Category: เศรษฐกิจ

  • เศรษฐกิจสหรัฐ-ภูมิรัฐศาสตร์โลก ยังป่วนโลก ขณะไทยได้อานิสงส์เลือกตั้ง

    เศรษฐกิจสหรัฐ-ภูมิรัฐศาสตร์โลก ยังป่วนโลก ขณะไทยได้อานิสงส์เลือกตั้ง

    Loading…

    เศรษฐกิจสหรัฐ-ภูมิรัฐศาสตร์โลก ยังป่วนโลก ขณะไทยได้อานิสงส์เลือกตั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/investment-112&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27G9rvyVaSWBFSR_zTbM4Q

  • ราคาน้ำมันประจำวันที่ 15/02/69 อัปเดตจาก 4 สถานี

    ราคาน้ำมันประจำวันที่ 15/02/69 อัปเดตจาก 4 สถานี

    อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดจาก 4 สถานีบริการน้ำมัน ปั๊ม “ปตท.” (PTT),ปั๊ม “บางจาก” (Bangchak),ปั๊ม “เชลล์” (Shell),ปั๊ม “พีที” (PT)

    วันที่ 15 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวรายงาน การอัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดจาก 4 สถานีบริการน้ำมัน ได้แก่ ปตท., บางจาก, PT และเชลล์ ล่าสุดมีราคาดังนี้ (อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 9 ม.ค.2569 เวลา 05.00 น.)

    ราคาน้ำมันปั๊ม “ปตท.” (PTT)

    แก๊สโซฮอล์ 95 : ราคา 30.85 บาท/ลิตร

    แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมียม : ราคา 40.04 บาท/ลิตร

    ดีเซล B7 ราคา : 29.94 บาท/ลิตร

    แก๊สโซฮอล์ 91 : ราคา 30.48 บาท/ลิตร

    เบนซิน 95 :ราคา 39.14 / ลิตร

    แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 28.64 บาท/ลิตร

    แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 26.59 บาท/ลิตร

    ดีเซล พรีเมี่ยม : ราคา 43.44 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมันปั๊ม “บางจาก” (Bangchak)

    แก๊สโซฮอล์ 95 : ราคา 30.85 บาท/ลิตร

    ดีเซล B7 ราคา : 29.94 บาท/ลิตร

    แก๊สโซฮอล์ 91 : ราคา 30.48 บาท/ลิตร

    แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 28.64 บาท/ลิตร

    แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 26.59 บาท/ลิตร

    ดีเซล พรีเมี่ยม : ราคา 45.64 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” (PT)

    เบนซิน ราคา 39.64 ราคาบาท/ลิตร

    แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 30.85 บาท/ลิตร

    แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 28.64 บาท/ลิตร

    แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 30.48 บาท/ลิตร

    ดีเซล ราคา 29.94 บาท/ ลิตร

    ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” (Shell)

    เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: ราคา 28.94 บาท/ลิตร

    เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: ราคา 30.78 บาท/ลิตร

    เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: ราคา 31.35บาท/ลิตร

    เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: ราคา 49.84 บาท/ลิตร

    เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล : ราคา 29.94 บาท/ลิตร

    เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล : ราคา 49.84 บาท/ลิตร

    ที่มา : www.eppo.go.th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/129386&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bhyg1CcY48-rrobugQLSY

  • รัฐบาลใหม่กับภารกิจหนักอึ้งกู้เศรษฐกิจไทย

    รัฐบาลใหม่กับภารกิจหนักอึ้งกู้เศรษฐกิจไทย

    รัฐบาลใหม่กับภารกิจหนักอึ้งกู้เศรษฐกิจไทย

    รัฐบาลใหม่กับภารกิจหนักอึ้งกู้เศรษฐกิจไทย

     *** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,173 ระหว่างวันที่ 41-75 ก.พ. 2569 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย

    *** ตัวเลขคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP) ของไทยปี 2569 ที่ธนาคารโลกประเมินไว้เพียง 1.6% ไม่ใช่แค่ตัวเลขเศรษฐกิจชะลอตัวธรรมดา แต่เป็น “สัญญาณเตือนเชิงโครงสร้าง” ว่า “เศรษฐกิจไทย” กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากภายนอก และ ภายในประเทศพร้อมกัน

    “ภายนอก” คือ ภาวะการค้าโลกที่ผันผวน สงครามการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ และทิศทางนโยบายของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ “ภายใน” คือหนี้ครัวเรือนเกือบ 90% ต่อ GDP หนี้สาธารณะใกล้ 70% ปัญหาคอร์รัปชันที่ถูกจัดอันดับต่ำลง และความเชื่อมั่นที่สึกกร่อน

    คำว่า “คนป่วยแห่งเอเชีย” ที่ต่างชาติเริ่มใช้เรียกไทย ไม่ได้เป็นเพียงวาทกรรม แต่สะท้อนภาพการเติบโตที่ต่ำสุดในภูมิภาค ขีดความสามารถการแข่งขันที่ลดลง และความไม่แน่นอนทางนโยบาย โจทย์ของ “รัฐบาลใหม่” จึงไม่ได้มีแค่การจัดตั้งให้สำเร็จ แต่ต้อง “จัดการความเชื่อมั่น” ให้กลับมาโดยเร็ว

    *** ภาคเอกชนไทยออกมาส่งสัญญาณตรงกันว่า “90 วันแรก” สำคัญที่สุด เพราะเป็นช่วงกำหนดทิศทางความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ สิ่งที่ต้องเห็นทันทีคือ ผ่านงบประมาณปี 2570 ให้ทันเวลา, สื่อสารทิศทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ไม่เปลี่ยนนโยบายรายสัปดาห์, ดูแลปัญหาปากท้องประชาชน และ SMEs แบบ “ตรงจุด ไม่หว่านเงิน” , เร่ง 3 เครื่องยนต์หลักทั่ง ท่องเที่ยว ส่งออก การลงทุน, ควบคุมวินัยการคลัง ไม่สร้างภาระระยะยาวเกินความสามารถประเทศ เพราะความล่าช้าทางการเมือง เพียง 0.3-0.5% ของ GDP อาจหมายถึงความเสียหายระดับ 5-9 หมื่นล้านบาท และที่เสียหนักกว่า คือ ต้นทุนความเชื่อมั่น ซึ่งใช้เวลาฟื้นนานกว่าตัวเลขเศรษฐกิจหลายเท่า

    *** “ภาคธุรกิจ” ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เก่งคนเดียว แต่ต้องการ “ทีมเศรษฐกิจที่พูดภาษาเดียวกัน” ไม่ทำงานแบบไซโลแยกกระทรวง รัฐมนตรีคลังไม่จำเป็นต้องเป็นนักการเมืองอาวุโส แต่ต้องคุมงบประมาณได้ เจรจากับธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดทุน และ นักลงทุนต่างชาติได้ และกล้าพูดความจริงเรื่องวินัยการคลัง เพราะการ “แจกเงิน” เพียงอย่างเดียว อาจช่วยระยะสั้น แต่ทำลายเสถียรภาพระยะยาว

    *** ขณะที่ รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ได้ออกมาเตือนว่า รัฐบาลใหม่ต้องเร่งรับมืออย่างน้อย 5 เรื่องใหญ่ ประกอบด้วย 1.ปากท้องประชาชนและหนี้ครัวเรือน 2.การเจรจาการค้ากับสหรัฐ และการเร่งปิดดีล FTA ใหม่ 3.ภัยพิบัติ-ภัยแล้ง น้ำท่วม ที่กระทบฐานราก 4.คอร์รัปชัน สแกมเมอร์ ทุนเทา ซึ่งกัดกินความเชื่อมั่น 5.ภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่ผันผวนเกินคาดโดยเฉพาะประเด็น “คอร์รัปชัน” ที่ทำให้ไทยร่วงไปอยู่อันดับ 116 ของโลก ดัชนีความทนทานต่อคอร์รัปชันลดฮวบ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม และ มาเลเซีย ขยับแซงหน้า หากรัฐบาลใหม่ไม่ประกาศวาระแห่งชาติปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ภาพลักษณ์ “Safe Zone” สำหรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจะยิ่งเลือนลาง

    *** แสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ได้ออกมาเสนอแนวคิด “Quick Big Win” ที่เห็นผลจริง ลดอุปสรรค เพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุน ยกระดับผลิตภาพคน ส่งเสริมนวัตกรรม ดันเข้าสู่ตลาดทุน และสร้าง “ความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลและเอกชน) หรือ PPP เชิงยุทธศาสตร์ หัวใจคือ ทำให้มาตรการ “ถึงมือจริง” ไม่ค้างอยู่ในระบบราชการ เพราะเศรษฐกิจฐานรากที่อ่อนแรง คือจุดเปราะบางที่สุดของประเทศ

                                                รัฐบาลใหม่กับภารกิจหนักอึ้งกู้เศรษฐกิจไทย

    *** วันนี้คำถามไม่ใช่ว่า พรรคใดจะเป็นแกนนำ แต่คือ รัฐบาลชุดใหม่จะนิ่งพอสร้างเสถียรภาพ “เร็วพอ” จัดการวิกฤต และ “น่าเชื่อถือพอ” ดึงความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่ ประเทศไทยไม่ได้ขาดศักยภาพ แต่ขาดจังหวะ ขาดเอกภาพ และ ขาดความเด็ดขาดในหลายช่วงเวลา ทุกวันที่การเมืองชะงัก คือวันที่โอกาสไหลออกจากประเทศ ทุกวันที่นโยบายไม่ชัด คือวันที่นักลงทุนชะลอการตัดสินใจ รัฐบาลใหม่จึงไม่ได้แบกรับแค่ภารกิจบริหารประเทศ แต่กำลังแบก “ศรัทธาเศรษฐกิจไทย” ทั้งระบบไว้บนบ่า จะพาประเทศพ้นคำว่า “คนป่วยแห่งเอเชีย” ได้หรือไม่ อยู่ที่ความกล้าตัดสินใจ มากกว่าคำสัญญาบนเวทีปราศรัย…
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/than-society/651578&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jQ1rc-G97SdNysoSDgG7v

  • รับฟรี! Lotus’s e-Coupons 100 บาท เมื่อสมัครบัตรกรุงศรีเดบิต หรือ แอปกรุงศรี มั่งมี ช้อป

    รับฟรี! Lotus’s e-Coupons 100 บาท เมื่อสมัครบัตรกรุงศรีเดบิต หรือ แอปกรุงศรี มั่งมี ช้อป

    กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่สมัครบัตรกรุงศรี เดบิต ทุกประเภท และชำระค่าธรรมเนียมเต็มจำนวน พร้อมทั้งผูกบัตรเข้า krungsri app และลูกค้าผู้ประกอบการที่สมัครแอปกรุงศรี มั่งมี ช้อป และเลือกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารกรุงศรีเป็นบัญชีรับเงินในกรุงศรี มั่งมี ช้อป ผ่าน krungsri app ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 – 30 มิถุนายน 2569 รับ Lotus’s e-Coupons มูลค่า 100 บาท ภายใน 30 วัน นับจากวันสิ้นเดือนของเดือนที่ผูกบัตรสำเร็จ หรือ สมัครแอปกรุงศรี มั่งมี ช้อป สำเร็จ

    ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่
    https://www.krungsri.com/th/promotions/personal/product-combo-set

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/278090&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw060KiNCVNKIFZCNIhFbYyE

  • นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    14 ก.พ.69 เวลา 18.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ณ เวทีกลาง พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.ลพบุรี

    นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถือเป็นงานประจำปีสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของ จ.ลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นโอกาสให้ได้รำลึกถึงบุญคุณแห่งบูรพกษัตริย์ ความรักชาติรักแผ่นดิน ที่ทำให้เรารักษาดินแดนมาได้จนถึงทุกวันนี้

    “ผมให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับคำว่า บ้านเกิดเมืองนอน เพราะมีความเชื่อว่า ถ้ามีความภูมิใจในอัตลักษณ์ของบ้านเกิด ก็จะทำทุกอย่าง เพื่อรักษาความภาคภูมิใจนั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกที่มาเยือน การช่วยกันพัฒนา สร้างความเจริญในทุกมิติ รวมถึงการรักษามรดกทางวัฒนธรรม ไว้ให้ลูกหลาน”

    การจัดงานครั้งนี้ ยังเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมทั้งทรงพัฒนาให้เป็นอาชีพที่มั่นคงแก่ประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตผ้ามัดหมี่ และงานศิลปาชีพแขนงต่าง ๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชน จ.ลพบุรี

    นายกฯ ขอบคุณทุกภาคส่วนใน จ.ลพบุรี ที่ร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ เป็นที่ภาคภูมิใจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับจังหวัดอื่น ๆ ในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวต่อไป 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/66579&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ko0FKHWYxeP5m2QUlPzV8

  • ‘เคทีซี’ แนะของขวัญวาเลนไทน์ปีนี้ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าของขวัญระยะสั้น

    ‘เคทีซี’ แนะของขวัญวาเลนไทน์ปีนี้ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าของขวัญระยะสั้น

    ภายใต้บริบทค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มเฉลี่ยปีละ 7–10% ผนวกกับสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน คู่รักจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจกับการสร้างหลักประกันในอนาคตมากกว่าการเลือกซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ในวันสำคัญ โดยให้ความสำคัญต่อ “ความมั่นคงในระยะยาว” ที่ช่วยลดความเสี่ยงในชีวิตและสร้างความสบายใจให้กันมากขึ้น

    14 ก.พ. 2569 – บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี มองเห็นสัญญาณนี้ชัดเจน และเชิญชวนให้คู่รักใช้วาเลนไทน์เป็น “วันแห่งการทบทวนอนาคต” ร่วมกัน ผ่านการวางแผนประกันชีวิต การดูแลสุขภาพ และการจัดการการเงินอย่างมีระบบ เปรียบเสมือนการสร้าง “พอร์ตความอุ่นใจ” ที่เติบโตไปพร้อมความรักของทั้งคู่

    ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังสะท้อนบรรยากาศการจับจ่ายช่วงวาเลนไทน์อย่างคึกคัก คาดการณ์เม็ดเงินสะพัดสูงสุดในรอบ 6 ปี รวมกว่า 2.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% จากปีก่อน โดยมี “Gen X” เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายมากที่สุดในปีนี้

    ของขวัญสวยงามหนึ่งวัน vs. ต้นทุนความเสี่ยงทั้งปี

    แม้ของขวัญวาเลนไทน์ยังคงได้รับความนิยม แต่หลายคู่เริ่มมองความจริงว่า ค่าดอกไม้พรีเมียมเฉลี่ยหลักพัน แต่ค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินอาจแตะหลักหมื่นถึงหลักแสน และมากกว่า 1 ใน 3 ของครอบครัวไทยต้องดึงเงินเก็บมาใช้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทำให้คู่รักจำนวนมากเห็นพ้องกันว่า “ความรักที่ดี” ไม่ใช่แค่ความหวาน แต่คือการลดความเสี่ยงให้กันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การวางแผนประกันจึงทำหน้าที่เหมือนการให้ของขวัญที่ใช้ได้ตลอดปี เป็นความสบายใจแบบรายวันที่มอบให้กันในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน

     เริ่มใช้วาเลนไทน์เป็น Checkpoint ด้านความมั่นคง ประเด็นที่ควรทบทวนร่วมกัน ได้แก่

    • ความคุ้มครองสุขภาพมีเพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลปัจจุบันหรือไม่

    • ผู้รับผลประโยชน์ได้รับการระบุอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบันหรือยัง

    • หากมีการแต่งงาน มีบุตร หรือมีผู้สูงอายุในครอบครัว ควรเสริมความคุ้มครองด้านใด

    • ภาระหนี้ รายได้ และเงินสำรองของครอบครัวยังรองรับความเสี่ยงได้หรือไม่

    เคทีซี อินชัวร์พลัส (KTC Insure+) ช่วยออกแบบแผนคุ้มครองให้เหมาะกับทุกความสัมพันธ์ เพื่อตอบรับ จึงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้ผู้ถือบัตรวางแผนความคุ้มครองแบบครบวงจร ทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และแผนคุ้มครองตามงบประมาณ พร้อมเปรียบเทียบความคุ้มครองจากหลากหลายบริษัทประกันในที่เดียว

    ทำให้คู่รัก ครอบครัว และคนวัยทำงาน สามารถเริ่มต้น “พอร์ตความอุ่นใจ” ได้ง่ายขึ้นในราคาที่ควบคุมได้ ในยุคที่ค่ารักษา ค่าเบี้ยประกัน และความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นทุกปี ความรักที่มั่นคงที่สุดอาจเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ คือการนั่งลงวางแผนร่วมกันอย่างรับผิดชอบ เพราะบางครั้งการปกป้องอนาคต คือคำบอกรักที่จริงใจที่สุด

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/947551/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3e8qMi7Qic3edNtQ7AyWHU

  • ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย

    โดยมีนายพชร ทองสุข ปลัดอำเภอเกาะสมุย (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) กล่าวต้อนรับ ณ ห้องประชุมเฉวง วิทยาลัยสหวิทยาการเกาะสมุย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ

    รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน องค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจ ประมาณ 180 คน

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    งานศึกษาของโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางสู่เกาะสมุย รวมไปถึงเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและเพิ่มประสิทธิภาพ การเดินทางไปยังเกาะสมุย และส่งเสริมการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

    โดย กทพ. ได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอพซิลอน จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด ดำเนินการศึกษาฯ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 มีระยะเวลาดำเนินการศึกษา 36 เดือน (1,080 วัน)

    โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงาน และได้นำมาจัดการประชุมเพื่อเสนอสรุปผลการศึกษาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และการเงิน ผลการสำรวจและออกแบบกรอบรายละเอียด งานศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม งานวิเคราะห์ความเหมาะสมการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการ

    ตลอดการดำเนินงานของโครงการ ได้รับความสนใจและความร่วมมือตลอดจนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้มีส่วนร่วมกันตั้งแต่การคัดเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดจากทั้งหมด 7 แนวสายทางเลือก ร่วมกันกำหนดแนวเส้นทาง รูปแบบของโครงการ พิจารณามาตรการสำหรับการพัฒนาโครงการ จนได้ข้อสรุปผลแนวเส้นทางและรูปแบบของโครงการที่มีความเหมาะสมที่สุด ทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจการลงทุน และสิ่งแวดล้อม

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    สรุปแนวเส้นทางโครงการมีจุดเริ่มต้นโครงการ บริเวณ กม.14+500 ของทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านพื้นที่ตำบลควนทอง ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และไปสิ้นสุดโครงการ โดยเชื่อมต่อกับทางหลวง หมายเลข 4170 ที่ กม.9+000 บริเวณ ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวม 37.41 กิโลเมตร

    รูปแบบของถนนในโครงการเป็นทางพิเศษขนาด 4 ช่องจราจรระดับดิน มีระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร บนเขตทางกว้าง 40 เมตร มีรั้วกั้นตลอดแนวเส้นทางโครงการทั้งสองฝั่ง เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทางพิเศษ กรณีที่มีทางบริการทั้ง 2 ด้าน เพื่ออำนวยความสะดวกจะใช้เขตทางรวม 70 เมตร มีทางเข้า-ออก 3 แห่ง 

    สำหรับโครงสร้างสะพานข้ามทะเล มีระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้วิธีก่อสร้างเป็นชิ้นส่วนหล่อสำเร็จให้มากที่สุด เพื่อลดกิจกรรมการก่อสร้างในทะเลให้น้อยที่สุด และจะมีช่วงก่อสร้างสะพานขึง (Cable-stayed Bridge) ที่มีเสาสูงประมาณ 135 เมตร ซึ่งจะมีความสูงของช่องลอดใต้ช่วงกลางไม่น้อยกว่า 50 เมตรจากความสูงระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อให้เรือขนาดใหญ่สามารถลอดผ่านได้อย่างปลอดภัย โดยการออกแบบตามมาตรฐานสากลให้มีเสถียรภาพมากที่สุดภายใต้แรงลมและแรงแผ่นดินไหว

    โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยไม่มีช่วงเส้นทางที่ตัดผ่านพื้นที่ต้นน้ำลำธาร โดยตลอดเส้นทางตัดผ่านชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 5 ซึ่งถือว่า เป็นเส้นทางที่ไม่มีผลกระทบต่อสภาพความเป็นต้นน้ำลำธาร ในส่วนของช่วงเส้นทางที่อยู่บนแผ่นดิน

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    นอกจากพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ดูแลรับผิดชอบของทางราชการที่ต้องขอใช้พื้นที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังมีที่ดินของเอกชนที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ โดยจะมีแปลงที่ดินที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 277 แปลงและมีอาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆในแนวเขตเวนคืน จำนวน 45 หลัง ซึ่งจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2562 หลักการสำคัญในการทดแทนค่าที่ดินจะอ้างอิงราคาการซื้อขายกันในท้องตลาดและมีกระบวนการและขั้นตอนที่ให้ความเป็นธรรม

    สรุปผลการศึกษาด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งในเกาะสมุย ฝั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้โครงการนี้เป็นทางพิเศษเชื่อมแผ่นดินกับเกาะที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางที่มีประโยชน์สูงสุด เป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้อง

    รวมทั้งเป็นทางพิเศษโครงการแรกที่มีการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานสาธารณูปโภคในการที่จะนำระบบไฟฟ้า ประปา และสื่อสาร ข้ามทะเลมายังเกาะสมุยบนโครงสร้างทางพิเศษ ซึ่งจะทำให้ระบบเหล่านั้นมีความมั่นคง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในพื้นที่ และสนับสนุนการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้เต็มประสิทธิภาพ

    ทางโครงการได้จัดการประชุมนี้เป็น 3 เวที เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สนใจในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าร่วมการประชุมและเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก โดยจัดการประชุมสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 และพื้นที่อำเภอเกาะสมุยในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

    หลังจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) ครั้งนี้แล้ว กทพ. จะมีการจัดทำการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) และจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อพัฒนาโครงการ โดยดำเนินการขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี พ.ศ. 2572 และเปิดให้บริการปลายปี พ.ศ.2576

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/738020&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GZ6gjQVuc8NUF7Owq4b7K

  • ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีลุยตรวจ “นั่งเล่น มิวสิค เฟสติวัล” ชูความปลอดภัย-ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีลุยตรวจ “นั่งเล่น มิวสิค เฟสติวัล” ชูความปลอดภัย-ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/129382&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1opCjmCcs2IsNSlnhncSMJ

  • “สี จิ้นผิง” อวยพรตรุษจีนปีม้า ชูเศรษฐกิจแข็งแกร่งเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ

    “สี จิ้นผิง” อวยพรตรุษจีนปีม้า ชูเศรษฐกิจแข็งแกร่งเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ

    “สี จิ้นผิง” อวยพรตรุษจีนปีม้า ชูเศรษฐกิจแข็งแกร่งเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวอวยพรประชาชนเนื่องในเทศกาลตรุษจีนในวันนี้ (14 ก.พ.) ที่กรุงปักกิ่งในงานเลี้ยงรับรองต้อนรับปีใหม่จีนในปีมะเมีย (ปีม้า) ณ มหาศาลาประชาชน สี จิ้นผิง ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางได้กล่าวคำอวยพรปีใหม่ในนามของคณะกรรมการกลางพรรคฯ และคณะรัฐมนตรี ถึงประชาชนชาวจีนทั้งในและต่างประเทศ

    สี จิ้นผิง ระบุว่า ปีมะเส็งที่เพิ่งผ่านพ้นไปเป็นปีที่ไม่ธรรมดา โดยจีนเผชิญกับความยากลำบากอย่างไม่ย่อท้อ และสามารถสร้างความก้าวหน้าใหม่ ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศที่ซับซ้อนและผันผวน ส่งผลให้ศักยภาพทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขีดความสามารถด้านกลาโหม และพลังอำนาจแห่งชาติในภาพรวมของจีนก้าวสู่ระดับใหม่

    นอกจากนี้ สียังกล่าวว่า ตลอดปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนสามารถรับมือกับแรงกดดันและยังคงเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและพลังขับเคลื่อนที่โดดเด่นของประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9690000015431&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cjAib7PrE9qzJpkvYEa3w

  • “ยศชนัน” หนุนภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลใหม่ลั่นเดินหน้ากู้เศรษฐกิจ

    “ยศชนัน” หนุนภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลใหม่ลั่นเดินหน้ากู้เศรษฐกิจ

    วันที่ 14 ก.พ.69 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก Yodchanan Wongsawat – ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ระบุว่า ที่ผ่านมา ผมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนหลายกลุ่ม หลายองค์กรในทุกสถานการณ์ที่มีโอกาส รวมถึงการประชุมร่วมกับทีมงานทุกๆฝ่าย

    จากการได้พูดคุยกับหลายๆคน หลายๆ องค์กร ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าบริบทของสังคมโลกและสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก ปัจจัยทางการเมืองในการเลือกตั้งคราวนี้มีความซับซ้อน และเป็นความจริงว่าการจัดการทางการเมือง การใช้ทรัพยากรในรูปแบบต่างๆ มีบทบาทสูงมากต่อผลการเลือกตั้ง

    จุดยืนของผมและพรรคเพื่อไทยคือเคารพ และน้อมรับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนอย่างที่ได้แถลงไปก่อนหน้านี้แล้ว มีบางประเด็นที่ผมอยากบอกกล่าวกับทุกท่านในขณะนี้

    1. ผมยังยึดความสุจริตโปร่งใสของการเลือกตั้งสำคัญที่สุด และเห็นว่าเสียงทักท้วงในหลายแง่มุมของพี่น้องประชาชน มีน้ำหนักที่ กกต.ในฐานะผู้รับผิดชอบต้องรับฟังและชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง รวมถึงให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบในทุกกระบวนการเพื่อรักษาความชอบธรรมของการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง และจะติดตามความคืบหน้าจนกว่าจะมีข้อยุติ

    2. ผมจะรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนให้ได้ดีที่สุด สิ่งที่ได้พูดคุย ปราศรัยหรือรับปากไว้ทุกพื้นที่ รวมถึงทุกปัญหาจากข้อมูลที่รับฟังจากผู้สมัครมา เราจะร่วมกับคนเก่งๆ ทุกฝ่าย ทั้งบุคลากรภายในพรรค กลไกรัฐ กลุ่มภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้สุดความสามารถที่สุดจากสถานะทางการเมืองและศักยภาพของเรา ทุกปัญหาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่เรา ไม่จบไม่เลิก

    หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เรามี 2 ทางเลือก ที่ต้องตัดสินใจคือการเข้าร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นแกนนำรัฐบาล มีผลงานจากการบริหารประเทศเป็นที่ยอมรับของผู้คนมาอย่างยาวนาน

    ผมทราบดีว่ามีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็นพลังสนับสนุนพรรคมาตลอด ก็มีความเห็นไม่ตรงกันต่อทั้ง 2 แนวทาง เราขบคิด แลกเปลี่ยนความเห็น และรับฟังหลายฝ่ายในพรรค แม้จะมีเวลาพูดคุยกันไม่มากนัก แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

    ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งยืนยันมาตลอดว่าจะร่วมทางในทุกสถานการณ์ ผมพร้อมจะก้าวเดินร่วมกับทุกคนในเส้นทางที่เราเลือก

    หากก้าวย่างในวันนี้ สร้างความไม่สบายใจต่อท่านใดก็แล้วแต่ ผมขอกราบขออภัยด้วยความจริงใจ ผมได้อ่าน ได้ยินเสียงความเห็นของทุกท่าน และรับฟังด้วยความเคารพเสมอมา

    การตอบรับคำเชิญของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเพื่อหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและมีการแถลงข่าวร่วมกัน โดยพรรคเพื่อไทยประกาศสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำตามระบบรัฐสภา คือความคืบหน้าล่าสุดในขณะนี้ รายละเอียดต่างๆหลังจากนี้ ผมจะรายงานให้ทราบทุกขั้นตอนครับ

    ส่วนตัวผมเห็นว่าเรื่องเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ทั่วถึงพี่น้องในทุกพื้นที่ บูรณาการความร่วมมือหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปช่วยกัน และสร้างโอกาสที่จะกำหนดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

    เราจะมุ่งมั่นทำงานอย่างไม่ย่อท้อ เต็มที่ทุกนาทีเพื่อยืนยันว่าพวกเราทำได้ และร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นขึ้นมาใหม่ ผมพร้อมรับผิดชอบต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น แม้ผมจะเดินเข้ามาในวันที่พ่ายแพ้ แต่ผมจะยืนอยู่ที่พรรคเพื่อไทยจนถึงวันที่เราชนะด้วยกันอีกครั้ง

    ผมมั่นใจว่าผมทำได้ และพร้อมรับฟังทุกๆ ท่านเสมอ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างกัน ประชาธิปไตยยิ่งใหญ่และงดงามเสมอครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/129335&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2W9yX8WZMfLcl2o52OWvZT