Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สงกรานต์อวกาศ กทม.จัดเต็ม สงกรานต์สีลม 3 วันเต็ม

    สงกรานต์อวกาศ กทม.จัดเต็ม สงกรานต์สีลม 3 วันเต็ม

    วันที่ 26 มี.ค. 69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยกล่าวว่า ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร มีการเตรียมจัดงานสงกรานต์ กว่า 80 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และศูนย์การค้า เพื่อกระจายความสุขให้ประชาชนสามารถร่วมกิจกรรมได้อย่างทั่วถึง

    โดยในส่วนของ กทม. มีลานคนเมือง เป็นศูนย์กลางกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม อาทิ การอัญเชิญพระพุทธรูปจำลองให้ประชาชนสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ขณะที่ถนนสีลมเป็นพื้นที่หลักด้านความบันเทิงและการท่องเที่ยว โดยยึด 4 หลักสำคัญ ได้แก่ 1.ด้านวัฒนธรรม สืบสานประเพณีไทย 2.ด้านเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย 3.ด้านสิ่งแวดล้อม ดูแลความสะอาด ลดขยะ และรณรงค์การทิ้งขยะอย่างถูกวิธี 4.ด้านความปลอดภัย คุมเข้มมาตรการดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวในทุกมิติ

    ในปีนี้ กรุงเทพมหานครได้ร่วมมือกับภาคเอกชน ในการร่วมจัดกิจกรรมบนถนนสีลม ซึ่งมาในธีมสงกรานต์อวกาศ เพื่อเพิ่มสีสันและยกระดับการจัดงานให้มีความทันสมัยและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์และการแสดงหลากหลายรูปแบบ โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานด้านความปลอดภัย และภาคเอกชน เพื่อดูแลความเรียบร้อยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ถนนสีลม มีการจัดระเบียบอย่างเข้มงวด กำหนด จุดเข้า-ออก 9 จุด พร้อมระบบคัดกรอง และจัดเตรียม ช่องทางรถฉุกเฉิน รองรับสถานการณ์เร่งด่วน รวมทั้งการติดตั้งจุดบริการประชาชน จุดปฐมพยาบาล และการดูแลระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางและร่วมกิจกรรมได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

    ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือประชาชน งดเล่นแป้ง แต่งกายสุภาพ เคารพสิทธิผู้อื่น ไม่ใช้ความรุนแรง และร่วมกันดูแลความสะอาดของพื้นที่ เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นไปอย่างเรียบร้อย สนุกสนาน และน่าประทับใจสำหรับทุกคน

    “ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมสนุกกับสงกรานต์ถนนสีลม และพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ อย่างสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมไทย พร้อมช่วยกันดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กรุงเทพมหานครในสายตาชาวโลก” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

    :เพจ กรุงเทพมหานคร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69000&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Lgu8iotniVsOp53J1u3Y0

  • ซากอาคาร – เศรษฐกิจ – ชีวิตคน สงครามอิหร่าน ทำลายล้างไปมากแค่ไหน?

    ซากอาคาร – เศรษฐกิจ – ชีวิตคน สงครามอิหร่าน ทำลายล้างไปมากแค่ไหน?

    เหยื่อสงครามที่แท้จริง

    ผลกระทบที่เลวร้ายที่สุด คือชีวิตของผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อการโจมตี ที่ตอนนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากทั้งภูมิภาค รวมกว่า 2,691 ราย โดยเฉพาะในอิหร่าน มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ราว 1,500 ราย และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 18,551 คน

    ขณะที่ยูนิเซฟ รายงานว่า มีเด็กอย่างน้อย 324 คน ที่ต้องสังเวยชีวิตในสงครามครั้งนี้ โดยเป็นเด็กในอิหร่าน 206 คน เด็กในเลบานอน 118 คน เด็กในอิสราเอล 4 คน และในคูเวตอีก 1 คน และหากนับรวมทั้งภูมิภาคจะพบว่ามีเด็กๆ ที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามอีกกว่า 2,100 คน 

    ซากอาคาร - เศรษฐกิจ - ชีวิตคน สงครามอิหร่าน ทำลายล้างไปมากแค่ไหน?

    ความหวัง ‘เจรจาสันติภาพ’

    แม้การโจมตีตอบโต้ระหว่างกันจะยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทั่วโลกก็ลังจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ และอิหร่าน จะเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศเลื่อนการโจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่านที่เคยข่มขู่ไว้ โดยอ้างถึงการหารือระหว่างตัวแทนสองประเทศที่กำลังเป็นไปได้ด้วยดี พร้อมเผยแผน 15 ข้อเพื่อยุติความขัดแย้ง ซึ่งรวมถึงการการรื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร

    อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านได้ปฏิเสธแผนการยุติสงครามของประธานาธิบดีทรัมป์ และให้คำมั่นว่าจะสู้ต่อไปจนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อเรียกร้องของตน ซึ่งรวมถึงการชดเชยค่าเสียหายจากสงครามและการยอมรับอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซด้วย

    ขณะที่มีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังส่งเจ้าหน้าที่ทหารราว 2,000 นาย เพื่อเข้าไปเสริมกำลังในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจนำไปสู่ปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่านที่สวนทางกับความต้องการในการยุติสงครามอย่างสิ้นเชิง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862687&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0O7oGksf6F50ZDaBzzk3cp

  • “ลาล่า”เลิ่กลั่ก ตอบปมสัมพันธ์”ใบเตย-ฟิล์ม”หลังคนจับตา โบ้ยถามเจ้าตัว | TOPNEWS

    “ลาล่า”เลิ่กลั่ก ตอบปมสัมพันธ์”ใบเตย-ฟิล์ม”หลังคนจับตา โบ้ยถามเจ้าตัว | TOPNEWS

    #ใบเตยฟิล์ม #ซัพพอร์ตน้องเสมอ #โบ้ยถามเจ้าตัว #ดารา #นักร้อง #ดราม่า #บันเทิง #คนดัง
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1529068&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3A_SWiK1d9O7-QNE8sy-G4

  • ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกเลิกดูงานต่างประเทศหลังครม.มีมติประหยัดงบประมาณภาครัฐ

    ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกเลิกดูงานต่างประเทศหลังครม.มีมติประหยัดงบประมาณภาครัฐ

    ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกเลิกดูงานต่างประเทศหลังครม.มีมติประหยัดงบประมาณภาครัฐ

    ศาลรัฐธรรมนูญขานรับมติครม.ยกเลิกดูงานอียิปต์จอร์เจีย

    สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางศึกษาดูงานในต่างประเทศของบุคลากรตามหลักสูตรการศึกษาอบรม ประจำปี 2569 โดยมีกำหนดการเดิมที่จะเดินทางไปยังสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม 2569 รวมถึงการเดินทางไปประเทศจอร์เจียและสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ระหว่างวันที่ 14 ถึง 24 พฤษภาคม 2569 การตัดสินใจครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ขอความร่วมมือให้ทุกส่วนราชการงดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศทุกหลักสูตร เพื่อเป็นการลดภาระงบประมาณภาครัฐในสภาวการณ์ปัจจุบันที่ราคาพลังงานและเชื้อเพลิงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายที่จะนำงบประมาณที่เหลือจ่ายดังกล่าวไปจัดสรรใช้ในแผนงานหรือโครงการอื่นที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนตามนโยบายบริหารจัดการงบประมาณอย่างคุ้มค่า

    ยึดหลักประหยัดงบประมาณเพื่อบรรเทาทุกข์ของภาคประชาชน

    เดิมทีสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งภายในและภายนอก โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ด้านหลักนิติธรรม ประชาธิปไตย รวมถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อให้การขับเคลื่อนองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้การบริหารของผู้นำในสังคมประชาธิปไตย ซึ่งโครงการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศถือเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุประสงค์ตามหลักสูตรดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปและมีข้อสั่งการจากฝ่ายบริหารให้คำนึงถึงความคุ้มค่าของเงินภาษีอากร สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจึงให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เม็ดเงินงบประมาณถูกนำไปใช้ในส่วนที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวมในยามวิกฤตพลังงาน โดยการปรับเปลี่ยนแผนงานในครั้งนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของประชาชนเป็นลำดับแรกเหนือภารกิจการศึกษาดูงานที่เคยกำหนดไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปี

    คลังอนุมัติเบิกจ่ายค่าเสียโอกาสกรณีสั่งเลิกเดินทางด่วน

    เพื่อให้การยกเลิกการเดินทางเป็นไปอย่างเรียบร้อยและไม่สร้างภาระผูกพันทางการเงินที่ผิดระเบียบ กระทรวงการคลังได้ออกหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 20 มีนาคม 2569 แจ้งอนุมัติให้หน่วยงานราชการสามารถดำเนินการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในกรณีที่จำเป็นต้องเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศได้ตามระเบียบ ซึ่งครอบคลุมถึงกรณีของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องยกเลิกกำหนดการเดินทางไปยังประเทศอียิปต์ จอร์เจีย และอาเซอร์ไบจานในครั้งนี้ด้วย

    มาตรการนี้ช่วยให้หน่วยงานราชการสามารถบริหารจัดการงบประมาณที่หลงเหลือจากการยกเลิกโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญยืนยันว่าการงดเว้นการเดินทางครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการเรียนรู้หลักตามหลักสูตร เนื่องจากยังคงมีการศึกษาดูงานภายในประเทศและการอบรมในรูปแบบอื่นที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อมุ่งสู่การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างยั่งยืนสืบไป

    ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกเลิกดูงานต่างประเทศหลังครม.มีมติประหยัดงบประมาณภาครัฐ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/domestic/739970&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W2rJxLV9Df84IxfmVfY08

  • สตูลคึกคัก! เปิดเวทีศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 โชว์พลังสร้างสรรค์ สู่ทักษะชีวิตจริง

    สตูลคึกคัก! เปิดเวทีศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 โชว์พลังสร้างสรรค์ สู่ทักษะชีวิตจริง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/137475&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LT01ucDCAy3eeEz5stcAO

  • “ยูดี ทาวน์” ลุ้นคนเที่ยวสงกรานต์ งัดอีเวนต์ดึงศิลปินไทย-เกาหลี กระตุ้นศก.อุดร

    “ยูดี ทาวน์” ลุ้นคนเที่ยวสงกรานต์ งัดอีเวนต์ดึงศิลปินไทย-เกาหลี กระตุ้นศก.อุดร

    “ยูดี ทาวน์” ลุ้นคนเที่ยวสงกรานต์ งัดอีเวนต์ดึงศิลปินไทย-เกาหลี กระตุ้นศก.อุดร

    แรงกระแทกจากนโยบายพลังงานของรัฐกำลังสะเทือนกำลังซื้อและภาคท่องเที่ยวไทย ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกการตรึงราคาน้ำมันดีเซล และปล่อยให้ปรับตามกลไกตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร ในวันที่ 26 มี.ค. 2569 สร้างความกังวลต่อค่าครองชีพและพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนอย่างรวดเร็ว

    ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว ภาคธุรกิจท้องถิ่นในจังหวัดอุดรธานี อย่างกลุ่มธุรกิจยูดี ทาวน์ กำลังจับตาว่าเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์จะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด หลังเตรียมจัดงาน “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026” อีเวนต์ใหญ่ประจำปี หวังดึงนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในภูมิภาค

    อย่างไรก็ตาม สัญญาณเบื้องต้นจากยอดจองที่พักยังคง “ทรงตัวในระดับที่น่าพอใจ” แม้ผู้ประกอบการยอมรับว่าความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและราคาพลังงาน ทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาในการตัดสินใจเดินทางมากขึ้น สะท้อนภาพการฟื้นตัวที่ยังเปราะบางในช่วงเทศกาลนี้

    ธนกร วีรชาติยานุกูล กล่าวว่า จากสถานการณ์ครั้งนี้ คนไทยมักตกใจ เป็นเรื่องปกติ เมื่อมีข่าวเรื่องราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการใช้จ่ายโดยตรง จึงเริ่มเห็นพฤติกรรมการกักตุน ในช่วงแรกที่มีข่าววิกฤตน้ำมันและสงคราม ผู้คนเริ่มมีความกังวลถึงขั้นมีการกักตุนอาหารและของใช้เพราะความไม่แน่นอน

    ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นมองว่าทำให้คนระมัดระวังการเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกที่มีข่าว จะเห็นได้ชัดว่าคนออกจากบ้านน้อยลงในช่วงเย็นเพื่อประหยัดน้ำมัน

    ผลกระทบต่อทราฟฟิกและกลุ่มธุรกิจใน ยูดี ทาวน์

    ธนกร มองว่า ช่วงเวลาที่เกิดผลกระทบ ทราฟฟิกของศูนย์การค้าเริ่มเห็นลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่มีข่าวราคาน้ำมันแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    กลุ่มธุรกิจที่กระทบหนักที่สุด คาดการณ์ว่ากลุ่ม แฟชั่น (Fashion) และความงาม (Beauty) จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากผู้บริโภคจะลดความถี่ในการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยเหล่านี้ลง แต่กลุ่มที่ยังประคองตัวได้ คือ กลุ่ม อาหาร ยังคงไปได้ดี เนื่องจากเป็นปัจจัยพื้นฐานที่คนยังต้องรับประทาน และพฤติกรรมคนอุดรฯ ที่นิยมใช้รถจักรยานยนต์ซึ่งประหยัดน้ำมันมากกว่า ทำให้ยังมีการออกมาทานอาหารนอกบ้านอยู่

    อย่างไรก็ตาม ธนกร เชื่อมั่นว่าแม้คนไทยจะ “ตกใจเก่ง แต่ก็ปรับตัวเก่ง” เช่นกัน หากราคาน้ำมันเริ่มนิ่ง คาดว่าอารมณ์การจับจ่ายจะกลับมา เพียงแต่อาจจะมีการใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลมากขึ้น ไม่ฟุ่มเฟือยเหมือนเมื่อก่อน นอกจากนี้ยังมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่น่ากลัวเท่าช่วงโควิด-19 ซึ่งธุรกิจได้ผ่านมาได้แล้วจึงมั่นใจว่าจะสามารถผ่านวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไปได้ด้วยการปรับตัวตามฐานข้อมูลลูกค้า และการไม่หยุดพัฒนาอีเวนต์ใหม่ๆ

    “ยูดี ทาวน์” ลุ้นคนเที่ยวสงกรานต์ งัดอีเวนต์ดึงศิลปินไทย-เกาหลี กระตุ้นศก.อุดร

    จัดเทศกาลดนตรี กระตุ้นเศรษฐกิจอุดร ช่วงสงกรานต์ 

    ด้าน อภิชา วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด บริหารศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ เปิดเผยว่า เตรียมจัดงาน  “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026” กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์ ในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งงานนี้จัดมากแล้วกว่า 10 ปี ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้ธีม Neon Water: The Power of the Flow สะท้อนพลังของสายน้ำ ความสนุก ความสดใส และการไหลรวมของผู้คนจากหลากหลายที่ ให้มารับความสุขร่วมกันในช่วงสงกรานต์ 

    อีกทั้งยูดีทาวน์ยังคงตั้งใจยกระดับการ จัดงานให้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่สำคัญของภาคอีสาน ด้วยการทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท ในการพัฒนาทั้งโปรดักชัน กิจกรรม ความปลอดภัย ระบบอำนวยความสะดวก 

    อย่างไรก็ตาม ด้วยภาวะเศรษฐกิจไม่สู้ดีนัก ได้มีการปรับลดราคาการเข้างาน เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและสภาวะเศรษฐกิจ ยูดี ทาวน์ ได้ปรับช่วงเวลาให้เข้างานฟรีตั้งแต่ 17.30 – 18.00 น. รวมถึงปรับลดราคาโต๊ะให้ถูกลง โดยเริ่มต้นที่ 1,999 – 4,999 บาท (จากเดิมราคาเคยสูงถึงหลักหมื่น) และคงราคาบัตรโซนด้านหลังไว้ที่ 100 บาท

    ดึงศิลปินทุกเจน ไทย – สากล -เกาหลี 

    ทั้งนี้ ในงานงานจัดเต็ม 4 วัน 4 คืน มีทั้งศิลปินไทย และต่างประเทศ อาทิ ก้อง ห้วยไร่, Retrospect, อ๊อฟ ปองศักดิ์, Tilly Birds, MAIYARAP รวมถึงศิลปินและดีเจสายปาร์ตี้ระดับสากล อย่าง SUN B x MC JASON, BUDDHA, SHOCKKO และอีกมากมาย

    “ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่มีการดึงศิลปินเกาหลีเข้ามา เนื่องจากว่าหากดูเทรนด์แล้ว เกาหลีน่าจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนในพื้นที่มากกว่า เมื่อเทียบกับศิลปินดนตรีแนวเทคโน อาจจะยังไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายในอุดรฯ ขณะที่ดีเจศิลปินระดับสากลก็เทียบเท่ากับงาน Siam Songkran Music Festival”

    อภิชา คาดการณ์จำนวนคนเข้าร่วมงานตลอด 4 วัน ประมาณ 200,000 คน แบ่งเป็นสัดส่วนหลัก นักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 85% และนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 15 % โดยต่างชาติ อาจจะเป็นจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว และอาจมีจีน เกาหลี, และยุโรป ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ เพราะอุดรธานี เป็นจังหวัดที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มาก คาดว่าจะมีเงินสะพัดหมุนเวียนในช่วงงานสงกรานต์ 4 วัน ประมาณ 100 ล้านบาท

    ยอดจองโรงแรมยังขยับขึ้น มองคนชะลอเที่ยว

    ภาสกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาทิพย์ 456 จำกัด ผู้บริหารโรงเเรมโมโค และศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ กล่าวเสริมว่า ในช่วงสงกรานต์มียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดจองมากกว่า 70% และแตะระดับเกือบ 80% แล้ว แม้ว่าขณะนี้ยังไม่เต็ม 100% แต่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ตัวเลขขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ

    หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ยอดจองในปีนี้อาจจะช้ากว่าเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ทำให้คนต้องใช้เวลาในการตัดสินใจเดินทางมากขึ้น แต่ยังถือว่าอยู่ในทิศทางที่ดี โดยลักษณะกลุ่มลูกค้าหลัก ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 80% ส่วนอีก 20% เป็นชาวต่างชาติและชาวลาว

    ภาสกร กล่าวต่อว่า โรงแรมโมโคมีห้องพักทั้งหมด 68 ห้อง แบ่งเป็น 4 ประเภท (Room Types) โดยราคาเริ่มต้นวันธรรมดาอยู่ที่ประมาณ 2,856 บาท และห้องสูท (Sweet) ราคาสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 7,556 – 8,000 บาทในช่วงสงกรานต์ทางโรงแรมไม่ได้เน้นการปรับขึ้นราคา แต่ใช้กลยุทธ์ขายพ่วงแพ็กเกจ ร่วมกับงาน Udon Songkran Festival แทน เช่น มอบส่วนลดพิเศษสำหรับโต๊ะในงานสงกรานต์ (ประมาณ 10-20%) มีบริการรถรับ-ส่งระหว่างโรงแรมและพื้นที่จัดงานเพื่ออำนวยความสะดวก

    อย่างไรก็ตาม เทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 13-16 เมษายน 2569 ณ ลานเดอะแลนด์ (The Land) ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ อุดรธานี ประตูเปิดตั้งแต่เวลา  เวลา 17.30 – 00.00 น. 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/739996&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VuPMOenzlYY8HJRCbtle4

  • ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมันลดลงจากผลกระทบของสงครามในอิหร่าน

    ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมันลดลงจากผลกระทบของสงครามในอิหร่าน

    สงครามในอิหร่านและความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวเยอรมัน ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันและก๊าซจะยังคงสูงต่อไป

    สงครามในอิหร่าน ความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ และความคาดหวังต่อรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวเยอรมันลดลงตามไปด้วย จากรายงานของสถาบันวิจัยตลาด GfK และสถาบันการตัดสินใจทางการตลาดนูเรมเบิร์ก (Nuremberg Institute for Market Decisions: NIM) ที่มาจากการสำรวจผู้บริโภคเยอรมันประมาณ 2,000 คน ระหว่างวันที่ 5-16 มีนาคม 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง 3.2 จุด เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม (-24.8 จุด) มาอยู่ที่ -28.0 จุด ในเดือนเมษายน สงครามในอิหร่านส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อมุมมองทางเศรษฐกิจของผู้บริโภคในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ดัชนีลดลง 11.2 จุด เหลือ -6.9 จุด ซึ่งถือว่าต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 ซึ่งอยู่ที่ -10.3 จุด ผู้บริโภคจำนวนมากแสดงความกังวลอย่างชัดเจนว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีอาจประสบกับความถดถอยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสงครามในอิหร่านยืดเยื้อเป็นเวลานาน

    ตารางแสดงค่าของตัวชี้วัดผู้บริโภคเยอรมัน เดือนมีนาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าและปี 2568

    image.png

    แผนภาพแสดงตัวชี้วัดบรรยากาศผู้บริโภคเยอรมันในช่วงปี 2566-2569

    image.png

    สมาคมการค้าคาดการณ์ยอดขายช่วงเทศกาลอีสเตอร์ลดลงในปีนี้

    สมาคมการค้าคาดการณ์ยอดขายช่วงเทศกาลอีสเตอร์จะลดลงในปีนี้ แม้ว่าสงครามจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายและการออมของชาวเยอรมนีอย่างชัดเจน แต่จากข้อมูลของนักวิจัย พบว่าความคาดหวังด้านรายได้ของผู้บริโภคที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ในระดับที่ดีเนื่องจากข้อตกลงค่าจ้างที่ดีขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้ออันเนื่องมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น กว่าร้อยละ 90 ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดการณ์ว่าสถานการณ์รายได้ในครัวเรือนจะแย่ลงอย่างมาก และเชื่อว่าผลกระทบของสงครามจะทำให้เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทำให้ต้องเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในอิหร่าน

    Mr. Rolf Bürkl ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดผู้บริโภคในเยอรมนีจากสถาบัน NIM ระบุว่า ชาวเยอรมันร้อยละ 60 คาดการณ์ว่าราคาน้ำมัน ก๊าซ และน้ำมันเบนซินจะยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีความกังวลว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีจะประสบกับความถดถอยอย่างรุนแรง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 นอกจากนี้ สมาคมค้าปลีกแห่งเยอรมนีคาดการณ์ว่ายอดขายปลีกในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ปีนี้จะอยู่ที่มูลค่า 2.1 พันล้านยูโร ลดลงร้อยละ 6.5 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 

    สถานการณ์เงินเฟ้อกำลังก่อตัวสูงขึ้นในเยอรมนี

    นับตั้งแต่เริ่มสงครามในอิหร่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ในเยอรมนีได้ออกมาเตือนถึงภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันจะสูงขึ้นก่อน จากนั้นทุกอย่างก็จะค่อยๆ แพงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งได้คาดการณ์ไว้อย่างชัดเจนว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ถึงแม้ว่าราคาสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตยังไม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่สถานการณ์ปัจจุบันอาจทำให้ราคาอาหารเปลี่ยนแปลงในเร็วๆ นี้ 

    สมาคมอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มแห่งสหพันธสาธารณรัฐเยอรมนี (Bundesvereinigung der deutschen Ernährungsindustrie e.V. : BVE) กำลังส่งสัญญาณเตือนว่าบริษัทในอุตสาหกรรมอาหารยังต้องเตรียมรับมือกับราคาบรรจุภัณฑ์และการขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนสินค้าตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ สมาคมผู้ค้าปลีกแห่งเยอรมนี (Handelsverband Deutschland: HDE) ระบุว่า บริษัทค้าปลีกยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในด้านการขนส่งเพราะมีสัญญาระยะยาวกับผู้ให้บริการน้ำมัน หรือกับบริษัทพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ อย่างไรก็ตาม หากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนด้านพลังงาน ยังคงยืดเยื้อเป็นเวลานานและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อาจจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโดยตรง

    ข้อคิดเห็น /ข้อเสนอแนะของ สคต. 

             ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมันที่ลดลงจากความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามในอิหร่าน อาจส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคชาวเยอรมันใช้จ่ายอย่างประหยัดมากขึ้น และมีแนวโน้มเลือกบริโภคสินค้า House Brand หรือสินค้าที่เป็นแบรนด์ของร้านค้าที่มีราคาถูกกว่าสินค้าแบรนด์ปกติเพิ่มขึ้น เพื่อความคุ้มค่า คุ้มราคา ผู้ส่งออกไทยควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ปรับกลยุทธ์ของบริษัทให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน อีกทั้ง อาจพิจารณาในการผลิตสินค้า OEM สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต และลดขนาดบรรจุภัณฑ์ให้มีราคาประหยัดมากขึ้น

    *******************************************************************

    ที่มา 

    Nuremberg Institute for Market Decisions

    Tagesschau

    Photo by Tara Clark on Unsplash

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/i6xataxgkdt5fzq87jubokmz&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hbpUhIrORi9bGXwEjpETv

  • กาฬสินธุ์ เปิดงาน OTOP ภูมิภาค รวมสุดยอดผลิตภัณฑ์กระตุ้นเศรษฐกิจ คาดเงินสะพัด20ล้าน | เดลินิวส์

    กาฬสินธุ์ เปิดงาน OTOP ภูมิภาค รวมสุดยอดผลิตภัณฑ์กระตุ้นเศรษฐกิจ คาดเงินสะพัด20ล้าน | เดลินิวส์

    ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ (หลังเก่า) นายสุวรรธณ์  เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  เป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP ภูมิภาค  ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 25 – 31 มีนาคม 2569 รวม 7 วัน ซึ่งดำเนินการภายใต้แนวคิด “สีสันท้องถิ่นเรา เรื่องเล่าจากภูมิปัญญา” โดยมีนายผดุงศักดิ์  อิ่มเอิบ  รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายอุทัย  สิงห์ทอง  พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เครือข่าย OTOP ร่วมพิธีเปิด และมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าทั้งสิ้น จำนวน 300 บูท

    ทั้งนี้กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 1 – 5 ดาว จำนวน 260 บูท และอาหารชวนชิม 40 บูท การสาธิตกระบวนการนำทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้า OTOP จำนวน 4 ราย  และกิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการแสดงมินิคอนเสิร์ตของศิลปินดารา นักร้อง เพื่อเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนมาร่วมกันอุดหนุนสินค้า OTOP ตลอดจนประชาสัมพันธ์การจัดงาน OTOP ภูมิภาค ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น คาดว่าจะมียอดจำหน่ายสินค้าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ทำให้เกิดการหมุนเวียนของระบบการเงินที่จำหน่ายสินค้าดังกล่าว เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างอาชีพให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทย

    นายอุทัย กล่าวว่า  การจัดงาน OTOP ภูมิภาค จังหวัดกาฬสินธุ์  มีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้า OTOP ตลอดจนเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และเพิ่มศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้ได้มีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะด้านการบริหารจัดการและการตลาด

    ด้านนายสุวรรธณ์ กล่าวว่า  โครงการ OTOP ภูมิภาค เป็นโครงการหนึ่งที่ช่วยในการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้า OTOP นอกจากนี้โครงการนี้ยังทำให้ประชาชนในจังหวัดพื้นที่ดำเนินการ ได้เรียนรู้รูปแบบผลิตภัณฑ์ OTOP ของภูมิภาคอื่น เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ของตนเองให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้นเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลได้ในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5722529/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39dgYQD8KlFECMOUYEStfY

  • “อนุทิน” เรียกถกด่วน! ครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษ แก้วิกฤตพลังงาน

    “อนุทิน” เรียกถกด่วน! ครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษ แก้วิกฤตพลังงาน

    “อนุทิน” เรียกถกด่วน! ครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษ แก้วิกฤตพลังงาน

    “อนุทิน” เรียกถกด่วน! ครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษ แก้วิกฤตพลังงาน หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร

    เมื่อเวลา 10.11 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยวันเดียวกันนี้นายอนุทิน ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ยี่ห้อ BYD รุ่น byd sealion 7 สีเทาเข้ม ป้ายแดง ทะเบียน ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร มาทำงานเป็นวันที่ 2

    โดยเวลา 11.00 น. นายอนุทิน เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจนัดพิเศษ ที่ห้องสีเขียว  ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อถกแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง และหลังจากมีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร

    ผู้สื่อข่าว
    “อนุทิน” เรียกถกด่วน! ครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษ แก้วิกฤตพลังงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/271777&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uEkZ5ExUBGwGXgNdD8POB

  • ‘ธรรมศาสตร์’ เปิดนิทรรศการ ‘SDGs เพื่อประชาชน’ ดัน 31 นวัตกรรมสุขศาสตร์สู่ใช้งานจริง หนุนประเทศบรรลุ SDGs – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ‘ธรรมศาสตร์’ เปิดนิทรรศการ ‘SDGs เพื่อประชาชน’ ดัน 31 นวัตกรรมสุขศาสตร์สู่ใช้งานจริง หนุนประเทศบรรลุ SDGs – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดนิทรรศการ SDGs เพื่อประชาชน ครั้งที่ 3 ยกทัพ 31 งานวิจัย-นวัตกรรม สายสุขศาสตร์ออกสู่สังคม หนุนเสริมการพัฒนาประเทศ

         มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดพิธีเปิด “นิทรรศการหมุนเวียนภายใต้แนวคิด SDGs เพื่อประชาชนครั้งที่ 3 สายสุขศาสตร์” ณ ห้องปฏิบัติการ SDG Lab อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 เพื่อจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมตามแนวคิดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ทั้งหมด 31 ชิ้นงาน โดยผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมได้ตั้งแต่วันนี้ – เดือน ก.ค. 2569

         สำหรับงานนิทรรศการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 5 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพ (Herbal & Health Products) “ยกระดับสมุนไพรไทยสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตสมัยใหม่” โซนที่ 2 เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์อัจฉริยะ (MedTech & Smart Devices) “นวัตกรรมอุปกรณ์การแพทย์แม่นยำเพื่อการวินิจฉัย ฟื้นฟู และอำนวยความสะดวก”

         โซนที่ 3 แพลตฟอร์มดิจิทัลและสื่อการเรียนรู้ (Digital Health & Education Platforms) “เชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัลสู่การบริการสุขภาพและการเรียนรู้ที่เข้าถึงง่าย” โซนที่ 4 การดูแลทางคลินิกและสุขภาวะสังคม (Clinical Care & Social Well-being) “ยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาควบคู่ความเข้าใจมิติทางสังคมและจิตใจ” และโซนที่ 5 สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environment & Sustainability) “ขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะอย่างยั่งยืน”

         รศ. ดร.ธีร เจียศิริพงษ์สกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต มธ. กล่าวว่า เป้าหมายของการจัดนิทรรศการ SDGs เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ประชาชนตระหนักรู้เรื่อง SDGs และเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง SDGs กับสิ่งรอบตัว ทั้งการศึกษาวิจัย การคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และยังเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชน นำสิ่งเหล่านี้ไปต่อยอดต่อไป ไม่ว่าในเชิงพาณิชย์ หรือในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ ควบคู่ไปกับหนุนเสริมให้ไทยบรรลุ SDGs ให้ได้ในปี 2573 ตามกรอบเวลาที่องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องบรรลุ SDGs

         รศ. ดร.ธีร กล่าวต่อไปว่า นิทรรศการที่ มธ. จัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นผลงานจากหน่วยงาน คณะ สาขาในสายสุขศาสตร์ ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดี เนื่องจากเทรนด์โลกในปัจจุบันกำลังมุ่งไปสู่การมีสุขภาวะ และความเป็นอยู่ที่ดี (Well Being) ผลงานและนวัตกรรมหลายชิ้นน่าจะเป็นที่สนใจของใครหลายคน เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสุขภาพโคล่าจากอินทผลัม ซึ่งเป็นโคล่าสุขภาพจากอินทผลัมรายแรกในไทย, ยูริเซีย: โซลูชันอัจฉริยะสำหรับการวัดกรดยูริก, ระบบรายงานผลการตรวจสุขภาพออนไลน์ของศูนย์บริการสุขภาพ คณะสหเวชศาสตร์ มธ., นวัตกรรมการนวดมดลูกแบบไม่รุกล้ำโดยพยาบาลผดุงครรภ์ในการป้องกันการตกเลือดหลังคลอด, โอสถโดมต้นแบบร้านยาที่ครอบคลุมงานด้านเภสัชกรรมหลากหลายมิติ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน ฯลฯ

         “นวัตกรรมเหล่านี้ไม่ได้ใช้เพียงแค่ในประเทศ แต่บางชิ้นมีศักยภาพไปถึงระดับโลกได้ อย่างยูริเซีย โซลูชันอัจฉริยะสำหรับการวัดกรดยูริก ก็ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการคิดค้นนวัตกรรมการตรวจวัดกรดยูริกในลักษณะนี้ และจะช่วยยกระดับวิธีการดูแลรักษาได้อย่างมาก ซึ่งหากผลักดันไปสู่จุดนั้นได้ก็จะช่วยสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกจำนวนมาก เพราะตลาดนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ของโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์ไว้ว่าในปี 2570 จะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 25-26 ล้านล้านบาท” รศ. ดร.ธีร ระบุ

         ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หลังจากจบนิทรรศการ SDGs ครั้งที่ 4 ซึ่งจะจัดขึ้นช่วง ก.ค. 2569 จะมีการพิจารณาจัดนิทรรศการนี้ต่อไปแต่อาจจะปรับรูปแบบโดยให้ธีมหลักสอดรับกับสถานการณ์ด้านนวัตกรรม หรือวิกฤตโลกด้วย เช่น สถานการณ์ด้านวิกฤตพลังงานที่อาจจะมีนำนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนมาโชว์ ฯลฯ เพื่อผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์ต่อการรับมือสถานการณ์ต่างๆ ให้ถูกนำไปใช้จริงได้ตั้งแต่ในระดับบุคคลไปจนถึงระดับนโยบาย เพราะนอกจากจะทำให้งานวิจัยและนวัตกรรมเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่บนหิ้ง รวมถึงขับเคลื่อน SDGs ไปในตัวแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ในประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงในด้านต่าง ๆ และลดพึ่งพาจากต่างประเทศ

         ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนให้ประเทศบรรลุ SDGs ให้ได้ภายในอีก 4 ปีข้างหน้า หรือ ปี 2573 นั้นไม่ใช่เรื่องที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทำอยู่ฝ่ายเดียวได้ แต่ทุกคนต้องมาช่วยกัน ซึ่งธรรมศาสตร์ในฐานะสถาบันการศึกษาที่บทบาทในการผลิตองค์ความรู้และวิชาการก็จะร่วมสนับสนุนในด้านองค์ความรู้เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นให้กับทุกภาคส่วนได้รับรู้ เข้าใจความสำคัญ และนำเรื่อง SDGs ไปใช้ต่อให้มากขึ้น เพื่อให้ทุกองคาพยพขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tu.ac.th/tu02260369/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3580aS-ZgofI_-P2UIXHal