Category: เศรษฐกิจ

  • เทศกาลโคมไฟ นู้ดเดิลแลนด์ฯ ชูอัตลักษณ์หมี่เตี๊ยวบ้านโป่ง กระตุ้นเศรษฐกิจคู่การสืบสานวัฒนธรรม

    เทศกาลโคมไฟ นู้ดเดิลแลนด์ฯ ชูอัตลักษณ์หมี่เตี๊ยวบ้านโป่ง กระตุ้นเศรษฐกิจคู่การสืบสานวัฒนธรรม

    “เทศกาลโคมไฟ นู้ดเดิลแลนด์ แดนของอร่อย” ชูอัตลักษณ์เส้นหมี่เตี๊ยวบ้านโป่ง ระหว่างวันที่ 27 ก.พ. – 3 มี.ค.69 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.00 น. บริเวณตลาดดงมะพร้าว เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จัดขึ้นโดยชมรมลูกหลานบ้านโป่ง ร่วมกับเทศบาลเมืองบ้านโป่ง กลุ่มผู้ประกอบการผลิตเส้นหมี่เตี๊ยว เส้นก๋วยเตี๋ยว โรงเจ และภาคีเครือข่าย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและสืบสานวัฒนธรรมไทย-จีน

    นายบัญชา ทองเวโรจน์ ทายาทโรงหมี่ลิ้มกวงเว้งรุ่นที่ 3 เปิดเผยว่า ในอดีตเส้นหมี่เตี๊ยว หรือ เส้นหมี่อายุยืน จะทำขึ้นเพื่อบริโภคกันเองในครัวเรือน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน วันสารทจีน และวันเกิด แต่ด้วยขั้นตอนการทำที่ต้องใช้เวลานาน จึงทำให้เกิดอาชีพทำเส้นหมี่เตี๊ยวขึ้น เช่นเดียวกับครอบครัวของตน พอได้รับความนิยมจากชุมชนคนจีนที่อยู่ใกล้เคียง จึงขยายกำลังการผลิต สร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัว

    ปัจจุบันตามท้องตลาดเส้นหมี่เตี๊ยวที่ผลิตขึ้น จะมี 2 ประเภท ได้แก่ เส้นหมี่ทำมือแบบดั้งเดิม และเส้นหมี่ทำเครื่อง ซึ่งขั้นตอนการผลิตเส้นหมี่ทำมือ จะใช้เวลาทำนาน 3 – 4 วัน โดยเส้นจะมีลักษณะเฉพาะตัว ที่เรียกว่า “หัวหมี่” ซึ่งเป็นส่วนที่คล้องกับไม้ที่ใช้ในการยืดเส้น ทำให้เส้นบริเวณนี้ค่อนข้างหนา บางคนก็จะชอบตรงนี้ เพราะว่าเนื้อแป้งส่วนนี้จะหนาหนึบ และมีรสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ ในส่วนของหมี่ทำเครื่อง จะใช้เครื่องจักรและเทคนิคการผลิตในการเข้ามาช่วยลดแรงงานคนและระยะเวลาการผลิต

    ในส่วนของโรงหมี่ลิ้มกวงเว้ง ดั้งเดิมจะทำด้วยมือ ปัจจุบันปรับเปลี่ยนมาเป็นผลิตด้วยเครื่อง แต่ยังคงได้ตัวเส้นที่มีความเหนียวนุ่ม และลดความเค็มจากการทำแบบดั้งเดิมลงมา โดยมีเส้นหมี่เตี๊ยวสีขาวและสีเหลือง ซึ่งสีขาวจะเป็นสีธรรมชาติของแป้งสาลีเกรดพรีเมียมไม่ฟอกสี ส่วนเส้นสีเหลืองจะมีส่วนผสมของผงขมิ้น เพื่อให้หมี่เตี๊ยวกลายเป็นอาหารที่สามารถกินได้ทุกวันและเป็นสากลมากขึ้น โรงหมี่ได้ต่อยอดนำมาทดลองทำเป็นเมนูอาหารต่าง ๆ ทดแทนเส้นสปาเกตตี เส้นขนมจีน และเส้นจันทร์ ซึ่งก็สามารถเข้ากับเมนูต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

    นายมนต์ชัย ชินวินิจกุล รองประธานโรงเจบ้วนฮกตั้ว เปิดเผยว่า “เทศกาลโคมไฟ” จะถูกจัดขึ้นในวันหยวนเซียว หรือ วันที่ 15 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์จะเต็มดวงครั้งแรกของปี โดยศาลเจ้า โรงเจ และบ้านเรือน จะมีการประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อเทพเจ้าที่ตนเองนับถือ นอกจากนี้ยังเป็นการรำลึกถึงพระคุณขององค์เจ้าแม่กวนอิม ที่ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข และมีชีวิตเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า โดยในช่วงเทศกาลโคมไฟของทุกปี จะมีคนไทยเชื้อสายจีน นำอาหารมงคลประกอบด้วย หมู ไก่ ปลาหมึก และหมี่เตี๊ยว ซึ่งมีความหมายในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ขยันหมั่นเพียร มีความรู้ และอายุที่ยืนยาว นำมาเซ่นไหว้ขอพรต่อเทพเจ้า

    ด้าน นายปกรณ์ เอกอมรพันธ์ ประธานชมรมลูกหลานบ้านโป่ง เปิดเผยว่า อ.บ้านโป่ง ถือเป็นแหล่งรวมชาวไทยเชื้อสายจีนที่เข้ามาตั้งรกรากอย่างยาวนาน และมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นคือ การทำเส้นก๋วยเตี๋ยว และเส้นบะหมี่ โดยเฉพาะ “เส้นหมี่เตี๊ยว” เป็นหนึ่งในของดีที่เป็นตำนานร่วม 100 ปี ด้วยวิธีการดั้งเดิมที่สืบทอดกันมามากกว่า 3 ชั่วอายุคน จนปัจจุบันบ้านโป่งกลายเป็นแหล่งผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นบะหมี่ และเส้นหมี่เตี๊ยวรายใหญ่ ที่ส่งออกไปจำหน่ายทั่วประเทศ รวมไปถึงมีร้านก๋วยเตี๋ยวเส้นบะหมี่ทำมือที่ขึ้นชื่อหลายร้าน

    ดังนั้น ชมรมจึงได้นำต้นทุนทางวัฒนธรรมความเชื่อเทศกาลโคมไฟ และด้านอาหารเหล่านี้ มาพัฒนาต่อยอดร่วมกันเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมปลูกฝังให้เยาวชนได้เรียนรู้รากเหง้าของตนเอง ภายใต้ชื่องาน “เทศกาลโคมไฟ นู้ดเดิลแลนด์ แดนของอร่อย” ซึ่งภายในงานได้นำของดีของอร่อยเมืองบ้านโป่ง มาให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง ผัดหมี่กระทะยักษ์ และเมนูประยุกต์ใหม่ อาทิ หมี่เตี๊ยวผัดไทย, หมี่เตี๊ยวผัดขี้เมา พร้อมร่วมสนุกในกิจกรรมการแข่งขันกินหมี่ “ศึกชิงเจ้ายุทธภพหมี่เตี๊ยว” รวมไปถึงยังมีอาหารขึ้นชื่อ อาทิ ไก่ย่างบางตาล แป้งผัดโบราณ และสตรีตฟู้ดอีกมากมาย ท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดง และโคมไฟแฟนซีอย่างสวยงามทั่วเมืองบ้านโป่ง

    นอกจากนั้น ยังเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชน ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ประกวดคอสเพลย์ ในธีมศิลปวัฒนธรรมจีนผสมผสานกับการแสดงสมัยใหม่ การแสดงของคณะสิงโตเด็กบ้านโป่ง ที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันหลังได้รับแรงบันดาลใจจากการจัดงานในปีที่ผ่านมา ถือเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง ทั้งนี้ “งานเทศกาลโคมไฟบ้านโป่ง นู้ดเดิลแลนด์ แดนของอร่อย” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ก.พ. – 3 มี.ค.69 เวลา 18.00 – 21.00 น. บริเวณตลาดดงมะพร้าว หรือติดต่อสอบถามได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “ชมรมลูกหลานบ้านโป่ง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2915470&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BsEqesefo0Zc5fMjrzJXZ

  • บอนด์ยีลด์ปรับตัวแคบ นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

    บอนด์ยีลด์ปรับตัวแคบ นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 69)

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวแคบ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

    ณ เวลา 19.37 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.067% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 4.701%

    นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2568, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการจาก S&P Global, ยอดขายบ้านใหม่ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

    นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า โลกจะได้รู้ภายในเวลา 10 วันข้างหน้าว่าสหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้หรือไม่ หรือสหรัฐจะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

    ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาศาลฎีกาสหรัฐ ซึ่งอาจประกาศคำตัดสินเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในคืนนี้

    โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRDJ0IQ4TZO4ZO7P1AQSH8JKIIEVIP3C&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2AopYKhP0Wye2WgqcyK3hS

  • ว้าววว..มหาอำนาจจีน! เศรษฐกิจอุ้มเป็ดขึ้นรถไฟ!! 20/02/69 #มหาอำนาจจีน #เศรษฐกิจ #อุ้มเป็ดขึ้นรถไฟ

    ว้าววว..มหาอำนาจจีน! เศรษฐกิจอุ้มเป็ดขึ้นรถไฟ!! 20/02/69 #มหาอำนาจจีน #เศรษฐกิจ #อุ้มเป็ดขึ้นรถไฟ

    เผยแพร่:

    #มหาอำนาจจีน #เศรษฐกิจ #อุ้มเป็ดขึ้นรถไฟ #รถไฟท้องถิ่น #ประเทศจีน #เกษตรกร Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/nDefQqjpo6U&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0l15cmWyJCqSAH6XyKiA53

  • ภูมิใจไทย ยัน 5 เสียงพรรคเศรษฐกิจ – ประชาธิปไตยใหม่ และพรรคใหม่ หนุน “อนุทิน” นั่งนายกรัฐมนตรี

    ภูมิใจไทย ยัน 5 เสียงพรรคเศรษฐกิจ – ประชาธิปไตยใหม่ และพรรคใหม่ หนุน “อนุทิน” นั่งนายกรัฐมนตรี

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2913831&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ic_1jQ07W4bAnFm5fMIVa

  • ฉะเชิงเทรา เดินหน้านโยบาย “เมืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยวัฒนธรรมอาหาร” เปิดแคมเปญ “มีนา มาแปดริ้ว!” ตลอดเดือนมีนาคม 2569 | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา เดินหน้านโยบาย “เมืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยวัฒนธรรมอาหาร” เปิดแคมเปญ “มีนา มาแปดริ้ว!” ตลอดเดือนมีนาคม 2569 | TOPNEWS

    วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2569) ณ ร้านตั้ง เซ่ง จั้ว สาขาแสนภูดาษ จังหวัดฉะเชิงเทรา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานฉะเชิงเทรา, Thailand Gastronomy Network และเครือข่ายวัฒนธรรมอาหารฉะเชิงเทรา พร้อมผู้ประกอบการท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ ประกาศทิศทางการพัฒนาเมืองภายใต้นโยบาย “วัฒนธรรมอาหารขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น” (Gastronomy-Led Local Economic Development)

    พร้อมเปิดตัวแคมเปญตลอดเดือนมีนาคม 2569 ภายใต้ชื่อ “มีนา มาแปดริ้ว! FOLLOW THE FLAVOURS TO CHACHOENGSAO: A MONTH OF GASTRONOMIC ESCAPES” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านพลังวัฒนธรรมอาหาร และยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นสู่ตลาดจริง

    การพัฒนาครั้งนี้ตั้งอยู่บนฐานเครือข่ายวัฒนธรรมอาหารฉะเชิงเทรา ซึ่งริเริ่มโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยได้รวบรวมและพัฒนาผู้ประกอบการกว่า 50 ราย ครอบคลุมเกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร คาเฟ่ ขนมพื้นถิ่น และงานคราฟต์ท้องถิ่น มุ่งสร้าง “Signature Invention” หรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง

    รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร กล่าวว่า วัฒนธรรมอาหารคือทุนทางปัญญาของจังหวัด หากผู้ประกอบการมีอัตลักษณ์ชัดและเชื่อมโยงกันเป็นระบบ เมืองจะเข้มแข็งทางเศรษฐกิจจากฐานรากอย่างยั่งยืน

    ด้าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานฉะเชิงเทรา ได้สนับสนุนด้านการสื่อสารการตลาดระดับจังหวัด เพื่อขยายการรับรู้สู่กลุ่มนักท่องเที่ยวในวงกว้าง โดยนางสาวสิริพรรณ เห็นสุข ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา ระบุว่า การพัฒนาเมืองต้องสร้างเวทีให้ผู้ประกอบการมีตลาดรองรับ แคมเปญ “มีนา มาแปดริ้ว!” จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจทั้งระบบ

    ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ ประธานเครือข่ายวัฒนธรรมอาหารแห่งประเทศไทย (TGN) กล่าวว่า แนวคิด “Gastronomad – Let Flavours Lead the Way” คือการเชื่อมโยงวัตถุดิบ ฟาร์ม แม่น้ำ งานคราฟต์ ร้านอาหาร และการออกแบบ ให้กลายเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจเมืองที่มีเรื่องเล่าและอัตลักษณ์ชัดเจน

    จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีทำเลใกล้กรุงเทพมหานคร วางตำแหน่งตนเองเป็นเมืองปลายทางสำหรับครอบครัว คนรุ่นใหม่สายสร้างสรรค์ และนักท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางมาเยือนได้บ่อย

    กิจกรรมตลอดเดือนมีนาคม 2569 แบ่งออกเป็น 5 ช่วง

    • สัปดาห์ที่ 1 “มีนา มามะ” – มะม่วง มะพร้าว และความสุขของครอบครัว

    • สัปดาห์ที่ 2 “แปดริ้ว พลิ้วหวาน” – เมืองสามน้ำกับขนมหวานมิติใหม่

    • สัปดาห์ที่ 3 “แม่น้ำ ศรัทธา รสชาติ” – เส้นทางบางปะกง Farm-to-River, Bangpakong on a Plate

    • สัปดาห์ที่ 4 “Art of Flavour” – รสชาติเพื่อการออกแบบ และ Food Gift Hunter Week

    • สัปดาห์พิเศษ “Happy Meals, Happy Families”

    แต่ละช่วงสะท้อนมิติของเศรษฐกิจเมือง ตั้งแต่เกษตรกรรม วัตถุดิบพื้นถิ่น วัฒนธรรมแม่น้ำ ไปจนถึงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด #ตามหารส เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว

    จังหวัดฉะเชิงเทราเน้นย้ำว่า นักท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงผู้บริโภค แต่เป็น “ผู้เล่าเรื่องเมือง” ที่จะช่วยถ่ายทอดประสบการณ์และขยายภาพลักษณ์ของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยแคมเปญ “มีนา มาแปดริ้ว!” ถือเป็นต้นแบบการบูรณาการนโยบายเมือง ที่ใช้วัฒนธรรมอาหารเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานรากสู่ตลาดอย่างยั่งยืน

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1494397&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13-8I5WLfA5yuM1QZGrnQ2

  • โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว | TOPNEWS

    โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว | TOPNEWS

    โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว

    • เผยแพร่ : 20/02/2026 20:13

    โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว พร้อมมอบรางวัลรวมกว่า 3 แสนบาท

    วันที่ 20 ก.พ. 2569 จังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมสร้างสรรค์ จัดนิทรรศการแสดงผลงานจิตรกรรมสร้างสรรค์ “โคราช ฟิน ศิลป์” ด้วยสีอะคริลิก ภายใต้นโยบาย “โคราชเมืองศิลปะ” ระหว่างวันที่ 18–22 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

    การจัดงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชนและประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 100 ผลงาน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษา อายุ 13–18 ปี และระดับอุดมศึกษาหรือประชาชนทั่วไป อายุ 19 ปีขึ้นไป สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนโคราชอย่างคึกคัก

    ผลการประกวด ระดับมัธยมศึกษา ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวพรไพลิน เจ้าฉาย จากโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา กับผลงาน “ณ นครราชสีมา” ขณะที่ระดับอุดมศึกษาหรือประชาชนทั่วไป ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวชนิกานต์ หลวงกลาง จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กับผลงาน “อุ๊ปุ๊ อุ้ยปุ้ย”

    นอกจากเงินรางวัลรวมกว่า 36,000 บาท ผู้ชนะการประกวดยังได้รับรางวัลพิเศษ Exclusive Trip เดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปะ ณ จังหวัดภูเก็ต ในงาน Thailand Biennale Phuket เป็นเวลา 5 วัน 4 คืน รวมมูลค่ารางวัลทั้งหมดกว่า 300,000 บาท เปิดประสบการณ์เวทีศิลปะระดับประเทศให้กับศิลปินรุ่นใหม่

    การจัดนิทรรศการครั้งนี้มีเป้าหมายผลักดันนโยบาย “โคราชเมืองศิลปะ” ผ่านมิติศิลปะสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม พร้อมสร้างพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และศิลปินท้องถิ่น ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงศักยภาพ และต่อยอดผลงานอย่างเป็นรูปธรรม

    ภาพ/ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    511

    19

    บุกทลายโกดังบุหรี่หนีภาษี

    SCG ลำปาง ผนึกกำลังชุมชนบ้านหาดปู่ด้าย คิกออฟสร้างฝาย-ทำแนวกันไฟ มุ่งลดฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน

    “คีรี กาญจนพาสน์” เผยยอดจองสิทธิ “บ้านชาวไทย” ศรีนครินทร์ ทะลุเป้า ปิดลงทะเบียน D:CODE SRI NAKARIN เป็นทางการ ย้ำ “บีทีเอส กรุ๊ปฯ” มุ่งมั่นสานฝันคนอยากมีบ้านด้วยโอกาสสุดพิเศษ

    บุกรวบหนุ่มคลั่งอาละวาด ยึดยาเสพติดพร้อมอาวุธ คอตกส่งตัวเข้าซังเต

    อุตรดิตถ์จัดพิธีเปลี่ยนศาลพระภูมิชัยมงคล ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์เสริมสิริมงคล

    สมุทรสาคร///ปิดโครงการฝึกอบรมทักษะพลแม่นปืน(Marksman) ขั้นพื้นฐาน และการปฏิบัติการภายในอาคาร(CQB)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1494121&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vQJTbjJZbLmuiqScbeabg

  • เอกชน ชี้  ‘ไทย’ ต้องรีเซตโครงสร้าง ‘การเมือง สังคม เศรษฐกิจ’ รับมือโลกใหม่

    เอกชน ชี้  ‘ไทย’ ต้องรีเซตโครงสร้าง ‘การเมือง สังคม เศรษฐกิจ’ รับมือโลกใหม่

    เวทีสัมมนาบัญชีจุฬาฯ ถกปม 88 ปี “รีเซตเศรษฐกิจไทย” ภาคเอกชน ชี้ไทยไม่ได้เพียงแค่เผชิญภาวะถดถอยชั่วคราว แต่กำลังติดหล่มปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรัง แนะทางรอดต้องรีฟอร์มโครงสร้างทั้งการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ  จี้ รัฐบาลใหม่เลิกโควตาการเมือง-ดึงมืออาชีพกู้วิกฤติ

    คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  จัดงานเสวนาวิชาการในโอกาสครบรอบ 88 ปี ในหัวข้อ “RESET THAILAND’S ECONOMY: รีเซตเศรษฐกิจไทย โอกาสสุดท้าย หรือแค่รอบใหม่ของวงจรเดิม?”โดยมี ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เข้าร่วมเป็นวิทยากร

    ดร.พจน์  กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ในภาวะถดถอยรุนแรง แต่อยู่ในอาการซึมตัวเล็กน้อย และมีสัญญาณชะลอต่อเนื่อง จึงถึงเวลาที่ต้อง “รีเซต” ครั้งใหญ่ ไม่ใช่เพียงการปรับระยะสั้น แต่ต้องเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง มิฉะนั้นปัญหาจะยิ่งฝังลึก โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่ได้รับการแก้ไขมานาน ทั้งโครงสร้างทางการเมือง และการปกครอง ซึ่งในอดีตการเมืองถูกมองว่าเป็นตัวกำหนดเศรษฐกิจ และสังคม แต่ในบริบทโลกปัจจุบัน เศรษฐกิจ และสังคมกลับเป็นตัวกำหนดทิศทางการเมือง หากเศรษฐกิจอ่อนแอ สังคมย่อมเผชิญความเปราะบาง และความขัดแย้ง ดังนั้น การเมืองต้องหันมาให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพสังคม มากกว่ามุ่งแข่งขันทางการเมืองเพียงอย่างเดียว

    ประเด็นที่สองคือ โครงสร้างทางสังคม ที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย กระทบต่อกำลังแรงงาน และศักยภาพการพัฒนาในระยะยาว จำเป็นต้องเร่งพัฒนาทุนมนุษย์ สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถยกระดับทักษะ และขีดความสามารถในการแข่งขัน และสุดท้ายโครงสร้างเศรษฐกิจ ไทยเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตโดดเด่นในภูมิภาคอาเซียน แต่ปัจจุบันการเติบโตชะลอลงต่อเนื่อง หากไม่เร่งปรับโครงสร้างให้ทันต่อเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีใหม่ และห่วงโซ่อุปทานที่เปลี่ยนไป ไทยอาจเผชิญความยากลำบากในการแข่งขันระยะยาว 

    เอกชน ชี้  'ไทย' ต้องรีเซตโครงสร้าง 'การเมือง สังคม เศรษฐกิจ' รับมือโลกใหม่

    ดร.พจน์ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาไทยจะมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการลงทุนในพื้นที่ EEC ที่ขยายตัวสูง สะท้อนว่าไทยยังเป็นศูนย์กลางซัพพลายเชนที่มีศักยภาพ ด้วยภูมิรัฐศาสตร์ได้เปรียบ มีทางออกทะเลสองฝั่ง ทรัพยากรพื้นฐานพร้อม และแรงงานรองรับ  อย่างไรก็ตามการดึงดูดการลงทุนต้องคำนึงถึง “สิ่งที่ประเทศไทยได้รับ” ไม่ใช่เพียงตัวเลขเงินลงทุน จึงเสนอให้รัฐทบทวนเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุน กำหนดเงื่อนไขให้เกิดการใช้วัตถุดิบและซัพพลายเออร์ในประเทศ (Local Content) มากขึ้น เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในบริบทที่หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับกฎแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) มากขึ้นจากแรงกดดันทางการค้า

    นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิมไปสู่ระดับที่สูงขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน ที่สำคัญคือ การพัฒนาทุนมนุษย์ ขณะที่โลกกำลังขับเคลื่อนด้วย AI ระบบอัตโนมัติ และดิจิทัล จึงจำเป็นต้องเร่ง “อัปสกิล–รีสกิล” แรงงานที่มีอยู่ และปรับโครงสร้างการศึกษาให้สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจใหม่

    ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ จึงจำเป็นต้องจัดตั้งรัฐบาลที่มีเอกภาพด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ ซึ่งการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญตรงกับภารกิจของแต่ละกระทรวง ไม่ควรยึดเพียงโควตาทางการเมือง แต่ต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถ และเข้าใจงานอย่างแท้จริง เพราะหากขาดความเชี่ยวชาญ อาจไม่สามารถขับเคลื่อนประเทศให้หลุดพ้นจากปัญหาได้ และต้องกำหนด “วาระแห่งชาติ” (National Agenda) อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการปราบปรามคอร์รัปชัน ซึ่งถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประเทศ หากสามารถจัดการปัญหานี้ได้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติ” ดร.พจน์ กล่าว

    เอกชน ชี้  'ไทย' ต้องรีเซตโครงสร้าง 'การเมือง สังคม เศรษฐกิจ' รับมือโลกใหม่

    ด้านนายเกรียงไกร กล่าวว่า  ประเทศไทยเปรียบเสมือนเรือที่ลอยอยู่กลางมหาสมุทร ท่ามกลางคลื่นลมแรงจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่ภายในเรือเองกลับมี “รอยรั่ว” ากความเปราะบางเชิงโครงสร้าง รวมถึงปัญหาคอร์รัปชัน  

    ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่เพียง “รีเซต” แต่ต้อง “รีฟอร์ม” และ “ทรานส์ฟอร์ม” ควบคู่กันไป คือ การซ่อมแซมจุดอ่อนภายใน ปรับโครงสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจให้แข็งแรงขึ้น และติดตั้งระบบรับมือความเสี่ยงใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนของโลกให้เป็นโอกาส แม้เศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่กำลังอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หากไม่เร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โอกาสในการกลับมาเติบโตอย่างเข้มแข็งอาจยิ่งเลือนหาย ท่ามกลาง “พายุสมบูรณ์แบบ” ที่ถาโถมจากทั้งภายใน และภายนอกประเทศ

    นายเกรียงไกร กล่าวว่า  ท่ามกลางความตึงเครียดของโลกยุคใหม่ที่ไม่ได้มีเพียงสงครามการทหาร แต่ยังรวมถึงสงครามด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomics) ที่ดำเนินควบคู่กัน นักวิชาการด้านเศรษฐกิจเตือนว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “FR War” หรือสงครามในมิติความขัดแย้งที่ซับซ้อนมากขึ้น

    ในบริบทปัจจุบัน มหาอำนาจที่เป็น “คู่ชกตัวจริง” คือ จีน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเศรษฐกิจอันดับ 1 และ 2 ของโลก ขณะเดียวกันก็เป็นคู่ค้าอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ทำให้ไทยตกอยู่ในสถานะ “อยู่ระหว่างเขาควาย” ต้องบริหารสมดุลความสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง

    โลกวันนี้ไม่เหมือนอดีตที่หลายประเทศสามารถประกาศความเป็นกลางได้อย่างชัดเจน กระแสโลกาภิวัตน์ (Globalization) กำลังถดถอย กลายเป็นภาวะ “De-globalization” และลึกไปกว่านั้นคือ “Decoupling” หรือการแยกขั้วห่วงโซ่อุปทาน ประเทศต่างๆ ถูกกดดันให้เลือกว่าจะอยู่ในซัพพลายเชนที่นำโดยฝั่งตะวันตก หรือฝั่งตะวันออก

    สำหรับประเทศไทย แม้จะมีจุดอ่อนเชิงโครงสร้างหลายด้าน แต่จุดแข็งสำคัญคือ ทำเลที่ตั้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักวิชาการเสนอว่า ไทยควรวางบทบาทคล้าย สวิตเซอร์แลนด์ ในฐานะประเทศที่เป็นกลางทางการลงทุน เปิดรับทุกฝ่าย และสร้างความเชื่อมั่นว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับธุรกิจ ไม่ว่าความขัดแย้งระดับโลกจะดำเนินไปในทิศทางใด

    อย่างไรก็ตาม การจะก้าวสู่จุดนั้นได้ รัฐบาลต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการขนส่ง พร้อมทั้งเร่งแก้ไขกฎหมายล้าสมัย และขั้นตอนอนุญาตที่ซ้ำซ้อน ปัจจุบันมีกฎหมาย และระเบียบจำนวนมากที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ อีกประเด็นสำคัญคือ การลดปัญหาคอร์รัปชัน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ โดยเฉพาะการปรับปรุงคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ซึ่งมีผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ประเทศ

    หากไทยสามารถยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ปฏิรูปกฎหมาย ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้อย่างจริงจัง ก็มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาค ท่ามกลางความผันผวนของระเบียบโลกใหม่

    ส่วนสิ่งที่อยากเห็นจากรัฐบาลใหม่ในช่วง 100 คือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจ​ และมองว่าทีมภูมิใจไทยมีทีมเศรษฐกิจที่ทำนโยบายได้ต่อเนื่องได้ ฉุดเศรษฐกิจ​ที่ติดหล่มได้ ท่ามกลางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(lMF) และธนาคารโลก (เวิลด์​แบงก์) ที่ปรับประมาณการ​เศรษฐกิจไทยโต 1.6 % จึงถือว่าปีที่ท้าทายมาก ดังนั้นการจัดคนให้ตรง หน้าที่ และการทำงาน จะสร้างความเชื่อมั่นกลับมาได้

    เอกชน ชี้  'ไทย' ต้องรีเซตโครงสร้าง 'การเมือง สังคม เศรษฐกิจ' รับมือโลกใหม่

    ด้าน นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธาน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยต้องเริ่มจากการทบทวนโครงสร้างประเทศ ซึ่งท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับภาวะผู้นำ และความเข้มแข็งของรัฐบาล หากรัฐบาลไม่จริงจังกับการปรับปรุงโครงสร้าง ประเทศจะเผชิญความยากลำบากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากประสบการณ์ทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศในกว่า 30–35 ประเทศ  ทุกประเทศให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก และมุ่งเน้นการส่งออกเพื่อสร้างการเติบโต โดยเฉพาะประเทศไทยที่พึ่งพาการค้าระหว่างประเทศในสัดส่วนสูงถึงประมาณ 65% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สะท้อนว่าภาคการค้าเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย

    ดังนั้น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เอื้อต่อการส่งออก การยกระดับความสามารถการแข่งขัน และการสร้างระบบบริหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึงการลดปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการ “ทรานส์ฟอร์ม” ประเทศ โดยในช่วง 3–4 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลชุดใหม่มีทิศทางการจัดวางทีมงานที่เหมาะสม หากเดินหน้าต่อด้วยการเปิดพื้นที่ให้มืออาชีพที่มีความสามารถเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง ก็เชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพฟื้นตัว และเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

    ส่วนสิ่งที่ฝากรัฐบาลใหม่ คือ ควรตั้งทีมงานได้ดีให้มืออาชีพทำงาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เชื่อว่าประเทศจะขับเคลื่อนต่อไปได้ ต้องเลิกให้ไทยเป็นเพียงฐานการผลิต เช่น จีน มุ่งใช้นวัตกรรมตลอด และก้าวหน้าอย่างมาก จึงต้องผลิตดันอย่างจริงจัง เพราะการใช้ AI ต้องซีเรียสอย่างมาก  เพราะสิงคโปร์ผลัดกันการใช้ AI อย่างจริงจัง ให้คนทั้งประเทศใช้ AI ทุกหน่วยงาน ทุกขั้นตอน ไทยจึงต้องให้ AI เข้าอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่เช่นนั้นส่วนราชการไทยจะล้าหลังมาก

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1222099&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw360_7-CJTphaKpvVegjX9n

  • “คิม จองอึน” โว เกาหลีเหนือเอาชนะภาวะเศรษฐกิจถดถอย

    “คิม จองอึน” โว เกาหลีเหนือเอาชนะภาวะเศรษฐกิจถดถอย

    “คิม จองอึน” โว เกาหลีเหนือเอาชนะภาวะเศรษฐกิจถดถอย

    ผู้นำเกาหลีเหนือ “คิม จองอึน” เผย สามารถเอาชนะภาวะเศรษฐกิจถดถอยและบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ ด้านเกาหลีใต้ประเมินเศรษฐกิจเกาหลีเหนือโต 3.7%

    วันที่ 20 ก.พ. สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานว่า ในงานประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ครั้งที่ 9 ผู้นำสูงสุด คิม จองอึน ได้กล่าวสุนทรพจน์ชื่นชมความสำเร็จของประเทศในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

    การประชุมใหญ่พรรคแรงงานเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ จัดขึ้นทุก 5 ปีเพื่อทบทวนผลงาน กำหนดเป้าหมายนโยบายใหม่ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง โดยการประชุมครั้งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา และคาดว่าจะดำเนินต่อไปหลายวัน

    Reuters/KCNA
    คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ

    คิม จองอึน กล่าวว่า เกาหลีเหนือซึ่งปิดตัวจากโลกภายนอก สามารถเอาชนะภาวะเศรษฐกิจถดถอยและบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

    ในสุนทรพจน์เปิดการประชุม คิมกล่าวว่า เกาหลีเหนือได้ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ การป้องกันประเทศ วัฒนธรรม และการทูต ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเอง

    สำหรับโลกภายนอก เขากล่าวว่า เกาหลีเหนือได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ และภูมิทัศน์ทางการเมืองระหว่างประเทศ

    คิมไม่ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้ในสุนทรพจน์ของเขา และไม่ได้อ้างถึงความพยายามของประเทศในการพัฒนาคลังอาวุธนิวเคลียร์

    สำนักข่าว KCNA รายงานว่า ในการประชุมซึ่งมีสมาชิกพรรคแรงงานผู้ปกครองเข้าร่วม 5,000 คน ได้มีการเสนอเป้าหมายและแผนงานใหม่ในภาคส่วนต่าง ๆ สำหรับอีก 5 ปีข้างหน้า

    คาดว่าเกาหลีเหนือจะแสดงแสนยานุภาพทางทหารในการสวนสนาม และเป้าหมายการพัฒนาอาวุธในการประชุมครั้งนี้

    นักวิเคราะห์กำลังจับตาดูว่า คิม จองอึน จะเสนอให้มีตำแหน่ง “ประธานาธิบดี” หรือไม่ และ คิม จูแอ บุตรสาวของเขาจะปรากฏตัวหรือได้รับตำแหน่งทางการใด ๆ หรือไม่

    มีการคาดการณ์เพิ่มมากขึ้นในหมู่นักวิเคราะห์และจากหน่วยงานข่าวกรองของเกาหลีใต้ว่า คิม จองอึน กำลังเตรียมจูแอ ให้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา

    คิม จองอึน กล่าวว่า ในการประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 8 สถานการณ์รอบ ๆ เกาหลีเหนือมีความท้าทายอย่างยิ่ง โดยอ้างถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติและการระบาดของโควิด-19 เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศดำเนินไปตามแบบแผนเดิม ๆ

    ธนาคารกลางเกาหลีใต้ระบุว่า เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือหดตัวมากที่สุดในรอบ 23 ปีในปี 2020 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ มาตรการล็อกดาวน์จากโควิด-19 และสภาพอากาศเลวร้าย

    แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีสัญญาณของการฟื้นตัว และเศรษฐกิจเติบโต 3.7% ในปี 2024 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตรายปีที่สูงที่สุดในรอบ 8 ปี โดยได้รับการสนับสนุนจากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวกับรัสเซีย ตามการประมาณการของธนาคารกลางเกาหลี

    คิม จองอึน กล่าวว่า “ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา” และกระตุ้นให้พรรคแรงงานพยายามเปลี่ยนแปลงประเทศในทุกภาคส่วนเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเร็วที่สุด

    ยังไม่แน่ชัดว่าการประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งนี้จะกินเวลานานเท่าใด แต่การประชุมครั้งที่ 7 กินเวลา 4 วัน ส่วนการประชุมใหญ่ครั้งที่ 8 ใช้เวลา 8 วัน

    เรียบเรียงจาก Reuters

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8/269058&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aqtzpo6vO4fU1IM-ijLn5

  • ฮ่องกงต้อนรับนักท่องเที่ยวปี 2568 กว่า 49.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่ม โอกาสของสินค้าไทย

    ฮ่องกงต้อนรับนักท่องเที่ยวปี 2568 กว่า 49.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่ม โอกาสของสินค้าไทย

    สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) เปิดเผยข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าฮ่องกงในปี 2568 รวม 49.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 โดยเฉพาะเดือนธันวาคม 2568 มี        
    นักท่องเที่ยว 4.65 ล้านขึ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

              นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาจากประเทศจีนคิดเป็นร้อยละ 76 รวมกว่า 37.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น
    ร้อยละ 11 จากปีก่อนหน้า ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 โดยมีอัตราการขยายตัวที่ชัดแจนจากไต้หวัน ญี่ปุ่น เวียดนาม ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง ซึ่งในกลุ่มนี้มีอัตราการขยายตัวกว่าร้อยละ 25

              สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวฮ่องกงเปิดเผยเพิ่มเติมว่านักท่องเที่ยวจากพื้นที่ใกล้ๆ (Short-Haul) อย่างไทย ฟิลิปปินส์ มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับก่อนเกิดสถานการณ์โควิด – 19 แล้ว นอกจากนี้เนื่องจากฮ่องกงเป็นเมืองที่มีขนาดเล็กแต่มีกิจกรรมนำเสนอต่อนักท่องเที่ยวหลากหลายอย่าง ทำให้ค่าเฉลี่ยการเข้าพักของนักท่องเที่ยวในฮ่องกงคือ 3.1 คืน และจากการสำรวจผลประเมินความประทับใจพบว่ามีระดับความพึงพอใจระดับ 8.9 จากระดับ 10

    ความคิดเห็นของ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง

              ฮ่องกงเป็นเมืองขนาดเล็กที่มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮ่องกงคือภาคบริการ การนำเข้าส่งออก และภาคการท่องเที่ยว การเพิ่มจำนวนของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโดยเฉพาะจีนส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อภายในฮ่องกง มีธุรกิจจำนวนมากที่ให้รับผลประโยชน์ เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง งานจัดแสดงสินค้า ธุรกิจบริการขนส่ง เป็นต้น

              การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวจะส่งผลดีต่อธุรกิจของคนไทยรวมทั้งสินค้าไทยเป็นอย่างดี เช่น ร้านอาหารไทยในฮ่องกงที่ปัจจุบันมีมากกว่า 300 แห่ง โดยมีร้านที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT 42 แห่ง รวมทั้งสินค้าไทย เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ เครื่องปรุงรส ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น ผู้ประกอบการที่สนใจขยายตลาดสินค้าสู่ฮ่องกงควรศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค รักษามาตรฐานตามกฎระเบียบข้อบังของสินค้าแต่ละประเภท เนื่องจากรัฐบาลฮ่องกงมีระบบการสุ่มตรวจสินค้าอย่างต่อเนื่อง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง ได้ที่ thaitchongkong@ditp.go.th

    แหล่งข้อมูล

    https://www.thestandard.com.hk/hong-kong-news/article/322003/Hong-Kong-visitor-arrivals-climbed-12pc-to-499mn-in-2025

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ilsca076mft3z0gss7veejl2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Irh5iytX2tRKjplIis8Ry

  • หัวไทรคุม “ปลาหมอคางดำ” ได้ผล ใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ สร้างรายได้ชุมชน

    หัวไทรคุม “ปลาหมอคางดำ” ได้ผล ใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ สร้างรายได้ชุมชน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/130459&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XbLNfF0uHTfEFaLVpXxa3