Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สงครามตะวันออกกลางกระทบเศรษฐกิจดิจิทัลร้ายแรงสุดวูบแสนล้าน

    สงครามตะวันออกกลางกระทบเศรษฐกิจดิจิทัลร้ายแรงสุดวูบแสนล้าน

    สงครามตะวันออกกลางกระทบเศรษฐกิจดิจิทัลร้ายแรงสุดวูบแสนล้าน

    BDE ประเมิน สงครามตะวันออกกลางกระทบต่อเศรษฐกิจดิจิทัล กรณีสงครามจบใน มิ.ย.เศรษฐกิจดิจิทัลลดลง 20,000 ล้านบาท หากยืดเยื้อถึงสิ้นปี ลดลง 1.44 แสนล้านบาท

    นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE หรือ National Board of Digital Economy and Society) เปิดเผยว่า BDE ได้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจดิจิทัล เป็น 3 กรณี คือ

    กรณีที่ 1 : สงครามจบเร็วในเดือน มิ.ย. 2569 กรณีที่ 2 : กรณีสงครามยืดเยื้อถึงเดือน ก.ย. 2569 และกรณีที่ 3 : กรณีเลวร้ายยกระดับความรุนแรงและขยายวงกว้างถึงสิ้นปี 2569

    กรณีที่ 1 สงครามจบเร็วภายในเดือน มิ.ย. 2569 และราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ 85 – 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาค่าขนส่งและพลังงานเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว รวมถึงส่งผลให้เศรษฐกิจดิจิทัลลดลง 20,000 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 0.3 % ของเศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2569

    กรณีที่ 2 สงครามจบในเดือน ก.ย. 2569 และราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ 105-115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาค่าขนส่งและพลังงานเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว รวมถึงส่งผลให้เศรษฐกิจดิจิทัลลดลง 87,000 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 1.2 % ของเศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2569

    กรณีที่ 3 สงครามจบสิ้นปี 2569 และราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ 135-145 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาค่าขนส่งและพลังงานเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว รวมถึงส่งผลให้เศรษฐกิจดิจิทัลลดลง 144,000 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 2.1 % ของเศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2569

    ทั้งนี้ ประเมินว่าผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางเป็นตัวเร่งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้ง AI มากยิ่งขึ้น เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและใช้ชีวิต เช่นเดียวกับช่วงวิกฤต Covid 19 ซึ่งส่งผลให้เหตุการณ์สงครามนี้ กระทบกับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างจำกัด

    ในส่วนช่องทางการส่งผ่านต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยที่สำคัญคือ 

    1) ผ่านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น อาทิ การผลิตฮาร์ดแวร์ สินค้าดิจิทัล และอิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาพลังงานไฟฟ้าในกระบวนการผลิต และผ่านต้นทุนค่าขนส่งที่จะมีผลทำให้ราคาสินค้าที่จำหน่ายในประเทศและเพื่อการส่งออก มีต้นทุนสูงขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับการลงทุนด้านดิจิทัล เช่น Data Center ที่เป็นการตัดสินใจระยะปานกลางถึงระยะยาวจะยังได้รับผลกระทบไม่มาก 

    2) ผ่านกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    สำหรับปี 2569 ประเมินว่า กรณีสงครามจบเร็ว เศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital GDP (ราคาที่แท้จริง หรือ CVM) จะขยายตัวที่ร้อยละ 3.9 จากเดิมคาดว่าขยายตัวที่ร้อยละ  4.2 หรือลดลงร้อยละ 0.3 จากผลกระทบของสงคราม

    ในขณะที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ประเมินกรณีสงครามจบเร็วในเดือนมิ.ย. 2569 เศรษฐกิจไทยโดยรวมจะได้รับผลกระทบลดลงร้อยละ 0.6 หรือเศรษฐกิจจะขยายตัวที่ ร้อยละ 1.4 จากเดิมที่ประมาณการไว้ที่ร้อยละ 2.0 

    สำหรับการวิเคราะห์ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แบ่งเป็น 3 กรณี คือ 

    1) กรณีสงครามจบเร็วในเดือน มิ.ย. 2569 โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไม่เสียหายเพิ่มเติม การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบระยะสั้น 

    2) กรณีสงครามยืดเยื้อถึงเดือน ก.ย. 2569 สงครามขยายวง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเสียหายเพิ่มเติม การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงทะเลแดงได้รับผลกระทบยืดเยื้อ

    3) กรณีเลวร้ายยกระดับความรุนแรงและขยายวงกว้างถึงสิ้นปี 2569 สงครามขยายวงกว้าง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเสียหายหนัก การขนส่งผ่ายช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงทะเลแดงได้รับผลกระทบยืดเยื้อ การผลิตและการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติตลอดจนวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อื่นไม่สามารถฟื้นตัวหลังสงคราม โดยผลการวิเคราะห์สรุปได้ดังนี้

    สงครามตะวันออกกลางกระทบเศรษฐกิจดิจิทัลร้ายแรงสุดวูบแสนล้าน

    ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินหลายมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง อาทิ การตรึงราคาสินค้า การตรึงราคาน้ำมัน การป้องกันปราบปรามการกักตุนน้ำมัน รวมถึงมาตรการประหยัดพลังงาน ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ได้ดำเนินหลายมาตรการ เช่น ไทยช่วยไทยส่งสินค้าราคาถูกถึงมือคนไทย การให้หน่วยงานรัฐใช้ e-office และ บริการ cloud และ Saas (Software as a service) หลายบริการ ใช้งานฟรีผ่านระบบคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC  เป็นต้น     

    นายเวทางค์ กล่าวในตอนท้ายว่า BDE มีความเห็นเช่นเดียวกับประชาชนส่วนใหญ่ที่อยากเห็นสงครามจบเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม BDE ก็ได้เตรียมตัวรองรับกรณีเลวร้ายไว้ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/741252&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3y37KN5S7li5HYy3WvchhL

  • อนุทิน นัดถก ครม.ศก. 27 เม.ย.นี้! ดึง 3 สถาบันเอกชน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ขับเคลื่อนนโยบาย

    อนุทิน นัดถก ครม.ศก. 27 เม.ย.นี้! ดึง 3 สถาบันเอกชน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ขับเคลื่อนนโยบาย

    วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.30 น.

    ”อนุทิน“ เตรียมประชุมครม.ศก. 27 เมย.นี้ เชิญ 3 สถาบัน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ขับเคลื่อนนโยบาย

    วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 12.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า วันที่ 27 เม.ย. จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ โดยเราจะประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ โดยจะเชิญตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยการประชุมนัดแรกจะหารือถึงทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา 

    เมื่อถามว่าโดยเฉพาะเรื่องไทยช่วยไทยพลัสใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ เรื่องไทยช่วยไทยพลัส 

    เมื่อถามความชัดเจนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม นายอนุทิน ฟังคำถามแต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว เมื่อถามว่ามีการตั้งคำถามเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ความชัดเจนเป็นอย่างไร นายอนุทิน ตอบว่า “เดี๋ยวหารือกัน โดยเรื่องแบบนี้จะให้นายเอกนิติ นิติทันฑ์ประภาส รองนายกฯและรมว.คลัง เป็นผู้ชี้แจงเพราะมีข้อมูลทั้งหมด ในหลักการอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์และสามารถนำมากระตุ้นเศษฐกิจได้ให้มีเม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบเศรษฐกิจและประชาชนใช้เม็ดเงินเหล่านั้นไปจับจ่ายใช้สอยได้รัฐบาลก็มีความตั้งใจที่ทำให้พวกเขาอยู่แล้ว“ 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/959674&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Xm0d8RpRxR9pYcjda5TUd

  • ‘อนุทิน’ เผยถก ครม.เศรษฐกิจนัดแรก 27 เม.ย.เล็งดึง ‘เม็ดเงิน’ เข้าระบบ | เดลินิวส์

    ‘อนุทิน’ เผยถก ครม.เศรษฐกิจนัดแรก 27 เม.ย.เล็งดึง ‘เม็ดเงิน’ เข้าระบบ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 เม.ย. จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ โดยเราจะประชุม ครม.เศรษฐกิจทุกวันจันทร์ โดยจะเชิญตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยการประชุมนัดแรกจะหารือถึงทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา 

    เมื่อถามว่าโดยเฉพาะเรื่องไทยช่วยไทยพลัสใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ใช่ เรื่องไทยช่วยไทยพลัส 

    เมื่อถามถึงความชัดเจนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม นายอนุทิน ฟังคำถาม แต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว เมื่อถามต่อว่ามีการตั้งคำถามเกี่ยวกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ความชัดเจนเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวหารือกัน โดยเรื่องแบบนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง จะเป็นผู้ชี้แจง เพราะมีข้อมูลทั้งหมดในหลักการที่เป็นประโยชน์และสามารถนำมากระตุ้นเศษฐกิจได้ให้มีเม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งประชาชนจะใช้เม็ดเงินเหล่านี้ไปจับจ่ายใช้สอยได้ โดยรัฐบาลมีความตั้งใจที่ทำให้พวกเขาอยู่แล้ว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5799014/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AW8sEs79F_nkSFeBEd38E

  • กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าสร้างถนนสายแยก ชม.3029 – แยก ทล.1006 จังหวัดเชียงใหม่ คาดแล้วเสร็จปี 2571 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่ง – ท่องเที่ยว รองรับการขยายตัวของประชากรแถบภาคเหนือตอนบน

    กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าสร้างถนนสายแยก ชม.3029 – แยก ทล.1006 จังหวัดเชียงใหม่ คาดแล้วเสร็จปี 2571 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่ง – ท่องเที่ยว รองรับการขยายตัวของประชากรแถบภาคเหนือตอนบน

    กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าสร้างถนนสายแยก ชม.3029 – แยก ทล.1006 จังหวัดเชียงใหม่ คาดแล้วเสร็จปี 2571 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่ง – ท่องเที่ยว รองรับการขยายตัวของประชากรแถบภาคเหนือตอนบน


    21/04/2569 | 123 |

    กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนสายแยก ชม.3029 – แยก ทล.1006 อำเภอเมืองเชียงใหม่ – สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ (ตอนที่ 1) ระยะทาง 3.365 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินงานเสาเข็มเจาะ งานถางป่า ขุดตอ งานปรับเกลี่ย และบดอัดดินเดิม คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2571 เนื่องจากการเจริญเติบโตของเมืองในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ถนนสายหลัก ทล.1006 ทล.121 และ ชม.4039 มีปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ เพื่อเป็นการรองรับการเจริญเติบโตของเมืองและการเพิ่มขึ้นของประชากรในจังหวัด ซึ่งนำไปสู่การขยายตัวในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอสันกำแพง ประกอบกับช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการคมนาคมขนส่ง การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ช่วยแบ่งเบาการจราจรบนถนนสายหลักให้ผู้ใช้ทางสามารถสัญจรได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทช. จึงได้ดำเนินโครงการฯ ใช้งบประมาณ 768.497 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย การก่อสร้างถนนแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาด 6 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.5 เมตร มีทางเท้า/ทางจักรยาน กว้าง 4.9 เมตร พร้อมระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง รวมถึงการจัดภูมิทัศน์บริเวณโครงการฯ และก่อสร้างทางลอด (อุโมงค์) ขนาด 4 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 1.8 เมตร ความสูงช่องลอดสุทธิไม่น้อยกว่า 5.5 เมตร พร้อมระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบระบายน้ำ ความยาวทางลอด 660.435 เมตร นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง ทช. จะทำการรดน้ำบริเวณพื้นที่โครงการฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้ใช้ทาง

    อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินงานของโครงการฯ สอดคล้องกับความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่มากที่สุด ก่อนดำเนินการก่อสร้าง ทช. ได้จัดประชุมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนและลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง ทช. ผู้รับจ้าง และผู้แทนประชาชนแล้ว ซึ่งได้มีการนำเสนอความเป็นมา ลักษณะของโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงาน พร้อมทั้งได้มีการรับฟังข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นจากผู้นำชุมชน ประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

    ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/163226


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/496215&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GPBPJEKyoX-fDfmcAmxlo

  • ราคาทองวันนี้ 21/04/69 เปิดตลาด ปรับขึ้น 200 บาท  รูปพรรณขายออก 73,800 บาท

    ราคาทองวันนี้ 21/04/69 เปิดตลาด ปรับขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายออก 73,800 บาท

    วันที่ 21 เม.ย.69 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทอง วันนี้ (21 เม.ย.2569) ประกาศครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.02 น.ปรับขึ้น 200 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

    ประกาศครั้งที่ 1

    ทองแท่ง

    • รับซื้อ บาทละ 72,800.00 บาท

    • ขายออก บาทละ 73,000.00 บาท

    ทองรูปพรรณ

    • รับซื้อ บาทละ 71,342.96 บาท

    • ขายออก บาทละ 73,800.00 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/142525&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LT6AVcVpT7Q3ez9IBGz_1

  • ประชุมโต๊ะกลมเศรษฐกิจจีน ขุมพลังเศรษฐกิจระดับมณฑลของจีน มุ่งสร้างความมั่งคั่งร่วมกันในปี 2026-2030

    ประชุมโต๊ะกลมเศรษฐกิจจีน ขุมพลังเศรษฐกิจระดับมณฑลของจีน มุ่งสร้างความมั่งคั่งร่วมกันในปี 2026-2030

    ปักกิ่ง, 21 เม.ย. ซินหัว รายงานว่า — หลิวจื้อเฉิง นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์มหภาค สังกัดคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน ซึ่งเข้าร่วมรายการการประชุมโต๊ะกลมเศรษฐกิจจีนตอนล่าสุดของสำนักข่าวซินหัว เผยการคาดการณ์ว่าภูมิภาคขุมพลังทางเศรษฐกิจระดับมณฑลของจีนจะเดินหน้าผลักดันความมั่งคั่งร่วมกันสำหรับประชาชนทุกคน ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030)

    ภูมิภาคระดับมณฑล 10 แห่งซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจจีน ได้แก่ กว่างตง (กวางตุ้ง) เจียงซู ซานตง เจ้อเจียง ซื่อชวน (เสฉวน) เหอหนาน หูเป่ย ฝูเจี้ยน เซี่ยงไฮ้ และหูหนาน มีส่วนสนับสนุนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนรวมกันกว่าร้อยละ 60 โดยหลิวเผยว่าพื้นที่เหล่านี้ได้พัฒนาหลายแนวทางเพื่อมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่วมกัน และควรเดินหน้าเป็นแบบอย่างในด้านดังกล่าวต่อไป

    หลิว กล่าวว่า การสร้างความทันสมัยแบบจีนคือการพัฒนาที่สร้างความมั่งคั่งร่วมกันเพื่อประชาชนทุกคน ภูมิภาคดังกล่าวจึงจำเป็นต้องตระหนักในภาระความรับผิดชอบของตนมากขึ้น และเป็นผู้นำการส่งเสริมความมั่งคั่งร่วมกันเนื่องจากมีพื้นฐานการพัฒนาที่ดีกว่า

    เพื่อผลักดันความมั่งคั่งร่วมกันในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับใหม่ หลิวกระตุ้นให้พื้นที่เหล่านี้ใช้กลยุทธ์มุ่งให้ความสำคัญกับการจ้างงานเป็นอันดับแรก เพื่อรับรองว่ามีการจ้างงานที่มีคุณภาพสูงและเพียงพอ อีกทั้งเรียกร้องการเดินหน้าเพิ่มรายได้ของประชาชนโดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และเสริมแกร่งผลลัพธ์ความคืบหน้าในภารกิจขจัดความยากจน

    หลิว เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรบริการสาธารณะที่ดีขึ้นและระบบประกันสังคมที่เข้มแข็งขึ้น โดยชี้ว่าภูมิภาคเศรษฐกิจสำคัญควรเดินหน้าสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในโครงการด้านความเป็นอยู่ของประชาชน และทำงานเพื่อเสริมสร้างระบบประกันสังคมที่ยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/70490&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12IpTBKS_emn2AOPXjmGQq

  • นายกฯ เรียกถก ครม.เศรษฐกิจ 27 เม.ย.นี้ ดัน “ไทยช่วยไทยพลัส”

    นายกฯ เรียกถก ครม.เศรษฐกิจ 27 เม.ย.นี้ ดัน “ไทยช่วยไทยพลัส”

    วันนี้ (21 เม.ย.2569) เวลา 12.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 27 เม.ย.จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และจากนั้นจะประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ โดยเชิญตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ การประชุมนัดแรกจะหารือถึงทุกประเด็น ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา รวมถึงไทยช่วยไทยพลัส

    อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องความชัดเจนของการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

    ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท มีความชัดเจนเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า “เดี๋ยวหารือกัน ซึ่งเรื่องนี้ผู้ชี้แจง คือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เพราะมีข้อมูลทั้งหมด ซึ่งในหลักการรัฐบาลตั้งใจทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ และนำมากระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพื่อให้มีเม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบเศรษฐกิจและประชาชนใช้เม็ดเงินเหล่านั้นไปจับจ่ายใช้สอยได้

    ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า จะเพิ่มวงเงินจากเดิม 2,400 บาท ในโครงการคนละครึ่งพลัสหรือไม่ หลังสส.หลายพรรคออกมาเรียกร้อง เพราะขณะนี้เศรษฐกิจไม่ดี นายกรัฐมนตรี หันมากล่าวว่า “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” ก่อนที่จะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปที่ตึกไทยคู่ฟ้า

    อ่านข่าว :

    นายกฯ สั่ง “เอกนิติ-กฤษฎีกา” ศึกษาหากทำ พ.ร.ก.กู้เงิน-ขยายเพดานหนี้

    ครม.​ตั้ง “ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์” เลขาฯ มท.1 “นพดล เภรีฤกษ์” เลขาธิการ​กฤษฎีกา​

    เร่งตามปม “เจ้าอาวาสวัดสนามไชย” หายตัวปริศนา 1 เดือน พบพิรุธรถยนต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504878&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SKsD0vuK-xJZsYcErIjM9

  • “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้าครม.เศรษฐกิจนัดแรก 27 เม.ย.นี้ : อินโฟเควสท์

    “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้าครม.เศรษฐกิจนัดแรก 27 เม.ย.นี้ : อินโฟเควสท์

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า เตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดแรก ในวันจันทร์ที่ 27 เม.ย.นี้ มีวาระสำคัญ คือ เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเดินหน้าตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา รวมถึง โครงการไทยช่วยไทยพลัสด้วย

    นายอนุทิน กล่าวว่า จากนี้จะมีการประชุมครม.เศรษฐกิจทุกวันจันทร์ ซึ่งจะมีการนำเสนอประเด็นต่าง ๆ เข้ามาและมีการเชิญคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้ามาหารือด้วย

    ส่วนพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด เพราะมีข้อมูลทั้งหมด แต่ในหลักการคือ เรื่องใดที่มีประโยชน์และสามารถนำมากระตุ้นเศรษฐกิจ มีเม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ และประชาชนสามารถใช้เม็ดเงินไปจับจ่ายใช้สอยได้ รัฐบาลก็มีความตั้งใจที่จะดำเนินการอยู่แล้ว

    ส่วนกรณีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 10% นายกรัฐมนตรี ปฎิเสธตอบคำถาม

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/586632&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hmnc5K7yJ2LGbJ_o7kxes

  • ‘ฟิล์ม ธนภัทร’ เจอหญิงปริศนาพุ่งใส่หวังหอมแก้ม ขอความกรุณาอย่าไปทำแบบนี้กับใคร! | เดลินิวส์

    ‘ฟิล์ม ธนภัทร’ เจอหญิงปริศนาพุ่งใส่หวังหอมแก้ม ขอความกรุณาอย่าไปทำแบบนี้กับใคร! | เดลินิวส์

    พระเอกหนุ่มหล่อ “ฟิล์ม ธนภัทร” หวิดโดนฟัดหลังเจอหญิงปริศนาพุ่งประชิดหวังหอมแก้มทีเผลอกลางงานวันเกิด โชคดีไหวพริบดีเอาแขนกันได้ทัน ล่าสุดเจ้าตัวเคลื่อนไหวผ่าน X เตือนสติ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5799842/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TMjO6GpcD2nxThJ6IzJnb

  • ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่กระบี่ รับฟังปัญหา-ยกระดับดูแลนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นภาคท่องเที่ยว

    ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่กระบี่ รับฟังปัญหา-ยกระดับดูแลนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นภาคท่องเที่ยว

    วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ รับฟังปัญหาโดยตรงจากผู้ประกอบการ และร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เที่ยวบินจากกลุ่มประเทศดังกล่าว ซึ่งเดิมมีประมาณ 8–14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ถูกยกเลิกไปจำนวนมาก กระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ของผู้ประกอบการในจังหวัดกระบี่

    ในการประชุม ได้เชิญตัวแทนจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวในทุกภาคส่วน อาทิ ผู้ประกอบการทัวร์ เรือสปีดโบ๊ต เรือหางยาว รถเช่า โรงแรม ร้านอาหาร และสถานบันเทิง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและสะท้อนปัญหา โดยตำรวจท่องเที่ยวได้ร่วมกำหนดแนวทาง เพิ่มความเข้มข้นด้านความปลอดภัย การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มาเยือน

    ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความร่วมมืออย่างดี โดยผู้ประกอบการให้ความเชื่อมั่นต่อบทบาทของตำรวจท่องเที่ยวในการเป็น “กลไกสำคัญ” ในการดูแลนักท่องเที่ยวและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในพื้นที่

    ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้เข้าหารือกับนางธนิสรา สิงหกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการมาตรการดูแลความปลอดภัยภายในสนามบิน รวมถึงเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ

    พร้อมกันนี้ ได้ลงพื้นที่พบปะนักท่องเที่ยวภายในท่าอากาศยานกระบี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police ซึ่งเป็นช่องทางให้ความช่วยเหลือและติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    การดำเนินการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสนับสนุนให้จังหวัดกระบี่กลับมาเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งในด้าน “ปริมาณและคุณภาพ” อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/290980&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0D3dlVFHTUVb90Hskz8INs