Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิด 3 ฉากทัศน์ ‘หุ้นไทย’ ตอบรับคดีความทางการเมือง

    อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิด 3 ฉากทัศน์ ‘หุ้นไทย’ ตอบรับคดีความทางการเมือง

    innovestx-thailand-economy-risks

    EXCLUSIVE CONTENT

    • 25 ส.ค. 2025

    HIGHLIGHTS

    • ตลาดหุ้นโลกปรับลดลง นักลงทุนเริ่มชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูความชัดเจนทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐ จากการประชุมที่ Jackson Hole โดยนักวิเคราะห์ในตลาดบางส่วนมองว่าท่าทีของ Fed อาจมีการผ่อนคลายลงบ้าง
    • ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่ำกว่า 1,250 จุด จากการขายทำกำไร หลังขึ้นมาช่วงก่อน และเพื่อรอดูความชัดเจนทิศทางดอกเบี้ย Fed และการเมืองในสัปดาห์นี้ 
    • บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า วันที่ 29 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของนายกรัฐมนตรี จึงมองความเป็นไปได้ต่อตลาดหุ้นไทยออกมา 3 กรณี
    • เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2025 คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.8% โดยมองว่าไตรมาส 3 GDP จะขยายตัวได้เพียง 1.0% และลดลงเหลือ 0.1% ในไตรมาส 4 จากสัญญาณของเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ ทั้งการส่งออก การท่องเที่ยว และภาคเกษตร เริ่มแผ่วลงพร้อมกัน 

    เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ 4 ความเสี่ยงรุมเร้า ทั้งเศรษฐกิจชะลอ การส่งออกหดตัวรุนแรง และความผันผวนทางการเงินจากนโยบาย Fed ที่คาดเดายาก ส่งผลให้ตัวเลข GDP ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2025 มีแนวโน้มหดตัวรุนแรงต่อเนื่อง

    สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกปรับลดลง นักลงทุนเริ่มชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูความชัดเจนทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐ จากการประชุมที่ Jackson Hole โดยนักวิเคราะห์ในตลาดบางส่วนมองว่าท่าทีของ Fed อาจมีการผ่อนคลายลงบ้าง แม้ FOMC Minutes วันที่ 29-30 ก.ค. จะยังสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังคงมองว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากภาษีที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายทรัมป์กำลังกระตุ้นแรงกดดันด้านราคา ทำให้ภาษีที่เพิ่มขึ้นกำลังทยอยส่งผ่านไปยังราคาผู้บริโภค มีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงจากตลาดแรงงาน 

    ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแม้ชะลอตัว แต่ยังแข็งแกร่ง โดยล่าสุด PMI การผลิตดีกว่าคาดและขยายตัวมากสุดตั้งแต่ปี 2022 

    หุ้นกลุ่มเทคฯ และกลุ่มสื่อสารปรับตัวลง จากแรงขายทำกำไรและเปลี่ยนกลุ่มเล่นหลังราคาปรับตัวขึ้นแรงและไม่มีประเด็นใหม่สนับสนุน กลุ่มเชิงรับอย่างกลุ่ม Healthcare และกลุ่มสินค้าจำเป็นปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.8% และ 1.3% มองเป็นผลจากความ Laggard 

    ด้านตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นหลังการเจรจายุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนมีความคืบหน้า โดยการประชุมผู้นำรัสเซีย-ยูเครน คาดอาจเกิดขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า 

    ตลาด EM อ่อนตัวลงในทิศทางเดียวกับหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะเอเชียเหนือ (ยกเว้นจีน) จากแรงกดดันของกลุ่มเซมิฯ ในตลาดไต้หวัน และเกาหลี 

    ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่ำกว่า 1,250 จุด จากการขายทำกำไร หลังขึ้นมาช่วงก่อน และเพื่อรอดูความชัดเจนทิศทางดอกเบี้ย Fed และการเมืองในสัปดาห์นี้ โดยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/25 ขยายตัวที่ 2.8%YoY สูงกว่าคาด การบริโภคยังคงขยายตัวแต่ชะลอตัวลง ส่วนการลงทุนพลิกกลับมาเป็นบวกจากฐานที่ต่ำในปีก่อน 

    ทั้งนี้สภาพัฒน์ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2025 เป็น 2.0% จากเดิม 1.8% ราคาน้ำมันปรับขึ้นจากตัวเลขสต๊อกน้ำมันสหรัฐลดลงกว่าคาด

    หั่นคาดการณ์ GDP ครึ่งปีหลังเหลือ 1% สัญญาณเครื่องยนต์หลักแผ่วพร้อมกัน

    บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ยังคงมองว่าเศรษฐกิจทั้งปี 2025 คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.8% โดยเรามองว่าไตรมาส 3 GDP จะขยายตัวได้เพียง 1.0% และลดลงเหลือ 0.1% ในไตรมาส 4 จากสัญญาณของเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ ทั้งการส่งออก การท่องเที่ยว และภาคเกษตร เริ่มแผ่วลงพร้อมกัน โดยการบริโภคและลงทุนจะชะลอ ขณะที่การส่งออกจะหดตัวรุนแรง

    ทั้งนี้ เรามองว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงสำคัญ 4 ด้านได้แก่ 

    1. สัญญาณเศรษฐกิจชะลอลงเริ่มเห็นเด่นชัดขึ้นตั้งแต่เดือน มิ.ย. 
    2. ความผันผวนทางการเงินที่จะมีมากขึ้นจากนโยบายการเงินสหรัฐที่จะคาดการณ์ยาก 
    3. สินค้าคงคลังที่มีแนวโน้มจะกลับมาหดตัวอีกครั้งในครึ่งปีหลัง หลังจากการลงทุนในไตรมาสนี้เร่งตัวขึ้น 
    4. ภาคการเกษตรที่มีความเสี่ยงมากขึ้นทั้งจากราคาสินค้าเกษตรโลกที่ผันผวนและผลกระทบจากสงครามการค้า ซึ่งจะทำให้รายได้เกษตรกรลดลง และกระทบการบริโภคภายในประเทศ

    บันทึกการประชุม FOMC วันที่ 29-30 ก.ค. สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากกว่าความเสี่ยงด้านตลาดแรงงาน แม้เศรษฐกิจและการจ้างงานชะลอลงในช่วงครึ่งปีแรก แต่การปรับขึ้นภาษีนำเข้าตามนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กลับสร้างแรงกดดันด้านราคาจากฝั่งต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เงินเฟ้อเร่งตัวในช่วงถัดไป 

    สอดคล้องกับมุมมองของ InnovestX ที่ประเมินว่าผลกระทบจากภาษีจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางการลดดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ และมีความเป็นไปได้ที่อัตราเงินเฟ้อจะเร่งขึ้นแตะระดับ 4% ในช่วงครึ่งหลังของปี

    โดยเราและคณะกรรมการ Fed บางส่วนเห็นตรงกันว่าภาษีอาจยังไม่สะท้อนเต็มที่ในราคาผู้บริโภค และต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

    กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทย

    1. หุ้น Earning Play โมเมนตัมกำไรยังเติบโตแข็งแกร่ง โดย 2H68 คาดกำไรปกติจะเติบโตได้ทั้ง YoY และ HoH ขณะที่ 3Q68 คาดกำไรยังเติบโต YoY แนะนำ ADVANC BCPG GULF SCC TIDLOR 
    2. หุ้นปันผลที่มีคุณภาพดี (SET50 ที่มี SETESG RatingA ขึ้นไป) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตลงทุนในระยะสั้น โดยคาดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไร 1H68 และให้ Div.Yield เกิน 2% แนะนำ PTT SIRI TTB
    3. Trading Idea : สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้น Laggard Play ซึ่งคาดได้อานิสงส์หาก Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง โดยเลือกหุ้น SET50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น QTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2568F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี (กำไรเติบโต ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมี ESG Rating A-AAA) แนะนำ BDMS CPALL MTC PTT WHA และ 2) หุ้น Global Play ที่มีรายได้อ้างอิงกับต่างประเทศ ในช่วงที่มีแรงกดดันจากการเมืองในประเทศที่มีความไม่ชัดเจนและคาดได้อานิสงส์จากอุปทานส่วนเกินที่ลดลง หลังเกาหลีใต้สั่งโรงงานปิโตรเคมีลดกำลังผลิตลง แนะนำ SCC HANA

    3 ฉากทัศน์ หุ้นไทยตอบรับการเมือง

    “ช่วงสั้นมอง SET จะยังอยู่ในช่วงพักฐานและ กระแสเงินมีแนวโน้มชะลอตัวลง จากความชัดเจนทางการเมืองในประเทศ โดยวันที่ 29 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมองความเป็นไปได้ใน 3 กรณี คือ 1. หากนายกรัฐมนตรี ‘พ้นจากตำแหน่ง’ มองอาจกดดันให้ SET ปรับลงแรงช่วงสั้น จากกังวลเกิดสุญญากาศทางการเมือง 2. หากศาลฯ วินิจฉัย ‘ไม่มีความผิด’ มองตลาดจะฟื้นตัวช่วงสั้นจากคลายกังวลเสถียรภาพการเมืองระดับหนึ่ง แต่ดัชนีจะปรับขึ้นได้จำกัด จากยังมีคดีการเมืองอื่นที่ต้องติดตามต่อ และ 3. หากเกิดการยุบสภา มองมีโอกาสหนุนให้ตลาดปรับขึ้นเพราะมีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้น” ทีมวิจัย บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุ

    สัปดาห์นี้ต้องติดตาม

    1. ศาลรัฐธรรมนูญลงมติและอ่านคำวินิจฉัยคดีของนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกฯ และสมเด็จ ฮุนเซ็น ในวันที่ 29 ส.ค.
    2. ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ ได้แก่ Core PCE ก.ค., GDP 2Q25 (ประมาณการครั้งที่ 2)
    3. ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของไทย ได้แก่ มูลค่านำเข้า-ส่งออก, ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, รายงานภาวะเศรษฐกิจของ ธปท.

    หุ้นเด่นประจำสัปดาห์: CPALL – 2H25 คาดกำไรโตเด่นกว่ากลุ่ม

    แนะนำ บมจ. ซีพีออลล์ หรือ CPALL เนื่องจากเหตุผลหลัก ดังนี้

    • เป็นผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกค้าส่งในไทย ซึ่งมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง อีกทั้งยังสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ดีภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและชะลอตัว
    • 2H25 คาดกำไรเติบโต YoY เด่นกว่ากลุ่ม แรงหนุนจากยอดขายและมาร์จิ้นธุรกิจ CVS ที่ดีขึ้น (ตั้งแต่ 24 ส.ค. นี้จะออก stamp campaign โดยมีสินค้าพรีเมียมเป็น Butterbear หรือน้องหมีเนย) และส่วนแบ่งกำไรจาก CPAXT ที่ดีขึ้นจาก synergy ที่มากขึ้นหลังควบรวมกิจการ อีกทั้งคาดอัตรากำไรยังขยายตัวและคุม SG&A/sales ได้ดี จากค่าไฟที่ลดลง ค่าแรงและค่าเช่าที่ยังบริหารจัดการได้
    • เป็นหุ้น Laggard โดยปัจจุบันซื้อขาย PER 25F ที่ 14.5 เท่า ต่ำสุดในกลุ่มพาณิชย์ ขณะที่ปี 2025-2026 คาดกำไรจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 13.7% ดีกว่ากลุ่มพาณิชย์ที่คาดเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.4% อีกทั้งยังมีโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยจำกัด Downside
    • เราประเมินราคาเป้าหมายอยู่ที่หุ้นละ 63 บาท (อิงวิธี DCF) และคาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2025 หุ้นละ 1.58 บาท คิดเป็น Div. Yield ปีละ 3.4%

    ธีมการลงทุนตลาดหุ้นโลก

    ภาพรวมหุ้นจีนเผยงบดีกว่าที่คาดโดยรวม ยกเว้น Baidu ที่รายได้ผิดคาดและแนวโน้มโตหดตัวผลจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทอื่นเผยงบเติบโตและมีแนวโน้มที่ดี โดย 1. Xiaomi ที่ธุรกิจ EV และ IoT โตดีชดเชยสมาร์ทโฟนที่ชะลอตัวได้ 2. Kuaishou มีแรงหนุนจากการ Monetization AI 3. HKEX มีปริมาณการเทรดและ IPO โตดี 4. AIA มีแรงหนุนจาก VONB ในทุกภูมิภาค ด้วยภาพนี้ทำให้เรายังแนะลงทุนใน Xiaomi Kuaishou HKEX AIA

    • Xiaomi เผยรายได้โต +30% YoY หนุนจาก IoT และ EV ที่โตแกร่งซึ่งช่วยชดเชยรายได้สมาร์ทโฟนที่หดตัวได้ ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงพุ่ง +75% YoY จากกำไรธุรกิจ EV/New Initiatives
    • Kuaishou Technology เผยรายได้โต +13%YoY และกำไร +24%YoY หนุนจากทุกธุรกิจที่โตและ AI tools อย่าง ‘Kling AI’ ที่ทำรายได้ได้แล้ว ทั้งนี้บริษัทคาด Kling AI เติบโตเกินเป้าเดิมสองเท่า ทำให้มีแผนขยายการลงทุน AI ต่อ
    • HKEX เผยกำไรทำสถิติสูงสุด หนุนจากมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ADT) ของหุ้นเพิ่มเกือบเท่าตัว ปริมาณการซื้อขายผ่าน Stock Connect ที่แข็งแกร่ง และการฟื้นตัวของตลาด IPO พร้อม pipeline IPO กว่า 200 รายการ
    • AIA แม้กำไรจะลดลง -24% จากผลกระทบด้านการลงทุน แต่ชดเชยจากมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ใน 1H25 โต +16% YoY หนุนจากธุรกิจในฮ่องกง, ไทย และสิงคโปร์ รวมถึงเพิ่มปันผลกลางปี +10% สะท้อนธุรกิจหลักที่แข็งแรง
    • Baidu เผยรายได้ -4% YoY ตามคาด แต่กำไร +33% YoY ดีกว่าคาด หนุนจาก Cloud/AI โต +34% และ Robotaxi ขยายต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังคงลงทุนใน Ernie AI และ Robotaxi รวมถึงมีแผนขยายสู่สิงคโปร์-มาเลเซียปีนี้

    ในตลาดหุ้นจีน เราแนะมอง 1. Xiaomi ที่ธุรกิจ EV และ IoT เติบโตต่อเนื่องซึ่งจะช่วยชดเชยธุรกิจสมาร์ทโฟนที่มีแรงกดดันจากการแข่งขันได้ นอกจากนี้มองราคาหุ้นย่อตัวอยู่ในระดับที่น่าสนใจ 2. Kuaishou Technology ที่แม้หุ้นจะปรับขึ้นแรงแต่เชื่อว่ายังมี Upside จากการ monetization AI ได้จริงและแนวโน้มธุรกิจที่เติบโตจากการพัฒนา AI ร่วมด้วย เช่น Live Stream 3. HKEX มีแนวโน้มที่เติบโตตามการฟื้นตัวของจีน เม็ดเงินทุนไหลเข้า และ IPO momentum ต่อเนื่อง 4. AIA เป็นหุ้นเชิงรับที่มีแนวโน้มการเติบโตจากการขยาย VONB ในหลายประเทศและความมั่นคงด้านปันผล

    มุมมองการลงทุนต่อสินทรัพย์ต่างๆ โดย SCB CIO

    เงินสด / สภาพคล่อง

    ให้อัตราผลตอบแทนใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ยังสูง และได้รับอานิสงส์จากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความเสี่ยงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่ยังมีอยู่ และความไม่แน่นอนการเจรจาสงครามในยูเครน หลังรัสเซียและยูเครนต่างกล่าวโทษกันว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้กระบวนการสันติภาพหยุดชะงัก

    ตราสารหนี้ / เงินฝากระยะยาว

    UST Yield ตัวยาว มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มขาดดุลการคลังสหรัฐฯ ที่สูง และ  Fed รอประเมินข้อมูลเงินเฟ้อก่อนตัดสินใจลดดอกเบี้ย ด้านตราสารหนี้ไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มลดลง จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งใน 4Q2568 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

    U.S. Treasury & IG

    แม้ S&P คาดรายได้จากภาษีนำเข้า อาจช่วยชดเชยการขาดดุลการคลัง จาก OBBBA แต่ US term premium ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ US IG bond ยังมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี แนะนำ UST และ US IG bonds ที่ duration สั้นถึงกลาง เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ต ท่ามกลางความไม่แน่นอนนโยบายของสหรัฐฯ

    High Yield Bond

    ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่เริ่มแผ่วลง ชี้จากยอดผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานที่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน มิ.ย. อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ US HY default rate จะเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำ จนจำกัด upside ของ HY ท่ามกลาง US HY spread ปัจจุบัน ที่ค่อนข้างแพง

    สินทรัพย์ผสมกึ่งหนี้กึ่งทุนและ REITs

    กองทุนสินทรัพย์ผสม ช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตลงทุน โดยลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดและสถานการณ์ภายนอก  อีกทั้ง บริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญที่สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นตามภาวะเศรษฐกิจและความเสี่ยง

    Global Infrastructure

    การลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน สามารถสร้างกระแสเงินสดให้พอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยมี Correlation กับสินทรัพย์หลักอื่นๆ ค่อนข้างต่ำในอดีต ทำให้สามารถช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ เนื่องจาก เป็นสัญญาระยะยาว และมีโครงสร้างรายได้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ   

    Private Credit *สำหรับนักลงทุน Ultra High Net Worth เท่านั้น

    เรามีมุมมองเป็นบวกต่อ Private Credit ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการเงินอนาคตและโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้ง จากการที่ Fed ที่อาจไม่ได้ลดดอกเบี้ยมาก หลัง PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ ล่าสุด แตะระดับสูงสุดในรอบ 39 เดือน ทั้งนี้ แนะนำเน้นลงทุน Private credit ที่ปล่อยกู้ในฐานะเจ้าหนี้ที่มีสิทธิเรียกร้องหลักประกันเป็นลำดับแรก

    หุ้นประเทศพัฒนาแล้ว

    หุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจาก EPS ที่มีแนวโน้มถูกปรับประมาณการดีขึ้น / เศรษฐกิจยุโรปได้แรงหนุนจากความหวังการยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการลดภาษีนำเข้าสหรัฐฯ สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญ / หุ้นญี่ปุ่นได้รับอานิสงส์จากการปฏิรูปธรรมาภิบาล และจากแนวโน้มการผ่อนคลายทางการคลัง

    หุ้นสหรัฐฯ

    แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะผันผวนในระยะสั้น จากความกังวลความเสี่ยงภาวะฟองสบู่บนหุ้นธีม AI ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรและสับเปลี่ยนกลุ่มก่อน NVIDIA ประกาศงบ อย่างไรก็ดี ถ้อยแถลงของประธาน Fed ที่บ่งชี้แนวโน้มการลดดอกเบี้ยเดือน ก.ย.เป็นอย่างเร็ว และ EPS ของดัชนีฯ ทั้งปี ที่อาจถูกปรับประมาณการดีขึ้น จะช่วยสนับสนุนดัชนีฯ

    หุ้นยุโรป

    ตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงหนุนระยะสั้น จากการเจรจายุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่จะหารือใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า การลดภาษีนำเข้าสหรัฐฯ สำหรับรถยนต์ ยา เซมิคอนดักเตอร์ที่ 15% รวมถึงตัวเลข PMI ภาคการผลิตและภาคบริการที่ฟื้นตัว ทั้งนี้ ตลาดฯ ได้แรงหนุนจากมาตรการทางการคลังในระยะยาว

    หุ้นญี่ปุ่น

    ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นได้แรงหนุนจาก 1) EPS ดัชนีฯ ที่มีแนวโน้มถูกปรับขึ้น หลังภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ไม่ได้รุนแรงเท่าที่คาด 2) การปฏิรูปบรรษัทภิบาล ผ่านการเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น 3) ความคาดความหวังการออกมาตรการกระตุ้นการคลังเพิ่มเติม และ 4) BoJ ที่มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี

    หุ้นประเทศตลาดเกิดใหม่

    หุ้นตลาดเกิดใหม่เอเชียมีแนวโน้มผันผวนในระยะสั้น จากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ สรอ. ที่เกิดจากความไม่แน่นอนในทิศทางดอกเบี้ย ทั้งนี้ เรามอง ตลาดฯ ยังได้แรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ สรอ. จากการทยอยลดดอกเบี้ยของ Fed

    หุ้นอินเดีย

    แม้ตลาดหุ้นอินเดียมีแนวโน้มพักฐานในระยะสั้น จากความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะเพิ่มภาษีนำเข้าเป็น 50% แต่ RBI มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม และรัฐบาลมีแนวโน้มปรับโครงสร้างภาษีสินค้าและบริการ (GST) เพื่อช่วยกระตุ้นการบริโภค และลดเงินเฟ้อ ทั้งนี้ เรายังมีมุมมองบวกต่อหุ้นอินเดียในระยะยาว

    หุ้นไทย

    ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มลดลง จากกระแสเงินทุนไหลเข้าที่เริ่มชะลอตัว รวมถึงความไม่แน่นอนด้านการเมืองในประเทศ ทั้งนี้ เรามองว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อได้ ขึ้นอยู่กับความชัดเจนทางการเมืองในประเทศ และการปรับประมาณการ EPS ติดตามตัวเลขส่งออก และ การปรับน้ำหนักหุ้นไทยของ MSCI

    สินค้าโภคภัณฑ์

    ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวลดลง จากแรงกดดันความคืบหน้าในการเจรจายุติสงครามรัสเซีย– ยูเครน และความไม่แน่นอนในทิศทางดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ส่งผลทำให้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เรายังมีมุมมองบวกระยะยาว จากแรงซื้อของธนาคารกลางโดยเฉพาะจีน

    หุ้นจีน All-Share

    ดัชนีหุ้นจีนได้แรงหนุนจากความหวังการออกมาตรการกระตุ้นจากทางการ หลังโมเมนตัมเศรษฐกิจจีน เดือนก.ค. แผ่วลง ด้านหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จีน ได้อานิสงส์หลัง Nvidia สั่งซัพพลายเออร์ระงับผลิต H20 และ DeepSeek เผย โมเดล AI ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้สอดรับกับชิปจีนรุ่นถัดไป

    หุ้นจีน H-Share

    ดัชนีหุ้นจีน H-Share ได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มผ่อนคลาย ขณะที่ Fwd P/E ของดัชนี HSCEI ยังอยู่ในระดับต่ำ และงบกลุ่ม Internet platform รายใหญ่ ใน 2Q2568 ที่ดีกว่าคาด อย่าง JD.com ที่รายงานรายได้เพิ่มขึ้น 22%YoY และสูงกว่าที่คาด

    ดัชนีหุ้น Nasdaq 100

    ดัชนีฯ ได้แรงหนุนจากงบกลุ่ม Tech และกลุ่ม Communication Services รายใหญ่ ใน 2Q2568 ที่แข็งแกร่ง และดีกว่าที่คาด ประกอบกับ ตลาดยังคาดว่า การใช้จ่าย capex ของกลุ่ม Magnificent 7 ในปี 2568 จะเพิ่มขึ้น 52%YoY อยู่ที่ 385 พันล้านดอลลาร์ สรอ. ซึ่งจะช่วยหนุนแนวโน้มอุปสงค์บนชิป AI

    ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้

    ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ได้รับปัจจัยบวก จากแรงหนุนของตัวเลขการส่งออก 20 วันแรกในเดือน ส.ค. ที่ขยายตัว 7.6%YoY  แต่อาจมีความผันผวนระยะสั้นตามการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ทั้งนี้ เราคาดว่าผลการประชุมระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ด้านเศรษฐกิจและการค้าในสัปดาห์นี้ จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเพิ่มเติม

    หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

    หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จาก EPS กลุ่มฯ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ AI ที่มีศักยภาพในการเติบโต ตามที่ความต้องการใช้ AI ที่กระจายไปหลายอุตสาหกรรมและภูมิภาค ทำให้ความต้องการชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังสูง ส่วนข้อพิพาทเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ-จีน จะยิ่งหนุนเม็ดเงินลงทุน AI ให้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    ภาพ: Funtap / Shutterstock

    กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความ EXCLUSIVE CONTENT ฟรี!

    TAGS:  

    • 25 ส.ค. 2025


    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    READ MORE



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/innovestx-thailand-economy-risks/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0D6gPtTblA7wi3FKUvutn3

  • คนไทยเสี่ยงเป็นโรคจิตเวช

    คนไทยเสี่ยงเป็นโรคจิตเวช

    คนไทยเสี่ยงเป็นโรคจิตเวช

    Date Time: 25 ส.ค. 2568 07:30 น.

    Summary

    แรบบิท ประกันชีวิต เปิดอินไซต์คนไทยกว่า 13.4 ล้านคน เผชิญความเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิต วัยทำงานมีแนวโน้มรับมือกับความเครียดจากภาระงานยากขึ้น กระทบต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจในภาพรวม เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘Mental Health’ เสริมเกราะคนทำงานยุคใหม่ รับมือภาวะ Burnout ถอยห่างจากสังคม หวังช่วยคนไทยมีโอกาสที่ดีในการรักษา

    Latest


    นายกรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความเครียดและปัญหาสุขภาพจิต ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพการทำงาน และเศรษฐกิจในภาพรวม โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก เผยว่าปัจจุบันมีประชากรทั่วโลก 970 ล้านคน กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิต สอดคล้องกับประเทศไทย จากข้อมูลจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าปีนี้ คนไทย 13.4 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 5 ของประชากรไทย กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิต (โรคจิตเวช) โดยผลสำรวจจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า 65% ของคนวัยทำงานมีปัญหา Mental Well-Being จากความเครียด มีอาการเครียดสะสม ไม่อยากไปทำงาน หรือภาวะหมดไฟ (Burnout) และภาวะถอยห่างจากการมีส่วนร่วม

    “องค์การอนามัยโลกและองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ประเมินว่าปัญหาสุขภาพจิต ทำให้เศรษฐกิจโลกสูญเสียผลผลิตแรงงาน รวมเป็นมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ขณะที่ประเทศไทย ปัญหาสุขภาพจิตในวัยทำงาน กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองและพนักงานออฟฟิศ ที่เผชิญแรงกดดันสูงจากเป้าหมายงานที่เข้มงวด ชั่วโมงการทำงานยาวนาน ความไม่สมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2878506&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27kSIdRk7zNjbqaFdZQIzH

  • “วิสาร” ร่วมเปิดงาน EEC EXPO 2025 ชูโอกาสใหม่เศรษฐกิจไทย ดึงนักลงทุนกว่า 100 หน่วยงานร่วมเวที

    “วิสาร” ร่วมเปิดงาน EEC EXPO 2025 ชูโอกาสใหม่เศรษฐกิจไทย ดึงนักลงทุนกว่า 100 หน่วยงานร่วมเวที

    การเมือง

    “วิสาร” ร่วมเปิดงาน EEC EXPO 2025 ชูโอกาสใหม่เศรษฐกิจไทย ดึงนักลงทุนกว่า 100 หน่วยงานร่วมเวที

    วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.52 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้ร่วมเปิดงาน EEC EXPO 2025: Opportunity for Prosperity ตามมอบหมายจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

    งาน EEC EXPO 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–26 สิงหาคม 2568 ณ ภิรัช ฮอลล์ 1–3 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมภาครัฐ เอกชน และนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันผลักดันอนาคตเศรษฐกิจไทยผ่านเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

    ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การอัปเดตนโยบายและทิศทางการพัฒนา EEC การเจาะลึกสิทธิประโยชน์และมาตรการสนับสนุนการลงทุน กิจกรรม Business Matching เชื่อมโยงผู้ประกอบการและนักลงทุนกว่า 100 หน่วยงาน ตลอดจนนิทรรศการและบูธแสดงผลงานกว่า 100 ราย และเวทีเสวนา–สัมมนากว่า 20 หัวข้อ จากผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขา

    นายวิสาร กล่าวในพิธีเปิดว่า “EEC จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับพี่น้องประชาชน”

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/443693&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kROpYHogQ9zMfg9AuYxaE

  • เพจดังขุดคลิป “หลวงพ่ออลงกต” เล่าประวัติ อ้างจบปริญญาตรี ก่อนออกบวช | TOPNEWS

    เพจดังขุดคลิป “หลวงพ่ออลงกต” เล่าประวัติ อ้างจบปริญญาตรี ก่อนออกบวช | TOPNEWS

    เพจดังขุดคลิป “หลวงพ่ออลงกต” เล่าประวัติ อ้างจบปริญญาตรี ก่อนออกบวช

    • เผยแพร่ : 25/08/2025 12:14

    เปิดคลิป “หลวงพ่ออลงกต” เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 10 กว่าปีก่อน อ้างประวัติการศึกษาเคยเรียนจบปริญญาตรี ขณะที่ทนายความวัดพระบาทน้ำพุ เตรียมเข้าพูดคุยกับหลวงพ่อประเด็นเลขบัตรประชาชน 13 หลัก รวมไปถึงประวัติที่แท้จริง

    เพจดังขุดคลิป “หลวงพ่ออลงกต” เล่าประวัติ อ้างจบปริญญาตรี ก่อนออกบวช – Top News รายงาน

    หลวงพ่ออลงกต

    จากกรณีที่สังคมตั้งคำถามถึงวุฒิการศึกษาของ หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งประวัติที่หลายคนรับรู้ระบุว่าจบจากโรงเรียนเทพศิรินทร์, คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย แต่เมื่อมีการตรวจสอบกลับไม่พบข้อมูลการศึกษาตามที่กล่าวอ้าง

    กระทั่งต่อมา หลวงพ่ออลงกต ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าว โดยอ้างว่า ประสบอุบัติเหตุทำให้ความทรงจำบางส่วนหายไป จึงไม่สามารถจดจำเรื่องราวในอดีตได้อย่างชัดเจน ซึ่งหลวงพ่อยอมรับว่า อาตมาไม่เคยจบจากเทพศิรินทร์ ไม่ได้จบ ม.เกษตร แค่มีความฝันอยากไปเรียน และไม่ได้จบออสเตรเลีย แค่มีความฝันอยากไปเรียนเช่นกัน จริงๆ จบจากแก่นนคร จ.ขอนแก่น จบแค่ ม.ปลาย และไม่เรียนต่อ

    ล่าสุด วันนี้ (25 ส.ค.68) เพจอรรถรส โพสต์คลิปความยาวประมาณ 1 นาที 25 วินาที เป็นคลิป ของหลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ พูดคุยกับพิธีกรในรายการหนึ่ง เกี่ยวกับประวัติหลวงพ่อ โดยรายการดังกล่าวเพจอรรถรสระบุว่า มีการนำเสนอออกอากาศเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

    ช่วงหนึ่งของการสนทนา หลวงพ่ออลงกตได้เล่าประวัติของตัวท่านเองให้พิธีกรฟังเกี่ยวกับการศึกษาว่าเรียนจบที่ไหนอย่างไร ซึ่งหลวงพ่อได้บอกกับพิธีกรว่า จบการศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และยังได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ประเทศออสเตรเลียด้วย ซึ่งเป็นช่วงที่ก่อนจะบวช

    สำหรับการตัดสินใจบวชครั้งแรก เกิดขึ้นหลังจากทำงานได้มาแล้ว 2-3 ปี และตั้งใจจะบวชแค่พรรษาเดียว แต่เมื่อบวชไปสักระยะ ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอน โดยเฉพาะในเรื่องของสัจธรรม สรรพสิ่งทั้งหลายเป็นสิ่งปรุงแต่ง ไม่มีใครครอบครองอะไรเป็นของตนเองได้   ไปฟังเสียงบางช่วงบางตอน

    ส่วนการตรวจสอบประวัติของหลวงพ่ออลงกตโดยเฉพาะเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ที่มีสื่อมวลชนและสังคม ตั้งข้อสังเกตว่าหลวงพ่ออลงกตคือใคร

    ล่าสุด นายศุภชัย สิงคาลวานิช หัวหน้าทีมทนายความ วัดพระบาทน้ำพุ กล่าวกับผู้สื่อข่าวผ่านโทรศัพท์ว่า ในวันนี้(25 ส.ค.) หลังจากที่ตนเองเสร็จสิ้นจากว่าความในคดีอื่นแล้ว จะเดินทางไปคุยกับ หลวงพ่ออลงกต ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งได้นัดหลวงพ่อไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าหากความคืบหน้าเป็นอย่างไร ตนเองจะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง

    แม่ค้าจีนใช้ไลฟ์เพิ่มยอดยายดอกไม้

    กาเซลล์เปรวาสกี้โดดดึ๋งเล่นซน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) เซี่ยงไฮ้เปิดตัวม้านั่งจากภาชนะบรรจุอาหารรีไซเคิล

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “ธงฟ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา”

    ช่วยเหลือหนูน้อยหัวโต วัย 3 เดือน หลังพบขาดแคลนของใช้

    สุดเยื้อชีวิตครูสาวขับเก๋งเสียหลักชนเสาไฟฟ้า

    รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดงาน “สุราชุมชน Lab สรรพสามิตสัญจร” ครั้งที่ 2

    “กัมพูชา” ส่งจดหมายถึงผู้ว่าฯ สระแก้ว คัดค้านออกโฉนดให้คนไทย ถือครองสิทธิที่ดินบ้านหนองจาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1287544&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yGqE_IwYki_-L6mVsFci_

  • จุฬาฯ อันดับ 1 การสอบครูผู้ช่วย สพฐ. ปี 2568

    จุฬาฯ อันดับ 1 การสอบครูผู้ช่วย สพฐ. ปี 2568

    Skip to content

                    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการการศึกษาไทยอีกครั้ง โดยบัณฑิตคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ คว้าอันดับ 1 ในการสอบบรรจุครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปี 2568 ได้มากที่สุด จากจำนวนบัณฑิตจุฬาฯ ผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 425 คน มีผู้สอบผ่านสูงถึง 373 คน เป็นสถิติการสอบผ่านสูงถึงร้อยละ 87.76

    บทบาทของครูผู้ช่วย สพฐ. ในระบบการศึกษาไทย

                    ครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. เป็นตำแหน่งเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่อาชีพข้าราชการครู โดยทำหน้าที่สนับสนุนครูประจำการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพและพร้อมปฏิบัติงานในโรงเรียนรัฐบาลสังกัด สพฐ. ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ครูผู้ช่วยจะสนับสนุนงานสอนและกิจกรรมโรงเรียน ช่วยครูประจำการในการจัดการเรียนการสอน วางแผนและดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาสื่อการสอน และสนับสนุนกิจกรรมพิเศษของโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการสร้างบุคลากรครูที่มีคุณภาพ ยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยการส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการและพัฒนาวิธีการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียน ผ่านการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มข้นเป็นระยะเวลาสองปี เพื่อให้มีความรู้ความสามารถและทักษะที่จำเป็นก่อนได้รับการบรรจุเป็นครูประจำการ

                    คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบครูผู้ช่วย สพฐ. ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ สำเร็จการศึกษาตรงตามสาขาวิชาเอกที่เปิดรับสมัคร มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือใบรับรองสิทธิที่ออกโดยคุรุสภา มีคุณสมบัติทั่วไปตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครู ฯลฯ

                    สำหรับการสอบครูผู้ช่วย สพฐ. ปี 2568 มีการทดสอบทั้งด้านความรู้ ทักษะ และบุคลิกภาพที่จำเป็นต่อการเป็นครูมืออาชีพ แบ่งออกเป็นการสอบข้อเขียน ภาค ก. ความรู้ความสามารถทั่วไป เพื่อวัดความรอบรู้ ความสามารถด้านวิชาชีพครู และภาษาอังกฤษ การวิเคราะห์เชิงตรรกะและการแก้ปัญหา ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ตลอดจนจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพครู และการสอบภาค ข. การสอบมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ เป็นการสอบที่เจาะลึกด้านวิชาการศึกษาและความรู้เฉพาะทางในสาขาวิชาที่จะเข้าสอบ เช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา

                    นอกจากนี้ยังมีการสอบสัมภาษณ์ เพื่อประเมินบุคลิกภาพ ทัศนคติ ทักษะการสื่อสาร ความเหมาะสมกับวิชาชีพครู รวมทั้งพิจารณาประวัติการศึกษาและผลงานที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการคัดเลือกบุคลากรที่ไม่เพียงมีความรู้ในเชิงวิชาการ แต่ยังมีความเป็นครูในด้านคุณธรรมและความรับผิดชอบ

                    ความสำเร็จของบัณฑิตคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ในการสอบครูผู้ช่วย สพฐ. ปี 2568 ไม่เพียงสะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านวิชาการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันคุณภาพการศึกษาและการผลิตบัณฑิตจุฬาฯ ที่มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายอาชีพครู ซึ่งเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/256744/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VbPNhCE983f4CydFlftMO

  • รู้จัก ‘ไฮโซบอส’ นักธุรกิจหนุ่มหล่อข้างกาย ‘มารี เบิร์นเนอร์’ ออกโรงป้องสาวท้าชกตำรวจ | เดลินิวส์

    รู้จัก ‘ไฮโซบอส’ นักธุรกิจหนุ่มหล่อข้างกาย ‘มารี เบิร์นเนอร์’ ออกโรงป้องสาวท้าชกตำรวจ | เดลินิวส์

    รู้จัก ‘ไฮโซบอส’ นักธุรกิจหนุ่มหล่อข้างกาย ‘มารี เบิร์นเนอร์’ ออกโรงป้องสาวท้าชกตำรวจ

    ทำความรู้จัก “บอส อัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล” ไฮโซหนุ่มข้างกาย “มารี เบิร์นเนอร์” จากอดีตสามี “เชอรีน เดอะสตาร์“สู่ผู้ท้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดสังเวียนดวลหมัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5048173/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw212ODbhn3sXvW7eLX7Et4Z

  • รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “ธงฟ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา” | TOPNEWS

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “ธงฟ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา” | TOPNEWS

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “ธงฟ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา”

    • เผยแพร่ : 25/08/2025 22:59

    ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “ธงฟ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา” พร้อมด้วย นางกฤษญาพร สุนทรพจน์ พาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรา, นายสุนทร โภคา นายอำเภอบางปะกง, หัวหน้าส่วนราชการ, จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, ผู้แทนส่วนราชการ และผู้แทนภาคเอกชน โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์, ผู้บริหารกรมการค้าภายใน ร่วมเป็นเกียรติ

    กรมการค้าภายใน กำหนดจัดงาน “ธงฟ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา” ระหว่างวันที่ 25 – 27 สิงหาคม 2568 เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในราคาประหยัด เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกร SMEs และวิสาหกิจชุมชน โดยภายในงานมีการจำหน่ายสินค้ารวม 120 คูหา ประกอบด้วย โซนสินค้าไฮไลท์ โซนผู้ผลิต โซนเชื่อมโยงสินค้าชายแดน โซนกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ และโซนสินค้าจากผู้ประกอบการของจังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    แม่ค้าจีนใช้ไลฟ์เพิ่มยอดยายดอกไม้

    กาเซลล์เปรวาสกี้โดดดึ๋งเล่นซน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) เซี่ยงไฮ้เปิดตัวม้านั่งจากภาชนะบรรจุอาหารรีไซเคิล

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “ธงฟ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา”

    ช่วยเหลือหนูน้อยหัวโต วัย 3 เดือน หลังพบขาดแคลนของใช้

    สุดเยื้อชีวิตครูสาวขับเก๋งเสียหลักชนเสาไฟฟ้า

    รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดงาน “สุราชุมชน Lab สรรพสามิตสัญจร” ครั้งที่ 2

    “กัมพูชา” ส่งจดหมายถึงผู้ว่าฯ สระแก้ว คัดค้านออกโฉนดให้คนไทย ถือครองสิทธิที่ดินบ้านหนองจาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1288612&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2a1csjJDMoVOdc7Ysn-QS-

  • “พัชรินทร์” ปราบ ญี่ปุ่น ทำสถิติซิวแชมป์ที่ 3 ของปี – INN News

    “พัชรินทร์” ปราบ ญี่ปุ่น ทำสถิติซิวแชมป์ที่ 3 ของปี – INN News

    นักหวดสาวทีมชาติชุดซีเกมส์ของไทย “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช ไล่หวดเอาชนะ สาวปลาดิบ คว้าแชมป์หญิงเดี่ยว ส่วน มาร์คุส มาลาซแชค-วูยือ หนุ่มลูกครึ่งไทย-เยอรมันจากเชียงราบ แชมป์ชายคู่ พลาดแพ้ หนุ่ม อินเดีย ได้ รองแชมป์ชายเดี่ยว หวด จี เอช แบงค์

    การแข่งขันเทนนิสอาชีพนานาชาติ รายการ G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (1) (จี เอช แบงค์ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025) ซึ่งเป็นรายการหญิง ดับเบิลยู 15 และชาย เอ็ม 15 ชิงเงินรางวัลรวม รายการละ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวม 2 รายการ เป็นเงินไทยประมาณ 1,017,300 บาท ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดย ดร.กันยารัตน์ เชี่ยวเวช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล

    ไฮไลท์ประเภทหญิงเดี่่ยว “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช นักหวดวัย 30 ปี ชาวขอนแก่น ดีกรีทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ 2025 และเป็นมือวางอันดับ 3 ของรายการ แข่งขันกับ มิซากิ มัตสึดะ มือวางอันดับ 4 สาวญี่ปุ่นวัย 27 ปี ได้อย่างสนุก สมกับการเป็นคู่ชิงชนะเลิศ โดยเฉพาะในเซตที่สองที่ลงเอยด้วยไทเบรก ก่อนที่ พัชรินทร์จะเป็นฝ่ายเอาชนะได้ทั้งสองเซต ด้วยสกอร์ 6-3 และ 7-6 ไทเบรก 7-4 ในเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง

    พัชรินทร์ ประกาศศักดาคว้าแชมป์หญิงเดี่ยวในบ้าน ซึ่งนับเป็นแชมป์ไอทีเอฟอาชีพรายการที่ 3 ของปีนี้ และเป็นแชมป์ที่ 11 นับจากปี ค.ศ.2017 เป็นต้นมา พร้อมกันนี้ยังได้รับเงินรางวัล 2,352 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 79,756 บาท และคะแนนสะสมอันดับโลก 15 คะแนน ในขณะที่ มิซากิ มัตสึดะ ได้รองแชมป์ รับเงินรางวัล 1,470 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 49,847 บาท และ 10 คะแนน

    ด้านประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ มาร์คุส มาลาซแชค-วูยือ หนุ่มลูกครึ่งไทย-เยอรมัน วัย 21 ปีจากเชียงราย ที่กองเชียร์ไทยเรียกว่า “มังคุด” สุดต้านความแข็งแกร่งของ สิทธารถ ราวัต นักเทนนิสชาวอินเดีย วัย 32 ปี มือวางอันดับ 6 ของรายการ ก่อนพ่ายไป 0-2 เซต 4-6 และ 2-6 ในเวลา 68 นาที

    หนุ่มอินเดียได้ครองแชมป์ ซึ่งนับเป็นแชมป์ไอทีเอฟอาชีพรายการที่ 3 พร้อมรับเงินรางวัล 2,160 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 73,245 บาท และ 15 คะแนน ในขณะที่ มาร์คุส มาลาซแชค-วูยือ ได้รองแชมป์ไอทีเอฟอาชีพ ซึ่งเป็นครั้งแรก รับเงินรางวัล 1,272 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 43,133 บาท และ 8 คะแนน

    หลังจบการแข่งขัน ดร.กันยารัตน์ เชี่ยวเวช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ให้เกียรติเป็นประธานมอบโล่และป้ายเงินรางวัล โดยมี นายอมร ดวงปิ่นคำ ผู้ตัดสินชี้ขาดระดับนานาชาติ ระดับเหรียญเงิน ของสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ร่วมด้วย

    สำหรับศึกเทนนิสอาชีพนานาชาติ ในสัปดาห์ที่ 2 ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม จะจัดในชื่อรายการ G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (2) (จี เอช แบงค์ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025) จัดโดย สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ร่วมกับ สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน แข่งขันรอบเมนดรอว์ระหว่างวันที่ 25-31 ส.ค. 2568

      

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_923832/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yB4NxEehgOvSRdg8YVazX

  • เซเว่นฯ สาขาแรกในแขวงคำม่วน เปิดให้บริการที่เมืองท่าแขก เชื่อมการท่องเที่ยว 2 ประเทศ

    เซเว่นฯ สาขาแรกในแขวงคำม่วน เปิดให้บริการที่เมืองท่าแขก เชื่อมการท่องเที่ยว 2 ประเทศ

    เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาแรกของแขวงคำม่วน เปิดให้บริการแล้วที่เมืองท่าแขก ส่งเสริมการท่องเที่ยว เชื่อม 2 ฝั่งโขงให้เป็นหนึ่งเดียว บริหารโดยนักธุรกิจชาวลาวภายใต้การถ่ายทอดความรู้สู่มาตรฐานระดับโลก

    นายชัยโรจน์ ทิวัตถ์มั่นเจริญ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และ Managing Director International Business บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เปิดเผยว่า ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาบ้านนาโบ (BAN NABO) ตั้งอยู่ที่เมืองท่าแขก และเป็นร้านสาขาแรกในแขวงคำม่วน สปป.ลาว ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ (25 ส.ค.) โดยได้รับเกียรติจาก ท่านบุนมี พิมมะสอน ประธานสภาประชาชนแขวงคำม่วน เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งร้านสาขานี้บริหารโดยท่านนางเพ็ดดาววี บุดทะวง ผู้ร่วมธุรกิจชาวลาว ตามนโยบายสร้างอาชีพของซีพี ออลล์ และค่านิยม 3 ประโยชน์ เพื่อประเทศ ประชาชน และองค์กร ของเครือเจริญโภคภัณฑ์

    “การขยายธุรกิจของซีพี ออลล์ มุ่งเน้นแนวทางเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามกลยุทธ์ 3 สร้าง สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างชุมชนอุ่นใจ และ DNA ความดี 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ สปป.ลาว ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพภาคการบริการเพื่อส่งเสริมจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ให้โอกาสคนลาวได้เป็นเจ้าของธุรกิจ โดยมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้มาตรฐานระดับโลก มีพื้นที่สำหรับสินค้าท้องถิ่นที่ได้มาตรฐาน ก่อให้เกิดการจ้างงานโดยตรง และโดยอ้อมผ่านธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน และสร้างชุมชนอุ่นใจด้วยการเป็นที่พึ่งชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง ส่งมอบสินค้าบริการที่มีคุณภาพ และมีส่วนร่วมในการดูแลท้องถิ่นด้วยบุคลากรที่ได้รับการปลูกฝัง DNA ความดี 24 ชั่วโมง”

    นายชัยโรจน์ ยังกล่าวเสริมอีกว่า เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญในตอนกลางของ สปป.ลาว มีประวัติศาสตร์มายาวนาน อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ผสมผสานกับบรรยากาศของบ้านเมืองที่มีเอกลักษณ์ และน้ำใจมิตรไมตรีของคนท้องถิ่น อีกทั้งการเดินทางจากประเทศไทยก็สะดวกสบายเชื่อมต่อด้วยสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) จุดแข็งดังกล่าวจะช่วยยกระดับความร่วมมือภาคการท่องเที่ยว 2 ประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และประโยชน์แก่ประชาชนทั้ง 2 ฝั่งได้ยิ่งขึ้น

    “ในปีนี้ เซเว่น อีเลฟเว่น ได้เปิดสาขาต่างแขวงแห่งใหม่ไปแล้วที่แขวงหลวงพระบาง และล่าสุดคือแขวงคำม่วน ถือเป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในช่วงวาระครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป.ลาว และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา องค์การยูเนสโกเพิ่งจะรับรองการขึ้นทะเบียนอุทยานแห่งชาติหินหนามหน่อ ในแขวงคำม่วนเป็นมรดกโลกแห่งที่ 4 ของ สปป.ลาว โดยเป็นส่วนต่อขยายจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติในเวียดนาม ถือเป็นมรดกโลกข้ามพรมแดนแห่งแรกในอาเซียน ก็ยิ่งจะเสริมเสน่ห์ของแขวงคำม่วนขึ้นไปอีก” นายชัยโรจน์กล่าว

    ปัจจุบันมีเซเว่น อีเลฟเว่น เปิดให้บริการใน สปป.ลาว 19 สาขา ครบทั่วทั้งภูมิภาคของประเทศ ตอนเหนือ ได้แก่ แขวงหลวงพระบาง ตอนกลาง ได้แก่ แขวงเวียงจันทน์ นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงสะหวันนะเขต และแขวงคำม่วน และตอนใต้ ได้แก่ แขวงจำปาสัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2878630&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1uq22FYZDiNdT9IT9Xjgtk

  • ปลัดท่องเที่ยวฯ บุกเมืองย่าโม เยี่ยมสนามวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก พร้อมชมการแข่งขันคู่ ‘แคนาดา-สเปน’

    ปลัดท่องเที่ยวฯ บุกเมืองย่าโม เยี่ยมสนามวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก พร้อมชมการแข่งขันคู่ ‘แคนาดา-สเปน’

    วันนี้ (25 สิงหาคม 2568) นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางมาสนามจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 (FIVB Women’s World Championship 2025) ที่จังหวัดนครราชสีมา และให้กำลังใจนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน สนามชาติชายฮอลล์ จ.นครราชสีมา โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญได้แก่ การให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทีมงาน พร้อมเชียร์การแข่งขัน โดยปลัดกระทรวงฯ ได้เข้าเยี่ยมชมที่พัก และสภาพความเป็นอยู่ของนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน  พร้อมเน้นย้ำถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบถ้วน เพื่อให้นักกีฬาทุกชาติเกิดความมั่นใจ และแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพ

    ขณะเดียวกัน เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนอกจากจะได้ร่วมเชียร์นักตบสาวไทยและทีมดังจากทั่วโลกอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังสามารถสัมผัสเสน่ห์ของ ‘เมืองย่าโม’ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ อาทิ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี วัดศาลาลอย ปราสาทหินพิมาย และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตลอดจนอาหารพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์ โดยก่อนเดินทางมาสนามการแข่งขัน ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวได้เดินทางเยี่ยมชม จุดก่อสร้าง Skywalk บริเวณพื้นที่เขาเขื่อนลั่น ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งกระทรวงท่องเที่ยวได้อนุมัติงบประมาณโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ บริเวณพื้นที่เขาเขื่อนลั่น ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ได้รับงบประมาณภายใต้แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วงเงิน 63.5 ล้านบาท

    “การจัดการแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นเวทีสำคัญของวงการวอลเลย์บอลโลก แต่ยังเป็นโอกาสทองในการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย และกระตุ้นการท่องเที่ยวในภูมิภาคทั้งเหนือ กลาง ใต้ และอีสาน อย่างเช่น จังหวัดนครราชสีมาที่ถือเป็นหัวใจของภาคอีสาน การแข่งขัน FIVB Women’s World Championship 2025 ที่ประเทศไทยครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงศึกกีฬาแห่งศักดิ์ศรี แต่ยังเป็นเวทีที่สะท้อนพลังแห่งมิตรภาพ ความร่วมมือ และการท่องเที่ยวไทยในเวทีโลกอย่างแท้จริงด้วย 

    “ดิฉันอยากจะเชิญชวนทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ หากท่านมีบัตรเข้าชมการแข่งขัน ทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดที่จัดการแข่งขันมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆจัดให้ไว้สําหรับทั้งนักกีฬา เพราะผู้ที่มาเชียร์ โดยท่านสามารถนําบัตรที่เข้า ชมการแข่งขันไปเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละจุดที่ร่วมกับ ททท. ได้ฟรี เช่น พิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์โดยรอบ นี่คือ Sport tourism ที่รัฐบาลโดยกระทรวงท่องเที่ยวพยายามผลักดันอย่างชัดเจน”

    จากนั้น ปลัดกระทรวงท่องเที่ยว และผู้ว่าฯจังหวัดนครราชสีมาได้ร่วมชมการแข่งขันวอลเลย์บอลระหว่างทีมชาติแคนาดา-สเปน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างส่งเสียงเชียร์ทีมที่ตัวเองรัก โดยช่วงพักครึ่งมีการเปิดเพลง “To Be The Champion เสียงเชียร์ เพื่อแชมป์” ซึ่งเป็นเพลงประจำการแข่งขันครั้งนี้ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยว และผู้ว่าราชการจังหวัดนครราขสีมา จึงได้ชวนทีมงาน และกองเชียร์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติลุกขึ้นเต้นสนุกไปกับการเชียร์เพื่อร่วมกิจกรรมของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ด้วย

    ส่วนกรณีที่มีการแชร์ภาพสนามชาติชายฮอลล์ น้ำท่วมจนนักกีฬาสาธารณรัฐเช็ก ต้องลุยน้ำท่วมเข้าสนามเพื่อลงแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก นัทรียาระบุว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาแจ้งว่าได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว 100% รวมทั้งยังได้ทำการขุดลอกท่อ สแตนด์บายรถสูบ และสแตนด์บายอ่างเก็บน้ำ พร้อมวางจุดกำลังคน รวมถึงยกระดับทางเดินให้สูงขึ้น เตรียมรับมือในช่วงที่มีพายุนี่ด้วย

    Tags: , , ,

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/report-natthriya/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3F07WZGtsj-RtB1Y7ZxChj