Category: เศรษฐกิจ

  • เปิดเหตุผล เงินเดือนข้าราชการ เดือนเมษายน 2569 ทำไมออกวันที่ 27 ทั้งที่มีแค่ 30 วัน

    เปิดเหตุผล เงินเดือนข้าราชการ เดือนเมษายน 2569 ทำไมออกวันที่ 27 ทั้งที่มีแค่ 30 วัน

     
              เปิดเหตุผล เงินเดือนข้าราชการ เดือนเมษายน 2569 ทำไมออกวันที่ 27 ทั้งที่มีแค่ 30 วัน จำนวนวันก็น้อย

    เงินเดือนข้าราชการ

              เงินเดือนข้าราชการ เดือนเมษายน 2569 ประกาศออกมาแล้วตั้งแต่ต้นปีว่า จะออกในวันที่ 27 เมษายน 2569 ซึ่งเป็น 4 วันสุดท้ายก่อนที่จะหมดเดือน ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมเดือนนี้เงินออกเกือบจะหมดเดือน ทั้งที่จำนวนวันก็มีน้อย มีเพียง 30 วันเท่านั้น

              วันที่ 20 เมษายน 2569 กระปุกดอทคอม ได้วิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ทำให้พอคาดการณ์ได้ว่า ทำไมเดือนนี้เงินเดือนข้าราชการ ออกวันที่ 27 เมษายน

     เงินเดือนข้าราชการ

            โดยปกตินั้น เงินเดือนข้าราชการในแต่ละเดือน มักจะออกช่วงระหว่างวันที่ 24-27 ไม่พ้น 1 ใน 4 วันนี้ แต่ว่า เดือนเมษายน 2569 วันที่ 25-26 เมษายน ตรงกับวันเสาร์อาทิตย์พอดี ทำให้เงินเดือนออกไม่ได้ 100%

              เท่ากับว่า ตัวเลือกเงินเดือนออกจะเหลือ 2 วัน คือ วันที่ 24 (วันศุกร์) หรือ 27 (วันจันทร์)

              ถ้าหากวิเคราะห์ดูแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาคำนวณกับวันเงินเดือนข้าราชการออกได้อีก นั่นคือ วันที่เงินบำนาญข้าราชการออก มักจะไม่อยู่ติดกับวันที่เงินเดือนข้าราชการออก ซึ่งในเดือนเมษายนนี้ เงินบำนาญข้าราชการออกวันที่ 23 เมษายน

              เท่ากับว่า เงื่อนไขที่เงินเดือนข้าราชการจะออกวันที่ 24 เมษายน ก็ตัดทิ้งไปได้ จึงเหลือวันที่ 27 เมษายน เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น

    เงินเดือนข้าราชการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://money.kapook.com/view300404.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nc9ocJ5yVE5v3UMJqei0-

  • ทั่วโลกจับตาเจรจาหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านส่อสะดุด กระทบเศรษฐกิจยาว

    ทั่วโลกจับตาเจรจาหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านส่อสะดุด กระทบเศรษฐกิจยาว

    ทั่วโลกจับตาเจรจาหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านส่อสะดุด กระทบเศรษฐกิจยาว

    สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดต่อ หลังสหรัฐยึดเรืออิหร่าน-เตหะรานขู่ตอบโต้ กระทบเจรจาสันติภาพ ราคาน้ำมันผันผวน ตลาดโลกกังวลเศรษฐกิจกระทบยาว

    สถานการณ์หยุดยิงระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน เผชิญความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น หลังฝ่ายสหรัฐประกาศยึดเรือสินค้าสัญชาติอิหร่านที่พยายามฝ่ามาตรการปิดล้อมทางทะเล ขณะที่อิหร่านประกาศเตรียมตอบโต้ ส่งผลให้ความพยายามสร้างสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางสั่นคลอน

    กองทัพสหรัฐระบุว่าได้เปิดฉากยิงใส่เรือสินค้าติดธงอิหร่าน ก่อนเข้าควบคุมเรือดังกล่าว ขณะแล่นมุ่งหน้าไปยังท่าเรือบันดาร์อับบาส โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบสิ่งของบนเรือ

    ด้านกองทัพอิหร่านระบุว่า เรือดังกล่าวเดินทางมาจาก จีน พร้อมเตือนว่าจะดำเนินการตอบโต้สิ่งที่เรียกว่า “การกระทำอันเป็นโจรสลัดทางอาวุธ” ของสหรัฐในเร็ววัน

    ความตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพ โดยอิหร่านประกาศไม่เข้าร่วมการเจรจารอบใหม่ที่สหรัฐพยายามผลักดันก่อนข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลง ส่งผลให้โอกาสในการยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืนยิ่งเลือนราง

    ขณะเดียวกัน สหรัฐยังคงใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ขณะที่อิหร่านมีการสลับใช้มาตรการจำกัดการเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าน้ำมันทั่วโลก

    สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที ขณะที่ตลาดหุ้นผันผวน ท่ามกลางความกังวลว่าการขนส่งพลังงานในอ่าวเปอร์เซียอาจหยุดชะงักอย่างต่อเนื่อง

    ทั่วโลกจับตาเจรจาหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านส่อสะดุด กระทบเศรษฐกิจยาว

    โมฮัมหมัดเรซา อาเรฟ รองประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า โลกต้องเลือกระหว่าง “ตลาดน้ำมันเสรีสำหรับทุกฝ่าย” หรือ “ความเสี่ยงต้นทุนมหาศาลสำหรับทุกประเทศ” พร้อมวิจารณ์มาตรการของสหรัฐที่จำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน

    ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังได้ขู่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน หากปฏิเสธเงื่อนไขของสหรัฐ สะท้อนท่าทีแข็งกร้าวที่เพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์

    ขณะที่ ปากีสถาน ในฐานะคนกลางหลัก ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจา โดยมีรายงานว่าเครื่องบินลำเลียงทางทหารของสหรัฐได้ขนอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยเข้าสู่กรุงอิสลามาบัด และมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แม้ยังไม่ชัดเจนว่าการเจรจาจะเกิดขึ้นหรือไม่

    ทั่วโลกจับตาเจรจาหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านส่อสะดุด กระทบเศรษฐกิจยาว

    ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 8 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบพลังงานโลกอย่างรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง โดยราคาน้ำมันพุ่งสูงจากการปิดกั้นเส้นทางขนส่งในภูมิภาค

    ทั้งนี้ ความรุนแรงจากการโจมตีทางอากาศและการสู้รบในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนไปยังเป้าหมายในอิสราเอลและประเทศเพื่อนบ้านที่มีฐานทัพสหรัฐ

    ด้าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจา ระบุว่า แม้มีความคืบหน้าในบางประเด็น แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นต่างอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องนิวเคลียร์และเส้นทางเดินเรือ

    ขณะที่พันธมิตรยุโรปของสหรัฐแสดงความกังวลว่า แนวทางการเจรจาของวอชิงตันอาจเร่งรัดข้อตกลงระยะสั้น โดยยังต้องใช้เวลานานในการแก้ไขประเด็นทางเทคนิคที่ซับซ้อนในระยะต่อไป

    ทั่วโลกจับตาเจรจาหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านส่อสะดุด กระทบเศรษฐกิจยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/international-news/741138&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tAw3DZhfzyTzdcSxOBMII

  • รัฐจ่อออก พ.ร.ก.กู้เงินแสนล้าน รื้องบปี 69 ขยับเพดานหนี้ 75% ตุนกระสุนสู้วิกฤติ

    รัฐจ่อออก พ.ร.ก.กู้เงินแสนล้าน รื้องบปี 69 ขยับเพดานหนี้ 75% ตุนกระสุนสู้วิกฤติ

    แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้พิจารณาปรับแผนการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ครั้งใหญ่

    เพื่อเตรียมหน้าตักไว้รับแรงกระแทกจากวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลายจนนำไปสู่วิกฤติพลังงานและการคลัง หรือที่รัฐบาลประเมินว่าเป็นภาวะวิกฤติซ้อนวิกฤติ โดยเตรียมผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ช่วยเหลือค่าครองชีพ อุดหนุนราคาพลังงาน ตลอดจนสานต่อโครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง

    อย่างไรก็ดี ท่ามกลางข้อจำกัดสำคัญเรื่อง งบประมาณ และเพดานการก่อหนี้สาธารณะ เนื่องจากรัฐบาลเหลือวงเงินงบกลางเพียง 2.5 หมื่นล้านบาท และมีเพดานกู้เงินเหลืออีกเพียง 7 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งประเมินแล้วว่าไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภาระรายจ่ายก้อนโต โดยเฉพาะการเตรียมวงเงินค้ำประกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงถึง 1.5 แสนล้านบาท รวมถึงเม็ดเงินอัดฉีดโครงการเร่งด่วนต่างๆ อีกหลายหมื่นล้านบาท ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องงัดเครื่องมือทางการคลังหลายรูปแบบมาผสมผสานกัน

    ดังนั้น แนวทางเบื้องต้นที่นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งดำเนินการเป็นอันดับแรก คือการจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 โดยจะดึงเม็ดเงินจากโครงการที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันไม่ทัน โอนกลับเข้ามาเติมในงบกลางซึ่งคาดว่าจะได้เม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาท ควบคู่ไปกับการดึงเงินทุนสำรองจ่ายตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 อีกวงเงิน 50,000 ล้านบาท มาใช้ประคองสถานการณ์ 

    อย่างไรก็ตาม หากเม็ดเงินรวมกันแล้วยังไม่เพียงพอ รัฐบาลเตรียมพิจารณาไพ่ใบสุดท้ายคือการออกพระราชกำหนดกู้เงิน หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน ในลักษณะเดียวกับช่วงวิกฤติโควิด แต่วงเงินจะลดหลั่นลงมาอยู่ในระดับหลักแสนล้านบาท โดยไม่สูงถึง 1 ล้านล้านบาทเหมือนในอดีต

    พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการทลายข้อจำกัดในการก่อหนี้ รัฐบาลเตรียมพิจารณาขยายกรอบเพดานหนี้สาธารณะควบคู่กันไปด้วย จากข้อมูล ณ เดือน ก.พ. 2569 ประเทศไทยมียอดหนี้สาธารณะอยู่ที่ 12.59 ล้านล้านบาท คิดเป็น 66% ของจีดีพี ซึ่งขยับเข้าใกล้เพดานที่กำหนดไว้ 70% ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการพิจารณาขยายเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 75% เพื่อเปิดช่องว่างให้รัฐบาลสามารถกู้เงินเพิ่มได้อีกเกือบ 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้เป็นกันชนทางเศรษฐกิจ

    เรื่องนี้สอดรับกับท่าทีของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ออกมาระบุชัดเจนว่า กระทรวงการคลัง กำลังพิจารณาเรื่องการปรับเพดานหนี้สาธารณะ เนื่องจากเมื่อเทียบกับหลายประเทศแล้ว สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า

    อย่างไรก็ตาม การขยายเพดานหนี้จะต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนต่อสาธารณชนว่าจะนำเม็ดเงินไปใช้ทำอะไรบ้าง และต้องคำนึงถึงวินัยทางการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด

    โดยล่าสุดนายเอกนิติ ได้นำประเด็นการขยายเพดานหนี้เข้าหารือนอกรอบกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างๆ ในระหว่างการเข้าร่วมประชุมธนาคารโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและชี้แจงถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติโลกในครั้งนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1230244&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw031aY_-LVWQpfJc8pQ-FJN

  • ไทยเสี่ยงติดหล่ม ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อเขย่าโลก

    ไทยเสี่ยงติดหล่ม ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อเขย่าโลก

    ไทยเสี่ยงติดหล่ม ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อเขย่าโลก

    วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์เขย่าเศรษฐกิจโลก

    การประชุมฤดูใบไม้ผลิของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน สะท้อนความกังวลต่อความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจโลกที่เผชิญแรงกระแทกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผลกระทบด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทานที่ชะงักงัน

    ในขณะที่บทบาทของสหรัฐฯ ในการคลี่คลายวิกฤตเริ่มมีความไม่แน่นอน ทำให้นานาชาติต้องเร่งปรับตัวเพื่อพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดย IMF ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2026 เหลือเพียง 3.1% และเตือนว่ามีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยหากความขัดแย้งยืดเยื้อ

    เปิดฉากทัศน์ผลกระทบต่อไทย

    สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เปราะบาง โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินฉากทัศน์เศรษฐกิจไทยหากสงครามในตะวันออกกลางขยายวงกว้าง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับที่ 2 คือภาวะเงินเฟ้อชะงักงัน (Stagflation) ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 4.4%

    ขณะที่ GDP อาจลดเหลือเพียง 0.9% หากสถานการณ์ยืดเยื้อ 3-5 เดือน แต่หากสงครามยืดเยื้อถึง 9 เดือน ไทยอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง ราคาน้ำมันอาจแตะระดับ 145 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 5.8% ซึ่งจะกระทบต่อค่าครองชีพและการจ้างงานของคนรุ่นใหม่อย่างหนัก

    มุมมองผู้เชี่ยวชาญและความปกติใหม่

    ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังกลายเป็น “ความปกติใหม่” ของเศรษฐกิจโลก บังคับให้ประเทศต่าง ๆ ต้องปรับนโยบายให้ยืดหยุ่นและหลากหลาย โดยรัฐบาลไทยมองว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

    อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลระบุว่า “หากรัฐบาลไม่สามารถจัดการกับการกักตุนน้ำมันหรือราคาสินค้าที่พุ่งสูงได้ จะเกิดวิกฤตศรัทธาซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ อีกทั้งมาตรการเยียวยาด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อาจกลายเป็นการเพิ่มหนี้ครัวเรือนในระยะยาวหากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวตามเป้าหมาย”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/financial/741126&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OE30aLrpKHGSuWYEVmaVN

  • ทำไมโลกยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล แม้มีข้อตกลง COP28

    ทำไมโลกยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล แม้มีข้อตกลง COP28

    แม้จะมีข้อตกลงสำคัญในการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจากการประชุม COP28 ตั้งแต่ปี 2023 แต่โลกยังคงพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอย่างหนัก สงครามในตะวันออกกลางยิ่งเผยให้เห็นถึงการพึ่งพา “ทองดำ” ของมนุษยชาติ โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการจัดหาพลังงานทั่วโลก

    ปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นอุปสรรคหลัก

    คลาวดิโอ แองเจโล ผู้ประสานงานนโยบายระหว่างประเทศจากหอดูดาวภูมิอากาศของบราซิล กล่าวว่า การหยุดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทันทีจะก่อให้เกิดหายนะทางเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน ตลาดการเงินผันผวนตามราคาน้ำมันดิบเนื่องจากมีความเชื่อมโยงลึกกับสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับไฮโดรคาร์บอน

    สำหรับประเทศอย่างอิรัก คูเวต และซาอุดิอาระเบีย เศรษฐกิจพึ่งพาน้ำมันเป็นหลัก แม้แต่ประเทศที่มีรูปแบบเศรษฐกิจหลากหลายอย่างบราซิล การหยุดส่งออกน้ำมันดิบก็เพียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจพังทลาย

    การประชุม COP28 ที่ดูไบ ในปี 2023 ประเทศต่างๆ กว่า 190 ประเทศตกลงที่จะเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่หลังจากนั้นมาความคืบหน้าในเรื่องนี้ก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า

    การประชุม COP28 ที่ดูไบ ในปี 2023 ประเทศต่างๆ กว่า 190 ประเทศตกลงที่จะเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่หลังจากนั้นมาความคืบหน้าในเรื่องนี้ก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า

    ขาดเจตจำนงทางการเมือง

    บิล แฮร์ ผู้อำนวยการสถาบัน Climate Analytics ระบุว่าประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอย่างสหรัฐฯ แคนาดา และออสเตรเลีย มีศักยภาพในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว แต่เป็นเรื่องของเจตจำนงทางการเมือง

    การกลับมาของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีนโยบาย “ขุด ขุด ขุด” พร้อมกับผู้นำขวาจัดคนอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกลับมาเป็นลำดับแรกอีกครั้ง โดยบางคนปฏิเสธการมีอยู่ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

    why-world-still-depends-fossil-fuels-despite-cop28-agreement-SPACEBAR-Photo01.jpg

    อำนาจของกลุ่มล็อบบี้

    แองเจโล กล่าวว่า ภาคน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นกลุ่มล็อบบี้ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยใช้เวลา 30 ปีในการชิงเวลาเพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลง การสืบสวนของ AFP ในปี 2023 พบว่าบริษัทที่ปรึกษา McKinsey ที่มีลูกค้าอย่าง ExxonMobil และ Aramco ของซาอุดิอาระเบีย ปกป้องผลประโยชน์ของพวกเขาในการประชุมเตรียมการสำหรับ COP28

    ความท้าทายในการระดมทุน

    การเปลี่ยนผ่านจากน้ำมันต้องอาศัยการสนับสนุนทางการเงินทั้งสำหรับประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่ร่ำรวยและประเทศยากจนที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน แฮร์ เน้นว่าต้องมีความเต็มใจจากประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในการสร้างระบบระหว่างประเทศที่อำนวยความสะดวกให้กับกระบวนการนี้

    ความหวังจากพลังงานหมุนเวียน

    แม้จะมีอุปสรรค แต่ก็มีความคืบหน้าบางประการ ตามรายงานของ IRENA พลังงานหมุนเวียนคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตไฟฟ้าโลกในปี 2025 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด

    ขณะที่จีนซึ่งเป็นผู้ผลิตก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ที่สุดของโลก กลับกลายเป็นผู้นำด้านการผลิต “พลังงานหมุนเวียน” โดยเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานลมและแสงอาทิตย์อย่างมากในปีที่ผ่านมา

    ในปากีสถาน “พลังงานแสงอาทิตย์” เปลี่ยนจากแหล่งพลังงานรองในปี 2020 กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักในปัจจุบัน แฮร์ ชี้ให้เห็นว่าพลังงานหมุนเวียนยังช่วยลดค่าไฟฟ้าในบางภูมิภาคของสหรัฐฯ และออสเตรเลีย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/why-world-still-depends-fossil-fuels-despite-cop28-agreement&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NEa1pOT5KDwa-rWNAyT6E

  • จีนเร่งเครื่องอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ชูเทคโนโลยีควอนตัม-6G เสริมแกร่งผู้นำเทคโนโลยีโลก (คลิป) | เดลินิวส์

    จีนเร่งเครื่องอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ชูเทคโนโลยีควอนตัม-6G เสริมแกร่งผู้นำเทคโนโลยีโลก (คลิป) | เดลินิวส์

    การแข่งขันบนเวทีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลกทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อรัฐบาลจีนเดินหน้าขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์เพื่อเร่งพัฒนา “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” (Future Industries) อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเป้าไปที่เทคโนโลยีระดับพลิกโฉม (Disruptive Technology) ที่จะเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรมรอบใหม่

    4 เสาหลักเทคโนโลยีล้ำสมัยของจีน

    ในปี 2026 จีนได้สร้างหมุดหมายสำคัญในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่:

    • คอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computing): มีการทำลายสถิติประสิทธิภาพการประมวลผลอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเหนือชั้นในด้านพลังการคำนวณขั้นสูง
    • ฟิวชันนิวเคลียร์ (Nuclear Fusion): เร่งการทดลองและพัฒนาอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ เพื่อมุ่งสู่การสร้างแหล่งพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน
    • เทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface): จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลก โดยเฉพาะเทคโนโลยีแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-invasive) ซึ่งมีการถือครองสิทธิบัตรและตัวชี้วัดทางเทคนิคที่โดดเด่น
    • เทคโนโลยี 6G: พัฒนาเครือข่ายสื่อสารความเร็วสูงแห่งอนาคต เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ

    กลยุทธ์การเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว

    การมุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตไม่ใช่เพียงการแข่งขันทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญของ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจีน การลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้ถือเป็นการวางรากฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (National Competitiveness) และเป็นเครื่องยนต์หลักในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว

    การขยับตัวของจีนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมระดับโลก ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมที่ซับซ้อนและการผนวกรวมเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรมหนักอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่ออำนาจการต่อรองของจีนในเวทีโลกทั้งในด้านเศรษฐกิจและการทูตเทคโนโลยีในอนาคตอันใกล้

    เครดิต China Media Group (CMG)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5793923/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YbN0XNO0oJ1pEvkK2Agpv

  • วิพากษ์สังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล: เมื่อโลกหมุนไปแต่ไทยยังติดกับดัก

    วิพากษ์สังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล: เมื่อโลกหมุนไปแต่ไทยยังติดกับดัก


    โดย…นพ.กรณ์ ปองจิตธรรม

    1. บทนำ: ดาบสองคมในมือคนไทย กับไฟที่ลามทุ่ง

    ในยุคที่เทคโนโลยีพุ่งทะยานแต่ฐานรากทางตรรกะยังสั่นคลอน สื่อสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่น่าหวั่นเกรง สำหรับสังคมไทยที่มีธรรมชาติเน้นความอลุ่มอล่วยและสายสัมพันธ์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ Digital Transformation ที่มาไวเกินตั้งตัว เราจึงก้าวข้ามผ่านจากยุคเกษตรกรรมสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร โดยที่ทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ยังไม่ถูกฝังรากลึก ผลที่ตามมาคือการติดอยู่ในห้องแห่งเสียงสะท้อน (Echo Chamber) เลือกรับเพียงข้อมูลที่ตรงใจจนเกิดการแบ่งขั้วทางความคิด และการเปลี่ยนจากการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ไปสู่การเสพคอนเทนต์ที่สั้น ง่าย และบันเทิงเพียงผิวเผิน

    2. มิติด้านสังคม: เสียงที่ดังขึ้นบนความเปราะบาง

    แม้โซเชียลมีเดียจะช่วยสร้างประชาธิปไตยทางข้อมูล (Democratization of Voice) ให้คนตัวเล็กได้มีสิทธิ์ส่งเสียงตรวจสอบการทุจริตและเรียกร้องความเป็นธรรม แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันกลับสร้างค่านิยมการแสวงหาการยอมรับในโลกเสมือน (Social Validation) ที่สูงลิ่ว นำไปสู่พฤติกรรมการบริโภคเกินตัวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิตและเสถียรภาพทางการเงินในระดับครัวเรือนอย่างน่ากังวล

    3. วิพากษ์เปรียบเทียบ: ความแตกต่างที่สะท้อนผ่านดัชนีชี้วัดคุณภาพ

    เมื่อมองย้อนกลับมาเปรียบเทียบกับประเทศที่มีคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง เราจะเห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจนดังนี้

    จีนและเวียดนาม: ประชากรใช้สื่อออนไลน์เพื่อการเป็นผู้ประกอบการรายย่อย (Micro-Entrepreneurship) และมุ่งเน้นการสะสมทักษะฝีมือ (Hard Skills) เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมโลก

    สิงคโปร์และกลุ่มสแกนดิเนเวีย: มีระดับความตื่นรู้ทางดิจิทัล (Digital Literacy) ที่สูง ใช้สื่อเพื่อเข้าถึงสวัสดิการและมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างมีคุณภาพ ข้อมูลที่ส่งต่อจึงมีความหนาแน่นของความรู้สูง

    เกาหลีใต้: แม้จะโดดเด่นเรื่องความบันเทิง แต่โซเชียลมีเดียกลับเป็นพื้นที่สะท้อนความทะเยอทะยานและจริยธรรมในการทำงานหนัก (Work Ethic) เพื่อการแข่งขัน
    ในขณะที่เพื่อนบ้านใช้โซเชียลเป็นทางด่วนข้อมูลเพื่อยกระดับตนเองเป็นแรงงานฝีมือ (Skilled Labor) แต่สังคมไทยกลับใช้มันเป็นสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ที่เน้นความรวยทางลัดและความบันเทิงฉาบฉวย

    4. กระจกบานใหญ่: สาเหตุที่ GDP ไทยรั้งท้ายในภูมิภาค

    ความแตกต่างในการใช้สื่อนี้สะท้อนออกมาเป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าตกใจ

    ช่องว่างของผลิตภาพ (Productivity Gap): เราขาดแรงงานที่มีทักษะตรงตามความต้องการของโลกยุคใหม่ ทำให้ดึงดูดการลงทุนระดับสูงได้ยากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
    กับดักหนี้บริโภค (Consumption Debt): อัลกอริทึมที่กระตุ้นกระแส ของมันต้องมี ดันหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ จนการบริโภคภายในประเทศถึงทางตัน
    วิกฤตความไว้วางใจ (Trust Deficit): การแพร่กระจายของข่าวลือและการแบ่งขั้วอย่างรุนแรงทำลายต้นทุนทางสังคม ทำให้การผลักดันนโยบายระดับโครงสร้างทำได้ล่าช้าและยากลำบาก

    5. ทางออกเชิงรูปธรรม: เปลี่ยนโครงสร้างเพื่อสร้างคน

    การแก้ปัญหาความไร้ระเบียบของข้อมูลต้องก้าวข้ามการรณรงค์แบบเดิม ไปสู่ระบบโครงสร้างบังคับและแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ

    ระบบแต้มบุญทักษะระดับชาติ (National Skill Stack): เชื่อมโยงการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์เข้ากับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือเงินสะสมประกันสังคม เพื่อให้การพัฒนาตนเองมีมูลค่าเป็นเงินสดทันที

    การควบคุมอัลกอริทึม (Algorithm Audit): ออกกฎหมายบังคับให้แพลตฟอร์มต่างชาติมีสัดส่วนคอนเทนต์เพื่อการศึกษา (Educational Quota) ในหน้า Feed ของผู้ใช้งานไทย เพื่อลดสัดส่วนคอนเทนต์ขยะและการพนันออนไลน์

    ยกระดับอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer for Development): สนับสนุนและจ้างงานผู้มีอิทธิพลทางความคิดให้เป็นผู้ส่งต่อทักษะการเงินและเทคโนโลยีในรูปแบบที่ย่อยง่าย แทนการโชว์ไลฟ์สไตล์ที่ไร้แก่นสาร

    6. บทสรุป: ใบแจ้งหนี้ที่ไทยต้องจ่าย

    ท้ายที่สุดแล้ว GDP ที่ต่ำสุดในอาเซียนไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลข แต่มันคือใบแจ้งหนี้จากการที่เราไม่สามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นทักษะการผลิตได้ ตราบใดที่โครงสร้างอำนาจยังได้ประโยชน์จากประชากรที่หลงอยู่ในดราม่ามากกว่าการตื่นรู้ ตราบนั้นเราก็จะยังคงใช้เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดในโลกอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดของห่วงโซ่คุณค่า

    ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องตระหนักว่า หากเราไม่เปลี่ยนจากการเป็นผู้เสพที่ถูกจองจำด้วยอัลกอริทึม มาเป็นผู้ผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญา อนาคตในอีก 3-5 ปีข้างหน้าของไทยอาจเป็นเพียงภาพจำของอดีตที่เคยรุ่งเรือง แต่กลับร่วงโรยเพราะไม่สามารถก้าวข้ามกับดักความฉาบฉวยของตัวเองได้สำเร็จ
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/42076&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ShNil6yubWVtyEOf8hnAb

  • ไทยอาจร้อนจัด ปี2070 เท่า ‘ทะเลทรายซาฮารา’ กระทบสุขภาพ เศรษฐกิจ

    ไทยอาจร้อนจัด ปี2070 เท่า ‘ทะเลทรายซาฮารา’ กระทบสุขภาพ เศรษฐกิจ

    นักวิจัยยังเตือนว่า การพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ทางออกระยะยาว เนื่องจากจะยิ่งเพิ่มการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอน หากไม่มีการปรับโครงสร้างพลังงานควบคู่กัน

    อย่างไรก็ตาม อนาคตยังไม่ถูกกำหนดไว้ตายตัวความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะร้อนเทียบเท่าทะเลทรายซาฮารา ไม่ใช่ชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นคำเตือนถึงผลลัพธ์ของการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้

    หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงอยู่ในระดับสูง พื้นที่ที่มนุษย์สามารถอยู่อาศัยและทำงานได้อย่างปลอดภัยจะหดตัวลงเรื่อย ๆ และประเทศในเขตร้อน อย่าง ประเทศไทย จะเป็นประเทศแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบ

    แต่หากสามารถลดการปล่อยก๊าซได้อย่างรวดเร็ว เร่งการปรับตัว และออกแบบการพัฒนาใหม่ให้สอดคล้องกับโลกที่ร้อนขึ้น ก็ยังสามารถลดผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดให้อยู่ในวงจำกัดได้

    ท้ายที่สุดแล้ว วิกฤตความร้อนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นคำถามเกี่ยวกับ อนาคตของชีวิตมนุษย์เอง และว่าพื้นที่ที่เคยหล่อเลี้ยงอารยธรรมมนุษย์จะยังคงทำหน้าที่นั้นได้หรือไม่ เมื่อเส้นแบ่งดังกล่าวเริ่มเลือนลางลงอย่างต่อเนื่องทุกปี

    ที่มา: The Straits Times

    https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thailand-could-become-as-hot-as-the-sahara-by-2070-research-shows

    Credit ภาพ: Reuters

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/climate-change/863049&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DjmUln4BABiaTJg7WqULh

  • ราคาน้ำมันดิบ 19/04/69 จับตาทิศทางตลาดโลกและผลกระทบไทย

    ราคาน้ำมันดิบ 19/04/69 จับตาทิศทางตลาดโลกและผลกระทบไทย

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/142245&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vM5k9ICkZYvqNfrgfLI78

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการ 19/04/69 จับตาทิศทางเศรษฐกิจโลก

    ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการ 19/04/69 จับตาทิศทางเศรษฐกิจโลก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/142244&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2n4abrRwRBYudy8npZmOlX