Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • นายกฯลุย 2 เวที สงกรานต์พระประแดงคึกคัก ชูมรดกโลกยูเนสโก

    นายกฯลุย 2 เวที สงกรานต์พระประแดงคึกคัก ชูมรดกโลกยูเนสโก

    ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี

    อ่านไปอ่านมาเดี๋ยวก็เป็นข่าว เดี๋ยวก็ถุยอีก เพราะว่าอ่านแล้วคนก็พยายามไปพูดไม่ให้เกียรติคนเขียนสคริปต์ ตนพบปะกับพี่น้อง อยากจะพูดจากใจ ถือว่าเราอยู่ในบ้านเดียวกัน พูดคุยกันสนุกสนานกัน ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด เป็นประเพณีของเราที่เราจะสนุกสนานกัน พูดคุยกันด้วยความเปิดใจไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน เรามีลูกมีหลานก็ฝากคนรุ่นใหม่อย่าลืมหัวใจประเพณีสงกรานต์ ที่ไม่ได้มีแต่ความสนุกสนานแต่ยังเป็นการเชื่อมความรัก ความสามัคคีของชุมชน และของคนในครอบครัวไว้ด้วยกัน สคริปต์นี้อ่านดูไม่ค่อยเร้าใจขอชื่นชมและขอบคุณคณะผู้จัดงานในโอกาสประเพณีสงกรานต์พระประแดงประจำปี 2569

    “ดูแล้ว รัฐมนตรีผม เริ่มส่ายหน้าว่าพี่อ่านอีกแล้ว พี่ต้องพูดเอง ถ้าพูดเองก็ขอเปิดงาน ณ บัดนี้ เป็นต้นไป สนุกสนานกันให้เต็มที่ นั่งตรงนี้อยู่ทำไมเล่า ไปสาดน้ำกัน สวัสดีครับ เปิดงานครับ“

    ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

    จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ร่วมปล่อยนกปล่อยปลา สรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รวมถึงชมการละเล่นสะบ้ารามัญ พร้อมกับร่วมเล่นการเสี่ยงทายกับชาวบ้าน สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ร่วมงานอย่างครึกครื้น เพราะนายกรัฐมนตรีได้ละเล่นกับภริยาเหมือนเป็นการจีบกันระหว่างหนุ่มสาวสมัยก่อนด้วย จากนั้นก็ไปร่วมการกวนกาละแม

    ก่อนจะเดินไปยังเวทีกลางของเทศบาลเมืองพระประแดง เพื่อเปิดการเล่นน้ำสงกรานต์พระประแดง บนถนนนครเขื่อนขันธ์ ซึ่งมีการปิดการจราจรเพื่อให้ชาวพระประแดง และชาวสมุทรปราการเล่นน้ำสงกรานต์

    นายกฯลุย 2 เวที สงกรานต์พระประแดงคึกคัก ชูมรดกโลกยูเนสโก

    ก่อนเดินออกจากโรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า  มีผู้สูงอายุชาวพระประแดง ได้เข้ามามอบมะม่วงน้ำดอกไม้พระประแดง พร้อมอวยพรนายกรัฐมนตรีด้วยว่า “ขอให้ท่านนายกฯอยู่บริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรือง และเศรษฐกิจดีด้วยๆ”

    โดยนายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า “สมพรปากเร็วๆนะ”

    จากนั้นนายกรัฐมนตรี เดินมาตามถนนนครเขื่อนขันธ์ ซึ่งตลอดทางก็ได้สวัสดี โบกมือ ทักทายชาวพระประแดง และชาวสมุทรปราการที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งได้ไปเจอกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ที่กำลังเปิดเพลงกันอย่างสนุกสนาน และมีจังหวะที่นายกรัฐมนตรีเดินผ่าน ก็เปิดเพลง “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย” พร้อมกับตะโกนประโยคเด็ด “รวยไม่ไหวแล้ว” ทำให้นายกรัฐมนตรี ได้ยิ้มและยกแขนโบกมือทักทาย

    นายกฯลุย 2 เวที สงกรานต์พระประแดงคึกคัก ชูมรดกโลกยูเนสโก

    จากนั้นเมื่อถึงเวที นายกฯ ได้กล่าวเปิดงานอีกครั้งกับพี่น้องชาวพระประแดง ว่า “ใครเป็นพระประแดงออริจินัล ยกมือขึ้น ใครเป็นสมุทรปราการยกมือขึ้น ใครเป็นคนไทยขอเสียงดังๆ” และแม้กำหนดการเดิมจะสิ้นสุดแล้ว แต่เมื่อทราบว่ายังมีประชาชนร่วมงานจำนวนมาก จึงตั้งใจเดินทางมาพบพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง เพราะเมื่อเห็นทุกคนมีความสุข ตนก็มีความสุขไปด้วย พร้อมขอให้ประชาชนสนุกกันอย่างเต็มที่ตลอดเวลาที่เหลืออีก 2 ชั่วโมง เพราะจะเล่นได้ถึง 2 ทุ่ม และหวังว่า ขอให้ทุกคนเต็มที่สุดซอยเพราะซอยมีอยู่แค่นี้ ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มที่ พรุ่งนี้เราค่อยไปทำงาน และเราจะต้องดีขึ้นดีขึ้น

    นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า จะไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะทำทุกอย่างเพื่อรักษารอยยิ้มและความสุขของพี่น้องประชาชนไว้ พร้อมอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทย ให้มีความสุข ความสำเร็จ สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดสมหวัง

    ก่อนจะร่วมลั่นฆ้องเปิดงานอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ร่วมงานจำนวนมาก โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378976606&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bsxCiOTo3Euzma0nKLXkm

  • “รวงข้าว ลัลนา” คว้ารองแชมป์ไอทีเอฟ โตเกียว ผงาดท็อป 100 โลกคนที่ 4 ของไทย

    “รวงข้าว ลัลนา” คว้ารองแชมป์ไอทีเอฟ โตเกียว ผงาดท็อป 100 โลกคนที่ 4 ของไทย

    ลัลนา ธาราฤดี พ่ายสาวออสซี่หวุดหวิด คว้ารองแชมป์เทนนิส W100 โตเกียว พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักหวดหญิงไทยคนที่ 4 ที่ติดอันดับท็อป 100 ของโลกอย่างเป็นทางการ

    “รวงข้าว” ลัลนา ธาราฤดี นักเทนนิสดาวรุ่งหญิงมือ 1 ของไทย สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการลูกสักหลาดไทย หลังจบการแข่งขันเทนนิสอาชีพหญิง ไอทีเอฟ วีเมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ “ดับเบิลยู 100 โตเกียว” (W100 Tokyo) ชิงเงินรางวัลรวม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.27 ล้านบาท) ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

    เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 เป็นการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ประเภทหญิงเดี่ยว “รวงข้าว” ลัลนา ธาราฤดี มืออันดับ 113 ของโลก และมือวางอันดับ 1 ของรายการ ลงสนามพบกับ เทย์ลาห์ เพรสตัน มืออันดับ 148 ของโลกจากออสเตรเลีย

    ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทั้งคู่สู้กันได้อย่างสูสีตลอด 3 เซต ก่อนจะเป็นนักหวดสาวออสเตรเลียที่เบียดเอาชนะไปได้ 1-2 เซต ด้วยสกอร์ 1-6, 6-4 และ 4-6 โดยใช้เวลาแข่งขันทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 47 นาที ส่งผลให้ เทย์ลาห์ เพรสตัน คว้าแชมป์ไปครอง รับเงินรางวัล 12,285 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 397,000 บาท) พร้อมคะแนนสะสมอันดับโลก 100 คะแนน

    ขณะที่ ลัลนา ธาราฤดี ในฐานะรองแชมป์ รับเงินรางวัลปลอบใจ 6,495 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 210,000 บาท) และคะแนนสะสมอันดับโลกอีก 65 คะแนน ซึ่งจากผลงานการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในรายการนี้ ส่งผลให้คะแนนสะสมของเธอเพียงพอที่จะขยับอันดับขึ้นไปติด ท็อป 100 ของโลก เป็นที่แน่นอนแล้ว

    การก้าวขึ้นสู่ท็อป 100 ในครั้งนี้ ทำให้ “รวงข้าว” กลายเป็นนักเทนนิสหญิงไทยคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่ทำสถิติดังกล่าวได้สำเร็จ ต่อจากรุ่นพี่อย่าง แทมมารีน ธนสุกาญจน์, ลักษิกา คำขำ และ มนัญชญา สว่างแก้ว โดยสมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง (WTA) จะมีการประกาศอันดับโลกอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน นี้

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/102953/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sOcP-NZz2DPR2X2xUb3o-

  • ‘รวงข้าว’หวดหญิงคนที่4!ขึ้นท็อป100โลก-ซิวรองแชมป์ไอทีเอฟ

    ‘รวงข้าว’หวดหญิงคนที่4!ขึ้นท็อป100โลก-ซิวรองแชมป์ไอทีเอฟ

    วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.05 น.

    การแข่งขันเทนนิสอาชีพหญิง ไอทีเอฟ วีเมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ ดับเบิลยู 100 (W100) รายการ “ดับเบิลยู 100 โตเกียว” ชิงเงินรางวัลรวม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.27 ล้านบาท ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย.

    รอบชิงชนะเลิศ ประเภทหญิงเดี่ยว ปรากฏว่าในแมทช์นี้ “รวงข้าว” ลัลนา ธาราฤดี หวดหญิงไทยมืออันดับ 113 ของโลก ในฐานะมือวางอันดับ 1 ของรายการ แพ้ เทย์ลาห์ เพรสตัน มืออันดับ 148 ของโลก จากออสเตรเลีย 1-2 เซต ด้วยสกอร์ 1-6, 6-4 และ 4-6 ใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 47 นาที

    เทย์ลาห์ เพรสตัน ในฐานะแชมป์รับเงินรางวัล 12,285 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 397,000 บาท พร้อมคะแนนสะสมอันดับโลก 100 คะแนน ส่วน ลัลนา รองแชมป์ รับ 6,495 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 210,000 บาท กับคะแนนสะสมอันดับโลกอีก 65 คะแนน

     จากผลงานของ ลัลนา ที่ผ่านเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศในรายการนี้ ทำให้การันตีขยับอันดับขึ้นไปอยู่ในท็อป 100 ของโลกเป็นที่แน่นอนแล้ว ซึ่งจะทำให้ ลัลนา เป็นนักเทนนิสหญิงไทย คนที่ 4 ที่ทำอันดับติดท็อป 100 ของโลก ต่อจาก แทมมารีน ธนสุกาญจน์, ลักษิกา คำขำ และ มนัญชญา สว่างแก้ว โดยจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 27 เมษายนนี้

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/sport/960776&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_RYN1VuK00XBn7lcFlILC

  • ธอส.ช่วยลูกค้า บรรเทาพิษเศรษฐกิจ-วิกฤติพลังงาน : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./ วันที่ 26 เม.ย. 69

    ธอส.ช่วยลูกค้า บรรเทาพิษเศรษฐกิจ-วิกฤติพลังงาน : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./ วันที่ 26 เม.ย. 69

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/ba2TLI4u1w4&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GcN2szvt9GNDGvx_SUQ0z

  • มูลนิธิพัฒนาผู้ประกอบการไทย จับมือเซียร์รังสิต เปิดตัวโครงการ “รอยยิ้ม แห่งสยาม ตอนแรกยิ้ม ณ เซียร์รังสิต” นำร่องระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ต่อยอดไอเดียคนละครึ่ง ภาคเอกชน กระตุ้นยอดขาย | TOPNEWS

    มูลนิธิพัฒนาผู้ประกอบการไทย จับมือเซียร์รังสิต เปิดตัวโครงการ “รอยยิ้ม แห่งสยาม ตอนแรกยิ้ม ณ เซียร์รังสิต” นำร่องระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ต่อยอดไอเดียคนละครึ่ง ภาคเอกชน กระตุ้นยอดขาย | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ที่ผ่านมามูลนิธิพัฒนาผู้ประกอบการไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ เปิดตัวยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านโครงการ “รอยยิ้มแห่งสยาม” ตอน “แรกยิ้ม ณ เซียร์รังสิต” พร้อมนำร่องนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้โครงการ “ยิ้ม แชร์ สุข” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME และ OTOP ไทย ให้สามารถประคองธุรกิจและเพิ่มยอดขายในช่วงภาวะกำลังซื้อชะลอตัว

    นายพิธาน อิมราพร ผู้อำนวยการโครงการ “ยิ้ม แชร์ สุข” เปิดเผยว่า แนวคิดของโครงการเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2565 จากประสบการณ์การจัดงานแฟร์สินค้าในช่วงวิกฤต โควิด-19 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนโยบาย “คนละครึ่ง” ของภาครัฐ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยโครงการได้พัฒนาแนวทาง “เติมเงินเพิ่มกำลังซื้อ” ให้กับผู้เข้าร่วมงาน เช่น การนำเงินสด 200 บาท มาแลกเป็นคูปองมูลค่า 400 บาท เพื่อใช้ซื้อสินค้าภายในงาน ส่งผลให้ยอดขายของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ก่อนจะพัฒนาต่อยอดสู่ระบบดิจิทัลในรูปแบบแอปพลิเคชัน คล้ายแนวทางของ ธนาคารกรุงไทย ที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกและขยายผลได้มากขึ้น

    ด้านนางสาวชุติมา โอภาสานนท์ ประธานมูลนิธิพัฒนาผู้ประกอบการไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโดยรวมยังคงชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง โครงการ “ยิ้ม แชร์ สุข” จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย สร้างโอกาสทางการตลาด และเสริมขวัญกำลังใจให้กับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ มูลนิธิยังมีบทบาทในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ ทั้งในเขตเมืองและชุมชน เพื่อพัฒนาให้สามารถดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ ลดต้นทุน และต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและแข่งขันได้ในตลาด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1558303&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zEp77A_V_aiorckJSRaCW

  • รมช.ศธ. ส่งทีม “ครูจวง” สั่งเช็กยิบสอบเทียบ ยัน! ต้องโปร่งใส มาตรฐานเดียวทั่วไทย

    รมช.ศธ. ส่งทีม “ครูจวง” สั่งเช็กยิบสอบเทียบ ยัน! ต้องโปร่งใส มาตรฐานเดียวทั่วไทย

    รมช.ศธ. ส่งทีม

    รมช.ศธ. ส่งทีม “ครูจวง” สั่งเช็กยิบสอบเทียบ ยัน! ต้องโปร่งใส มาตรฐานเดียวทั่วไทย

    วานนี้  25 เมษายน นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ ปารมี ไวจงเจริญ คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผนึกกำลังร่วมกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) โดยมี ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วย นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน “การสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน” ณ สนามสอบโรงเรียนศรีบุณยานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ในรูปแบบ Surprise Visit เพื่อสะท้อนสภาพการดำเนินงานจริงในพื้นที่อย่างตรงไปตรงมา โดยคณะผู้บริหารได้ตรวจเยี่ยมกระบวนการจัดสอบ พบปะให้กำลังใจผู้เข้าสอบ พร้อมสร้างความมั่นใจว่าทุกความพยายามของผู้เรียนจะได้รับการประเมินอย่างเที่ยงตรงและยุติธรรม

    รมช.ศธ. ส่งทีม

    นอกจากนี้ คณะยังได้ลงพื้นที่ พูดคุยรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ปกครองที่มาส่งนักศึกษาเข้าสอบ โดยผู้ปกครองรายหนึ่งสะท้อนว่า การสอบเทียบฯ ของ สกร. เป็นโอกาสสำคัญสำหรับบุตรหลานที่เรียนในรูปแบบโฮมสคูลและมีความสามารถพิเศษ ช่วยเปิดทางให้สามารถพิสูจน์ศักยภาพได้อย่างเหมาะสม พร้อมเสนอให้ภาครัฐขยายการสนับสนุนกลุ่มผู้เรียนลักษณะนี้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในอนาคต

    รมช.ศธ. ส่งทีม

    ปารมี กล่าวว่า ในมิติของการพัฒนาระบบการเรียนรู้ การสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ถือเป็นกลไกสำคัญภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่สะท้อนแนวคิด การเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่มีอยู่ มาพิสูจน์ผลลัพธ์การเรียนรู้ได้โดยไม่ยึดติดกับเวลาเรียนในระบบเดิม เปลี่ยนจากเรียนตามเวลาเป็นวัดจากศักยภาพจริง ทั้งนี้ การสอบเทียบฯ ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในรูปแบบ Fast Track ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างยืดหยุ่น ลดข้อจำกัดเดิม และต่อยอดสู่การศึกษาระดับที่สูงขึ้นหรือสายอาชีพได้เร็วขึ้น ตอกย้ำบทบาทของ สกร. ในการเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และตอบโจทย์ความแตกต่างของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

    รมช.ศธ. ส่งทีม

    สำหรับการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 1 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีผู้เข้าสอบทั่วประเทศจำนวน 267 คน โดยในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี มีผู้เข้าสอบรวม 20 คน แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา 2 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 16 คน

    การลงพื้นที่แบบ Surprise Visit ในครั้งนี้มุ่งเน้นการกำกับคุณภาพการจัดสอบให้เป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยึดมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สอดคล้องกับแนวทางการยกระดับระบบการประเมินผลของ สกร. ที่ให้ความสำคัญกับ “ความเชื่อมั่นของผู้เรียน” ควบคู่กับ “คุณภาพของระบบ”และเป็นการยืนยันความตั้งใจของทีมกระทรวงศึกษาที่ในการเข้ามาปรับปรุงกระบวนการการทำงานขององค์กร และหน่วยงานความรับผิดชอบ เพื่อให้มีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรมมากขึ้นด้วย

    รมช.ศธ. ส่งทีม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/616372&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31YIlH_HbED40RHHCgOYyT

  • มาตรการช่วยค่าครองชีพ “รัฐบาลอนุทิน” โพลชี้เหมาะสมดีแล้ว แต่เพิ่มเงินบัตรคนจนน้อยไป

    มาตรการช่วยค่าครองชีพ “รัฐบาลอนุทิน” โพลชี้เหมาะสมดีแล้ว แต่เพิ่มเงินบัตรคนจนน้อยไป

    ผลสำรวจนิด้าโพล ส่วนใหญ่ชี้ หลายมาตรการช่วยค่าครองชีพ “รัฐบาลอนุทิน” เหมาะสมดีแล้ว แต่มองเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 300 เป็น 400 บาท น้อยเกินไป

    วันที่ 26 เมษายน 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “พอหรือเปล่า มาตรการช่วยค่าครองชีพ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20-21 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการช่วยค่าครองชีพของรัฐบาล จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อ “มาตรการช่วยค่าครองชีพ” สำหรับประชาชนภาคการเกษตรและภาคการขนส่ง ภายใต้รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบว่า

    1. โครงการสินเชื่อ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” สำหรับภาคการเกษตร ไม่เกิน 100,000 บาท โดยประชาชนจ่ายดอกเบี้ย 3% และรัฐจ่ายให้ 3% 

    ร้อยละ 71.30 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว 

    ร้อยละ 14.43 ระบุว่า น้อยเกินไป 

    ร้อยละ 8.09 ระบุว่า มากเกินไป 

    ร้อยละ 6.18 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    2. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส รถตู้โดยสาร และรถสองแถว ใน กทม./รถมินิบัส รถตู้โดยสาร ใน กทม. และจังหวัดต่อเนื่องเหมาจ่าย 5,040 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 

    ร้อยละ 68.78 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว 

    ร้อยละ 14.27 ระบุว่า น้อยเกินไป 

    ร้อยละ 10.92 ระบุว่า มากเกินไป 

    ร้อยละ 6.03 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    3. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง ประเภทมินิบัสหรือรถตู้โดยสาร เหมาจ่าย 3,600 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569

    ร้อยละ 66.87 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว 

    ร้อยละ 16.49 ระบุว่า น้อยเกินไป 

    ร้อยละ 8.78 ระบุว่า มากเกินไป 

    ร้อยละ 7.86 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    4. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง ประเภทรถบัสเหมาจ่าย 5,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 

    ร้อยละ 65.50 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว 

    ร้อยละ 14.12 ระบุว่า มากเกินไป 

    ร้อยละ 12.44 ระบุว่า น้อยเกินไป 

    ร้อยละ 7.94 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    5. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถบรรทุก น้อยกว่า 10 ล้อ (รวมรถกระบะ) เหมาจ่าย 3,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 

    ร้อยละ 65.26 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว 

    ร้อยละ 22.37 ระบุว่า น้อยเกินไป 

    ร้อยละ 7.18 ระบุว่า มากเกินไป 

    ร้อยละ 5.19 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    6. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถแท็กซี่ ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เหมาจ่าย 5,040 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 

    ร้อยละ 64.12 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว 

    ร้อยละ 15.73 ระบุว่า มากเกินไป 

    ร้อยละ 13.20 ระบุว่า น้อยเกินไป 

    ร้อยละ 6.95 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    7. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส/รถตู้โดยสาร เส้นทางระหว่างจังหวัด (กทม. – จังหวัดในภูมิภาค) 2 บาท/กม. สูงสุด 700 บาท/วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 

    ร้อยละ 63.89 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว 

    ร้อยละ 22.98 ระบุว่า น้อยเกินไป 

    ร้อยละ 6.87 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ 

    ร้อยละ 6.26 ระบุว่า มากเกินไป

    8. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถบรรทุก ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป เหมาจ่าย 6,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569

    ร้อยละ 62.51 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว 

    ร้อยละ 18.17 ระบุว่า น้อยเกินไป 

    ร้อยละ 11.76 ระบุว่า มากเกินไป 

    ร้อยละ 7.56 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    9. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะเหมาจ่าย 842 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 

    ร้อยละ 62.14 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว 

    ร้อยละ 27.79 ระบุว่า น้อยเกินไป 

    ร้อยละ 6.02 ระบุว่า มากเกินไป 

    ร้อยละ 4.05 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    10. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส/รถตู้โดยสาร เส้นทางข้ามจังหวัด (ระหว่างจังหวัดในภูมิภาค) 2 บาท/กม. สูงสุด 500 บาท/วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 

    ร้อยละ 59.85 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว

    ร้อยละ 27.63 ระบุว่า น้อยเกินไป 

    ร้อยละ 6.72 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ 

    ร้อยละ 5.80 ระบุว่า มากเกินไป

    11. ธนาคารออมสิน ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV 

    ร้อยละ 56.49 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว 

    ร้อยละ 19.92 ระบุว่า มากเกินไป 

    ร้อยละ 14.35 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ 

    ร้อยละ 9.24 ระบุว่า น้อยเกินไป

    12. เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 300 บาท เป็น 400 บาท ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน – 12 พฤษภาคม 2569 

    ร้อยละ 54.27 ระบุว่า น้อยเกินไป 

    ร้อยละ 39.09 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว 

    ร้อยละ 5.04 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ 

    ร้อยละ 1.60 ระบุว่า มากเกินไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2928902&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hFa0jjRJLA9jnTHqC4HV5

  • ครีเอเตอร์ตัวจิ๋วมาทางนี้! สยามคูโบต้า ชวนเด็กไทยเล่าเรื่อง ‘โรงเรียนของหนูไม่ธรรมดา’ ลุ้นรับกระเป๋านักเรียนมูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท เริ่มแล้ววันนี้ – 15 พ.ค. นี้

    ครีเอเตอร์ตัวจิ๋วมาทางนี้! สยามคูโบต้า ชวนเด็กไทยเล่าเรื่อง ‘โรงเรียนของหนูไม่ธรรมดา’ ลุ้นรับกระเป๋านักเรียนมูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท เริ่มแล้ววันนี้ – 15 พ.ค. นี้

    บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เชิญชวนนักเรียนระดับประถมศึกษาและคุณครูทั่วประเทศ ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจผ่านกิจกรรม “Bag To School โรงเรียนของหนูไม่ธรรมดา” ภายใต้โครงการ KUBOTA ปันน้ำใจให้น้อง 2569 เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เล่าเรื่องโรงเรียนในมุมมองของตนเองอย่างสร้างสรรค์ สะท้อนความมุ่งมั่นของสยามคูโบต้าในการสร้างแรงบันดาลใจและโอกาสทางการศึกษา รวมถึงพัฒนาเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง

    โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องสมัครในนามโรงเรียน (โรงเรียนละ 1 ผลงาน) และจัดทำคลิปวิดีโอสั้นภายใต้หัวข้อ “โรงเรียนของหนูไม่ธรรมดา” ถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าประทับใจ เช่น มุมโปรดในโรงเรียน คุณครูหรือบุคลากรที่ชื่นชม กิจกรรมที่ภาคภูมิใจ หรือเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำให้อยากมาโรงเรียนทุกวัน โดยมีเงื่อนไขการส่งผลงาน ดังนี้

    – นักเรียนต้องเป็นผู้เล่าเรื่องด้วยตนเอง ถ่ายคลิปวิดีโอเป็นแนวตั้ง (9:16) ความยาวไม่เกิน 1 นาที

    – ในวิดีโอต้องมีการกล่าวคำว่า “KUBOTA ปันน้ำใจให้น้อง” ติด Hashtag #คูโบต้าปันน้ำใจให้น้อง2569

    – เนื้อหาต้องเหมาะสมกับวัย เสียงชัดเจน และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหรือองค์กร

    ทั้งนี้ โรงเรียนต้องจัดให้มีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครองของนักเรียนที่ปรากฏในคลิป และตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาก่อนส่งผลงานโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 โรงเรียน จะได้รับกระเป๋านักเรียนมูลค่าใบละ 200 บาท โรงเรียนละ 100 ใบ รวมมูลค่ารางวัลกว่า 400,000 บาท

    เปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 และประกาศผลในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ผ่าน Facebook Official: Siam KUBOTA พร้อมส่งมอบรางวัลภายในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.siamkubota.co.th/my_school_2569/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/291932&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vXSFvqgTX-KVa4vm3Ltp9

  • ราชบุรี/// คาราวานรถหรู ซูเปอร์คาร์บุกตลาดน้ำ | TOPNEWS

    ราชบุรี/// คาราวานรถหรู ซูเปอร์คาร์บุกตลาดน้ำ | TOPNEWS

    ราชบุรี/// คาราวานรถหรู ซูเปอร์คาร์บุกตลาดน้ำ

    • เผยแพร่ : 26/04/2026 17:50

    คาราวานรถหรู–ซูเปอร์คาร์บุกตลาดน้ำดำเนินสะดวก กระตุ้นท่องเที่ยว มอบเงิน 8 หมื่นช่วยโรงพยาบาลเพื่อพัฒนากิจการและยกระดับการให้บริการด้านสาธารณสุข


    วันที่ 26 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณท่าเรือยุวันดา ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี กลุ่ม Streetsking Thailand นำคาราวานรถหรูและซูเปอร์คาร์กว่า 40 คัน เดินทางเข้าท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมพาครอบครัวสัมผัสเสน่ห์ตลาดน้ำชื่อดังระดับโลก สร้างสีสันและความคึกคักให้กับบรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างมาก ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอชมอย่างคับคั่ง


    คณะคาราวานได้ลงเรือล่องชมวิถีชีวิตสองฝั่งคลองในพื้นที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ชื่นชมเอกลักษณ์ชุมชนริมน้ำ สวนมะพร้าว สวนผลไม้ และการค้าขายแบบดั้งเดิมที่ยังคงเสน่ห์เฉพาะตัว ก่อนแวะเลือกซื้อสินค้า อาหารพื้นบ้าน ของฝาก และผลิตภัณฑ์ชุมชนจำนวนมาก ถือเป็นการช่วยกระจายรายได้สู่พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการท้องถิ่นโดยตรง

    ภายหลังการท่องเที่ยว กลุ่ม Streetsking Thailand ได้ประสานงานผ่าน นางยุวันดา อุรุพงศา เจ้าของท่าเรือยุวันดา เพื่อร่วมทำกิจกรรมสาธารณกุศล มอบเงินสนับสนุนแก่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จำนวน 60,000 บาท และนางยุวันดา อุรุพงศา ร่วมสมทบเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท

    รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 80,000 บาท โดยมีนายสุภเวช ชัยทัศน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อนำไปพัฒนากิจการและยกระดับการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน

    กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวสามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งสร้างรายได้ให้ชุมชน ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี และต่อยอดพลังการแบ่งปันสู่ภาคสาธารณสุขในพื้นที่

    ก่อนคณะคาราวานจะเดินทางไปท่องเที่ยวต่อยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของจังหวัดราชบุรี แล้วจึงเดินทางกลับอย่างประทับใจ

    นิชาภา จันทร์งาม ผู้สื่อข่าว top news ทั่วไทย จ.ราชบุรี

    fgfgn

    111

    ราชบุรี/// เปิดยิ่งใหญ่ “งานวันมะม่วงและของดีอำเภอปากท่อ” ครั้งที่ 27 กระตุ้นเศรษฐกิจ–ดันผลไม้ดังสู่ตลาดประเทศ

    มูลนิธิพัฒนาผู้ประกอบการไทย จับมือเซียร์รังสิต เปิดตัวโครงการ “รอยยิ้ม แห่งสยาม ตอนแรกยิ้ม ณ เซียร์รังสิต” นำร่องระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ต่อยอดไอเดียคนละครึ่ง ภาคเอกชน กระตุ้นยอดขาย

    ราชบุรี/// คาราวานรถหรู ซูเปอร์คาร์บุกตลาดน้ำ

    ณพล บริบูรณ์ ผู้ช่วย สว.ธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ นภชนก เหมือนนามอญ ร่วมงานทำบุญบ้าน “ชัยชนะพานิช” ญาติสนิทมิตรสหายร่วมอวยพรคึกคัก

    “ดร.ธนพร” ขยายภาพนิด้าโพล ความพึงพอใจมาตรการค่าครองชีพ ย้ำให้เห็นนโยบายรัฐมาถูกทาง

    จีนฟื้นฟู “เมืองเก่าคู่เชอ” ที่ซินเจียงอุยกูร์ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ .

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1558320&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WFN50WPl_8afTHGRx9TMc

  • แก่งกรุง พิกัดลับสุราษฎร์ฯ ล่องห่วงยาง-หลามข้าว เที่ยวป่าดิบชื้นรักษ์โลก

    แก่งกรุง พิกัดลับสุราษฎร์ฯ ล่องห่วงยาง-หลามข้าว เที่ยวป่าดิบชื้นรักษ์โลก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/143701&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06BCnOT7F9lh1HQTlvVssO