Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • C

    C

    โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน เติมเต็มวันพักผ่อนของคุณด้วยแพ็กเกจ Coastal Cave Escape สายท่องเที่ยวชอบผจญภัยที่ต้องการออกไปสัมผัสเสน่ห์ของธรรมชาติอย่างใกล้ชิดกับทริปถ้ำพระยานคร(พร้อมชุดอาหารกลางวัน รวมถึงอภินันทนาการของว่างและเครื่องดื่มสำหรับ Day Tour) ดื่มด่ำกับความหรูหราของห้องพักส่วนตัวสไตล์พูลวิลล่า ที่มีขนาดกว้างขวางทั้ง 3 สไตล์อาทิ สกายพูลสวีต ดีลักซ์สกายพูลสวีต และการ์เด้นพูลสวีต พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกห้อง ให้คุณได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ในบรรยากาศที่หรูหราผ่อนคลาย พร้อมเพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์และส่วนลดพิเศษอีกมากมาย ในราคาเริ่มต้นเพียง 9,596 บาทสุทธิ/ห้อง/คืน *โดยต้องเข้าพักจำนวน 2 คืนขึ้นไป (ราคาขึ้นอยู่กับประเภทห้องพักที่เลือกและช่วงเวลาการเข้าพัก) สามารถจองห้องพักและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2569

    Coastal Cave Escape Package ท่องเที่ยวถ้ำสวย พร้อมพักผ่อนในพูลสวีตสุดหรู ริมทะเลหัวหิน ณ โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน

    สิทธิพิเศษและเงื่อนไข Coastal Cave Escape Package ท่องเที่ยวถ้ำสวย พร้อมพักผ่อนในพูลสวีตสุดหรู ริมทะเลหัวหิน ณ โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน

    • เพลิดเพลินกับทริปถ้ำพระยานครพร้อมชุดอาหารกลางวัน สำหรับ 2 ท่าน
    • อภินันทนาการของว่างและเครื่องดื่มสำหรับ Day Tour
    • อาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน
    • อภินันทนาการเครื่องดื่มต้อนรับและผ้าเย็น
    • อภินันทนาการผลไม้ตามฤดูกาลในห้องพักเมื่อเดินทางมาถึง
    • เช็คอินก่อนเวลา 10:00 น. (ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพักที่ว่าง)
    • เช็คเอาท์ล่วงเวลาได้จนถึง 00 น. (ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพักที่ว่าง)
    • อภินันทนาการบริการเรือคายัคสำหรับกิจกรรมริมชายหาด
    • เข้าพักในช่วงวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัส รับส่วนลด 20% สำหรับเคปสปา (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
    • เข้าพักในช่วงวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัส รับส่วนลด 10% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) เฉพาะรับประทานในร้านอาหารสำหรับอาลาคาร์ทเมนูเท่านั้น (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
    • ฟรีอินเทอร์เน็ต
    • แพ็กเกจนี้สำหรับเข้าพักขั้นต่ำ 2 คืน สำหรับผู้เข้าพัก 2 ท่าน
    • กรุณาสำรองห้องพักล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนวันเข้าพัก
    • การจองเป็นแบบชำระเงินล่วงหน้าและไม่สามารถยกเลิก แก้ไข หรือขอคืนเงินได้
    • ราคานี้รวมภาษีและค่าบริการทั้งหมดแล้ว
    • โรงแรมฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนด และเงื่อนไข โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ โทร.032-516-600 หรือ https://reservation.travelanium.net/hotelpage/rates/?propertyId=571&onlineId=4&pid=MDc1Njg2NA%3D%3D

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieobs2rl812x5w3j9g1o92y6qale5b7z&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kmHoDju_xRad-eBjVZ_NM

  • ‘สงคราม’ กดดัน ‘โรงแรมไทย’  ทุบซ้ำราคาห้องพักโลว์ซีซัน Q2/69

    ‘สงคราม’ กดดัน ‘โรงแรมไทย’ ทุบซ้ำราคาห้องพักโลว์ซีซัน Q2/69

    ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม เดือน มี.ค. 2569 จัดทำโดยสมาคมโรงแรมไทย (THA) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 13-31 มี.ค. มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 138 แห่ง ระบุถึงแนวโน้มธุรกิจโรงแรมไทยในช่วงโลว์ซีซันไตรมาส 2 ปี 2569 หลังภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง

    นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ เดือน มี.ค. ระบุว่า ธุรกิจโรงแรมในทุกระดับดาวเกือบ 50% ประเมินว่าราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ในไตรมาส 2 ปีนี้มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยกลุ่มสัดส่วน 14% มองว่า ADR น่าจะลดลงมากกว่า 10% ส่วนอีกกลุ่มที่มีสัดส่วน 16% คาดว่า ADR จะลดลง 6-10% และกลุ่มที่มีสัดส่วน 12% คาดลดลง 3-5%

    ขณะที่ธุรกิจโรงแรมราว 32% โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออก ประเมินว่า ADR ยังมีแนวโน้มทรงตัว และอีกกว่า 20% คาดว่าจะสามารถปรับเพิ่ม ADR ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ปรับได้ไม่เกิน 5% ซึ่งส่วนมากเป็นโรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยวที่รับลูกค้าหลายสัญชาติ เช่น รัสเซีย และเอเชีย

    “ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นฯ ระบุถึงคาดการณ์อัตราการเข้าพักเดือน เม.ย. 2569 ด้วยว่าน่าจะอยู่ที่ 60% ต่ำกว่าปีก่อน จากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทย ส่วนหนึ่งจากผลกระทบของความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งมีส่วนทำให้ ADR ในไตรมาส 2 ปีนี้มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้มีโรงแรมเพียงบางส่วนที่คาดว่าจะสามารถปรับเพิ่มราคาห้องพักได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ปรับได้ไม่เกิน 5%”

    โดยสมาคมฯ หวังว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวช่วงเดือน เม.ย. จะดีขึ้นจากการจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่ช่วยสร้างสีสันบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความคึกคักและช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น

    ยอดลูกค้าคนไทย Q2/69 เข้าพักหดตัว

    นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมกว่า 53% ในทุกระดับดาวประเมินว่า ภาพรวมจำนวนลูกค้าคนไทยในไตรมาส 2 ปีนี้มีแนวโน้มลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งในกลุ่มที่มีสัดส่วน 19% ประเมินว่าลูกค้าคนไทยจะลดลงมากกว่า 20% ขณะที่กลุ่มสัดส่วน 17% คาดการณ์ว่าจะลดลง 11-20% และอีกกลุ่มที่มีสัดส่วน 17% เช่นกัน คาดลดลงน้อยกว่า 10%

    อย่างไรก็ดี ธุรกิจโรงแรม 34% ประเมินว่าจำนวนลูกค้าคนไทยยังมีแนวโน้มทรงตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง และธุรกิจโรงแรมอีกราว 10% ประเมินว่าจำนวนลูกค้าคนไทยอาจเพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 10% ในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าพักโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป

    ส่องอัตราเข้าพัก มี.ค. ทั่วประเทศเฉลี่ย 69%

    นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นฯ ยังระบุถึงอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเดือน มี.ค. อยู่ที่ 69% ลดลงจากเดือนก่อนตามปัจจัยการเข้าสู่โลว์ซีซัน แต่ยังสูงกว่าปีที่แล้ว สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยตลอดเดือน มี.ค. ที่มีจำนวน 2.77 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว

    เมื่อเจาะเป็นรายภูมิภาค พบว่าในเดือน มี.ค. ภาคใต้มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 76% ลดลงจาก 90% ในเดือน ก.พ. ส่วนภาคกลางมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 75% ลดลงจาก 80% ขณะที่ภาคตะวันออกมี 66% ลดลงจาก 80% และภาคเหนือมี 44% ลดลงจาก 67%

    “ภาพรวมท่องเที่ยวเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) เริ่มชะลอตัว เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงและอุปสรรคจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง สายการบินหลายแห่งจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าตั๋วโดยสารและค่าธรรมเนียมน้ำมัน ลดจำนวนเที่ยวบินและยกเลิกเที่ยวบินบางส่วนเพื่อควบคุมต้นทุน กระทบต่อความต้องการเดินทางของผู้โดยสารและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะเส้นทางบินระยะไกล”

    จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมต่างๆ ในเมืองท่องเที่ยวหลัก ไม่เต็มเหมือนทุกครั้ง สำหรับโรงแรมที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ยังคาดหวังว่าคนไทยอาจจะตัดสินใจเดินทางในระยะกระชั้นชิด (Last Minute) ขณะที่โรงแรมในเมืองรองประสบภาวะลำบากมากกว่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวเน้นประหยัดค่าใช้จ่ายและเลือกเที่ยวระยะใกล้ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปรับกลยุทธ์ดึงตลาดระยะใกล้ (Short-haul) รวมทั้งเดินหน้ากระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ภาคการท่องเที่ยวหยุดชะงัก

    ชงรัฐเร่งกระตุ้นดีมานด์-อุ้มซัพพลาย

    นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมต้องการจากภาครัฐ ได้แก่ 1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้ เพิ่มการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง อาทิ กระจายการจัดกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ หรือจัดให้มีงานเจรจาธุรกิจ (Business Matching) มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และควบคุมราคาตั๋วเครื่องบินไม่ให้สูงเกินไป เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเอเชียหรือกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม และเพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

    2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนพลังงาน และค่าครองชีพทั่วไป รวมถึงการออกมาตรการลดหย่อนภาษี อาทิ ภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน 3.มาตรการด้านการเงิน มีมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) สำหรับปรับปรุงโรงแรม หรือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานยั่งยืน

    4.มาตรการด้านแรงงาน เพิ่มจำนวนแรงงานมีทักษะในภาคบริการ และ 5.มาตรการอื่นๆ อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทั่วถึง จัดการปัญหาจราจรติดขัด และอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาต หรือการตรวจสอบต่างๆ เช่น การตรวจสอบอาคาร

    ต่างชาติเที่ยวไทย 1 ม.ค.-12 เม.ย. ยอดลด 2.6%

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-12 เม.ย. 2569 มีจำนวนสะสม 10,363,660 คน ลดลง 2.65% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 506,123 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 1,659,777 คน มาเลเซีย 1,093,636 คน รัสเซีย 792,629 คน อินเดีย 712,913 คน และเกาหลีใต้ 439,277 คน

    เฉพาะเดือน มี.ค.2569 หลังเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 28 ก.พ. พบว่าตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางเข้าไทย จำนวน 819,016 คน ลดลง 4.2% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ถ้านับรวมตลอดไตรมาส 1 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. มีนักท่องเที่ยวยุโรปจำนวน 3,050,711 คน เพิ่มขึ้น 3.9% เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว

    ส่วนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง (ไม่รวมอิสราเอล) เฉพาะเดือน มี.ค. มีจำนวน 12,485 คน ลดลง 33.26% ส่วนภาพรวมในไตรมาส 1 ของปีนี้ มีจำนวน 81,346 คน ลดลง 19.76% ด้านนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอเมริกา เฉพาะเดือน มี.ค. มีจำนวน 148,421 คน ลดลง 2.05% และในไตรมาส 1 ปีนี้มีจำนวน 485,051 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.16%

    ด้านรายงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า เดิมปี 2569 ตั้งเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% เทียบกับปีที่แล้ว แต่จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาดว่าในกรณี Base Case เหตุการณ์คลี่คลายภายใน 1-3 เดือน คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30-34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม ซึ่งมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1230359&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uI89dPpNVRLIvBuECz9CZ

  • คนละครึ่งพลัส รถเก่าแลกรถใหม่ ยังไม่เข้า ครม. สัปดาห์นี้ เหตุยังไม่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ

    คนละครึ่งพลัส รถเก่าแลกรถใหม่ ยังไม่เข้า ครม. สัปดาห์นี้ เหตุยังไม่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ

    คนละครึ่งพลัส รถเก่าแลกรถใหม่ ยังไม่เข้า ครม. สัปดาห์นี้ เหตุยังไม่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ

    วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.47 น.

    “ภราดร” เผยคนละครึ่งพลัส ยังไม่เข้า ครม. สัปดาห์นี้ เหตุยังไม่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพราะ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องติดงานต่างประเทศ ยืนยันมีงบนำมาใช้แน่นอน มั่นใจรัฐบาลบริหารจัดการได้

    วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ กล่าวถึงโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสะอาด คาดว่าจะเข้าที่ประชุม ครม. วันนี้หรือไม่ว่า ยังไม่มี เนื่องจากกระทรวงการคลังกำลังดูรายละเอียดในเรื่องนี้อยู่

    ส่วนการดูแลค่าไฟให้กับกลุ่มเปราะบาง จะมีการพิจารณาหรือไม่นั้น นายภราดร เผยว่า ความจริงในเรื่องนี้จะมีการจัดทำเป็นขั้นบันได ซึ่งผู้ที่ใช้ไฟน้อยปกติจ่ายอยู่ที่ราว 2 บาทกว่าต่อหน่วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะมีการปรับเกณฑ์บันไดค่าไฟใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดือนมิถุนายนนี้ เพราะมาตรการเดิมจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภา 

    พร้อมกันนี้ นายภราดร ยังชี้แจงกรณีโครงการคนละครึ่งพลัส ยังไม่เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันนี้ เนื่องจากยังไม่ได้มีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพราะ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ จึงมีการขยับการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ออกไป ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวว่างบประมาณมีไม่มี รัฐบริหารจัดการได้ เพราะมีหลายช่องทางที่สามารถทำได้ ทั้งการออกพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ ซึ่งจะดำเนินการอย่างแน่นอน รวมถึงงบกลางฉุกเฉินบางส่วน ก็ยังนำไปใช้ได้

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/959622&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pzaKXyIGndZitGARTIxES

  • “ปกรณ์” เคลียร์ปม พ.ร.ก.กู้เงิน แจงแค่อธิบายข้อกฎหมาย รอทีมเศรษฐกิจเคาะ

    “ปกรณ์” เคลียร์ปม พ.ร.ก.กู้เงิน แจงแค่อธิบายข้อกฎหมาย รอทีมเศรษฐกิจเคาะ

    วันนี้ (21 เม.ย.2569) นายปกรณ์​ นิลประพันธ์​ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงกรณีรัฐบาลจะออก พ.ร.ก.เงินกู้​ 5 แสนล้านบาท​ ว่า​ ตนขอเคลียร์ก่อน เรื่องการให้สัมภาษณ์วานนี้ 20 เม.ย.2569 ที่ถามตนว่าถ้ารัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน​ ได้หรือไม่ ซึ่งตนก็ตอบไปว่าทำได้ ตามมาตรา 172 ตามรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งอธิบายว่าทำอย่างไรได้บ้างและถ้ามีการกู้เงินเพื่ออุดหนุนกองทุนน้ำมันทำได้หรือไม่​

    ซึ่งสิ่งที่พูดเป็นการอธิบายตามหลักกฎหมาย ส่วนเรื่องของบ้านเมืองเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันด้วยเหตุผล บางคนเอาไปตัดตอนแล้วพาดหัวข่าว เพื่อให้เป็นประเด็น ซึ่งมองว่าไม่ดีกับบ้านเมือง ยืนยันว่าไม่ได้แก้ตัวเพียงแต่เป็นการพูดข้อเท็จจริงในการให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้

    พร้อมทั้งยืนยันว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ไม่มีประเด็นการกู้เงิน เพราะต้องมีการพูดคุยกันก่อน ที่นายภราดร​ ปริศนานันทกุล​ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าต้องไปคุยกันก่อนก็ถูกต้อง​

    นายปกรณ์​ ยังยืนยันว่า​ ตนไม่ได้โมโหแต่อยากเคลียร์เพราะไม่อยากให้สังคมสับสนวุ่นวาย และบอกว่าสิ่งที่จะต้องทำในอนาคต คือประคองบ้านเมืองให้ไปข้างหน้า ในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งเป็น New Normal ของโลกนี้ ซึ่งเราต้องอยู่ร่วมกันในอนาคต และจะส่งต่อเรื่องเหล่านี้ให้คนรุ่นใหม่ในอนาคตต่อไปได้อย่างไร​ ดี

    ส่วนนายกรัฐมนตรีจะตำหนิอะไรหรือไม่นั้น นายปกรณ์​ กล่าวว่า​ ตนเพียงแต่เล่าข้อกฎหมายให้ฟัง​ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เข้าใจ พร้อมย้ำว่า ตนทำงานไม่ได้เน้นการเมือง แต่ถ้าต้องการความรู้ด้านกฎหมายก็พร้อมจะอธิบาย แต่ถ้าถามเรื่องการเมือง เรื่องที่คาดหมาย ตนตอบไม่ได้ เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีจะต้องมาพูดคุยกัน ที่ประกอบด้วยพรรคร่วม รัฐบาลซึ่งต้องให้เกียรติและวางแผนร่วมกัน​

    ทั้งนี้ นายปกรณ์​ กล่าวว่า​ เรื่องเศรษฐกิจจะต้องวางแผนกันในระยะยาว การจะกู้เงินต้องคิดหน้าคิดหลัง เรื่องกำลังจ่าย รวมถึงปัญหาที่จะรองรับในระยะยาวที่รัฐบาลต้องพิจารณา เพราะต้องดูแลประชาชนกว่า 65 ล้านคน ต้องมีการคิดและวางแผน

    “แต่เรื่องการให้ความรู้เรื่องข้อกฎหมาย หากเป็นเช่นนี้ เหมือนเราไม่พยายามทำให้สังคมเข้าใจ ในสิ่งที่ถูกต้อง ไปเน้นเป็นประเด็นการเมืองกันหมด ตนไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ ตนไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ตนเข้ามาเพราะตั้งใจทำในสิ่งที่อยากให้เกิดความสำเร็จ และที่อยู่ในมือของตนพร้อมโชว์ข้อมือที่สวมริสแบนด์สีเหลืองที่เราเขียนว่า​ Better Regulation for Better Life แปลว่า​การมีกฎหมายที่ดีทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น​ ซึ่งบอกตนอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องทำอะไรให้กับชาวบ้าน แต่ขอร้องตนไม่เอาการเมือง”

    อ่านข่าว :

    “ปกรณ์” รับรัฐบาลจ่อออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน รับมือวิกฤตเศรษฐกิจ

    “ภราดร” เดินหน้า “ไทยช่วยไทย” เฟสแรกรัฐบาลควักงบกลาง 2 หมื่นล้าน เริ่ม พ.ค.นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504864&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23qrAhAxq36xMEd5342FrB

  • D

    D

    DITP ขยับหมากเศรษฐกิจ – การค้า หนุนปั้นผู้ส่งออก 3 ธุรกิจศักยภาพสูง ‘อาหาร–ศิลปะ–ไลฟ์สไตล์ไทย’ สร้างแต้มต่อใหม่ พร้อมหนุนเพิ่มดีมานด์ในตลาดโลก ชูแคมเปญเรือธง THINK THAILAND: NEXT LEVEL ปิดการขายตลาดต่างประเทศ

    นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้กล่าวถึงบทบาทในการผลักดันการค้าระหว่างประเทศของไทย ผ่านแคมเปญ THINK THAILAND: Next Level โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 2567 เพื่อเชื่อมผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลก ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม ไปจนถึงการหาคู่ค้าและปิดการขาย เสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยในทุกมิติ ทั้งด้านการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดโลก การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การวางกลยุทธ์การตลาด การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่โดดเด่น ช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าใหม่ ๆ ในต่างประเทศ ถือเป็นแคมเปญเชิงยุทธศาสตร์ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ด้วยการทำงานขับเคลื่อนกลไกยกระดับความสามารถแข่งขันของสินค้าและบริการไทย ใน 3 มิติที่ทำงานพร้อมกัน คือ ด้านภาพลักษณ์ประเทศ บ่มเพาะความพร้อมผู้ประกอบการ ไปสู่การปิดการขายในตลาดต่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน

    กลไกสำคัญของ DITP ในการขยายตลาดภายใต้แคมเปญนี้ เริ่มตั้งแต่แนวคิด Thai to Global, From Local Value to Global Vision การชูจุดเด่นสินค้าไทย เล่าประเทศไทยในเวอร์ชันใหม่ จากภาพจำแบบดั้งเดิมไปสู่ความร่วมสมัย สร้างสรรค์ และมีเรื่องเล่า ภายใต้ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ได้มีการกำหนดกรอบการสื่อสารสินค้าและบริการไทยให้เป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้การ ประชาสัมพันธ์และการผลักดันสู่ตลาดต่างประเทศดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน โดยแบ่งสินค้าและบริการออกเป็น 3 หมวดหลัก ได้แก่ Food & Fruit (อาหารและผลไม้ไทย) Art & Fashion (ศิลปะและแฟชั่น) และ Lifestyle (ไลฟ์สไตล์) ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าเกษตรและอาหารที่มีศักยภาพ งานสร้างสรรค์และงานออกแบบที่ต่อยอดทุนวัฒนธรรม ไปจนถึงสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่

    “ในกลุ่มสินค้า Food & Fruit มุ่งยกระดับการนำเสนอวัตถุดิบ อาหาร และผลไม้ไทยให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย ผ่านการชูจุดแข็งของประเทศไทยในฐานะแหล่งกำเนิดวัตถุดิบคุณภาพ สู่รสชาติที่มีเอกลักษณ์ และต่อยอดด้วยนวัตกรรมอาหาร ด้วยการผลักดันผู้ประกอบการด้านวัตถุดิบและอาหารไทย อาทิ โครงการ “Thai Food Thai Farm” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอาหารไทย ยกระดับสินค้าด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อเชื่อมโยงตลาดโลก ที่มีทั้งการบรรยายให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมเวิร์กชอป ตลอดจนการรับรองตราสัญลักษณ์ Thai SE-LECT เพื่อรับรองร้านอาหารไทยและผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่สะท้อนรสชาติไทยแท้ ที่ปัจจุบันมีเครือข่ายร้านและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองในหลายประเทศทั่วโลก

    ขณะที่ กลุ่มสินค้า Art & Fashion การผลักดันทุนทางวัฒนธรรม งานออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์ของไทยให้เป็นสากล ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งงานศิลปกรรมและหัตถศิลป์ที่มีรากฐานเข้มแข็ง ทั้งงานช่าง 10 หมู่ งานทอผ้า งานเครื่องประดับ และงานฝีมือเชิงช่างต่าง ๆ โดยสนับสนุนให้คงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ ควบคู่การพัฒนาแนวคิดและการออกแบบให้ร่วมสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างของแบรนด์ในตลาดโลก

    ส่วนกลุ่มสินค้า Lifestyle เน้นศักยภาพสินค้าและบริการไทยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต สุขภาพ และความงาม สามารถยกระดับเป็น “ประสบการณ์” ที่ได้มาตรฐานสากล สะท้อนรสนิยมและตัวตนของผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านการผสานจุดแข็งด้านดีไซน์ คุณภาพ วัสดุท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์ของไทยเข้าไว้ด้วยกัน อาทิ สินค้าของตกแต่งบ้าน ของใช้ ของขวัญ งานคราฟต์ หรือผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและความสวยงาม”

    นอกจากสินค้าใน 3 หมวดหมู่ข้างต้นแล้ว แนวทางการขับเคลื่อนภายใต้แคมเปญดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับเมกะเทรนด์สำคัญของตลาดโลก เพื่อสนับสนุนความเป็น “NEXT LEVEL” อย่างยั่งยืน ได้แก่ Sustainability (สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม), Wellness (สุขภาพกาย–ใจ) และ Aging Consumers (สินค้าและบริการรองรับสังคมสูงวัย) เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรม สื่อสารได้ตรงกลุ่ม และแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลกอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gotomanager.com/content/144444/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PxdWM_Id84uOfLtCHkU52

  • โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ อีกหนึ่งเหตุผลดี ๆ สำหรับการท่องเที่ยวใกล้บ้าน

    โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ อีกหนึ่งเหตุผลดี ๆ สำหรับการท่องเที่ยวใกล้บ้าน

    โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ อีกหนึ่งเหตุผลดี ๆ สำหรับการท่องเที่ยวใกล้บ้าน

    ด้วยข้อเสนอพิเศษ ‘Thai Resident Rate’ รีสอร์ทระดับรางวัลแห่งนี้พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดของภาคเหนือให้แก่ผู้เข้าพัก

    เทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ของนักเดินทางชาวไทยคืออะไร? คำตอบเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือความต้องการเดินทางระยะสั้นที่สะดวกสบาย และมองหาช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่ไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ปัจจุบันการหลีกหนีความวุ่นวายไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นการให้คุณค่ากับประสบการณ์ใกล้ตัวมากขึ้น และทริปสั้น ๆ ก็สามารถเติมเต็มได้ไม่แพ้การเดินทางไกล

    เมื่อเทรนด์การท่องเที่ยวมุ่งสู่ประสบการณ์ที่มีความหมายและใกล้บ้านมากขึ้น นักเดินทางชาวไทยจึงเริ่มมองหาจุดหมายใหม่ ๆ ที่เข้าถึงได้ง่าย โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ มอบจังหวะชีวิตที่แตกต่าง ผสานความสงบของธรรมชาติเข้ากับการค้นพบวัฒนธรรม “รีสอร์ทแห่งนี้คือการหลีกหนีสู่ธรรมชาติของภาคเหนืออย่างง่ายดาย ที่ซึ่งผู้เข้าพักสามารถชะลอเวลา กลับมาเชื่อมโยงกับตัวเอง และเพลิดเพลินกับการพักผ่อนที่ทั้งเรียบง่ายและเปี่ยมคุณค่า” กล่าวโดยคุณฌอน โมเชอร์ ผู้จัดการทั่วไปประจำโฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ และ โฟร์ซีซั่นส์ เต็นท์แคมป์ สามเหลี่ยมทองคำ

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่เรียกประเทศไทยว่าบ้าน รีสอร์ทนำเสนอข้อเสนอ ‘Thai Resident Rate’ ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2569 สำหรับคนไทยและชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง โดยข้อเสนอนี้เปิดโอกาสให้เข้าถึงประสบการณ์การเข้าพักได้ง่ายยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา เหมาะสำหรับการวางแผนพักผ่อนระยะสั้น หรือรีทรีตท่ามกลางธรรมชาติs

    พักผ่อนท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจี สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มด่ำกับบรรยากาศอย่างเต็มที่ ห้องพักแบบพาวิลเลียนวิวทุ่งนาของรีสอร์ท มอบการเข้าถึงภูมิทัศน์โดยรอบอย่างใกล้ชิด ตั้งอยู่เหนือผืนนาที่ใช้งานจริง ให้ทั้งความเป็นส่วนตัวและยังคงสัมผัสวิถีชีวิตชนบทได้อย่างแท้จริง

    ความสุขเรียบง่าย กับประสบการณ์ที่ใส่ใจในรายละเอียด ผู้เข้าพักสามารถออกแบบช่วงเวลาพักผ่อนของตนเองได้อย่างลงตัว ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ที่หลากหลาย:

    • Afternoon Tea ตามฤดูกาล: ณ KHAO by Four Seasons เพลิดเพลินกับ Afternoon Tea ที่พร้อมเสิร์ฟในทุกวัน เติมเต็มช่วงบ่ายอย่างผ่อนคลาย
    • แอคทีฟในจังหวะของคุณเอง: สนามเทนนิสของรีสอร์ทรองรับทั้งการเล่นแบบสบาย ๆ และการเรียนแบบส่วนตัว ท่ามกลางวิวภูเขา
    • รสชาติแห่งท้องถิ่นและนานาชาติ: ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่สะท้อนทั้งเอกลักษณ์ของภาคเหนือจากวัตถุดิบท้องถิ่น และความหลากหลายด้วยอาหารนานาชาติ
    • ช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟู: Wara Cheewa Spa มอบประสบการณ์ไฮโดรเธอร์มอลควบคู่กับการบำบัดแบบไทยดั้งเดิม เพื่อการผ่อนคลายอย่างสมดุลและเต็มที่

    วางแผนง่าย พักผ่อนสบาย ด้วยเงื่อนไขการจองที่ยืดหยุ่น ไม่มีขั้นต่ำในการเข้าพัก และบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกห่างไกลจากความวุ่นวาย ข้อเสนอพิเศษระยะเวลาจำกัดนี้จึงเหมาะทั้งสำหรับทริปแบบเร่งรีบ รวมถึงทริปที่มีการวางแผนพักผ่อนล่วงหน้า

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก กรุณาติดต่อ [email protected]


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12807710&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gz6cfbLYj3kfcrL8_vv16

  • เลือกฟิล์มให้รถยนต์ไฟฟ้า ทำไมต้องใช้ฟิล์มกรองแสงแบบเฉพาะทาง? – ไทยรัฐออนไลน์

    เลือกฟิล์มให้รถยนต์ไฟฟ้า ทำไมต้องใช้ฟิล์มกรองแสงแบบเฉพาะทาง? – ไทยรัฐออนไลน์

    รถยนต์ไฟฟ้า เมื่อต้องการนำไปติดฟิล์มกันความร้อน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการป้องกันความร้อนจากภายนอกและทำให้ระบบเซนเซอร์ต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/auto/tips/2927537&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gij59tXCc5DKF_-EDMt44

  • “

    “รมว.ศธ.” ประกาศวิสัยทัศน์การศึกษาไทย ปักธง 5 นโยบายหลัก พลิกโฉมอนาคตเด็กไทยสู่ปี 2573


    21/04/2569 | 96 |

    วันนี้ (20 เมษายน 2569) เวลา 14.00 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการศึกษา โดยมีนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

    รมว.ศธ. เปิดเผยว่า มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะพัฒนาทุนมนุษย์และยกระดับการศึกษาของประเทศอย่างจริงจัง ผ่านกรอบนโยบาย 5 ด้านหลักที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน

    หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่สุดคือ คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก ซึ่งมองว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีแนวทางครอบคลุมตั้งแต่การยุบรวมโครงการที่ซ้ำซ้อน เตรียมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยลดขั้นตอนและภาระงานเอกสารของครู พร้อมออกตัวชี้วัดเพื่อการประเมินครูจากผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นหลัก แทนการทำเอกสารที่เกินความจำเป็น ไปจนถึงการแก้ปัญหาภาระการจัดซื้อจัดจ้างโครงการอาหารกลางวัน ด้วยการนำร่องระบบครัวกลาง Cloud Kitchen โดยบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    รมว.ศธ. ย้ำชัดว่าจะไม่ใช้นโยบายแบบ “One size fits all” อีกต่อไป แต่จะรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ กระจายโอกาสสู่ทุกพื้นที่ โดยการลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากครูและชุมชน พร้อมปรับสูตรเงินอุดหนุนรายหัวให้สะท้อนกับความต้องการ เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกัน จะกระจายทุน ODOS รูปแบบใหม่สู่ทุกอำเภอ และเดินหน้าโครงการ Thailand Zero Dropout อย่างจริงจัง เพื่อดึงเด็กที่หลุดออกนอกระบบกลับสู่การศึกษา

    ในด้านคุณภาพการเรียนรู้ รมว.ศธ. มุ่งเปลี่ยนแนวทางการศึกษาจากการ “ติวเพื่อจำ” ให้กลายเป็นการ “เรียนเพื่อใช้จริง” โดยจะพลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ และนำ AI มาบูรณาการในห้องเรียนอย่างมีวิจารณญาณ พร้อมเตรียมเด็กไทยให้พร้อมสำหรับการประเมิน PISA 2029 อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนากำลังคนระดับชาติ  ”Human Capital Superboard“ ที่รวบรวมกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคเอกชน มาร่วมกำหนดทิศทางหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมผลักดันแพลตฟอร์มทักษะแห่งชาติที่ครอบคลุมทั้ง E-Portfolio การรับรองทักษะ และระบบจับคู่ตำแหน่งงาน เพื่อให้เรียนจบแล้วมีงานทำได้จริง

    นอกจากนี้ รมว.ศธ. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างครอบคลุม โดยจะจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียนแบบถาวร มีทีมนักกฎหมายและนักจิตวิทยาพร้อมรับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับบุคลากรที่ใช้ความรุนแรง ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนโดยประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมโทรมในโรงเรียน โดยดึงสถาบันอาชีวศึกษาเข้ามาร่วมตรวจสอบและดำเนินการ

    ด้าน รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้รับมอบหมายจาก รมว.ศธ. ให้ลงพื้นที่ติดตามและดูแลการดำเนินงานของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ อย่างใกล้ชิด โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาจริงในพื้นที่ และตั้งเป้าให้ศูนย์ดังกล่าวขยายการดำเนินงานไปยังทุกหน่วยงานในสังกัดอย่างต่อเนื่อง

    นโยบายระยะยาวที่สำคัญไม่แพ้กันคือ วางรากฐานการศึกษาใหม่ ด้วยการผลักดัน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ที่จะปลดล็อคหลักสูตรล้าสมัย คุ้มครองผู้เรียนที่มีความหลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2573 การศึกษาไทยจะพลิกโฉมให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปสู่การมีงานทำได้จริง และยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างมั่นใจ

    “แต่นี้ไป ศธ. จะทำงานแบบทีม ไม่ใช่ระบบแท่ง เราคือ ‘ทีมการศึกษาไทย’ ที่เดินหน้าไปด้วยกัน เพราะการศึกษาต้องเริ่มจากเราทุกคน ไม่มีคำว่าการเมืองนำการศึกษา แต่การศึกษาจะต้องแยกจากการเมืองโดยเด็ดขาด และเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคลากร ศธ. ทุกท่านที่จะช่วยกันขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อสร้างเยาวชนไทยให้เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพในอนาคต” รมว.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย

    กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.: รายงาน
    20/4/2569


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/496139&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OIfsHZ7bfUpZAeLNNSvQG

  • ไปอเมริกาด้วยราคา 21K !! กับฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ Ep.1

    ไปอเมริกาด้วยราคา 21K !! กับฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ Ep.1

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/nKAvRYo8kgPM&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw32yvYxNtuWfgw0wOfOlcNM

  • ‘ทรัมป์’ ลั่น กำลัง ‘ชนะสงคราม’ การปิดล้อมทำเศรษฐกิจอิหร่านเสียหาย 500 ล้านดอลล์/วัน

    ‘ทรัมป์’ ลั่น กำลัง ‘ชนะสงคราม’ การปิดล้อมทำเศรษฐกิจอิหร่านเสียหาย 500 ล้านดอลล์/วัน

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลั่น ตนกำลัง ‘ชนะสงคราม’ ชี้ อย่าเชื่อสื่อใหญ่ปล่อยเฟกนิวส์ว่าอิหร่านจะชนะ เพราะไม่มีทาง และการปิดล้อมทำเศรษฐกิจอิหร่านเสียหายไปแล้ว 500 ล้านดอลล์ลาร์ต่อวัน

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐโพสต์ในโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ (20 เม.ย.) ช่วงบ่ายตามเวลาสหรัฐหรือราวตี 1 ของวันอังคารที่ 21 เม.ย. ตามเวลาไทยอยู่หลายโพสต์ โดยมีโพสต์หนึ่งระบุว่า ตนกำลังชนะสงคราม ไม่ควรเชื่อข่าวเฟกนิวส์ที่รายงานว่าอิหร่านจะชนะสงคราม เพราะนั่นจะไม่เกิดขึ้น

    โพสต์ดังกล่าวระบุไว้ดังนี้

    “ผมกำลังชนะสงคราม ชนะอย่างขาดลอย ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี กองทัพของเรายอดเยี่ยมมาก และถ้าคุณอ่านข่าวปลอม อย่างหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ที่กำลังตกต่ำ วอลล์สตรีทเจอร์นัลที่แย่และน่ารังเกียจอย่างยิ่ง หรือวอชิงตันโพสต์ที่ตอนนี้แทบจะล่มสลายไปแล้ว (โชคดีที่ยังไม่ล่ม) คุณจะคิดว่าเรากำลังแพ้สงคราม ศัตรูก็กำลังสับสน เพราะพวกเขาได้รับ “รายงาน” จากสื่อเหล่านี้เหมือนกัน แต่พวกเขากลับยังไม่รู้ว่ากองทัพเรือของพวกเขาถูกทำลายไปหมดแล้ว กองทัพอากาศของพวกเขาต้องปฏิบัติบนรันเวย์ที่มืดมิด พวกเขาไม่มีอุปกรณ์ต่อต้านขีปนาวุธหรือเครื่องบิน อดีตผู้นำเก่าๆ ของพวกเขาส่วนใหญ่หายไปแล้ว (นี่คือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง!) และที่สำคัญที่สุด การปิดล้อม ที่เราจะไม่ยกเลิกจนกว่าจะมี “ข้อตกลง” ได้ทำลายอิหร่านอย่างสิ้นเชิง พวกเขากำลังสูญเสียเงิน 500 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สามารถปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้อีกนาน แม้ในระยะสั้นก็ตาม สื่อปลอมที่ต่อต้านอเมริกาต่างเชียร์ให้อิหร่านชนะ แต่เรื่องนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะผมเป็นผู้ควบคุม! เช่นเดียวกับที่คนไร้ความรักชาติที่ใช้กำลังทั้งหมดที่มีต่อสู้กับผมในการเลือกตั้ง พวกเขาก็ยังคงทำเช่นนั้นกับอิหร่าน ผลลัพธ์จะเหมือนเดิม — และมันก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว!”

    ในขณะที่อีกโพสต์ทรัมป์บอกว่า ข้อตกลงที่กำลังทำกับอิหร่านในขณะนี้ ดีกว่าข้อตกลงนิวเคลียร์ที่รัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และอดีตปธน.โจ ไบเดน ทำกับอิหร่านเสียอีก

    โพสต์ดังกล่าวทรัมป์ระบุว่า

    “ข้อตกลงที่เรากำลังทำกับอิหร่านจะดีกว่าข้อตกลง JCPOA ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน” ซึ่งร่างโดยบารัก ฮุสเซน โอบามา และโจ ไบเดน จอมง่วง ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อตกลงที่เลวร้ายที่สุดต่อความมั่นคงของประเทศเราเท่าที่เคยมีมา มันเป็นเส้นทางที่รับประกันการนำไปสู่การมีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะไม่เกิดขึ้น และไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยข้อตกลงที่เรากำลังดำเนินการอยู่ พวกเขาให้เงิน “แบงก์เขียว” จำนวน 1.7 พันล้านดอลลาร์ ใส่ในเครื่องบินโบอิ้ง 757 และบินไปยังอิหร่านเพื่อให้ผู้นำอิหร่านใช้จ่ายตามที่เห็นสมควร เขาถอนเงินสดทั้งหมดออกจากธนาคารในวอชิงตัน ดี.ซี. เวอร์จิเนีย และแมริแลนด์ บรรดาผู้บริหารธนาคารกล่าวว่าพวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน นอกจากนี้ ยังมีการจ่ายเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ให้กับอิหร่าน หากผมไม่ยกเลิก “ข้อตกลง” นั้น อาวุธนิวเคลียร์จะถูกนำไปใช้กับอิสราเอลและทั่วตะวันออกกลาง รวมถึงฐานทัพทหารสหรัฐ อันเป็นที่รักของเราด้วย ข่าวปลอม เช่น เดวิด อิกเนเชียส “นักข่าว” ที่ไร้ฝีมือจากวอชิงตันโพสต์ ชอบพูดถึงข้อตกลง JCPOA ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันอันตรายและเป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างยิ่งสำหรับประเทศของเรา หากข้อตกลงเกิดขึ้นภายใต้การนำของ “ทรัมป์” มันจะรับประกันสันติภาพ ความมั่นคง และความปลอดภัย ไม่เพียงแต่สำหรับอิสราเอลและตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยุโรป อเมริกา และที่อื่นๆ ด้วย มันจะเป็นสิ่งที่ทั้งโลกจะภาคภูมิใจ แทนที่จะเป็นความอับอายและความเสื่อมเสียเกียรติที่เราต้องทนทุกข์ทรมานมาหลายปีเนื่องจากการนำที่ไร้ความสามารถและขี้ขลาด!”

    ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าการเจรจาที่คาดว่าจะมีขึ้นในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถานนั้นในวันอังคารจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่อัลจาซีรารายงานว่า ทีมเจรจาสหรัฐกำลังเดินทางไป โดยรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ จะออกเดินทางในวันอังคารเช้าตามเวลาสหรัฐ ในขณะที่ฝ่ายอิหร่านยังไม่เปิดเผยว่าจะเจรจาหรือไม่ หรือส่งใครไปเจรจา

    ส่วนเส้นตายข้อตกลงหยุดยิงก่อนหน้านี้กำลังจะสิ้นสุดแล้วในวันพุธ (22 เม.ย.)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1230430&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_YYIDJFzklJpBvGpO3z1y