Category: เศรษฐกิจ

  • นายกฯ ญี่ปุ่นยกประโยคเด็ดมังงะ “ผ่าพิภพไททัน” อ้อนนักลงทุนกลางเวทีเศรษฐกิจซาอุฯ

    นายกฯ ญี่ปุ่นยกประโยคเด็ดมังงะ “ผ่าพิภพไททัน” อ้อนนักลงทุนกลางเวทีเศรษฐกิจซาอุฯ

    นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ แห่งญี่ปุ่น สร้างสีสันและเรียกเสียงฮือฮาในเวทีเศรษฐกิจที่กรุงโตเกียว ด้วยการหยิบยกวลีสุดโด่งดังจากมังงะเรื่อง “ผ่าพิภพไททัน” (Attack on Titan) ที่ว่า “แค่หุบปากซะ และลงทุนทั้งหมดในตัวฉัน!!” (Just shut your mouths. And invest everything in me!!) มาใช้ในการกล่าวปิดสุนทรพจน์ เพื่อเรียกร้องให้นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นและมาลงทุนในญี่ปุ่น ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังเผชิญกับแรงกดดัน

    ในเวทีเศรษฐกิจ FII PRIORITY Asia 2025 ที่จัดขึ้นที่กรุงโตเกียวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (1 ธ.ค.) นางทาคาอิจิกล่าวต่อผู้เข้าร่วมงานว่า “ดิฉันเข้าใจว่ามังงะและอนิเมะของญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างสูงในซาอุดีอาระเบีย มังงะอย่าง “กัปตันซึบาสะ” (Captain Tsubasa), “วันพีซ” (One Piece) และ “ดาบพิฆาตอสูร” (Demon Slayer) เป็นที่รู้จักกันดี”

    จากนั้น เธอได้กล่าวสรุปสุนทรพจน์ด้วยการหยิบยืมประโยคที่โด่งดังจากมังงะเรื่อง “ผ่าพิภพไททัน” (Attack on Titan) โดยระบุว่า “แต่ในวันนี้ ดิฉันขออนุญาตยืมประโยคที่มีชื่อเสียงจาก “Attack on Titan” มาใช้ในการสรุปคำพูดของดิฉันค่ะ “แค่หุบปากซะ และลงทุนทั้งหมดในตัวฉัน!!” (Just shut your mouths. And invest everything in me!!)

    การประชุม FII PRIORITY Asia 2025 เป็นการจัดงานย่อยที่ต่อยอดมาจากงาน Future Investment Initiative (FII) ประจำปีของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “การประชุมดาวอสกลางทะเลทราย”

    นางทาคาอิจิ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กำลังเผชิญกับแรงกดดันในการดึงดูดการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก หลังจากที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวลงในไตรมาสที่สามที่ผ่านมา

    การประชุมระยะเวลาสองวันนี้ในกรุงโตเกียวยังมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมด้วย รวมถึง นายมาซาโยชิ ซัน ผู้ก่อตั้ง SoftBank ซึ่งสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า เขาได้หลั่งน้ำตาเกี่ยวกับการขายหุ้นล่าสุดของบริษัทใน Nvidia บริษัทชิปยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ

    นายซนกล่าวว่า “ผมไม่อยากขายแม้แต่หุ้นเดียว แต่ผมมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินเพื่อนำไปลงทุนใน OpenAI” และโครงการอื่น ๆ “ผมร้องไห้ตอนที่ต้องขายหุ้น Nvidia”.

    ที่มา AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2899303&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o20X3ubho45x4xdvrj3L4

  • น้ำท่วมใต้ 1 เดือน ฉุดเศรษฐกิจ กว่า 40,000 ล้าน  กระทบจีดีพี 0.22%

    น้ำท่วมใต้ 1 เดือน ฉุดเศรษฐกิจ กว่า 40,000 ล้าน กระทบจีดีพี 0.22%

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ (ณ เดือน พฤศจิกายน 2568) มีผู้ที่ได้รับผลกระทบ 2.19 ล้านคน 798,695 ครัวเรือน ใน 10 จังหวัด สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านใน 1 เดือน กระทบ GDP ที่ 0.22% ซึ่งความเสียหายประมาณจากระบบเศรษฐกิจที่เป็นอัมพาต 

    ภาพจาก : ผู้สื่อข่าว PPTV
    นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

    โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกปิดชั่วคราว ตลาด-ห้างสรรพสินค้าปิดกิจการ / การคมนาคมหยุดชะงัก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยกเลิกการท่องเที่ยว ราคาตั๋วเครื่องบินพุ่งสูง จากการยกเลิกเที่ยวบิน/ กิจกรรมระดับชาติถูกยกเลิก โดยเฉพาะซีเกมส์ 2025 ที่ถูกย้ายออกจากสงขลาทั้งหมด

    สำหรับมูลค่าความเสียหาย หากจำแนกภาคเศรษฐกิจ พบว่า การท่องเที่ยวและบริการเสียหายมากกว่า 22,440 ล้านบาท / เกษตรกรรม 10,720 ล้านบาท / การผลิตและสาธารณูปโภค 6840 ล้านบาท ซึ่งเหตุผลที่ภาคบริการเสียหายหนักที่สุด เนื่องจากมีการยกเลิกการจองและปิดสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น ธุรกิจค้าปลีกร้านอาหารและโรงแรมในเมืองหลักปิดกิจการชั่วคราว และผลกระทบต่อเนื่องจากการยกเลิกกิจกรรมระดับชาติ คือ ซีเกมส์ ที่ทำลายความเชื่อมั่นและโอกาสทางเศรษฐกิจ

    “จากเหตุการณ์ฝนตกและน้ำท่วมในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ เบื้องต้นรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังประเมิน ส่งผลให้เกิดความเสียหายในกรอบวงเงินเบื้องต้นประมาณ 500,000 ล้านบาท ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับมหาอุทกภัยในปี 2554 ที่มีมูลค่าความเสียราว 1.4 ล้านล้านบาท กรณีนี้จึงถือเป็นอุทกภัยที่มีความเสียหายรุนแรงเป็นอันดับที่ 2 ของไทย“ 

    ทั้งนี้ เสียงจากผู้ประกอบการ ต้องการ “เงินสด” ไม่ใช่“หนี้สิน” โดยสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐโดยเร็วที่สุด 56.5% คือ เงินเยียวยาโดยตรงหรือเงินชดเชย 14.7% ต้องการให้ซ่อมแซมสาธารณูปโภค และ 10.6% ต้องการช่วยทำความสะอาดพื้นที่

    ส่วนข้อเสนอเชิงรุก ขอให้มี 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ 1. อัดฉีดเงินเยียวยาโดยตรง 2. เร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และ3. จัดหน่วยปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่ พร้อมปรับบทบาท “สินเชื่อ” ให้เป็นทางเลือกเสริม ไม่ใช่มาตรการหลัก ซึ่งมาตรการหลัก คือ “เงินเยียวยา” โดยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loans) ควรมีไว้ใช้สำหรับการลงทุนฟื้นฟูในระยะถัดไป ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า 

    นอกจากนี้ หอการค้าไทย ยังได้ปรับประมาณการ GDP ไทยปี 2568 ลดลงมาอยู่ที่ 1.9% จาก 2% โดยเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยการส่งออกที่โต 11.1% และการลงทุนของภาครัฐ 6.4% แต่ถูกฉุดรั้งด้วยการอุปโภคภาครัฐที่หดตัวแรงในไตรมาสที่ 3 และผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ช่วงปลายปี

    โดยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 (ณ ธ.ค.68) จะขยายตัวชะลอลงที่ 1.6% โดยการท่องเที่ยว /การบริโภคภาคเอกชน / การลงทุนของภาครัฐและเอกชน จะเป็นแรงหนุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 

    สำหรับปัจจัยบวกที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ได้แก่ 1.ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวที่ที่ 35 ล้านคน และสร้างรายได้ 1.65 ล้านล้านบาท / 2. อุปสงค์ในประเทศขยายตัว การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุน คาดว่า จะขยายตัวที่ 2% / 3. งบลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้น 18.2% โดยมีเป้าเบิกจ่ายงบลงทุนสูงถึง 70% ในงบประมาณรายจ่ายปี 2569 / 4. ภาคเกษตรได้ประโยชน์จากสภาพอากาศมีความเป็นกลางและปริมาณน้ำเพียงพอ/ 5. เม็ดเงินจากการเลือกตั้ง ที่คาดว่า จะอยู่ที่ 5-6 หมื่นล้านบาท

    ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1. ภาษีสหรัฐฯ โดยคาดว่า การส่งออกของไทยในปี 68 จะหดตัว -1.0% จากการที่ไทยถูกเก็บภาษีนำเข้า 19% ทั้งปี รวมถึงความเสี่ยงจากมาตรการตอบโต้การสวมสิทธิ์ (Transshipment) ที่อาจสูงถึง 40% หากการเจรจา Local Content ไม่สำเร็จ / 2. ปัจจัยการเมือง หากงบประมาณรายจ่ายปี 2570 และการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า อาจฉุด GDP ลง -0.32% / 3. หนี้ครัวเรือน โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ยังสูงอยู่ที่ 86.3% ซึ่งกดดันให้สถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ / 4. สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญเพราะหากมีการปิดด่านชายแดนตลอดทั้ง ปี 69 คาดว่า จะสร้างความเสียหายต่อมูลค่าส่งออกกว่า 1.4 แสนล้านบาทและกระทบกับ GDP ประมาณ -0.74% / 5. การค้าโลกชะลอ กดดันภาคการส่งออกสินค้าของไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/262745&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HpQqGzwPy2yK6obIFkqSB

  • ม.หอการค้า หั่น GDP 68 เหลือ 1.9% ปีหน้ารอรับเศรษฐกิจชะลอตัว

    ม.หอการค้า หั่น GDP 68 เหลือ 1.9% ปีหน้ารอรับเศรษฐกิจชะลอตัว

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย คาดว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2568 จะลดลงมาอยู่ที่ 1.9% จาก 2% โดยเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยการส่งออกที่โต 11.1% และการลงทุนของภาครัฐ 6.4% แต่ถูกฉุดรั้งด้วยการอุปโภคภาครัฐที่หดตัวแรงในไตรมาสที่ 3 และผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ช่วงปลายปี

    โดยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 (ณ ธ.ค.68) จะขยายตัวชะลอลงที่ 1.6% โดยการท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนของภาครัฐและเอกชน จะเป็นแรงหนุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 

    สำหรับปัจจัยบวกที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ได้แก่

    1. ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวที่ที่ 35 ล้านคน และสร้างรายได้ 1.65 ล้านล้านบาท

    2. อุปสงค์ในประเทศขยายตัว การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุน คาดว่า จะขยายตัวที่ 2%

    3. งบลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้น 18.2% โดยมีเป้าเบิกจ่ายงบลงทุนสูงถึง 70% ในงบประมาณรายจ่ายปี 2569 

    4. ภาคเกษตรได้ประโยชน์จากสภาพอากาศมีความเป็นกลางและปริมาณน้ำเพียงพอ

    5. เม็ดเงินจากการเลือกตั้ง ที่คาดว่า จะอยู่ที่ 5-6 หมื่นล้านบาท

    ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม มีดังนี้

    1. ภาษีสหรัฐฯ โดยคาดว่า การส่งออกของไทยในปี 68 จะหดตัว -1.0% จากการที่ไทยถูกเก็บภาษีนำเข้า 19% ทั้งปี รวมถึงความเสี่ยงจากมาตรการตอบโต้การสวมสิทธิ์ (Transshipment) ที่อาจสูงถึง 40% หากการเจรจา Local Content ไม่สำเร็จ 

    2. ปัจจัยการเมือง หากงบประมาณรายจ่ายปี 2570 และการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า อาจฉุด GDP ลง -0.32% 

    3. หนี้ครัวเรือน โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ยังสูงอยู่ที่ 86.3% ซึ่งกดดันให้สถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ

    4. สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญเพราะหากมีการปิดด่านชายแดนตลอดทั้งปี 69 คาดว่า จะสร้างความเสียหายต่อมูลค่าส่งออกกว่า 1.4 แสนล้านบาทและกระทบกับ GDP ประมาณ -0.74% 

    5. การค้าโลกชะลอ กดดันภาคการส่งออกสินค้าของไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/645538&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WTAobZVgi-9zIqVUyB7FG

  • ม.หอการค้าไทย คาดการณ์ GDP ปี 68 เหลือโต 1.9% ผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้

    ม.หอการค้าไทย คาดการณ์ GDP ปี 68 เหลือโต 1.9% ผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้

    วันนี้, 14:22น.

              ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2568 ลงเหลือ 1.9% จากเดิมที่คาดไว้ 2.0% โดยสาเหตุหลักที่ปรับลด GDP มาจากผลกระทบและความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจการค้าใหญ่ของภาคใต้

              นายวิเชียร แก้วสมบัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯประเมินว่า ผลกระทบน้ำท่วมที่หาดใหญ่ จ.สงขลา จะมีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท (ช่วง 1 เดือน) ซึ่งกระทบต่อ GDP ให้ลดลงราว 0.22%

              นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบอื่น ๆ กดดัน เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ ที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 32.8 ล้านคน จากเดิมคาดไว้ 33 ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ อีกทั้งการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่ลดลง จากพฤติกรรมที่ประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น รวมถึงอุปสงค์ภาครัฐในช่วงไตรมาส 3/68 ที่ลดลงเกือบ 4% ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ ส่งผลให้มีการปรับลด GDP ของปีนี้ลงเหลือ 1.9%

                ขณะที่ในปี 2569 ประเมินว่า GDP มีแนวโน้มขยายตัวได้ 1.6% ชะลอตัวลงจากปีนี้ โดยปัจจัยที่เป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยในปีหน้า คือ ความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้า และข้อจำกัดทางการเงิน ซึ่งเป็นตัวฉุดรั้งสำคัญที่ต้องระวัง ประกอบกับปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง, ภาวะสุญญากาศด้านงบประมาณ ซึ่งอาจมีความล่าช้าในเรื่องของงบประมาณรายจ่าย ปี 2570 ที่จะกระทบต่อการลงทุนภาครัฐในไตรมาส 4/69 และสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงมีอยู่ และกระทบต่อการค้าและห่วงโซ่อุปทาน

    #ปรับคากการณ์GDPปี68

    #ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

    #มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/157044&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3G6y5Hi5rUn1Cj1Oaqk2Ny

  • น้ำท่วมใต้ เศรษฐกิจเสียหาย 5 แสนล้านบาท : รอบวันทันเหตุการณ์ 12.00น./ วันที่ 2 ธ.ค. 68

    น้ำท่วมใต้ เศรษฐกิจเสียหาย 5 แสนล้านบาท : รอบวันทันเหตุการณ์ 12.00น./ วันที่ 2 ธ.ค. 68

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/YRzmP4GmplQ&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cFdy5VY92Mc2YVAXxLwpt

  • น้ำท่วมใต้ทำเศรษฐกิจอัมพาต คาด 30 วันแรกเสียหายกว่า 4 หมื่นล้าน

    น้ำท่วมใต้ทำเศรษฐกิจอัมพาต คาด 30 วันแรกเสียหายกว่า 4 หมื่นล้าน


    ม.หอการค้าฯประเมินน้ำท่วมภาคใต้กระทบเศรษฐกิจ 10 จังหวัด ฉุด GDP ทั้งปีโตแค่ 1.9 % มองปี’69 ยังชะลอตัวจากปัจจัยเสี่ยงกำแพงภาษี มีผลให้ส่งออกไม่ขยายตัว  

    รศ.ดร. ธนวรรธน์  พลวิชัย   อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการสำรวจผลกระทบสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ว่า ภาพรวมมีผลกระทบทั้งหมด 10 จังหวัดโดยเฉพาะที่หาดใหญ่ จ.สงขลา  มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในกรอบเวลา 30 วัน อยู่ที่กว่า 4 หมื่นล้านบาทในภาคบริการและท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักสุดคิดเป็นมูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท รองลงเป็นเกษตรกรรม 1.07 หมื่นล้านบาทและการผลิตและสาธารณูปโภค 6,840 ล้านบาท

    ทั้งนี้ได้พิจารณาปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2568 ลงเหลือ 1.9% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2 %  โดยมีสาเหตุหลักจากปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ภาคใต้ ถือเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจเนื่องจากหาดใหญ่ ถือเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจการค้าใหญ่ของภาคใต้

    นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบอื่น ๆ กดดัน เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ ที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 32.8 ล้านคน จากเดิมคาดไว้ 33 ล้านคน  ขณะที่พฤติกรรมการใช้จ่ายต่อหัวลดลง รวมถึงอุปสงค์ภาครัฐในช่วงไตรมาส 3/68 ที่ลดลงเกือบ 4% ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ ส่งผลให้มีการปรับลด GDP ของปีนี้ลงเหลือ 1.9%

    สำหรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี  2569  มีแนวโน้มชะลอตัวลงขยายตัวได้ 1.6% โดยมีปัจจัยลบจากความเสี่ยงกำแพงภาษีสหรัฐ การค้าโลกชะลอตัว ที่อาจมีผลให้ส่งออกกลับมาติดลบ 1%  หนี้ครัวเรือนสูง รวมถึงสุญญากาศการเมืองในช่วงจัดตั้งรัฐบาลมีผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570  และความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา

    ทั้งนี้ในเรื่องปัจจัยการเมืองไตรมาสแรกของปีหน้าแม้ยังมีความกังวลด้านเสถียรภาพแต่ก็เป็นดาบสองคมจเศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนจากเม็ดเงินหมุนเวียนช่วงเลือกตั้งราว 5-6 หมื่นล้านบาท แต่ในไตรมาสสุดท้ายเสี่ยงเกิด “สุญญากาศงบประมาณ” จากความล่าช้าของงบปี 2570 ซึ่งอาจฉุด GDP ลง -0.32% หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/38112&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Wvlq_YOGiQNm3HVdb5lDN

  • สหรัฐฯ รับมอบตำแหน่งประธาน G20 ปีหน้า พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-เพิ่มความเจริญรุ่งเรือง : อินโฟเควสท์

    สหรัฐฯ รับมอบตำแหน่งประธาน G20 ปีหน้า พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-เพิ่มความเจริญรุ่งเรือง : อินโฟเควสท์

    สหรัฐฯ เข้ารับตำแหน่งประธานกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติหรือ G20 เป็นเวลา 12 เดือน เมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) โดยประกาศชัดว่าจะเดินหน้าแผนงานที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศสมาชิก แม้กำลังเผชิญความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นประธาน G20 ที่เพิ่งพ้นวาระ

    กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การเป็นประธาน G20 ในรอบนี้จะเน้นผลักดันการปฏิรูปที่จำเป็น และนำ G20 กลับไปสู่ภารกิจหลักด้านเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่อประเทศสมาชิก

    ทั้งนี้ สหรัฐฯ วางกรอบการทำงานไว้สามด้านสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจผ่านการลดภาระด้านกฎระเบียบ การสนับสนุนให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสมและมีเสถียรภาพ และการผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ

    ความตึงเครียดยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากสหรัฐฯ ไม่เข้าร่วมประชุม G20 ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพในปีนี้ และกล่าวหาแอฟริกาใต้ว่าใช้อำนาจประธานกลุ่ม G20 เป็นอาวุธทางการเมือง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า การประชุมสุดยอด G20 ในปีหน้าที่ไมอามีซึ่งจะจัดขึ้นที่รีสอร์ตสนามกอล์ฟของเขานั้น จะไม่เชิญแอฟริกาใต้เข้าร่วม

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ธ.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/550642&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mKXjWJrBdeXDPnIMnxsk6

  • ม.หอการค้า ชี้น้ำท่วมใต้ ซัดเศรษฐกิจพัง 4 หมื่นล้าน เอกชนขอเงินสดเยียวยา

    ม.หอการค้า ชี้น้ำท่วมใต้ ซัดเศรษฐกิจพัง 4 หมื่นล้าน เอกชนขอเงินสดเยียวยา

    นายวิเชียร แก้วสมบัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ จากการประเมินผลกระทบเบื้องต้นทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์น้ำท่วมใน 10 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 2.19 ล้านกว่าคน และครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบประมาณ 789,695 ครัวเรือนมูลค่าความเสียหาย 4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.22% ของ GDP

    โดยความเสียหายในสัปดาห์แรก (21-30 พ.ย.) ซึ่งเป็นช่วงวิกฤต มีผลกระทบเฉลี่ยวันละประมาณ 1,500 ล้านบาท เมื่อแยกตามภาคส่วน ความเสียหายสูงสุดคือภาคการท่องเที่ยวและบริการ: ประมาณ 22,500 ล้านบาท ภาคเกษตรกรรม ประมาณ 10,700 ล้านบาท ภาคการผลิตและสาธารณูปโภค ประมาณ 7,000 ล้านบาท

    ธุรกิจชะงัก-ขาดความเชื่อมั่นระยะยาว

    สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ 10 จังหวัดเกิดภาวะอัมพาต ธุรกิจการค้า การบริการ และการคมนาคมต้องหยุดชะงักชั่วคราว ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบต้องปิดกิจการชั่วคราวถึง 6 ใน 10 

    นอกจากนี้ ยังมีการยกเลิกกิจกรรมระดับชาติ เช่น การสัมมนาหอการค้า และการย้ายการแข่งขันซีเกมส์ออกนอกพื้นที่จังหวัดสงขลาทั้งหมด ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในการเป็นเจ้าภาพกิจกรรมระดับนานาชาติในระยะยาว

    ผู้ประกอบการต้องการ “เงินสด” มากกว่า “หนี้สิน”

    จากผลการสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการกว่า 70% ประเมินว่าต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวมากกว่า 1 เดือน เนื่องจากทรัพย์สินและสต็อกสินค้าเสียหาย ขาดสภาพคล่อง และโครงสร้างพื้นฐาน (ถนน ไฟฟ้า ประปา) เสียหายหนักผู้ประกอบการส่วนใหญ่ระบุว่า ต้องการเงินเยียวยาโดยตรง (Cash Compensation) มากกว่าการใช้มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากต้องการเงินสดเพื่อซ่อมแซมและซื้อสินค้าใหม่ ไม่ต้องการแบกรับภาระหนี้สินเพิ่มเติม

    เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อกู้วิกฤต

    ทั้งนี้มีการเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคใต้ ดังนี้

    • ฉีดเงินเยียวยาโดยตรงเร่งประกาศมาตรการและหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาทันที
    • เร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ประปา และเส้นทางคมนาคมให้กลับมาใช้งานได้ปกติโดยเร็ว
    • เร่งฟื้นฟูพื้นที่และทำความสะอาด ระดมทีมเข้าบำรุงรักษาและทำความสะอาดในพื้นที่ประสบภัย

    “สำหรับมาตรการสินเชื่อ ถูกมองว่าเป็นเพียง ทางเลือกเสริม ที่จะเข้ามาสนับสนุนการฟื้นฟูในระยะยาว ตั้งแต่เดือนที่สองเป็นต้นไป หลังจากการจ่ายเงินเยียวยารอบแรกได้เริ่มต้นแล้ว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/645526&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw259OMe19_U47tVRY3VO1jt

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2568 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2568 – InterGold

    วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 10.36 น.

    กลยุทธ์ : อย่าหลุด 4200
    แนวรับ : $4,100  หรือ  62,800 บาท
    แนวต้าน : ไร้แนวต้าน

    ข่าว :

    .

    เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจนหลังดัชนีภาคการผลิต ISM ลดลงแรงสู่ระดับ 48.2 ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องยาวนานและต่ำสุดในรอบหลายเดือน ทำให้นักลงทุนคาดว่า Fed จะต้องลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม BOJ วันที่ 19 ธ.ค. สร้างแรงกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่วนบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหลังหุ้น–คริปโตปรับตัวร่วง ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าทองคำเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม Bond Yields สหรัฐฯ ปรับขึ้นแตะ 4.09% เป็นแรงกดดันสำคัญที่ยังถ่วงราคาทองในระยะสั้น

    .

    วิเคราะห์ทองคำ :

    .

    ภาพรวมราคาทองคำยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นจากแรงหนุนทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ นโยบายการเงินที่อาจผ่อนคลายมากขึ้น และสภาวะ Risk-off ในตลาด ทำให้ทองคำได้รับสถานะ Safe Haven อย่างเต็มตัว แต่สัญญาณจากตลาดบอนด์และอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอย่าง MACD เริ่มเตือนถึงความเป็นไปได้ของแรงขายทำกำไรในระยะสั้น โดยระดับ $4,200 เป็นจุดวัดใจสำคัญ หากราคายืนเหนือได้ ทรงขาขึ้นยังแข็งแรง แต่หากหลุดจะเปิดทางให้ราคาปรับลงทดสอบแนวรับลึกกว่าเดิม

    กลยุทธ์ :

    .

    กลยุทธ์หลักคือ “อย่าให้ราคาหลุด $4,200” เพราะเป็นเส้นแบ่งระหว่างภาวะขาขึ้นกับสัญญาณขายทางเทคนิค หากยืนเหนือระดับนี้ได้สามารถถือลุ้นต่อให้ราคาขึ้นทำกำไรได้ แต่ถ้าหลุดลงมาให้ระวังแรงเทขายที่จะฉุดราคาไปสู่โซนแนวรับ $4,100 / 62,800 บาท ซึ่งเป็นจุดเหมาะสำหรับคนที่รอจังหวะเข้าซื้อของถูก โดยรวมยังให้น้ำหนักขาขึ้น แต่ต้องบริหารความเสี่ยงตามสัญญาณ Technical ที่เริ่มส่งสัญญาณเตือน

    .

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก


    stdClass Object ( [priceLogAPIId] => 1 [createDate] => 2025-12-02T10:36:31.22 [bidPrice99] => 66207 [bidPrice99Diff] => -3 [offerPrice99] => 66262 [offerPrice99Diff] => -3 [bidPrice99Lv1] => 66207 [bidPrice99Lv1Diff] => -3 [offerPrice99Lv1] => 66262 [offerPrice99Lv1Diff] => -3 [bidPrice99Lv2] => 66197 [bidPrice99Lv2Diff] => -3 [offerPrice99Lv2] => 66272 [offerPrice99Lv2Diff] => -3 [bidPrice99Lv3] => 66212 [bidPrice99Lv3Diff] => -3 [offerPrice99Lv3] => 66257 [offerPrice99Lv3Diff] => -3 [bidPrice96] => 63884 [bidPrice96Diff] => -3 [offerPrice96] => 63944 [offerPrice96Diff] => -3 [bidPrice96Lv1] => 63884 [bidPrice96Lv1Diff] => -3 [offerPrice96Lv1] => 63944 [offerPrice96Lv1Diff] => -3 [bidPrice96Lv2] => 63874 [bidPrice96Lv2Diff] => -3 [offerPrice96Lv2] => 63954 [offerPrice96Lv2Diff] => -3 [bidPrice96Lv3] => 63889 [bidPrice96Lv3Diff] => -3 [offerPrice96Lv3] => 63939 [offerPrice96Lv3Diff] => -3 [bidCentralPrice96] => 63850 [bidCentralPrice96Diff] => 0 [offerCentralPrice96] => 63950 [offerCentralPrice96Diff] => 0 [usdBuy] => 31.978 [usdBuyDiff] => 0 [usdSell] => 32.008 [usdSellDiff] => 0 [AUXBuy] => 4224.4 [AUXBuyDiff] => -0.22 [AUXSell] => 4224.88 [AUXSellDiff] => -0.2 [statusSystem] => 1 )

    ราคาทอง

    2 ธันวาคม 2568 | 10:36:31


    ประเภท รับซื้อ ขายออก
    LBMA
    99.99% (Baht)

    66,212

    -3.00

    66,257

    -3.00

    InterGold
    96.5% (Baht)

    63,889

    -3.00

    63,939

    -3.00

    สมาคมฯ
    96.5% (Baht)

    63,850

    0.00

    63,950

    0.00

    Gold Spot
    (USD)

    4,224

    -0.22

    4,225

    -0.20

    ค่าเงินบาท
    (USDTHB)

    32

    0.00

    ราคาทองคำย้อนหลัง

    ความเคลื่อนไหวกองทุนทองคำ

    2 ธันวาคม 2568 | 10:33:02


    SPDR (ton) (USD) HUI (USD)

    1,050.01

    4.58

    218.53

    0.67

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyze-02-dec-2025/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qhNdiSt-RH7C76MoyG-e1

  • ‘

    นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิของญี่ปุ่น ได้กล่าวต่อที่ประชุมเศรษฐกิจที่จัดโดยซาอุดีอาระเบียว่า “จงหุบปากซะ” แต่เธอไม่ได้พูดจาหยาบคายแต่อย่างใด มันเป็นคำพูดจากการ์ตูนมังงะชื่อดังเรื่องหนึ่ง

    “ฉันเข้าใจว่ามังงะและอนิเมะญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างมากในซาอุดีอาระเบีย อย่างเรื่อง ‘กัปตันซึบาสะ’ ‘วันพีซ’ และ ‘ดาบพิฆาตอสูร’ ผุดขึ้นมาในใจ” ทาคาอิจิกล่าวในงานเมื่อวันจันทร์

    “แต่วันนี้ ฉันอยากจะขอยืมคำพูดที่มีชื่อเสียงจาก ‘ผ่าพิภพไททัน’ มาสรุปสุนทรพจน์ของฉัน ‘จงหุบปากซะ แล้วลงทุนทุกอย่างกับฉัน!!’” ทาคาอิจิกล่าว

    ทาคาอิจิกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม FII PRIORITY Asia 2025 ซึ่งเป็นโครงการที่แยกตัวออกมาจากโครงการ Future Investment Initiative (FII) ประจำปีในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถูกขนานนามว่า “ดาวอสในทะเลทราย”

    ทาคาอิจิ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม กำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันในการดึงดูดการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก ซึ่งหดตัวลงในไตรมาสที่สาม

    การประชุมสองวันในโตเกียวยังมีมาซาโยชิ ซอน ผู้ก่อตั้ง SoftBank ร่วมด้วย ซึ่งกล่าวว่าเขาร้องไห้กับการขายหุ้น Nvidia บริษัทชิปยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตามรายงานของ Bloomberg News

    ซอนกล่าวว่า “ผมไม่ต้องการขายหุ้นแม้แต่หุ้นเดียว ผมแค่ต้องการเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อลงทุนใน OpenAI” และโครงการอื่น ๆ “ผมร้องไห้ที่จะขายหุ้น Nvidia”

    Agence France-Presse

    Photo by JUNG Yeon-je / AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/38103&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yxsHzT8kk2j4Evvx-2XG_