้ก็จะทยอยแนะนำให้พี่น้องประชาชนรับทราบ ที่แน่แล้วคือกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ

    เมื่อถามความคาดหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากกระทรวงการคลังในระยะสั้น นายอนุทินกล่าวว่าทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยู่ในกระทรวงการคลังมาโดยตลอด มีประสบการณ์การทำงานทั้งต่างประเทศและในประเทศ เป็นอธิบดีมาหลายกรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมธนารักษ์ ท่านมีความรู้ความสามารถ ที่จะประสานงานกับฝ่ายประจำ ทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีปัญหา

    ส่วนการฟื้นโครงการคนละครึ่ง นายอนุทินระบุว่าทุกอย่างเป็นไปได้หมด ถ้าเป็นประโยชน์และเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน วันนี้ก็ดูเต็มฟีด ก็จะเร่งมอบหมายให้ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเร่งพิจารณา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็จะได้ดำเนินการต่อไปเพราะเวลาเรามีน้อย ไม่มาก

    ส่วนจะมีการสานต่อจาก Application เดิมหรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่าอะไรที่ดี ก็จะทำต่อ เราไม่มีเข้ามาแล้วบอกว่าอันนี้ไม่ใช่ของเรา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลของผมจะไม่ทำ

    ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ข้อพิพาทไทยกัมพูชาแก้ไข MOU 43 และ 44 นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าพูดถึงชื่อสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เชื่อว่าทุกคน ที่อยู่ในวงการการทูตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจ น่าจะมีความพึงพอใจและมั่นใจ รัฐบาลนี้เข้ามา ท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะฉะนั้น ต้องนำ ผู้ที่มีประสบการณ์ ต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

    ส่วนรัฐมนตรีมั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญ ต้องวางพื้นฐานให้เป็นระยะยาว ส่วนมองว่าเป็นเผือกร้อนหรือไม่ยืนยันว่า ทุกอย่างต้องให้ความสำคัญ

    นายอนุทิน ยังยอมรับว่ากว่า ว่าที่รัฐมนตรีโควตาคนนอกจะตอบรับตนใช้เวลาหลายวันหลายคืน เพราะอธิบดีเอกนิติมีอายุราชการเหลืออีก 6 ปี ซึ่งความรู้ความสามารถยังมีอนาคตในทางราชการ สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้อีก แต่ท่านก็เสียสละ เราเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องประเทศชาติ เรื่องพี่น้องประชาชนมีความสำคัญ ซึ่งคุณสมบัติความรู้ความสามารถของท่านขณะนี้ต่อให้พ้นวาระนี้ไป คงจะมีเส้นทางในอาชีพของท่านได้มากมาย ซึ่งท่านขอเวลาคิด 2-3 คืน ก็ตัดสินใจมาร่วมทำงาน ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ท่านตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยมุ่งมั่นถึง ประเทศของเรา และพี่น้องประชาชน

    นายอนุทินยืนยันว่าหน้าตา ครม. ไม่ขี้เหร่แน่นอน ต้องเป็นครม. ที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย สโลแกนทำวันนี้เสร็จเมื่อวานของตนก็ยัง ถือว่าเป็นแนวทางการทำงานของพวกเราอยู่

    ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลจะให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าจะทำให้เร็วที่สุด และคอยคิดถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ทางการเมือง และเรื่องทางการเมืองตนคิดว่ามีความชัดเจนแล้ว อีก 4 เดือนก็ต้องยุบสภา ดังนั้นต้องทำทุกอย่างภายในอีก 4 เดือนให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้าและการแก้ปัญหาให้มากที่สุด

    เมื่อถามว่ามีโครงการใดที่ครม.ชุดใหม่ ต้องการทำเพิ่มอีกบ้างนายอนุทินกล่าวว่าให้ใจเย็นๆ ให้รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายในแต่ละกระทรวง มีอำนาจเต็มที่ในการกำหนดนโยบาย ด้วยความรวดเร็วโดยไม่ต้องรอว่าหัวหน้ารัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ ซึ่งจะมาพูดว่าเดี๋ยวจะขัดกับพรรคโน้นพรรคนี้หรือไม่ ตนรับรองว่าไม่มี เราจะเอาประสบการณ์ที่มี ของรัฐบาล 2-3 ชุดที่ผ่านมา ที่เห็นจุดอ่อนของการมีปัญหาและไม่ทำงาน ที่กังวลเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบกัน

    ทั้งนี้ ระหว่างที่นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนนายอรรถพล ได้เดินเข้ามาสมทบ ทำให้นายอนุทิน พูดขึ้นมาว่า ท่านมาแล้วความลับแตกหมดเลย ก่อนจะหัวเราะ จากนั้นนายอรรถพลก็ได้แนะนำตัวเอง ตำแหน่งที่เคยเป็นอดีต CEO ของ ปตท. ก่อนที่นายอนุทินจะแซวขึ้นมาว่าไม่ได้เอามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอย่างแน่นอน

    ส่วนเหตุผลที่ทาบทามนายอรรถพลนั้น นายอนุทินกล่าวว่า อย่างที่ตนบอกว่าเป็นรัฐบาลที่มีภารกิจแน่นอน เราต้องได้ผู้ที่เข้ามาแล้ว ทำงานได้เลย ไม่ต้องมาเรียนรู้งาน แต่ละท่าน ที่เข้ามาก็ล้วนแต่เป็นผู้บริหารสูงสุด ในองค์กรที่ท่านกำลังจะเข้าไปรับผิดชอบ ดังนั้นจะเป็นการสร้างความมั่นใจว่า เราจะสามารถเดินหน้าได้ดี ไม่ต้องรำมวย

    เมื่อถามว่ากระทรวงกลาโหมควรจะเป็นทหารเข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการประจำกระทรวงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องการให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ

    ส่วนกระแสข่าวที่จะเป็นร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แข่งกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นั้น นายอนุทินกล่าวว่าหากตรงไหนมีความชัดเจน ก็จะพามาเปิดตัวเช่นนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชน รับทราบโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้นการที่ยังไม่พาคนอื่นมา แสดงว่ายังไม่แล้วเสร็จ หรือมีคำถามที่จะต้องเคลียร์กันก่อน

    ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้ จำเป็นจะต้องเป็นพลเอกประวิตรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าอย่าถามแบบนี้ อะไรที่ตอบได้ก็ตอบ เพราะสไตล์การทำงานของตนไม่ต้องการให้ประชาชน มาคาดการณ์ใดๆ ถ้ามีความชัดเจนแล้ว ก็จะนำมาแนะนำตัว ต่อพี่น้องประชาชนทุกคน ให้รับรู้ รับทราบ ว่ารัฐบาลจะเป็นไปในทางใด พยายามจะทำงานให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ให้ทำเหมือนว่ามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศร่วมกัน ฝ่ายการเมืองอย่างพวกเราฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว

    เมื่อถามว่าภาพของ ครม.อนุทิน จะออกมาเป็นแบบใด นายอนุทินกล่าวว่า เป็นภาพมืออาชีพที่ทำงาน ผู้ที่ร่วมทำงานทุกคนมีความเป็นพี่น้องสมัครสมาน สามัคคี เพราะตนเป็นสมาชิก ใน 36 คนมาหลายสมัย มีความรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวแทบจะไม่เลย คุยแต่เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เคยมีการตัดสินใจร่วมกันเลย ภาพแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น ในรัฐบาลของตนแน่นอน เนื่องจากทุกคนจะต้องเข้าใจเป้า หมายเดียวกันและเข้าใจภารกิจที่เรามีอย่างจำเพาะ ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่พรรคนี้เสนอ พรรคนี้ค้าน หัวหน้ารัฐบาลไม่ใช่มองว่าอันนี้ไม่เกิดประโยชน์กับพรรคตนเองก็ให้เรื่องช้าหน่อย สิ่งเหล่านี้จะไม่มี

    ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม ถึงตำแหน่งของนายสันติที่จะมานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทินรีบปัดตอบว่าฝ่ายการเมืองเดี๋ยวมาพูดคุยกัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าชื่อรัฐมนตรีป้ายแดงทั้ง 4 คนได้นั่งพูดคุยกับนายอนุทิน ด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง และมีการเสิร์ฟเมนูเค้กส้ม -สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/politics-1582165&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18je9hqV2hsT8XAsimN-A_

  • ฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ปลุกเศรษฐกิจฐานราก

    ฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ปลุกเศรษฐกิจฐานราก

    ฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ปลุกเศรษฐกิจฐานราก


    7/09/2568 | 49 |

    จากกรณีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสข่าว เรื่องการฟื้นโครงการคนละครึ่งในรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงทีมงานด้านนโยบาย มีการพูดถึงมาตรการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น หนึ่งในนั้น คือโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ได้รับการพิจารณา แต่หากนำกลับมาใช้ก็อาจไม่ใช่รูปแบบเดิมทั้งหมด อาจมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้ครอบคลุมและตอบโจทย์มากขึ้น

    NBT Connext จะพาทุกคน ย้อนรอยทวนความทรงจำกับนโยบายโครงการคนละครึ่งกันอีกครั้ง

    โครงการ “คนละครึ่ง” เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 2563 โดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในระดับร้านค้ารายย่อยและผู้ประกอบการท้องถิ่น ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบ

    สำหรับการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งจะมีด้วยกัน 2 ส่วน คือ การลงทะเบียนรับสิทธิสำหรับประชาชน และสำหรับร้านค้า โดยรัฐบาลได้เข้ามาดำเนินการอุดหนุนการจับจ่ายใช้สอยในส่วนของประชาชนที่ได้รับสิทธิในโครงการคนละครึ่งและให้ร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ซึ่งลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์คนละครึ่ง โดยรัฐจะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่งของมูลค่าสินค้า ในขณะที่ผู้ได้รับสิทธิจะต้องจ่ายเพิ่มอีกครึ่งหนึ่งของมูลค่าสินค้า โดยผู้เข้าร่วมโครงการที่มีคุณสมบัติตามที่รัฐบาลกำหนดจะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ คือ

    1) มีบัตรประจำตัวประชาชน และมีสัญชาติไทย

    2) มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

    3) ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้

    รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิโครงการคนละครึ่งได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง .com/ และลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า “เป๋าตัง” จากนั้นประชาชนสามารถใช้สิทธิร่วมจ่ายกับภาครัฐแบบ 50:50 โดยรัฐช่วยออกค่าใช้จ่ายไม่เกินวันละ 150 บาท และวงเงินรวมสูงสุดไม่เกิน 3,000–3,500 บาท ขึ้นอยู่กับแต่ละเฟสของโครงการ ขณะที่ร้านค้าที่เข้าร่วมจะต้องสมัครผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ของธนาคารกรุงไทย

    แต่ก็มีขอบเขตการใช้จ่าย คือ สิทธิในโครงการครอบคลุมการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป อาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งบริการบางประเภท เช่น ร้านทำผม ร้านนวด แต่ไม่ครอบคลุมสินค้าต้องห้าม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และสลากกินแบ่งรัฐบาล

    การดำเนินงานแต่ละเฟส ตลอดช่วงปี 2563–2565 โครงการนี้ถูกขยายผลออกมาแล้วทั้งหมด 5 เฟส

    เฟส 1 (ต.ค.–ธ.ค. 2563) รัฐสนับสนุนวงเงิน 3,000 บาท มีผู้ใช้สิทธิ 10 ล้านคน

    เฟส 2 (ม.ค.–มี.ค. 2564) เพิ่มวงเงินเป็น 3,500 บาท และขยายสิทธิเป็น 15 ล้านคน

    เฟส 3 (ก.ค.–ธ.ค. 2564) ขยายสิทธิเป็นกว่า 31 ล้านคน พร้อมเพิ่มวงเงินตามสถานการณ์

    เฟส 4 (ก.พ.–เม.ย. 2565) สนับสนุนเพิ่มอีก 1,200 บาทต่อคน

    เฟส 5 (ก.ย.–ต.ค. 2565) เพิ่มอีก 800 บาทต่อคน ก่อนสิ้นสุดโครงการ

    สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า โครงการนี้มีส่วนช่วยให้กำลังซื้อภายในประเทศฟื้นตัว และช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 ได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังสร้างความคึกคักให้กับร้านค้าขนาดเล็กทั่วประเทศอีกด้วย

    แม้โครงการ “คนละครึ่ง” จะสิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2565 แต่ในปี 2568 รัฐบาลนายอนุทิน ได้มีการหยิบยกมาตรการโครงการคนละครึ่งขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง โดยมีแนวคิดปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้า NBT connext จะมาอัปเดตข้อมูลกันให้ทราบต่อไป


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/421480&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3h-yJWjZnbGzgV1BVXpmcJ

  • รัฐบาลใหม่ เตรียมฟื้น “คนละครึ่ง” ปลุกเศรษฐกิจรายย่อย : News Hour Weekend 06-09-68

    รัฐบาลใหม่ เตรียมฟื้น “คนละครึ่ง” ปลุกเศรษฐกิจรายย่อย : News Hour Weekend 06-09-68

    เผยแพร่:

    รัฐบาลใหม่ เตรียมฟื้น “คนละครึ่ง” ปลุกเศรษฐกิจรายย่อย : News Hour Weekend 06-09-68 Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/nNE6cQAlMDI&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3K1ZUo1ydhzeHaJg6uehhh

  • คาดหวังนายกฯใหม่ “อนุทิน”  เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะ “โครงการคนละครึ่ง” 

    คาดหวังนายกฯใหม่ “อนุทิน”  เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะ “โครงการคนละครึ่ง” 

    การเมือง

    คาดหวังนายกฯใหม่ “อนุทิน”  เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะ “โครงการคนละครึ่ง” 

    วันเสาร์ ที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.19 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568  นายสรเทพ โรจน์พจนารัช สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลประเทศไทย จากที่ผ่านมาทางชมรมได้เรียกร้องรัฐบาลชุดก่อนหน้ามาโดยตลอด 2 ปี ให้เร่งออกมาตราการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ โดยเฉพาะ ให้ช่วยทำโครงการคนละครึ่งแต่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆจน ณ วันนี้เศรษฐกิจรากหญ้าเน่ากันหมดแล้ว  โครงการคนละครึ่งจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้เกือบทั้งระบบ ทั้งพ่อค้าแม่ขายร้านระดับล่างข้างทางไปจนถึงร้านระดับ SMEs ที่สำคัญยังช่วยลดค่าใช้จ่ายอาหารให้กับพนักงานที่ทำงานออฟฟิศและบุคคลทั่วไปที่ทำงานเงินเดือนไม่สูงด้วย 

    โครงการคนละครึ่งจะสามารถเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กและข้างทางได้อย่างน้อย  1.8 – 2.5 เท่าจากครั้งที่แล้วที่เคยออกมา และยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละวันของประชาชนทั่วไปได้อย่างน้อย 15-20% และยังกระจายไปสู่ห่วงโซ่ซัพพลายที่มาต่อธุรกิจร้านอาหารอีกทางด้วยไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ขายในตลาดสดจนไปถึงภาคเกษตกร

    หวังว่านายกท่านใหม่ นายอนุทินจะเร่งทำในทันทีหลังจากเข้ารับตำแหน่ง เพราะท่านทราบดีอยู่แล้วว่าโครงการคนละครึ่งจะช่วยเหลือธุรกิจรากหญ้าได้เป็นอย่างดีจากการที่ท่านเคยร่วมอยู่ในรัฐบาลที่เคยทำและอนุมัติโครงการนี้มาก่อน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/445446&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00qRJIueIewk4qzLvogTit

  • ส่องนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจจากเอกชนส่งตรงถึงรัฐบาลใหม่

    ส่องนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจจากเอกชนส่งตรงถึงรัฐบาลใหม่

    ส่องนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจจากเอกชนส่งตรงถึงรัฐบาลใหม่

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า นโยบายเร่งด่วนที่ต้องการเห็นภายใน 4 เดือน ส.อ.ท. เสนอว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการ ประกอบด้วย

    • บรรเทาค่าครองชีพและต้นทุนพลังงาน ที่ส่งผลโดยตรงต่อประชาชนและผู้ประกอบการ
    • ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาษี และมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย
    • เร่งรัดการเจรจาการค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ และตลาดสำคัญ เพื่อไม่ให้การเจรจาสะดุดจากการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
    • ปรับปรุงระบบธุรกิจและภาษี ให้ทันสมัย ลดความซ้ำซ้อน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

    ทั้งนี้ จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเฉพาะกิจ โดยมีวาระการทำงาน 4 เดือนนั้น ทำให้ประเทศไทยมีความชัดเจนด้านผู้นำรัฐบาล ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนและภาคธุรกิจ หลังจากที่การเมืองมีความไม่แน่นอนมาระยะหนึ่ง 

    ส่องนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจจากเอกชนส่งตรงถึงรัฐบาลใหม่

    อย่างไรก็ตาม หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ และกล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะในทีมเศรษฐกิจหลัก เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะสิ่งนี้จะเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้ทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ แม้จะเป็นรัฐบาลระยะสั้น ก็ควรรีบเร่งทำงานอย่างเต็มที่ทันที

    “ต้องยอมรับว่าระยะเวลา 4 เดือนนับว่าสั้นมาก สำหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบภาษี การพัฒนาทักษะแรงงาน หรือการวางยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน ซึ่งต้องใช้ความต่อเนื่องหลายปีจึงเห็นผลชัดเจน ในระยะเวลาจำกัดนี้ รัฐบาลจึงควรเน้นมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาปัญหาเร่งด่วนและสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ดี”

    นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังเป็นประเด็นหลักที่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุน ภาคธุรกิจและหน่วยงานราชการหลายแห่งอยู่ในภาวะ wait and see ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ทำได้เพียงประมาณ 50% ของเป้าหมาย ซึ่งกระทบต่อการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินมาตรการได้อย่างชัดเจน การเจรจาการค้าระหว่างประเทศอาจหยุดชะงัก และการลงทุนใหม่ๆ อาจล่าช้าออกไป ซึ่งจะเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลเฉพาะกิจในช่วงเวลาเพียง 4 เดือนนี้

    อย่างไรก็ดี แม้รัฐบาลจะมีเวลาจำกัด แต่ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะสร้างแรงกระตุ้นต่อเศรษฐกิจ และสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้รัฐบาลถาวรในอนาคตมาสานต่อ ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้มาตรการเหล่านี้เกิดผลจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/638083&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oAFG4F_9rpS_AzL0n2YOi

  • “อนุทิน” โชว์ตัวว่าที่ 3 รมต.ทีมเศรษฐกิจป้ายแดง

    “อนุทิน” โชว์ตัวว่าที่ 3 รมต.ทีมเศรษฐกิจป้ายแดง

    (6 ก.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน และอดีตที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดื่มกาแฟร่วมกัน ที่ร้านจานิสตาร์ ชั้น 1 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย บรรยากาศเป็นกันเอง และมีการเสิร์ฟเมนูเค้กส้ม หลังหารือร่วมกันที่ชั้นบน

    ทั้งนี้คาดว่า นายสีหศักดิ์ ถูกทาบทาม ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ขณะที่ นายเอกนิติ คาดว่า จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง ด้านนายสันติ คาดว่า จะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ตามมาสมทบในภายหลัง โดยคาดว่า จะได้รับการเสนอชื่อเป็น รมว.พลังงาน

    นายอนุทิน ได้แนะนำทั้งหมดให้สื่อมวลชน พร้อมระบุถึงว่าที่ตำแหน่งที่ชัดเจนอย่าง นายสีหศักดิ์ จะมาเป็น รมว.ต่างประเทศ , นายเอกนิติ จะมาเป็น รมว.คลัง พร้อมระบุว่า เลือกจากความสามารถ ประสบการณ์ความทุ่มเทเสียสละ ซึ่งเมื่อทั้งหมดตอบรับชัดเจน จะเริ่มเตรียมงานและประสานงานกันไว้ก่อน หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็จะได้ทำงานได้เลย 

    “รัฐมนตรีในสัดส่วนคนนอกยังมีอีก หลังจากนี้ก็จะทยอยแนะนำให้ประชาชนรับทราบ ที่แน่แล้วคือ กระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ”

    เมื่อถามความคาดหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากกระทรวงการคลังในระยะสั้น? นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค ว่าที่ รมว.คลัง อยู่ในกระทรวงการคลังมาโดยตลอด มีประสบการณ์การทำงาน ทั้งต่างประเทศ และในประเทศ เป็นอธิบดีมาหลายกรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ อธิบดีกรมสรรพากร มีความรู้ความสามารถที่จะประสานงานกับฝ่ายประจำ ทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีปัญหา

    การฟื้นโครงการคนละครึ่ง? นายอนุทิน ระบุว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ถ้าเป็นประโยชน์และเป็นความต้องการของประชาชน วันนี้ก็ดูเต็มฟีด ก็จะเร่งมอบหมายให้ว่าที่ รมว.คลัง เร่งพิจารณา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็จะได้ดำเนินการต่อไป เพราะเวลามีน้อย 

    ส่วนจะมีการสานต่อจาก Application เดิมหรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า “อะไรที่ดี ก็จะทำต่อ เราไม่มีเข้ามาแล้วบอกว่าอันนี้ไม่ใช่ของเรา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลของผมจะไม่ทำ”

    รมว.ต่างประเทศ ข้อพิพาทไทยกัมพูชาแก้ไข MOU 43 และ 44 ? นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าพูดถึงชื่อสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในวงการการทูตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐกิจ น่าจะมีความพึงพอใจและมั่นใจ รัฐบาลนี้เข้ามาท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะฉะนั้น ต้องนำผู้ที่มีประสบการณ์ ต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว 

    เมื่อถามว่า ในส่วนรัฐมนตรีฯ มั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญ ต้องวางพื้นฐานให้เป็นระยะยาว ส่วนมองว่าเป็นเผือกร้อนหรือไม่ ยืนยันว่า ทุกอย่างต้องให้ความสำคัญ

    นายอนุทิน ยังยอมรับว่า กว่าว่าที่รัฐมนตรีโควต้าคนนอกจะตอบรับ ตนใช้เวลาหลายวันหลายคืน เพราะอธิบดีเอกนิติ มีอายุราชการเหลืออีก 6 ปี ซึ่งความรู้ความสามารถยังมีอนาคตในทางราชการ สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้อีก แต่ก็เสียสละ เห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องประเทศชาติมีความสำคัญ ใช้เวลาคิด 2-3 คืน ก็ตัดสินใจมาร่วมทำงาน

    หน้าตา ครม.ไม่ขี้เหร่แน่นอน ต้องเป็น ครม.ที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย สโลแกนทำวันนี้เสร็จเมื่อวานของตน ก็ยังถือว่าเป็นแนวทางการทำงานอยู่ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลจะทำให้เร็วที่สุด และคอยคิดถึงกฎเกณฑ์ต่างๆทางการเมือง และมีความชัดเจนแล้ว อีก 4 เดือนก็ต้องยุบสภาฯ ดังนั้น ต้องทำทุกอย่างภายในอีก 4 เดือนให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้าและการแก้ปัญหาให้มากที่สุด

    ทั้งนี้ ระหว่างที่นายอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายอรรถพล ได้เดินเข้ามาสมทบ ทำให้นายอนุทิน พูดขึ้นมาว่า “ท่านมาแล้ว ความลับแตกหมดเลย” ก่อนจะหัวเราะ จากนั้น นายอรรถพล ก็ได้แนะนำตัวเอง ตำแหน่งที่เคยเป็นอดีต CEO ของ ปตท.“ทำแน่นอน” ก่อนที่นายอนุทิน จะแซวขึ้นมาว่า “ไม่ได้เอามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอย่างแน่นอน”

    เมื่อถามว่า กระทรวงกลาโหม ควรจะเป็นทหารเข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรีหรือไม่? นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องการให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ ส่วนกระแสข่าวที่จะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แข่งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า หากตรงไหนมีความชัดเจน ก็จะพามาเปิดตัวเช่นนี้ เพื่อให้ประชาชนรับทราบโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้น การที่ยังไม่พาคนอื่นมา แสดงว่ายังไม่แล้วเสร็จ หรือมีคำถามที่จะต้องเคลียร์กันก่อน

    สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้ จำเป็นจะต้องเป็นพลเอกประวิตรหรือไม่? นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าถามแบบนี้ อะไรที่ตอบได้ก็ตอบ เพราะสไตล์การทำงานของตนไม่ต้องการให้ประชาชนมาคาดการณ์ใดๆ ถ้ามีความชัดเจนแล้ว ก็จะนำมาแนะนำตัวต่อประชาชนทุกคน ให้รับรู้รับทราบว่ารัฐบาลจะเป็นไปในทางใด 

    เมื่อถามว่าภาพของ ครม.อนุทิน จะออกมาเป็นแบบใด? นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นภาพมืออาชีพที่ทำงาน ผู้ที่ร่วมทำงานทุกคนมีความเป็นพี่น้องสมัครสมานสามัคคี เพราะตนเป็นสมาชิกใน 36 คน (ครม.) มาหลายสมัย มีความรู้สึกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวแทบจะไม่เลย คุยแต่เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เคยมีการตัดสินใจร่วมกันเลย ภาพแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของตนแน่นอน เนื่องจาก ทุกคนจะต้องเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน และเข้าใจภารกิจที่มีอย่างจำเพาะ ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน

    ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม ถึงตำแหน่งของนายสันติ ที่จะมานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข นายอนุชิน รีบปัดตอบว่า “ฝ่ายการเมืองเดี๋ยวมาพูดคุยกัน” – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/slide/politics/N6AX1MUUy&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kwwvEwISf8XlhF2TFNFZb

  • เปิดหน้าว่าที่รมต.เศรษฐกิจป้ายแดง “คลัง-กต.-พลังงาน” ดึงมืออาชีพร่วมครม.”อนุทิน 1″ จ่อทยอยเปิดเพิ่ม : อินโฟเควสท์

    เปิดหน้าว่าที่รมต.เศรษฐกิจป้ายแดง “คลัง-กต.-พลังงาน” ดึงมืออาชีพร่วมครม.”อนุทิน 1″ จ่อทยอยเปิดเพิ่ม : อินโฟเควสท์

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี นำทีมโชว์ตัว 3 ว่าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจป้ายแดง ล้อมวงดื่มกาแฟทานเค้กส้ม ที่พรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นั่งเก้าอี้รมว.ต่างประเทศ, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ว่าที่รมว.คลัง และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท. (PTT) คาดว่าจะมานั่งรมว.พลังงาน โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร่วมวงด้วย คาดว่าจะได้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข

    พร้อมระบุว่า สัดส่วนรัฐมนตรีคนนอกยังมีอีก หลังจากนี้ก็จะทยอยแนะนำให้ประชาชนรับทราบ ที่แน่แล้วคือกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมย้ำว่าเลือกจากคุณสมบัติ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อให้สามารถทำงานได้ทันทีหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ

    นายอนุทิน ยืนยันว่าหน้าตาครม.ไม่ขี้เหร่แน่นอน ต้องเป็นครม. ที่เข้ามาแล้ว ทำงานได้เลย สโลแกนทำวันนี้เสร็จเมื่อวานของตนก็ยัง ถือว่าเป็นแนวทางการทำงานของพวกเราอยู่ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล จะให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด โดยต้องทำทุกอย่างภายในอีก 4 เดือนให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้าและการแก้ปัญหาให้มากที่สุด

    ด้านนโยบายเร่งด่วน นายอนุทินระบุว่า ว่าที่รมว.คลังมีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ย้ำโครงการ “คนละครึ่ง” มีโอกาสฟื้นหากเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

    ขณะที่ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา นายสีหศักดิ์ ถือว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เชื่อว่าคนที่อยู่ในวงการการทูตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐกิจน่าจะมีความพึงพอใจและมั่นใจ รัฐบาลนี้เข้ามาท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

    ในส่วนกระทรวงกลาโหมควรจะเป็นทหารเข้ามานั่งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องการให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ ส่วนจะเป็นร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า หากตรงไหนมีความชัดเจนก็จะพามาเปิดตัวเช่นนี้เพื่อให้ประชาชนรับทราบโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้นการที่ยังไม่พามาแสดงว่ายังไม่แล้วเสร็จ หรือมีคำถามที่จะต้องเคลียร์กันก่อน

    “รัฐบาลนี้จะทำงานเชิงรุก ไม่เสียเวลาเรียนรู้งาน เพราะทุกคนล้วนเป็นผู้บริหารระดับสูงมาก่อน และยืนยันว่าหน้าตาคณะรัฐมนตรีจะเป็นทีมมืออาชีพ ทำงานร่วมกันอย่างสมัครสมานสามัคคี เพื่อตอบโจทย์ประเทศและประชาชน ภายในกรอบเวลา 4 เดือนก่อนยุบสภา”

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/527493&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tiT1QuO3WBv7tQirLmZnZ