วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.30 น.
เตือน4วิกฤตกดดัน กางแผนปรับอุตฯไทยรับมือ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ ไม่เพียงเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำที่รองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่มีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจสีเขียว ภายใต้เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 โดยมองว่าความสามารถการแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดจากต้นทุนการผลิตอย่างเดียว แต่จะวัดจากความสามารถในการลดคาร์บอน การบริหารทรัพยากร และการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ซึ่งกำลังเป็นเงื่อนไขสำคัญของการค้าโลก
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ถือเป็นภาคการผลิตที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง หรือ Industrial Process and Product Use (IPPU) จึงต้องเป็นหัวหอกของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ผลักดันมาตรการสนับสนุนทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่โครงการ Smart and Green Mining การลดสัดส่วนการใช้ปูนเม็ด การพัฒนาปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำรุ่นใหม่ อย่าง LC3 (Limestone Calcined Clay Cement) รวมถึงทดลองใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Carbon Capture) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้สอดรับมาตรฐานโลก
นายวราวุธ กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญ “Poly Crisis” หรือวิกฤตเชิงซ้อน 4 ด้าน ที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐกิจที่กระทบราคาพลังงานและวัตถุดิบ วิกฤตสภาพภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มแรงกดดันต่อภาคการผลิต มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) และวิกฤตโครงสร้างประชากรที่กำลังลดจำนวนแรงงานคุณภาพของประเทศ
“ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ของไทยภายในไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า โดยปี 2568 ไทยมีเด็กเกิดใหม่เพียงกว่า 400,000 คน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500,000 คน ส่งผลให้อัตราการเจริญพันธุ์รวมเหลือเพียง 0.8 นับว่าต่ำที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก อาจกระทบต่อกำลังแรงงานและผลิตภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว” นายวราวุธ กล่าว
นายวราวุธ กล่าวว่า ทิศทางอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยอีก 20 ปีข้างหน้า จะเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนจากปูนซีเมนต์แบบดั้งเดิมสู่ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและปูนซีเมนต์ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มรูปแบบ โดยโรงงานปูนซีเมนต์จะกลายเป็นศูนย์กลางกำจัดและแปรรูปขยะชุมชนและกากอุตสาหกรรมเป็นพลังงานและวัตถุดิบทดแทน และการยกระดับสู่โรงงานอัจฉริยะที่ใช้ AI หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรับมือกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน
“ESG ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อสังคม แต่เป็น License to Operate หรือใบเบิกทางของการดำเนินธุรกิจในอนาคต หากปรับตัวไม่ทันต่อมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและคาร์บอน อาจสูญเสียความสามารถการแข่งขันในตลาดโลกได้” นายวราวุธ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/976723&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07zKGea0ulVWWTKsXILPMC





















