Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    MOE E-Services

    บริการออนไลน์

    ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข่าวประกาศ

    announce

    ข่าวอื่นๆ

    NEWS & UPDATE

    • ทุนพระราชทาน มทศ.
    • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
    • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    • ดูทั้งหมด

    26 ส.ค. 65

    22 ก.ย. 64

    เบื้องหลังความสำเร็จของครูดีเด่น “มนูญ ทิตย์วัลลี” ครูผู้ดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน รุ่นที่ 9 ในโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2563

    21 ก.ย. 64

    “ครูเกม” ทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี (ตชด.)

    18 ก.ย. 64

    กระทรวงศึกษาธิการ พาไปพูดคุยกับ น.ส.เบญจวรรณ แสงเลื่อน นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 9

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน ชนิดตั้งพื้นหรือชนิดแขวนขนาด 36,000 บีทียู จำนวน 20 เครื่อง

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาจ้างจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 130 ปี 1 เมษายน 2565

    25 ก.พ. 65

    ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เรื่องทำเข็มที่ระลึก เสมาคุณูปการ ประจำปี 2565

    23 ก.พ. 65

    ประกาศเชิญชวนเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อจัดทำ Web server

    30 ก.ค. 67

    16 ก.พ. 66

    30 ต.ค. 62

    โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรม เป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

    30 ต.ค. 62

    โครงการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ผูกู้ยืมเงิน กยศ. ด้วย e-Learning หลักสูตรเงินทองต้องวางแผน

    ข่าวประชาสัมพันธ์

    NEWS & UPDATE

    บทความที่น่าสนใจ

    ARTICLES

    Infographic

    หน่วยงาน ในสังกัด

    องค์กรหลัก

    องค์กรในกำกับ/องค์กรมหาชน

    สำนักงานรัฐมนตรี

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2589/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw292SRrFGEcjmTmmOW_KyWT

  • ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี มอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจ

    ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี มอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจ

    ภูมิภาค

    ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี มอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจ

    วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.49 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 24 ส.ค.2568  เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย คุณปิยวรรณ สิงห์สมโรจน์ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี มอบทุนการศึกษาตามโครงการมอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจ ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ประจำปี 2568 ประเภททุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจประพฤติดี โดยมี พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ศรีบุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี และคณะแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมเป็นเกียรติในพิธี  ณ ห้องประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ชั้น 5
     

    พิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ มีบุตรข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 15 ทุน ได้แก่ ทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจของสมาคมแม่บ้านตำรวจ จำนวน 14 ทุน ทุนละ 3,000 บาท และ ทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจ โดยมูลนิธิมาดามแป้ง จำนวน 1 ทุน ทุนละ 10,000 บาท

    โครงการมอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสวัสดิการ ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน และแบ่งเบาค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจ โดยเป็นการมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรข้าราชการตำรวจชั้นยศไม่เกินร้อยตำรวจเอก ทั้งนี้ บุตรข้าราชการตำรวจต้องมีอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ และอยู่ระหว่างศึกษาในระดับประถมศึกษาจนถึงปริญญาตรี

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/443682&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lEdzYvl8o0v5kDweREjQ4

  • สรุปผลการศึกษา “โครงการแลนด์บริดจ์” มอบ “สนข.” ประกาศประกวดราคาหานักลงทุน

    สรุปผลการศึกษา “โครงการแลนด์บริดจ์” มอบ “สนข.” ประกาศประกวดราคาหานักลงทุน

    กรุงเทพ 25 ส.ค. – “มนพร” เปิดสัมมนาสรุปผลการศึกษา “โครงการแลนด์บริดจ์” มอบ “สนข.” เดินหน้าประกาศประกวดราคาหานักลงทุน ผลักดันโครงการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ดึงภาครัฐ – เอกชน – ประชาชน ร่วมเสนอแนะให้ครอบคลุมทุกมิติ

    นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาสรุปผลการศึกษา โครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาข้อมูลรายละเอียดของโครงการ พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชน เข้าร่วมงานสัมมนา ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพ สีลม กรุงเทพฯ

    นางมนพร เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ตนมาเป็นประธานเปิดงานสัมมนาสรุปผลการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงการที่มีความสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนส่งทางทะเลของประเทศและเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาล นำโดยนายกรัฐมนตรี นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร ที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยอาศัยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ กระทรวงคมนาคมจึงได้ขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่หลายโครงการ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และเพิ่มศักยภาพทางการค้าของประเทศ ตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง และพร้อมผลักดันให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาค ภายใต้นโยบาย “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย”

    นางมนพร กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ดำเนินการศึกษาออกแบบโครงการแลนด์บริดจ์ โดยอาศัยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ใจกลางคาบสมุทรอินโดจีน สามารถเชื่อมต่อทะเลได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน จึงเป็นโอกาสที่จะได้ใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งดังกล่าวเพื่อนำมาพัฒนาทางเลือกใหม่ในการขนส่งตู้สินค้าทางทะเลผ่านโครงการแลนด์บริดจ์บนพื้นที่ในประเทศไทย แทนการขนส่งตู้สินค้าผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งตู้สินค้าทางทะเลของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และที่สำคัญช่วยเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าของประเทศไทย สำหรับการสัมมนาในวันนี้จะเป็นหมุดหมายอันดีที่กระทรวงคมนาคมและ สนข. จะได้นำเสนอสรุปผลการศึกษา จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นตลอดระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2564 – 2568 มากกว่า 60 เวที ให้กับผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงรูปแบบรายละเอียดของโครงการ รูปแบบโมเดลการพัฒนาและการลงทุน อัตราผลตอบแทนในการลงทุน รวมถึงแผนงานขั้นต่อไปที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยกันผลักดันการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

    “ขอให้คำยืนยันในความพร้อมของกระทรวงคมนาคมและรัฐบาล ที่จะดำเนินการประกวดราคาหานักลงทุนไทยและต่างชาติมาร่วมกันพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ และขอให้ทุกท่านใช้เวทีนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อคณะผู้ศึกษา เพื่อจะได้นำไปประกอบผลการศึกษาให้มีความสมบูรณ์และครอบคุลมครบทุกมิติมากยิ่งขึ้น” นางมนพร กล่าว.-513-สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

    ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

    กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

    ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

    ข่าวแนะนำ


    ทำเนียบ 26 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันกรณีล้อมรั้วลวดหนาม พื้นที่บ้านหนองจาน ไทยทำถูกต้องภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง บอกโฆษก ทบ. แจงรายละเอียด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาใช้มวลชนมากดดัน เพื่อให้ไทยรื้อลวดหนามบริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไร ว่า พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงแล้ว ก็เป็นไปตามนั้น ส่วนจะมีการเพิ่มมาตรการอะไรหรือไม่ นายภูมิธรรม ย้ำว่าเป็นไปตามที่โฆษกกองทัพบกได้ชี้แจงไปแล้ว เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ยังกระทบกันอยู่ ก็แก้ไขปัญหาไปตามสภาพการณ์ เรายืนยันว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องแล้ว และทำทุกอย่างภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่ประเทศมาเลเซีย .-315 -สำนักข่าวไทย

    26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

    กรุงเทพฯ 26 ส.ค. – กรมอุตุฯ เตือนบริเวณ จ.เชียงราย พะเยา น่าน หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ตราด และระนอง ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและลมแรง ส่วนพายุโซนร้อน “คาจิกิ” คาดอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ บริเวณ จ.น่าน เย็นวันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชน โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ตราด และระนอง ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ปกคลุมบริเวณประเทศลาว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย […]

    25 ส.ค. – หลายจังหวัดทางภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งเคยเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ทั้งน่าน ชายแดนแม่สาย เชียงราย และเชียงใหม่ ต่างเร่งเตรียมรับมือพายุคาจิกิ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบชัดเจนตั้งแต่พรุ่งนี้ นอกจากเสี่ยงจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากแล้ว บางพื้นที่ยังเสี่ยงดินโคลนถล่มด้วย โดยเฉพาะหมู่บ้านใกล้เชิงเขาที่จังหวัดน่าน ซึ่งเกิดดินสไลด์จนกระทบบ้านเรือนนับสิบหลังก่อนหน้านี้ ตอนนี้ต้องอพยพชาวบ้านกว่า 20 ครอบครัวออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยแล้ว .-สำนักข่าวไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/business-1576247&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_gSU3sUGOu9fS4aTiD2UF

  • ผอ.สภาเศรษฐกิจสหรัฐฯ เผยการเลือกประธานเฟดคนใหม่ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน : อินโฟเควสท์

    ผอ.สภาเศรษฐกิจสหรัฐฯ เผยการเลือกประธานเฟดคนใหม่ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน : อินโฟเควสท์

    เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อจากเจอโรม พาวเวล ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน โดยวาระการดำรงตำแหน่งของพาวเวลจะสิ้นสุดลงในเดือนพ.ค.ปีหน้า

    แฮสเซตต์เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีในวันจันทร์ (25 ส.ค.) ว่า เขาคาดว่าเรื่องนี้จะใช้เวลาอีกสองสามเดือนก่อนที่ปธน.ทรัมป์จะตัดสินใจ โดยขณะนี้ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังดำเนินการคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเฟดอย่างละเอียดรอบคอบ และมีผู้สมัครที่ยอดเยี่ยมหลายคนกำลังอยู่ระหว่างการสัมภาษณ์โดยเขาและปธน.ทรัมป์

    ขณะเดียวกัน แฮสเซตต์ ยังได้กล่าวถึงสุนทรพจน์ของพาวเวลในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสันโฮลเมื่อวันศุกร์ว่า พาวเวลนำเสนอได้อย่างยอดเยี่ยมในการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า เฟดดำเนินการช้าไปเล็กน้อย โดยให้เหตุผลว่าอัตราการขยายตัวของราคาในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.9% ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อลดลงอย่างมาก

    ทั้งนี้ พาวเวลกล่าวในการประชุมที่เมืองแจ็กสันโฮลว่า แม้อัตราการว่างงานของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับต่ำ แต่ “นโยบายที่ยังคงเข้มงวด แนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวม และดุลความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจุดยืนด้านนโยบาย” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากกว่าครั้งก่อน ๆ ว่า พาวเวลกำลังพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

    นอกจากนี้ พาวเวลกล่าวว่า ดุลความเสี่ยงกำลังเปลี่ยนแปลงไประหว่างภารกิจทั้งสองของเฟด ได้แก่ การจ้างงานเต็มศักยภาพ และการรักษาเสถียรภาพด้านราคา พร้อมทั้งระบุถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านนโยบายภาษี การค้า และการย้ายถิ่นฐาน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ส.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/524198&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kNTM1ow4kpPw5Jys7mz7u

  • อุทยานฯ แม่ตะไคร้ ประกาศปิดการท่องเที่ยว- พักแรมเป็นการชั่วคราว

    อุทยานฯ แม่ตะไคร้ ประกาศปิดการท่องเที่ยว- พักแรมเป็นการชั่วคราว

    อุทยานฯ แม่ตะไคร้ ประกาศปิดการท่องเที่ยว- พักแรมเป็นการชั่วคราว

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    ประกาศอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ เรื่อง ปิดการท่องเที่ยว พักแรมและการนันทนาการ ในอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ เป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ยังคงปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามปกติ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ จังหวัดเชียงใหม่หมายเลขโทรศัพท์ 0 5200 0870

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000081227&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Mw6o2_u2J4YsGJKNHcjPz

  • ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง  ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    ธุรกิจ

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    อุตสาหกรรม “ท่องเที่ยวไทย” เผชิญความท้าทายมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จากการชะลอตัวของจำนวน “นักท่องเที่ยวจีน” ที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด และ “การแข่งขัน” จากประเทศคู่แข่งที่สูงขึ้น

    โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมปรับลดเป้าหมายจำนวน “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าประเทศไทยตลอดปี 2568 ให้เท่ากับปี 2567 ที่จำนวน 35.5 ล้านคน อย่างไรก็ตามยังคงมีปัจจัยบวกจากการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศจากโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ในช่วงโลว์ซีซัน

    “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” ปรับเป้ารายได้ปี 68 โต 3-5%

    อภิญญา งามอภิชน รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย บริษัทฯปรับประมาณการเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมทั้งปี 2568 เป็น 3-5% จากเป้าหมายล่าสุดที่ 6-8% โดยกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวจนถึงระดับประหยัด เติบโตในระดับเดียวกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดจากเป้าหมายล่าสุดที่ 3-5% และกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ทปรับเป้าหมายจาก 23% เป็น 20% เมื่อเทียบกับปี 2567

    แม้ว่าจะมีความท้าทายดังกล่าว บริษัทฯยังคงดำเนินกลยุทธ์ผ่านการมุ่งเน้นการขยายพอร์ตโฟลิโอที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาว ระดับกลาง ระดับประหยัด และระดับบัดเจ็ท (ฮ็อปอินน์) และการขยายโรงแรมไปยังต่างประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของนักท่องเที่ยวต่างชาติในแต่ละประเทศ รวมถึงกลยุทธ์การปรับราคาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแบบเชิงรุก การขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีแนวโน้มการเติบโต ได้แก่ กลุ่มประเทศยุโรป อินเดียและตะวันออกกลาง เป็นต้น และการควบคุมต้นทุนจากการดำเนินงานอย่างเคร่งครัด

    ลุยลงทุนโรงแรมบัดเจ็ท หนุนโตระยะยาว

    บริษัทฯดำเนินการพัฒนาและขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผนระยะยาวที่วางไว้ โดยมุ่งเน้นการลงทุนทั้งในโรงแรมระดับกลาง ผ่านแผนพัฒนาโรงแรมบริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีพร้อมพงษ์ที่บริษัทฯได้เข้าทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว และการปรับปรุงโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงชั้นประหยัดที่มีอยู่ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและตลาดอย่างต่อเนื่อง

    “นอกจากนี้ยังลงทุนในโรงแรมระดับบัดเจ็ทเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้และกำไรที่เกิดจากฐานลูกค้าผู้ใช้บริการทั้งในและต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตที่มีเสถียรภาพในระยะยาว โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทฯมีโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาในประเทศไทยจำนวน 10 แห่ง”

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง  ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    ครึ่งปีหลังปัจจัยน่ากังวลอื้อ

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ยังคงมีปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เช่น อัตราการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน ปัญหาพิพาทระหว่างชายแดนไทยและกัมพูชา และปัจจัยความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ จากนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้ “ความต้องการเดินทาง” ปรับตัวลดลง รวมถึงปัจจัย “ความผันผวนของค่าเงิน” และ “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ” บริษัทฯได้ติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยคำนึงสถานะทางการเงินและสภาพคล่องของบริษัทฯเป็นสำคัญ

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง  ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    “ไมเนอร์” เตรียมพร้อมโรงแรมในยุโรป-เอเชียรับไฮซีซัน

    ชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รายงานต่อ ตลท.ว่า สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังปี 2568 ด้วยแผนงานชัดเจนที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ความแข็งแกร่งของงบดุล และความคล่องตัวเชิงกลยุทธ์ บริษัทฯ จึงพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง

    เฉพาะ “ไมเนอร์ โฮเทลส์” เมื่อเข้าสู่ช่วง 6 เดือนหลังของปี 2568 กลุ่มโรงแรมของบริษัทในยุโรปและเอเชียอยู่ในสถานะที่พร้อมรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไตรมาส 3-4 ปี 2568 โดยมียอดการจองห้องพักล่วงหน้าที่แข็งแกร่งรองรับไว้แล้ว

    ในภูมิภาค “ยุโรป” ความต้องการเดินทางยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง กลุ่มลูกค้าธุรกิจมีอัตราการเติบโตเร็วกว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน ข้อมูลการจองล่วงหน้าชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ในช่วง 6 เดือนหลังปี 2568 เทียบกับปีก่อนหน้าในระดับเลขหลักเดียวช่วงต่ำถึงกลาง โดยประมาณ 3 ใน 4 ของการเติบโตดังกล่าวมาจากอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืนคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 เทียบกับไตรมาส 3 ที่ผ่านมา สะท้อนฐานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปี 2567 ที่ได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมและงานอีเวนต์จำนวนมาก ด้านผลการดำเนินงานตามภูมิภาค ทั้งกลุ่มลูกค้าเพื่อการพักผ่อนและกลุ่มลูกค้าธุรกิจต่างมีส่วนช่วยส่งเสริมผลประกอบการที่แข็งแกร่งให้กับโรงแรมในสเปน และกลุ่มประเทศเบเนลักซ์ ส่วนในอิตาลี ผลประกอบการโรงแรมยังคงพึ่งพาความต้องการจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจเป็นหลัก

    ส่วนจุดหมายปลายทางอื่นๆ เช่น “มัลดีฟส์” ยังแสดงให้เห็นถึงยอดการจองล่วงหน้าที่แข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ระดับพรีเมียม นอกเหนือจากรายได้จากห้องพักแล้ว รายได้จากอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงรายได้อื่นๆ ของโรงแรมยังมีส่วนช่วยส่งเสริมมุมมองเชิงบวกจากการนำเสนอประสบการณ์พิเศษเฉพาะของไมเนอร์ โฮเทลส์ สำหรับ “ประเทศไทย” การปรับปรุงโรงแรมหลักของบริษัทให้แล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ไฮซีซัน คาดว่าจะช่วยสนับสนุนอัตราค่าห้องเฉลี่ยที่สูงขึ้นได้ แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศจะชะลอตัวลงก็ตาม

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง  ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    “แอสเสท เวิรด์” เตรียมเปิด “ลานนาทีค กาแล”

    วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เดินหน้า “ขยายพอร์ตโฟลิโอ” สร้างความโดดเด่นให้การท่องเที่ยวของไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเตรียมเปิดตัวโครงการคุณภาพ ได้แก่ “ลานนาทีค กาแล” (Lannatique Kalare) จุดหมายปลายทางแห่งศิลปวัฒนธรรมล้านนารูปแบบใหม่ใจกลาง “เชียงใหม่” ควบคู่กับการบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างแข็งแกร่ง และการควบคุมต้นทุนทางการเงินอย่างมีวินัย โดยคงความเป็นผู้นำด้านโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคงที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรม พร้อมรักษาวินัยทางการเงินในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความเสี่ยง เสริมความยืดหยุ่นในการลงทุน และรองรับการเติบโตระยะยาวอย่างมั่นคง

    ทั้งนี้บริษัทฯ ยังได้รับแรงสนับสนุนเชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ “เที่ยวไทย คนละครึ่ง” ซึ่งช่วยกระตุ้นดีมานด์ของนักท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะโรงแรมในหัวหินและพัทยาที่ได้รับความนิยมสูงสุด

    ขณะเดียวกันความร่วมมือกับ “พันธมิตรระดับโลก” ที่มีเครือข่ายนักท่องเที่ยวคุณภาพกว่า 710 ล้านคนทั่วโลก ยังช่วยเพิ่มสัดส่วนการจองตรง (Direct Booking) สูงถึง 70% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับยอดจองของโรงแรมในเครือ AWC โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ เชียงใหม่ สมุย กระบี่ และพัทยา ที่มียอดจองล่วงหน้าเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

    ‘บิ๊กโรงแรม’ จับชีพจรท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง  ฝ่าด่านหินยอดต่างชาติ ‘ติดลบ’ ค่าเงินผันผวน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1195811&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GZ4JOSQOltfsGFg6nV1wc

  • BeOnCloud ชี้แจงข้อเท็จจริง ดราม่าภาพยนตร์ “บุปผา” ย้ำ ไม่ใช่ภาดต่อ | คมชัดลึก

    BeOnCloud ชี้แจงข้อเท็จจริง ดราม่าภาพยนตร์ “บุปผา” ย้ำ ไม่ใช่ภาดต่อ | คมชัดลึก

    ฟิล์มรีพับบลิค จำกัด ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์. ข่าวล่าสุด. Previous. BeOnCloud …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/606591&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1M9JqDNvjzFOB-sSUKGpdD

  • “รักจัดหนักอกหักจัดเต็ม” เพลงแดนซ์สุดสนุกของ “มินนี่ วศิตาภาวิ์” – TrueID Music

    “รักจัดหนักอกหักจัดเต็ม” เพลงแดนซ์สุดสนุกของ “มินนี่ วศิตาภาวิ์” – TrueID Music

    “มินนี่ วศิตาภาวิ์ สาระกุล” (ชื่อเดิมชื่อทอฟ้า) เป็นนักแสดงค่ายมหามงคลฟิล์ม ผลงานละครเรื่อง “มหัศจรรย์รักดอกซากุระ” แสดงเป็นนางเอกคู่กับ “ต้าวหยอง” ทางช่อง 9 mc.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://music.trueid.net/th-th/detail/68LmD0ppGpBd&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38nVFfg6vLFe01sujB7-g6

  • ธงฟ้า ฉะเชิงเทรา พยุงเศรษฐกิจชายแดนซบ

    ธงฟ้า ฉะเชิงเทรา พยุงเศรษฐกิจชายแดนซบ

    กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าจัดงาน “ธงฟ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา” ระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2568 ณ วัดกลางบางปะกง อำเภอบางปะกง โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 800 รายการ จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการท้องถิ่น และกลุ่มเกษตรกร มาลดราคาสูงสุด 60% มีสินค้าจำเป็น เช่น ไข่ไก่ น้ำตาลทราย น้ำมันพืช ข้าวหอมมะลิ และลำไยราคาพิเศษ เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพประชาชน

    สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอกย้ำ การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน แต่ยังเป็น กลไกเชื่อมโยงสินค้าเกษตร-สินค้า SMEs เข้าสู่ตลาด หลังจากผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการผ่านแดน ทำให้เศรษฐกิจซบเซาและการค้าชายแดนชะลอตัว

    moc-thongfah-chachoengsao-supports-sluggish-border-economy-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ‘ธงฟ้า’ จึงถูกใช้เป็น เครื่องมือรักษาสมดุล ทั้งฝั่งผู้บริโภคที่ได้สินค้าราคาย่อมเยา และฝั่งผู้ผลิตที่มีช่องทางระบายสินค้า เสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจท้องถิ่นหมุนต่อไปได้ ขณะเดียวกันยังสอดคล้องนโยบาย “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย” ที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

    บรรยากาศการจำหน่ายวันแรก (25 ส.ค.68) ได้รับความสนใจจากประชาชนในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างคึกคัก สะท้อนว่าโครงการธงฟ้ายังคงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือทั้งประชาชนและผู้ประกอบการในช่วงเศรษฐกิจตึงตัว

    moc-thongfah-chachoengsao-supports-sluggish-border-economy-SPACEBAR-Photo02.jpg

    “ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่มีเป้าหมายเร่งด่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างสภาพคล่องในระบบ รวมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย โดยกรมการค้าภายในได้ดำเนินการจัดงานธงฟ้าราคาประหยัดอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน งานี้ก็ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง มาเลือกซื้อสินค้าในโครงการนี้”

    — สุชาติ กล่าว

    moc-thongfah-chachoengsao-supports-sluggish-border-economy-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/moc-thongfah-chachoengsao-supports-sluggish-border-economy&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rn4glsXxFzTrE6FfYOPr4

  • วิกฤติแบรนด์นอกในจีน ยอดขายวูบ แห่ปิดสาขา สังเวยยุคเศรษฐกิจซบเซา

    วิกฤติแบรนด์นอกในจีน ยอดขายวูบ แห่ปิดสาขา สังเวยยุคเศรษฐกิจซบเซา

    ต่างประเทศ

    วิกฤติแบรนด์นอกในจีน ยอดขายวูบ แห่ปิดสาขา สังเวยยุคเศรษฐกิจซบเซา

    25 ส.ค. 2025 เวลา 11:45 น.

    แบรนด์ต่างชาติไม่รอด! ยอดขายวูบ – แห่ปิดสาขา สังเวยยุคเศรษฐกิจซบเซา ผู้บริโภคจีนเมินสินค้าหรู เน้นคุ้มค่า – ราคาประหยัด ดันแบรนด์ท้องถิ่นผงาดครองส่วนแบ่งตลาด 76%

    สำนักข่าวเซาท์ไชน่ามอนิ่งโพสต์ รายงานว่ากำลังเกิดปรากฏการณ์แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกกำลังปิดสาขาทั่วประเทศใน “จีน”  สะท้อนแนวโน้มของแบรนด์ต่างชาติที่กำลังถอนตัวจากตลาดจีนเพิ่มมากขึ้น

    การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยหันมาให้ความสำคัญกับสินค้าที่ใช้งานได้จริง และคุ้มค่ามากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย ทำให้แบรนด์ท้องถิ่นจีนสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น

    Pandora จ่อปิด 100 สาขา

    Pandora แบรนด์เครื่องประดับชื่อดังจากเดนมาร์ก ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มียอดขายสูงถึง 100 ล้านชิ้นต่อปี กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ โดยแบรนด์ได้ประกาศเมื่อวันที่ 15 ส.ค.68 ที่ผ่านมาว่า จะเพิ่มแผนการปิดร้านค้าในจีน จากเดิม 50 สาขา เป็น 100 สาขา ภายในปีนี้

    การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยรายงานประจำปีของ Pandora ระบุว่า ยอดขายในจีนเคยพุ่งสูงสุดในปี 2562 ด้วยตัวเลข 1.97 พันล้านโครนเดนมาร์ก หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท แต่หลังจากเกิดวิกฤติโรคระบาด ยอดขายก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง

    • ปี 2564 : ยอดขายลดลงเหลือ 5.71 พันล้านบาท
    • ปี 2565 : ลดลงอีกเหลือ 3.74 พันล้านบาท
    • ปี 2566 : ลดลงเหลือ 2.86 พันล้านบาท
    • ปี 2567 : ยอดขายเหลือเพียง 2.11 พันล้านบาท หรือลดลงเหลือไม่ถึง 1 ใน 4 ของยอดขายสูงสุดในปี 2562

    Vicky Wang จากมณฑลเจียงซู หนึ่งในลูกค้าประจำของ Pandora เปรียบเทียบเครื่องประดับเหล่านี้ว่าเป็นสินค้าแฟชั่นที่ซื้อตามกระแสมากกว่าสินทรัพย์ที่สามารถเก็บสะสมเพื่อเพิ่มมูลค่าในอนาคตได้   สะท้อนความสนใจผู้บริโภครุ่นใหม่จำนวนมากกำลังเปลี่ยนไปสู่การลงทุนที่ปลอดภัย

    “ผมเริ่มหมดความสนใจแล้ว เพราะเมื่อเทียบมูลค่ากับทองคำแล้ว Pandora  ขายต่อไม่ได้เลย” Wang  กล่าว

    อย่างไรก็ดี  Pandora ซึ่งไม่ได้ตอบกลับทันทีต่อคำขอความคิดเห็นผ่านอีเมลของสำนักข่าว

    แบรนด์ต่างชาติแห่ถอนตัวจาก ‘จีน’

    นอกจากแบรนด์เครื่องประดับแล้ว ก่อนหน้านี้แบรนด์ไลฟ์สไตล์มินิมอลชื่อดังจากญี่ปุ่นอย่าง มูจิ (MUJI) กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในจีนเช่นเดียวกัน โดยมีรายงานว่าหลายสาขาในเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ซูโจว และฉางซา รวมถึงมณฑลเจ้อเจียงได้ทยอยปิดตัวลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

    โลกออนไลน์ของจีนกำลังพุ่งเป้าไปที่มูจิ โดยผู้บริโภคหลายรายวิพากษ์วิจารณ์ว่าสินค้าของแบรนด์นี้มีราคาแพงเกินไป และคุณภาพไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

    ทั้งนี้ทางมูจิจะยังไม่ได้ให้ความเห็นโดยตรงต่อเรื่องนี้ แต่สำนักข่าว China Business Network ได้รายงานว่าการปิดร้านค้าบางแห่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

    ขณะเดียวกัน หลายบริษัทต่างชาติก็กำลังทยอยปิดสาขาในจีนเช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ธุรกิจเหล่านี้กำลังเผชิญอยู่ในตลาดจีน

    แบรนด์ต่างชาติที่ถอนตัวจากตลาดจีน 

    • แบรนด์เสื้อผ้า และแฟชั่น คือ GU (ในเครือ Fast Retailing Group) จากญี่ปุ่น และ Zara จากสเปน
    • แบรนด์ความงาม และสกินแคร์ คือ Aesop จากออสเตรเลีย และ Decorte จากญี่ปุ่น
    • เครือร้านค้าปลีก คือ Walmart จากสหรัฐอเมริกา และAeon จากญี่ปุ่น

    การถอนตัวของแบรนด์ดังเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันในตลาดจีนมีความรุนแรงมากขึ้น และผู้บริโภคชาวจีนมีทางเลือกที่หลากหลายจากแบรนด์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพและราคาที่คุ้มค่ากว่า

    แบรนด์จีนผงาด ชิงส่วนแบ่งตลาด

    จากการสำรวจ China Shopper Report 2025 ที่จัดทำโดย Bain & Company และ Worldpanel พบว่าแบรนด์ท้องถิ่นของจีนกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจากแบรนด์ต่างประเทศได้มากขึ้นเรื่อยๆ

    รายงานล่าสุดระบุว่า ส่วนแบ่งการตลาดของแบรนด์ภายในประเทศได้เพิ่มขึ้นจาก 66% ในปี 2555 จนแตะ 76% ในปี 2567 ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา  

    • ปี 2555 : 66%
    • ปี  2564 : 73%
    • ปี  2565 : 74%
    • ปี  2566 : 75%
    • ปี   2567 : 76%

    ตลาดกำลังเข้าสู่ยุค ‘ราคาประหยัด’

    นักวิเคราะห์ชี้ว่าการที่แบรนด์ต่างชาติหลายแห่งต้องถอนตัวจากตลาดจีน มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลัก 2 ประการคือ การลดลงของการใช้จ่ายของผู้บริโภคท่ามกลางภาวะเงินฝืด และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจจีน

    เฉิน ลี่ผิง ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแคปิตอลด้านเศรษฐศาสตร์และธุรกิจให้ความเห็นว่า ในทศวรรษข้างหน้าจะเป็นยุคของ “การค้าปลีกราคาประหยัด” ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญที่กำลังจะมาถึงสำหรับหลายบริษัท สถานการณ์ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความท้าทายในการดำเนินงาน แต่เป็นเรื่องของการอยู่รอดว่าบริษัทเหล่านั้นจะสามารถปรับตัวและเอาตัวรอดในตลาดจีนได้หรือไม่

    ขณะเดียวกัน ตัวเลขทางเศรษฐกิจของจีนเองก็สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายนี้เช่นกัน จากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนก.ค.ที่ยังทรงตัวจากปีก่อนหน้า และภาวะเงินฝืดของผู้ผลิตยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศของจีนยังคงอ่อนแออย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจ

    อ้างอิง scmp 

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/1195695&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2S-PT3I3so97GUoaH1Au7X