Category: เศรษฐกิจ

  • ราคาน้ำมันประจำวันที่ 26/07/69 อัปเดตจาก 4 สถานี

    ราคาน้ำมันประจำวันที่ 26/07/69 อัปเดตจาก 4 สถานี

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/163185&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24AwHqo2gfZ5HnZsxc7IGZ

  • เปลี่ยนวิกฤติขยะพลาสติกทะลัก 19 ล้านตัน เป็นทางรอดมูลค่า 4.5 ล้านล้านดอลล่าห์ สหรัฐ

    เปลี่ยนวิกฤติขยะพลาสติกทะลัก 19 ล้านตัน เป็นทางรอดมูลค่า 4.5 ล้านล้านดอลล่าห์ สหรัฐ

    โลกเรากำลังจมอยู่ใต้กองพลาสติก(ขยะพลาสติก)กว่า 460 ล้านตันในทุกๆ ปี ตัวเลขนี้คงไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความจริงที่ว่า ราว 19 ล้านตันของจำนวนดังกล่าว เล็ดลอดออกไปสร้างหายนะในสิ่งแวดล้อม ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ ซ้ำเติมวิกฤติเรือนกระจก และย้อนกลับมาทำร้ายสุขภาพของพวกเราเอง และหากยังปล่อยให้เทรนด์นี้ดำเนินต่อไป ภายในปี พ.ศ. 2603  การใช้พลาสติกทั่วโลกอาจพุ่งทะยานขึ้นถึง 3 เท่าตัว

    เสียงสะท้อนจากเวทีระดับโลก ตั้งแต่การประชุม London Climate Action Week ไปจนถึงความพยายามผลักดันสนธิสัญญาพลาสติกโลก (Global Plastics Treaty) ต่างเห็นพ้องตรงกันว่า การรับมือกับเรื่องนี้จะใช้แค่มาตรการ “ค่อยเป็นค่อยไป” อีกต่อไปไม่ได้แล้ว แต่ต้องเป็นการ “พลิกโฉมหน้าโครงสร้างครั้งใหญ่”

    มากกว่าแค่เรื่องขยะ แต่มันคือ “ความล้มเหลวเชิงระบบ”

    ถ้าเรายังมองปัญหาพลาสติกเป็นแค่เรื่อง “ขยะปลายทางเราจะแก้ไม่แก้ไม่ถูกจุด ปัญหาที่แท้จริงคือความไร้ประสิทธิภาพตลอดทั้งวงจรวัสดุ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงกระบวนการเก็บกลับมาใช้ใหม่ การมองข้ามมิติทางเศรษฐกิจเหล่านี้ทำให้เราสูญเสียมูลค่าทางวัสดุ เกิดต้นทุนระบบที่สูงลิ่ว และสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งตัวเลขความเสียหายจากโอกาสทางเศรษฐกิจที่หลุดลอยไปนี้ สูงถึง 4.5 ล้านล้านดอลล่าห์สหรัฐ เลยทีเดียว

    แม้การเจรจาในสนธิสัญญาพลาสติกโลกจะยังยืดเยื้อมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2668 แต่สิ่งนี้กลับกลายเป็นโอกาสให้เราหันมาพิจารณา “สิ่งที่ทำได้จริงและเวิร์กแล้วในปัจจุบัน” หลายภูมิภาคทั่วโลกกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า การลงมือทำจริงในระดับชาตินั้นสามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกับเวทีโลกได้

    นวัตกรรมไม่ใช่ปัญหา แต่ “ความร่วมมือ” ต่างหากคือกุญแจ

    ข่าวดีคือ เราไม่ได้ขาดแคลนเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม หลายประเทศลุกขึ้นมาปรับปรุงระบบจัดเก็บ ขยายโครงสร้างพื้นฐานรีไซเคิล และดีไซน์ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อความยั่งยืน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือทวีปแอฟริกา ที่เคยติดล็อกปัญหาการไม่มีมาตรฐานกลางรีไซเคิลพลาสติกสัมผัสอาหาร (rPET) จนทุนไม่กล้าเข้า แต่ปัจจุบันหน่วยงานหลักอย่าง ARSO, ACEA และ UNEP ได้ร่วมมือกันคลอด “มาตรฐาน rPET องศาใหม่สำหรับแอฟริกา” สำเร็จ ช่วยปลดล็อกเม็ดเงินลงทุนและการค้าภายในภูมิภาคได้สำเร็จ

    ขณะที่ฟิลิปปินส์ ประเทศที่ต้องเผชิญกับขยะซองพลาสติกยืดหยุ่นกว่า 163 ล้านชิ้นต่อวัน และสูญเสียมูลค่ารีไซเคิลถึง 890 ล้านดอลล่าห์ สหรัฐ ต่อปี ก็ได้ตั้งกลุ่มทำงานพลาสติกขึ้นมาบูรณาการร่วมกันทั้งภาครัฐ ธุรกิจ และประชาสังคม เพื่อผลักดันเทคโนโลยีรีไซเคิลครบวงจร

    ไม่เว้นแม้แต่ในเครือข่าย Global Plastic Action Partnership (GPAP) ของ World Economic Forum ที่มี 25 ประเทศร่วมวงพัฒนาแผนปฏิบัติการ (National Plastic Action Roadmap) ซึ่งไนจีเรียเป็นหนึ่งในบทพิสูจน์ชั้นดีว่า หากใช้มาตรการเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง จะสามารถดันอัตราการรีไซเคิลพลาสติกขึ้นไปแตะ 58% ลดมลพิษได้ถึง 67% และสร้างงานใหม่ได้เกือบ 97,000 ตำแหน่งภายในปี พ.ศ. 2583

    เหลียวมองประเทศไทย ขยับตัวสู้ศึกขยะพลาสติกแห่งชาติ

    ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย ปัญหาขยะพลาสติก ก็เป็นวาระเร่งด่วนที่ไม่เคยพัก จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ประเทศไทยได้เดินหน้าขับเคลื่อน แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ต่อเนื่องจากความสำเร็จในการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟมบรรจุอาหารที่ผ่านมา ซึ่งสามารถลดปริมาณขยะลงได้นับแสนตัน

    กรมประชาสัมพันธ์

    แผนระยะที่ 2 นี้ มุ่งเป้าหมายสำคัญภายในปี พ.ศ. 2570 ไว้ชัดเจน ได้แก่ การนำพลาสติกเป้าหมาย (เช่น ขวดพลาสติก ฝาขวด ฟิล์มพลาสติกชั้นเดียว ถุงหูหิ้ว และแก้วพลาสติก) เข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ 100% พร้อมลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะรั่วไหลลงสู่ทะเลลงให้ได้ 50% ผ่านการหนุนเสริมด้วยเครื่องมือบริหารจัดการต่างๆ เช่น กฎหมายการจัดการซากผลิตภัณฑ์ (EPR) และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันวิจัยพัฒนาพลาสติกชีวภาพ (Bio-plastics) เพื่อลดภาระตกค้างในสิ่งแวดล้อม

    กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากทั่วโลกและบริบทของไทยต่างตอกย้ำตรงกันว่า “ไม่มีหน่วยงานใดแก้ปัญหานี้ได้โดยลำพัง” การแก้โจทย์พลาสติกในระดับประเทศและระดับสากลต้องอาศัยการประสานเสียง ทั้งนโยบายภาครัฐ แหล่งทุนจากสถาบันการเงิน และภาคอุตสาหกรรมที่ต้องเดินไปในทิศทางเดียวกัน

    เมื่อการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกลำดับถัดไปดำเนินต่อ ผู้นำโลกและประเทศไทยต่างต้องใช้ “ฐานรากจากสิ่งที่ทำสำเร็จแล้ว” มาขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้น เพราะมลพิษพลาสติกไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือวิกฤติเชิงระบบที่เดิมพันด้วยสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และลมหายใจของพวกเราทุกคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1244566&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xA3XwnTjYCqLv3enSjP4Z

  • “ไทยเบฟ” ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    “ไทยเบฟ” ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    คณะผู้บริหารไทยเบฟฯ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

    วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 

    โดยได้เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้โครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” จากนั้นร่วมเยี่ยมชมบูทนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมปลูกต้นไม้ ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 

    นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ในรอบกว่า 240 ปี ที่หลอมรวมพลังศรัทธาของประชาชนหลั่งไหลมาร่วมทำบุญตักบาตรทางเรือกับพระภิกษุสงฆ์รวม 225 รูป ภายในงานมีการแจกน้ำพระพุทธมนต์ประทานจากสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ และพระเถราจารย์จากวัดริมคลอง 40 วัด จำนวน 10,000 ขวด ตลอดสายน้ำให้ประชาชนที่มาร่วมงาน เพื่อเป็นสิริมงคล 

    นอกจากนี้มีนิทรรศการเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และผลสำเร็จของโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ภายใต้ร่มพระบารมีสืบมา โดยงานดังกล่าวได้จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ และพื้นที่คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2948783&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0b76W8d7sCIoY-UuGQQI42

  • “สุขสมรวย”  ลงพื้นที่สุรินทร์​ ยกระดับกองทุนหมู่บ้าน​ อ.ปราสาท ​ มุ่งเสริมสร้าง​เศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

    “สุขสมรวย” ลงพื้นที่สุรินทร์​ ยกระดับกองทุนหมู่บ้าน​ อ.ปราสาท ​ มุ่งเสริมสร้าง​เศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

    “สุขสมรวย” ลงพื้นที่สุรินทร์​ ยกระดับกองทุนหมู่บ้าน​ อ.ปราสาท ​ มุ่งเสริมสร้าง​เศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน


    26/07/2569 | 16 |

    วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ หอประชุมอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อพบปะสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอกาบเชิง โดยมีนายกิตติ สัตย์ซื่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายอำเภอปราสาท หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

    จากนั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านสวรรค์น้อย ม.11 ต.ปรือ อ.ปราสาท​  เพื่อรับฟังผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการกองทุนและสมาชิก พร้อมให้กำลังใจในการบริหารจัดการกองทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน และติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก

    การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้าน รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการกองทุนและสมาชิก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยั่งยืน

    นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า กองทุนหมู่บ้านเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ส่งเสริมการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมสนับสนุนให้กองทุนบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการกองทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    จังหวัดสุรินทร์มีการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั้งสิ้น 2,148 กองทุน จำแนกเป็นกองทุนหมู่บ้าน 2,120 กองทุน กองทุนชุมชนเมือง 25 กองทุน กองทุนชุมชนทหารจำนวนสามกองทุน โดยสามารถดำเนินการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้วจำนวน 2,135 กองทุน

    สำหรับในพื้นที่อำเภอปราสาท มีการจัดตั้งกองทุนทั้งสิ้น 239 กองทุน มีสมาชิกจำนวน 22,409 ราย มีคณะกรรมการกองทุนจำนวน 3,323 ราย มีจำนวนเครือข่ายกองทุนระดับตำบลจำนวน 18 ตำบล และจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 239 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 100 โดยเงินที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 239,000,000 บาท

    นอกจากนี้จังหวัดสุรินทร์ ได้มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์เมืองเกษตรอินทรีย์ ศูนย์เศรษฐกิจชายแดน ท่องเที่ยววิถีสุรินทร์ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนผ่านกลไกของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ขับเคลื่อนมาตรการสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลในปี 2569 ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อปรับลดภาระดอกเบี้ยบัญชีที่ 1 ลง ร้อยละ 50 เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้แก่สมาชิก

    ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจฐานรากเกิดผลเป็นรูปธรรม และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในทุกพื้นที่.


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/526062&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QW8qAMtqgph-A7IANMJ3m

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (27 ก.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (27 ก.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (27 ก.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (27 ก.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล 90 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 45.68 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 50.99 บาท (โออาร์)
    • เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 98+  ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 27.63 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 36.69 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 36.32 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 31.69 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 36.69 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 31.69 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 49.25 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 36.69 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 31.69 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (27 ก.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/664950&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Qmx2kxzhu9kj2eU4Dibd_

  • ตลาดน้ำมันดิบโลกก่อนเปิดซื้อขาย 27/07/69 ผันผวน เสี่ยงตะวันออกกลางหนุนแนวโน้มขาขึ้น

    ตลาดน้ำมันดิบโลกก่อนเปิดซื้อขาย 27/07/69 ผันผวน เสี่ยงตะวันออกกลางหนุนแนวโน้มขาขึ้น

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/163187&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EE5yjRKsgNWbu2MjwmTg2

  • “หรอย แรง เฟส” ปลุกการท่องเที่ยว ระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    “หรอย แรง เฟส” ปลุกการท่องเที่ยว ระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    วันที่ 25 ก.ค. 2569 ที่ นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบหมายให้ นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์จังหวัดนครศรีธรรมราช “หรอย แรง เฟส (Roi Raeng Fest)” โดยมี นายณัฐรินทร์ วงศ์ภิรพัทธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารจังหวัด นายอำเภอท่าศาลา ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ภาคีเครือข่าย และประชาชน นักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ สวนมะพร้าวบวร ชายหาดบ่อนนท์ ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

     

    นายธีระพงศ์ ช่วยชู กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่สะท้อนแนวคิดการพัฒนาจังหวัดอย่างสร้างสรรค์ มุ่งเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านการนำทุนทางวัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ ดนตรี และทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่มาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมรายได้แก่ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร ผู้ผลิตสินค้า OTOP และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว

    สำหรับงาน “หรอย แรง เฟส (Roi Raeng Fest)” จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการถ่ายทอดเสน่ห์ของนครศรีธรรมราชผ่านคำว่า “หรอย” ซึ่งสะท้อนถึงความสุข ความประทับใจ และอัตลักษณ์ของชาวใต้ ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งโซนอาหารพื้นถิ่นและอาหารสร้างสรรค์ การแสดงดนตรี ศิลปะร่วมสมัย การท่องเที่ยวชุมชน กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และการแสดงทางวัฒนธรรม เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ครบถ้วนให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชน ซึ่งงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–26 กรกฎาคม 2569 ณ สวนมะพร้าวบวร และชายหาดบ่อนนท์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

    กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ ศูนย์ข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคใต้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1643349&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25xcLP9qm_F5Fvh-pVEZxU

  • “เอกนิติ” สั่งการภาครัฐหั่นดอกเบี้ยช่วย SME รับมอบ ‘สมุดปกน้ำเงิน’ ดัน MSME Plus วาระแห่งชาติ : อินโฟเควสท์

    “เอกนิติ” สั่งการภาครัฐหั่นดอกเบี้ยช่วย SME รับมอบ ‘สมุดปกน้ำเงิน’ ดัน MSME Plus วาระแห่งชาติ : อินโฟเควสท์

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยในงาน THAI MSME FORUM 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนนโยบายเป็นโอกาสทางธุรกิจ” โดยระบุว่า โลกธุรกิจปัจจุบันกำลังก้าวสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งจะเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงสำคัญของ SME ไทย ซึ่งการมาถึงของ AI และ Agentic AI จะเข้ามาช่วยทลายข้อจำกัดเรื่องต้นทุนของผู้ประกอบการรายเล็ก ให้สามารถมีผู้ช่วยเสมือนจริงทั้งด้านบัญชี กฎหมาย และการตลาดได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง

    “นี่คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ แม้หลายคนอาจจะมองแค่เป็นเทรนด์ แต่ผมคิดว่า วันนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ โลกเราเคยเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาแล้วก็คือในเชิงเศรษฐกิจ คือตอนปฏิวัติอุตสาหกรรม ประมาณปี ค.ศ.1800-1900 แต่วันนั้น คือการทำให้มีไฟฟ้าใช้ มีอุตสาหกรรม มีการใช้เรือทำให้มีการขนส่งค้าขายระหว่างประเทศ“นายเอกนิติ กล่าว

    นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ คือ AI  Potential แต่ตนบอกแล้วว่า AI มาด้วยความเสี่ยง AI ที่จำเป็นมันอาจจะหลอกเราได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเก่งและฉลาดกว่า AI จำเป็นต้องมีความสามารถ มีองค์ความรู้ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วย

    ทั้งนี้ นายเอกนิติ กล่าวว่า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระและเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจ จึงได้สั่งการไปยังผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ SME ให้อยู่ในระดับต่ำโดยเร็วที่สุด

    ขณะเดียวกัน ภายในงานยังได้มีการส่งมอบ “สมุดปกน้ำเงิน – ข้อเสนอเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ MSME และเศรษฐกิจฐานราก” ให้กับนายเอกนิติ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ MSME และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

    โดยนายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย ได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายที่รวบรวมจากเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการทั่วประเทศผ่าน 5 วาระสำคัญ ได้แก่

    1. สร้างโอกาสทางการตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการค้า ขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ และส่งเสริมการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

    2. สร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน ด้วยกลไกทางการเงินที่เหมาะสม ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ และเพิ่มโอกาสในการเติบโตของผู้ประกอบการ

    3. สร้างโอกาสผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเร่งการประยุกต์ใช้ AI เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

    4. สร้างโอกาสด้วยกติกาที่เป็นธรรม ผ่านการปรับปรุกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนของภาครัฐ ให้สะดวกโปร่งใส และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ

    5. สร้างโอกาสสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต ด้วยการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ นายณพพงศ์ กล่าวว่า การจัดงาน THAI MSME FORUM 2026 มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างเวทีที่ผู้ประกอบการได้ร่วมกันกำหนดอนาคตของ MSME ไทย ไม่ใช่เพียงการรับฟังนโยบายจากภาครัฐ แต่เป็นการนำประสบการณ์ ปัญหา และข้อเสนอจากภาคปฏิบัติมาพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

    อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ MSME ไม่ได้ต้องการเพียงมาตรการช่วยเหลือระยะสั้น แต่ต้องการระบบเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาด แหล่งทุน เทคโนโลยี และแข่งขันได้ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม หากประเทศไทยสามารถปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถอยู่รอด เติบโต และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น

    ซึ่งทางสมาพันธ์ SME ไทย ได้เสนอให้ ‘MSME Plus’ เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อการกำหนดนโยบายของภาครัฐให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการรายย่อยและรายเล็กในทุกมิติ เพราะ MSME ไม่ใช่เพียงผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศ แต่เป็นรากฐานของการจ้างงาน การสร้างรายได้ และการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปสู่ทุกชุมชน

    สำหรับงาน THAI MSME FORUM 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2569 โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ MSME เครือข่ายธุรกิจ ตลอดจนผู้แทนภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกว่า 1,400 คนทั่วประเทศ

    โดย ฐานิสร์ ทองนอก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/621941&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vjb0xsjwIR12SLkwXa11h

  • “สุขสมรวย” ลุยสุรินทร์ ตรวจเยี่ยมกองทุนหมู่บ้าน ย้ำโปร่งใส สร้างเศรษฐกิจฐานราก

    “สุขสมรวย” ลุยสุรินทร์ ตรวจเยี่ยมกองทุนหมู่บ้าน ย้ำโปร่งใส สร้างเศรษฐกิจฐานราก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/163282&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1i2mMd07Kq3nhpoHlKKqXn

  • อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    วันนี้ ( 26 ก.ค.2569) นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการ สำนักงานอุบลราชธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศเดินหน้าแผนการตลาดท่องเที่ยวประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ผนึกกำลังร่วมกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาชั้นนำในพื้นที่ ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งศรัทธาในกิจกรรมขบวนเทียนหอมเรืองแสงภายใต้แนวคิด อุบลราชธานีศรีศิลป์ เพื่อมุ่งขยายวันพักแรมและสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในช่วงงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจ.อุบลราชธานี ประจำปี 2569

    อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    ความพิเศษของขบวนเทียนหอมเรืองแสงในปีนี้ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี รวมกับโรงแรมในจ. อุบลราชธานี ได้มอบหมายให้ กลุ่มผลิตภัณฑ์เทียนหอมเดชอุดมเป็นผู้รังสรรค์ตัวรถต้นเทียนขนาดความยาว 5 เมตร กว้าง 2.5 เมตร โดยใช้เทคนิคสีเรืองแสงผสมลงในเนื้อเทียนหอม ถ่ายทอดรากเหง้าทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ล้ำค่าของจ.อุบลราชธานีที่มีมาอย่างยาวนานไว้ในขบวนเทียน

    เช่น พระเจ้าใหญ่อินแปง วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) ธรรมมาสน์สิงห์และเทินบุษบก วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ อำเภอเขื่องใน น้อนเหรา วัดชัยภูมิการามอำเภอเขมราฐ ต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร ฮูปแต้มจากผาแต้ม อ.โขงเจียม และตกแต่งด้วยดอกไม้นามพระราชทานสมเด็จพระพันปีหลวงทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ ดอกดุสิตา สร้อยสุวรรณา มณีเทวา ทิพเกสร และ สรัสจันทร จากวนอุทยานน้ำตกผาหลวง อ.ศรีเมืองใหม่ และไฮไลต์สำคัญคือ “ขบวนเทียนหอม”ที่ส่งกลิ่นหอมทั่วทั้งคันรถ

    อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    อุบลฯ จัดขบวนเทียนหอมเรืองแสง ยกระดับงานแห่เทียนพรรษา 2569 สู่เวทีท่องเที่ยว

    โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนเทียนประวัติศาสตร์กับ กิจกรรม DIY ดอกเทียนหอมจากดอกไม้นามพระราชทาน 5 ชนิด เพื่อนำไปร่วมประดับตกแต่งบนตัวรถขบวนเทียนหอมเรืองแสง นอกจากความวิจิตรของตัวรถต้นเทียนแล้วยังได้รับความร่วมมือครั้งสำคัญจากสองพันธมิตรใหญ่ คือ รวมสินไทย แทรกเตอร์ (ยันม่าอุบลฯ) และ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ร่วมสนับสนุนการแสดงศิลปวัฒนธรรมประกอบขบวน สุดยิ่งใหญ่ในชื่อชุด อุบลราชธานี ศรีศิลป์เพื่อสะกดทุกสายตาของนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

    ทั้งนี้กำหนดการจัดแสดงโชว์ขบวนเทียนหอมเรืองแสง รวมทั้งสิ้น 4 รอบ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป โดยรอบที่ 1 และ 2 (ขบวนแห่เทียนภาคกลางคืน): วันที่ 29 – 30 ก.ค. 2569 รอบที่ 3 และ 4 (งานวันไหลแห่เทียนพรรษา): วันที่ 31 ก.ค.- 1 ส.ค.2569 โดยททท. สำนักงานอุบลราชธานี เชื่อมั่นว่าความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับงานประเพณีไทยสู่มิติใหม่ มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจ.อุบลราชธานีให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    อ่านข่าว:

    ประชาชนร่วมตักบาตรทำบุญฉลองสมโภช “พระบรมธาตุเจดีย์” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

    “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” นครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

    วัดพระมหาธาตุฯ แจงปมพระเรี่ยไรเงิน ย้ำทำบุญผ่านตู้บริจาคเท่านั้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/508737&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nEza9L6JnYUd3R6766bxv