Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคเหนือ สร้างปรากฏการณ์ยกหมู่บ้านล้านนามาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ภายใต้คอนเซปต์ “Season of North 2026 : สุขทันที…ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเหนือระดับที่จับต้องได้จริงและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
     

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    นายขจรเดช อภิชาติตรากุล ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญในการนำเสนอภาคเหนือ โดยเน้นการตีความอัตลักษณ์ล้านนาใหม่ในรูปแบบร่วมสมัยแต่ยังคงจิตวิญญาณเดิมไว้ โดยไฮไลต์สำคัญคือการนำเสนอ “น่าน” เมืองที่ได้รับการยกย่องเป็นเมืองสร้างสรรค์จาก UNESCO มาถ่ายทอดผ่านประสบการณ์เสมือนจริง (Immersive Experience)

    “เราคัดสรรเรื่องราวที่สะท้อนชีวิตจริงของภาคเหนือ นำเสนอให้เข้าถึงง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน โดยมีแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง ‘ปู่ม่าน-ย่าม่าน’ รูปจำลองขนาดใหญ่จากวัดภูมินทร์ และหัวเรือไม้แกะสลักที่สะท้อนภูมิปัญญาชุมชน เพื่อดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวอยากออกไปสัมผัสประสบการณ์จริงในพื้นที่” นายขจรเดช กล่าว

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    กลยุทธ์ 5 โซนประสบการณ์: กิน-ช้อป-เที่ยว-มู-เวิร์กชอป

    ททท. ได้ออกแบบพื้นที่หมู่บ้านภาคเหนือให้เป็นระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ครบวงจร ประกอบด้วย 5 โซนหลัก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างรอบด้าน:

    โซนอิ่มใจ (Must Taste): ยกระดับอาหารพื้นถิ่นสู่ระดับกูร์เมต์ เช่น ข้าวซอยลำดวน ฟ้าฮ่าม ดีกรีมิชลินไกด์

    โซนชื่นใจ (Café & Craft Drink): เจาะกลุ่มคนรักกาแฟและเครื่องดื่มคราฟต์จากแหล่งผลิตคุณภาพสูง

    โซนซื้อใจ (Must Buy): จำหน่ายงานหัตถศิลป์ล้านนา อาทิ เครื่องทองสุโขทัยและเครื่องเงินน่าน

    โซนสุขใจ (Spiritual & Belief): พื้นที่สำหรับสายมูและกิจกรรมเสริมสิริมงคล

    โซนเพลินใจ (Workshop & Experience): พื้นที่ลงมือทำหัตถกรรมล้านนาและลองสวมชุดพื้นเมือง ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. กล่าวปิดท้ายว่า “ความสุขแบบ Season of North จะทำให้ทุกคนตกหลุมรักภาคเหนือในทุกฤดู โดยเรามุ่งหวังให้งานนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของจริงในพื้นที่ เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ

    สัมผัสเสน่ห์ล้านนามิติใหม่ได้ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ตั้งแต่วันนี้ – 29 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 1–4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    ททท. ปั้นปู่ม่านย่าม่านแลนด์มาร์กกลางกรุง ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์เหนือ  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/740066&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0x1P1Cc0MbKTGfXh6ySuW2

  • ‘ทส.’ลงพื้นที่เกาะสีชังติดตามโครงการตามแนวพระราชดำริ ชูอนุรักษ์ ‘กระรอกขาว’ดึงดูดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ | เดลินิวส์

    ‘ทส.’ลงพื้นที่เกาะสีชังติดตามโครงการตามแนวพระราชดำริ ชูอนุรักษ์ ‘กระรอกขาว’ดึงดูดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 27 มี.ค.นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พร้อมด้วยนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ  และคณะผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ ในโอกาสที่ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมคณะ เดินทางมาติดตามการดำเนินงานพร้อมทั้งตรวจเยี่ยมจุดดำเนินงานสำคัญ อาทิ จุดติดตั้งรูปปั้นกระรอกขาวบริเวณหาดท้ายทิม และพื้นที่พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเกาะสีชังแบบบูรณาการในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำอุปโภคบริโภค พลังงานไฟฟ้า เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เกาะสีเขียว“ ต้นแบบของการพัฒนาที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างสมดุลและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นลำดับสำคัญ

    การลงพื้นในครั้งนี้ คณะได้ประชุมรับฟังรายงานความก้าวหน้าการพัฒนา ณ ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกาะสีชัง โดยนางรวีวรรณพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความก้าวหน้าด้านการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีการเพิ่มความจุและเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำพร้อมพัฒนาระบบรวบรวมน้ำ เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่  ด้านการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังการกำจัดยังไม่เพียงพอ ทำให้เกิดขยะตกค้างสะสม โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งแก้ไข ทั้งการส่งเสริมการคัดแยกขยะต้นทาง การเพิ่มประสิทธิภาพเตาเผาเดิม และเตรียมจัดหาเตาเผาขยะเพิ่มเติม ผ่านกองทุนสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรีไซเคิล

    สำหรับด้านการท่องเที่ยว ได้ดำเนิน “โครงการอนุรักษ์พันธุ์กระรอกขาวเกาะสีชัง” ซึ่งเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นที่มีลักษณะเด่นสีขาวงาช้าง โดยผลสำรวจล่าสุดพบไม่น้อยกว่า 176 ตัว สะท้อนความสำเร็จของการอนุรักษ์ร่วมกับชุมชน นอกจากนี้ ยังได้จัดทำสื่อความหมาย ติดตั้งป้ายให้ความรู้ 6 จุด และสร้างรูปปั้นกระรอกขาว 2 จุด เพื่อเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ขณะเดียวกัน การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในพื้นที่ได้มีเพาะชำกล้าไม้กว่า 3,000 ต้น เช่น ไทรใบเล็กและมะขามป้อม เตรียมปลูกในช่วงฤดูฝน รวมถึงใช้เทคโนโลยีโดรนโปรยเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่กว่า 200 ไร่ และส่งเสริมกิจกรรมมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว เช่น จุดยิงเมล็ดพันธุ์ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนเกาะ ซึ่งจากการติดตามผล พบว่าบางพื้นที่มีอัตราการรอดของต้นไม้ต่ำ จากสภาพอากาศแห้งแล้งและขาดแคลนน้ำ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมต่อไป

    ทั้งนี้ นายสุชาติ กล่าวยืนยันพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเกาะสีชังให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาที่สมดุล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5726481/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0h-HC1v9zYeie-N8TWaAil

  • ราศีมีน! การงานรุ่ง รายได้ดี เงินทองใช้เพื่อการศึกษาและบ้าน ระวังอุบัติเหตุ การเดินทาง

    ราศีมีน! การงานรุ่ง รายได้ดี เงินทองใช้เพื่อการศึกษาและบ้าน ระวังอุบัติเหตุ การเดินทาง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/horoscope/137357&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QO-8Sn5qyRtVgTV8xs-F9

  • SCBX Group แต่งตั้ง

    SCBX Group แต่งตั้ง

    กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX) ประกาศแต่งตั้ง คุณจิมมี่ ฟาน (Jimmy Fan) ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) คนใหม่ มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นส่วนหนึ่งของแผน Succession Planning เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจการเงินดิจิทัลภายใต้กลุ่ม

    จิมมี่ ฟาน คือใคร?

    คุณจิมมี่ ฟาน เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์โดดเด่นในสายฟินเทค ธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล และการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มันนิกซ์ (MONIX) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่ม SCBX และ Abakus Group จากประเทศจีนตั้งแต่ปี 2563

    โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแพลตฟอร์ม FINNIX แอปฯ สินเชื่อดิจิทัลที่ใช้ AI และ Machine Learning ให้บริการสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่ม Unbanked Customer ที่เข้าไม่ถึงบริการการเงินแบบดั้งเดิม

    ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษา MBA จาก University of Chicago Booth School of Business และเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้บริหารที่มีความรอบรู้ด้านธุรกิจ การดำเนินงาน และการวิเคราะห์เชิงเทคนิค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

    คุณอาทิตย์ นันทวิทยา CEO ของ SCBX กล่าวว่า การแต่งตั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของคุณจิมมี่ โดย CardX เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลของกลุ่มฯ ซึ่งต้องอาศัยการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และนวัตกรรมที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

    คุณจิมมี่มีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการประเมินเครดิต การบริหารพอร์ตสินเชื่อ และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การนำพา MONIX เติบโตอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับความสามารถในการสร้างผลกำไรและรักษาคุณภาพสินทรัพย์ สะท้อนถึงความเหมาะสมอย่างยิ่งในการเข้ามาขับเคลื่อน CardX ในระยะต่อไป ผมเชื่อมั่นว่าคุณจิมมี่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ CardX และเร่งการเติบโตของธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ได้ตามแผนที่วางไว้ 

    คุณอาทิตย์ กล่าวเสริม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/news/scbx-group-appoints-jimmy-fan-new-ceo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0PKdFc0-4UdCb7sZttRgtu

  • ค่าเทอม “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาปี 2569 ต้องจ่ายเท่าไร

    ค่าเทอม “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาปี 2569 ต้องจ่ายเท่าไร

    เปิดค่าเทอม “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าบริการ สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ขึ้นทะเบียนปีการศึกษา 2569 แต่ละคณะ ต้องจ่ายเท่าไร

    ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับช่วงเวลาของการยื่นคะแนนสมัครรอบ 3 แอดมิชชัน ของน้องๆ “Dek69” ที่กำลังวางแผนศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ซึ่งระบบ TCAS69 จะมีกำหนดการเปิดสมัครตั้งแต่วันที่ 6-12 พฤษภาคม 2569 นี้ 

    เชื่อว่าหลายคนก็คงจะมีมหาวิทยาลัยที่ตนเองชื่นชอบ หรือหมายปองจะเข้าศึกษาต่อกันแล้ว ซึ่ง “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็อาจเป็นหนึ่งตัวเลือกที่หลายคนใฝ่ฝัน เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยยอดนิยม ติดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำอยู่เสมอ สำหรับใครที่สนใจอยากจะเข้าศึกษาต่อทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” จะพาไปดูกันว่า แต่ละคณะที่เปิดสอน มีการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาปี 2569 และค่าบริการต่างๆ ไว้ประมาณเท่าไรบ้าง

    ค่าเทอม “มหาธรรมศาสตร์” ปีการศึกษา 2569

    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ประกาศ อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียม และค่าบริการ สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ในปีการศึกษา 2569 พ.ศ. 2568  กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาแบบเหมาจ่าย ต่อภาคการศึกษา ดังต่อไปนี้ 

    1. คณะนิติศาสตร์ (รังสิต) : 18,000 บาท

    2. คณะนิติศาสตร์ (ลำปาง) : 18,800 บาท

    3. คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี : 18,000 บาท

    4. คณะรัฐศาสตร์ : 16,300 บาท

    5. คณะเศรษฐศาสตร์ : 18,000 บาท

    6. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (รังสิต) : 14,900 บาท

    7. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (ลำปาง) : 18,800 บาท

    8. คณะศิลปศาสตร์ : 16,200 บาท

    9. คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน : 16,000 บาท

    10. คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา : 14,200 บาท

    11 คณะศิลปกรรมศาสตร์ (รังสิต) : 19,000 บาท

    12. คณะศิลปกรรมศาสตร์ (ลำปาง) : 22,100 บาท

    13. คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ : 17,300 บาท

    14. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (รังสิต) : 18,700 บาท

    15. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ลำปาง) : 22,300 บาท

    16. คณะวิศวกรรมศาสตร์ : 19,700 บาท

    17. คณะแพทยศาสตร์  : 28,500 บาท

    18. คณะแพทยศาสตร์ (แผนไทย)  : 20,900 บาท

    19. คณะสหเวชศาสตร์  : 25,000 บาท

    20. คณะพยาบาลศาสตร์  : 26,500 บาท

    21. คณะสาธารณสุขศาสตร์ (รังสิต)  : 22,300 บาท

    22. คณะสาธารณสุขศาสตร์ (ลำปาง) : 22,300 บาท

    23. คณะทันตแพทยศาสตร์ : 50,000 บาท

    24. คณะเภสัชศาสตร์ : 52,000 บาท

    25. วิทยาลัยสหวิทยาการ (ลำปาง) : 19,000 บาท

    ทั้งนี้ ให้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาเหมาจ่ายแบบภาคฤดูร้อน ดังต่อไปนี้

    • (1) สำหรับนักศึกษาซึ่งจดทะเบียนเรียนไม่เกิน 3 หน่วยกิต 1,990 บาท
    • (2) สำหรับนักศึกษาซึ่งจดทะเบียนเรียนเกิน 3 หน่วยกิต 4,590 บาท

    ให้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่จดทะเบียนเรียนครบตามระยะเวลาของหลักสูตรแล้วแต่ยังไม่สำเร็จการศึกษาแบบเหมาจ่าย ดังต่อไปนี้

    • (1) ภาคการศึกษา ภาคละ 7,890 บาท
    • (2) ภาคฤดูร้อน ภาคละ 260 บาท

    *ในกรณีเป็นนักศึกษาที่ไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ ให้ชำระค่าบำรุงมหาวิทยาลัยเพิ่มจากค่าธรรมเนียมการศึกษาแบบเหมาจ่ายตามอัตรา ดังต่อไปนี้

    • (1) ภาคการศึกษา ภาคละ 9,913 บาท
    • (2) ภาคฤดูร้อน ภาคละ 4,956 บาท

    ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ

    1. ค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพนักศึกษากรณีลาพักการศึกษาให้เรียกเก็บต่อภาคการศึกษาภาคละ 300 บาท ยกเว้นภาคฤดูร้อนไม่จัดเก็บ

    2. ค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพนักศึกษากรณีถูกลงโทษให้พักการศึกษา ภาคละ 1,200 บาท

    3. เบี้ยปรับกรณีจดทะเบียนล่าช้า ให้เรียกเก็บต่อวัน วันละ 45 บาท โดยเรียกเก็บจากนักศึกษาในวันที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้มีการจดทะเบียนล่าช้าเป็นวันแรกจนถึงวันที่นักศึกษายืนยันการจดทะเบียนล่าช้าจนเสร็จสิ้น ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะไม่คิดเบี้ยปรับในวันที่มิได้จัดให้มีบริการการจดทะเบียนและชำระเงิน

    สำหรับค่าบริการประกันอุบัติเหตุ ให้เรียกเก็บต่อปีการศึกษา ปีละ 150 บาท โดยเรียกเก็บจากนักศึกษาตั้งแต่ภาคการศึกษาที่หนึ่งของแต่ละปีการศึกษา เว้นแต่นักศึกษาได้รักษาสถานภาพนักศึกษาในภาคการศึกษาที่หนึ่ง ให้เรียกเก็บในภาคการศึกษาที่สอง ส่วนค่าบริการใบรับรองผลการศึกษา ฉบับละ 50 บาท

    อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูล และอ่านรายละเอียดอื่น เพิ่มเติมได้ที่นี่ (คลิก)

    (ติดตามข่าว ในแวดวงการศึกษา ทั้งหมดที่นี่)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2922994&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23IvAmxmHbQ_iTrceG7Dpq

  • SCB EIC หั่น ‘GDP’ เหลือ 1.4% ชี้นโยบายตรึงน้ำมันเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจระยะยาว

    SCB EIC หั่น ‘GDP’ เหลือ 1.4% ชี้นโยบายตรึงน้ำมันเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจระยะยาว

    SCB EIC หั่น ‘GDP’ เหลือ 1.4% ชี้นโยบายตรึงน้ำมันเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจระยะยาว

    ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า รัฐบาลควรเลิกใช้วิธีกำหนดเพดานแบบเดิมๆ โดยควรเปลี่ยนวิธีอุดหนุนเป็นการกำหนดวงเงินชดเชยต่อลิตรแทน 

    โดยแทนที่รัฐบาลจะตรึงราคาขายหน้าปั๊มให้อยู่ที่ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งตลอดเวลา ควรเปลี่ยนมากำหนดว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะชดเชยให้ลิตรละเท่าไรในจำนวนที่กองทุนฯ ยังสามารถบริหารจัดการและรับภาระไหว

    ซึ่งฐานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันที่ติดลบอย่างหนักอาจเป็นตัวบีบบังคับให้รัฐบาลต้องตัดสินใจปรับขึ้นราคาอีกในอนาคต อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาควรปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันการเกิดภาวะช็อกและผลกระทบทางจิตวิทยาต่อการบริโภคอย่างรุนแรง

    สำหรับประมาณการการเติบโตของ GDP ที่ระดับ 1.4% ถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสำนักอื่น โดยตัวเลขดังกล่าวก็ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำ (downside risk) ไม่ว่าจะเป็น ราคาน้ำมันโลกที่อาจสูงมากกว่าหรือนานกว่าประมาณการฐาน รวมไปถึงปัญหาการจัดการราคาน้ำมันในประเทศ หรือจะกล่าวก็คือ การลอยตัวแบบกระชากที่เร็ว แรง และบ่อยๆ จะกระทบเศรษฐกิจมากกว่าการค่อยๆ ปรับขึ้น

    “ล่าสุด SCB EIC ‘ปรับลด’ ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.4% ในกรณีฐาน (Base case) ซึ่งลดลงจากเดิมประมาณการเดิมที่ 1.8% ที่เคยประเมินไว้ในช่วงก่อนสงคราม”

    ดร.ยรรยงยังเปรียบเทียบการตรึงราคาน้ำมันกับ ‘วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540’ ที่ไทยพยายามตรึงค่าเงินบาทอย่างหนัก ก่อนจะต้องประกาศลอยตัวในที่สุด

    หากรัฐยังอุดหนุนไปเรื่อยๆ โดยไม่ยอมถอย เมื่อถึงจุดที่รับภาระไม่ไหวและถูกบังคับให้ปล่อยลอยตัว จะส่งผลให้ต้องปรับราคาขึ้นทีละมากๆ เช่น กระโดดขึ้นทีละ 6 บาท ซึ่งจะสร้างผลกระทบหนักกว่าการค่อยๆ ทยอยปล่อยขึ้นทีละ 1-2 บาท

    “การอุดหนุนราคาน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซล ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ไทยมีการใช้น้ำมันดีเซลสูงมาก เนื่องจากการกดราคาให้ต่ำทำให้คนไม่เกิดแรงจูงใจในการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ คนที่ได้รับประโยชน์จากการอุดหนุนราคาแบบหน้ากระดานมากที่สุด กลับกลายเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้สูง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/655132&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vYj-kJ-r9lhUUpgICRa17

  • วันหยุดนี้ ไปเช็คอิน กับ ดอกบัว เทรนด์ใหม่ Gen Z ปลุกเศรษฐกิจ SME

    วันหยุดนี้ ไปเช็คอิน กับ ดอกบัว เทรนด์ใหม่ Gen Z ปลุกเศรษฐกิจ SME

    เทรนด์ “ดอกบัว” จากดอกไม้บูชาพระสู่ไอเทมแฟชั่นสุดชิค: เมื่อ Gen Z ปลุกกระแสซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้เป็นไวรัลทั่วประเทศ

    จากกระแสการท่องเที่ยวตามรอยวัฒนธรรมไทยอย่าง “นุ่งยีนส์ห่มสไบ” ที่เคยฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง วันนี้กลุ่ม Gen Z ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเปลี่ยน “ดอกบัว” ที่เดิมทีถูกจดจำในฐานะดอกไม้สำหรับไหว้พระอันเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความศรัทธา ให้กลายเป็น ไอเทมแฟชั่นสุดไวบ์ (Vibe) ที่กำลังมาแรงบนแพลตฟอร์ม TikTok และโซเชียลมีเดีย

    จุดเริ่มต้นของกระแสนี้คาดว่ามาจากผู้ใช้งานเอ็กซ์ (Twitter) บัญชี “เอโคโอเค” ที่โพสต์ภาพดอกบัวในแจกันพร้อมระบุถึงความสวยงามในราคาที่ย่อมเยาเพียงช่อละ 30-40 บาท

    จนเกิดเป็นกระแสบอกต่อว่า ดอกไม้ไทยก็สวยงามและนำมาตกแต่งได้ทุกสไตล์ ไม่แพ้ดอกไม้นอกอย่างกุหลาบหรือทิวลิป

    วันหยุดนี้ ไปเช็คอิน กับ ดอกบัว เทรนด์ใหม่ Gen Z ปลุกเศรษฐกิจ SME ซ้อก้าด

    ยิ่งเมื่อเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง ซ้อก้าด, เนสตี้ และฟาอัล หยิบมาทำคอนเทนต์ร่วมกับเพลง “ดั่งฝันฉันใด” ของวง Klear ก็ยิ่งทำให้เทรนด์นี้กลายเป็นไวรัลที่ใครก็อยากทำตาม

    การขยายตัวของโลเคชั่น

    จากปากคลองตลาดสู่จุดเช็กอินทั่วประเทศ ความแรงของเทรนด์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ “ปากคลองตลาด” หรือ “สะพานพุทธ” ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่กำลังขยายวงกว้างไปยังแหล่งท่องเที่ยวและตลาดดอกไม้ในต่างจังหวัด เช่น

    พระนครศรีอยุธยา: วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร, ตลาดเจ้าพรหม และวัดพระราม

    เชียงใหม่: กาดหลวง (ตลาดวโรรส)

    สุราษฎร์ธานี: ตลาดสดริมน้ำตาปี

    ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียขับเคลื่อนวัฒนธรรมไทยให้ดูร่วมสมัยและเข้าถึงง่ายขึ้น (Soft Power) โดยก้าวข้ามกรอบความเชื่อเดิมๆ

    วิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจจากกระแส “ดอกบัวฟีเวอร์”

    เทรนด์นี้ไม่ได้สร้างแค่ยอดไลก์ แต่เป็น โอกาสทองของผู้ประกอบการ ในการปรับตัวเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้า Gen Z ดังนี้

    ธุรกิจร้านดอกไม้: นอกจากการจำหน่ายดอกบัวแบบเดิม พ่อค้าแม่ค้าสามารถเพิ่มมูลค่าด้วยการ “จัดช่อพับกลีบให้สวยงาม” หรือจำหน่ายเป็นเซ็ตสำหรับให้นำไปพับเอง ซึ่งตอบโจทย์ Gen Z ที่มองว่าการพับดอกบัวช่วยฝึกสมาธิและทำให้จิตใจสงบ

    ธุรกิจคาเฟ่และร้านอาหาร: สามารถนำดอกบัวมาใช้เป็น องค์ประกอบในการตกแต่งร้าน (Photo Spot) หรือจัดทำเมนูเครื่องดื่มและขนมที่มีดอกบัวเป็นส่วนประกอบ เพื่อสร้างจุดเด่นให้ลูกค้าเข้ามาทำคอนเทนต์

    ธุรกิจแฟชั่นและเสื้อผ้า: แบรนด์สามารถออกแบบชุดที่ แมตช์กับสีชมพูละมุนของดอกบัว หรือจัดทำแคมเปญถ่ายภาพสินค้าโดยใช้ดอกบัวเป็นพร็อพ เพื่อสื่อสารถึงความทันสมัยที่ผสมผสานความเป็นไทย

    ธุรกิจท่องเที่ยวและท้องถิ่น: แหล่งท่องเที่ยวในต่างจังหวัดที่มีนาบัวหรืออยู่ใกล้ตลาดดอกไม้ สามารถจัดกิจกรรมหรือมุมถ่ายรูปที่ล้อไปกับเทรนด์นี้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเช็กอินในพื้นที่มากขึ้น

    การที่ดอกบัวกลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่ “ราคาคุ้มและถูก” ทำให้เข้าถึงคนได้ทุกกลุ่ม ซึ่งหากผู้ประกอบการสามารถหยิบจับกระแสนี้มาปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว จะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าในช่วงที่วัฒนธรรมไทยกำลังอยู่ในกระแสความสนใจของคนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืน

    ข้อมูลประกอบhttps://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_324232

    ขอบคุณภาพจากhttps://www.facebook.com/photo?fbid=922585750644175&set=pcb.922587517310665

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/740068&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bUmVNERX0g-z2Y7L_jP16

  • ภูเก็ตพลิกเกม! จากเมืองท่องเที่ยว สู่ฮับลงทุนลักชัวรีโลก

    ภูเก็ตพลิกเกม! จากเมืองท่องเที่ยว สู่ฮับลงทุนลักชัวรีโลก

    เมื่อ “ภูเก็ต” ไม่ได้เป็นแค่ปลายทางของนักท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องจักรสร้างผลตอบแทน” ของนักลงทุนอสังหาฯลักชัวรีระดับโลก

    ภาพจำของภูเก็ตในอดีต อาจคือทะเลสีฟ้า หาดทราย และนักท่องเที่ยวนับล้านแต่วันนี้ สมการกำลังเปลี่ยนภูเก็ตกำลังยกระดับตัวเองเป็น “เมืองเศรษฐกิจไลฟ์สไตล์” ที่ครบเครื่อง ทั้งการอยู่อาศัย การรักษาพยาบาล และการลงทุน
    การขยายสนามบินสู่ 18 ล้านคนต่อปีการเติบโตของโรงเรียนนานาชาติและโรงพยาบาลระดับเวิลด์คลาสทั้งหมดนี้ กำลังเปลี่ยน “เมืองท่องเที่ยว” ให้กลายเป็น “เมืองที่คนอยากอยู่จริง”ตัวเลขสะท้อนชัดปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 10 ล้านคนสร้างรายได้กว่า 5.46 แสนล้านบาทนี่ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวแต่มันคือ “ดีมานด์ที่อยู่อาศัยระยะยาว”

    คอนโดภูเก็ต โตแรง สวนทางกรุงเทพฯ

    ในขณะที่ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ เริ่มชะลอภูเก็ตกลับ “เร่งเครื่อง”ยอดขายคอนโดปลายปี 2567 โต 201%หลังจากปี 2566 โตไปแล้ว 96%ปี 2568 มีโครงการใหม่กว่า 8,372 ยูนิตมูลค่ารวมกว่า 47,000 ล้านบาทและจุดที่นักลงทุนจับตา คือ“ผลตอบแทนจากการเช่า 7–11% ต่อปี”สูงกว่าหลายเมืองหลักในภูมิภาคทำเลอย่าง บางเทา เชิงทะเล และลากูน่ากลายเป็น “ทองคำผืนใหม่” ของอสังหาฯ ไทย
     

    ใครคือผู้เช่า? ทำไมดีมานด์ไม่เคยหาย

    สิ่งที่ทำให้ภูเก็ต “ไม่เหมือนใคร”คือโครงสร้างผู้เช่าที่หลากหลาย และมีกำลังซื้อสูง

    •  กลุ่ม Long-stay จากยุโรปและรัสเซีย
    •  Digital Nomad ที่ทำงานจากที่ไหนก็ได้
    •  นักลงทุนและผู้ประกอบการ
    •  ผู้เกษียณที่มองหาคุณภาพชีวิต

    ทั้งหมดนี้ สร้าง “ดีมานด์ต่อเนื่อง”ไม่ใช่แค่ฤดูกาลท่องเที่ยว

    คอนโด เกมใหม่ของโบทานิก้า

    ท่ามกลางโอกาสนี้ผู้เล่นรายใหญ่เริ่ม “ขยับหมาก”โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่าแบรนด์ที่เชี่ยวชาญพูลวิลล่ามากว่า 20 ปีเลือกเปิดเกมใหม่ ด้วยคอนโดโครงการแรก“HYTHE by Botanica”แต่ไม่ใช่คอนโดธรรมดานี่คือแนวคิด “Vertical Villa”ยกประสบการณ์วิลล่าขึ้นมาอยู่บนอาคาร

    •  พื้นที่กว้าง
    •  ความเป็นส่วนตัวสูง
    •  ฟังก์ชันแบบบ้าน

    แต่ยังได้ความสะดวกแบบคอนโด

    ทำเล + ดีไซน์ = สูตรสร้างมูลค่า

    HYTHE ปักหมุดใจกลางลากูน่าภูเก็ตห่างหาดลายันเพียง 6 นาที
    สนามบิน 20 นาทีรายล้อมด้วยสนามกอล์ฟ โรงแรม 5 ดาว และบีชคลับตัวโครงการออกแบบจากแรงบันดาลใจ“ปลากระเบนแมนตา
    ให้ความรู้สึกไหลลื่น โดดเด่น แตกต่าง

    •  4 อาคาร 6 ชั้น
    •  276 ยูนิต
    •  พื้นที่เริ่มต้น 57 ตร.ม.
    •  มีตั้งแต่ 1–3 ห้องนอน ถึงเพนต์เฮาส์

    ราคาเริ่มต้น 10.8 ล้านบาทและยอดขายทะลุ 50% ตั้งแต่พรีเซล

     ผลตอบแทน + บริการหลังการขาย = คีย์ของนักลงทุน

    อีกหนึ่งจุดที่นักลงทุนมองหา ไม่ใช่แค่ “โลเคชัน”แต่คือ “การบริหารหลังซื้อ”HYTHE วางระบบรองรับครบทั้งปล่อยเช่า ดูแล และบำรุงรักษาคาดการณ์ผลตอบแทนเช่า 5–7% ต่อปีพร้อมระบบอีโคซิสเต็มในโครงการรวมถึงแนวคิดพลังงานสะอาด และ EV Charging

     โอกาสที่ไม่ใช่ทุกเมืองจะมี

    สิ่งที่เกิดขึ้นในภูเก็ตไม่ใช่แค่ “บูมชั่วคราว”แต่มันคือการเปลี่ยนสถานะ
    จาก “เมืองท่องเที่ยว”สู่ “สินทรัพย์ลงทุนระดับโลก”และเมื่อดีมานด์ยังโตผู้เล่นก็ต้อง “สร้างของที่ต่าง”คำถามจึงไม่ใช่ว่าภูเก็ตจะไปได้ไกลแค่ไหนแต่คือใครจะ “คว้าโอกาสนี้” ได้ก่อนในเกมที่กำลังร้อนแรงขึ้นทุกวัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/property/1227006&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UHW0gwe5jksHNWfJI32ky

  • น้ำมันปรับราคาพุ่ง! เขย่าโครงสร้างธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต ต้นทุนขยับเพิ่ม

    น้ำมันปรับราคาพุ่ง! เขย่าโครงสร้างธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต ต้นทุนขยับเพิ่ม

    ธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจกำลังเผชิญ “Cost Push” จากพลังงานที่เร่งตัวขึ้นรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนดำเนินงานปรับเพิ่มในอัตราสูง โดยเฉพาะภาคขนส่งที่มีสัดส่วนต้นทุนพลังงานสูงถึงเกือบครึ่งหนึ่งของต้นทุนรวม

    Fuel-prices-are-soaring-shaking-up-Phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs-SPACEBAR-Photo01.jpg

    “ข้อมูลอ้างอิงจากงานวิจัยของ ศาสตราจารย์ ดร.ชยานนท์ ภู่เจริญ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุว่า ต้นทุนพลังงานในภาคขนส่งอยู่ที่ 39–48% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ประมาณ 24% ของต้นทุนรวม ทำให้การปรับขึ้นราคาพลังงานส่งผลโดยตรงต่อ Margin ของผู้ประกอบการ”

    “การจำลองสถานการณ์ชี้ว่า หากราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้นในระดับสูง ต้นทุนโรงแรมอาจเพิ่มขึ้นถึง 25.7% และภาคขนส่งอาจเพิ่มขึ้นถึง 38.5% ซึ่งสะท้อนแรงกดดันต่อ EBITDA ของธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่มีความสามารถในการดูดซับต้นทุน (Cost Absorption) จำกัด”

    ผลกระทบดังกล่าวเริ่มส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในระบบท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นราคาห้องพัก ค่าโดยสาร ค่าแพ็กเกจทัวร์ และราคาอาหาร ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้นตามต้นทุน (Pass-through Effect) และอาจกระทบต่อ Demand ของนักท่องเที่ยวในระยะถัดไป

    Fuel-prices-are-soaring-shaking-up-Phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ธเนศ กล่าวว่า หากแนวโน้มราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจกระทบต่อ “Price Competitiveness” ของประเทศไทยในตลาดท่องเที่ยวโลก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

    ในเชิงนโยบาย ภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐใช้มาตรการระยะสั้นเพื่อลดแรงกดดันด้านต้นทุน เช่น การตรึงราคาน้ำมันดีเซล การกำหนด “Tourism Fuel Rate” สำหรับภาคขนส่งท่องเที่ยว และการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว เพื่อช่วยชะลอการปรับขึ้นของต้นทุน

    ขณะเดียวกัน เสนอให้มีมาตรการทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การพักชำระหนี้ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ซึ่งเป็นฐานสำคัญของอุตสาหกรรม

    ในด้าน Demand Side เสนอให้รัฐออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัสท่องเที่ยว” เพื่อรักษาระดับอุปสงค์และลดผลกระทบจากการปรับขึ้นราคา

    Fuel-prices-are-soaring-shaking-up-Phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs-SPACEBAR-Photo03.jpg

    สำหรับแนวทางระยะกลางและระยะยาว ภาคธุรกิจมองว่าจำเป็นต้องเร่ง “Energy Transition” ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น การลงทุน Solar Rooftop ในโรงแรม การพัฒนาระบบขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV) และการจัดตั้งกองทุนพยุงต้นทุนพลังงาน เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวน

    “นี่ไม่ใช่เพียงวิกฤตราคาพลังงาน แต่เป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างต้นทุนทั้งระบบ ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว ขณะที่ภาครัฐต้องมีมาตรการเชิงระบบเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” ธเนศ กล่าว

    ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงาน ภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก กำลังเข้าสู่ช่วงทดสอบความแข็งแกร่งของทั้งผู้ประกอบการและนโยบายรัฐ ว่าจะสามารถประคองอุตสาหกรรมให้เดินหน้าต่อได้เพียงใดในระยะยาว

    Fuel-prices-are-soaring-shaking-up-Phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs-SPACEBAR-Photo04.jpg

    Fuel-prices-are-soaring-shaking-up-Phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/fuel-prices-are-soaring-shaking-up-phuket-tourism-industry-and-driving-up-costs&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KusR00JWcHtFEg-JUFZXz

  • อีซูซุ เปิดเวทีรอบชิงฯ ดันเยาวชนโชว์ไอเดีย ‘Trusted Buddy’ ผ่านงานศิลปะดิจิทัล

    อีซูซุ เปิดเวทีรอบชิงฯ ดันเยาวชนโชว์ไอเดีย ‘Trusted Buddy’ ผ่านงานศิลปะดิจิทัล

    วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.26 น.

    บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)       จัดโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2568 รอบชิงชนะเลิศ ในหัวข้อ “Trusted Buddy (เพื่อนที่ไว้วางใจได้เสมอ) มีคุณค่าต่อชีวิตคุณอย่างไร?” เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการผ่านผลงานศิลปะดิจิทัล ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 500,000 บาท พร้อมร่วมกิจกรรม Workshop กับคุณกนต์ธร เตโชฬาร เจ้าของเพจ Art of Hongtae ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะดิจิทัล ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

    มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่เราได้นำรูปแบบการประกวดวาดภาพดิจิทัล มาประยุกต์สำหรับ “โครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากการแข่งขันวาดภาพโปสเตอร์แบบดั้งเดิม ที่ส่งเสริมการแสดงออกทางศิลปะของเยาวชนไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 โดยในปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดมากกว่า 400 ผลงาน จากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทยในการผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับทักษะด้านดิจิทัลได้อย่างน่าประทับใจ”

    ผลงานศิลปะที่ส่งเข้าประกวดรอบคัดเลือกในหัวข้อ “Soft Power ไทย หลากหลายกว่าที่คุณคิด” ได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตัดสินทั้งในรอบคัดเลือกและรอบชิงชนะเลิศ ประกอบด้วย

    • รศ.ดร. ศุภชัย อารีรุ่งเรือง คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
    • ผศ.ดร. วิชญ มุกดามณี รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร
    • ผศ. อนุพงษ์ จันทร คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

    รอบชิงชนะเลิศ จัดการแข่งขันในรูปแบบการวาดภาพดิจิทัลสด ภายในเวลา 3 ชั่วโมง โดยประกาศหัวข้อซึ่งกำหนดขึ้นใหม่ ภายในงานก่อนเริ่มการแข่งขันเพียงไม่กี่นาที เพื่อทดสอบทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึง ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สำหรับหัวข้อการแข่งขันในปีนี้ ได้นำแนวคิด “Trusted Buddy” ซึ่งเป็นแนวคิดหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย มาประยุกต์เป็นหัวข้อในการแข่งขันวาดภาพดิจิทัลรอบชิงชนะเลิศ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการตีความความหมายของคำว่า Trusted Buddy ในมุมมองของตนเอง และถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะให้เห็นถึงคุณค่าและความหมายของแนวคิดนี้ต่อชีวิตของพวกเขา โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับธุรกิจของอีซูซุ

    ผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

    • ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
    • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ น.ส. ณัฐภัสสร ใยย้อย โรงเรียนโยธินบูรณะ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ด.ญ. กชกร วิริยะวนิช โรงเรียนเกาะจันทร์พิทยาคาร จังหวัดชลบุรี ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ ด.ช. พงศกร สาวิสัย โรงเรียนเลยพิทยาคม จังหวัดเลย ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
    • รางวัลชมเชยจำนวน 7 รางวัล ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
    1. ด.ญ. กัญญาณัฐ เหลารื่น โรงเรียนบัวขาว จังหวัดกาฬสินธุ์
    2. ด.ญ. วิลาสินี ชัยชนะ โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร
    3. ด.ช. ปภังกร สายญาติ โรงเรียนพนัสพิทยาคาร จังหวัดชลบุรี
    4. นาย กิตติ เล็บครุฑ โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น
    5. ด.ช. ทนุวา สุขเกษม โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่
    6. นายสุธี พลสังข์ โรงเรียนสว่างบริบูรณ์วิทยา จังหวัดชลบุรี
    • ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
    • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายธนกฤต มีศิริ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ น.ส. ณรัฐวัลย์ อนนตะชัย โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) จังหวัดกรุงเทพมหานคร

    ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ น.ส. ทิวาวรรณ ฉายแสง โรงเรียนวังจันทร์วิทยา  จังหวัดระยอง ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
    • รางวัลชมเชยจำนวน 7 รางวัล ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
    1. น.ส. วาสนา สุโกกี โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
    2. น.ส. สุคนธวา สุวรรณชาตรี โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๒ สงขลา จังหวัดสงขลา
    3. น.ส.ณภาภัช คุณานนท์ โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)  จังหวัดกรุงเทพมหานคร
    4. นายชนะเทพ สร้างสุข โรงเรียนนครพนมวิทยาคม จังหวัดนครพนม
    5. นายเศกศักดิ์ เอียดนุช โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม จังหวัดพัทลุง
    6. น.ส. ศศิธร ชดช้อย โรงเรียนเกาะจันทร์พิทยาคาร จังหวัดชลบุรี
    7. นายนฤพล หยองวังปา โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ จังหวัดเลย

    น.ส. ณัฐภัสสร ใยย้อย โรงเรียนโยธินบูรณะ จังหวัดกรุงเทพมหานคร รางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เล่าถึงไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานรอบชิงชนะเลิศว่า “หนูคิดว่าเพื่อนของหนูก็คือ “ศิลปะ” นี่แหละค่ะ เพราะว่าหนูรักการวาดรูปมาตลอด หนูเลยเลือกศิลปะเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุดในการสร้างสรรค์ผลงาน หนูคิดว่าหัวข้อนี้ก็มีทั้งความยากและง่าย เราต้องตีความออกมาในรูปแบบของเรา คำว่าเพื่อนที่เราไว้ใจที่สุด แล้วก็มีคุณค่าสำหรับเราก็ไม่เหมือนกันแต่สำหรับหนูก็คือศิลปะ หนูอยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ ทุกคนมาร่วมสร้างผลงานกับอีซูซุนะคะ จะได้เป็นประสบการณ์ที่ดีอีกอย่างหนึ่ง แล้วก็จะได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนใหม่ ๆ ด้วยค่ะ”

    นายธนกฤต มีศิริ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า จังหวัดกรุงเทพมหานคร             รางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เผยว่า “แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานในหัวข้อ “Trusted Buddy (เพื่อนที่ไว้วางใจได้เสมอ) มีคุณค่าต่อชีวิตคุณอย่างไร?” ตอนแรกผมก็ตีไปว่าเพื่อนแบบยืนเป็นเพื่อนคู่กัน แต่พอคิดไปคิดมาคำว่าเพื่อนก็ใช้ได้หลายแบบ ทั้งสัตว์เลี้ยง ครอบครัว ครู แล้วก็งานอดิเรกของเราก็เป็นเพื่อนของเราได้ในยามที่เราเหงานะครับ ตอนแรกก็คิดว่าหัวข้อนี้ยากเพราะว่าผมเป็นคนเพื่อนน้อย ไม่ค่อยมีเพื่อน (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็พยายามคิดให้มันนอกกรอบไม่ซ้ำใคร การแข่งขันนี้สนุกดีครับ ผมขอเชิญชวนเพื่อน ๆ ให้มาลองแข่งขันวาดรูปกับอีซูซุนะครับ แถมยังได้ฟังวิทยากรมาให้ความรู้ด้านศิลปะ วันนี้สนุกมากเลยครับ”

    นอกจากนี้ ยังมีรางวัล Popular Vote จำนวน 10 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 5 คน จะได้รับทุนการศึกษา คนละ 2,500 บาท ทั้งนี้สามารถติดตามประกาศรางวัลในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2568 ได้ที่ https://isuzuyouthrelations.com/ และสามารถติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/955160&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N4KV-ANPELwJ93Qj3qO7z