“ราคาทองคำ” ยังคงทำสถิติพุ่งแรงต่อเนื่อง จากเดือนมกราคม 2568 ราคาทองคำแท่งในไทยเคลื่อนไหวเฉลี่ยราว 43,800 กว่าบาท ขณะที่ราคาทองคำแท่ง ล่าสุด ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ขายออกแตะระดับ 59,350 บาท ถือว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีถึง 15,550 บาท คิดเป็น +35.5%
ฟากฝั่ง ราคาทองคำรูปพรรณ ขายออกล่าสุดแตะระดับ 60,150 บาท ถือว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 16,000 บาทนับตั้งแต่ต้นปี สะท้อนภาพความกังวลมหาศาลที่มีต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองสหรัฐฯจึงมาพักใจที่ทองคำ
ในอีกมุมหนึ่ง นี่อาจเป็นเหตุให้ “ใคร” ที่คิดจะแต่งงานในช่วงนี้ หรือปีต่อๆไปอาจต้องเร่งปรับแผนใหม่
“อารีรัตน์ มุราชัย” หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ยอมรับว่า ราคาทองคำยังคงแกว่งตัวตามกระแสการเมืองและเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยการเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ของหน่วยงานรัฐบาลกลางครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง แต่ยังสร้างบรรยากาศการลงทุนที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง นักลงทุนกังวลว่าหากการปิดทำการยืดเยื้อ
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอย่างตัวเลขการจ้างงาน (Nonfarm Payrolls) หรือดัชนีอื่นๆ อาจล่าช้า ซึ่งจะทำให้ทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของเฟดยิ่งคลุมเครือ ความไม่แน่นอนดังกล่าวเป็นปัจจัยที่หนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้ในระยะสั้น ขณะเดียวกัน หากสามารถตกลงเรื่องงบประมาณกันได้ ต้องระวังแรงขายทำกำไรที่จะตามมาเช่นกัน
ถ้าหากสภาวะชัตดาวน์เกิดขึ้นเพียงในระยะเวลาสั้นๆ และการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานยังเป็นไปตามกำหนดเดิมในคืนวันศุกร์ คาดว่าตลาดจะยังจับตาข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตัวเลขนี้ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของเฟด โดยมีการคาดการณ์ว่าการจ้างงานเดือนล่าสุดจะเพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานน่าจะทรงตัวที่ 4.3%
แต่หากตัวเลขจ้างงานออกมาต่ำกว่าคาด จะสะท้อนถึงความเปราะบางของตลาดแรงงาน และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนตุลาคม แต่หากตัวเลขจ้างงานฟื้นตัวดีกว่าคาด ความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยอาจค่อยๆลดลง
ดังนั้นควรจับตาการตีความของตลาดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเชื่อมั่นและทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ
ขณะเดียวกัน ตลาดยังเฝ้าติดตามการให้สัมภาษณ์และการกล่าวสุนทรพจน์ของเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย เช่น Philip Jefferson, Susan Collins, Austan Goolsbee, Lorie Logan และ John Williams เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินต่อไป
โดยคำแถลงเหล่านี้จะส่งผลต่อกระแสคาดการณ์การลดดอกเบี้ยและทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ
ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD แนะนำกลยุทธ์เก็งกำไรระยะสั้น รอย่อซื้อ 3,835-3,815 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (ราคาทองคำไทย ประมาณ 58,700-58,500 บาท) รับปัจจัยหนุนเชิงบวกจากภาวะ US Government Shutdown ในระยะนี้มองว่าเหมาะสำหรับนักลงทุนที่เน้นซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
ราคาทองมีแนวรับ 3,835-3,815 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (ราคาทองคำไทย ประมาณ 58,700-58,500 บาท) และแนวต้านทำกำไรที่ 3,885-3,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 59,600-59,800 บาท)
พร้อมย้ำว่า การเข้าซื้อรอบนี้ควรเคร่งครัดในการกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ 3,790 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 58,000) หากหลุดระดับดังกล่าวควรชะลอการเข้าซื้อ.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/financial/731282&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oCFJS4-GIS-P6-ruI7ZZM




สถานการณ์น้ำแม่น้ำน่านน่าห่วง! โครงการชลประทานพิษณุโลกประกาศยกระดับเตือนภัยเป็น “ธงสีส้ม” หลังพายุโซนร้อน “บัวลอย” ทำฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เสี่ยงล้นตลิ่ง โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจเมืองพิษณุโลก คาดภายในบ่ายวันพรุ่งนี้ระดับน้ำแตะ 10 เมตร







‘อนุทิน’ เร่งผลักดันนโยบายตามที่แถลง เล็งประชุม ครม.เศรษฐกิจบ่ายวันจันทร์ ยันหลักการ ‘คนละครึ่ง’ คนทั่วไปเข้า ครม.สัปดาห์หน้า กันงบฯ 69 ไว้แล้ว ไม่เกินกลาง ต.ค.ลงทะเบียนได้