Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เงินบาทอ่อนค่ากดหุ้นไทยผันผวน จับตาตะวันออกกลาง-ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ

    เงินบาทอ่อนค่ากดหุ้นไทยผันผวน จับตาตะวันออกกลาง-ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินค่าเงินบาทในสัปดาห์วันที่ 23–27 มีนาคม 2569 ว่า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่า โดยแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือนที่ 33.06 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นสัปดาห์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้นตามแรงซื้อคืนสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชีย หลังมีสัญญาณว่าสถานการณ์อาจคลี่คลายบางส่วน จากการที่สหรัฐฯ ชะลอแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน

    อย่างไรก็ตาม เงินบาทกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับราคาน้ำมันโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ที่ยังยืดเยื้อ ขณะที่เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากความกังวลเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในปีนี้

    สำหรับสัปดาห์วันที่ 30 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10–33.10 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องติดตามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันโลก เงินทุนเคลื่อนย้าย และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และประเทศเศรษฐกิจหลัก

    ขณะที่ตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET Index ปรับตัวผันผวนและหลุดระดับ 1,400 จุดในช่วงต้นสัปดาห์ จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติและสถาบัน ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

    อย่างไรก็ดี ดัชนีฟื้นตัวในช่วงกลางสัปดาห์ หลังสหรัฐฯ เลื่อนแผนโจมตีและส่งสัญญาณการเจรจากับอิหร่าน รวมถึงมีรายงานว่าอิหร่านอนุญาตให้เรือขนน้ำมันของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ส่งผลให้มีแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พลังงาน และธนาคาร

    แต่ในช่วงปลายสัปดาห์ ดัชนีลดช่วงบวกลงบางส่วน จากกระแสข่าวที่ยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน สะท้อนความไม่แน่นอนที่ยังคงกดดันตลาด แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อสุทธิในช่วงท้ายสัปดาห์

    ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยประเมินแนวรับดัชนีในสัปดาห์ถัดไปไว้ที่ 1,430 และ 1,410 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,465 และ 1,490 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามยังคงเป็นทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ สถานการณ์ตะวันออกกลาง และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของประเทศเศรษฐกิจหลักทั่วโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/271987&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-ce2zmC1P507nLHpDdMIR

  • อดีตนายกฯ เนปาลถูกจับกุม พัวพันสลายการชุมนุมนองเลือด

    อดีตนายกฯ เนปาลถูกจับกุม พัวพันสลายการชุมนุมนองเลือด

    อดีตนายกรัฐมนตรีเนปาลถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมในวันเสาร์ ในฐานะผู้ต้องสงสัยพัวพันกับการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรงเมื่อปีก่อน จนทำให้มีประชาชนเสียชีวิตหลายสิบศพ

    เมื่อ 28 มี.ค. 2569 นายเคพี ชาร์มา โอลี อดีตนายกรัฐมนตรีเนปาล ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลภายหลังถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวในข้อหาพัวพันกับการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเมื่อปีก่อน

    เจ้าหน้าที่ระบุว่า นายโอลีถูกนำตัวส่งคลินิกแห่งหนึ่งในกรุงกาฐมาณฑุเพื่อตรวจร่างกายตามขั้นตอนปกติของตำรวจ ทันทีหลังจากที่เขาถูกจับกุมที่บ้านพักเมื่อเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา

    ในการสลายการชุมนุมดังกล่าวเมื่อเดือนกันยายน 2568 มีรายงานผู้เสียชีวิตมากกว่า 70 ศพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประท้วงที่ถูกตำรวจยิงระหว่างออกมาชุมนุมต่อต้านคำสั่งแบนสื่อสังคมออนไลน์ของรัฐบาล แต่สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นจากความโกรธแค้นเรื่องคอร์รัปชันและสภาวะเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ นายราเมช เลคัก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวัย 62 ปี ก็ถูกจับกุมในวันเสาร์เช่นกัน หลังจากคณะกรรมการสอบสวนเหตุความไม่สงบเสนอแนะให้ดำเนินคดีกับทั้งคู่ในข้อหาประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

    ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลให้สัมภาษณ์กับบีบีซี แผนกภาษาเนปาลว่า นายโอลีต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อรอผลตรวจร่างกาย เนื่องจากเขาอายุ 74 ปีแล้ว และมีประวัติการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไตมาแล้วถึงสองครั้ง

    การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่ นายบาเลนดรา ชาห์ แรปเปอร์หนุ่มวัย 35 ปีที่ผันตัวมาเป็นนักการเมือง ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลังจากชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย

    ก่อนหน้านี้ นายโอลีได้ปฏิเสธผลการสอบสวนของคณะกรรมการ โดยเขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Annapurna Post ว่าผลการสอบสวนเหล่านี้คือ “การใส่ร้ายป้ายสีและเป็นความเกลียดชังทางการเมือง”

    ทนายความของเขาบอกกับสำนักข่าว Reuters ว่า การควบคุมตัวในขั้นตอนการสอบสวนนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล “มันผิดกฎหมายและไม่เหมาะสม เพราะไม่มีความเสี่ยงที่เขาจะหลบหนีหรือเลี่ยงการให้ปากคำ”

    ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้สนับสนุนพรรค CPN-UML ของนายโอลี ได้เริ่มรวมตัวประท้วงในกรุงกาฐมาณฑุ หลังจากที่กองเลขาธิการพรรคมีมติให้เปิดฉากการประท้วงทั่วประเทศ

    ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

    ที่มา : bbc

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2923231&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-vWtEHs5i1EqH-TkcL4Bb

  • อาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ปี 2568 กว่า 799 คน รองเลขาฯ สอศ.เป็นประธาน | TOPNEWS

    อาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ปี 2568 กว่า 799 คน รองเลขาฯ สอศ.เป็นประธาน | TOPNEWS

    วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา นำโดย ดร.สุพจน์ ทองเหลือง (วิทยฐานะเชี่ยวชาญ) ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 ณ วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา

    โดยได้รับเกียรติจาก นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธี และมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 พร้อมทั้งได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษา

    ทั้งนี้ ภายในพิธีมีการมอบโล่เกียรติบัตรและมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาตามลำดับ ดังนี้

    1. ศิษย์เก่าดีเด่น จำนวน 1 ท่าน

    2. รางวัลสถานประกอบการดีเด่น ด้านการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 5 แห่ง

    3. เกียรติบัตรนักเรียน นักศึกษาผู้สร้างคุณประโยชน์และชื่อเสียงแก่สถานศึกษา จำนวน 3 คน

    4. เกียรติบัตรคณะกรรมการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 25 คน

    5. เกียรติบัตรนักเรียนระดับ ปวช.3 ที่มีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ประจำปีการศึกษา 2568 ระดับดีเยี่ยม จำนวน 10 คน

    6. เกียรติบัตรนักเรียน นักศึกษา กิจกรรมเด่นด้านการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ของสถานศึกษา จำนวน 13 คน

    7. เกียรติบัตรนักเรียน นักศึกษาที่มีผลการเรียนระดับดีเยี่ยม จำนวน 95 คน

    8. ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 799 คน

    ทั้งนี้ วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา ขอขอบคุณท่านประธานในพิธีเป็นอย่างสูง และขอขอบคุณวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา ที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ในการจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ในครั้งนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1531608&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3H-0EjJ46OFIqd_dzYjp4a

  • จับตา! ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถก 14 ญัตติ ช่วง 1-2 เม.ย.นี้ | เดลินิวส์

    จับตา! ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถก 14 ญัตติ ช่วง 1-2 เม.ย.นี้ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมสภา วันที่ 1-2 เม.ย. นี้ โดยมีวาระพิจารณาญัตติที่ สส.เสนอและรายงานของหน่วยงานที่กฎหมายกำหนดให้ต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ทั้งนี้ต้องจับตาการพิจารณาญัตติที่ สส. เสนอซึ่งมี 14 ญัตติแรกที่ได้รับการบรรจุต่อที่ประชุมสภา โดยส่วนใหญ่เป็นของ สส.พรรคฝ่ายค้าน ที่เสนอญัตติขอให้สภามีมติตั้งกรรมาธิการร (กมธ.) วิสามัญ ศึกษาเรื่องต่างๆ อาทิ ญัตติขอให้ศึกษาแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างช้างและคนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เสนอโดย นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ญัตติศึกษาแนวทางการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ เสนอโดย นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ญัตติศึกษาแนวทางจัดการระบบคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงานอิสระและแรงงานบนแพลตฟอร์ม ญัตติศึกษาเรื่องความยุติธรรมและคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำและการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด  เสนอโดย นางรัดเกล้า  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

    ญัตติศึกษาการปฏิรูปกฎหมายและการยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัย เสนอโดยนายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ญัตติศึกษาการปฏิรูประบบภาษีให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เสนอโดย นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ญัตติศึกษาการยุบ ควบรวม ยกระดับ และเปลี่ยนแปลงพันธกิจ อำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน เสนอโดย นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน  

    ญัตติศึกษา จัดทำ และติดตามข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับทักษะคนไทย เสนอโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ญัตติศึกษาและปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการอุทกภัยแบบบูรณาการ (หาดใหญ่โมเดล) เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและฟื้นฟูเศรษฐกิจหาดใหญ่อย่างยั่งยืน เสนอโดย นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ญัตติให้ศึกษาและติดตามความคืบหน้าการชดเชย เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เสนอโดย น.ส.ภัคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นต้น

    ทั้งนี้ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก่อนหน้านี้ นายพริษฐ์ ระบุว่า 5 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเสนอญัตติเพื่อให้ตั้ง กมธ. 4 ชุด  ประกอบด้วย 1.กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาการรับมือผลกระทบสงครามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา  2.กมธ.วิสามัญเกี่ยวกับปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร 3.กมธ.วิสามัญชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น กรณีน้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ 4.กมธ.วิสามัญศึกษากำกับการใช้กัญชา  โดย 5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้นัดประชุมประจำสัปดาห์ร่วมกันอีกครั้ง ในวันที่ 31 มี.ค. เวลา 09.30 น. 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5731981/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_71kJyaOjCr02Z3nXKElt

  • แม่ฮ่องสอน เปิดศึกฟาดแข้งสังเวียนเดือดฟุตบอลกระชับมิตร หาทุนส่งวงลูกทุ่งห้องสอนศึกษาแข่งชิงช้าสวรรค์ | เดลินิวส์

    แม่ฮ่องสอน เปิดศึกฟาดแข้งสังเวียนเดือดฟุตบอลกระชับมิตร หาทุนส่งวงลูกทุ่งห้องสอนศึกษาแข่งชิงช้าสวรรค์ | เดลินิวส์

    ที่ สนามกีฬากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำทัพพลพรรคนักเตะ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ข้าราชการ และผู้มีใจในการรักกีฬาร่วมการแข่งขัน ศึกเดือดฟุตบอลกระชับมิตร สมทบทุน วงดนตรีลูกทุ่งสิงหนาท โรงเรียนห้องสอนศึกษา ในพระอุปถัมภ์ ฯ  เข้าร่วมการแข่งขันในรายการชิงช้าสวรรค์ 2026 โดยมี ประชาชนผู้มีใจในการรักกีฬา และ ภาคส่วนร่วมสนับสนุนการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย อีกทั้งยังได้ช่วยสนับสนุนเยาวชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในการแข่งขันรายการชิงช้าสวรรค์ 2026

    สำหรับการแข่งขัน เป็นไปด้วยความเข้มข้น  นักเตะต่างฟาดแข้งโชว์ทักษะฟุตบอล สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้รับชม โดยมีผลการแข่งขันดังนี้  คู่ที่ 1 ทีมขุนพลยอดนักรัก VS ทีมทหาร ฉก.สิงหนาท  (คู่แรก)  จบด้วยสกอร์ 3 – 1 คู่ที่ 2 ทีมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด VS ทีมขุนพลยอดนักรัก จบด้วยสกอร์ 0 – 1 และ ปิดท้ายคู่ที่ 3 ทีมทหาร ฉก.สิงหนาท VS ทีมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด จบด้วยสกอร์ 2 – 2

    ทั้งนี้ ยังมีการสร้างสรรค์บรรยากาศด้วยการเตะลูกจุดโทษของหัวหน้าส่วนราชการทีมผู้หญิง และ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สร้างความตื่นเต้นแบบลุ้นแบบนั่งไม่ติดให้แก่ผู้เข้าร่วมเชียร์

     นายอุดมศักดิ์ กล่าวว่า จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รายได้ทั้งหมด 60,000 บาท โดยจะนำรายได้ทั้งหมดไปสมทบทุนมอบให้กับวงดนตรีลูกทุ่งสิงหนาท โรงเรียนห้องสอนศึกษา ในพระอุปถัมภ์ ฯ  เข้าร่วมการแข่งขันในรายการชิงช้าสวรรค์ 2026 ในรอบต่อไป   ขอบคุณทุกภาคส่วนและประชาชนที่ได้เล็งเห็นความสัมพันธ์ ศักยภาพของเยาวชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในการพัฒนาการต่อยอดของเยาวชน ที่เป็นตัวแทนของจังหวัด ในการสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5728559/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0di04BxrfeRBVAAU4z5GAE

  • ผู้ว่าฯ สุรินทร์ ให้การต้อนรับ ผู้เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติ มจร.สุรินทร์ ครั้งที่ 5 มุ่งใช้พุทธปัญญาสร้างสันติภาพภูมิภาคในศตวรรษที่ 21

    ผู้ว่าฯ สุรินทร์ ให้การต้อนรับ ผู้เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติ มจร.สุรินทร์ ครั้งที่ 5 มุ่งใช้พุทธปัญญาสร้างสันติภาพภูมิภาคในศตวรรษที่ 21

    ผู้ว่าฯ สุรินทร์ ให้การต้อนรับ ผู้เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติ มจร.สุรินทร์ ครั้งที่ 5 มุ่งใช้พุทธปัญญาสร้างสันติภาพภูมิภาคในศตวรรษที่ 21


    29/03/2569 | 6 |

    วันที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น.ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ นายจำเริญ แหวนเพชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้กล่าวต้อนรับผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิชาการ ตลอดจนผู้เข้าร่วมการประชุม ในโอกาสการประชุมวิชาการระดับชาติ มหาจุฬาฯ สุรินทร์ ครั้งที่ 5 ภายใต้หัวข้อ “พุทธปัญญาเพื่อสันติภาพแห่งภูมิภาคในศตวรรษที่ 21” (Buddhist Wisdom for Regional Peace in the 21st Century) โดยมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ พระภิกษุสงฆ์ และผู้เกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า การจัดประชุมในครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญในการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาสังคม และเสริมสร้างสันติภาพในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในบริบทของพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

    ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวยังสะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านพุทธปัญญา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างสังคมแห่งสันติสุขอย่างแท้จริง

    โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้อำนวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ พร้อมอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยอำนวยพรแก่ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านให้มีความเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ โดยทั่วกัน


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/489607&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YsU0SV5BpdWJKjufdIBto

  • ‘วัยเด็ก’เสี่ยงก้าวพลาดเพิ่มสูงขึ้น  วิเคราะห์ปมกระตุ้นลงมือรุนแรง | เดลินิวส์

    ‘วัยเด็ก’เสี่ยงก้าวพลาดเพิ่มสูงขึ้น  วิเคราะห์ปมกระตุ้นลงมือรุนแรง | เดลินิวส์

    ไม่ว่าสาเหตุจากยาเสพติด การพนันออนไลน์ ความเปลี่ยนแปลงของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่รุกคืบ ผ่านเครื่องมือสื่อสารที่กลายเป็น “อวัยวะที่ 33” การเผชิญผลกระทบทางใจจากสภาพแวดล้อมและสภาพครอบครัวที่ไม่มีเวลาสอดส่องเต็มที่ สุดท้ายเด็กไม่หยุดแค่เป็นเหยื่อ แต่กลาย “ฟันเฟือง” วงจรกระทำผิด

    “ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามเชิงลึกหลายปัจจัยผลักเด็กก้าวพลาด กับ นายโกมล พรมเพ็ง  อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน  มองว่าต้องวิเคราะห์ไปถึงอัตราการเกิดที่ต่ำลง เด็กที่กระทำผิดแนวโน้มภาพรวมลด แต่ถ้ามองปัญหาและสาเหตุ ยาเสพติดยังมากที่สุด รองมาเป็นความรุนแรงและฐานะความยากจนที่นำไปสู่คดีเกี่ยวกับทรัพย์สิน ชีวิตและร่างกาย  

    ขณะเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นอีกปัจจัยให้เกิด “ความผิดพลาด” เรื่องคดีทางเทคโนโลยี อย่างบัญชีม้า  สแกมเมอร์ แชร์ลูกโซ่ การหลอกลงทุน และละเมิดทางเพศ

    พฤติการณ์คดีที่รุนแรงมากขึ้น จากสถิติย้อนหลัง 3 ปี (ปี 66-68) อันดับหนึ่งคือ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย  ลักษณะก่อเหตุเป็นการแก้แค้น บันดาลโทสะ ทะเลาะวิวาท  จนอีกฝ่ายบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนยาเสพติดมักเป็นลักษณะรับขน จำหน่าย  ขณะความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง เป็นเรื่องเกี่ยวกับความผิดทางเพศ เป็นต้น

    ทั้งนี้ วิเคราะห์ปัจจัยกระตุ้นให้ลงมือรุนแรงมีหลายปัจจัย แต่โดยหลักคือ “ความยากจน” ที่เริ่มจากสถาบันครอบครัว และความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงเรื่องการหลุดจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อไทยยังมีลักษณะ “แพ้แล้วคัดออก”  อีกส่วนคือยาเสพติด ทั้งการคบเพื่อน การอยู่ในชุมชนที่ไม่มีผู้ประกอบอาชีพสุจริต กระทั่งผู้ปกครองเข้าไปเกี่ยวข้องยาเสพติด เหล่านี้ล้วนมีส่วนกระตุ้นและผลักเด็กเข้าวงจร

    “สุดท้ายเด็กจะถูกผลักเข้าสังคมที่ไม่ดี ไปอยู่ในวงจรอาชญากรรมได้ ร้อยละ 80 เราพบเด็กก้าวพลาดครอบครัวมักอยู่ในสถานะหย่าร้าง แตกแยก หรืออยู่กับปู่ย่าตายาย  คืออยู่ในคำว่าครอบครัวไม่อบอุ่น ไม่พร้อมเรื่องค่าใช้จ่าย และส่วนใหญ่ไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน”

    พร้อมแสดงความเป็นห่วงการเข้าถึงสื่อออนไลน์และคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่มากขึ้น เด็กอายุน้อยสามารถมีบัญชีโซเชียล และเริ่มเรียนรู้ไม่ว่าจะเรื่องการเป็นสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ หลอกขายสินค้า เท้าแชร์ลูกโซ่  นายหน้าหรือแม่เล้า  ซึ่งน่าเป็นห่วงเพราะเด็กมักไม่กังวลเรื่อง “คดีอาญา” สนใจเพียง “เม็ดเงิน”

    “พบแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัย เพราะเด็กต้องมีการเกาะกลุ่มกันในโซเชียล จนอาจเลียนแบบพฤติกรรมรุนแรงโดยขาดการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ซึ่งมักเป็นการเลียนแบบความผิดร้ายแรงของผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเหตุชิงทองคำ หรือลวงรุ่นน้องไปค้าประเวณี”

    สำหรับสถิติเกี่ยวกับบัญชีม้าและอาชญากรรมออนไลน์ แต่ละปีจะไม่ถึง 1%  แต่ปี 66-68 กลับ “เพิ่มขึ้น” ตั้งแต่ 0.46, 0.58 เป็น 0.76 แม้ยังดูน้อย แต่คือสัญญาณที่กำลังสะท้อนความผิดปกติในสังคม

    อธิบดีกรมพินิจฯ ยังพูดถึงสถานการณ์ครอบครองอาวุธปืนหรือสิ่งของมีคมอันตราย ก่อนนำไปก่อเหตุ  หากดูสถิติความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย  เห็นว่าเป็นรองคดียาเสพติด สถิติ 5 ปี ย้อนหลัง (ปี 65-68) มีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย 11,827 คดี สะท้อนแนวโน้มไม่ใช่แค่การใช้ร่างกายกระทำความรุนแรง แต่ยังไปข้องเกี่ยวอาวุธปืน อุปกรณ์ในการทำร้ายมีทั้งมีดและระเบิด ซึ่งหาได้ง่ายในออนไลน์

    “สังเกตได้จากข่าวที่มักพบเด็กและเยาวชนใช้ปืนที่ผิดกฎหมายมาก่อเหตุ เพราะหาซื้อง่าย ราคาถูก นี่คือความเสี่ยงที่น่ากลัว”

    ในมุมป้องกัน อธิบดีกรมพินิจฯ ชี้แม้มองเป็นวิธีโบราณ แต่ในต่างประเทศก็กำหนดขอบเขต “อายุผู้ใช้งานโซเชียล” โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน จะกำหนดอายุที่ “ห้าม” มีบัญชี  เช่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์  ที่คุมการเข้าถึงและจำกัดเวลา  อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายดีแต่การบังคับใช้ให้ดีด้วยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    พร้อมมองบทบาทกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ควรเข้ามาเป็นตัวกลางจัดการ  เช่น จัดทำข้อมูลเพจที่มีการเสนอขายอาวุธผิดกฎหมาย หรือเว็บไซต์โฆษณาพนันออนไลน์ ที่มักเชื้อเชิญไปลองเล่น  หรือเพจหลอกลงทุนโปรเจกต์ต่าง ๆ เป็น “แบล็กลิสต์” ขณะตำรวจมีหน้าที่ปราบปรามคดี คู่ขนานเชิงรุก

    “ต้องฝากไปยังครอบครัวให้เอาใจใส่บุตรหลาน สอดส่องพฤติกรรม อย่าให้ขลุกอยู่กับโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา เพราะในโลกโซเชียล พ่อแม่ไม่สามารถเข้าถึงความเป็นไปบุตรหลานได้มากขนาดนั้น” อธิบดีกรมพินิจฯ สะท้อนทิ้งท้าย

    ตีแผ่ปัจจัย ‘ผลัก’ ก้าวพลาด

     -สัมพันธภาพครอบครัว ปีงบ 68 มีเด็กที่ถูกดำเนินคดี 13,399 คดี  ส่วนใหญ่ครอบครัวแยกกันอยู่ถึง 9,678 คดี        

    -ยาและสารเสพติด  ปีงบ 68 พบมีประวัติ “เคยใช้” 9,009 คดี  มีประวัติ “ใช้” 4,390 คดี  

    -พฤติกรรม/การคบเพื่อน ปีงบ 68  อายุขณะกระทำผิดมักอยู่ในช่วง 17 ปี เป็นช่วงเปลี่ยนจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ อยากรู้อยากลอง ขาดทักษะควบคุมอารมณ์ และมักได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว

     -ชุมชน/สภาพแวดล้อม มีส่วนกระตุ้นพฤติกรรมเชิงลบ  เช่น  ชุมชนที่เป็นแหล่งมั่วสุม  สถานเริงรมย์ เป็นต้น ปีงบ 68 พบพื้นเพชุมชนและสภาพแวดล้อมเสี่ยง 4,671 คดี

     -การศึกษา จำนวนมากสถานะไม่ต่อเนื่อง ลาออกกลางคัน หรือไม่เคยได้รับการศึกษา การขาดโอกาสเหล่านี้ ทำให้ขาดทักษะชีวิต การป้องกันตัวเอง จนตกเป็นทั้ง “เหยื่อ” หรือ “ผู้กระทำผิด” โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

    ข้อมูล : กองพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน    

    ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5726837/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IAkw41Xm87cP1tFbP1aaY

  • เปิดประวัติ หนิง ปัทมา จากนักร้องลูกทุ่งสู่นางงามสาวแซ่บ ก่อนคว้ามงกุฎ MGT 2026 สมดังใจ

    เปิดประวัติ หนิง ปัทมา จากนักร้องลูกทุ่งสู่นางงามสาวแซ่บ ก่อนคว้ามงกุฎ MGT 2026 สมดังใจ

    เรียกว่าเป็นปีทองของนักร้องลูกทุ่งสาว หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์ ของแท้เลยจ้า เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจวางไมค์ เปลี่ยนลุคกลายเป็นนางงามสาวแซ่บ เข้าประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ก่อนจะคว้ามงกุฎมาครองสมดังใจ ไทยรัฐบันเทิงจะพาไปทำความรู้จัก หนิง ปัทมา นักร้องลูกทุ่งสาวที่ขอวางไมค์มาสู่เส้นทางนางงาม

    สำหรับ หนิง ปัทมา เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2536 ที่จังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันอายุ 32 ปี ด้านการศึกษา เรียนจบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยรังสิต เข้าสู่วงการบันเทิงจากการเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการ “ศึกวันดวลเพลง” ทางช่องวัน เมื่อปี 2558 ก่อนจะเซ็นสัญญาการเป็นศิลปินในสังกัดแกรมมี่โกลด์ เมื่อเดือนกันยายน 2561 ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระ

    หนิง ปัทมา มีผลงานเพลงมาแล้วมากมาย อาทิ คำฮักลบบ่ได้ (2560), เนื้อร้าย (2561), เมาสุดท้าย (2562), มีน้ำตาเวลาคิดฮอด (2563), โสดนะคะ (2563), ต้นเหตุของความเสียใจ (2564), เวลารักษาบ่ได้ (2564), พ่อบักหำน้อย (2564), จุดแข็งรักก่อนจุดอ่อนโอนไว (2565), หลวงปู่แสง (2565), WHAT’S WRONG WITH YOU (2565), เจ็บในเมื่อวาน (2565), หลงมีใจ (2565), เอาไว้พ้อกันใหม่ (2567), อยากเป็นแฟนใหม่ของใครสักคน (2569), อ่านไม่ตอบ ตอบไม่อ่าน (2569) อีกทั้งยังมีผลงานละคร “สะใภ้กาฝาก” ทางช่อง 3 และ “ผาแดงนางไอ่” ทางช่องวัน

    ในส่วนเส้นทางนางงาม หนิง ปัทมา เข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์สชลบุรี 2025 และคว้ามงกุฎมาครอง แต่หลังจากนั้นมีการสละตำแหน่ง ก่อนจะเข้าร่วมประกวดเวทีมิสแกรนด์ชลบุรี 2026 และเธอสามารถคว้ามงกุฎมาได้สำเร็จ และเป็นตัวแทนของจังหวัดชลบุรีเพื่อเข้าร่วมการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 และสามารถคว้ามงกุฎมาครองได้สำเร็จ เป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2026 ที่ประเทศอินเดีย ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 ที่จะถึงนี้

    คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2923223&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Z9VrZiQ4RRyl9l5JG6CmF

  • ม.บูรพา เจ้าภาพฟิสิกส์โอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ 25 เปิดเวทีพัฒนานักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่สู่เวทีโลก | TOPNEWS

    ม.บูรพา เจ้าภาพฟิสิกส์โอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ 25 เปิดเวทีพัฒนานักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่สู่เวทีโลก | TOPNEWS

    การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ 25 (25th Thailand Physics Olympiad : 25th TPhO) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 3 เมษายน พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์กองทัพไทย และศูนย์สมุททานุภาพกองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี โดยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม เปิดเวทีการแข่งขันระดับชาติ เพื่อพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รองรับการพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

    มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (มูลนิธิ สอวน.) โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธาน ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมนักเรียนที่มีความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ ให้มีโอกาสพัฒนาการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมยกระดับมาตรฐานการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ ในระดับมัธยมศึกษาให้ทัดเทียมระดับสากล อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้นักเรียนที่มีศักยภาพสูงได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระดับนานาชาติในสาขาต่าง ๆ

    ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงแผนยุทธศาสตร์ด้านการผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยบูรพา และวิสัยทัศน์ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่มุ่งผลิตบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมและพัฒนากำลังคนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

    คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิ สอวน. ให้เป็นศูนย์โอลิมปิกวิชาการ สอวน. ภูมิภาคตะวันออก ในนาม “ศูนย์โอลิมปิกวิชาการ สอวน. มหาวิทยาลัยบูรพา” ดำเนินการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2543 โดยมีการอบรมและเตรียมความพร้อมนักเรียนเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระดับชาติใน 6 สาขา ได้แก่ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ และดาราศาสตร์

    สำหรับปี พ.ศ. 2569 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในนาม “ศูนย์โอลิมปิกวิชาการ สอวน. มหาวิทยาลัยบูรพา” ได้รับเกียรติจากมูลนิธิ สอวน. ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับชาติ ครั้งที่ 25 โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ สอวน. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

    การแข่งขันครั้งนี้มีนักเรียนผู้แทนศูนย์ สอวน. ทั่วประเทศ 14 ศูนย์ จำนวน 16 ทีม เข้าร่วมแข่งขันรวม 96 คน พร้อมด้วยนักเรียนผู้เข้าร่วมจาก สสวท. จำนวน 2 คน อาจารย์ผู้แทนศูนย์ สอวน. และผู้สังเกตการณ์ 51 คน คณะกรรมการกลางฝ่ายวิชาการ 31 คน และคณะกรรมการดำเนินงาน นิสิตพี่เลี้ยง และนิสิตผู้ช่วยงานอีก 165 คน รวมผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 314 คน

    การจัดการแข่งขันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อคัดเลือกนักเรียนระดับมัธยมศึกษาเข้าสู่การอบรมค่ายโอลิมปิกวิชาการ เพื่อคัดเลือกเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศของ สสวท. ต่อไป อีกทั้งยังเป็นเวทีให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพทางสติปัญญา พัฒนาความสามารถของตนเอง รวมถึงเปิดโอกาสให้คณาจารย์จากศูนย์ สอวน. ทั่วประเทศได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการร่วมกัน

    ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา รองประธานมูลนิธิ สอวน. เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการมูลนิธิ สอวน. รองศาสตราจารย์ ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา ศาสตราจารย์ ดร.สุภา หารหนองบัว นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยบูรพา ผู้บริหารคณะวิทยาศาสตร์ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณาจารย์ผู้ควบคุมทีม และนักเรียนจากศูนย์ สอวน. ทั่วประเทศ เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันอย่างพร้อมเพรียง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1531494&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3d524CMkuzdxaqgGhBmdhA

  • เปิดรับสมัคร ‘จศป.ประจำศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์’ 268 อัตราถึงวันที่ 20 เม.ย. | เดลินิวส์

    เปิดรับสมัคร ‘จศป.ประจำศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์’ 268 อัตราถึงวันที่ 20 เม.ย. | เดลินิวส์

    ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ เปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ประจำศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ จำนวน 268 อัตรา แบ่งเป็นจำนวนที่เปิดรับสมัครดังนี้

    ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์ กรุงเทพมหานคร จำนวน 15 อัตรา

    ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ ประจำหนกลาง จำนวน 26 อัตรา

    ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ ประจำหนเหนือ จำนวน 43 อัตรา

    ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ ประจำหนตะวันออก จำนวน 82 อัตรา

    ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ ประจำหนใต้ จำนวน 12 อัตรา

    ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ ประจำคณะธรรมยุต จำนวน 13 อัตรา

    ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์ประจำจังหวัด ในสังกัดศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ จำนวน 77 อัตรา

    คุณสมบัติเบื้องต้นที่สำคัญ เป็นบรรพชิต มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์ มีวิทยฐานะ นักธรรมชั้นเอก หรือเปรียญธรรม 3 ประโยค หรือมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ปริยัตินิเทศก์อยู่ก่อนแล้ว (ก่อนวันที่ 26 ก.ย.2563) หรือ เป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งได้รับการรับรองจากประธานศูนย์พระปริยัตินิเทศก์ประจำจังหวัด

    กำหนดการสมัคร วันที่ 2 – 20 เม.ย.2569 สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://regis.pariyattinithed.net/ เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น การจัดส่งเอกสารหลักฐานการสมัคร ให้จัดส่งเอกสารหลักฐานประกอบการสมัครฉบับจริงที่ ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ ประจำแต่ละหน กำหนดเวลาการจัดส่ง ต้องจัดส่งภายในวันที่ 20 เม.ย. 2569 รูปใดที่ไม่จัดส่งเอกสารหลักฐานการสมัครให้ครบถ้วนภายในวันและเวลาที่กำหนด จะถือว่า สละสิทธิ์การสมัคร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5730163/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw346_F3dDQL_g4VH53QSUhu