Blog

  • กรมขนส่งฯ ชี้แจงไม่ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ แค่แนวคิดใช้เทคโนโลยีใหม่

    กรมขนส่งฯ ชี้แจงไม่ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ แค่แนวคิดใช้เทคโนโลยีใหม่

    ขนส่งทางบกชี้แจง ไม่ได้ปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่ ย้ำเป็นเพียงแนวคิดในการนำเทคโนโลยี GPS มาช่วยเพื่อยกระดับการให้บริการที่เป็นธรรมกับผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ ในอนาคต

    นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวชี้แจงว่า จากกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีการปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ในช่วงเร่งด่วนหรือช่วงรถติด นั้น กรมการขนส่งทางบกขอยืนยัน กรณีดังกล่าวไม่ใช่การปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารแท็กซี่ เป็นแค่การเปลี่ยนเครื่องมือที่ใช้จากมาตรมิเตอร์ค่าโดยสาร มาใช้ระบบ GPS มาคิดในเรื่องค่ารถติดภายใต้สูตรคิดคงเดิม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ เพื่อลดปัญหาในเรื่องของการปฏิเสธรับผู้โดยสาร โดยขณะนี้เป็นแค่การศึกษาถึงการดำเนินการเท่านั้น ยังไม่ได้นำมาใช้และยังไม่ได้มีการปรับขึ้นใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นการรายงานความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร เพื่อให้มีความเป็นธรรมทั้งแท็กซี่และผู้โดยสาร

    โดยยืนยันว่ายังไม่มีการปรับขึ้นราคาใดๆ ทั้งสิ้น เป็นแนวคิดในการพิจารณานำเทคโนโลยีมาใช้ช่วยในการคิดมาตรมิเตอร์ สำหรับรถแท็กซี่ใหม่ในอนาคตเท่านั้น ซึ่งสูตรการคิดอัตราค่าโดยสารแท็กซี่ยังเป็นแบบเดิม เพียงแต่ใช้ระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการคำนวณอัตราค่ารถติด ภายใต้สถานการณ์การจราจรจริงๆ ไม่ใช่การใช้มาตรแบบกลไกที่ใช้อยู่เดิมเพื่อคำนวณกรณีรถติด ซึ่งเคยมีปัญหาการโกงค่ามิเตอร์ในอดีต อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดต้องศึกษาผลกระทบทั้งหมดอย่างรอบด้านทุกมิติ และหากจะบังคับใช้ ก็จะใช้สำหรับรถใหม่ที่จดทะเบียนในอนาคต หรือภาคสมัครใจ และต้องไม่กระทบหรือเป็นภาระกับผู้ขับแท็กซี่ปัจจุบัน

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2889772&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0F7PcPIGd-_Ok4nNxf5lz1

  • ‘อภิสิทธิ์’ ขอบคุณลูกพรรคไว้วางใจ ‘ปชป.’ ตั้ง 8 รองหัวหน้าฯ ตามภารกิจ | เดลินิวส์

    ‘อภิสิทธิ์’ ขอบคุณลูกพรรคไว้วางใจ ‘ปชป.’ ตั้ง 8 รองหัวหน้าฯ ตามภารกิจ | เดลินิวส์

    ‘อภิสิทธิ์’ ขอบคุณลูกพรรคไว้วางใจให้นั่งหัวหน้า ปชป. ผนึกคนรุ่นใหม่-คนเก่า เร่งขับเคลื่อนพรรคช่วงเวลาจำกัด ที่ประชุมไฟเขียวตั้ง ‘ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์’ นั่งเลขาธิการพรรค และ 8 รองหัวหน้าพรรค ตามภารกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5216180/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_BfJjfffE-29VCeWnPpI1

  • ผบช.ทท.ปล่อยแถวเสริมความมั่นใจนักท่องเที่ยว เตรียมพร้อมดูแลช่วงไฮซีซั่นชะอำ-หัวหิน

    ผบช.ทท.ปล่อยแถวเสริมความมั่นใจนักท่องเที่ยว เตรียมพร้อมดูแลช่วงไฮซีซั่นชะอำ-หัวหิน

    ภูมิภาค

    ผบช.ทท.ปล่อยแถวเสริมความมั่นใจนักท่องเที่ยว เตรียมพร้อมดูแลช่วงไฮซีซั่นชะอำ-หัวหิน

    วันเสาร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.48 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่จุดชมวิวชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) เป็นประธานพิธีปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยการท่องเที่ยวช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ “ไฮซีซั่น” โดยมี พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบช.ทท., พ.ต.อ.ยุทธภูมิ ปั้นลายนาค รอง ผบก.ทท.3, พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ, พ.ต.ท.วรพรต ผลานิสงค์ รอง ผกก.1 บก.ทท.3, พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3, รวมถึงผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ททท.เพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

    ภายหลังพิธีปล่อยแถว พล.ต.ท.ศักย์ศิรา พร้อมคณะได้ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการชายหาดชะอำ พบปะและมอบของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกด้านความปลอดภัยและการต้อนรับของเจ้าบ้านที่ดี

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา กล่าวว่า การปล่อยแถวในครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่ ชะอำ–หัวหิน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศชื่อดังที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเดินทางเข้ามาในช่วงนี้

    ตำรวจท่องเที่ยวได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การให้บริการข้อมูลข่าวสาร และการป้องกันอาชญากรรมในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการหลอกลวงหรือการฉ้อโกงนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

    “เรานำเทคโนโลยีเข้ามาใช้สนับสนุนงานด้านความปลอดภัย เช่น กล้องระบบ AI เชื่อมโยงข้อมูลหมายจับ การให้บริการสายด่วน 1155 รองรับ 8 ภาษา และแอปพลิเคชัน ‘Thailand Tourist Police’ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” พล.ต.ท.ศักย์ศิรา กล่าว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี ยิ้มแย้ม ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนอยากกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง โดยตำรวจท่องเที่ยวพร้อมปฏิบัติงานเต็มกำลัง ภายใต้นโยบาย “สะดวก ปลอดภัย ได้รับความเป็นธรรม” เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/450979&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23uOJrFUovbDDg3u_R3_Vi

  • ภาคเอกชน จี้ กมธ. ทบทวน ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับใหม่

    ภาคเอกชน จี้ กมธ. ทบทวน ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับใหม่

    ภาคเอกชน จี้ กมธ. ทบทวน ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับใหม่

    คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้ยื่นหนังสือถึงภาครัฐและนายจรัส คุ้มไข่น้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อแสดงข้อกังวลและข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว ณ อาคารรัฐสภา 

    ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 3 ครั้งที่ 25 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ได้พิจารณาและมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. จำนวน 2 ฉบับ ที่เสนอโดยนายจรัส คุ้มไข่น้า และเสนอโดยนางสาววรรณวิภา ไม้สน พรรคประชาชน และให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ขึ้นมาพิจารณาในรายละเอียดเป็นรายมาตรา ก่อนที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอีกครั้ง โดยมีกำหนดการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการภายใน 15 วันนั้น กกร. เห็นว่าควรมีการดำเนินการอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและความพร้อมของประเทศ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
     

    กกร. ยืนยันว่าภาคเอกชนสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานตามหลักสากล ทั้งในด้านชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม สิทธิการลา และการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อส่งเสริม Work-Life Balance อย่างไรก็ตาม การปรับลดชั่วโมงการทำงานจาก 48 ชั่วโมง เหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมถึงการเพิ่มวันหยุดและสิทธิการลาอื่น ๆ ตามร่างกฎหมายใหม่ อาจส่งผลให้ ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยการผลิตเพิ่มขึ้นทันที โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ซึ่งกำลังเผชิญต้นทุนที่สูงและสภาพคล่องจำกัด อาจนำไปสู่การปิดกิจการและการเลิกจ้างแรงงาน

    กกร. ระบุว่า การปรับลดชั่วโมงการทำงานยังอาจกระทบต่อรายได้รวมของแรงงาน และควรมีการประเมินผลกระทบเชิงปริมาณอย่างชัดเจน พร้อมจัดทำมาตรการรองรับที่เหมาะสม เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังไม่พร้อมต่อการปรับเปลี่ยนดังกล่าว หลายอุตสาหกรรมยังพึ่งพาแรงงานคน ขณะที่การใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยียังมีข้อจำกัดด้านเงินลงทุนและทักษะแรงงาน

    นอกจากนี้ กกร. ชี้ให้เห็นว่ากระบวนการจัดทำร่างกฎหมายควรเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ที่กำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน ซึ่งในกรณีนี้ยังขาดข้อมูลเชิงปริมาณที่เพียงพอและอาจส่งผลต่อกลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรง
     

    จากข้อกังวลดังกล่าว กกร. จึงเสนอแนวทางเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองแรงงานและการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนี้

    1.    คงไว้ซึ่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีความเหมาะสม สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจและมาตรฐานสากลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) แล้ว

    2.    กำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) 5–10 ปี เพื่อให้ภาคธุรกิจและแรงงานปรับตัว ลงทุนเทคโนโลยี และพัฒนาทักษะก่อนบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยลดแรงกระแทกต่อระบบเศรษฐกิจและรักษาความต่อเนื่องของการจ้างงาน

    3.    เชื่อมโยงการปรับกฎหมายกับนโยบายพัฒนาเทคโนโลยีและทักษะแรงงาน โดยรัฐควรสนับสนุนการใช้ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และมาตรการ Reskill & Upskill เพื่อยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน

    4.    เพิ่มความยืดหยุ่นของกฎหมาย ให้เหมาะสมกับลักษณะงานและอุตสาหกรรม ไม่ควรใช้มาตรการเดียวกับทุกประเภทธุรกิจ แต่ควรเปิดโอกาสให้นายจ้าง–ลูกจ้างตกลงร่วมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพธุรกิจ 

    5.    จัดแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษีหรือกองทุนสนับสนุนสำหรับธุรกิจที่ยกระดับแรงงานและนำระบบ Automation มาใช้จริง เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้ภาคเอกชนปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน 

    6.    เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนอย่างเป็นทางการ โดยเสนอให้มีผู้แทนจากทั้ง 3 สถาบันภาคเอกชนเข้าร่วมในคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อสะท้อนข้อมูลจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

    กกร. เน้นย้ำให้พิจารณาทบทวนการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานควรดำเนินไปพร้อมกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อแรงงาน ภาคธุรกิจ และประเทศโดยรวม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/economy-business/economy/378968222&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MgT3vLt4bBKBxTuLIyF0E

  • ‘พีระพันธุ์’ ปล่อยหมัดใส่ ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เขียนในหลักการร่างแก้ รธน. เท่ากับเปิดช่องให้แก้หมวด 1-2 ได้

    ‘พีระพันธุ์’ ปล่อยหมัดใส่ ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เขียนในหลักการร่างแก้ รธน. เท่ากับเปิดช่องให้แก้หมวด 1-2 ได้

    “พีระพันธุ์” ข้องใจ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ เหตุใดเปิดทางแก้ไขหมวด 1-2 หวั่นกระทบสถาบันหลักของชาติ ถามตรงๆพรรคภูมิใจไทยทำไมไม่ระบุในหลักการให้ชัดเจนว่า จะไม่แก้หมวด 1-2 ถือว่าเปิดช่องให้แก้ไขได้นั่นเอง ย้ำจุดยืนปกป้องชายแดนไทย อธิปไตย-ความมั่นคงของประเทศอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

    18 ตุลาคม 2568 -นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วม Live พูดคุยกับประชาชนที่ให้กำลังใจ พร้อมตอบคำถามการทำงานการเมืองในอนาคต ว่า นอกเหนือจากด้านพลังงาน ถ้าเป็นไปได้ตนอยากดูแลด้านการศึกษา และมีความสนใจงานด้านกลาโหมเป็นพิเศษ ส่วนนโยบายสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือการใช้หนี้ด้วยงาน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แทนการดำเนินคดีฟ้องร้องผู้กู้ยืมกองทุนฯ ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา และอาจทำลายอนาคตของผู้มีความรู้ความสามารถ

    “ควรให้ผู้กู้ที่มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ด้วยเหตุผลความจำเป็น สามารถนำความรู้เหล่านั้นมาช่วยงานหรือบริการสังคมเพื่อทดแทนหนี้คืนรัฐ แนวทางนี้จะดีกว่าการฟ้องร้องและสร้างภาระเพิ่ม ผมคิดว่าหนึ่งในนโยบายสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือ ใช้หนี้ด้วยงาน” นายพีระพันธุ์กล่าว

    นายพีระพันธุ์ ยังตอบข้อซักถามของประชาชนที่ตั้งสมมติฐานถึงวิธีการแก้ไขปัญหาชายแดนไทยว่า รัฐบาลต้องมีความชัดเจนและยึดผลประโยชน์ของประเทศสำคัญเหนืออื่นใด

    “ผมพูดแบบตรงไปตรงมา ทุกอย่างอยู่ที่รัฐบาล รัฐบาลต้องมีความชัดเจนและยึดประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเป็นสิ่งจำเป็น แต่ความมั่นคงของประเทศสำคัญกว่า หากเกิดปัญหากับเพื่อนบ้าน ความมั่นคงของประเทศต้องนำหน้า ไม่มีใครอยากเสียความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากเราคิดฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่คิดแบบเราปัญหาก็เกิดขึ้นได้ ก็ยากที่จะดำเนินความสัมพันธ์ต่อไปได้ และเราต้องประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบไหนควรทำอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจ คืออธิปไตยของคนไทย แผ่นดินไทย และผลประโยชน์ของประเทศไทย” นายพีระพันธุ์ ระบุ

    ในช่วงท้าย นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญในประเทศไทย มักถูกสื่อปลูกฝังให้เป็นเรื่องการเมือง ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง แต่แท้ที่จริงแล้วรัฐธรรมนูญคือเครื่องมือป้องกันตัวของประชาชน เป็นหลักประกันความยุติธรรมในชีวิต ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง เวลาแก้ไขก็จะเน้นเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างทางการเมือง ในการเลือกตั้ง หรือเรื่องของจำนวนสมาชิกในรัฐสภา

    นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายต่างๆ ความสำคัญอยู่ที่หลักการ การจะออกกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่แก้รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายทั่วไปจะเริ่มต้นด้วยหลักการที่ว่า ทําไมต้องมีกฎหมายฉบับนี้และในกฎหมายฉบับนี้เราจะให้ทําอะไรได้ หรือไม่ให้ทําอะไร การที่รัฐสภาลงมติวาระแรก เพื่อรับหลักการยังไม่ไช่การรับเนื้อหาข้างในกฎหมาย เพราะในชั้นกรรมาธิการพิจารณาเนื้อหากฎหมายยังสามารถแก้ไขได้ ถ้าเนื้อหาดังกล่าวไม่ขัดกับหลักการที่ทางรัฐสภารับรองแล้ว

    นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ ไม่มีฉบับไหนเลยที่ระบุในหลักการว่าไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 ดังนั้น ในชั้นพิจารณาของกรรมาธิการจึงสามารถแก้ไขได้ และที่สำคัญ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฉบับที่ไม่ได้เป็นหลัก ยังเปิดช่องให้แก้ไข โดยเขียนระบุไว้ในหลักการว่า ถ้าจะแก้หมวด 1 หมวด 2 ต้องทำอย่างไร ซึ่งหากไม่ต้องการให้แก้ไขอย่างที่อ้าง ทําไมไม่ระบุไปในหลักการ เมื่อไม่ได้ระบุไว้ถือเป็นการเปิดช่องให้มีการแก้ไข หมวด 1 หมวด 2 ได้นั่นเอง

    “ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง แก้เพื่อเป็นหลักประกันของประชาชน แก้เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้รัฐธรรมนูญคุ้มครองตัวเองจากการใช้อํานาจไม่ถูกต้องของภาครัฐ แก้เพื่อให้ประชาชนสามารถคุ้มครองตนเองจากการใช้สิทธิทางกฎหมายที่ไม่ชอบโดยคนที่มีอํานาจทางอิทธิพล ทางเศรษฐกิจ หรือการทางด้านการเงินเหนือกว่า ครับ ถ้าคุณจะแก้เพื่อให้นักการเมืองเสวยอํานาจกันต่อไปได้ไม่ควรจะแก้ และไม่ใช่วัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ” นายพีระพันธุ์ กล่าวในตอนท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/880965/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rJ_NrBY0sQSYVOMRHwgQL

  • กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน เยี่ยมชมเรือหมู่ฯนักเรียนนายเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน ฐานทัพเรือสัตหีบ | เดลินิวส์

    กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน เยี่ยมชมเรือหมู่ฯนักเรียนนายเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน ฐานทัพเรือสัตหีบ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการ นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร ได้เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อเยี่ยมชมเรือหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

    ในการนี้ พลเรือโท ภาณุมาศ ธนะพาณิช ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ และ นาวาเอกอาวุโส สวี เจี้ยนกั๋ว รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือต้าเหลียน ในฐานะผู้บังคับหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือจีน ให้การต้อนรับ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา และคณะเดินทาง

    จากนั้น นาวาอากาศเอกอาวุโส สวี เจี้ยนกั๋ว ได้นำพลเอกสวัสดิ์ เข้าเยี่ยมชม เรือยกพลขึ้นบกแบบบูรณาการ “อี๋เหมิงซาน” (Yi Mengshan หมายเลข 988) สังกัดกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA Navy)

    ขณะที่ เรืออี๋เหมิงซาน (หมายเลข 988) เป็นเรือยกพลขึ้นบกแบบบูรณาการ Type 071 (ชื่อรหัส NATO: ชั้น Yuzhao) ซึ่งมีศักยภาพในการขนส่งกำลังพล ยานรบทหารราบ รถถังหลัก และยุทโธปกรณ์ขนาดหนัก พร้อมโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ที่รองรับได้ 4 ลำ และดาดฟ้าสำหรับขึ้น–ลงอีก 2 ลำ เรือยังติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 76 มิลลิเมตร และระบบอาวุธระยะประชิดขนาด 30 มิลลิเมตร 4 ระบบ สามารถใช้ปฏิบัติภารกิจได้ทั้งทางทหารและด้านมนุษยธรรมเพื่อกระชับความร่วมมือทางการทหาร โดยเรือทั้งสองลำจะเปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้าชมระหว่างจอดเทียบท่าเรือจุกเสม็ด

    ซึ่งการเดินทางเยือนของเรือรบจีนครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างจีนและไทย ซึ่งจะส่งผลต่อการกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต

    ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้นำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้มาประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ภายใต้กรอบของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5215968/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BLQDYplS-w5FmvkCWo8N_

  • ‘เจือ’ แจ้งข่าวดีชาวสงขลา! งบ 9 ล้าน ศึกษาสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ผ่านสภาฯ แล้ว

    ‘เจือ’ แจ้งข่าวดีชาวสงขลา! งบ 9 ล้าน ศึกษาสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ผ่านสภาฯ แล้ว

    “เจือ ราชสีห์” แจ้งงบกรมทางหลวงชนบท ปี 2569 จำนวน 9 ล้านบาท ผ่านสภาฯ เรียบร้อย เตรียมจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมโครงการสะพานเชื่อมอำเภอสิงหนคร–เมืองสงขลา ย้ำเป็นก้าวแรกสำคัญของโครงการที่ชาวสงขลารอคอย

    18 ตุลาคม 2568 – นายเจือ ราชสีห์ แจ้งข่าวดีต่อพี่น้องชาวสงขลา ว่างบประมาณปี 2569 ของกรมทางหลวงชนบท จำนวน 9 ล้านบาท เพื่อจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมระหว่างอำเภอสิงหนครกับเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมืองสงขลา ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

    นายเจือระบุว่า โครงการนี้เป็นสิ่งที่ชาวสงขลารอคอยมานาน เนื่องจากการสัญจรระหว่างสองฝั่งยังไม่สะดวก การจัดสรรงบศึกษาครั้งนี้จึงถือเป็น “ก้าวแรกที่สำคัญ” พร้อมขอบคุณอธิบดีกรมทางหลวงชนบทที่ให้ความสำคัญกับโครงการดังกล่าว

    งบประมาณที่ได้รับในปีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมอย่างรอบด้าน ทั้งด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจสังคม โดยหากผลการศึกษายืนยันว่ามีความเป็นไปได้ กรมทางหลวงชนบทพร้อมจัดสรรงบเพิ่มเติมเพื่อเริ่มก่อสร้างในปีถัดไป ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญระดับภูมิภาคที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการเดินทางของประชาชนในจังหวัดสงขลาให้สะดวกยิ่งขึ้น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/880862/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2T1Fu08zs_1SE5DkA056ut

  • “ชัยชนะ” หนุน “มาร์ค” คุม ปชป. พร้อมแบไต๋อยากดูแลภาคใต้ ไม่หวั่นพลังดูด

    “ชัยชนะ” หนุน “มาร์ค” คุม ปชป. พร้อมแบไต๋อยากดูแลภาคใต้ ไม่หวั่นพลังดูด

    “ชัยชนะ” หนุน “มาร์ค” คุม ปชป. พร้อมแบไต๋อยากดูแลภาคใต้ ไม่หวั่นพลังดูด

    “ชัยชนะ” หนุน “มาร์ค” คุมทัพ ปชป. ชี้เป็นความหวังของคนไทย ลั่นไม่หวั่นพลังดูด 50 ล้าน จี้รัฐบาลเร่งสางปมสแกมเมอร์

    วันที่ 18 ตุลาคม 2568 นายชัยชนะ เดชเดโช รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลภาคใต้ ได้ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการกลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชน และวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยนายชัยชนะกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตนสนับสนุนอยู่แล้วเนื่องจากมีแนวทางที่ตรงกันในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเร่งแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ ยาเสพติด การศึกษา พืชผลการเกษตร และความมั่นคงชายแดน ซึ่งต้องเป็นนโยบายเร่งด่วนที่นำเสนอต่อประชาชน

    นายชัยชนะบอกอย่างเชื่อมั่นว่า นายอภิสิทธิ์กลับมาครั้งนี้ด้วยความหวังของประชาชนคนไทย หากประชาชนมีความเชื่อมั่น คะแนนสูงสุด 10-12 ล้านเสียงที่เคยได้จะกลับมา ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคต้องทำให้ได้คะแนนมากกว่าเดิม และหากตนได้รับการเสนอชื่อให้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ก็พร้อมเต็มที่ และตอนนี้มีนักการเมืองจากพรรคอื่นที่สนใจติดต่อเข้ามาร่วมงานกับประชาธิปัตย์ด้วย

    นายชัยชนะได้กล่าวถึงกระแสการซื้อตัว สส.ว่า ตนจะอยู่กับประชาธิปัตย์และสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ไม่กลัวพลังดูดใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าพลังดูดมาด้วยอุดมการณ์ก็คุยกันได้ แต่ถ้าดูดด้วยปัจจัยอื่นต้องกลับไปถามตัวเองว่าเราจะสร้างสรรค์การเมืองไทยอย่างไร บางพรรคที่พูดถึงเงิน 40-50 ล้านบาทในการเชิญ สส. ลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น หากเป็นจริงประชาชนควรสั่งสอน

    นายชัยชนะยังได้ฝากไปยังรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า ในช่วงเวลาที่เหลือ 4 เดือนก่อนยุบสภา รัฐบาลต้องตอบคำถามสังคมให้ชัดเจน โดยเฉพาะปัญหารุนแรงอย่างแก๊งสแกมเมอร์ที่เชื่อมโยงกับบุคคลต่าง ๆ และปัญหาข้าราชการทุจริต เมื่อถามถึงความกังวลว่า สส. ของพรรคบางส่วนจะไหลออก นายชัยชนะยืนยันว่า ยังไม่มีการไหลออกทุกคนรักพรรคไม่มีใครไปไหน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2889808&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IaxQ00Z0t054wy_oJgR9S

  • ‘เจือ ราชสีห์’ เผยสภาฯผ่านงบ 9 ล้าน ศึกษาสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาแล้ว | เดลินิวส์

    ‘เจือ ราชสีห์’ เผยสภาฯผ่านงบ 9 ล้าน ศึกษาสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาแล้ว | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5216188/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HHc51dlrHFfHWCKTjArsx

  • สพสท. จัดงานใหญ่ เชิญผู้สนใจร่วมประชุมวิชาการแห่งชาติที่นครปฐม 12-14 พ.ย.นี้

    สพสท. จัดงานใหญ่ เชิญผู้สนใจร่วมประชุมวิชาการแห่งชาติที่นครปฐม 12-14 พ.ย.นี้

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/104544&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0e01o3S16ASh1vjouPuTHU