‘พีระพันธุ์’ ปล่อยหมัดใส่ ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เขียนในหลักการร่างแก้ รธน. เท่ากับเปิดช่องให้แก้หมวด 1-2 ได้

‘พีระพันธุ์’-ปล่อยหมัดใส่-‘ภูมิใจไทย’-ไม่เขียนในหลักการร่างแก้-รธน.-เท่ากับเปิดช่องให้แก้หมวด-1-2-ได้

“พีระพันธุ์” ข้องใจ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ เหตุใดเปิดทางแก้ไขหมวด 1-2 หวั่นกระทบสถาบันหลักของชาติ ถามตรงๆพรรคภูมิใจไทยทำไมไม่ระบุในหลักการให้ชัดเจนว่า จะไม่แก้หมวด 1-2 ถือว่าเปิดช่องให้แก้ไขได้นั่นเอง ย้ำจุดยืนปกป้องชายแดนไทย อธิปไตย-ความมั่นคงของประเทศอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

18 ตุลาคม 2568 -นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วม Live พูดคุยกับประชาชนที่ให้กำลังใจ พร้อมตอบคำถามการทำงานการเมืองในอนาคต ว่า นอกเหนือจากด้านพลังงาน ถ้าเป็นไปได้ตนอยากดูแลด้านการศึกษา และมีความสนใจงานด้านกลาโหมเป็นพิเศษ ส่วนนโยบายสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือการใช้หนี้ด้วยงาน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แทนการดำเนินคดีฟ้องร้องผู้กู้ยืมกองทุนฯ ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา และอาจทำลายอนาคตของผู้มีความรู้ความสามารถ

“ควรให้ผู้กู้ที่มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ด้วยเหตุผลความจำเป็น สามารถนำความรู้เหล่านั้นมาช่วยงานหรือบริการสังคมเพื่อทดแทนหนี้คืนรัฐ แนวทางนี้จะดีกว่าการฟ้องร้องและสร้างภาระเพิ่ม ผมคิดว่าหนึ่งในนโยบายสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือ ใช้หนี้ด้วยงาน” นายพีระพันธุ์กล่าว

นายพีระพันธุ์ ยังตอบข้อซักถามของประชาชนที่ตั้งสมมติฐานถึงวิธีการแก้ไขปัญหาชายแดนไทยว่า รัฐบาลต้องมีความชัดเจนและยึดผลประโยชน์ของประเทศสำคัญเหนืออื่นใด

“ผมพูดแบบตรงไปตรงมา ทุกอย่างอยู่ที่รัฐบาล รัฐบาลต้องมีความชัดเจนและยึดประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเป็นสิ่งจำเป็น แต่ความมั่นคงของประเทศสำคัญกว่า หากเกิดปัญหากับเพื่อนบ้าน ความมั่นคงของประเทศต้องนำหน้า ไม่มีใครอยากเสียความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากเราคิดฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่คิดแบบเราปัญหาก็เกิดขึ้นได้ ก็ยากที่จะดำเนินความสัมพันธ์ต่อไปได้ และเราต้องประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบไหนควรทำอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจ คืออธิปไตยของคนไทย แผ่นดินไทย และผลประโยชน์ของประเทศไทย” นายพีระพันธุ์ ระบุ

ในช่วงท้าย นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญในประเทศไทย มักถูกสื่อปลูกฝังให้เป็นเรื่องการเมือง ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง แต่แท้ที่จริงแล้วรัฐธรรมนูญคือเครื่องมือป้องกันตัวของประชาชน เป็นหลักประกันความยุติธรรมในชีวิต ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง เวลาแก้ไขก็จะเน้นเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างทางการเมือง ในการเลือกตั้ง หรือเรื่องของจำนวนสมาชิกในรัฐสภา

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายต่างๆ ความสำคัญอยู่ที่หลักการ การจะออกกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่แก้รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายทั่วไปจะเริ่มต้นด้วยหลักการที่ว่า ทําไมต้องมีกฎหมายฉบับนี้และในกฎหมายฉบับนี้เราจะให้ทําอะไรได้ หรือไม่ให้ทําอะไร การที่รัฐสภาลงมติวาระแรก เพื่อรับหลักการยังไม่ไช่การรับเนื้อหาข้างในกฎหมาย เพราะในชั้นกรรมาธิการพิจารณาเนื้อหากฎหมายยังสามารถแก้ไขได้ ถ้าเนื้อหาดังกล่าวไม่ขัดกับหลักการที่ทางรัฐสภารับรองแล้ว

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ ไม่มีฉบับไหนเลยที่ระบุในหลักการว่าไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 ดังนั้น ในชั้นพิจารณาของกรรมาธิการจึงสามารถแก้ไขได้ และที่สำคัญ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฉบับที่ไม่ได้เป็นหลัก ยังเปิดช่องให้แก้ไข โดยเขียนระบุไว้ในหลักการว่า ถ้าจะแก้หมวด 1 หมวด 2 ต้องทำอย่างไร ซึ่งหากไม่ต้องการให้แก้ไขอย่างที่อ้าง ทําไมไม่ระบุไปในหลักการ เมื่อไม่ได้ระบุไว้ถือเป็นการเปิดช่องให้มีการแก้ไข หมวด 1 หมวด 2 ได้นั่นเอง

“ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง แก้เพื่อเป็นหลักประกันของประชาชน แก้เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้รัฐธรรมนูญคุ้มครองตัวเองจากการใช้อํานาจไม่ถูกต้องของภาครัฐ แก้เพื่อให้ประชาชนสามารถคุ้มครองตนเองจากการใช้สิทธิทางกฎหมายที่ไม่ชอบโดยคนที่มีอํานาจทางอิทธิพล ทางเศรษฐกิจ หรือการทางด้านการเงินเหนือกว่า ครับ ถ้าคุณจะแก้เพื่อให้นักการเมืองเสวยอํานาจกันต่อไปได้ไม่ควรจะแก้ และไม่ใช่วัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ” นายพีระพันธุ์ กล่าวในตอนท้าย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/880965/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rJ_NrBY0sQSYVOMRHwgQL