Blog

  • ลาริญานี: รายงานของกรอสซีไม่มีผลกระทบใดๆ ▪️เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของอิรัก:

    ลาริญานี: รายงานของกรอสซีไม่มีผลกระทบใดๆ ▪️เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของอิรัก:

    ลาริญานี: รายงานของกรอสซีไม่มีผลกระทบใดๆ
    ▪️เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของอิรัก:
    🔻ตามที่นายอารักชี เคยกล่าวไว้ว่า หากมีการเปิดใช้กลไก snapback เราจะทบทวนข้อตกลง — ขณะนี้สิ่งนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และข้อตกลงดังกล่าวถือว่าเป็นโมฆะไปแล้ว ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กลไกนี้
    🔸 อย่างไรก็ตาม หากสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ มีข้อเสนอใด ๆ เราจะพิจารณาภายในสำนักเลขาธิการ
    🔻ลาริญานีกล่าวถึงรายงานที่กรอสซีเตรียมนำเสนอแก่คณะผู้ว่าการ IAEA ว่า: นายกรอสซีได้ทำหน้าที่ของเขาแล้ว และรายงานของเขาจะไม่มีผลใดๆ

  • ชวนเที่ยวงานสวนหลวง ร.9 2568 เพลิดเพลินกับสวนสวยและดอกไม้หลากสี

    ชวนเที่ยวงานสวนหลวง ร.9 2568 เพลิดเพลินกับสวนสวยและดอกไม้หลากสี

              งานสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2568 สนุกกับสีสันและความสดชื่นของดอกไม้และสวนสวย รอให้ทุกคนมาเก็บเกี่ยวบรรยากาศชิล ๆ ช่วงปลายปี

              งานพรรณไม้งาม อร่ามสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2568 อีกหนึ่งงานท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่หลายคนรอคอย เพราะจะได้สัมัสกับความสดใสของสวนสวยและดอกไม้หลากสีสัน เป็นโอกาสดีที่จะแวะชมธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ และเพลิดเพลินกับบรรยากาศร่มรื่นในสวนใหญ่ สำหรับรายละเอียดของงานปีนี้จะเป็นอย่างไร ? จัดวันไหน ? มาเช็กกันได้ก่อนใครเลย

    งานสวนหลวง ร.9 2568

    งานสวนหลวง ร.9

    งานสวนหลวง ร.9 2568 จัดวันไหน

              ข้อมูลจากเว็บไซต์ suanluangrama9.or.th ได้แจ้งกำหนดการจัดงานพรรณไม้งาม อร่ามสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม  ณ สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ กรุงเทพฯ สวนเปิดตั้งแต่เวลา 05.00-19.00 น.

    งานสวนหลวง ร.9 จัดวันไหน

    ภาพจาก : เว็บไซต์ suanluangrama9.or.th

    งานสวนหลวง ร.9 2568 กิจกรรม

              บอกเลยว่ากิจกรรมในงานสวนหลวง ร.9 2568 นี้ก็จัดเต็มไปแพ้ปีไหน ๆ สัมผัสกับความงามของดอกไม้นานาพรรณหลากสีสันที่ออกดอกบานสะพรั่งทั่วสวน ตื่นตากับพลุวันเปิดงาน และวันปิดงาน อีกทั้งมีกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีตลาดต้นไม้และอุปกรณ์ทำสวนเอาใจสายช้อปแบบครบวงจร  มีตลาดนัดสินค้า อาหารหลากหลาย หรือจะมาถ่ายรูปเก๋ ๆ กันที่ตลาดย้อนยุคอีกด้วย

    งานสวนหลวง ร.9

    งานสวนหลวง ร.9 2568 คืออะไร

              งานสวนหลวง ร.9 เป็นงานจัดแสดงดอกไม้และต้นไม้ประจำปีที่จัดขึ้นภายในสวนหลวง ร.9 เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมความงามของสวนสวย ดอกไม้หลากสีสัน และแนวทางการจัดสวนต่าง ๆ งานนี้เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมาเที่ยวพักผ่อน ถ่ายรูป หรือหาแรงบันดาลใจในการจัดสวน

    งานสวนหลวง ร.9 2568 ปิดชั่วคราว

              ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ปิดสวนหลวง ร.9 เป็นการชั่วคราว เพื่อเตรียมการจัดงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2568 ตามวันและเวลาดังนี้

    • ปิดให้บริการสวนหลวง ร.9 ในวันที่ 15-27 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้นและอนุญาตให้ประชาชนเข้าใช้บริการได้ในเวลา 05.00-08.00 น.  

    • ปิดให้บริการสวนหลวง ร.9  ในวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2568

    งานสวนหลวง ร.9 จัดวันไหน

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สวนหลวง ร.๙ Suanluang Rama IX

    สวนหลวง ร.9 วิธีเดินทาง

              สำหรับการเดินทางไปสวนหลวง ร.9 สามารถใช้รถสาธารณะได้สะดวก เช่น นั่งรถไฟฟ้าสายสีเหลือง มาลงที่ สถานีสวนหลวง ร.9 (Suan Luang Rama IX) แล้วออกทาง ประตู 2 ต่อด้วยแท็กซี่หรือรถสองแถวเข้าสวนก็สะดวก สำหรับคนที่ใช้รถส่วนตัว มีที่จอดรถรองรับภายในและรอบสวน แต่ในวันหยุดอาจมีผู้เข้าชมจำนวนมาก ควรวางแผนเวลาเดินทางล่วงหน้า

    งานสวนหลวง ร.9

    ภาพจาก : Santi.m / shutterstock.com

              อย่าพลาดงานพรรณไม้งาม อร่ามสวนหลวง ร.9 2568 ชวนไปเดินชมสวนสวย ดอกไม้หลากสี และเติมความสดชื่นให้วันพักผ่อนของคุณ ^ ^ (ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก สวนหลวง ร.๙ Suanluang Rama IX)
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวกรุงเทพ ที่เที่ยวสวนในกรุงเทพ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view295929.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TRD8NGFgk-nzO4biKQ_VE

  • “กระตุ้นท่องเที่ยว” เสี่ยหนู…โชคดีที่มาถูกเวลา!

    “กระตุ้นท่องเที่ยว” เสี่ยหนู…โชคดีที่มาถูกเวลา!

    “กระตุ้นท่องเที่ยว” เสี่ยหนู…โชคดีที่มาถูกเวลา!

    *** หลังโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ของรัฐบาลที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ถึง 6 วัน นับตั้งแต่วันที่ 20 ไปถึง 26 ต.ค. 2568 ซึ่งจำนวนสิทธิ์ที่มีอยู่ถึง 20 ล้านสิทธิ์ ก็ถูกจับจองจนเต็มตั้งแต่วันแรกที่เปิด แม้จะยังมีบุคคลที่ตกค้างทั้งที่รีบตื่นเช้าขึ้นมาลงทะเบียนอยู่เป็นเป็นจำนวนมาก…แต่ก็ถือได้ว่าโครงการซื้อใจมวลชนโครงการแรกของรัฐบาลนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

    เพียงแต่ด้วยระยะเวลาที่มีอยู่เพียง 4 เดือน ดูเหมือนว่าเพียง “คนละครึ่งพลัส” อาจ “ซื้อใจมวลชน” ได้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ล่าสุดรัฐบาล ได้ผลักดัน 4 มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐตามออกมาทันที

    ว่าแต่มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ จะช่วยเศรษฐกิจอย่างไร และหุ้นกลุ่มไหนจะได้ประโยชน์!!!

    ก่อนอื่นต้องมาดูกันก่อนว่า 4 มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐมีอะไรบ้าง

    1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว เป็นมาตรการภาษี สำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายที่พักในโรงแรม โฮมสเตย์ไทย หรือ สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการร้านอาหารที่จ่ายให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาหักลดหย่อนได้สูงสุด 20,000 บาท โดยอัตราการลดหย่อนท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง 55 จังหวัด และบางอำเภอใน 15 จังหวัด ลดหย่อนได้ 1.5 เท่า ส่วนจังหวัดอื่นลดหย่อนได้ 1 เท่า มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.- 15 ธ.ค.2568

    2. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเบิกค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาในส่วนของการพัฒนาบุคลากรไม่น้อยกว่า 60% ของวงเงินที่ตั้งไว้ เน้นเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวรองเป็นลำดับแรก และกำหนดให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (KPI) ประจำปีงบประมาณ 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีระยะเวลาดำเนินการเดือน ต.ค. 2568 – ม.ค. 2569

    3. มาตรการภาษี ขยายระยะเวลาปรับลดอัตราภาษีสถานบันเทิง ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตจาก 10% เป็น 5% ออกไปอีก 1 ปี สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ได้แก่ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ รวมถึงสถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 น. มีระยะเวลาดำเนินการวันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2569

    4. มาตรการเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม หักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการได้ 2 เท่า แต่ไม่ใช่การซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้เป็นจำนวน 100 % ของรายจ่ายดังกล่าว มีระยะเวลาดำเนินการวันที่ 29 ต.ค. 2568 – 31 มี.ค. 2569

    จะเห็นได้ว่า มาตรการทั้ง 4 ที่ถูกผลักดันออกมา พบว่า ในข้อ 1 และ 2 จะเน้นไปที่การกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในขณะที่การกำหนดให้การฝึกอบรม ประชุม สัมมนาในส่วนของการพัฒนาบุคลากร ถือเป็นความพยายามกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ขณะที่ในข้อ 3 และ 4 จะเป็นเรื่องของการกระตุ้นการยกระดับคุณภาพการบริการของเจ้าของกิจการ เพื่อให้สอดคล้องและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้สนใจใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

    ว่าแต่ทั้ง 4 มาตรการที่ว่ามา หุ้นกลุ่มใดในตลาดหุ้นไทยจะได้อานิสงส์กันบ้าง ???

    กลุ่มแรกคือ หุ้นกลุ่มโรงแรม CENTEL SHR ERW AWC และ ILM ซึ่งแม้ว่าโดยส่วนใหญ่จะมีที่ตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ด้วยมาตรการที่ใช้ได้ทั้งเมืองหลักเมืองรอง แต่หากมองกันตามตรงก็เชื่อได้ว่าการท่องเที่ยว และการเดินทางที่นักท่องเที่ยวเลือกก็ยังเน้นไปที่เมืองหลักอยู่ดี

    กลุ่มที่สอง คือ กลุ่ม Food & Beverage โดยกลุ่มผู้ผลิตอาหารสด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือ อาหารแปรรูปส่งไปยังร้านค้า ประกอบไปด้วย CPF GFPT TFG BGT CFARM ขณะที่ SAPPE CBG OSP SNNP ได้ประโยชน์จากการบริโภค snack & beverage ที่เพิ่มขึ้น

    กลุ่มที่สาม คือ กลุ่มค้าปลีกและกลุ่มค้าวัสดุก่อสร่างและตกแต่ง ซึ่งสถานประกอบการจะต้องใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ CPALL CPAXT BJC HMPRO DOHOME GLOBAL 

    กลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงและสายการบิน ซึ่งเกิดจากการเดินทางท่องเที่ยว PTT OR PTG ATLAS WP AOT AAV BA THAI

    ที่เจ๊เมาธ์ว่ามาทั้งหมด ยังไม่นับรวมไปถึงระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนจากรายได้ที่มาจากการจางงาน รายได้ที่มาจากภาษีที่จะตามมา หากมาตรการหล่านี้มีผลในทางปฏิบัติ ซึ่งก็เชื่อได้ว่า หากทำได้จริง ก็จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม…ถือเป็นความ “โชคดี” ที่รัฐบาลของ “นายกฯอนุทิน” ได้เข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่เป็น “ไฮซีซั่น” ของการท่องเที่ยวในประเทศอย่างพอดิบ…พอดี 

    ดังนั้น เวลาที่มีอยู่เพียง 4 เดือนนี้ จึงจะต้องถูกใช้อย่างคุ้มค่าให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม และในขณะเดียวกัน หากทำได้ดีก็อาจถือได้ว่า เป็นการซื้อตั๋วเพื่อกลับมาเป็นนายกฯ ของ “เสี่ยหนู” ในสมัยหน้าได้อีกด้วยเจ้าค่ะ อิอิอิ

    คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย…เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/speak-every-district/641998&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37w-YqnEok3Vp6ZeqQ48Wr

  • ครม.เคาะมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว ลดภาษีรับกินเที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนได้ 1.5 เท่า 

    ครม.เคาะมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว ลดภาษีรับกินเที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนได้ 1.5 เท่า 


    ครม.เคาะมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว ลดภาษี รับกินเที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนได้ 1.5 เท่า  หน่วยงานราชการเร่งเบิกจ่ายงบปี 69 ไม่น้อยกว่า 60 % เป็น KPI ชี้วัดผู้บริหาร ส่วนผู้ประกอบการ ได้ลดหย่อนปรับปรุงที่พักด

    นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งครอบคลุมทั้งมาตรการให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มุ่งมั่นให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการในระยะยาว เกิดการกระจายตัวอย่างทั่วถึง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล 

    โดยภาษีบุคคลธรรมดา สนับสนุนการท่องเที่ยว นำค่าที่พัก ค่าบริการร้านอาหาร ลดหย่อนภาษี ได้ตั้งแต่ 29 ต.ค.- 15 ธ.ค. 2568 ลดหย่อนค่าใช้จ่ายไม่เกิน 20,000 บาทตามจำนวนที่จ่ายจริง ในรูปแบบกระดาษและอิเล็กทรอนิกส์ ในรอบแรกไม่เกิน 10,000 บาท ส่วน 10,000 บาทที่สอง ได้เฉพาะอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวเมืองรอง สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่าลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท 

    ขณะที่ มาตรการภาษีนิติบุคคลสำหรับการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ นำไปลดหย่อนภาษี เมืองรอง ลดได้ 2 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง ส่วนพื้นที่อื่นได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายจริง 

    ส่วนมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรมประชุมสัมมนาประจำปีงบประมาณปี 69 สำหรับหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ และอปท. ให้เร่งรัดเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า 60 % นับตั้งแต่เดือน ต.ค.-31 ม.ค. 2569 โดยเน้นเมืองรองเป็นลำดับแรก ซึ่งการเบิกจ่ายจะเป็นเคพีไอสำหรับผู้บริหารด้วย

    ขณะเดียวกันมาตรการภาษีปรับปรุงโรงแรมที่พัก บริษัทหรือผู้ประกอบการโรงแรมหักรายจ่ายการต่อเติมเปลี่ยนแปลงขยายพื้นที่ ได้ 2 เท่า ของรายจ่ายจริง โดยเริ่มตั้งแต่ 29 ต.ค.-31 มี.ค.2569

    สำหรับมาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ โดยลดจาก 10 % เป็น 5 % ขยายออกไปอีก 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคมปี 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/36713&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3M1h3lgSWAHcPtee_snaKe

  • รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของ สปป.ลาว ประจำเดือน กันายนยน 2568

    รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของ สปป.ลาว ประจำเดือน กันายนยน 2568

    โดย

    Boualaphat@ditp.go.th

    ลงเมื่อ

    21 ตุลาคม 2568 16:30

    สคต. ณ กรุงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) (TTC, Vientiane (Lao PDR))

    5

    รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประ.pdf

    Share :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/yyyogyzuyo6980y08hyh4xj2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22vgQSmQjEwMlYvnswWzGQ

  • ครม. เคาะอัดฉีด 4.37 ล้านล้าน ขีดเส้นเบิกจ่ายงบปี 69 กระตุ้นเศรษฐกิจ

    ครม. เคาะอัดฉีด 4.37 ล้านล้าน ขีดเส้นเบิกจ่ายงบปี 69 กระตุ้นเศรษฐกิจ

    เศรษฐกิจ

    21 ต.ค. 2025 เวลา 14:25 น.

    ครม. เห็นชอบมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบปี 69 วงเงินรวมกว่า 4.37 ล้านล้านบาท ตั้งเป้าอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบ กำหนดเป้าหมายเบิกจ่ายรวมไม่น้อยกว่า 93% รายจ่ายลงทุน 75%

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ประชุม ครม.) วันนี้ (21 ต.ค.68) ที่ประชุมได้อนุมัติมาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางให้ทุกหน่วยงานของรัฐเร่งผลักดันเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยมีเม็ดเงินจาก 3 ส่วนหลัก รวมกว่า 4.37 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย 

    1. งบประมาณรายจ่ายปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท 
    2. เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี 2568 วงเงิน 3.21 แสนล้านบาท 
    3. งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ วงเงิน 2.65 แสนล้านบาท

    “มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ นโยบาย Quick Big Win ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เม็ดเงินจากงบประมาณลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ”

    สำหรับปีงบประมาณ 2569 ได้มีการกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่าย และการก่อหนี้ผูกพันที่ชัดเจน และท้าทาย เพื่อให้แน่ใจว่าเม็ดเงินจะถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่า 93% แบ่งเป็น รายจ่ายประจำไม่น้อยกว่า 98% รายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่า 75% และงบลงทุนรัฐวิสาหกิจไม่น้อยกว่า 95% ขณะที่กำหนดเป้าหมายการก่อหนี้ผูกพันไว้ที่ 100% ทั้งในส่วนของรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุน

    คุมเข้มหน่วยงานรัฐ-รัฐวิสาหกิจ

    ทั้งนี้ ครม. ได้กำหนดแนวปฏิบัติที่เข้มงวดสำหรับทุกหน่วยงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ดังนี้

    1.เร่งรัดการก่อหนี้ รายการจัดซื้อจัดจ้างปีเดียวต้องก่อหนี้ให้เสร็จในไตรมาสที่ 1 (ต.ค. – ธ.ค. 68) ส่วนรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณใหม่ ต้องก่อหนี้ให้เสร็จในไตรมาสที่ 2 (ม.ค. – มี.ค. 69)

    2.จ่ายเงินรวดเร็ว เมื่อตรวจรับงานถูกต้องแล้ว ต้องเบิกจ่ายเงินให้คู่สัญญาภายใน 5 วันทำการ

    3.ประเมินผลงาน ให้นำผลการเบิกจ่าย และการก่อหนี้มาใช้เป็นตัวชี้วัดในการประเมินผลการปฏิบัติงานของหัวหน้าหน่วยงาน และจะถูกนำไปพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณในปีถัดไป

    4.รัฐวิสาหกิจต้อง Front-Loaded ให้ปรับเพิ่มแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก และให้เป้าหมายการเบิกจ่าย 95% เป็นตัวชี้วัด (KPI) ของผู้บริหารสูงสุด

    มาตรการทั้งหมดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า และเปลี่ยนให้งบประมาณภาครัฐเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1204091&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LnjGZpytK7qd2KVTiDMFM

  • “ภูมิใจไทย” ร่วมแสดงความยินดี กับ สำนักข่าวไทยโพสต์ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “ภูมิใจไทย” ร่วมแสดงความยินดี กับ สำนักข่าวไทยโพสต์ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/110170&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IBbibTU3r4VTSnEN6H9Wh

  • ไฟเขียวบูมท่องเที่ยว

    ไฟเขียวบูมท่องเที่ยว

    วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    ครม.ไฟเขียว 5 มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว หักลดหย่อนท่องเที่ยวเมืองหลัก-เมืองรอง เริ่ม 29 ตุลาคม รัฐยอมเฉือน 5,000 ล้านบาท ดันจีดีพีโค้งสุดท้ายปลายปีไม่ต่ำกว่า 1% ขณะที่ “คนละครึ่งพลัส”รอบเก็บตก 4.9แสนสิทธิ ประชาชนแห่ลงทะเบียนใหม่คนเต็มจำนวนอย่างรวดเร็วนายกฯ ย้ำเตรียมดำเนินการเฟส 2

    เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ครอบคลุมทั้งมาตรการให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการในระยะยาว เกิดการกระจายตัวอย่างทั่วถึง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล

    สำหรับมาตรการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ ครม.เห็นชอบ ประกอบด้วย 5 มาตรการย่อย ได้แก่ 1. มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว มาตรการภาษีบุคคลธรรมดา ให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดคนละ 20,000 บาท โดยนำค่าที่พักและค่าบริการร้านอาหาร ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท โดยแยกเป็น 10,000 บาทแรก ต้องมีใบกำกับภาษีในรูปแบบกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ ส่วนอีก 10,000 บาทต้องมีใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น มาตรการนี้ให้สิทธิ์ลดหย่อนสำหรับการท่องเที่ยวเมืองรอง 1.5 เท่า ส่วนเมืองหลัก 1 เท่า เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค.2568

    2. มาตรการภาษีสำหรับนิติบุคคลเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ นิติบุคคลนำค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่งหรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดให้แก่ลูกจ้าง และค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยต้องมีใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น เว้นแต่ค่าขนส่งไม่ต้องมีใบกำกับภาษีก็ได้ แต่ต้องได้ใบรับที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

    สามารถนำมาหักรายจ่ายได้ 2 เท่าสำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในจังหวัดเมืองรอง นอกจากเมืองรองหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค.2568

    3. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาของภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 (Front Load)สำหรับหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจและ อปท. ให้เร่งรัดเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า 60% นับตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 – 31 ม.ค.2569 โดยพิจารณาดำเนินการในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง เป็นลำดับแรก และกำหนดเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (KPI) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและ อปท.

    4. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนปรับปรุงโรงแรมที่พัก ให้บริษัทหรือผู้ประกอบการโรงแรมสามารถหักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ (แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) หักได้ 2 เท่า ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2568 – 31 มี.ค.2569 แยกเป็น หนึ่งเท่าแรก เป็นค่าสึกเหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามปกติ ส่วนเท่าที่สอง ทยอยหักเป็นระยะเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชีในจำนวนที่เท่ากันทุกปี

    สำหรับทรัพย์สินที่หักรายจ่ายได้ ดังนี้ (1) อาคารถาวรที่มีไว้ใช้ในการประกอบกิจการโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม และ (2) เครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นส่วนประกอบและยึดติดกับอาคารตาม (1) เป็นการถาวร

    5. มาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีตามมูลค่าจาก 10% เป็น 5% ออกไปอีก 1 ปี มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค.2569 สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ โดยหมายรวมถึงสถานที่ที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 น. ทั้งนี้ ได้บูรณาการความร่วมมือกับกรมการปกครองให้นำผู้ประกอบการมาจดทะเบียนสถานประกอบการ เพื่อขยายฐานภาษีสรรพสามิต

    ขณะที่ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า 5 มาตรการในครั้งนี้ จะทำให้มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปีนี้ เพิ่มจีดีพี 0.04% และเมื่อรวมในโครงการก่อนหน้าทั้งเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคนละครึ่ง พลัส จะทำให้มีส่วนเพิ่มจีดีพี 0.44-0.45% โดยจะพยายามผลักดันให้เศรษฐกิจในไตรมาส 4 โตไม่ต่ำกว่า 1% ส่วนทั้ง 5 มาตรการนี้จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 5,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่จะมีค่าเสื่อมกรณีผู้ประกอบการโรงแรมที่พักปรับปรุงรีโนเวท โดยในปีแรกรัฐสูญเสียรายได้ 900 ล้านบาท

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการคนละครึ่ง พลัสซึ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรอบใหม่ (รอบเก็บตก) สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยข้อมูล ณ เวลา 06.00น.ของวันที่ 21ต.ค. 2568 พบว่ามีจำนวนสิทธิคงเหลือให้ประชาชนลงทะเบียนได้อีก 496,855สิทธิ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ได้มีประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์จนเต็มจำนวนภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม. ถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ที่เปิดให้ลงทะเบียนผู้ใช้สิทธิ เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา และสิทธิ์เต็มเรียบร้อยแล้ว ว่า คนละครึ่งเรียบร้อยหมดแล้ว สิทธิ์ครบหมดแล้ว เดี๋ยวมีเฟส 2

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/922659&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22AXWwaCOitUCpqvrDHgHR

  • เจาะมาตรการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ ลดหย่อนภาษีสูงสุด 3 หมื่นบาท เริ่มเที่ยว 29 ต.ค.

    เจาะมาตรการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ ลดหย่อนภาษีสูงสุด 3 หมื่นบาท เริ่มเที่ยว 29 ต.ค.

    THE STANDARD

    21.10.2025

    เจาะมาตรการ เที่ยวดี มีคืน ลดหย่อนภาษีสูงสุด 3 หมื่นบาท เริ่มเที่ยว 29 ต.ค. - 15 ธ.ค.นี้

    รัฐบาลอัด 5 มาตรการท่องเที่ยว เร่งเครื่องก่อนช่วงไฮซีซั่น ทั้งมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล การเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านฝึกอบรม ประชุม และสัมมนาของภาครัฐ ขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ และมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก

    ขณะที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคาดหวังว่า มาตรการต่างๆ นี้จะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวไทยหันกลับมาเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569

    1. มาตรการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ ลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา สูงสุด 3 หมื่นบาท

    มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา โดยบุคคลธรรมดาสามารถลดหย่อนค่าที่พักและค่าบริการของร้านอาหารได้ ไม่เกิน 20,000 บาท โดยแบ่งเป็น

    • 10,000 บาทแรก ต้องมีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีแบบกระดาษ/ e-Tax Invoice
    • 10,000 บาทถัดไป ต้องใช้ e-Tax Invoice เท่านั้น

    เงื่อนไขการลดหย่อน สำหรับเมืองรอง vs. นอกจากเมืองรอง:

    • เมืองรองได้ 1.5 เท่า

    (หักลดหย่อนตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท)

    • นอกจากเมืองรองได้ 1 เท่า

    (หักลดหย่อนตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท)

    ระยะเวลาโครงการ: เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568

    ผู้ใช้สิทธิ: บุคคลธรรมดาผู้มีเงินได้ แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล

    ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิได้: ค่าที่พักในโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย และค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการของร้านอาหารตามจำนวนที่จ่ายจริงให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    2. ‘เที่ยวดี มีคืน’ ลดหย่อนภาษีสำหรับ บริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

    มาตรการภาษีสำหรับ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยสามารถลดหย่อนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ

    ระยะเวลาโครงการ : เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568

    ผู้ใช้สิทธิ : บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

    เงื่อนไข เมืองรอง vs. นอกจากเมืองรอง :

    • เมืองรอง หักรายจ่ายตามที่จ่ายจริงได้ 2 เท่า
    • นอกจากเมืองรอง หักรายจ่ายตามที่จ่ายจริงได้ 1.5 เท่า

    หมายเหตุ: ต้องใช้ e-Tax Invoice เท่านั้น เว้นค่าขนส่ง แต่ต้องมี e-Receipt

    ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิได้ :

    • รายจ่ายสำหรับการจัดสัมมนา ประกอบด้วย รายจ่ายค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดให้แก่ลูกจ้าง และค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว
    • กรณีที่การจัดอบรมสัมมนาครั้งหนึ่งๆ เกิดขึ้นในท้องที่เมืองรองและเมืองอื่นต่อเนื่องกัน ให้หักรายจ่ายที่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่าเกิดขึ้นในท้องที่ใด และให้หักรายจ่ายที่ไม่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่าเกิดขึ้นในท้องที่ใดได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง

    3. เร่งรัดเบิกจ่าย ค่าใช้จ่ายภาครัฐฯ ด้านการฝึกอบรม (Front Load)

    มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ อปท. โดยให้พิจารณาดำเนินการในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองเป็นลำดับแรก

    โดยกำหนดให้เร่งรัดการเบิกค่าใช้จ่ายในส่วนของการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานไม่น้อยกว่า 60% ของวงเงินฝึกอบรม ประชุม สัมมนา

    นอกจากนี้ ยังกำหนดให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (KPI) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ (เฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินงานตามปีงบประมาณ) และ อปท.

    ระยะเวลาโครงการ: เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569

    หมายเหตุ: กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางจะพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของอัตราค่าเช่าที่พักและค่าอาหารสำหรับการจัดฝึกอบรมในประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

    พร้อมขอความร่วมมือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประสาน อปท. พิจารณาจัดอบรมสัมมนาในท้องถิ่นอื่น และให้รายงานผลการเบิกจ่ายดังกล่าวต่อคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐต่อไป

    4. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก

    มาตรการหักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ (โดยไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) 2 เท่า ของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง

    ระยะเวลา : 29 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569

    ผู้ใช้สิทธิ : บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม

    หมายเหตุ : สำหรับทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ ประกอบด้วย
    (1) อาคารถาวรที่มีไว้ใช้ในการประกอบกิจการโรงแรม
    (2) เครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นส่วนประกอบและยึดติดกับอาคารตาม (1) เป็นการถาวร

    ทั้งนี้ ให้หักรายจ่ายเท่าแรกเป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามปกติ และทยอยหักรายจ่ายเท่าที่ 2 เป็นระยะเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชีในจำนวนที่เท่ากันทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้เริ่มหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน

    นอกจากนี้ รัฐบาลได้เตรียมแหล่งเงินสำหรับรองรับการปรับปรุงโรงแรมที่พัก โดยธนาคารออมสิน ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

    5. ลดอัตราภาษีกิจกรรมบันเทิง-หย่อนใจ

    มาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 จาก 10% เป็น 5% ออกไปอีก 1 ปี

    ระยะเวลา : 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569

    ผู้ใช้สิทธิ : กิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 อาทิ ไนต์คลับ ดิสโกเทค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ เป็นต้น

    ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีตามมูลค่าจาก 10% เป็น 5% ออกไปอีก 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 สำหรับ

    ทั้งนี้ กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิตได้มีการบูรณาการร่วมมือกรมการปกครองให้นำผู้ประกอบการมาจดทะเบียนสถานประกอบการเพื่อขยายฐานภาษีสรรพสามิตต่อไป

    เช็ค! รายชื่อ 55 จังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง

    • ภาคเหนือ – เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่, ลำปาง, ลำพูน, อุตรดิตถ์, แม่ฮ่องสอน
    • ภาคตะวันตก – ตาก, ราชบุรี
    • ภาคกลาง – กำแพงเพชร, ชัยนาท, นครนายก, นครสวรรค์, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี, สุโขทัย, สุพรรณบุรี, อ่างทอง, อุทัยธานี
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – กาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, นครพนม, บุรีรัมย์, บึงกาฬ, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สุรินทร์, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุบลราชธานี, เลย
    • ภาคตะวันออก – จันทบุรี, ตราด, ปราจีนบุรี, สระแก้ว
    • ภาคใต้ – ชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พัทลุง, ระนอง, สตูล, ยะลา

    เช็ค! รายชื่อพื้นที่บางอำเภอใน 15 จังหวัด

    • กระบี่ – อำเภอเขาพนม, อำเภอปลายพระยา, อำเภอลำทับ
    • กาญจนบุรี – อำเภอด่านมะขามเตี้ย, อำเภอท่าม่วง, อำเภอท่ามะกา, อำเภอบ่อพลอย, อำเภอพนมทวน, อำเภอเลาขวัญ, อำเภอหนองปรือ, อำเภอห้วยกระเจา
    • ขอนแก่น – อำเภอกระนวน, อำเภอเขาสวนกวาง, อำเภอโคกโพธิ์ไชย, อำเภอชนบท, อำเภอชุมแพ, อำเภอซำสูง, อำเภอน้ำพอง, อำเภอโนนศิลา, อำเภอบ้านไผ่, อำเภอบ้านฝาง, อำเภอบ้านแฮด, อำเภอเปือยน้อย, อำเภอพระยืน, อำเภอพล, อำเภอภูผาม่าน, อำเภอภูเวียง, อำเภอมัญจาคีรี, อำเภอเวียงเก่า, อำเภอแวงน้อย, อำเภอแวงใหญ่, อำเภอสีชมพู, อำเภอหนองนาคำ, อำเภอหนองเรือ, อำเภอหนองสองห้อง, อำเภออุบลรัตน์,
    • ฉะเชิงเทรา – อำเภอคลองเขื่อน, อำเภอท่าตะเกียบ, อำเภอบางน้ำเปรี้ยว,อำเภอแปลงยาว, อำเภอราชสาส์น, อำเภอสนามชัยเขต,
    • ชลบุรี – อำเภอเกาะจันทร์, อำเภอบ่อทอง, อำเภอบ้านบึง, อำเภอพนัสนิคม, อำเภอพานทอง, อำเภอหนองใหญ่,
    • เชียงใหม่ – อำเภอกัลยาณิวัฒนา, อำเภอไชยปราการ, อำเภอดอยเต่า, อำเภอดอยสะเก็ด, อำเภอดอยหล่อ, อำเภอพร้าว, อำเภอแม่แจ่ม, อำเภอแม่แตง, อำเภอแม่วาง, อำเภอแม่อาย, อำเภอเวียงแหง, อำเภอสะเมิง, อำเภอสันทราย, อำเภอสันป่าตอง, อำเภอสารภี, อำเภออมก๋อย, อำเภอฮอด,
    • นครราชสีมา – อำเภอแก้งสนามนาง, อำเภอขามทะเลสอ, อำเภอขามสะแกแสง, อำเภอคง, อำเภอครบุรี, อำเภอจักราช, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, อำเภอชุมพวง, อำเภอโชคชัย, อำเภอด่านขุนทด, อำเภอเทพารักษ์, อำเภอโนนแดง, อำเภอโนนไทย, อำเภอโนนสูง, อำเภอบัวลาย, อำเภอบัวใหญ่, อำเภอบ้านเหลื่อม, อำเภอประทาย, อำเภอปักธงชัย, อำเภอพระทองคำ, อำเภอพิมาย, อำเภอเมืองยาง, อำเภอลำทะเมนชัย, อำเภอวังน้ำเขียว, อำเภอสีคิ้ว, อำเภอสีดา, อำเภอสูงเนิน, อำเภอเสิงสาง, อำเภอหนองบุญมาก, อำเภอห้วยแถลง,
    • ประจวบคีรีขันธ์ – อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์, อำเภอกุยบุรี, อำเภอทับสะแก, อำเภอบางสะพาน, อำเภอบางสะพานน้อย,
    • พระนครศรีอยุธยา – อำเภอท่าเรือ, อำเภอนครหลวง, อำเภอบางซ้าย, อำเภอบางบาล, อำเภอบางปะหัน, อำเภอบ้านแพรก, อำเภอผักไห่, อำเภอภาชี, อำเภอมหาราช, อำเภอลาดบัวหลวง, อำเภอวังน้อย, อำเภอเสนา, อำเภออุทัย,
    • พังงา – อำเภอเมืองพังงา, อำเภอกะปง, อำเภอคุระบุรี, อำเภอทับปุด, อำเภอท้ายเหมือง, อำเภอเกาะยาว, อำเภอตะกั่วทุ่ง
    • เพชรบุรี – อำเภอบ้านลาด, อำเภอหนองหญ้าปล้อง
    • ระยอง – อำเภอเขาชะเมา, อำเภอนิคมพัฒนา, อำเภอบ้านค่าย, อำเภอบ้านฉาง, อำเภอปลวกแดง, อำเภอวังจันทร์
    • สงขลา – อำเภอเมืองสงขลา, อำเภอกระแสสินธุ์, อำเภอคลองหอยโข่ง, อำเภอควนเนียง, อำเภอจะนะ, อำเภอเทพา, อำเภอนาทวี, อำเภอนาหม่อม, อำเภอบางกล่ำ, อำเภอระโนด, อำเภอรัตภูมิ, อำเภอสทิงพระ, อำเภอสะเดา, อำเภอสะบ้าย้อย, อำเภอสิงหนคร
    • สระบุรี – อำเภอแก่งคอย, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, อำเภอดอนพุด, อำเภอบ้านหมอ, อำเภอวังม่วง, อำเภอวิหารแดง, อำเภอหนองแค, อำเภอหนองแซง, อำเภอหนองโดน
    • สุราษฎร์ธานี – อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี, อำเภอกาญจนดิษฐ์, อำเภอคีรีรัฐนิคม, อำเภอเคียนซา, อำเภอชัยบุรี, อำเภอไชยา, อำเภอดอนสัก, อำเภอท่าฉาง, อำเภอท่าชนะ, อำเภอบ้านนาเดิม, อำเภอบ้านนาสาร, อำเภอพระแสง, อำเภอพุนพิน, อำเภอวิภาวดี, อำเภอเวียงสระ

    TAGS:  


    READ MORE




    Close Advertising

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thailand-travel-tax-break-policy/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20pBN1Cn3sQHKOQp3TSgS4

  • เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย – จีน หนุนเศรษฐกิจ

    เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย – จีน หนุนเศรษฐกิจ

    วันนี้ (21 ตุลาคม) ได้มีการจัดพิธีเปิดประเพณีงานเจ เยาวราช ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ที่ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์

    โดยมี ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิดความสัมพันธ์ที่ดี 50 ปี ไทย – จีน

    ธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ประเพณีถือศีลกินเจเป็นประเพณีอันดีงามที่สืบทอดมายาวนาน การสืบทอดวัฒนธรรมและประเพณีนี้จะส่งผลให้เกิดภาพเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการร่วมมือกันของคนในท้องถิ่นและความสามัคคีของหมู่คณะ และถือเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้ทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มาลิ้มรสอาหารที่ดีที่สุดของเยาวราช

    รองปลัดฯ ธนิต ได้เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมรักษาและต่อยอดคุณค่าทางวัฒนธรรมในงานประเพณีถือศีลกินเจเยาวราชที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อัญเชิญมาจากทั่วเยาวราชเพื่อความเป็นสิริมงคล ทำบุญ เสริมบารมี สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยควบคู่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ และเลือกซื้ออาหารเจหลากหลายเมนูที่อร่อย สะอาด ได้มาตรฐาน โดยเชื่อมั่นว่าตลอดช่วง 10 วัน 10 คืน ของงาน (ตั้งแต่วันที่ 20 – 29 ตุลาคม) จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เฟื่องฟูคึกคักทั้งในย่านเยาวราชและในระดับประเทศ

    กิจกรรมไฮไลต์ในการเปิดงานคือ การร่วมกันปรุงสัมพันธ์ผัดหมี่ 50 ปี ไทย – จีน ซึ่งเป็นการผัดหมี่เจกระทะใหญ่โดยคณะผู้บริหารและผู้สนับสนุนงาน ร่วมกับเชฟมืออาชีพจากโรงแรมแกรนด์ ไชน่า แบงคอก เยาวราช โดยใช้วัตถุดิบมงคลหลากหลายชนิด ก่อนจะแจกจ่ายให้ผู้ร่วมงานได้ชิมฟรี จำนวน 1,550 จาน

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดขบวนแห่รถบุปผชาติองค์สมมติพระโพธิสัตว์กวนอิมอย่างอลังการ พร้อมขบวนสิงโต ขบวนจากผู้สนับสนุน ตลอดจนร้านค้าอาหารเจเลิศรสเต็มพื้นที่สองฝั่งถนนเยาวราช และโซนจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจากผู้สนับสนุนการจัดงาน รวมถึงมุมถ่ายรูปและมุมชมแสงไฟจากเยาวราชที่ดีที่สุดในงาน

    การจัดงานประเพณีถือศีลกินเจครั้งสำคัญแห่งปี ประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 นี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและสภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธวงศ์ โดยมีรายงานว่า หลังพิธีเปิด มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมพิธีและจับจ่ายอาหารเจตลอดเส้นทางถนนเยาวราชอย่างเนืองแน่น

    เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 1 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 2 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 3 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 4 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 5 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 6 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 7 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 8 เริ่มแล้วประเพณีงานเจ เยาวราช 2568 ชูสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน หนุนเศรษฐกิจเฟื่องฟู 9

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/yaowarat-vegetarian-festival-50th-anniversary/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R1Te2M-UyRvi3d_H105Ng