Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘ตัน ภาสกรนที’ ขอลดเงินเดือนตัวเองครึ่งหนึ่ง เป็นเวลา 3 เดือน รับเศรษฐกิจผันผวน | เดลินิวส์

    ‘ตัน ภาสกรนที’ ขอลดเงินเดือนตัวเองครึ่งหนึ่ง เป็นเวลา 3 เดือน รับเศรษฐกิจผันผวน | เดลินิวส์

    ทำเอาโซเชียลฮือฮากันเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ หลัง “ตัน ภาสกรนที” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอิชิตัน กรุ๊ป โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศตัดสินใจลดเงินเดือนของตนเองลง 50% เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยระบุว่า “ผมขอเริ่มที่ตัวเองก่อน ด้วยการลดเงินเดือน 50% ในช่วง 3 เดือนนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงสถานการณ์ ทุกคนต้องช่วยกันทำ Cost Saving ในช่วงที่ลำบาก ..ตลอด 15 ปีของอิชิตัน ผมและพนักงานอิชิตัน เราก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ด้วยการบริหารจัดการอย่างรอบคอบเสมอ เรายังเชื่อมั่นว่า ..มีโอกาสสำหรับคนที่เตรียมพร้อม”

    “ด้วยความเข้มงวดในการบริหารจัดการ ทำให้ ICHI สามารถจ่ายเงินปันผลเพิ่ม 0.55 บาท ให้กับผู้ถือหุ้น เพื่อแสดงคำขอบคุณที่เดินทางร่วมกันมาตลอด และขอบคุณคนไทยทุกคนที่สนับสนุนอิชิตันครับ เราจะสู้และอยู่เคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไป”

    อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นชื่นชมกันเป็นอย่างมาก อีกด้วย..

    ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ตัน ภาสกรนที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5811496/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1niGtRVZlXeY7PeezR9H-d

  • หนุน “แลนด์บริดจ์” ชี้ มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ แค่หัวเราะ! หลังถูกถามยังมีหลายฝ่ายคัดค้านอยู่

    หนุน “แลนด์บริดจ์” ชี้ มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ แค่หัวเราะ! หลังถูกถามยังมีหลายฝ่ายคัดค้านอยู่

    หนุน “แลนด์บริดจ์” ชี้ มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ แค่หัวเราะ! หลังถูกถามยังมีหลายฝ่ายคัดค้านอยู่

    นายกฯ ชี้ “แลนด์บริดจ์” มีประโยชน์ สร้างความมั่งคั่งเศรษฐกิจ เป็นโครงการที่ ภท. ตั้งใจจะผลักดัน แจง ศึกษา-ปรับสภาพให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว แค่หัวเราะ! หลังถูกถามยังมีหลายฝ่ายคัดค้านอยู่

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมที่จะเสนอโครงการแลนด์บริดจ์ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งใจที่จะผลักดัน โดยมีการศึกษารายละเอียดและปรับสภาพให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีและต้นทุนการก่อสร้าง และรูปแบบที่จะทำให้เกิดขึ้น ซึ่งวันนี้ก็มีเหตุผลที่จะต้องนำขึ้นมาพิจารณา อย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น

    ภาพจาก : ผู้สื่อข่าว PPTV
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

    เพราะมีการพูดถึงว่าใครจะเป็นผู้ครอบครอง ช่องทางการขนส่งคมนาคม หรือมีไอเดียที่จะเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งในส่วนของประเทศไทย ถ้าหากมีโครงการที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ และเกิดประโยชน์เกิดรายได้ เกิดความมั่งคั่งกับเศรษฐกิจ เราก็ต้องเร่งพิจารณา 

    ส่วนจะต้องทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่อย่างไรนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของส่วนรวม 

    ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ถึงกรณีที่ยังมีหลายฝ่ายไม่เข้าใจและคัดค้านตัวโครงการแลนด์บริดจ์อยู่ โดยนายกฯ เพียงแค่หัวเราะไม่ได้ตอบคำถามก่อนขึ้นรถกลับทันที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/274060&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3q86nfvQqqs12kzEAKCfM4

  • ไทย-จีน ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่ มุ่งเป้าเทคโนโลยีสีเขียวและดิจิทัล

    ไทย-จีน ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่ มุ่งเป้าเทคโนโลยีสีเขียวและดิจิทัล

    25 เมษายน 2569 – เมื่อเวลา 20.00 น. วานนี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลภายหลังหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

    โดย นายสีหศักดิ์ ระบุว่า เมื่อช่วงเช้าได้หารือกันไปรอบหนึ่งแล้ว และเมื่อสักครู่ก็ได้หารือกันอีกรอบหนึ่ง ขณะเดียวกัน นายหวัง อี้ ก็ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี และได้มีการหารือกันด้วย ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-จีน เนื่องจากปีที่ผ่านมาเราได้เฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน แต่จริงๆแล้วความสัมพันธ์มีรากฐานมายาวนาน ซึ่งจีนพูดเสมอว่าความสัมพันธ์ไทย-จีน เสมือนเป็นพี่น้องและญาติมิตรที่ใกล้ชิดกัน อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีของความสัมพันธ์ที่จีนอยากจะมีกับอาเซียนทุกประเทศ

    เราพยายามมองไปข้างหน้า เพราะตนคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ เรามุ่งที่จะดำเนินนโยบายที่ต่อเนื่องพร้อมไปข้างหน้า และคงมีเสถียรภาพทางการเมืองพอสมควร เพราะฉะนั้นในการจะมองไปข้างหน้า คือเราจะทำแผนปฏิบัติการเพื่อเป็นแนวทางสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อครอบคลุมความสัมพันธ์ในทุกมิติ รวมทั้งความร่วมมือในระดับภูมิภาคและในระดับระหว่างประเทศ

    ส่วนมิติใหม่ๆของความสัมพันธ์ จะต้องไปสู่การทำให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาร่วมกัน โดยเฉพาะเราต้องมองไปสู่อนาคตในเรื่องของนวัตกรรม เทคโนโลยี ดิจิทัลและเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจีนมีบทบาทสำคัญในเรื่องของพลังงานโซล่าร์และรถยนต์อีวี ซึ่งจีนก็เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากอยู่แล้ว และยังประสงค์ที่จะลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

    ขณะที่ เรื่องภูมิภาค จีนถือมีความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมเสถียรภาพของภูมิภาค รวมถึงระดับโลกที่เราเป็นห่วง เนื่องจากปัจจุบันระเบียบโลกที่เน้นกติการะหว่างประเทศกำลังถูกบั่นทอน ดังที่จะเห็นได้จากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเราเห็นว่าทุกประเทศที่มีความเห็นตรงกันควรมุ่งที่จะรักษาระเบียบโลกให้อยู่ในกติกาและกฎหมายระหว่างประเทศในการดำเนินความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องของการใช้อำนาจเป็นใหญ่

    สำหรับกรณีตะวันออกกลาง เราก็มีความเป็นห่วงและได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีถึงผลกระทบต่อประเทศไทย และประเทศอื่นๆด้วย โดยเฉพาะพลังงาน ที่ขณะนี้เรามีปัญหาเรื่องของเรือที่บรรทุกแก๊ส น้ำมัน และปุ๋ย เช่นเดียวกับจีน ทั้งที่จีนมีจำนวนเรือมากกว่าไทย แต่เขามีความสื่อสารและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน นอกจากนี้ยังประสงค์ที่จะให้สันติภาพเกิดขึ้นโดยเร็ว ทางนายกรัฐมนตรีจึงได้ขอให้ฝ่ายจีนช่วยพูดอีกทางหนึ่งในเรื่องของพลังงานและเรือให้ผ่านเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะปัจจัยเรื่องน้ำมันแก๊ส และปุ๋ยในประเทศไทยสำคัญ เพราะเราผลิตและส่งออกอาหาร หากขาดปุ๋ยเราก็จะมีข้อจำกัด

    นายสีหศักดิ์ กล่าวเสริมอีกว่า ก่อนที่ นายหวัง อี้จะมาประเทศไทยได้เดินทางไปยังกัมพูชามาก่อน ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนจึงอยากเห็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาได้รับการฟื้นฟูในฐานะเพื่อนบ้าน ซึ่งเขาเห็นว่าความสัมพันธ์ที่ดี และสันติภาพระหว่างประเทศทั้งสองจะเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อความมั่นคงของภูมิภาค

    พร้อมย้ำว่า “เรื่องนี้ตนและนายกรัฐมนตรียืนยันว่าประเทศไทยเรามีนโยบายที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านด้วยสันติภาพและความมั่นคงร่วมกัน เราไม่ได้ปฏิเสธการเจรจาเลยกับกัมพูชาเพียงแต่ว่าในการเจรจานั้น เรื่องของความจริงใจต่อการที่เราจะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันก่อน ตนเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เราสามารถเจรจาในเรื่องต่างๆได้ อย่างเช่น JBC เป็นต้น แต่ในช่วงนี้การประชุมควรจะเน้นการเจรจา ขณะเดียวกันเราควรจะพูดคุยในเรื่องของความร่วมมือชายแดน ความมั่นคงชายแดน การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจด้วยมาตรการต่างๆทุกอย่างจะได้คืบหน้า“

    นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายจีนไม่เห็นด้วยที่จะนำเอาประเด็นปัญหาทวิภาคีไปสู่เวทีระหว่างประเทศโดยเห็นว่าปัญหาทวิภาคีก็ต้องแก้ไขโดยการเจรจาทวิภาคี เพราะฉะนั้นหากฝ่ายกัมพูชามุ่งแบบนั้นจริงด้วยความจริงใจไม่มีการกดดันประเทศไทยตนคิดว่าการเจรจาต่างๆก็จะคืบหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป

    ส่วนอีกเรื่อง นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนเพิ่งเดินทางไปเยือนเมียนมามา และนายหวังอี้ก็จะเดินทางไปยังเมียนมา จึงได้เล่าให้ฟังว่าตนไปมาแล้วและผลการเยือนเป็นอย่างไร ซึ่งนโยบายของไทยคือเราอยากนำเมียนมากลับมาสู่อาเซียนแต่ในขณะเดียวกันเมียนมาก็ต้องตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนด้วยทั้งสองทาง ฉะนั้นยืนยันว่าประเทศเมียนมามีความสำคัญต่ออาเซียน และจะทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็ง แต่ทางเมียนมาก็ต้องแสดงถึงการตอบสนองต่อข้อกังวลต่างๆ ซึ่งไทยพร้อมที่จะสร้างสะพานระหว่างเมียนมากับอาเซียน

    เมื่อถามว่า ฝ่ายจีนมีข้อเสนอที่จะเป็นตัวกลางในการพูดคุยด้วยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า จีนบอกไม่แทรกแซง และมีความปรารถนาดีหากไทยอยากจะให้ช่วยอำนวยความสะดวกเหมือนที่เคยช่วยเมื่อปีที่แล้ว เขาก็ยินดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับทั้งสองประเทศ ซึ่งจีนย้ำว่าเขาไม่ประสงค์ที่จะแทรกแซง แต่อยากจะเห็นทั้งสองประเทศแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาทวิภาคี

    ส่วนมีการเสนอขยายความร่วมมือระหว่างไทย-จีนหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ เศรษฐกิจดิจิทัลเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจะเป็นประเด็นใหม่ๆในการร่วมมือระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจีนมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน พลังงานโซลาร์ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า ที่จีนเป็นอันดับหนึ่งในตอนนี้ และในประเทศไทยจีนก็เข้ามาลงทุนเยอะ ซึ่งในวันนี้นายกรัฐมนตรีก็ได้ขับรถอีวีของจีนพานายหวังอี้ไปยังร้านอาหาร

    สำหรับการท่องเที่ยวจีนที่หดหายไปในหลายจังหวัดของไทยได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ตนจึงมาหารือในที่ที่สวยงาม และมีบรรยากาศดี ซึ่งเขาก็แฮปปี้มากที่พาเขามาที่จังหวัดกระบี่ เพราะเขาไม่เคยมาแล้วก็ประทับใจ จึงเชื่อว่าเขาคงไปเล่าต่อว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง

    นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังยอมรับด้วยว่าได้มีการหารือถึงเรื่องของสแกมเมอร์ต่อจากที่ได้มีการจัดประชุมระหว่างประเทศตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว เพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกในการต่อต้านขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะออนไลน์ ซึ่งจีนต้องการที่จะสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นไทยกับจีนจึงเห็นตรงกันและย้ำว่าจะร่วมมือกันที่จะขับเคลื่อนต่อไป

    ทั้งนี้ มีโอกาสในการร่วมมือระหว่างจีน ไทย กัมพูชา และเมียนมา ในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า สำหรับโอกาสในการมีความร่วมมือหลายฝ่าย เช่น ไทย กัมพูชา เมียนมา และจีน ในการแก้ปัญหา เรื่องนี้ปัจจุบันยังไม่มีกรอบความร่วมมือแบบ 3 หรือ 4 ฝ่ายอย่างเป็นทางการ แต่อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์กับเมียนมามีทั้งประเด็นภายในประเทศ และประเด็นสำคัญเรื่องชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้ เราจึงเดินหน้าในเรื่องการปราบปรามอาชญากรรม เช่น แก๊งสแกมเมอร์ ยาเสพติด ปัญหามลพิษทางอากาศและน้ำ รวมถึงการฟื้นฟูการค้าชายแดน ซึ่งในปัจจุบันจีนมีการหารือกับเมียนมาและกัมพูชา ขณะที่ไทยก็มีการหารือกับเมียนมา และมีความประสงค์จะร่วมมือกับกัมพูชาในเรื่องเหล่านี้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/985597/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hOkY1sl43CZnk9G7As_W9

  • สีหศักดิ์ เผยคุย หวัง อี้ หวังดันสัมพันธ์ การค้าการลงทุนก้าวหน้า ชี้จีนสอดรับไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล

    สีหศักดิ์ เผยคุย หวัง อี้ หวังดันสัมพันธ์ การค้าการลงทุนก้าวหน้า ชี้จีนสอดรับไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล

    สีหศักดิ์ เผยคุย หวัง อี้ หวังดันสัมพันธ์ การค้าการลงทุนก้าวหน้า ชี้จีนสอดรับไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล

    วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

    “สีหศักดิ์” เผย คุย “หวัง อี้” หวังดันความสัมพันธ์-การค้าการลงทุนให้ก้าวหน้า ชี้ จีนเป็นตลาดสำคัญและมีบทบาทในภูมิภาค สอดคล้องความต้องการไทย มุ่งเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล พร้อมดึงเมียนมากลับสู่กระบวนการสันติภาพ เดินหน้าแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

    วันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 11.40 น. ที่โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคาดหวังของไทย ภายหลังได้พบหารือกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า มีหลายส่วน ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและการค้าการลงทุน เนื่องจากจีนเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดของไทย อีกทั้งยังเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ถือเป็นอันดับ 2 และในอีกไม่ช้าก็อาจจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แต่ที่สำคัญคือการลงทุนของจีนเป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับสิ่งที่ไทยต้องการ เช่น การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล รถยนต์อีวี รวมถึงพลังงานสะอาด

    ขณะที่ อีกส่วนหนึ่งคือจีนเป็นหุ้นส่วนสำคัญในระดับภูมิภาคและมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคง จึงได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเมียนมาเป็นส่วนใหญ่ เพราะในแถบตะวันตกหลายประเทศเรียกร้องในเรื่องของประชาธิปไตยและการปรองดอง ทำให้เรื่องนี้มีเป้าหมายที่ตรงกับไทย แต่อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายในเมียนมาก็ต้องหาทางปรองดองกันให้ได้ ดังนั้นการที่ตนและนายหวัง อี้ เดินทางไป คืออยากจะให้เขาเข้าสู่กระบวนการสันติภาพและกระบวนการปรองดองหลังเลือกตั้ง เพราะไทยในฐานะประเทศที่มีพรมแดนติดกันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กันกับรัฐบาลเมียนมา ขณะเดียวกันปัญหาชายแดนก็รอไม่ได้จึงต้องทำควบคู่กันไปด้วย เช่น ปัญหาการค้าชายแดนที่ด่านถูกปิดอันเป็นผลมาจากสถานการณ์ภายใน ออนไลน์สแกม ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และมลพิษ เป็นต้น ฉะนั้นประเทศไทยจะต้องร่วมมือกับทั้งรัฐบาลเมียนมาและคนกลุ่มน้อยในพื้นที่ด้วย

    ส่วนกรอบความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 สามฝ่าย ระหว่าง ไทย-เมียนมา- ลาว นั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนอยากให้กรอบความร่วมมือนี้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพราะถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ใช่แค่ในระดับทวิภาคี แต่ยังเป็นการแสดงบทบาทของเราในภูมิภาคด้วย ตนจึงเรียนนายหวัง อี้ ไปว่าที่ผ่านมาการเมืองไทยอาจจะไม่ค่อยนิ่ง แต่คิดว่ารัฐบาลนี้น่าจะมีเสถียรภาพที่จะสามารถดำเนินนโยบายเชิงรุก โดยเฉพาะด้านการต่างประเทศที่หายไปจากจอเรดาร์มานาน ให้กลับมาและมีผลประโยชน์อีกครั้ง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/960680&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cN2K2IJm1wOiRGSgfgcXZ

  • “นายกฯ อนุทิน” หารือประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ส่งเสริมเยาวชนใช้กีฬาสร้างสันติภาพ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    “นายกฯ อนุทิน” หารือประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ส่งเสริมเยาวชนใช้กีฬาสร้างสันติภาพ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    ด้านประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชียแสดงความยินดีที่ได้เยือนประเทศไทย และชื่นชมบทบาทของไทยในการส่งเสริมกีฬาในทุกระดับ โดยเฉพาะการพัฒนาเยาวชนผ่านกีฬา ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะชีวิต วินัย และความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ พร้อมย้ำถึงความพร้อมของ OCA ในการร่วมมือกับไทยเพื่อขยายโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงกีฬาอย่างทั่วถึง

    โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเยาวชนไทย ทั้งในด้านศักยภาพ ทักษะ และคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการปลูกฝังค่านิยมโอลิมปิก และการสร้างสังคมที่สงบสุข พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาด้านกีฬาในภูมิภาค และเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ

    ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางความร่วมมือภายใต้กรอบ OCA โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชน การสร้างโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาในระดับภูมิภาคและนานาชาติ รวมถึงการใช้กีฬาเป็นกลไกเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เสริมสร้างสันติภาพ และต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระยะยาว โดย OCA พร้อมสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนและการพัฒนากีฬาอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1557555&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XCxSPOgSczfMq6zRJh_kh

  • กสศ.เปิด 5 ชุดสวัสดิการ ช่วยเด็กวิกฤตการศึกษา ไม่ให้หลุดระบบ

    กสศ.เปิด 5 ชุดสวัสดิการ ช่วยเด็กวิกฤตการศึกษา ไม่ให้หลุดระบบ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/quality-of-life/education/143546&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fOPPoDURzCNoGaf5GqK-O

  • กกต. เปิดคุณสมบัติผู้สมัครเป็น สก.-ผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา-สมาชิกสภาเมืองพัทยา

    กกต. เปิดคุณสมบัติผู้สมัครเป็น สก.-ผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา-สมาชิกสภาเมืองพัทยา

    คณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่ายยาวคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. -สก.-นายกเมืองพัทยา-สมาชิกสภาเมืองพัทยา ยกเว้นเรื่องเคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ออกไป เหตุยังมีบังคับใช้มิได้ ตามคำวินิจฉัยศาลรธน.

    วันที่ 25 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ (วันที่ 21 พฤษภาคม 2569) หลังได้ประกาศวันรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 และกำหนดวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 

    โดยคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จะต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกสภาเมืองพัทยา ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง สำหรับผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือนายกเมืองพัทยา ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมัครรับเลือกตั้งในวันสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

    ซึ่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ไม่ได้กำหนดวุฒิการศึกษา แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายกเมืองพัทยาต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

    ส่วนคุณสมบัติต้องห้ามไม่สามารถสมัครได้ อาทิ  ติดยาเสพติดให้โทษ เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ  เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติ

    การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 39 (1) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช (2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ (4) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล  เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริต เป็นต้น

    โดยได้ยกเว้น เรื่องเคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง ออกไป โดยให้เหตุผลว่า เรื่องดังกล่าวมีผลบังคับใช้มิได้ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 5/2566 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ว่าพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 50 (21) “เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง” ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 วรรคหนึ่ง

    ทั้งนี้ ผู้ใดลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2928824&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xtY4n9TyzPvVvgMVAEyjC

  • ราชทัณฑ์ แจงยิบปมคลิปเสียง ‘แป้ง นาโหนด’

    ราชทัณฑ์ แจงยิบปมคลิปเสียง ‘แป้ง นาโหนด’

    25 เมษายน 2569 – กรมราชทัณฑ์ ออกแถลงชี้แจงกรณีคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยยืนยันว่าเป็นการสื่อสารผ่านระบบเยี่ยมญาติทางไกลที่จัดขึ้นอย่างถูกต้องตามระเบียบ และอยู่ภายใต้การควบคุมของทางราชการ

    กรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานจากเรือนจำกลางบางขวาง ผลการตรวจสอบเบื้องต้นปรากฏว่า คลิปเสียงดังกล่าวเป็นกรณีที่ญาติแอบลักลอบบันทึกเสียง ขณะใช้บริการเยี่ยมญาติทางไกลผ่านแอปพลิเคชัน Line ซึ่งเป็นบริการที่เรือนจำจัดให้มีขึ้นตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ติดต่อกับครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ลดความเครียดในช่วงการคุมชัง อำนวยความสะดวกแก่ญาติ ลดภาระค่าใช้จ่ายและการเดินทางของญาติที่อยู่ห่างไกล ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กรณีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไปตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นสิ่งของมีไว้ใช้ในราชการ รวมถึงเพื่อการฝึกอบรมและการศึกษาของผู้ต้องขัง

    กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า ไม่มีสิ่งของต้องห้าม โทรศัพท์มือถือ หรือการใช้งานโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์เพื่อการติดต่อสื่อสารในลักษณะผิดระเบียบภายในเรือนจำ การควบคุมสิ่งของต้องห้ามเรือนจำได้ดำเนินมาตรการตรวจค้นและควบคุมสิ่งของต้องห้ามอย่างเคร่งครัด ตามระเบียบและข้อกำหนดของกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม กรณีการยื่นขอขยายระยะเวลาการยื่นฎีกาต่อศาลจังหวัดพัทลุง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โดยกระบวนการพิจารณาคดี การพิจารณาโทษ การยืนอุทธรณ์หรือฎีกาของผู้ต้องขัง เรือนจำกลางบางขวางได้รับความร่วมมือกับสภาทนายความจังหวัดนทบุรี

    โดยเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังทุกคนมีสิทธิยื่นเรื่องราวร้องทุกข์หรือเรื่องราวใดๆ เพื่อขอความช่วยเหลือในการต่อสู้คดีได้ตามช่องทางและกระบวนการที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่ทกนายปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักสิทธิมนุษยชน โดยยึดหลักความเป็นธรรมและความโปร่งใส่ หากมีข้อร้องเรียน กรมราชทัณฑ์ยินดีให้หน่วยงานภายนอกเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม

    ทั้งนี้ กรณีการขอย้ายเรือนจำ การพิจารณาดังกล่าวต้องเป็นไปตามระเบียบและดุลพินิจของทางราชการการพิจารณาย้ายผู้ต้องขังจะให้ความสำคัญกับ “ความเหมาะสมและความมั่นคงปลอดภัย” เป็นลำดับแรก รวมถึงพิจารณาจากพฤติกรรมและการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง เพื่อให้การบริหารจัดการภายในเรือนจำทั่วประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพประกอบกัน

    กรมราชทัณฑ์พร้อมดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนในทุกประเด็น และจะแจ้งผลการตรวจสอบให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจน โดยยึดถือประโยชน์ของทางราชการและความสงบเรียบร้อยของสังคมเป็นสำคัญ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/985607/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rhk26CLOkQPU7D6Aklvsz

  • คมนาคม จี้ รฟท. เร่งรัดโครงการจัดหารถดีเซลราง-ไฮสปีดเทรน-Missing Link

    คมนาคม จี้ รฟท. เร่งรัดโครงการจัดหารถดีเซลราง-ไฮสปีดเทรน-Missing Link

    คมนาคม จี้ รฟท. เร่งรัดโครงการจัดหารถดีเซลราง-ไฮสปีดเทรน-Missing Link ให้ทันตามกรอบเวลา

    นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม ประชุมความคืบหน้าการดำเนินการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อให้เป็นไปตามกรอบเวลา และให้ความสำคัญกับโครงการยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อาทิ

    – การทบทวนการขอเพิ่มอัตรากำลัง จำนวน 2,850 ตำแหน่ง ให้เป็นตามแนวนโยบายการขนส่งทางราง ของกระทรวงฯ และกรมการขนส่งทางราง โดยให้คำนึงถึงกลยุทธ์องค์กร รายได้ ค่าใช้จ่ายในภาพรวม การจัดลำดับความสำคัญ ความจำเป็นเร่งด่วน วัตถุประสงค์ และการขาดแคลนของอัตรากำลังดังกล่าว

    – การเสนอให้มีที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) เพื่อร่วมศึกษาความเหมาะสม ความเป็นไปได้ของอัตรากำลังที่ รฟท. ได้ขอมา เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปอย่างยั่งยืน

    – การเร่งรัดการจัดหารถดีเซลราง จำนวน 216 คัน พร้อมอะไหล่ ให้ รฟท. เร่งรัดดำเนินการทบทวนแนวทางที่เหมาะสมในการจัดหารถจักรและล้อเลื่อน โดยให้พิจารณาความคุ้มค่าและผลตอบแทนของโครงการเป็นสำคัญ

    – การเร่งรัดโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ให้ รฟท. เร่งทบทวนร่าง TOR โดยปรับปรุงขอบเขตการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงฯ ในด้านความปลอดภัย และมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสำคัญ

    – โครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองส่วนต่อขยาย บางซื่อ – พญาไท มักกะสัน – หัวหมาก และบางซื่อ – หัวลำโพง (Missing Link) ปัจจุบัน รฟท. ตั้งคณะกรรมการร่างขอบเขตงานและราคากลางงานจ้างที่ปรึกษาทบทวนผลการศึกษาและออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ ได้เร่งรัดให้ รฟท. ดำเนินการลงนามในสัญญาให้ได้ภายในเดือนตุลาคม 2569

    – โครงการซ่อมปรับปรุงรถจักรดีเซลไฟฟ้า จำนวน 21 คัน ขณะนี้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ดำเนินการประกาศขอรับคำวิจารณ์ร่าง TOR เสร็จแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมความเห็น จึงขอให้ รฟท. ดำเนินการลงนามในสัญญาให้ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2569

    – โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าในเส้นทาง ICD ลาดกระบัง – แหลมฉบัง ซึ่งในปัจจุบันมีปริมาณสินค้าปีงบประมาณ 2568 จำนวน 497,805 TEUs/ปี การขนส่งสินค้าทางรางมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ รฟท. ไปพิจารณาปรับแผนเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าทางรางที่เพิ่มมากขึ้น โดยให้ตั้งเป้ารองรับปริมาณสินค้าสำหรับปี 2570 ที่ 700,000 TEUs/ปี


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12809573&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1M0kZeCrwajbeZDvURpY_G

  • ดร.มัลลิกา ซาบซึ้ง ในหลวง พระราชทาน เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย

    ดร.มัลลิกา ซาบซึ้ง ในหลวง พระราชทาน เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย

    วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.39 น.

    เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2568

    ซึ่ง ในหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน พร้อมด้วย บุคคลต่างๆทั้งสิ้น 20,141 ราย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ดังรายนามท้ายประกาศนี้ ประกาศ ณ วันที่ 23 เมษายน พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

    ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

    ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

    ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

    >>> อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ <<<

    พระราชทานเครื่องราชฯ 20,141 ราย ‘ภูมิธรรม’ ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก-‘ซาบีดา’ประถมาภรณ์มงกุฎไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/960667&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JG04bmSYZ0PpUJqqWixXL