Blog

  • “มัลลิกา” ลุยเยาวราช ดันโมเดล “อร่อย 24 ชม.” พลิกฟื้นเศรษฐกิจกรุงเทพฯ

    “มัลลิกา” ลุยเยาวราช ดันโมเดล “อร่อย 24 ชม.” พลิกฟื้นเศรษฐกิจกรุงเทพฯ


    ดร.มัลลิกา ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 14 เล็งปลดล็อกข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ดันนโยบายเปิดค้าขาย 7 วันเต็ม พร้อมเดินหน้าโปรเจกต์ “SME จับคู่กู้เงิน” และ “อร่อยได้ 24 ชม. มั่นใจ กทม. ทำได้ทันทีเพื่อแก้วิกฤต

    ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนย่านเยาวราช เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอวิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” หวังพลิกฟื้นปากท้องคนกรุงเทพฯ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซาและวิกฤตพลังงาน

    จากการพูดคุยกับผู้ค้าในย่านเยาวราช พบว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญคือ มาตรการหยุดค้าขายในวันจันทร์ สำหรับพื้นที่ Street Food เนื่องจากปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีการงดขายในวันจันทร์ ทำให้เสียโอกาสในการสร้างรายได้

    ดร.มัลลิกา เปิดเผยว่า ข้อเสนอนี้สอดคล้องกับเสียงเรียกร้องของผู้ค้าในหลายเขตที่ตนได้ลงพื้นที่ไปรับฟังมา เช่น ตลาดราชวัตร เขตดุสิต รวมถึงกระแสบนโลกโซเชียลมีเดียที่อยากให้เปิดทำการค้าขายได้ตลอดทั้ง 7 วัน เพื่อโกยเงินจากกระเป๋านักท่องเที่ยว ซึ่งตนพร้อมผลักดันนโยบาย “อร่อยได้ 24 ชั่วโมง (Secret Food Paradise)” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้ทันที

    ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ดร.มัลลิกา ยังได้ร่วมเดินสำรวจเส้นทางกับ “อาจารย์ปิง จากสถาบันดาวองก์” เชื่อมต่อจากเยาวราชไปยัง “ถนนทรงวาด” ซึ่งเป็นทำเลเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยว ด้วยจุดเด่นด้านศิลปะและแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    ดร.มัลลิกา ระบุว่า นี่คือต้นแบบของ 1 ใน 14 นโยบายหลักที่ตนตั้งใจจะผลักดันให้เกิดขึ้นครบทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทุกพื้นที่มีจุดขาย สามารถสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ดร.มัลลิกา ได้นำเสนอนโยบายเร่งด่วนอย่าง โครงการ SME จับคู่กู้เงิน โดย กทม. จะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพประสานงานระหว่างผู้ค้าและสถาบันการเงิน

    “กทม. สามารถเป็นเจ้าภาพสนับสนุนให้ SME ในกรุงเทพฯ เข้าถึงแหล่งทุนผ่านธนาคารได้ โดยใช้แผนธุรกิจที่จับต้องได้มารองรับ เท่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีทุนไปพลิกฟื้นธุรกิจ สร้างงานสร้างอาชีพ ซึ่งจะกลายเป็นทั้งรายได้หลักและรายได้เสริมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองหลวงให้รอดพ้นจากวิกฤตพลังงานได้ทันท่วงที” ดร.มัลลิกา กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/43222&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2s1NJGXALq420hZUoPJQlm

  • เศรษฐกิจเม.ย. 69 ชะลอตัว สงครามฉุดท่องเที่ยว-ดันเงินเฟ้อพุ่ง

    เศรษฐกิจเม.ย. 69 ชะลอตัว สงครามฉุดท่องเที่ยว-ดันเงินเฟ้อพุ่ง

    Loading…

    เศรษฐกิจเม.ย. 69 ชะลอตัว สงครามฉุดท่องเที่ยว-ดันเงินเฟ้อพุ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-112&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jx9-5nPVPjEnIEPtRFLiJ

  • ‘วราวุธ’ ประกาศสงครามสินค้าด้อยคุณภาพ ชี้กระทบเศรษฐกิจ ความปลอดภัยประชาชน

    ‘วราวุธ’ ประกาศสงครามสินค้าด้อยคุณภาพ ชี้กระทบเศรษฐกิจ ความปลอดภัยประชาชน

    ‘วราวุธ’ ประกาศสงครามสินค้าด้อยคุณภาพ ชี้กระทบเศรษฐกิจ ความปลอดภัยประชาชน

    ‘วราวุธ’ ประกาศสงครามสินค้าด้อยคุณภาพ ชี้กระทบเศรษฐกิจ ความปลอดภัยประชาชน

    นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการสั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กวาดล้างสินค้าไม่ได้มาตรฐานทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างจริงจัง 

    รวมถึงเร่งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย เพื่อรับมือกติกาการค้าโลกใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมและภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กำลังทวีความรุนแรง

    ทั้งนี้ สมอ. ถือเป็นกระดูกสันหลัง (Backbone) สำคัญของประเทศ เพราะการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงเรื่องคุณภาพสินค้า แต่หมายถึงความปลอดภัยของชีวิตประชาชน และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในสถานการณ์ที่สินค้าด้อยคุณภาพทะลักเข้ามาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และช่องทางนำเข้าต่างๆ เป็นจำนวนมาก

    กระทบเศรษฐกิจ-ชีวิตประชาชน

    “สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ทางเศรษฐกิจ แต่กำลังคุกคามชีวิตประชาชนโดยตรง รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยเป็นแหล่งระบายสินค้าคุณภาพต่ำ และผู้กระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด” 

    นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมอบนโยบาย สมอ.

    นายวราวุฒิ กล่าวยกตัวอย่างกรณีเด็กนักเรียนจังหวัดบุรีรัมย์เสียชีวิตจากการถูกไฟช็อตระหว่างใช้ไดร์เป่าผมที่ไม่ได้มาตรฐานว่า เป็นเหตุการณ์สะเทือนใจที่สะท้อนผลกระทบของสินค้าด้อยคุณภาพอย่างชัดเจน และยืนยันว่า สมอ. ต้องเร่งกวาดล้างสินค้าอันตรายออกจากตลาด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

    อย่างไรก็ดี ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับระบบคุ้มครองผู้บริโภคและป้องกันการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ดันมาตรฐานรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่

    นอกจากนี้ ยังสั่งให้ สมอ. เร่งผลักดันมาตรฐานรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะมาตรฐานด้าน Cyber Security สำหรับภาคอุตสาหกรรม รวมถึงมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับมาตรการสิ่งแวดล้อมโลก เช่น CBAM ,Carbon Footprint และเป้าหมาย Net Zero เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ทันต่อกติกาการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น

    “สงครามการค้าโลกไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องราคา แต่แข่งขันกันที่มาตรฐาน เทคโนโลยี ความปลอดภัย และความยั่งยืน หากไทยปรับตัวไม่ทัน ภาคอุตสาหกรรมไทยจะเสียเปรียบในเวทีโลก”

    นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า จะเร่งผลักดันให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ระบบควบคุมภายในปี 2570 ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ EV รวมถึงมาตรฐานทดสอบการชนด้านหน้าและด้านข้างของยานยนต์

    นอกจากนี้ ยังเร่งผลักดันมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ มอก.62443 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคอุตสาหกรรมไทย รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและโรงงานอัจฉริยะ

    ดึง AI ปราบสินค้าไร้มาตรฐาน

    สำหรับมาตรการปราบปรามสินค้าด้อยคุณภาพ สมอ. ได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ตรวจจับสินค้าไม่ได้มาตรฐานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมุ่งเป้าสินค้าที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เช่น ไดร์เป่าผม ปลั๊กพ่วง พาวเวอร์แบงก์ และเหล็กเส้นก่อสร้าง 

    รวมถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบตั้งแต่ผู้นำเข้า โกดังสินค้า ร้านจำหน่าย ไปจนถึงช่องทางออนไลน์ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคและสกัดสินค้าคุณภาพต่ำออกจากตลาดไทยอย่างเป็นระบบ

    อีกทั้งยังมีการปฏิรูปกฎหมายและระบบอนุญาตให้ทันสมัย โดยใช้แนวทางบริหารความเสี่ยงเป็นเกณฑ์ เพื่อยกระดับระบบมาตรฐานไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการปกป้องผู้บริโภค สนับสนุนผู้ประกอบการไทย และรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/660250&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wmzSyjXI1w4b7lRJS5w7u

  • ธปท.ระบุ เศรษฐกิจเม.ย.ชะลอตัวจากตอ.กลางฉุดท่องเที่ยว-บริโภคเอกชน

    ธปท.ระบุ เศรษฐกิจเม.ย.ชะลอตัวจากตอ.กลางฉุดท่องเที่ยว-บริโภคเอกชน

    น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนเมษายน 2569 โดยรวมชะลอตัวจากเดือนก่อน โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยรายรับภาคท่องเที่ยว ปรับลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวปรับลดลง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชน ลดลงตามหมวดบริการ รวมถึงหมวดสินค้าไม่คงทน ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค และน้ำมันเชื้อเพลิง จากต้นทุนพลังงานที่ทำให้ค่าครองชีพปรับรับสูงขึ้น

    ธปท.ระบุ เศรษฐกิจเม.ย.ชะลอตัวจากตอ.กลางฉุดท่องเที่ยว-บริโภคเอกชน แม้ส่งออกโต

    อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นจากกล่มสินค้าเทคโนโลยี และหมวดยานยนต์ ตามอุปสงค์ของประเทศคู่ค้า ในขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัว โดยผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตยังจำกัด

    ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับมาเป็นบวก โดยปรับเพิ่มขึ้นมากจากหมวดพลังงานเป็นหลัก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเงินเพิ่มขึ้น ตามการส่งผ่านต้นทุนพลังงานไปยังหมวดอาหารสำเร็จรูป

    สำหรับแนวโน้มระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่อการบริโภคภาคเอกชน และภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี แนวโน้มการส่งออกและลงทุนในสินค้าเทคโนโลยียังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมาตรการภาครัฐที่จะทยอยมีผลในระยะข้างหน้า คาดว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม

    ทั้งนี้ ในระยะต่อไป ยังต้องติดตามพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง, ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน, มาตรการภาครัฐ, การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และพัฒนาการของภาวะเอลนีโญ

    • เศรษฐกิจด้านอุปสงค์

    – การบริโภคภาคเอกชน เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทน ตามยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง หลังจากที่มีการเร่งซื้อไปในเดือนก่อน ประกอบกับการปรับรูปแบบการทำงาน และการเดินทางของประชาชน หลังราคาน้ำมันเร่งขึ้นมาก นอกจากนี้ การใช้จ่ายในหมวดบริการลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่ชะลอลง

    อย่างไรก็ดี หมวดสินค้าคงทนและกึ่งคงทนเพิ่มขึ้น จากยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ รวมถึงการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ตามลำดับ ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงต่อเนื่อง จากความกังวลต่อผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง และค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานและการส่งผ่านต้นทุน

    – การลงทุนภาคเอกชน

    เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าสินค้าเพื่อใช้ในการลงทุนที่ลดลงเป็นสำคัญ โดยเฉพาะหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้านการลงทุนในหมวดยานพาหนะลดลง ตามมูลค่ายอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งและการนำเข้าเครื่องบิน

    อย่างไรก็ดี การลงทุนในหมวดก่อสร้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากทั้งหมวดที่อยู่อาศัยและไม่ใช่ที่อยู่อาศัย โดยหมวดที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอาคารชุด ขณะที่หมวดที่มิใช่ที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรงแรม และอาคารพาณิชย์

    – จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ในหลายสัญชาติ อาทิ จีน และมาเลเซีย หลังจากเร่งไปในช่วงก่อนหน้า และกลุ่มนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินเดีย จากผลการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินหลายแห่ง เพื่อรับมือกับต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น

    นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวตะวันออกลาง และยุโรป ยังอยู่ในระดับต่ำจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง แต่เริ่มมีสัญญาณทรงตัวจากเดือนก่อน ด้านรายรับภาคท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยว

    – การส่งออกสินค้า

    มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยขยายตัวในหลายหมวด ได้แก่ 1) อิเล็กทรอนิกส์ ตามการส่งออกชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ไปสหรัฐฯ จีน และสิงคโปร์ การส่งออกคอมพิวเตอร์ไปมาเลเซีย และกลุ่มแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนไปฮ่องกง 2) เครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการส่งออกเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าไปเม็กซิโกและอาเซียน และ 3) ยานยนต์และชิ้นส่วน ตามการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและชิ้นส่วนไปอาเซียน รวมถึงรถกระบะไปออสเตรเลีย

    อย่างไรก็ตาม หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าปรับลดลง ตามการส่งออกเครื่องปรับอากาศไปสหรัฐฯ รวมถึงแผงควบคุมกระแสไฟฟ้าไปอาเซียนและสหรัฐฯ สำหรับการส่งออกสินค้าไปตะวันออกกลางปรับเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ยังหดตัวสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

    – การนำเข้าสินค้า

    มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นมากจากเดือนก่อน จากทุกหมวดสินค้าหลัก ได้แก่ 1) หมวดเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการนำเข้าจากแหล่งอื่น อาทิ มาเลเซียและสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้น้ำมันสำรองในประเทศเพิ่มขึ้น 2) หมวดสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางไม่รวมเชื้อเพลิง ตามการเร่งนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน สอดคล้องกับการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง 3) หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค จากการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าจากจีน และ 4) หมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน ตามการนำเข้าคอมพิวเตอร์จากไต้หวัน

    – การใช้จ่ายภาครัฐ

    การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันในปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางขยายตัวตามค่าจัดการเรียนการสอนของหน่วยงานด้านการศึกษา สำหรับรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง ขยายตัวจากการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปี โดยเฉพาะโครงการภายใต้งบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 และหน่วยงานด้านคมนาคม อย่างไรก็ดี รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวตามการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค และการขนส่ง

    • เศรษฐกิจด้านอุปทาน

    – การผลิตภาคอุตสาหกรรม

    ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วทรงตัวจากเดือนก่อน โดยกลุ่มที่ผลิตเพื่อการส่งออกน้อยกว่า 30% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการผลิตเครื่องดื่ม ส่วนหนึ่งเป็นการเร่งผลิตก่อนราคาต้นทุนปรับสูงขึ้น ขณะที่หมวดเคมีภัณฑ์ลดลง จากการผลิตปุ๋ยเคมีตามต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นจากผลกระทบของสงคราม สำหรับกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วน 30-60% เพิ่มขึ้นจากหมวดยานยนต์ ตามการผลิตรถยนต์นั่ง สอดคล้องกับการส่งออก และการสะสมสินค้าคงคลังของผู้ประกอบการ ด้านกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกมากกว่า 60% ลดลงจากการผลิตน้ำตาล หลังเร่งผลิตไปมากในเดือนก่อน อย่างไรก็ดี การผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการส่งออกในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

    – ภาคบริการ

    เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน จากกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยว ตามธุรกิจโรงแรม และร้านอาหาร สอดคล้องกับจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ประกอบกับกิจกรรมในภาคการค้าชะลอลงเล็กน้อย หลังมีการเร่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคไปในช่วงก่อนหน้า จากความกังวลการปรับขึ้นราคาสินค้า

    อย่างไรก็ดี กิจกรรมการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นตามการนำเข้า โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งมอบหลังงานมหกรรมยานยนต์ (Motor Show) สอดคล้องกับยอดขายยานยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น

    – รายได้เกษตรกร

    รายได้เกษตรกรขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่กลับมาขยายตัว โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน และยางพารา โดยราคาปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นตามความต้องการผลิตไบโอดีเซลในประเทศ ขณะที่ราคายางพาราเร่งขึ้นจากความต้องการใช้ทดแทนยางสังเคราะห์ในอุตสาหกรรมถุงมือยาง และยางล้อ

    ด้านปริมาณผลผลิตขยายตัวต่อเนื่อง จากทุเรียนและยางพารา โดยทุเรียนขยายตัวตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยในช่วงก่อนหน้า และการขยายพื้นที่เพาะปลูก ขณะที่ผลผลิตยางพารา ขยายตัวตามจำนวนวันกรีดที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากฝนที่ตกน้อยกว่าปกติ

    • ภาวะการเงินและเสถียรภาพ

    – ภาวะการเงิน

    การระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจากธุรกิจกลุ่มผลิตปิโตรเลียม และการค้าส่ง นอกจากนี้ การระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากธุรกิจการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ และธุรกิจค้าส่ง ขณะที่การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ลดลงเล็กน้อย จากธุรกิจปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ และอสังหาริมทรัพย์

    สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ในเดือน เม.ย.69 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เคลื่อนไหวตามพัฒนาการความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เป็นสำคัญ ขณะที่ในเดือน พ.ค.69 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ทั้งระยะสั้นและระยะยาวปรับเพิ่มขึ้น หลังการเจรจาหาข้อยุติระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีแนวโน้มยืดเยื้อ

    นอกจากนี้ในช่วงต้นเดือน พ.ค. 69 ตลาดยังมีความกังวลต่อความไม่แน่นอนในการระดมทุนภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ วงเงิน4 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ความกังวลดังกล่าวคลี่คลายลง ภายหลังภาครัฐสื่อสารแนวทางการบริหารเครื่องมือการระดมทุนต่อตลาด

    อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน เม.ย. และ พ.ค.69 เคลื่อนไหวผันผวน ตามพัฒนาการของสงครามตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) ในเดือน เม.ย. และ พ.ค.69 เฉลี่ยลดลงเล็กน้อย

    – เสถียรภาพเศรษฐกิจ

    อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นมากจากเดือนก่อน จากหมวดพลังงานที่ราคาน้ำมันในประเทศ ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่หมวดอาหารสด ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาผัก และไข่ไก่ เนื่องจากผลผลิตลดลงตามสภาพอากาศร้อน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เป็นบวกเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากการส่งผ่านต้นทุนราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นในหมวดอาหารสำเร็จรูป และค่าโดยสารสาธารณะเป็นหลัก อย่างไรก็ดี ยังไม่เห็นการปรับเพิ่มราคาสินค้าเป็นวงกว้าง ส่วนหนึ่งจากกำลังซื้อที่อยู่ในระดับต่ำ และการแข่งขันด้านราคาที่อยู่ในระดับสูง

    ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานโดยรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ปรับเพิ่มขึ้น ด้านดุลบัญชีเดินสะพัด ขาดดุลจากดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และน้ำมันที่เร่งขึ้น ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอน ขาดดุลจากรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ลดลงจากปัจจัยฤดูกาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12819085&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ICW04DnUkJHYCGMLFjYTQ

  • รีวิวดอยห้วยทู่ บ้านลีซอ ตาก เดินป่าหน้าฝนสุดฮีลใจ

    รีวิวดอยห้วยทู่ บ้านลีซอ ตาก เดินป่าหน้าฝนสุดฮีลใจ

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/zP0gJXeMk9Kv&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rJK4x4EZihu3IZdYlcboe

  • เริ่มแล้ว! งาน ‘หวาน-ฉ่ำ-บ้านแลง’ ปักหมุด ‘ถนนผลไม้บ้านหนองพญา’ กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวระยอง | เดลินิวส์

    เริ่มแล้ว! งาน ‘หวาน-ฉ่ำ-บ้านแลง’ ปักหมุด ‘ถนนผลไม้บ้านหนองพญา’ กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวระยอง | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อบต.บ้านแลง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง เป็นประธานเปิดโครงการเทศกาลผลไม้ตำบลบ้านแลง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้งาน “หวาน-ฉ่ำ-บ้านแลง” โดยมี นายกิติพงศ์ อุระวัตร นายอำเภอเมืองระยอง นายกิตติ เกียรติมนตรี รองนายก อบจ.ระยอง พร้อมด้วยสมาชิกสภา อบจ.ระยอง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน เกษตรกร และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

    นาวาตรีผดุง กล่าวว่า อบต.บ้านแลง จัดโครงการดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2569 เนื่องจากตำบลบ้านแลงเป็นพื้นที่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมีศักยภาพด้านการผลิตผลไม้เศรษฐกิจคุณภาพ อีกทั้งยังมี “ถนนผลไม้บ้านหนองพญา” ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญของพื้นที่ สะท้อนวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของชุมชนเกษตรกรรมได้อย่างชัดเจน

    สำหรับการจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ผลไม้คุณภาพของตำบลบ้านแลง ส่งเสริมการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร สร้างการรับรู้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่

    ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การเปิดร้านจำหน่ายสินค้าและผลไม้คุณภาพ การเปิดถนนผลไม้บ้านหนองพญา ขบวนสามล้อผลไม้แฟนซี การประกวดสามล้อผลไม้แฟนซี การประกวดธิดาชาวสวน การแข่งขันกินผลไม้ กิจกรรมผลไม้นาทีทอง การบอกเล่าเรื่องราว “ของดีบ้านแลง” การแข่งขันทำอาหาร และการแสดงดนตรีสร้างความบันเทิง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ อบต.บ้านแลง คาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้ตำบลบ้านแลงเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสำคัญของจังหวัดระยอง พร้อมเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ และเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5902255/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CzpcMbgkSxvqtuVxOzxEM

  • “ณัฐพงษ์” ฉะ โครงการแลนด์บริดจ์ ทำลายป่า-ท่องเที่ยวภาคใต้

    “ณัฐพงษ์” ฉะ โครงการแลนด์บริดจ์ ทำลายป่า-ท่องเที่ยวภาคใต้

    “ณัฐพงษ์” ฉะ โครงการแลนด์บริดจ์ ทำลายป่า-ท่องเที่ยวภาคใต้

    “ณัฐพงษ์” อภิปรายปิดญัตติแลนด์บริดจ์ เตือนซ้ำรอยอีอีซีทำทุนใหญ่โตแต่คนจนพุ่ง หวั่นกระทบป่าชายเลนและการท่องเที่ยว

    ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) และโครงการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นผู้อภิปรายสรุปญัตติในส่วนของพรรคประชาชน

    นายณัฐพงษ์ระบุว่า ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืนไม่ควรดูแค่ตัวเลขจีดีพี พร้อมยกบทเรียนจากภาคตะวันออกที่จีดีพีเติบโต แต่ความมั่นคงในชีวิตและสวัสดิการของแรงงานไม่ได้โตตาม เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาตั้งโรงงานและก่อให้เกิดมลพิษ ซึ่งดอกผลตกอยู่กับกลุ่มทุนใหญ่ไม่ใช่เอสเอ็มอีหรือคนในชุมชน จึงอยากให้ทุกคนกลับมาคิดว่า จะมอง 14 จังหวัดภาคใต้เป็นเพียงทางผ่านสินค้าของโลก หรือเป็นบ้านเกิดของชาวใต้ที่ใช้ชีวิตและสร้างอนาคต

    ปัจจุบันชาวใต้เผชิญปัญหาต้นตอหลายด้าน โดยเกษตรกรประมาณครึ่งหนึ่งยังขาดสิทธิในที่ดินทำกิน ไม่มีโฉนด การเข้าถึงน้ำประปาต่ำที่สุดในประเทศ ค่าใช้จ่ายเดินทางขนส่งสูงกว่าภาคเหนือและอีสาน รายได้หดตัว ภาคท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่เพียง 5 จังหวัดจาก 14 จังหวัดจนสร้างความเหลื่อมล้ำภายในภูมิภาคสูงถึง 3-4 เท่า อีกทั้งยังประสบภัยพิบัติจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากกว่าภาคอื่น 3-4 เท่า และมีปัญหาเด็กแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ใน 11 จังหวัด แม้ภาคใต้จะมีจุดเด่นด้านเกษตร ประมง และความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ยิ่งพัฒนาช่องว่างความเหลื่อมล้ำกับภาคอื่นกลับยิ่งกว้างขึ้น เกษตรกรและชาวประมงมีรายได้ลดลงและเป็นหนี้เพิ่มขึ้น

    นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ได้ช่วยเพิ่มความมั่นคงในที่ดิน แต่กลับมีนายหน้ามากว้านซื้อที่ดินเก็งกำไรตั้งแต่ยังไม่มีการเวนคืน และโครงการนี้กำลังจะทำลายป่าชายเลน ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แทนที่รัฐบาลจะวางแผนกระจายรายได้สู่เมืองรองและชุมชน

    พรรคประชาชนจึงเสนอ “ระเบียงเศรษฐกิจชีวภาพภาคใต้” หรือ SBRC (Southern Biodiversity Regeneration Corridor) เป็นตัวเลือกแทนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยนำต้นทุนวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพมาพัฒนาเศรษฐกิจ เน้นทำเกษตรยั่งยืนเพิ่มมูลค่า ตอบโจทย์ตลาดอนาคต พัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และท่องเที่ยวเชิงนิเวศกับเชิงสุขภาพ โดยไม่ต้องออกกฎหมายกลางมายกเว้นกฎหมายหลายฉบับ

    นอกจากนี้ แผนงาน SBRC จะเน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ประชาชนรอคอย เช่น น้ำประปาดื่มได้ พลังงานหมุนเวียน ขนส่งสาธารณะที่ตรงเวลา การศึกษาที่มีคุณภาพ และระบบการรักษาของ รพ.สต. กับศูนย์อนามัย โดยใช้บประมาณ 5 แสนล้านบาทภายในเวลา 6 ปี ซึ่งคิดเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของมูลค่าโครงการแลนด์บริดจ์ 1 ล้านล้านบาทที่รัฐบาลนำเสนอ

    นายณัฐพงษ์ยันยืนว่า แนวทาง SBRC ไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่สามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ได้ไม่ต่ำกว่า 4% ต่อปี ยกระดับและเพิ่มราคาผลผลิตทางการเกษตรผ่านการแปรรูปได้ไม่ต่ำกว่า 30% และช่วยลดภาระหนี้สินของเกษตรกรได้ไม่ต่ำกว่า 30% โดยชี้ว่านี่คือตัวเลือกระหว่างการมองชาวใต้เป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบ หรือมองว่าชาวใต้ทุกคนคือเจ้าของพื้นที่ในการพัฒนาโครงการร่วมกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/743132&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20epL_ULPfonC0CmEKzXm5

  • รีวิว “วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ”

    รีวิว “วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ”

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/PqE5laN6pVyq&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BW9n_eoxJ6IHixlpCRr6y

  • เศรษฐกิจเม.ย. 69 ชะลอตัว สงครามฉุดท่องเที่ยว-ดันเงินเฟ้อพุ่ง

    เศรษฐกิจเม.ย. 69 ชะลอตัว สงครามฉุดท่องเที่ยว-ดันเงินเฟ้อพุ่ง

    Loading…

    เศรษฐกิจเม.ย. 69 ชะลอตัว สงครามฉุดท่องเที่ยว-ดันเงินเฟ้อพุ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-112&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jx9-5nPVPjEnIEPtRFLiJ

  • ดอยหลวงตาก 2569 ชวนเดินป่าชมทะเลหมอก วิวภูเขาสุดประทับใจ

    ดอยหลวงตาก 2569 ชวนเดินป่าชมทะเลหมอก วิวภูเขาสุดประทับใจ

              ดอยหลวงตาก 2569 เปิดประสบการณ์เที่ยวธรรมชาติ ชมวิวภูเขาและทะเลหมอกสุดประทับใจ เติมพลังให้หัวใจ แล้วออกไปสูดอากาศดี ๆ กัน

              ดอยหลวงตาก 2569 จุดหมายปลายทางธรรมชาติที่สายเที่ยวไม่ควรพลาด ชวนออกไปสัมผัสวิวภูเขาสุดอลังการ อากาศเย็นสบาย และบรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะทั้งสำหรับคนที่อยากพักใจ ถ่ายรูปสวย ๆ และเก็บโมเมนต์ดี ๆ ในทริปสุดพิเศษ สำหรับรายละเอียดเป็นยังไง ? จองแบบไหน ? เรามีรายละเอียดมาฝาก

    ดอยหลวงตาก 2569

    ดอยหลวงตาก 2569

    ดอยหลวงตาก 2569 เปิดวันไหน

              ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน Doi Soi Malai National Park ประกาศเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ “ดอยหลวงตาก” เปิดอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 – 31 มกราคม 2570 (*** โดยเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น และจำกัดจำนวนผู้เข้าไม่เกิน 50 คนต่อสัปดาห์ ต้องจองคิวล่วงหน้าผ่าน QueQ)

    ดอยหลวงตาก 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน Doi Soi Malai National Park

    ดอยหลวงตาก อยู่ที่ไหน

              ดอยหลวงตาก ตั้งอยู่ในวนอุทยานน้ำตกห้วยแม่ไข ตำบลทุ่งกระเชาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก อยู่ในแนวเทือกเขาถนนธงชัยตอนล่าง ใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน (เตรียมการ) (พิกัด Google Maps : ดอยหลวงตาก)

    ดอยหลวงตาก 2569

    ภาพจาก : Nattasak Buranasri / Shutterstock.com

    จองคิวดอยหลวงตาก 2569 ทำยังไง

              นักท่องเที่ยวสายลุยที่อยากไปพิชิตยอดดอยหลวงตาก ต้องจองผ่านแอป QueQ โดยอุทยานจะประกาศตารางรอบเดินทางทางเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน Doi Soi Malai National Park

    ดอยหลวงตาก 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน Doi Soi Malai National Park

    1. ดาวน์โหลดแอปฯ
    2. เลือกอุทยานแห่งชาติ
    3. ค้นหาชื่ออุทยาน (ดอยสอยมาลัย หรือ ดอยหลวงตาก)
    4. กรอกข้อมูล

              และเมื่อจองได้แล้วให้นักท่องเที่ยวส่งหลักฐานยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมทาง inbox

    1. แคปหน้าจอการจองใน QueQ หน้าที่มีรายชื่อนักท่องเที่ยว
    2. แจ้งชื่อผู้จอง เบอร์โทรศัพท์ พร้อม “สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน” ทุกคน
    3. ยืนยันการจองภายใน 3 วัน หากไม่ส่งหลักฐานการจองขออนุญาตสงวนสิทธิ์ ในการจองครั้งต่อไป

    จองคิวดอยหลวงตาก 2569 ขั้นตอนการจองและลงทะเบียน

    ดอยหลวงตาก 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน Doi Soi Malai National Park

    ดอยหลวงตาก 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน Doi Soi Malai National Park

              เมื่อจองได้แล้วให้นักท่องเที่ยวส่งหลักฐานยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมทาง inbox

    1. ให้แจ้งชื่อผู้จอง เบอร์โทรศัพท์ จำนวนสมาชิก พร้อม “สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ (รูปถ่าย)” ของผู้จอง และ “สมาชิกทุกคน”
    2. แคปหน้าจอการจองใน QueQ หน้าที่มีรายชื่อนักท่องเที่ยว
    3. ยืนยันการจองภายใน 3 วัน หากไม่ส่งหลักฐานการจองขออนุญาตสงวนสิทธิ์ในการจองครั้งต่อไป

              ** ทางอุทยานทำการรวมกลุ่มให้นักท่องเที่ยวกลุ่มละ 10 คน (หากทำการจองสิทธิ์ใน QueQ แล้ว ไม่ส่งหลักฐานการจอง ขออนุญาตสงวนสิทธิ์ในการจองครั้งต่อไป)

              *** ทางอุทยานฯไม่ได้ทำการเปิดรับ walk-in หน้างาน และไม่อนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหน้างาน

              *** ค่าใช้จ่าย จ่ายหน้างาน ยกเว้นค่าประกันโอนจ่ายล่วงหน้า

              *** รอบยอดนิยมอย่างช่วงตุลาคม-ธันวาคม มักเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ผ่านแอป QueQ

    ดอยหลวงตาก 2569 เที่ยวช่วงไหนดี

              ดอยหลวงตากเปิดเฉพาะช่วง หน้าฝน (มิถุนายน-ตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่ภูเขาเขียวสด วิวสวยที่สุด เนินโล้นหลวงและทุ่งหญ้าจะงดงามมาก ช่วงปลายเดือนตุลาคม-ธันวาคม อากาศเย็นสบาย หมอกหนา เหมาะกับการนอนแคมป์ค้างคืนและชมพระอาทิตย์ขึ้น

    ดอยหลวงตาก เดินยากไหม

              ระยะทางเดินขึ้น 11 กิโลเมตร ไป-กลับรวม 22 กิโลเมตร แม้ระยะทางจะไกล แต่ความชันไม่มากนัก เดินสบายกว่าหลายดอยในภาคเหนือ เหมาะกับมือใหม่ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และเตรียมร่างกายมาดี ควรเดินออกกำลังกายล่วงหน้าอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนไป

    ดอยหลวงตาก 2569

    ภาพจาก : aoya / Shutterstock.com

    ดอยหลวงตาก ค่าใช้จ่าย

              หากจองผ่านบริษัทนำเที่ยว (ตัวอย่างเช่นทัวร์จาก กทม.) ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,500-4,000 บาท/คน รวมรถตู้ไป-กลับ รถกระบะ อาหาร 5 มื้อ ค่าธรรมเนียมอุทยาน เจ้าหน้าที่นำทาง น้ำดื่ม และประกันอุบัติเหตุ หากเดินทางเองและจอยทริปที่ตากจะอยู่ที่ประมาณ 2,900-3,200 บาท/คน

    ดอยหลวงตาก ที่พัก

              ส่วนใหญ่นิยมค้างคืนแบบกางเต็นท์บนลานกางเต็นท์บนยอดดอย ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของทริปนี้ ไม่มีห้องพักหรือโฮมสเตย์บนดอย ต้องเตรียมเต็นท์มาเองหรือเช่าจากผู้จัดทริป แนะนำให้เตรียมถุงนอนและเสื้อกันหนาวด้วย

              ดอยหลวงตาก 2569 คืออีกหนึ่งเส้นทางธรรมชาติที่สายเดินป่าไม่ควรพลาดใครกำลังมองหาทริปเติมพลังให้ตัวเอง ปีนี้เตรียมลางานแล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของดอยหลวงตากด้วยกัน ^ ^ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน Doi Soi Malai National Park หรือโทรศัพท์ 06 4007 6363)

              หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ เดินป่าหน้าฝน 2569 ที่เที่ยวธรรมชาติ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view301450.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw131neYZl83EoMcFGFH0QC4