Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว

    อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว

    อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว’รวยไม่ไหวแล้ว’

    วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.37 น.

    อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง สืบสานประเพณีชาวไทยเชื้อสายมอญ ฝาก อย่าลืมหัวใจสงกรานต์ ยึดประเพณี-เชื่อมความสามัคคี แซวตัวเอง นอกสคริปต์ หลังสื่อจับจ้อง ด้าน วัยรุ่นแซว ‘รวยไม่ไหวแล้ว’ ลั่นฆ้อง อวยพรให้มีความสุขวันสงกรานต์ 

    เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า ต.ตลาด อ.พระประแดง จ. สมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อม น.ส.ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 ซึ่งนายกฯได้สวมชุดลอยชาย ขณะที่น.ส.ธนนนท์ สวมชุดไทยรามัญ นุ่งผ้าถุงป้าย สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มสไบมอญ ร่วมงาน โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรีรองนายกรัฐมนตรี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ รมว.วัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ สส.สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าฯสมุทรปราการ นางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง ในฐานะประธานจัดงานสงกรานต์พระประแดง ประชาชน ต้อนรับ 

    โดยประเพณีสงกรานต์พระประแดง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ช่วงปลายเดือนเม.ย.ถือเป็นกิจกรรมส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ของไทย เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายมอญ และส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยการจัดงานปีนี้ ยังเฉลิมฉลองครบรอบ 211 ปี เมืองนครเขื่อนขันธ์อีกด้วย

    นายกฯ กล่าวเปิดงานว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมงานครั้งนี้ และได้มาพบกันด้วยรอยยิ้มทุกคน ถ้าตนไปยืนข้างบนเวทีนอกจากร้อนแล้ว ก็ต้องหันหน้าออกไปข้างนอก ก็ไม่รู้จะไปคุยกับใคร เพราะว่าคนที่มาร่วมงานส่วนใหญ่อยู่ในปะรำพิธีแห่งนี้ ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ ต้องกราบเรียนว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาเปิดงาน เพราะอดีต สส. พรรคภูมิใจไทยเคยชวนตนมา แต่ไม่ได้มาหลายปีแล้ว วันนี้ตนมีวาสนาอีกครั้งที่ได้มาที่นี่ มาพบกับพวกเรา วันนี้แทบจะปิดเมืองพระประแดงเลยทีเดียว ตั้งแต่ลงทางด่วนถนนสุขสวัสดิ์มาก็เห็นประชาชนมีความสุข เล่นน้ำ ประแป้งด้วยความสนุกสนานรื่นเริง 

    นายกฯ กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็รู้สึกปลาบปลื้มปิติยินดีที่เห็นประชาชนมีความสุข ดังนั้นงานประเพณีดีๆ เช่นนี้ รัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุน และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ท้องถิ่นมีวัฒนธรรมที่สวยงาม ประเพณีที่งดงาม มีความเป็นเอกลักษณ์ต่อไป เป็นที่หมายปองของผู้คนจากท้องถิ่นอื่น อีกมากมายที่อยากจะมาร่วมสนุกสนานที่พระประแดงแห่งนี้ ปีนี้ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยเพราะองค์การยูเนสโกที่ดูแลในเรื่องของวัฒนธรรมของโลก ได้ประกาศให้สงกรานต์ในประเทศไทย ยกระดับขึ้นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

    นายกฯ กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์ที่พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ถือว่าเป็น 1 ใน 5 ที่เป็นตัวแทนประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย ซึ่งเขาหยิบยกไปพิจารณาจนได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก ก็ต้องขอบคุณรัฐมนตรีทั้งสองท่าน ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ทั้งนี้สงกรานต์พระประแดง เป็นหนึ่งในมหาสงกรานต์ 4 ภาค ซึ่งรัฐบาลจะมีการจัดท่องเที่ยวทั่วไทย จัดโปรแกรมให้ประชาชนได้ท่องเที่ยวทั่วไทยทุกเดือนเป็นเฟสติวัล ต้องขอขอบคุณชาวพระประแดง โดยเฉพาะนายกเทศมนตรี ที่ทุ่มเทเพื่อความเจริญของพระประแดงอย่างเต็มที่ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าต้องให้การสนับสนุนจึงมาร่วมงานในวันนี้ 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯ ระบุว่า “ผมอ่านสคริปต์ไป อ่านสคริปต์มา เดี๋ยวผู้สื่อข่าวก็จะเอาไปเป็นข่าวอีก เรื่องถุย ที่บอกว่าผมไม่ให้เกียรติคนเขียนสคริปต์ เรื่องนี้ไม่ใช่ แต่ผมมาพบพี่น้องประชาชน ผมก็อยากมาพูดจากใจ ลองพี่น้องร้องเฮกันขึ้นมา ผมก็ถุยเลยครับ ถือว่าเราอยู่ในบ้านเดียวกัน พูดคุยกันสนุกสนานกัน ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด เป็นประเพณีของเรา ที่เราจะสนุกสนานกัน พูดคุยกันความเปิดใจไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน เรามีลูกมีหลานก็ฝากคนรุ่นก็ฝากคนรุ่นใหม่ อย่าลืมหัวใจของประเพณีสงกรานต์ ที่ไม่ได้มีแต่ความสนุกสนาน แต่เป็นการเชื่อมความรักความสามัคคี ของชุมชนและคนในครอบครัวอีกด้วย” จากนั้นนายก ฯ ได้อ่านตามสคริปต์ช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาพูดโดยไม่อ่านสคริปต์อีกครั้ง ว่า ขอเปิดงานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สนุกสนานกันให้เต็มที่ นั่งกันอยู่ตรงนี้ทำไมเล่า ไปสาดน้ำกัน“

    ต่อมานายกฯและภริยา ร่วมกิจกรรมปล่อยนก ปล่อยปลา สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ และร่วมเล่นสะบ้ากับน.ส.ธนนนท์ การละเล่นพื้นบ้านของชาวมอญ กวนกาละแม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญ อย่างสนุกสนาน จังหวะหนึ่งระหว่างเดินไปเปิดงานที่เวทีกลาง ริมน้ำเจ้าพระยา มีคุณป้ามอบมะม่วงน้ำดอกไม้ให้เป็นที่ระลึกพร้อมอวยพรให้นายกฯ บริหารประเทศให้มีเศรษฐกิจดี ซึ่งฯนายกฯรับพรบอกให้สมพรปาก และในระหว่างเดินมาตามถนนได้โบกมือทักทายประชาชน ที่ใช้ปืนฉีดน้ำเล่นสงกรานต์ โดยทีมรักษาความปลอดภัย ได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่สาดน้ำ ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนได้ส่งมินิฮาร์ทให้นายกฯ พร้อมบอกว่ารักตลอด ภูมิใจไทยเท่านั้น โดยนายกฯสอบถามว่าเป็นคนที่นี่ใช่หรือไม่ ก่อนที่ชาวบ้านจะตอบว่าใช่สส. ก็เลือกมาเอง  แต่ก่อนถึงเวทีงาน มีวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ตะโกนแซวขึ้นว่า “รวย รวย รวย รวยไม่ไหวแล้ว“

    เมื่อถึงเวทีกลาง นายอนุทิน กล่าวว่า ดีใจยินดีที่ได้มาพบท่าน เห็นทุกคนมีความสุข ก็ดีใจมีความสุขไปด้วย ขอให้พวกเราเต็มที่ ก่อนถึงเวลางานปิด 20.00 น.ขอให้เต็มที่สุดซอยขอให้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่มีกำลังวงชาเพราะพรุ่งนี้พวกเราต้องไปทำงานทุกอย่างต้องดีขึ้นดีขึ้น ขอให้พวกเรามั่นใจพวกตนบนนี้ไม่ทิ้งอยู่แล้ว ไม่สามารถทนเห็นพี่น้องไม่มีความสุขได้ต้องทำให้พวกเราทุกคนรักษารอยยิ้มตรงนี้ไปตลอดกาล และเนื่องในโอกาสนี้ตนไม่อยากรบกวนเวลาพวกท่าน ในการสนุกสนานในโอกาสปีใหม่ไทยขอให้มีแต่ความสุขความสำเร็จร่ำรวยเงินทองสุขภาพแข็งแรงคิดอะไรสมหวังไปทุกสิ่งอายุยืนยาว และขอให้พวกเรารักกันนานนานแบบนี้ตลอดไป จากนั้นนายกได้ตีฆ้องเปิดงานสงกรานต์ให้ทุกคนได้เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/960791&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C12xPE-jCuvsOea0vlr_W

  • ทุนน้ำเมารุกหนักกดดันจังหวัดให้ออกประกาศสวนสาธารณะเป็นพื้นที่ขายเหล้าได้

    ทุนน้ำเมารุกหนักกดดันจังหวัดให้ออกประกาศสวนสาธารณะเป็นพื้นที่ขายเหล้าได้

    วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

    ทุนน้ำเมารุกหนักกดดันจังหวัดให้ออกประกาศสวนสาธารณะเป็นพื้นที่ขายเหล้าได้ บุกเชียงใหม่ ระนอง อ้างกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ด้านภาคประชาสังคมออก โรงต้าน ยืนยันสวนสาธารณะไม่มีข้อยกเว้นใดให้ทำได้ ด้วยเจตนารมณ์รักษาพื้นที่กลางให้เป็น พื้นที่ปลอดภัยกับคนทุกเพศทุกวัย  เตรียมเดินหน้าฟ้องเอาผิดหากยังดึงดัน

     เมื่อวันที่  26 เมษายน 2569  นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568 ในฐานะภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ภปค.ได้รับแจ้งจากประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  และจังหวัดระนอง ถึงกรณีที่องค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่ของทั้งสองจังหวัด มีความพยายามที่จะจัดให้มีการขาย และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสวนสาธารณะ ผ่านการจัดงานที่ให้เหตุผลว่าจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกรณีแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ที่มีข่าวว่ามีการจัดตั้งให้พื้นที่ทั้งหมดเป็นสโมสร และมีการจัดกิจกรรม “พิธี “สระเกล้าดำหัว”เนื่องในประเพณีปี๋ใหม่เมืองเพื่อแสดงความเคารพขอขมา และขอพรผู้ใหญ่ เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทยอบจ.เชียงใหม่ ” โดยจัดให้มีการให้ขายและให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และอีกกรณีคือที่จังหวัดระนอง โดยมีความพยายามที่จะใช้ “ภูเขาหญ้า” สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองระนอง ที่มีสภาพเป็นสวนสาธารณะและยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ในกำกับดูแลและใช้ประโยชน์ของราชการ  เป็นสถานที่จัดงานที่สามารถให้ขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตลอดทั้งปี

    “เครือข่ายฯ เข้าใจเจตนาดีของหน่วยงาน ที่อยากส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือกระตุ้นเศรษฐกิจ หากแต่เราไม่เชื่อว่าการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและยั่งยืน ซ้ำร้ายอาจสร้างปัญหาทั้งทางด้านสุขภาพของตัวผู้ดื่ม ภาระทางการแพทย์ ปัญหาสังคมและครอบครัว ฯลฯ และหากพิจารณากรณีเชียงใหม่สถานที่ดังกล่าวถือว่าเป็นสวนสาธารณะของทางราชการ ที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ต้องห้ามมิให้มีการขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 27 (7) และมาตรา 31 (6) โดยการห้ามขาย ห้ามดื่ม ในสวนสาธารณะของทางราชการ ที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ถือเป็นกฎหมายแม่บท เป็นบทบัญญัติที่ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น การจัดตั้งเป็นสโมสรหรือการผลักภาระให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดพิจารณาออกข้อยกเว้นจึงอาจเป็นวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ส่วนในจังหวัดระนอง  ภูเขาหญ้านั้นโดยสภาพเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนทุกเพศทุกวัยอยู่แล้ว  มีการสร้างถนน อำนวยความสะดวกโดยรัฐและยังเป็นพื้นที่ในกำกับดูแลของรัฐ  ซึ่งมีประกาศสำนักนายกห้ามไว้เช่นเดียวกันตั้งแต่ 8 กุมภา 2558  เรื่องนี้เครือข่ายได้ตั้งทีมศึกษาข้อกฏหมายและเตรียมการฟ้องศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นนี้อย่างแน่นอน”

    นายสุชีพ พัฒน์ทอง ประธานประชาคมเครือข่างองค์กรงดเหล้าจังหวัดระนอง กล่าวว่า หลายสิบปีที่ผ่านมาเครือข่ายร่วมกับภาคีสุขภาพในจังหวัดระนอง รณรงค์และประสานขับเคลื่อน ขอให้หน่วยงานรัฐหรือ เอกชนเปิดพื้นที่เป็นพื้นที่ปลอดเหล้า-ปลอดบุหรี่-ยาเสพติด เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กเยาวชนและครอบครัว มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนมี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2551 และเมื่อมี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ประสานงานง่ายขึ้น ด้วยหน่วยงานราชการ และ ผู้บริหารจังหวัดมีแนวคิดการ ปกป้องเด็กเยาวชนให้ห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทบทุกสมัย ในจังหวัดระนอง จึงมีหลายพื้นที่ ประกาศปลอดเหล้า-ปลอดปัจจัยเสี่ยง ในช่วงเทศกาล หรือ ในพื้นที่ เช่น งานอาบน้ำแร่แลระนอง , บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน รวมถึง ภูเขาหญ้า ที่มีความสวยงามและเป็นท่องท่องเที่ยวพักผ่อนของ เด็ก-เยาวชนและครอบครัว ทั้งคนในจังหวัดระนองและนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่การที่ใช้กลไกช่องทางกฎหมายเพื่อให้ ภูเขาหญ้าขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้นั้นเป็นเพียงการหาประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะตัว  เครือข่ายองค์กรงดเหล้าและภาคีเครือข่ายรวมถึงกลุ่มเด็กเยาวชนในจังหวัดระนองจึงไม่เห็นด้วยและขอสนับสนุน ผู้ว่าฯให้ยึดมั่นในหลักการเดิมที่เป็นมา  ไม่อมุมัติให้ใช้พื้นที่ภูเขาหญ้า ในการจัดงานที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงบุหรี่และ สารเสพติดอื่นทุกรูปแบบ

    ด้านนางกัญญานันท์  ตาทิพย์  ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า กว่า 20 ปีที่ผ่านมาเครือข่ายร่วมกับภาคีสุขภาพใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีการรณรงค์ ขับเคลื่อนงานลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดผลกระทบและยังเน้นบูรณาการความร่วมมือ ขอให้หน่วยงานรัฐที่เป็นกลไกบูรณาการให้มีการให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์ ออกตรวจเตือน และบังคับใช้กฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 เพื่อเกิดพื้นที่ เทศกาลและงานบุญประเพณีที่ปลอดภัยให้เด็กเยาวชนและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีหลายพื้นที่ ประกาศปลอดเหล้า-ปลอดปัจจัยเสี่ยง ในช่วงเทศกาล หรือ ในพื้นที่ เช่น งานปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ โซนนิ่งบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ (ท่าแพ) ,เทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่ ,สงกรานต์ถนนข้าวแต๋น จังหวัดน่าน, การแข่งเรือปลอดเหล้าจังหวัดน่าน

    กรณี สวนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นแลนด์มาร์คที่สวยงาม เป็นจุดเช็คอินสุดฮิต เพราะ บรรยากาศ เหมาะในการเดินเล่น หรือนั่งพักผ่อนสบายๆ จนเป็นที่รับความสนใจของประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่พักผ่อนของเด็ก- เยาวชนและครอบครัว แต่การที่ใช้ผู้รับผิดชอบสถานที่ทำปบบนี้  เป็นการจงใจปล่อยให้มีกิจกรรมที่ขัดต่อกฎหมาย ท้าทายเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Zone) ให้กับเด็ก-เยาวชนและครอบครัว  ซึ่งสวนสาธารณะ ควรเป็นที่พักผ่อน การมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงในทุกมิติอยู่แล้ว รวมถึง เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปฏิบัติบังคับใช้กฎหมาย ก็จะทำงานได้ยากลำบาก

    อีกกรณีคือสวนสาธารณะหนองน้ำครก ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง  จังหวัดน่าน ที่มีการจัดกิจกรรม “งานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ตำบลม่วงตึ๊ด ซี่งการเขียนข้อความ “สโมสร” จัดบู๊ธ งานรำวง ขบวนแห่และจัดให้มีการขาย – การดื่มในสวนสาธารณะ ทั้งๆที่ควรเป็นพักผ่อน ออกกำลังกายและจัดให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เยาวชน ครอบครัวและประชาชน นั้น  เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน และภาคีเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน จึงไม่เห็นด้วยและขอสนับสนุนหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ  ยึดมั่นในหลักการเดิมที่เป็นมาไม่อมุมัติให้ใช้สวนสาธารณะ จัดงานหรือกิจกรรม ที่มีการส่งเสริมการขาย การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าและ สารเสพติดอื่นในทุกกรณี
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/473954&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37nMFB_M7GF_o870O8G7FR

  • ว้าวุ่น!ฟิล์ม-นนท์ ควงไลฟ์สดโชว์โมเมนต์ หลังยันจูบสงกรานต์แค่ฟิล – บันเทิง ดารา – Teenee.com

    ว้าวุ่น!ฟิล์ม-นนท์ ควงไลฟ์สดโชว์โมเมนต์ หลังยันจูบสงกรานต์แค่ฟิล – บันเทิง ดารา – Teenee.com

    ฟิล์ม-นนท์ อินทนนท์” รับบทพ่อแม่หมากลางไลฟ์ หลังเคลียร์ดราม่าจูบเย้ยสงกรานต์แค่ขำๆ กระแสยังไม่แผ่ว! สำหรับคู่ซี้ ฟิล์ม ธนภัทร และ นนท์ อินทนนท์ ที่ล่าสุดควงคู่มาโชว์ความมุ้งมิ้งสวมบท …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://entertain.teenee.com/thaistar/319515.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bCm1WE-fPmfnUuVYM9U-S

  • ผู้บริหารจุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้การออกร้านและจำหน่ายสลากกาชาดจุฬาฯ

    ผู้บริหารจุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้การออกร้านและจำหน่ายสลากกาชาดจุฬาฯ

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้บริหารจุฬาฯ เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการออกร้านและจำหน่ายสลากกาชาดจุฬาฯ ปี 2565-2567

    เมื่อวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. ณ วังสระปทุม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชวโรกาสให้ รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ รองอธิการบดีจุฬาฯ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานออกร้านกาชาด จุฬาฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะกรรมการดำเนินงานออกร้านกาชาด และคณะกรรมการจัดหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนสภากาชาดไทย ประจำปี 2565-2567 เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการออกร้านและจำหน่ายสลากกาชาดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานกาชาด ประจำปี 2565-2567 เพื่อบำรุงสภากาชาดไทย

    ในปี 2565, 2566, 2567 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ออกร้านกาชาดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อหารายได้สมทบทุนสภากาชาดไทย โดยพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายเงินจำนวน 6,005,194.75 บาท 7,703,315.41 บาท และ 5,358,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 19,066,510.16 บาท

    (ภาพพระราชทาน)

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/300640/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2s0GHPzvPbAdXgEuysH64g

  • “ศ.ดร.บังอร” อธิการบดี มกธ. มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ปวช.-ปวส.จากสถาบันการศึกษาในเครือ ปีการศึกษา 2568

    “ศ.ดร.บังอร” อธิการบดี มกธ. มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ปวช.-ปวส.จากสถาบันการศึกษาในเครือ ปีการศึกษา 2568

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/press-release/143727&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3e3BOzmhGoVb6cENVpFY9w

  • สถาปนิก’69 เปิดเวทีโลก ดึง 40 สถาบัน ปั้นอนาคตงานออกแบบไทย

    สถาปนิก’69 เปิดเวทีโลก ดึง 40 สถาบัน ปั้นอนาคตงานออกแบบไทย

    สถาปนิก’69 เปิดเวทีโลก ดึง 40 สถาบัน ปั้นอนาคตงานออกแบบไทย

    สมาคมสถาปนิกสยามฯ เดินหน้าจัดงาน “สถาปนิก’69” ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์)” สะท้อนการปรับตัวของวิชาชีพท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนเร็ว โดยเฉพาะบทบาทของ AI ที่เข้ามาเขย่าทั้งการออกแบบและอุตสาหกรรมก่อสร้าง พร้อมเปิดพื้นที่กว่า 75,000 ตารางเมตร ระดมผู้ประกอบการ-นักออกแบบ-สถาบันการศึกษาจากทั่วประเทศและต่างชาติร่วมแสดงศักยภาพ หวังยกระดับสถาปัตยกรรมไทยสู่เวทีสากล

    นายอเส สุขยางค์

    นายอเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า งานสถาปนิก’69 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 38 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถือเป็นงานแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและนิทรรศการสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยปีนี้เน้น “การสร้างภูมิปัญญาใหม่” เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล

    ทั้งนี้ ภายในงานแบ่งพื้นที่หลักกว่า 70,000 ตารางเมตร สำหรับจัดแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านการออกแบบ-ก่อสร้าง จากกว่า 900 บริษัทชั้นนำทั่วโลก และอีก 5,500 ตารางเมตร เป็นพื้นที่นิทรรศการของสมาคมฯ ที่รวบรวมผลงานจาก 4 องค์กรวิชาชีพ บริษัทสถาปนิกกว่า 120 แห่ง และสถาบันการศึกษา 40 แห่ง สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมแบบครบวงจร

    นายจาตุรนต์ กิ่งมิ่งแฮ ประธานจัดงานสถาปนิก’69 กล่าวถึงไฮไลต์ของนิทรรศการและกิจกรรมภายในงาน โดยในส่วนแรก “นิทรรศการหลัก” ประกอบด้วย “Thai Intelligence” ที่นำเสนอแนวคิดการออกแบบจากภูมิปัญญามนุษย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย และ “ASA All Member: Thailand Only” ที่ถ่ายทอดผลงานของสมาชิกสมาคมฯ ผ่านมุมมองชีวิตและแนวคิดที่หลากหลาย สะท้อนวิถีชีวิตจริงที่ซ้อนอยู่ในกระบวนการออกแบบอย่างสร้างสรรค์

    นายจาตุรนต์ กิ่งมิ่งแฮ

    นอกจากนี้ ยังมี “ASA Emerging 2026” เวทีสำหรับสถาปนิกและนักออกแบบรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้แสดงผลงานและแนวคิด ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อชี้ให้เห็นบทบาทใหม่ของนักออกแบบในการกำหนดทิศทางสังคมไทยควบคู่กับเวทีนานาชาติ

    ในส่วน “นิทรรศการวิชาการ” รวบรวมผลงานออกแบบจากหลากหลายเวทีสำคัญ ได้แก่ ASA Experimental Design Competition ภายใต้แนวคิด “Hybridized Wisdom” และ ASA Educational Institute ที่เป็นความร่วมมือของคณาจารย์และนักศึกษาจากทั่วประเทศ นำเสนอแนวคิด “Digital Craft” ผสานภูมิปัญญาช่างกับเทคโนโลยี AI เพื่อตั้งคำถามต่ออนาคตวิชาชีพสถาปัตยกรรม

    สถาปนิก’69 เปิดเวทีโลก ดึง 40 สถาบัน ปั้นอนาคตงานออกแบบไทย

    ขณะเดียวกัน ยังมีนิทรรศการ “CEA x ASA : PROMPT-PLACE” ที่นำเสนอผลงานประกวดซึ่งสะท้อนมิติใหม่ของ “พื้นที่” ทั้งในเชิงสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิต โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง CEA และสมาคมสถาปนิกสยามฯ เพื่อเปิดมุมมองการออกแบบเมืองและชุมชนในอนาคต รวมถึงนิทรรศการวิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมดีเด่นแห่งปี 2569

    อีกหนึ่งไฮไลต์คือ นิทรรศการความร่วมมือจากองค์กรวิชาชีพ อาทิ ASA TOD ที่นำเสนอแนวคิดพัฒนาพื้นที่รอบระบบขนส่งสาธารณะ (TOD) รวมถึงผลงานจาก TIDA, TALA และ TUDA ตลอดจนกิจกรรมด้านนโยบายเมือง งานอนุรักษ์ และเวทีประกวดแบบจากภาครัฐและองค์กรต่างๆ

    สถาปนิก’69 เปิดเวทีโลก ดึง 40 สถาบัน ปั้นอนาคตงานออกแบบไทย

    สำหรับโซนกิจกรรมและบริการภายในงาน มีทั้งกิจกรรมความร่วมมือ 3 องค์กร (ASA / ACT / CDAST) ที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและวิชาชีพ “คลินิกหมอบ้าน” สำหรับประชาชนที่ต้องการคำแนะนำเรื่องบ้านและอาคาร รวมถึง “คลินิกเตรียมสถาปัตย์” สำหรับนักเรียนและผู้ปกครองที่สนใจสายอาชีพนี้

    ขณะเดียวกัน ยังมีกิจกรรมไลฟ์สไตล์และครอบครัว เช่น ASA CLUB, ASA SHOP, ASA Book Shop และ ASA KIDS CLUB รวมถึงโซน KITBLOX & FAMILY CORNER ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กผ่านการลงมือสร้างสรรค์

    ปิดท้ายด้วยกิจกรรมสำคัญอย่าง ASA Night : Gala Dinner และ ASA Day Hey ที่เปิดพื้นที่ให้สมาชิกทุกเจเนอเรชันได้พบปะกัน พร้อมทั้งเวที CENTER STAGE FORUM สำหรับการเสวนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

    ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงานรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2569 ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดของวงการ แบ่งเป็น ASA Gold Award และ ASA Silver Award สะท้อนบทบาทของสถาปัตยกรรมต่อคุณภาพชีวิต เมือง และสังคมในปัจจุบัน

    ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้ฟรี ตลอด 6 วันเต็ม ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asaexpo.org

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/657564&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FWSfjTXdBU2kNdTPDNW45

  • ‘นิด้าโพล’ สำรวจความคิดเห็น ‘มาตรการช่วยค่าครองชีพ’ ยุค ‘อนุทิน’ | เดลินิวส์

    ‘นิด้าโพล’ สำรวจความคิดเห็น ‘มาตรการช่วยค่าครองชีพ’ ยุค ‘อนุทิน’ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “พอหรือเปล่า มาตรการช่วยค่าครองชีพ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 – 21 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง
    เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการช่วยค่าครองชีพของรัฐบาล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่าง โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่าง แบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อ “มาตรการช่วยค่าครองชีพ” สำหรับประชาชน ภาคการเกษตรและภาคการขนส่ง ภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พบว่า

    1. โครงการสินเชื่อ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” สำหรับภาคการเกษตร ไม่เกิน 100,000 บาท โดยประชาชน จ่ายดอกเบี้ย 3% และรัฐจ่ายให้ 3% ตัวอย่าง ร้อยละ 71.30 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 14.43 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 8.09 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 6.18 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
    2. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส รถตู้โดยสาร และรถสองแถว ใน กทม./รถมินิบัส รถตู้โดยสาร ใน กทม. และจังหวัดต่อเนื่องเหมาจ่าย 5,040 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 68.78 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 14.27 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 10.92 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 6.03 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
    3. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง ประเภทมินิบัสหรือรถตู้โดยสาร เหมาจ่าย 3,600 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 66.87 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 16.49 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 8.78 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 7.86 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
    4. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง ประเภทรถบัสเหมาจ่าย 5,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 65.50 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 14.12 ระบุว่า มากเกินไป ร้อยละ 12.44 ระบุว่า น้อยเกินไป และร้อยละ 7.94 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
    5. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถบรรทุก น้อยกว่า 10 ล้อ (รวมรถกระบะ) เหมาจ่าย 3,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 65.26 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 22.37 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 7.18 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 5.19 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
    6. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถแท็กซี่ ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เหมาจ่าย 5,040 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 64.12 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 15.73 ระบุว่า มากเกินไป ร้อยละ 13.20 ระบุว่า น้อยเกินไป และร้อยละ 6.95 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
    7. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส/รถตู้โดยสาร เส้นทางระหว่างจังหวัด (กทม. – จังหวัดในภูมิภาค) 2 บาท/กม. สูงสุด 700 บาท/วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 63.89 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 22.98 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 6.87 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 6.26 ระบุว่า มากเกินไป
    8. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถบรรทุก ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป เหมาจ่าย 6,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 62.51 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 18.17 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 11.76 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 7.56 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
    9. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะเหมาจ่าย 842 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 62.14 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 27.79 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 6.02 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 4.05 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
    10. อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส/รถตู้โดยสาร เส้นทางข้ามจังหวัด (ระหว่างจังหวัดในภูมิภาค) 2 บาท/กม. สูงสุด 500 บาท/วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 59.85 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 27.63 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 6.72 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 5.80 ระบุว่า มากเกินไป
    11. ธนาคารออมสิน ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ในการติดตั้งระบบ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV ตัวอย่าง ร้อยละ 56.49 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 19.92 ระบุว่า มากเกินไป ร้อยละ 14.35 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 9.24 ระบุว่า น้อยเกินไป
    12. เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 300 บาท เป็น 400 บาท ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. – 12 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 54.27 ระบุว่า น้อยเกินไป รองลงมา ร้อยละ 39.09 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว ร้อยละ 5.04 ระบุว่า ไม่ตอบ/ ไม่ทราบ และร้อยละ 1.60 ระบุว่า มากเกินไป
    Basic RGB

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 18.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย
    และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

    ตัวอย่าง ร้อยละ 12.13 อายุ 18 – 25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26 – 35 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 36 – 45 ปี ร้อยละ 26.34 อายุ 46 – 59 ปี และร้อยละ 25.80 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 95.88 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.36 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.76 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ ตัวอย่าง ร้อยละ 36.95 สถานภาพโสด ร้อยละ 60.15 สมรส และร้อยละ 2.90 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่

    โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.23 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 15.27 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 33.21 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 11.98 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 33.05 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 6.26 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ตัวอย่าง ร้อยละ 9.62 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 18.47 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 22.06 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 9.77 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.50 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 18.24 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 6.34 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

    ตัวอย่าง ร้อยละ 18.78 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.97 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 11.98 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001 – 10,000 บาท ร้อยละ 33.20 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 12.29 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 5.19 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ 3.97 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 – 50,000 บาท ร้อยละ 2.14 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001 – 60,000 บาท ร้อยละ 0.31 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001 – 70,000 บาท ร้อยละ 0.46 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001 – 80,000 บาท ร้อยละ 1.15 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 6.56 ไม่ระบุรายได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5812550/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lox0ktpaYT5byGUPovXHM

  • พรรคเศรษฐกิจฉีกมติพรรค รวบตึงอำนาจใส่มือ ‘หัวหน้ารังษี’

    พรรคเศรษฐกิจฉีกมติพรรค รวบตึงอำนาจใส่มือ ‘หัวหน้ารังษี’

    พรรคเศรษฐกิจ ประชุมใหญ่ โยกอำนาจร่วมรัฐบาลให้ “หัวหน้าพรรค”ตัดสินใจ ส่วนตำแหน่งการเมืองให้ “กก.บห.” ชี้ขาด ยันส่ง “รังษี” ลำดับ 1 บัญชีรายชื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า “คริส” กางแผน “คนไทยต้องมาก่อน”

    26 เม.ย.2569 –  ที่โรงแรม ปรินส์ตันบรรยากาศการประชุมใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีสมาชิกพรรคจากทั่วทุกภูมิภาคเดินทางมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายและเตรียมความพร้อมสู่สนามเลือกตั้ง โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้คงคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม เพื่อสานต่องานยุทธศาสตร์พรรคอย่างต่อเนื่อง

    พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ได้กล่าวบนเวทีเปิดงานถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโลก โดยวิเคราะห์ว่า เรากำลังเผชิญกับคลื่นลมแรงจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่าอาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่รุนแรงกว่าที่เคย พรรคเศรษฐกิจจึงต้องเตรียมตัวรับมือเชิงรุกเพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนไทยไม่ให้ได้รับผลกระทบ

    จากนั้น นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ ได้ขึ้นเวทีชี้แจงแนวทางนโยบายหลักภายใต้แนวคิด “คนไทยต้องมาก่อน” เพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น โดยประกาศจุดยืนต่อต้านการใช้งบประมาณที่ไม่จำเป็นอย่างเด็ดขาดและไม่สนับสนุนการขึ้นภาษี เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระแก่พี่น้องประชาชนคนไทย นอกจากนั้นขอสนับสนุนการค้าเสรี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ขณะเดียวกันพรรคจะ ผลักดันมาตรการจัดเก็บภาษีคนต่างด้าวที่เข้ามาทำมาหากินในไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมและนำรายได้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย

    ​ที่ประชุมยังได้มีมติสำคัญในการแก้ไขข้อบังคับพรรค เพื่อปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจให้มีความคล่องตัวและเป็นระบบ โดยการร่วมรัฐบาลหรือถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลจากเดิมที่เป็นอำนาจของประธานพรรค เปลี่ยนให้เป็นอำนาจของหัวหน้าพรรคการตัดสินใจเรื่องการดำรงตำแหน่งทางการเมือง: จากเดิมที่เป็นอำนาจของประธานพรรค เปลี่ยนให้เป็น อำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรค

    ในช่วงท้ายของการประชุม พล.อ.รังษี ได้ประกาศความพร้อมในการนำทัพพรรคเศรษฐกิจเข้าสู่สนามเลือกตั้งด้วยความมั่นใจ โดยยืนยันต่อที่ประชุมว่า ตนจะลงสมัครรับเลือกตั้งในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 เพื่อนำพรรคไปสู่การเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในการแก้ปัญหาประเทศให้เห็นผลเป็นรูปธรรมต่อไป.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/986138/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TyaD0GZnePMxI5yaADXNr

  • ครม.เศรษฐกิจ เตรียมถก 3 ฉากทัศน์ ไฟสงครามฉุด GDP ไทยปี 69 วูบเหลือ 0.7%

    ครม.เศรษฐกิจ เตรียมถก 3 ฉากทัศน์ ไฟสงครามฉุด GDP ไทยปี 69 วูบเหลือ 0.7%

    ครม.เศรษฐกิจ เตรียมถก 3 ฉากทัศน์ ไฟสงครามฉุด GDP ไทยปี 69 วูบเหลือ 0.7%

    แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยฐานเศรษฐกิจว่า ขณะนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมรายงาน แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ รับทราบโดยจัดทำเป็นฉากทัศน์ (Scenarios) ของเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบตามความรุนแรงของสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ซึ่งเบื้องต้นในกรณีหนักที่สุดเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะขยายตัวต่ำเหลือแค่ 0.7% เท่านั้น 

    ทั้งนี้ในการประชุมร่วมกันของ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้รับทราบการรายงานฉากทัศน์ของเศรษฐกิจไทยกับกรณีวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งได้ประเมินสถานการณ์ปกติก่อนความขัดแย้ง คาดว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบ ในปี 2569 จะอยู่ที่ 63 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.2% ภายใต้การขยายตัวเศรษฐกิจ อยู่ที่ 2% 

    ฉากทัศน์ที่ 1: หากสงครามสิ้นสุดลงภายในช่วงครึ่งแรกของปี ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
    กรณีนี้ สศช.ประเมินว่า การจรจาระหว่างสองฝ่ายได้ข้อตกลง ส่งผลให้การปะทะกันทางการทหารสิ้นสุดลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และมีการฟื้นฟูโครงสร้างด้านพลังงานและการขนส่งเป็นไปตามลำดับ ส่งผลให้ระดับราคาพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

    ทั้งนี้ หากสถานการณ์เป็นไปตามที่ประเมิน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบ ในปี 2569 จะอยู่ที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.9% ภายใต้การขยายตัวเศรษฐกิจ อยู่ที่ 1.4%

    ฉากทัศน์ที่ 2: สงครามยืดเยื้อและคาดว่าจะสิ้นสุดลงภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

    กรณีนี้ สศช.ประเมินว่า การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายมีความยืดเยื้อและคาดว่าจะได้ข้อยุติในช่วงปลายปี 2569 ทำให้การส่งออกพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ยังเป็นไปอย่างจำกัด ส่งผลให้ระดับราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูงตลอดปี 2569 และเกิดการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานโลกจนทำให้หลายประเทศเข้าสู่ภาวะ Stagflation และมีแรงกดตันด้านเงินเฟ้อโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางมีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

    ทั้งนี้ หากสถานการณ์เป็นไปตามที่ประเมิน อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบ ในปี 2569 จะอยู่ที่ 110 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 4.6% ภายใต้การขยายตัวเศรษฐกิจ อยู่ที่ 0.8%

    ฉากทัศน์ที่ 3: สงครามยกระดับครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลางและมีความยืดเยื้อตลอดทั้งปี 2569 และคาดว่าจะสิ้นสุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2570

    กรณีนี้ ประเมินว่า การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายยังมีความยืดเยื้อและไม่มีข้อยุติในปี 2569 การปะทะกันทางการทหารและการทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง การส่งออกพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ยังเป็นไปอย่างจำกัด โดยคาดว่าสงครามสิ้นสุดลงภายในครึ่งแรกของปี 2570 ส่งผลให้ระดับราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจนถึงครึ่งแรกของปี 2570

    ขณะที่การฟื้นฟูโครงสร้างต้านพลังกนและการขนส่งเป็นไปอย่างล่าและทรงหัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องแม้สงครามจะสิ้นสุดลง เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย (Global Recession)

    ทั้งนี้ หากสถานการณ์เป็นไปตามที่ประเมิน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบ ในปี 2569 จะอยู่ที่ 115 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 4.9% ภายใต้การขยายตัวเศรษฐกิจ อยู่ที่ 0.7%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/657585&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YGXif4neUZJuSwKLStoyY

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 27 เมษายน 2569 เช็กราคาน้ำมันล่าสุด ดีเซล เบนซิน ลิตรละกี่บาท

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 27 เมษายน 2569 เช็กราคาน้ำมันล่าสุด ดีเซล เบนซิน ลิตรละกี่บาท

    ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 27 เม.ย. 2569 ล่าสุดราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดตข้อมูล วันที่ 26 เม.ย. 2569 เวลา 17.00 น. ล่าสุด เช็คราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 27 เมษายน 2569 กลุ่มดีเซล เบนซิน และแก๊สโซฮอล์ โดยทีมข่าวเศรษฐกิจเว็บไซต์ Sanook อ้างอิงข้อมูลจาก จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยล่าสุด ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 27/4/2569 มีผลเวลา 05.00 น. ดังต่อไปนี้

    ล่าสุดเวลานี้ 17.00 น. ราคาหน้าปั๊มยังคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง

    อัปเดต ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 27 เมษายน 2569 มีผล เวลา 05.00 น. ดังนี้

    ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันนี้ 27 เมษายน 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.20 บาท/ลิตร
    • ดีเซล อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
    • เบนซิน อยู่ที่ 52.04 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 62.10 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 51.54 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันนี้ 27 เมษายน 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.20 บาท/ลิตร
    • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียม 98 อยู่ที่ 56.04 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “เชลล์” พรุ่งนี้ 27 เม.ย. 69

    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.33 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 42.90 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 66.34 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “คาลเท็กซ์” พรุ่งนี้ 27 เม.ย. 69 

    • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 56.01 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
    • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
    • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมันข้างต้นเป็นราคากลาง (ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น) ราคาหน้าปั๊มแต่ละแห่งอาจต่างกันเล็กน้อย โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนเติม

    ตรวจสอบ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาแก๊ส ล่าสุดได้เลยที่นี่ ราคาน้ำมัน

    เช็กราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันแต่ละปั๊ม คลิกไปที่ www.sanook.com/money/oil-price-today/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/950079/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1P0MxoXH3WCk5snpogZZBF