Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘หนุ่มเมืองจันท์’ วิเคราะห์ ‘อนุทิน’ ปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจ? | เดลินิวส์

    ‘หนุ่มเมืองจันท์’ วิเคราะห์ ‘อนุทิน’ ปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจ? | เดลินิวส์

    ‘หนุ่มเมืองจันท์’ วิเคราะห์ ‘อนุทิน’ ปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจ?

    รอเลย! “หนุ่มเมืองจันท์” ชี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบ “ควิกวิน” ปัดฝุ่นโครงการ “คนละครึ่ง” เอามาใช้อีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5088438/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0k1r7FJ6nrZNRq2bdLvrER

  • จับตา

    จับตา

    จับตา’อนุทิน’จ่อปัดฝุ่นโครงการ’คนละครึ่ง’หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากปลุกกำลังซื้อ

    วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.47 น.

    จับตา’อนุทิน’จ่อปัดฝุ่นโครงการ’คนละครึ่ง’หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากปลุกกำลังซื้อ

    เมื่อวันที่ 6 ก.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเฟซบุ๊กเพจ “หนุ่มเมืองจันทร์” ได้โพสต์ข้อความเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ระบุถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี กำลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบ “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” เพื่อฟื้นกำลังซื้อของประชาชน

    โดยในโพสต์ระบุข้อความว่า “มีข่าวว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบ ‘ควิกวิน’ เปิดปัดฝุ่นโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เอามาใช้อีกครั้ง เพราะนโยบายนี้ชาวบ้านก็ชอบ-ร้านค้าก็ชอบ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ไม่ต้องอธิบายมาก” พร้อมภาพที่มีข้อความว่า “คนละครึ่ง คืนชีพ?”

    ซึ่งการโพสต์ดังกล่าว สร้างความสนใจในโลกออนไลน์ทันที เนื่องจากโครงการ “คนละครึ่ง” เคยเป็นมาตรการที่ได้รับความนิยมสูงในรัฐบาลก่อนหน้า ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้ร้านค้าชุมชนอย่างกว้างขวาง

    ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวจากพรรคภูมิใจไทยอาจสะท้อนถึงความพยายามผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจฐานรากยังซบเซา และกำลังซื้อของประชาชนลดลง ซึ่งต้องติดตามว่าแผน “คนละครึ่งเวอร์ชันอนุทิน” จะถูกนำเสนอในรูปแบบใดต่อไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/912360&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SwMZoIj5zsHtRJN525o7A

  • แม่ค้าชัยนาทฝากถึง “นายกฯหนู”เร่งแก้เศรษฐกิจอันดับแรก พ่วงคลี่คลายปัญหาชายแดน

    แม่ค้าชัยนาทฝากถึง “นายกฯหนู”เร่งแก้เศรษฐกิจอันดับแรก พ่วงคลี่คลายปัญหาชายแดน

    (6ก.ย.68) ที่ จ.ชัยนาท ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามประชาชนหลังจากวานนี้(5ก.ย.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หน.พรรคภูมิใจไทย ได้รับคะแนนโหวตให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ของประเทศไทย 

    นางมนัส อายุ 70 ปี ประกอบอาชีพขายอาหารตามสั่ง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเศรษฐกิจย่ำแย่ การค้าขายของก็แย่ตามลงไปด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นสิ่งของวัตถุดิบต่าง ๆ ก็มีราคาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น 

    “อยากจะฝากถึงนายกคนใหม่ ให้เข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องของปัญหาชายแดนที่กำลังประสบอยู่ในตอนนี้ก็ อยากจะให้นายกคนใหม่ทำอะไรสักอย่างให้ปัญหาจบโดยเร็ว” นางมนัส กล่าว

    ข่าวเวิร์คพอยท์23

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NIkIXFv05&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15v1ofvKljhfr290HWWeSh

  • คืนชีพ? “อนุทิน” จ่อปัดฝุ่น “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” โซเชียลฯ จับตา มีลุ้นได้ใช้อีกครั้ง!

    คืนชีพ? “อนุทิน” จ่อปัดฝุ่น “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” โซเชียลฯ จับตา มีลุ้นได้ใช้อีกครั้ง!

    “อนุทิน” จ่อปัดฝุ่น “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” โซเชียลฯ จับตานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

    วันที่ 6 กันยายน 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสความสนใจในโลกออนไลน์หลังจากเพจเฟซบุ๊ก “หนุ่มเมืองจันทร์” โพสต์ข้อความเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และว่าที่นายกรัฐมนตรี กำลังอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบ “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” เพื่อฟื้นฟูกำลังซื้อของประชาชน

    โดยในโพสต์ระบุว่า “มีข่าวว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แบบ ‘ควิกวิน’ เปิดปัดฝุ่นโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เอามาใช้อีกครั้ง เพราะนโยบายนี้ชาวบ้านก็ชอบ-ร้านค้าก็ชอบ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ไม่ต้องอธิบายมาก” พร้อมแนบภาพกราฟิกที่มีข้อความว่า “คนละครึ่ง คืนชีพ?”

    โพสต์ดังกล่าวสร้างความสนใจในวงกว้าง เนื่องจากโครงการ “คนละครึ่ง” เคยเป็นมาตรการยอดนิยมของรัฐบาลในอดีต โดยรัฐร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าครึ่งหนึ่งผ่านระบบแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

    แม้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก นายอนุทิน หรือ พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับการรื้อฟื้นโครงการดังกล่าว แต่กระแสในโลกออนไลน์สะท้อนถึงความคาดหวังของประชาชนต่อมาตรการที่จับต้องได้ในช่วงที่เศรษฐกิจยังชะลอตัว และค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง

    ทั้งนี้ ต้องจับตาว่า “คนละครึ่งเวอร์ชันอนุทิน” จะถูกออกแบบอย่างไร และจะสามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลและการจัดทำนโยบายเร่งด่วนเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9840182/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vUaRaHUAfyOi5B-UdioK8

  • พันธบัตรโลกผันผวน บอนด์ยีลด์พุ่ง! สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไม่แน่นอน

    พันธบัตรโลกผันผวน บอนด์ยีลด์พุ่ง! สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไม่แน่นอน

    การเงิน-การลงทุน

    พันธบัตรโลกผันผวน บอนด์ยีลด์พุ่ง! สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไม่แน่นอน

    04 ก.ย. 2025 เวลา 15:11 น.

    ตลาด ‘พันธบัตร’ โลกผันผวน บอนด์ยีลด์พุ่ง! กังวลต้นทุนรัฐบาลพุ่ง ความเป็นอิสระของ ‘เฟด’ สัญญาณเตือน เศรษฐกิจไม่แน่นอน

    สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า “ตลาดพันธบัตรรัฐบาล“ ทั่วโลกผันผวน เนื่องจากกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดัน ทั้งเรื่องภาษีศุลกากรไปจนถึงความกังวลเรื่องการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ ทำให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินและการคลังของประเทศเศรษฐกิจใหญ่ๆ หลายแห่ง  

    สถานการณ์พันธบัตรแต่ละประเทศ

    พันธบัตรโลกผันผวน บอนด์ยีลด์พุ่ง! สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไม่แน่นอน

    • สหราชอาณาจักร: ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.64% โดยเพิ่มขึ้นถึง 100 เบสิสพอยท์ หรือ 1% ในปีนี้ สาเหตุหลักมาจากภาวะเงินเฟ้อที่สูง, อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่ำ และความไม่แน่นอนทางการเมือง
    • ญี่ปุ่น: ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งสูงกว่า 5%  ในปีนี้ มาอยู่ที่ 3.27% เนื่องจากเกิดความกังวลเรื่องรายได้ จากสถานการณ์ภาษีศุลกากรของ “โดนัล ทรัมป์” ล่าสุดที่รอคำตัดสินจากศาลสูงสุด
    • ฝรั่งเศส: ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งไปอยู่ที่ 4.45% ทะลุระดับสูงสุดในรอบ 17 ปี นับตั้งแต่ปี 2551 
    • เยอรมนี:  พันธบัตรรัฐบาลเยอรมันซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยในช่วงต้นปี ตอนนี้ก็ถูกเทขายพร้อมกับพันธบัตรอื่นๆ จนทำสถิติอัตราผลตอบแทนสูงสุดในรอบ 14 ปี ที่ระดับ 3.36%

    3 ปัจจัยทำบอนด์ยีลด์พุ่ง

    โจนาส โกลเทอร์มันน์ รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics วิเคราะห์ว่า การที่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นนั้นเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักที่ซ้อนทับกัน ได้แก่ ความกังวลด้านการคลังของรัฐบาล, นโยบายการเงิน และปัจจัยเฉพาะทางตลาด เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์และอุปทานของพันธบัตร

    ในขณะเดียวกัน  ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อความสามารถและความตั้งใจของเฟดเริ่มสั่นคลอนในการควบคุมเงินเฟ้อในระยะกลาง รวมถึงความกังวลในเรื่องความเป็นอิสระของเฟดนั้นได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก

    บอนด์ยีลด์พุ่ง กระทบเศรษฐกิจ

    ตลาดพันธบัตรทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดสุขภาพเศรษฐกิจโลก ที่สำคัญ โดยสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือ Bond Yield สูงขึ้น แสดงว่านักลงทุนมองว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นจากหนี้สินหรือเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลที่สูงขึ้นด้วย ทำให้รัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้นเพื่อระดมทุน

    แต่หากผลตอบแทนลดลง แสดงถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดพันธบัตรกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้สะท้อนภาวะเศรษฐกิจโลกได้โดยตรง

    Kallum Pickering หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่าเมื่อรัฐบาลมีต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นจากบอนด์ยีลด์ที่เพิ่มขึ้น สิ่งนี้จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับภาคเอกชน เพราะต้องใช้เงินงบประมาณไปจ่ายดอกเบี้ยหนี้มากขึ้น ทำให้มีเงินที่จะนำไปพัฒนาประเทศเหลือน้อยลง 

    ด้านนักลงทุนก็จะหันไปซื้อพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงและปลอดภัยมากกว่าการลงทุนในบริษัทเอกชน ทำให้บริษัทต่างๆ กู้เงินได้ยากและมีต้นทุนสูงขึ้น

    สุดท้าย ความกังวลเรื่องหนี้ที่สูงทั้งของภาครัฐและเอกชน ทำให้ตลาดการเงินมีความไม่มั่นคงและมีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตได้ง่ายขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/investment/1197341&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06LGDB8D7FA22HL5bPp7Vo

  • เชียงใหม่ขึ้นแท่น เบอร์ 2 ในไทย รร.อินเตอร์แห่เปิด 25 แห่ง อรสิริน ทุ่ม 1 พันล้าน ชิงส่วนแบ่งตลาด

    เชียงใหม่ขึ้นแท่น เบอร์ 2 ในไทย รร.อินเตอร์แห่เปิด 25 แห่ง อรสิริน ทุ่ม 1 พันล้าน ชิงส่วนแบ่งตลาด

    ในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูงและชะลอตัวลง การขยายธุรกิจไปสู่ตลาดอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ

    หนึ่งในตลาดที่น่าจับตามองคือ ตลาดโรงเรียนนานาชาติ ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสูงอย่างจังหวัดเชียงใหม่

    ล่าสุด บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ORN ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภาคเหนือ ประกาศทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท ภายใต้บริษัทลูก อรสิริน เอ็ดดูเคชั่น เปิดตัว Mill Hill International School Thailand ซึ่งนับเป็นโรงเรียนนานาชาติสัญชาติอังกฤษแห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ และยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ Mill Hill Education Group จากสหราชอาณาจักร ขยายโรงเรียนสู่ต่างประเทศ

    ทำไม อสังหาฯ หันมาลงทุนธุรกิจการศึกษา ?

    – การเพิ่มมูลค่าโครงการอสังหาฯ 

    การมีโรงเรียนนานาชาติในเครือช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งมองหาที่อยู่อาศัยที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาที่มีคุณภาพสูงสำหรับบุตรหลาน การมีโรงเรียนอยู่ใกล้เคียงกับโครงการหมู่บ้านจัดสรรจะช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินได้เป็นอย่างดี

    – การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

    ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติถือเป็นธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับบริษัท

    – การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ

    การลงทุนในโรงเรียนนานาชาติเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศการใช้ชีวิตให้กับลูกค้า ตั้งแต่ที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงไปจนถึงการศึกษาชั้นนำในระดับโลก ช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

    อรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน เอ็ดดูเคชั่น จำกัด กล่าวว่า การมีโรงเรียนานาชาติในพื้นที่โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ขายไปแล้วหรือกำลังก่อสร้าง จะสร้าง competitive advantage หรือ ความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือกว่าโครงการอื่น ๆ

    ช่วงที่อรสิรินเดินหน้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ บริษัทได้วางแผนขยายพอร์ตสู่ธุรกิจใหม่ ๆ และมองหาโอกาสในหลายอุตสาหกรรม อาทิ ธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีความเฉพาะตัว อาศัยความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและการสร้างฐานลูกค้า 

    อีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจ คือ ธุรกิจเพื่อผู้สูงวัย แม้จะมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต แต่อรสิรินมองว่ายังเร็วเกินไปสำหรับการลงทุนในระยะนี้

    ทั้งนี้ อรสิรินมองว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจที่ขายแล้วจบ จึงต้องการมองหาธุรกิจที่จะสามารถเป็นแหล่งรายได้ประจำในระยะยาว

     เชียงใหม่ ฮับการศึกษาแห่งใหม่

    เชียงใหม่ได้สร้างสถานะเป็นผู้นำด้านการศึกษานานาชาติในภูมิภาคอย่างชัดเจน ด้วยจำนวนโรงเรียนนานาชาติราว 25 แห่ง ทำให้เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีโรงเรียนนานาชาติมากเป็นอันดับสองของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานครที่มี 122 แห่ง และนำหน้าจังหวัดชลบุรีที่มี 13 แห่ง 

    ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมาโดยตลอด ทั้งกลุ่มที่ต้องการพำนักระยะยาว (Long Stay) รวมถึงกลุ่ม Digital Nomad 

    ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีกำลังซื้อสูง และให้ความสำคัญกับการศึกษาของบุตรหลาน การขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติจึงเปรียบเสมือนการเติมเต็มจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป 

    การเพิ่มขึ้นของโรงเรียนนานาชาติไม่เพียงสร้างดีมานด์ในตลาดการศึกษาแต่ คือ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

    และแบรนด์อย่าง Mill Hill เลือกมาเปิดสาขาแรกนอกสหราชอาณาจักรที่นี่ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะเมืองเศรษฐกิจ และศูนย์กลางการศึกษาที่กำลังเติบโตเคียงคู่กับกรุงเทพฯ

    ซึ่ง Mill Hill เป็นแบรนด์อังกฤษแห่งแรกในเชียงใหม่ ใช้หลักสูตร The National British Curriculum in England ทั้งหมด และมีคณะครูเป็นชาวอังกฤษทั้งหมด โดยมี Kate Simon อดีตครูใหญ่จาก Mill Hill School บินตรงมารับตำแหน่งครูใหญ่ที่นี่

    โดยมีค่าเล่าเรียนประมาณ 400,000-600,000 บาทต่อปี ซึ่งถูกกว่าโรงเรียนต้นแบบที่ลอนดอนถึง 3 เท่า ในขณะที่นักเรียนจะได้รับมาตรฐานการศึกษาเดียวกันทุกประการ

    ปัจจุบัน โรงเรียนเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ชั้น Nursery ถึง Year 6 โดยมีนักเรียนแล้วเกือบ 100 คน และตั้งเป้าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีนักเรียนถึง 850 คน สะท้อนถึงดีมานด์ที่แข็งแกร่งในตลาดนี้ 

    ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/marketing_trends/2881089&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw395OFkXwXs00HS2Xgx-NPf

  • เปิดอาณาจักร อรสิริน ปั้น’Mill Hill’ เชียงใหม่  ต่อยอด ธุรกิจอสังหาฯครบวงจร

    เปิดอาณาจักร อรสิริน ปั้น’Mill Hill’ เชียงใหม่ ต่อยอด ธุรกิจอสังหาฯครบวงจร

    จากการเห็นโอกาสการเติบโตของโรงเรียนนานาชาติในจังหวัดเชียงใหม่ และมีแนวคิดเพื่อต้องการหาโรงเรียนที่ดีให้กับบุตรหลาน บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทางภาคเหนือ ได้จุดประกายขยายธุรกิจทางด้านการศึกษา ต่อยอดธุรกิจที่มีอยู่เดิม บนที่ดินแปลงใหญ่ภายใต้บริษัท อรสิริน เอ็ดดูเคชั่น จำกัด 

    พัฒนามิลล์ ฮิลล์ ประเทศไทย (Mill Hill International School Thailand) โรงเรียนนานาชาติสัญชาติอังกฤษ ที่ใช้หลักสูตร Authentic British แห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มิลล์ ฮิลล์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป ขยายโรงเรียนสู่ต่างประเทศ นอกเขตสหราชอาณาจักร ผลผลิตที่จะก้าวไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

    ขณะเดียวกันยังมีแผนขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องรองรับทั้ง คอมมูนิตี้มอลล์ สนามกีฬา สระว่ายนํ้าระดับโอลิมปิก ที่คาดว่าจะสร้างรายได้เข้ามา   

    Mill Hill โรงเรียนนานาชาติแบรนด์อังกฤษแท้แห่งแรกใน เชียงใหม่

    นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน เอ็ดดูเคชั่น จำกัด กล่าวว่า เรามองเห็นแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งของโรงเรียนนานาชาติในไทย โดยเฉพาะเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางเศรษฐกิจ

    ที่มีครอบครัวต่างชาติและครอบครัวไทยกำลังซื้อสูงขยายตัวต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันจะมีโรงเรียนนานาชาติในเชียงใหม่กว่า 25 แห่ง รองจากกรุงเทพมหานคร แต่บริษัทยังเห็นศักยภาพสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาสู่ระดับโลก ด้วยประสบการณ์และความแข็งแกร่งด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และเครือข่ายธุรกิจในเชียงใหม่ อรสิรินพร้อมสนับสนุนการเติบโตของโรงเรียน

    นานาชาติมิลล์ ฮิลล์ และเติมเต็มระบบนิเวศการใช้ชีวิต (Lifestyle Ecosystem) สำหรับนักเรียนและผู้ปกครองอย่างครบวงจร

     จากการศึกษาพบว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนในประเทศไทยไม่มากนัก ที่ได้รับการยอมรับในฐานะ “British Branded Schools” เราจึงมุ่งมั่นพัฒนา “โรงเรียนนานาชาติที่ดีที่สุด” ด้วยการลงนาม MOU กับ มิลล์ ฮิลล์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป สถาบันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปีในสหราชอาณาจักร เพื่อเปิดโรงเรียนแห่งแรกนอกสหราชอาณาจักรที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาในภูมิภาคนี้

    ปัจจัยสู่ความสำเร็จ คือ เคท ไซม่อน (Kate Simon) อดีตครูใหญ่ Grimsdell มิลล์ ฮิลล์ สกูล สกูล ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียน มิลล์ ฮิลล์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป พร้อมด้วยคณะครูจากมิลล์ ฮิลล์ อังกฤษ บินตรงมารับตำแหน่งครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนนานาชาติมิลล์ ฮิลล์ ประเทศไทย ร่วมกับ ดร.ยุทธชัย ดำรงมณี ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ครํ่าหวอดด้านการศึกษาระดับนานาชาติกว่า 30  ปี โรงเรียนนานาชาติมิลล์ ฮิลล์ ประเทศไทย เป็นโรงเรียนนานาชาติระดับ “Extraordinary value” ที่มีมาตรฐานการศึกษาเช่นเดียวกับโรงเรียนต้นแบบที่สหราชอาณาจักร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน แต่ราคาค่าเทอมที่ถูกกว่าอังกฤษถึง 3 เท่า

    นางเคท ไซม่อน (Kate Simon) กล่าวถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ว่า  เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการศึกษาภาคเหนือ มีชื่อเสียงระดับโลกด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว พร้อมสภาพแวดล้อมใกล้ชิดธรรมชาติและป่าเขา เช่นเดียวกับ Mill Hill School UK ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญา Forest Learning ทำให้เรามองเห็นโอกาสนำมาตรฐานการศึกษาแท้จริงจากลอนดอนมาสู่ภูมิภาคนี้เป็นครั้งแรก โดยผสมผสานหลักสูตรอังกฤษแท้ (The National British Curriculum in England) กับวัฒนธรรมและคุณค่าดั้งเดิมของไทย เน้นพัฒนาศักยภาพเพื่อสร้างความสมดุลให้ผู้เรียนอย่างสมบูรณ์แบบ

    ดร.ยุทธชัย ดำรงมณี กล่าวว่า โรงเรียนนานาชาติมิลล์ ฮิลล์ ประเทศไทย ไม่ใช่แฟรนไชส์ แต่เป็นโรงเรียนในเครือมิลล์ ฮิลล์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป โดยตรง ซึ่งจะคงมาตรฐานเดียวกับโรงเรียนต้นแบบในสหราชอาณาจักรทุกประการ นอกจากนี้ เรายังนำระบบ House System มาใช้เพื่อสร้างการเรียนรู้การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับปีการศึกษาแรก เราเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ชั้น Nursery-Year 6 ยอดนักเรียนเกือบ 100 คน โดยมีสัดส่วนนักเรียนไทย 50%และมี จีน อเมริกา อังกฤษ ยุโรปอีก 50% เราตั้งเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าว่าจะมีนักเรียนถึง 850 คน ภายในปี 2030

    สำหรับค่าเล่าเรียนประมาณ 400,000-600,000 บาท ต่อปี ซึ่งถูกกว่า มิลล์ ฮิลล์ สกูล ที่ลอนดอน ถึง 3 เท่า ในขณะที่นักเรียนได้รับหลักสูตรและมาตรฐานการเรียนการสอนเดียวกันทุกประการ นอกจากนี้ เรายังเตรียมแผนโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนกับโรงเรียนในเครือที่อังกฤษ ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้สัมผัสประสบการณ์จริงและเข้าใจถึงรากฐานของการศึกษาของ มิลล์ ฮิลล์ กรุ๊ป

    หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 45 ฉบับที่ 4,129 วันที่ 7 – 10 กันยายน พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/real-estate/638112&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aYODXxwTEFNS89vapN0Q8

  • หอการค้าแม่กลองเดินหน้า ‘พัฒนาเมือง-เศรษฐกิจ’ เตรียมจัด 2 เทศกาลใหญ่ปลายปี กระตุ้นท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    หอการค้าแม่กลองเดินหน้า ‘พัฒนาเมือง-เศรษฐกิจ’ เตรียมจัด 2 เทศกาลใหญ่ปลายปี กระตุ้นท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานหอการค้า จ.สมุทรสงคราม ได้ประชุมคณะกรรมการ ที่ปรึกษา และกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมติดตามความคืบหน้าการเตรียมจัดกิจกรรมใหญ่ปลายปี ได้แก่ “เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง ครั้งที่ 27” และ “เทศกาลดนตรีหยอดหอยแคมป์”ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูบรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่

    โดย “เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง ครั้งที่ 27” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-21 ธันวาคม 2568 บริเวณลานหน้าศาลากลาง จ.สมุทรสงคราม ภายใต้แนวคิด “กินปลาทูแล้วอายุยืนหมื่นๆ ปี” ซึ่งสื่อถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมและโภชนาการของปลาทูแม่กลองที่ขึ้นชื่อเรื่องความสด อร่อย และคุณภาพดีที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะปลาทูก้นอ่าว “ก.ไก่” ที่เน้นความสวยงามของตัวปลา ท้องไม่แตก เนื้อแน่น และมีรสชาติมันอร่อย กำหนดจำหน่ายในราคาย่อมเยาเช่นเคยปรุงสำเร็จตัวละ 25 บาท โซนจำหน่ายสินค้าภายในงานจะเต็มไปด้วยร้านค้าปลาทู อาหารทะเลสด ผลิตภัณฑ์ชุมชน และของดีท้องถิ่น สะท้อนเอกลักษณ์และวิถีชีวิตของชาวแม่กลองได้อย่างน่าประทับใจ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศงานเทศกาลที่คึกคัก พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด

    นายมงคลฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหอการค้าจังหวัดได้หารือกับนายศราวุธ กล้วยจำนงค์ นายกเทศมนตรีตำบลบางจะเกร็ง ในการเตรียมจัดงาน “เทศกาลดนตรีหยอดหอยแคมป์” ระหว่างวันที่ 27-28 ธันวาคม 2568 ที่ดอนหอยหลอด แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของ จ.สมุทรสงคราม เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ โดยงานนี้จะผสานความบันเทิงจากดนตรีสด กิจกรรมพักผ่อนริมชายฝั่ง และการลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ ช่วยสร้างสีสันและความน่าสนใจให้กับพื้นที่ ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเสนอให้มีการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งผลักดันการประชาสัมพันธ์เชิงรุก โดยเฉพาะการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการสร้างกระแส และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงค้างคืน โดยจะมีการจัดกิจกรรมสร้างแรงจูงใจ เช่น โปรโมชั่นที่พัก หรือกิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชนที่หลากหลาย

    ไฮไลต์สำคัญอีกจุดที่หอการค้าเตรียมผลักดันให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัด คือ “สะพานแขวนหน้าวัดใหญ่” หรือสะพานแขวนข้ามคลองแม่กลอง ซึ่งขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพสูงในการเป็นจุดดึงดูดให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่

    ในส่วนของการเตรียมเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 กันยายนนี้ หอการค้าจังหวัดฯ เตรียมยกประเด็นสำคัญหลายด้านเข้าสู่ที่ประชุม โดยเฉพาะการติดตามโครงการ “แก้มลิงทุ่งหิน” พื้นที่สาธารณะประโยชน์กว่า 2,600 ไร่ ใน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา ซึ่งใช้งบประมาณนับร้อยล้านบาทแต่ยังไม่สามารถกักเก็บน้ำจืดได้ตามเป้าหมาย โดยมีแผนผลักดันให้โครงการเดินหน้าต่ออย่างมีประสิทธิภาพ

    อีกหนึ่งประเด็นคือการบริหารจัดการที่ดินราชพัสดุใน ต.ลาดใหญ่ อ.เมืองฯ พื้นที่กว่า 1,200 ไร่ ซึ่งหอการค้าเตรียมเสนอให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทร่วมในการพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและเมืองสมุทรสงครามได้ในระยะยาว การขับเคลื่อนของหอการค้า จ.สมุทรสงครามครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในการผลักดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยใช้จุดแข็งของพื้นที่ผสานกับการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ พร้อมทั้งวางแผนพัฒนาเชิงโครงสร้างในระยะยาว เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเมืองแม่กลองอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5088635/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_5OQ98pHtIHRpDSn5slh-

  • ประกาศแล้ว! วนอุทยานเขานางพันธุรัต”คว้ารางวัล𝐓𝐡𝐚𝐢𝐥𝐚𝐧𝐝 𝐓𝐨𝐮𝐫𝐢𝐬𝐦 𝐀𝐰𝐚𝐫𝐝𝐬 | TOPNEWS

    ประกาศแล้ว! วนอุทยานเขานางพันธุรัต”คว้ารางวัล𝐓𝐡𝐚𝐢𝐥𝐚𝐧𝐝 𝐓𝐨𝐮𝐫𝐢𝐬𝐦 𝐀𝐰𝐚𝐫𝐝𝐬 | TOPNEWS

    ประกาศแล้ว! วนอุทยานเขานางพันธุรัต”คว้ารางวัล𝐓𝐡𝐚𝐢𝐥𝐚𝐧𝐝 𝐓𝐨𝐮𝐫𝐢𝐬𝐦 𝐀𝐰𝐚𝐫𝐝𝐬

    • เผยแพร่ : 06/09/2025 11:07

    วันที่5ก.ย.68 นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าโครงการ อนุรักษ์ และฟื้นฟูสภาพพื้นที่เขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลนายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้ประกาศผลแล้ว รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 15 ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน โดยวนอุทยานเขานางพันธุรัต (𝐊𝐡𝐚𝐨 𝐍𝐚𝐧𝐠𝐩𝐡𝐚𝐧𝐭𝐡𝐮𝐫𝐚𝐭 𝐅𝐨𝐫𝐞𝐬𝐭 𝐏𝐚𝐫𝐤)ได้รับรางวัลสาขาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ (Nature & Park) รางวัลดีเด่น (Thailand Tourism Outstanding Awards)

    วนอุทยานเขานางพันธุรัต ภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลการท่องเที่ยวระดับประเทศ รางวัลนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพ มาตรฐาน และความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยว สะท้อนถึงความงดงามของธรรมชาติและคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ยังคงอยู่ เป็นพลังใจให้ทีมงานรักษามาตรฐานและพัฒนาพื้นที่ต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการสนับสนุนจากนักท่องเที่ยวทุกท่าน ทุกก้าวย่างของการมาเยือนคือแรงบันดาลใจให้เราก้าวต่อ ขอขอบคุณที่เลือกเขานางพันธุรัตเป็นจุดหมายในการพักผ่อนและเรียนรู้ เราสัญญาว่าจะดูแลรักษาธรรมชาติ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดตลอดไป

    นักท่องเที่ยวติดต่อสอบถาม ได้ที่ 0986860989. Facebook Page : วนอุทยานเขานางพันธุรัต และโครงการฯเขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริหรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Tourist Service Center)

    บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.เพชรบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1302714&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fA4yuAgFjVOLaebpPzsg5

  • เริ่มแล้ว ! วิจิตรลำปาง  เปิดพิกัด 13 จัดแสดง สี เสียง สุดตระการตา วันนี้-14 ก.ย.นี้

    เริ่มแล้ว ! วิจิตรลำปาง เปิดพิกัด 13 จัดแสดง สี เสียง สุดตระการตา วันนี้-14 ก.ย.นี้

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เนรมิตเมืองรถม้าให้สว่างไสวด้วยแสง เสียง สุดตระการตา กับ ปรากฏการณ์แสง สี เสียง และสื่อผสม ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความงามเหนือกาลเวลา ในงาน Vijit@ลำปาง ภายใต้โต้โครงการ Thailand Festival Experience ณ จังหวัดลำปาง

    เริ่มแล้ว ! วิจิตรลำปาง  เปิดพิกัด 13 จัดแสดง สี เสียง สุดตระการตา วันนี้-14 ก.ย.นี้

    วิตรลำปาง หรือ Vjit Lampang จัดงานภายใต้คอนเซปต์ นครลำปาง : เสน่ห์เหนือกาลเวลา Lampang: The Timeless City ในวันที่ 5-14 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 23.00 น. รอบเมืองลำปาง ที่จะเนรมิตค่ำคืนนครลำปางให้ส่องสว่างเรืองรองตระการตา ด้วยนวัตกรรมแสง สี เสียง และสื่อผสมที่ทันสมัย ควบคู่กับการผสมผสาน
    วัฒนธรรม อย่างสร้างสรรค์สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ให้มีความวิจิตรตระการตา

    ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
    ยามค่ำคืนภายใต้การบริหารจัดการที่สอดคล้องกับแนวคิดท่องเที่ยวใส่ใจสิ่งแวดล้อม

    วิจิตรลำปาง

    นายณัฐ  ครุฑสูตร ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
    (ททท.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี พ.ศ. 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวและกีฬา (Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ได้กำหนดจัดงาน VIJIT @ Lampang เสน่ห์เหนือกาลเวลา ภายใต้โครงการ Thailand Festival Experience

    เริ่มแล้ว ! วิจิตรลำปาง  เปิดพิกัด 13 จัดแสดง สี เสียง สุดตระการตา วันนี้-14 ก.ย.นี้

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดลำปาง สัมผัสประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ      กลยุทธ์การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    Vijit lampang

    เริ่มแล้ว ! วิจิตรลำปาง  เปิดพิกัด 13 จัดแสดง สี เสียง สุดตระการตา วันนี้-14 ก.ย.นี้

    โดยมุ่งหวังให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น กระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ขยายเวลาการท่องเที่ยวในช่วงกลางคืน ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ และสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

    การจัดงาน VIJIT @ Lampang เสน่ห์เหนือกาลเวลา กำหนดจัดขึ้น   ในวันที่ 5-14 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น. ในพื้นที่ 4  ย่านหลักของเมืองลำปาง ได้แก่ ย่านใจกลางเขลางค์นคร ย่านสบตุ๋ย  ย่านกาดกองต้า และย่านท่ามะโอ 

    ประกอบไปด้วย 1 จุดแลนด์มาร์ก และ 12 จุดการแสดงพร้อมรับชมความอลังการตระการตาแบบยิ่งใหญ่ จัดเต็ม  กับการแสดง Highlight ด้วยนวัตกรรมแสง สี เสียง และสื่อผสมที่ทันสมัย ที่จะเปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งจินตนาการเหนือความคาดหมาย 

    เปิดพิกัด 13 พื้นที่ แสง สี เสียง วิจิตรลำปาง

    ททท.จัดเต็มปรากฏการณ์แสง สี เสียง และสื่อผสม ไปกับ 1  จุดแลนด์มาร์ก และ 12 จุดการแสดง ในพื้นที่ จังหวัดลำปาง ถึง 4 ย่าน ได้แก่ ย่านใจกลางเขลางค์นคร ย่านสบตุ๋ย ย่านกาดกองต้า และย่านทำมะโอ รวมถึงร่วมสัมผัสประสบการณ์นั่งรถราง ชมจุดจัดแสดงไฟในเมืองลำปาง

    Vijit@ลำปาง

    พื้นที่การแสดงที่ 1 ทอนาฬิกา The Rhythm of Lampang: จังหวะของลำปาง

    พื้นที่การแสดงที่ 2  บริเวณหน้าหอปูมละกอน The Flow of the Swan : ลำนำหงส์เหนือกาล

    พื้นที่การแสดงที่ 3 สวนสาธารณะห้าแยกหอนาฬิกา Heart of Lampang : ดวงใจแห่งลำปาง

    พื้นที่การแสดงที่ 4 วัดเชียงราย Chapter of Faith : บทบันทึกแห่งศรัทธา

    วัดเชียงราย

    พื้นที่การแสดงที่ 5  สะพานแขวน (สะพานส้ม) The Crossing of Eternity : ข้ามผ่านกาลนิรันดร์

    สะพานแขวน (สะพานส้ม)

    พื้นที่การแสดงที่ 6 บ้าน 3 สไตล์กาดกองต้า บ้านแม่, อาคารหม่องโง่ยซิ่น และ อาคารเยียนซีไท้ลีกี

    เริ่มแล้ว ! วิจิตรลำปาง  เปิดพิกัด 13 จัดแสดง สี เสียง สุดตระการตา วันนี้-14 ก.ย.นี้

    พื้นที่การแสดงที่ 7 วัดเกาะวาลุการาม Glimmer of Enlightenment : ประกายแห่งปัญญา

    พื้นที่การแสดงที่ 8 บ้านหลุยส์ ที เลียวโนเวนส์ Shadow Forest house :  รอยเงาแห่งเรือนป่า 

    บ้านหลุยส์

    เริ่มแล้ว ! วิจิตรลำปาง  เปิดพิกัด 13 จัดแสดง สี เสียง สุดตระการตา วันนี้-14 ก.ย.นี้

    พื้นที่การแสดงที่ 9 พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย (สาขาลำปาง) The Timeless Bank : ธนาคารสะสมกาล

    พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย (สาขาลำปาง)

    พื้นที่การแสดงที่ 10 สวนรถไฟสะพานดำ นครลำปาง The Locomotive Light  : หอประทีปรถจักร

    พื้นที่การแสดงที่ 11 สวนรถไฟสะพานดำ นครลำปาง Fire Memory : ไฟแห่งความทรงจำ

    พื้นที่การแสดงที่ 12 สวนรถไฟสะพานดำ นครลำปาง Echo of the Hooves : เสียงสะท้อนแห่งกาลเวลา และ จุดแลนด์มาร์ค Lampang Radiance : ลำปางเรืองรอง ศูนย์รวมแสงสัญลักษณ์แห่งเมืองลำปาง ที่เปล่งประกาย เชื่อมโยงเรื่องราว วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของลำปางให้เรืองรองเหนือกาลเวลา

    เริ่มแล้ว ! วิจิตรลำปาง  เปิดพิกัด 13 จัดแสดง สี เสียง สุดตระการตา วันนี้-14 ก.ย.นี้

    พร้อมรับชม ความอลังการตระการตาแบบยิ่งใหญ่ จัดเต็ม กับการแสดง Highlight ด้วยนวัตกรรมแสง สี เสียง และสื่อผสมที่ทันสมัย บริเวณจุดแสดงไฟ ถึง 3 จุดได้แก่ วัดเชียงราย สะพานแขวน (สะพานส้ม) และพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย (สาขาลำปาง) โดยมีรอบการแสดง ถึง 16 รอบ ต่อวัน

    เริ่มแล้ว ! วิจิตรลำปาง  เปิดพิกัด 13 จัดแสดง สี เสียง สุดตระการตา วันนี้-14 ก.ย.นี้

    ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอด 10 วัน โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
    ได้ที่ Facebook Page : ททท.สำนักงานลำปาง หรือ Facebook Page : Thailand Festival

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/lifestyle/travel-shopping/638116&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FQApTXteDLiUkgEV7KyMn