Category: เศรษฐกิจ

  • “ภราดร” เผย​ “ครม.อนุทิน” เร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

    “ภราดร” เผย​ “ครม.อนุทิน” เร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

    “ภราดร” เผย​ “ครม.อนุทิน” เร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ไม่ทัน เหตุต้องแก้กฎหมายควบคุม​ หวังปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา​ดีขึ้น

    วันนี้ (8 ก.ย.2568) นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ชื่อติดโผรัฐมนตรีป้ายแดง เตรียมนั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรค พร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล

    ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ซองดังกล่าวเป็นเอกสารประวัติที่เตรียมยื่นให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบใช่หรือไม่ ซึ่งนายภราดร ตอบว่า​ ไม่ใช่ ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการส่งประวัติ ส่วนกรณีที่มีการทาบทามให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น นายภราดร ระบุว่า ยังไม่ทราบ ต้องแล้วแต่กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย

    นายภราดร ยังเปิดเผยว่า ได้เริ่มจัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตามกรอบ 120 วัน ส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ซึ่งมีหลายโครงการ เช่น โครงการพักหนี้เกษตรกรทั้งต้นและดอก โครงการลดราคาปุ๋ย โครงการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผลให้กับผู้ประกอบการและประชาชนพื้นที่แนวชายแดน 7 จังหวัด

    ส่วนนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ที่หลายฝ่ายจับตา นายภราดร ยอมรับว่า ไม่สามารถผลักดันได้ทัน เนื่องจากต้องแก้ไขกฎหมายออกมาควบคุมการจำหน่ายกัญชาเสรี รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายยังค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

    นายภราดร ยังกล่าวถึงกรณีที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงความยินดีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย มองว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตนเองหวังว่าจะมีการเจรจาที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งเมื่อวานนี้ (7 ก.ย.) นายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันว่าจะใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา

    อ่านข่าว : “สุชาติ-ธนกร” ไขก๊อก สส.รวมไทยสร้างชาติ 

    ร้อง “วันนอร์” สอบคุณสมบัติ “อนุทิน” ปมที่ดินเขากระโดง-คดีฮั้ว สว. 

    “ภูมิใจไทย” เร่งทาบทามคนนอก ปรากฏชื่อ “บวรศักดิ์” นั่งรองนายกฯ ฝ่าย กม. 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356295&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yPuSISDdWrAajTpJaWriw

  • พริกไทยปะเหลียน จ.ตรัง ยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจ GI

    พริกไทยปะเหลียน จ.ตรัง ยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจ GI

    ชุมชนบ้านละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ที่อยู่คู่กับการปลูกพริกไทยปะเหลียนมาอย่างยาวนาน เกษตรกรเกือบทุกหลังคาเรือนมีการเพาะปลูกพริกไทยปะเหลียนเพื่อนำมาใช้ในบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องด้วยรสชาติของพริกไทยปะเหลียนในพื้นที่ อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยพริกไทย ผลสุกจะมีรสอมหวาน มีกลิ่นหอม และมีความเผ็ดในระดับปานกลาง เหมาะแก่การนำไปประกอบอาหาร ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยมา

    ครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ จึงได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และยกระดับสู่การเป็นแปลงใหญ่พริกไทย ในปี 2565 ซึ่งประกอบไปด้วยเกษตรกร จำนวน 30 ราย พื้นที่ปลูกประมาณ 12 ไร่ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรเพิ่มขีดความสามารถใน 5 ด้าน

    ·     ลดต้นทุนการผลิต

    ·     เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

    ·     พัฒนาคุณภาพ

    ·     เพิ่มช่องทางการตลาด

    ·     การบริหารจัดการ

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ในปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรยังคงยกระดับแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพริกไทยพื้นบ้านละมอ ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง อย่างต่อเนื่องด้วยการจัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ปี 2568 โดยได้มีการวิเคราะห์ Pain Point/Gain Point ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมถึงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน พร้อมขับเคลื่อนให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย 3 เท่าใน 4 ปี

    โดยประกอบไปด้วยกิจกรรม

     1. การจัดทำแปลงทดสอบกระบวนการปลูกพริกไทย โดยได้มีการศึกษาเปรียบเทียบการปลูกพริกไทยระหว่างเสาค้างจากต้นไม้ธรรมชาติกับการใช้เสาค้างปูนเพื่อให้ต้นพริกไทยยึดเกาะ มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ ถ่านไบโอชาร์ พร้อมทั้งการวางระบบน้ำที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นพริกไทย เพื่อให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ ปรับปรุงวิธีการปลูก การดูแลรักษาต้นพริกไทย ร่วมกันภายในชุมชน  

    2. สนับสนุนให้เกษตรกรอนุรักษ์พันธุ์พริกไทยพื้นบ้าน และขยายพื้นที่ปลูกเพื่อซ่อมแซมในส่วนที่เสียหายจากภัยธรรมชาติ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo01.jpg

    3. สนับสนุนการแปรรูปเป็นพริกไทยแห้งด้วยการสร้างจุดตากพริกไทย เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดระยะเวลาในการตาก/แปรรูปให้น้อยลง

    4. สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญ โลหะหนัก และคุณค่าทางโภชนาการ พบว่า ผลผลิตพริกไทยมีปริมาณสาร Pipeline อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่พบการปนเปื้อนของโลหะหนักในผลผลิต อีกทั้งยังพบกรดไลโนเลอิกที่มีส่วนช่วยในการป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลสะสมในผนังหลอดเลือด เพิ่มการเผาผลาญไขมันอิ่มตัว กระตุ้นการทำงานของต่อมต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาพริกไทยเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคต 

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo02.jpg

    จากการดำเนินงานในปี 2568 กลุ่มเกษตรกรได้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการผลผลิตพริกไทยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแต่เดิมผลผลิตพริกไทย (แห้ง) มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 350 บาท เพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 500 บาท จึงได้มีการขยายพื้นที่ปลูกเพื่อให้มีปริมาณผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายต้นพันธุ์พริกไทย และผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ยาดม น้ำมันนวด ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2567 มากกว่า 2 เท่า ทั้งนี้ เกษตรกรยังคงพัฒนาต่อยอดด้วยการสร้างแบรนด์ ขยายพื้นที่การรับรองการเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการคัดเกรดพริกไทย ดำ – ขาว – แดง ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LF-ij7fg8rL5iOkQebmY5

  • เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    จับตาแนวนโยบายเศรษฐกิจจากโผ “ครม. อนุทิน” ลุ้นปัดฝุ่นโครงการเก่า-เดินหน้าและยกเลิกโครงการปัจจุบัน ส่องหุ้นไหนได้และเสียประโยชน์?

    โผรายชื่อ ครม.ใหม่ ก็มีออกมาให้เห็นกันหลายคนแล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ จากนั้นเมื่อวันที่ 7 ก.ย.2568 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

    ไม่ว่าจะเป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น 

    ทั้งนี้ “โพสต์ทูเดย์” ได้หยิบยกบทวิเคราะห์ของ บล.บัวหลวง ซึ่งได้มีการประเมินแนวนโยบายเศรษฐกิจจากโผ ครม. ที่ออกมา รวมไปถึงหุ้นที่ได้และเสียประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ ดังนี้ 

    รมว.คลัง : 

    • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (โควต้าคนนอก)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ
    1.สานต่อโครงการแบงก์ชาติ เช่น หน่วยงานกลางจัดเรตติ้งและค้ำประกันแห่งชาติ 

    • หุ้นได้ประโยชน์ : KTB, TTB, SAWAD, MTC 

    2.กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น โครงการคนละครึ่ง เงินกู้ฉุกเฉิน

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CPALL, CPAXT, BJC, COM7, SYNEX, HMPRO, DOHOME, CPF, M, MAGURO, MINT, CENTEL, ERW, CRC

    3.ไม่ขัดนโยบายการเงินผ่อนคลาย (ดอกเบี้ยขาลง)

    • หุ้นเสียประโยชน์ : กลุ่มธนาคาร

    4.G-Token อาจไม่ได้ไปต่อ

    • หุ้นเสียประโยชน์ : SCB, XPG 

    รมว.พาณิชย์ :

    • นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (โควต้าคนนอก)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาค่าครองชีพ / ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค / ราคาสินค้าเกษตร

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, JMT, CPALL, CPAXT, BJC

    2.ขับเคลื่อนการขยายตลาดใหม่ (FTA)

    • หุ้นได้ประโยชน์ : นิคม, WHA, AMATA

    รมว.ต่างประเทศ :

    • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (โควต้าคนนอก) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนผ่านการทูต

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CBG, BDMS, BCH, SAV

    รมว.พลังงาน : 

    • นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ (โควต้าคนนอก) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.หากกฎหมายน้ำมันฉบับใหม่ไม่ได้ไปต่อ

    • หุ้นได้ประโยชน์ : PTG, OR, TOP, PTTGC

    2.การปรับโครงสร้างราคาก๊าซ ถ้าได้เดินหน้าต่อ–>ต้นทุนก๊าซโรงไฟฟ้าถูกลง ผลักดันแผน PDP สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนโครงการพลังงานสะอาด

    • หุ้นได้ประโยชน์ : PTT, GPSC, BGRIM,GULF, GUNKUL

    รมว.มหาดไทย :

    • นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.ประสาน “คลัง” ช่วยแก้หนี้ เพิ่มกำลังซื้อเศรษฐกิจ ฐานราก นโยบายเงินกู้เร่งด่วน (เติมสภาพคล่อง)

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, CPALL, BJC

    2.โครงการ Entertainment complex ไม่ได้เกิด

    • หุ้นเสียประโยชน์ : VGI, BTS

    รมว.คมนาคม :

    • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (ภูมิใจไทย) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.สานต่อโครงการรถไฟฟ้า 20 บาท

    • หุ้นได้ประโยชน์ : BTS, BEM, PLANB

    2.ปรับขึ้นค่าภาษีสนามบิน (PSC) เดินหน้าต่อ / ฟื้นโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการบิน : รถไฟ เชื่อมสนามบิน – เมืองการบิน – Aviation Hub

    • หุ้นได้ประโยชน์ : AOT, THAI, SKY, BA, BTS, STECON

    รมว.เกษตรฯ :

    • ตัวแทนพรรคกล้าธรรม

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.งบฯ สนับสนุน-ช่วยเหลือเกษตรกร

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, JMT, CPALL, CPAXT, BJC

    รมว.กลาโหม :

    • ตัวแทนพรรค พปชร.

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาชายแดน การค้าชายแดน เดินทางเข้าออก

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CBG, BCH, SAV, STECON, CK, อสังหาฯ

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/730061&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m3bAJVRQQksotpnOPAqsI

  • “ภราดร” แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น

    “ภราดร” แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น

    “ภราดร” ยิ้มเขิน สื่อแซวไปทำหน้าเด็ก รอนั่งรัฐมนตรีป้ายแดง แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น หลัง “ฮุนมาเนต” แสดงความยินดี “นายกฯอนุทิน”

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ก.ย. 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ชื่อติดโผรัฐมนตรีป้ายแดง เตรียมนั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรค พร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล    โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ซองเอกสารดังกล่าวใช้ประวัติที่เตรียมยื่นให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบ นายภราดร ปฏิเสธว่าไม่ใช่

    เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้ออร่ารัฐมนตรีเริ่มออก นายภราดร ถามกลับว่า “จริงป่ะ” ผู้สื่อข่าวแซวว่า หน้าเด็กลง เพราะไปทำเบบี้เฟสมา จนนายภราดรหลุดหัวเราะ

    อุบไต๋ได้นั่งรัฐมนตรี

    นายภราดร ระบุด้วยว่า ยังไม่ทราบว่าจะได้นั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจริงหรือไม่ ต้องแล้วแต่กรรมการบริหารพรรค พร้อมยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการส่งประวัติไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเมื่อถามต่อว่า พร้อมทำงานหน้าที่หรือไม่หากมีโอกาสได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี นายภราดร ระบุสั้นๆว่า ก็คงแล้วแต่กรรมการบริหาร

    เร่งทำนโยบายกระตุ้นศก.

    นายภราดร ยังเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ได้เริ่มจัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตามกรอบ 120 วัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ซึ่งมีหลายโครงการอาทิ โครงการพักหนี้เกษตรกรทั้งต้นและดอก โครงการลดราคาปุ๋ย โครงการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผลให้กับผู้ประกอบการและประชาชนพื้นที่แนวชายแดน 7 จังหวัด

    คาดรถไฟฟ้า 20 บาทอาจไม่ทัน

    ส่วนนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ ที่หลายฝ่ายจับตา นายภราดร ยอมรับว่า ไม่สามารถผลักดันได้ทันเนื่องจากต้องมีการแก้ไขกฎหมายออกมาควบคุมการจำหน่ายกัญชา รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ยังไม่แน่ใจว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่เนื่องจากกฎหมายยังค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

    หวัง “ไทย-กัมพูชา”คลี่คลาย

    นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงความยินดีต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตนก็หวังว่าจะมีการเจรจาที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันแล้วว่าจะใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2881489&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2c49SO7xCK0qnRubeiEZfw

  • เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    เศรษฐกิจ

    เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    08 ก.ย. 2025 เวลา 12:02 น.

    “ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน 1 ” เปิดตัวทีมเศรษฐกิจที่ผสมผสานทั้งข้าราชการระดับสูง นักการเมืองมากประสบการณ์ และผู้บริหารเอกชนชื่อดัง เตรียมเดินหน้าลดค่าครองชีพ

    • เปิดชื่อ “ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน 1 ” 8 กระทรวง
    • ผสมผสานทั้งอดีตข้าราชการระดับสูง นักการเมืองบิ๊กเนม และผู้บริหารเอกชนชื่อดัง
    • เตรียมเดินหน้าลดค่าครองชีพ–แก้หนี้เกษตรกร–เพิ่มรายได้ฐานราก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยฝ่าความท้าทายโลก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ได้จัดโผ ครม.ชุดใหม่(รัฐบาลอนุทิน) โฟกัสหลักอยู่ที่ทีมเศรษฐกิจ(ครม.เศรษฐกิจ) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง และสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยมีรายชื่อสำคัญดังนี้

    กระทรวงการคลัง

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รมว.คลัง อธิบดีกรมธนารักษ์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และอดีตอธิบดีกรมศุลกากร ข้าราชการการเงินการคลังมืออาชีพ เชี่ยวชาญด้านนโยบายภาษี

    วรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รมช.คลัง อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด  (มหาชน)  มีประสบการณ์ด้านการเงิน-ธนาคาร และตลาดทุน และการเจรจาภาษีกับสหรัฐ

    กระทรวงพาณิชย์

    ในตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนี้ยังไม่ได้คนที่จะมาดำรงตำแหน่งโดยนายอนุทิน อยู่ระหว่างทาบทาม ซึ่งจะเป็นรัฐมนตรีคนนอก ที่ไม่ใช่นักการเมือง 

    นิธิยา บุญญามณี ลูกสาวของนิพนธ์ บุญญามณี ที่มีฐานการเมืองเข้มแข็งในภาคใต้ โดย นิธิยาเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัด

    กระทรวงพลังงาน

    อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่ รมว.พลังงาน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผู้คร่ำหวอดในวงการพลังงาน และปิโตรเคมี

    กระทรวงคมนาคม

    พิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่ รมว.คมนาคม อดีต รมว.แรงงาน รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    นภินทร ศรีสรรพางค์ ว่าที่ รมช.คมนาคม อดีต รมช.พาณิชย์ 

    กระทรวงอุตสาหกรรม

    ธนกร หวังบุญคงชนะ

    กระทรวงแรงงาน

    ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ รมว.แรงงาน ในอดีตเคยเป็น รมว.ศึกษาธิการ มาก่อน

    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

     ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ อดีต รมว.เกษตรฯ ปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม 

    ไผ่ ลิกค์ ว่าที่ รมช.เกษตรฯ ปัจจุบันเป็น สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ว่าที่ รมช.เกษตรฯ 

    สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ  ว่าที่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม 

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    อรรถกร ศิริลัทธยากร ว่าที่ รมว.การท่องเที่ยวฯ อดีต รมว.เกษตรฯ

    กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

    ไชยชนก ชิดชอบ ว่าที่ รมว.ดีอี ปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ 

    เร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ

    นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทิน ได้ประกาศมุ่งเดินหน้าโรดแมปเศรษฐกิจ 3 แกนหลัก ได้แก่

    1. ลดรายจ่าย ค่าครองชีพ พลังงาน เดินทาง และค่าขนส่ง

    2. แก้หนี้สิน เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ

    3. เพิ่มรายได้ฐานราก ผ่านการพัฒนาชุมชน การท่องเที่ยว และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1197819&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03aq4Us-YuICgTUNJQd4Mc

  • กองกำลังบูรพาจับกุม แรงงานกัมพูชา 50 คน ลอบเข้าเมืองที่สระแก้ว

    กองกำลังบูรพาจับกุม แรงงานกัมพูชา 50 คน ลอบเข้าเมืองที่สระแก้ว

    วันนี้ (8 กันยายน) กองกำลังบูรพา, ฉก.อรัญประเทศ และ ชค.ทพ.12 (ร้อย ทพ.1206) ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณท้ายหมู่บ้านกุดหิน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวในพื้นที่ว่ามีการลักลอบข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

    จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานชาวกัมพูชาจำนวน 50 คน (ชาย 33 คน, หญิง 17 คน) ขณะกำลังเดินเท้าเข้ามาในพื้นที่ สภาพของแรงงานทั้งหมดดูอิดโรย เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

    แรงงานเหล่านี้เปิดเผยว่า พวกเขาเคยทำงานในประเทศไทยมาก่อน แต่จำต้องเดินทางกลับประเทศกัมพูชาเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากมาตรการควบคุมการเข้าออกที่เข้มงวดของทั้งสองประเทศ แต่เมื่อกลับไปถึงภูมิลำเนาแล้ว กลับไม่มีงานทำและขาดรายได้ ประกอบกับรัฐบาลกัมพูชาไม่มีมาตรการช่วยเหลือใดๆ จึงตัดสินใจยอมจ่ายเงินค่าเดินทางให้ผู้นำทางหัวละ 5,000-6,000 บาท เพื่อกลับมาตายเอาดาบหน้าในประเทศไทยอีกครั้ง

    พวกเขายังเล่าอีกว่า ได้ติดต่อผู้นำทางชาวกัมพูชา 3 คน เพื่อนำพาข้ามแดนมาตามเส้นทางธรรมชาติเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ แต่ระหว่างทางก็ถูกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบเสียก่อน โดยผู้นำทางทั้ง 3 คนอาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีไปในไร่อ้อย เหลือไว้แต่แรงงานชาวกัมพูชาที่ถูกจับกุมตัวไว้ได้ทั้งหมด

    เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานชาวกัมพูชาทั้งหมดที่จับกุมได้ในครั้งนี้ ส่ง สถานีตำรวจภูธร(สภ.)คลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

    ด้าน พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งปิดด่านชายแดน ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ถึง 8 กันยายน 2568 ทางหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าเมืองได้รวม 84 ครั้ง เป็นจำนวนแรงงานชาวกัมพูชามากถึง 329 คน 

    การจับกุมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังของประชาชนชาวกัมพูชาที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยตนเอง เนื่องจากขาดการดูแลจากรัฐบาลในประเทศบ้านเกิด ที่กดดันให้ประชาชนเดินทางกลับประเทศแล้วไม่มีการช่วยเหลือใดๆ

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/cambodian-workers-arrested-sakaeo/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3t6Uvf3eOyrJPnt4tWi4Bp

  • ปักธง “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

    ปักธง “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

    รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยในการลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนเกษตรสรรค์สร้าง ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ว่า สำนักงานสลากฯ มุ่งมั่นทำงานบนหลัก ESG ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยโครงการ “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ที่ดำเนินต่อเนื่องมา 7 ปี 

    โดยสะท้อนความตั้งใจในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน การเสริมรายได้ให้ชุมชนช่วยลดปัญหาการย้ายถิ่นของแรงงาน พร้อมทั้งช่วยกระจายรายได้ ลดความยากจน และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก

    โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนตลอด 7 ปี ที่ผ่านมา คือความภาคภูมิใจของสำนักงานสลากฯ 
    ที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาส และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กว่า 67 ชุมชน ยังคงรักษา สืบสาน และต่อยอดอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิตที่งดงามต่อไปได้ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากเม็ดเงินรายได้ของสมาชิกชุมชนจะดีขึ้น เศรษฐกิจมีการหมุนเวียนตามเป้าประสงค์แล้ว การที่จะทำให้ลูกหลานไม่ทิ้งถิ่นฐาน ต้องทำให้เขาเชื่อได้ว่าสิ่งที่เขามีเป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีเรื่องราว และสามารถนำมาต่อยอดหาเลี้ยงชีพได้ และต้องเป็นสิ่งที่สังคมทุกภาคส่วนมองเห็นความสำคัญร่วมกัน

    อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากฯ ยังเน้นสนับสนุนชุมชนด้านการตลาด โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าและวัตถุดิบท้องถิ่นให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง เช่น ชุมชนปากพูน ที่มีการต่อยอดทำ e-marketing ส่งสินค้าไปยังตลาดในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศ

    ด้านพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ กล่าวเสริมว่า แม้ภารกิจหลักของสำนักงานคือการหารายได้เข้ารัฐจากผลิตภัณฑ์สลากกินแบ่งทั้งแบบใบ ดิจิทัล และสลากตัวเลข 3 หลัก แต่สำนักงานไม่ลืมพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยโครงการ “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรม CSR ที่ทำต่อเนื่องมาแล้ว 7 ปี มีการพัฒนาหลากหลายด้าน ทั้งการท่องเที่ยว การยกระดับบรรจุภัณฑ์ การปรับปรุงมาตรฐานสินค้า และการใช้สื่อออนไลน์-อินฟลูเอนเซอร์ช่วยเผยแพร่ความน่าสนใจของชุมชน

    ขณะเดียวกัน พันโท หนุน ระบุว่า ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ 67 แห่งมีรายได้เพิ่มขึ้นราว 10-20% และเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น สำหรับชุมชนปากพูน เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่มีความโดดเด่น สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตเดิม สู่พื้นที่การเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างแท้จริง และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้านที่ต้องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชายเลน ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ เช่น ล่องเรือ ชมอุโมงค์โกงกาง เรียนรู้การอนุบาลปูดำ และทำขนมพื้นบ้านอย่างขนมโคใต้ต้นตาล 

    นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันสลากแบบใบได้รับสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และในอนาคตจะมีกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้ธุรกิจเติบโตควบคู่กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/sustainability/256621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mfdxhfSddLXw5tLXHYzwv

  • ITD ชวนฟัง

    ITD ชวนฟัง

    วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.28 น.

    ITD ชวนฟัง’กูรูเศรษฐกิจโลก’ ถอดรหัสการค้าผันผวน ชี้ทางไทย-อาเซียนพลิกวิกฤตสู่โอกาสใหม่ 

    กรุงเทพฯ – ท่ามกลางกระแสโลกที่พลิกผัน ตั้งแต่มาตรการภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรง การกีดกันทางการค้า ไปจนถึงกฎ CBAM ของสหภาพยุโรปที่กระทบห่วงโซ่อุปทาน สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ และ UN Trade and Development (UNCTAD) พร้อมเปิดเวทีถกเข้มระดับภูมิภาค “ITD Southeast Asia Trade and Development Forum 2025: The Changing Realities of International Trade” วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน 2568 ณ ห้องนภาลัยแกรนด์บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ 

    การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่จะชี้ชะตาทิศทางการค้าของไทยและอาเซียนในยุคที่ระเบียบโลกกำลังถูกท้าทาย โดยมีประเด็นสำคัญครอบคลุมตั้งแต่ผลกระทบจากนโยบาย reshoring และ protectionism ของสหรัฐฯ การปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว การปฏิวัติดิจิทัล ไปจนถึงบทบาทของ SMEs ในการสร้างความยืดหยุ่นท่ามกลางความไม่แน่นอน 

    ไฮไลท์วิทยากรระดับโลกที่ห้ามพลาด: 

    -Prof. Dr. Jeffrey D. Sachs จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย จะเปิดมุมมอง “The Global Realities: Trade, Tensions, and Transformation” วิเคราะห์การปรับสมดุลอำนาจทางเศรษฐกิจ ผลกระทบจากเทคโนโลยีพลิกโฉม และการฟื้นคืนชีพของนโยบายอุตสาหกรรมในยุคที่ระบบพหุภาคีกำลังอ่อนแอ 

    -ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  จะนำเสนอ “Thailand’s Path Forward” ชี้แนวทางการปรับตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในอาเซียน พร้อมข้อเสนอนโยบายเพื่อเสริมความยืดหยุ่น ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างครอบคลุม และใช้ประโยชน์สูงสุดจาก FTAs 

    -Dr. Bruno Casella จาก UNCTAD และ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการพัฒนา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จะร่วมนำเสนอ World Investment Report 2025 เจาะลึกแนวโน้มการลงทุนโลกที่ชะลอตัว แต่เทคโนโลยีดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียวกลับเติบโตสวนทาง 

    -Ms. Melinda Good จากธนาคารโลก จะวิเคราะห์ “Financing the Future” ชี้ช่องทางการเงินเชิงนวัตกรรมเพื่อปลดล็อกโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกลยุทธ์สนับสนุน SMEs และเสริมความแข็งแกร่งห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาค 

    เวทีเสวนาเข้มข้น 3 ช่วง: 

    -Panel 1: The Trade Playbook – เปิดกลยุทธ์องค์กรชั้นนำในการรับมือความผันผวน โดย คุณสมิทธ์ พนมยงค์  Executive Officer, Gulf Development Public Company Limited และ Mr. Matthew Moodey, Managing Director, Deutsche Bank 

    -Panel 2: Reimagining Trade – กลุ่มบรรษัทข้ามชาติ (MNCs) แชร์ประสบการณ์เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส โดย Mr. Jackie Chang ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดลต้า อิเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย), Mr. Marcelo Souza ประธานคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT), และ คุณศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) 

    -Panel 3: Little Giants – สตาร์ทอัพยูนิคอร์นอาเซียนเผยเส้นทางสู่ความสำเร็จ โดยผู้นำจาก 5 ประเทศ ได้แก่ Mr. Doni Teguh Pribadi, CEO & Founder, PT Bigdonte Kreatif Media จากอินโดนีเซีย, คุณมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่, Mr. Toni Trinh, Co-founder and CEO, AseanHub จากเวียดนาม, คุณธมลวรรณ  วิโรจน์ชัยยันต์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Moreloop และ Dr. Soe Hein, Founder & President IMU University EdTech จากเมียนมาร์ 

    นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการ ITD กล่าว “ฟอรัมนี้ไม่ใช่แค่การนำเสนอทฤษฎี แต่เป็นการระดมสมองเพื่อหาทางออกที่เป็นรูปธรรม เราจะแปลงข้อเสนอจากผู้เข้าร่วมทุกคนเป็นนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อให้ไทยและอาเซียนไม่เพียงอยู่รอด แต่เติบโตท่ามกลางความท้าทายใหม่” 

    งานนี้เปิดรับลงทะเบียนฟรีที่ itd.or.th สำหรับผู้สนใจทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องการเข้าใจแนวโน้มโลก สร้างเครือข่ายธุรกิจ และค้นหาโอกาสใหม่ในยุคที่การค้าโลกกำลังเปลี่ยนแปลง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/912820&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yUeut0WY4xmXYgfkGf_vS

  • ราคา Bitcoin ไซด์เวย์ที่ $110,000 ลุ้นจับตา 2 ตัวเลขเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ อาจดันราคาพุ่งทะลุฟ้า?

    ราคา Bitcoin ไซด์เวย์ที่ $110,000 ลุ้นจับตา 2 ตัวเลขเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ อาจดันราคาพุ่งทะลุฟ้า?

    วันนี้ (8 กันยายน) ราคาบิทคอยน์ยังคงมีการซื้อขายทรงตัวในระดับราคาที่ $110,000 โดยช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin ได้ค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาจากระดับราคา $107,310 และมีการเทรดในรูปแบบไซด์เวย์มาโดยตลอด 

    ข้อมูลจากกราฟ BTC/USD บน Coinmarketcap เผยให้เห็นว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Bitcoin ได้ทำสถิติสูงสุดระหว่างวันที่ $111,486 ในช่วงเช้าตรู่ ก่อนที่ราคาจะมีการปรับลดลงมายัง $110,889 ในขณะที่รายงาน ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าราคาของบิทคอยน์ยังคงซื้อขายอยู่ในกรอบแคบ ๆ 

    ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนคริปโตจำเป็นต้องจับตาปัจจัยเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ที่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อราคาบิตคอยน์ทั้งในระยะสั้นและยาว เหตุการณ์สำคัญคือการประกาศตัวเลข เงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) และ เงินเฟ้อภาคการผลิต (PPI) ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนราคาสินค้าที่ตลาดทั่วโลกให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

    • คืนวันพุธ เวลา 19:30 น. – การประกาศตัวเลข PPI
    • คืนวันพฤหัส เวลา 19:30 น. – การประกาศตัวเลข CPI

    เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมดเข้าด้วยกัน เห็นได้ชัดว่ารายงาน CPI และ PPI เดือนนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเศรษฐกิจทั่วไป แต่ยังถูกมองว่าเป็น “ชิ้นส่วนตัวต่อสุดท้าย” ที่จะบอกทิศทางของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในการประชุม FOMC เดือนกันยายน หากผลออกมาเอื้อต่อการลดดอกเบี้ย ก็อาจกลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะคริปโต เข้าสู่รอบขาขึ้นอย่างเต็มตัว

    และที่น่าสนใจคือ หากเฟดประกาศลดดอกเบี้ยในช่วงปลายเดือนกันยายนจริง ๆ ก็จะประจวบเหมาะกับการเข้าสู่เดือนตุลาคม หรือที่นักลงทุนคริปโตเรียกกันติดปากว่า “Uptober” เดือนแห่งสถิติการปรับตัวเชิงบวกของตลาดคริปโตเป็นประจำทุกปี ดังนั้น รายงานเศรษฐกิจเพียงสองฉบับนี้ อาจไม่ใช่แค่ข้อมูลตัวเลขธรรมดา แต่เป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถจุดประกายความคึกคักรอบใหม่ของตลาดคริปโตได้เลยทีเดียว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2025/09/08/bitcoin-sideway-awaiting-this-week-confirmation-signal/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TbCIPGT6GQliD_4LPmPNQ

  • เคาะรายละเอียดเบื้องต้น คนละครึ่ง รัฐบาลอนุทิน เริ่มใช้เมื่อไร – วิธีการลงทะเบียน

    เคาะรายละเอียดเบื้องต้น คนละครึ่ง รัฐบาลอนุทิน เริ่มใช้เมื่อไร – วิธีการลงทะเบียน

              คนละครึ่ง รอบใหม่ในรัฐบาลอนุทิน เตรียมเปิดใช้หากมีการอนุมัติ คาดเริ่มได้เร็วสุดเดือนตุลาคม 2568 ใช้งบตัวไหนมากระตุ้นเศรษฐกิจ

    คนละครึ่ง
    ภาพจาก JN 999 / Shutterstock.com

              หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีกระแสข่าวออกมาทันทีว่า เตรียมผุดโครงการคนละครึ่งมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเสียงตอบรับออกมาในทิศทางที่ค่อนข้างดี

              ล่าสุดวันที่ 8 กันยายน 2568 เรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า กระทรวงการคลังพร้อมเดินเรื่องโครงการคนละครึ่ง  หากได้รับอนุมัติจาก ครม.อนุทิน คาดว่า จะใช้เวลา 30-45 วันในการดำเนินการ และมีฐานข้อมูลเดิมของร้านค้า ลูกค้าอยู่ก่อนแล้ว

    คนละครึ่ง โครงการเริ่มเมื่อไหร่

              ทั้งนี้ กระทรวงการคลังคาดว่าเริ่มโครงการคนละครึ่งได้ในเดือนตุลาคม 2568

    คนละครึ่ง

    ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

    โครงการคนละครึ่งเอางบประมาณเอามาจากไหน

              สำหรับโครงการคนละครึ่งจะใช้งบกลาง 2.5 หมื่นล้านบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องรอขออนุมัติเพิ่มเติม

    วิธีการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง

              ประชาชนสามารถลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งได้อย่างง่าย ๆ ใช้แอปฯ เป๋าตัง ดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องพัฒนาระบบใหม่ ส่วนร้านค้าอาจจะต้องมีการอัปเดตตัวเลขอีกครั้ง

    ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://money.kapook.com/view294809.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ist67UrAnn0pDWHQ1ygUI