Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เปิดแล้ว! มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ TITF NORTH 2025 ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่ 5-7 ก.ย.นี้

    เปิดแล้ว! มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ TITF NORTH 2025 ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่ 5-7 ก.ย.นี้

    เปิดแล้ววันนี้มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ “THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025)” 5-7 ก.ย.นี้ ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่

    5 กันยายน 2568 จ.เชียงใหม่ ชมรมไทยบริการท่องเที่ยวภาคเหนือ (TTAA Northern Chapter) จัดงาน “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ภาคเหนือ 2025” มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ภายใต้ชื่อ “THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025)” ตั้งแต่วันที่ 5 – 7 กันยายน 2568 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น1 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นทรัลเฟส) พบ 7 บูธ การท่องเที่ยวต่างประเทศ, 15 บูธ สายการบิน, 2 บูธ เรือสำราญ, 17 บูธ เทรเวลเอเยนซี่ และรวมสนุกลุ้นตั๋วเครื่องบินในงานอีกด้วย

    ทั้งนี้ได้จัดให้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีคุณกันชกา สุวณิชย์ ประธานชมรมไทยบริการท่องเที่ยว ภาคเหนือ ขึ้นกล่าวต้อนรับ และกล่าวเปิด ร่วมด้วย Mr. Harada Masau Consul-General of Japan สถานกงสุลใหญ่ประเทศญี่ปุ่น ประจำจังหวัดเชียงใหม่, Mr. Pranav Ganesh Consul-General of India สถานกงสุลใหญ่อินเดีย ประจำเชียงใหม่, คุณมธุรส สุธัญญารักษ์ ผู้จัดการแผนกการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่, ดร.กอบกิจ อิสระชีววัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่, คุณดวงเดือน บรรเรียนกิจ ผู้อำนวยการส่วนกิจการพิเศษ และมวลชนสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการท่าอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่, ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ, Mr. Kwangsoo Lee- Director of Korea Tourism Organization การท่องเที่ยวเกาหลี, Ms. Asako Kumashiro Director Japan National Tourism Organization Bangkok Office การท่องเที่ยวญี่ปุ่น, Mrs. Nurul Ain Binti Mohammed Yunus Directior Tourism Malaysia Bangkok การท่องเที่ยวมาเลเซีย, Mr. Jeffrey Lin – Deputy Director of Taiwan Tourism Administration Bangkok Office การท่องเที่ยวไต้หวัน, Mr. Karun Wararatchai (Travel Switzerland x Swissasap.com) การท่องเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์, Mr. Yutaka Goto – Chiba Next to Tokyo & Home of Narita การท่องเที่ยวจังหวัดชิบะ ถ่ายภาพที่ระลึก และร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

    สำหรับงาน “THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025)” นี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันของการท่องเที่ยวแต่ละประเทศ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการของสายการบิน พันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ การสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรการท่องเที่ยว และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว และชมรมไทยบริการท่องเที่ยวภาคเหนือ ให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง รวมถึงการเปิดโอกาสให้สมาชิกของชมรมฯ ได้เข้าร่วมออกบูธภายในงาน ซึ่งมีบูธเข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างคับคั่งเช่น

    • 7 บูธ การท่องเที่ยวต่างประเทศ การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น, การท่องเที่ยวประเทศเกาหลี, การท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย, การท่องเที่ยวประเทศไต้หวัน, การท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์, การท่องเที่ยวจังหวัดชิบะ และสถานกงสุลอินเดีย จังหวัดเชียงใหม่
    • 15 บูธ สายการบิน อาทิ การบินไทย, ไทยแอร์เอเชีย, ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์, ไชน่าแอร์ไลน์, อี วี เอ แอร์, สตาร์ลักซ์, อธิฮัท แอร์เวย์, ซาอุเดีย แอร์ไลน์, ไลอ้อนแอร์, นกแอร์, ไทย เวียดเจ็ท แอร์, ภูฏาณแอร์ไลน์, เมียนม่า อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์เวย์ส, เซ็นทรุม แอร์ และบางกอกแอร์เวย์
    • 2 บูธ เรือสำราญ อาทิ ทัวร์เรือสำราญ รอยัล คาริบเบี้ยน ครุยส์ และ รีเกล อินเตอร์เนชั่นแนล
    • 17 บูธ เทรเวลเอเยนซี่ อาทิ มานิตย์บริการท่องเที่ยว เชียงใหม่, WIN TRAVEL & TOUR, RUBY TRAVEL, CHIANGMAI QUALITY TOUR, Standard Tour, GLOBAL TOUR 1995, SHOWNUEATOUR โชว์เหนือทัวร์, Chatuporn Tour & Travel, Nakornping Inter Group 2021 Co.,Ltd, บ้านนกทัวร์, SESUNTOUR สีสันทัวร์, P.D. EXPRESS CHIANG MAI TOUR, Chiangmai Pacific World, Ranvel Tour Plus Service, Dive Vacation, Best Star Travel, Cm wonder tour & Carrent
    • บูธ ผู้สนับสนุน อาทิ YouTrip Travel Card, AIS, กระเป๋าเดินทาง AMERICAN TOURISTER ลดสูงสุดกว่า 50% จากห้างสรรพสินค้าเซ็นทัล เฟสติวัล เชียงใหม่, The Baristro Pop Up Store, Tops Wine Cellar และรถไฟในสวิซ zb Die Zentralbahn (Switzerland)

    ร่วมด้วยสปอนเซอร์การจัดงานในครั้งนี้ อาทิ สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว TTAA, Thai-Amadeus Southeast Asia, TRAVELPORT, VICTORY TRAVEL CENTER, บริษัท ไทยเที่ยวนอกทัวร์ จำกัด, บริษัท เรียล เจอร์นีย์ จำกัด, บริษัท ยูนีค อินเตอร์ จำกัด, บจก. เบสอินเตอร์เนชั่นแนลเทรเวลแอนด์เอเจนซี่, Tune Insurance, TBO.COM, บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) และ CLUB MED

    และงานใน TITF NORTH 2025 ตลอด 3 วันได้จัดให้มีกิจกรรมมากมาย อาทิ การประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงกิจกรรมร่วมสนุกแจกของรางวัล จากการท่องเที่ยวต่างประเทศ สายการบิน และ การจับฉลากลุ้นรับตั๋วเครื่องบิน แพ็คเก็จทัวร์ และของที่ระลึกจากสายการบินมากมาย โดยทุกยอดชำระ 2,000 บาทภายในงาน รับคูปองชิงโชค รวมถึงทุกท่านที่ลงทะเบียนผ่าน QR CODE เข้างานมีสิทธิ์ร่วมลุ้นตั๋วเครื่องบินไปด้วยกันอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD/3762358/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VjY8G38HLD-nl7qKzbSqS

  • “ลดทั้งกาญจน์” กระตุ้นท่องเที่ยว รับคิงส์คัพ

    “ลดทั้งกาญจน์” กระตุ้นท่องเที่ยว รับคิงส์คัพ

    กาญจนบุรี 6 ก.ย.- ก่อนจะถึงศึกฟุตบอลคิงส์คัพ รอบชิงชนะเลิศ พรุ่งนี้ (7 ก.ย.) ระหว่างทีมชาติไทย กับ ทีมชาติอิรัก พาไปดูสถานที่ท่องเที่ยวและโครงการดีๆ ที่จังหวัดกาญจนบุรี เตรียมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวและแฟนบอลที่กำลังจะเดินทางมา -สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    ปทุมธานี 3 ก.ย. – เขยปืนโหด ถูกจับได้ว่าแอบคบกับน้องเมียวัย 13 ปี บุกยิงยกครัวเมียที่บ้านพัก ย่านปทุมธานี แม่ยาย-น้องเมีย-น้า เสียชีวิต ก่อนจบชีวิตตัวเองหนีความผิด เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.10 น. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จุดเกิดเหตุอยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง พบร่างนางทัศนี อายุ 46 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ด้านข้างโต๊ะกินข้าว ตามร่างกาย มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ข้างกันพบปลอกกระสุนปืนขนาด.380 ตกอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังพบร่างนายชัยวัฒน์ อายุ 43 ปี น้องชายนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนในบ้านพบ ด.ญ.วันเพ็ญ อายุ 13 ปี ลูกสาวนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บอีกราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยฯ […]

    รัฐสภา 3 ก.ย.-พรรคร่วมฯ ใหม่ ตบเท้าร่วมแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลกับ “ภูมิใจไทย” ก๊วน “สุชาติ-ธรรมนัส-สันติ” ร่วมด้วย ด้านงูเห่า “เพื่อไทย-ปชป.” โผล่โชว์ตัว บรรยากาศการประชุมพรรคภูมิใจไทย ภายหลังพรรคประชาชนมีมติโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลต่างทยอยเดินทางมาเพื่อรอแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลในเวลา 11:00 น. โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น สส.รวมไทยสร้างชาติ นำกลุ่ม 18 สส. เดินทางมาเป็นกลุ่มแรก อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามี สส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ของกลุ่มนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางมาร่วมแต่อย่างใด ขณะที่ตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ นำโดย ชัยมงคล ไชยรบ สส.สกลนคร และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตามมาด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่นำ สส.เพชรบูรณ์ มาร่วมด้วย จากนั้น พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมแกนนำพรรค เช่น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายไผ่ […]

    กรุงเทพฯ 2 ก.ย.- “ทักษิณ” ยอมรับผิด ไว้วางใจ “ธรรมนัส” มากเกินไป ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล ต้องรอดูพรรคประชาชน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ก.ย. สส.พรรคเพื่อไทย ประมาณ 10 คน ได้นัดเลี้ยงสังสรรค์ให้นายฉลาด ขามช่วง ที่ได้รับเลือกให้เป็นดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เมื่อเรื่องรู้ถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ จึงเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับนายฉลาด ด้วย โดยในวงรับประทานอาหาร นายทักษิณ พูดถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ถอนตัวจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยยอมรับผิดว่า “ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส มากเกินไป พี่ผิดไปแล้ว พี่ดูคนผิด” ทำให้ สส. ที่ร่วมวงอยู่นั้นสวนทันทีว่านายทักษิณ โดนคนหลอกตลอด ซึ่ง สส.ที่ร่วมวง ต่างเห็นตรงกันว่า ไม่เคยเห็นนายทักษิณ ยอมรับผิดแบบนี้มาก่อน เห็นได้ว่านายทักษิณ ได้แสดงท่าทีรู้สึกผิดมาก พร้อมกันนี้ สส. […]

    พรรคเพื่อไทย 2 ก.ย.- เปิดชื่อ 20 สส.เพื่อไทย เข้าชื่อส่งศาล รธน. ปมตุลาการหมดวาระ แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 20 สส.เพื่อไทย นำโดย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานวิปรัฐบาล ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการพิจารณาวินิจฉัย เรื่องพิจารณาที่ 17/2568 กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2568 ซึ่งเป็นวันวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป แทน นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง ดังนั้น เมื่อได้รับทราบถึงการมีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายสราวุธ แทนนายปัญญา ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว จึงไม่ควรที่จะให้ นายปัญญา […]

    ข่าวแนะนำ


    ภูมิใจไทย 6 ก.ย. – “อนุทิน” ว่าที่นายกฯ สุดชิล ใส่เสื้อฮาวายลายใบไม้ เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ประชุมแกนนำในวันหยุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ด้วยท่าทีผ่อนคลาย สีหน้ายิ้มแย้ม สวมเสื้อฮาวายลายใบไม้ เมื่อมาถึงผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ แต่นายอนุทิน ขอตัวขึ้นไปประชุมก่อน และระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีข่าว ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เตรียมความพร้อมในการจัดงานพิธีสำคัญ ภายหลังมีแกนนำพรรค และว่าที่รัฐมนตรีตามโผ ครม.อนุทิน 1 เช่น นายภราดร ปริศนานันทกุล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ส่งช่อดอกไม้มาแสดงความยินดี รวมไปถึงต้นกล้วยไม้สีขาวก้านยาว ในกระถางพลาสติกสีเขียวอ่อนขนาดใหญ่ ประมาณ 1 คนโอบ ติดนามบัตรมีชื่อของนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด.-314-สำนักข่าวไทย

    6 ก.ย.- กรมอุตุฯ เตือนภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ รับมือฝนถล่ม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก กรมอุตุนิยมวิทยาเผยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และตราด ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8 – 9 ก.ย. โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย – สำนักข่าวไทย

    พรรคภูมิใจไทย 5 ก.ย.-“อนุทิน” ขอบคุณเสียงโหวตนั่งนายกฯ คนที่ 32 เร่งเดินหน้าแก้ปัญหาทดแทนโอกาสที่เสียไป เผย วินาทีกราบพ่อ เป็นสิ่งแรกที่อยากทำ ฟอร์มทีม ครม.เรียบร้อยแล้ว บอกผมโอเค พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องโอเค นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภายหลังร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเปิดใจเป็นครั้งแรก หลังจากได้รับการโหวตเห็นชอบให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายอนุทินได้กล่าวขอบคุณประชาชน ในโอกาสที่ได้รับเสียงสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะถือเป็นเสียงของประชาชนที่ได้ใช้สิทธิ์ ผ่านสส. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สส.พรรคประชาชน และพรรคการเมืองที่ได้ลงคะแนนให้กับตน หรือพรรคที่ไม่ได้ลงคะแนนให้กับตน โดยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่มีนายชัยเกษม นิติสิริ ได้รับการเสนอชื่อโหวตชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อการโหวตผ่านพ้นไปแล้ว ก็อยากให้ทุกอย่างมันจบไปด้วยดี และอยากให้เราหันหน้าเข้าหากัน เพื่อทำงานให้กับประชาชน ให้กับประเทศ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ด้วยความรวดเร็ว เพื่อทดแทนโอกาสที่เสียไป ซึ่งตนเชื่อว่าหากเราหันหน้าทำงานด้วยกัน ก็จะทำให้ทะลุเป้าหมายต่างๆ ได้ ส่วนจะผลักดันนโยบายอะไรต่อขอยังไม่ลงรายละเอียด เมื่อถามถึงการเข้าพบนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้เป็นบิดา หลังจากได้รับการโหวตเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทินเล่าว่า นายชวรัตน์ ไม่ค่อยสบาย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งตนก็คิดว่านายชวรัตน์ ก็อยากให้ไปหา จึงเร่งไปกราบเป็นอันดับแรก เมื่อถามว่านายชวรัตน์ให้พรอะไรบ้าง […]

    กรุงเทพ 5 ก.ย.- “แพทองธาร” ระบุ จากวันนี้เพื่อไทยทุ่มเททำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตรวจสอบการทำงานรัฐบาล บอก ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมขอบคุณผู้สนับสนุน จะผ่านวันนี้ไปด้วยกัน และจะกลับมาด้วยหัวใจเพื่อประชาชน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานของพรรคเพื่อไทย เราผ่านสถานการณ์ทุกรูปแบบ ทั้งช่วงเวลาแห่งความสุข และช่วงเวลาที่ต้องแบกรับความยากลำบากร่วมกัน แต่สิ่งที่เราไม่เคยละวาง คือความหวัง โอกาส และอนาคตที่ดีกว่าของประชาชน จากวันนี้ เราจะทุ่มเททำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รักษาระบบรัฐสภาให้เดินหน้าตามวิถีทางประชาธิปไตย เราไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากรัฐบาลชุดใหม่นี้ แต่เราจะรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน ด้วยความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย ขอบคุณกำลังใจและการสนับสนุนจากทุกท่าน เราทราบดีว่า การเดินทางร่วมกับพรรคเพื่อไทยจนถึงวันนี้ ต้องใช้ความเข้มแข็งและอดทนถึงเพียงไหน เราจะผ่านวันนี้ไปด้วยกัน และจะกลับมาด้วยหัวใจเพื่อประชาชน .-316 -สำนักข่าวไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/sport-1582123&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WTx6sZ3fVbH8l9sXronWX

  • หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ติด TOP 10 จุดหมายสวรรค์นักชิมระดับโลก

    หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ติด TOP 10 จุดหมายสวรรค์นักชิมระดับโลก

    รายงาน Airbnb 2025 Summer Travel Trends ระบุว่านักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเลี่ยงเมืองหลวงที่แออัดและหันไปหาสถานที่ที่เป็น Hidden Gems หรือจุดหมายที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก และสำหรับประเทศไทย นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเลือกที่จะท่องเที่ยว “ราไวย์” แทน “ป่าตอง” ที่เต็มไปด้วยรีสอร์ทหรู อีกทั้งยังเลือก “ตลาดอาหารทะเลท้องถิ่น” แทน “ร้านไฟน์ไดนิ่งระดับไฮเอนด์”

    นอกจากนี้ ผลสำรวจผู้บริโภคล่าสุดโดย Panterra พบว่า เกือบครึ่งหนึ่ง หรือราว 47% ของนักเดินทางให้ความสำคัญกับ “อาหารท้องถิ่นแท้ๆ” เป็นอันดับหนึ่งในประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม 

    นักเดินทางทั่วโลกกว่า 1 ใน 5 ระบุว่าเลือกใช้บริการ Airbnb มากกว่าที่พักประเภทอื่นๆ เพราะต้องการประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบท้องถิ่น2 ซึ่งมีเสน่ห์เฉพาะตัว ที่ผสมผสานทั้งความเป็นท้องถิ่นและตัวเลือกใหม่ๆ  นอกจากนี้ ที่พักยูนีคบน Airbnb ไม่ว่าจะเป็นพูลวิลล่าส่วนตัว บ้านพักกลางสวนเขตร้อน หรือ วิลล่าติดทะเลสุดหรู ล้วนช่วยผลักดันให้หาดราไวย์กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายและความแออัดในเมืองใหญ่ เพื่อมาสัมผัสกับบรรยากาศท้องถิ่นในราคาที่เข้าถึงได้

    สำหรับนักเดินทางสายชิมที่กำลังมองหาจุดหมาย “สายกิน” แห่ ใหม่ Airbnb เปิดเผย 10 จุดหมายที่กำลังมาแรงที่สุดทั่วโลกในฤดูร้อนปี 2568 ได้แก่

    ·      อะลาซีโอ (Alassio), อิตาลี: เมืองชายฝั่งที่ให้บรรยากาศคล้ายเมืองโปซีตาโน (Positano) โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสด ดอกไม้และสมุนไพรท้องถิ่น รวมถึงน้ำมันมะกอกคุณภาพสูง

    ·      รอตเทอร์ดาม (Rotterdam), เนเธอร์แลนด์: เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ โด่งดังด้านอาหารนานาชาติสุดสร้างสรรค์ พร้อมทัวร์อาหารให้สายกินได้ดื่มด่ำ

    ·      ชีคลานา เดอ ลา ฟรอนเตรา (Chiclana de la Frontera), สเปน: เมืองชายหาดแถวคอสต้า เดอ ลา ลูซ (Costa de la Luz) มีร้านอาหารระดับโลกมากมาย โดยเฉพาะเมนูปลาทูน่าครีบน้ำเงิน

    ·      เบโล ฮอริซอนเต (Belo Horizonte), บราซิล: มีชื่อเสียงด้านอาหารดั้งเดิมของเมืองมินัส เจไรช์ (Minas Gerais) 
    เช่น ถั่วผัดสูตรพื้นเมือง (Feijão Tropeiro) ขนมปังชีส (Pão de Queijo) รวมถึงขึ้นชื่อด้านกาแฟท้องถิ่น

    ·      ชิลลอง (Shillong), อินเดีย: เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารพื้นเมืองเผ่า Khasi และสตรีทฟู้ดชื่อดัง

    ·      มาร์ลอท พาร์ค (Marloth Park), แอฟริกาใต้: ตั้งอยู่ติดอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ (Kruger) มีสภาพอากาศเหมาะสำหรับการปลูกองุ่น และเป็นที่ตั้งของโรงบ่มไวน์ชั้นดีหลายแห่ง

    ·      เมืองอารากาวะ (Arakawa City), ญี่ปุ่น: ย่านเงียบสงบในโตเกียวตะวันออก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่แทนย่านชิบูย่า สวรรค์ของนักชิม มีคลาสสอนทำราเมง-เกี๊ยวซ่า และถนนย่านการค้า Joyful Minowa ที่เต็มไปด้วยร้านกาแฟตระกูลเก่า

    economic-business-thai- food-rawai-beach-tourists-airbnb-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ·      หาดราไวย์, ประเทศไทย: ชายหาดเงียบสงบ ปลายสุดทางใต้ของภูเก็ต โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสดใหม่และวัตถุดิบท้องถิ่นที่สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรมอาหารไทย

    ·      ซานตา เตเรซิตา (Santa Teresita), อาร์เจนตินา: เมืองอาหารของบัวโนสไอเรส (Buenos Aires) ที่มีร้านอาหารรางวัลระดับโลกกว่า 50แห่ง อาหารท้องถิ่นหลากหลายที่ได้รับอิทธิพลจากอิตาลี สเปน และยุโรป

    ·      โอนีออนตา (Oneonta), นิวยอร์ก สหรัฐฯ: จุดหมายซ่อนเร้นในเทือกเขาแคทสกิลล์ (Catskills) มีโรงเบียร์ และร้านอาหารที่เน้นวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์ม

    จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ใหม่จากนักเดินทางทั่วโลกจำนวนมาก ที่เริ่มหันหลังให้กับเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความแออัด และเลือกจุดหมายปลายทางท้องถิ่นและเข้าถึงได้มากขึ้น Airbnb ได้ยกให้ หาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ชายหาดเงียบสงบทางตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสายกินระดับโลกที่มาแรงที่สุดสำหรับฤดูร้อนปี 2568 โดยมี “อาหารไทย” ที่ยังคงเป็นพลังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตลอดทั้งปี ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่แข็งแกร่งในการเชิญชวนให้ผู้คนมาสัมผัสรสชาติและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย 

    “หาดราไวย์” มีรากฐานจากหมู่บ้านชาวเล ปัจจุบันกลายเป็นจุดหมายปลายทางสายกินระดับโลก ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลายตามชายหาด โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสดใหม่ที่ชาวบ้านจับเองและส่งตรงมาที่ชายหาดทุกวัน ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเพื่อสัมผัสรสชาติอาหารทะเลสดๆ ตลาดท้องถิ่น และร้านอาหารริมหาดบรรยากาศเป็นกันเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-food-rawai-beach-tourists-airbnb&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TbAe4DNTD-_p3-RAyGL7l

  • วิทยาลัยครุศาสตร์ DPU จัดสัมมนาใหญ่ ชวนพลิกโฉม “ผู้นำ” และ “โรงเรียน” แห่งอนาคต ตอบรับยุคสมัย พัฒนาศักยภาพการศึกษาไทย

    วิทยาลัยครุศาสตร์ DPU จัดสัมมนาใหญ่ ชวนพลิกโฉม “ผู้นำ” และ “โรงเรียน” แห่งอนาคต ตอบรับยุคสมัย พัฒนาศักยภาพการศึกษาไทย

    นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา จัดสัมมนาวิชาการพัฒนาทักษะผู้บริหารการศึกษา เปิดมุมมองการบริหารการศึกษาไทยแนวใหม่

    วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดสัมมนาวิชาการด้านการบริหารการศึกษา วันที่ 30–31 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุม สนมสุทธิพิทักษ์อนุสรณ์ และห้องประชุม ดร.ไสวสุทธิพิทักษ์ โดยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่นที่1 และคณาจารย์ร่วมกันจัดงานครั้งนี้ในหัวข้อ “ผู้นำการศึกษายุคดิจิทัล กับปัญหาท้าทายของสังคมไทย” และ “EdChallenge: พลิกโฉมโรงเรียนสู่อนาคต” เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน

    การบริหารยุคใหม่ ‘ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี’

    สำหรับหัวข้อ “ผู้นำการศึกษายุคดิจิทัล กับปัญหาท้าทายของสังคมไทย” ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนแนวคิดกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ได้แก่ ดร. คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, รองศาสตราจารย์ ดร.ยศวีร์ สายฟ้า คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิยดา เหล่มตระกูล อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ และอดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภารกิจความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และนายบุญภพ จันทมัตตุการ ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งมิติการบริหารจัดการ การออกแบบการเรียนรู้ และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ

    ดร. คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช กล่าวถึงการศึกษาในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นว่าเยาวชนไทยต้องได้รับการพัฒนาทักษะสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีระบบ ความรอบรู้ดิจิทัล นวัตกรรม และการมี Growth Mindset ภายใต้แนวคิด Unplugged CODING พร้อมทั้งชี้ว่าการศึกษาไทยควรบูรณาการ STI (Science, Technology, Innovation) และต่อยอดจาก STEM สู่ STEAM เพื่อเชื่อมโยงศิลปะกับวิทยาศาสตร์ การจัดการเรียนรู้ที่อิงสมรรถนะอนาคตเหล่านี้ จะช่วยขับเคลื่อน เสริมศักยภาพ และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้สรุปว่า “การเรียนรู้ยุคใหม่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือศิลปะแห่งการใช้ชีวิตและการทำงานร่วมกัน”

    พลิกโฉมโรงเรียน สร้าง “นักคิด” แห่งอนาคต

    ขณะที่ในหัวข้อ “EdChallenge: พลิกโฉมโรงเรียนสู่อนาคต” ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนแนวคิดกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ได้แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา Keynote Speaker ของงาน และช่วงเสวนามี ดร.ปรเมศวร์ ชรอยนุช อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายสรวิศ ไพบูลย์รัตนากร ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ Saturday School และ ดร.ศรประภา สิริภัทรวิช หรือ ผอ.พีช ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย โดยมีใจความสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า การศึกษาในยุคใหม่ต้องเปลี่ยนจากการเน้น “เรียนเพื่อรู้” ไปสู่การ “เรียนเพื่อคิด” เพื่อสร้างนักเรียนที่พร้อมรับมือกับความท้าทายของสังคม  นอกจากนี้ บทบาทของครูต้องปรับเปลี่ยนจาก “ผู้สอน” มาเป็น “ผู้เอื้ออำนวย” ที่มีหน้าที่ฝึกให้นักเรียนคิด, ตั้งคำถาม และสะท้อนความคิดอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน สถาบันการผลิตครูในระดับอุดมศึกษาควรมีเป้าหมายเพื่อเป็นผู้สร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Expert Creator) การเรียนรู้เช่นนี้จะช่วยส่งเสริม การเรียนรู้เชิงลึก, การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการสร้างทักษะในการสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Reflection) ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถเติบโตเป็นพลเมืองที่มีทักษะการคิดเชิงบวก การคิดเชิงระบบ และการคิดเชิงออกแบบ โดยเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ วิทยากรทุกท่านเห็นตรงกันว่าจุดประสงค์การเรียนรู้นั้น ควรตั้งต้นจากการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดเจตคติ (Attitude) ก่อน แล้วให้เกิดการปฏิบัติ (Practice) และความรู้ (Knowledge) ตามลำดับ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ถูกต้องต่อการเรียนรู้และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าความรู้ที่สามารถหาได้ง่าย ดังนั้น การสร้างความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ และการเปิดพื้นที่การเรียนรู้นอกโรงเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เด็กได้ค้นพบความสนใจและความสามารถของตนเอง ควบคู่ไปกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นผู้ช่วยคิดต่อยอดจากความคิดของตนเอง โดยต้องอย่าลืมว่าไม่ควรเชื่อ AI 100% เพราะมนุษย์ยังคงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

    ช่วงท้ายของการเสวนาผู้เชี่ยวชาญยังได้ร่วมกันสะท้อนถึงภาพของโรงเรียนในอนาคตที่ไม่ใช่เพียงพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แต่เป็นพื้นที่แห่งความสัมพันธ์ โรงเรียนควรเป็นสถานที่ที่ครูอยากอยู่ และนักเรียนอยากเรียน เป็นบ้านที่ลดชนชั้นในการสื่อสาร เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม พร้อมกันนั้นยังมีการเน้นถึงความจำเป็นในการ “คืนครูสู่ห้องเรียนอย่างจริงจัง” โดยลดภาระงานธุรการที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ครูได้กลับมาโฟกัสกับแพชชันในการสอน และได้แบ่งปันความสุขจากการเห็นเด็กๆ มีความสุขและเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง ซึ่งเป็นวงจรที่หล่อเลี้ยงกันระหว่างครูกับนักเรียน และเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

    การเรียนรู้ทักษะผู้บริหารผ่านการปฏิบัติจริง

    ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พงษ์ภิญโญ แม้นโกศล คณบดีวิทยาลัยครุศาสตร์ DPU  กล่าวถึงการจัดโครงการสัมมนาทางวิชาการครั้งนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนที่ออกแบบให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับประเด็นสำคัญของการบริหารการศึกษาในปัจจุบัน และส่งเสริมศักยภาพของผู้บริหารการศึกษา

    ผศ.ดร. พงษ์ภิญโญ อธิบายเบื้องหลังของกิจกรรมครั้งนี้ว่า เป็นเวทีสำคัญที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพของผู้บริหารการศึกษา เพราะการจัดสัมมนามีรายละเอียดซ่อนอยู่มากมาย ตั้งแต่การเลือกรูปแบบงาน การควบคุมระบบออนไลน์ การประสานงานกับวิทยากร ไปจนถึงการรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิด จากประสบการณ์อันมีคุณค่าเหล่านี้ นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานที่มีรายละเอียดและความซับซ้อนสูง รวมถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในเชิงผู้บริหาร กระบวนการทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างทักษะเฉพาะตัว แต่ยังช่วยสร้างกรอบความคิดจากการเป็นผู้ปฏิบัติงานธรรมดาไปสู่การคิดเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารการศึกษาในยุคปัจจุบัน

    ผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมาย-โอกาสใหม่ในอาชีพ

    ผศ. ดร. พงษ์ภิญโญ ยังแสดงความชื่นชมผลงานของนักศึกษาที่สามารถจัดงานได้อย่างโดดเด่นเกินความคาดหมาย ที่นักศึกษาสามารถเชิญวิทยากรที่มีชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญระดับสูง นอกจากนี้ นักศึกษายังได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ในด้านเนื้อหาวิชาการ นักศึกษาก็สามารถเลือกสรรประเด็นที่น่าสนใจและสอดคล้องกับยุคสมัย เช่น การพลิกโฉมโรงเรียนในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญ

    From Teacher to Leader ค้นพบศักยภาพสู่การเป็นผู้นำทางการศึกษา

    หลักสูตรของ วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) มุ่งเน้นการพัฒนา ส่งเสริม และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ภายใต้แนวคิด “From Teacher to Leader” เพื่อก้าวจากครูผู้สอน สู่การเป็นผู้นำทางการศึกษาและผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ แนวคิดนี้สอดคล้องกับปรัชญาของมหาวิทยาลัย “DISCOVER  POTENTIAL UNLIMITED” ที่เชื่อมั่นว่าศักยภาพของมนุษย์ไร้ขีดจำกัด และสามารถถูกปลดปล่อยได้ผ่านการเรียนรู้ที่มีความหมาย

    ธงของหลักสูตรบริหารการศึกษา จึงไม่ใช่เพียงการผลิตครูที่เก่งการสอน แต่คือการหล่อหลอม ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และความเข้าใจเชิงกลยุทธ์ ผู้สำเร็จการศึกษาจะมีความสามารถในการกำหนดทิศทางโรงเรียน วางนโยบายเพื่อสนับสนุนครู และสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพสูง

    แนวทางนี้สะท้อนความเชื่อร่วมของนักวิชาการทั่วโลกว่า การศึกษาเป็นความหวังสำคัญของประเทศ และการสร้างผู้นำทางการศึกษาที่มุ่งพัฒนาโรงเรียนไปในทิศทางที่ถูกต้อง คือกุญแจสำคัญในการสร้างพลเมืองไทยที่มีคุณภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพประเทศอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/649251&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37QG6LbXP06yItQOLkSgo8

  • วว. ต้อนรับคณะผู้บริหาร บุคลากร เจ้าหน้าที่ กลุ่มผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ในโอกาสศึกษาดูงานระบบการติดตาม/บริหารจัดการ “ตาลเดี่ยวโมเดล”

    วว. ต้อนรับคณะผู้บริหาร บุคลากร เจ้าหน้าที่ กลุ่มผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ในโอกาสศึกษาดูงานระบบการติดตาม/บริหารจัดการ “ตาลเดี่ยวโมเดล”

    วว. ต้อนรับคณะผู้บริหาร บุคลากร เจ้าหน้าที่ กลุ่มผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ในโอกาสศึกษาดูงานระบบการติดตาม/บริหารจัดการ “ตาลเดี่ยวโมเดล”

    ดร.เรวดี อนุวัฒนา ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ ร่วมต้อนรับ คณะผู้บริหาร บุคลากร และเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กลุ่มผู้ตรวจราชการ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานระบบการติดตามและบริหารจัดการโครงการตาลเดี่ยวโมเดลจัดการขยะ สู่พลังงานและสร้างรายได้เพื่อความยั่งยืนของชุมชน ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ในวันที่ 5 กันยายน 2568

    มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ดีในการจัดการขยะมูลฝอยและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับชุมชน

    โดยการศึกษาดูงานในครั้งนี้ มุ่งเน้นการเรียนรู้รูปแบบการคัดแยกขยะต้นทาง การสร้างรายได้จากวัสดุรีไซเคิล และการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งถือเป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในพื้นที่อื่น ๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/954941&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yFy4TTP2YXlzc7g2SBdbv

  • เชียงราย-ชื่นชมเด็กเก่ง! นักเรียน ม.6 โรงเรียนเทิงวิทยาคม คว้าคะแนนสูงสุดศูนย์สอบภาคเหนือ รับทุนเต็มจำนวนไปแลกเปลี่ยนที่บอสตัน สหรัฐฯ | TOPNEWS

    เชียงราย-ชื่นชมเด็กเก่ง! นักเรียน ม.6 โรงเรียนเทิงวิทยาคม คว้าคะแนนสูงสุดศูนย์สอบภาคเหนือ รับทุนเต็มจำนวนไปแลกเปลี่ยนที่บอสตัน สหรัฐฯ | TOPNEWS

    เชียงราย-ชื่นชมเด็กเก่ง! นักเรียน ม.6 โรงเรียนเทิงวิทยาคม คว้าคะแนนสูงสุดศูนย์สอบภาคเหนือ รับทุนเต็มจำนวนไปแลกเปลี่ยนที่บอสตัน สหรัฐฯ

    วันที่ 5 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤต พรหมษานุวงศ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทิงวิทยาคม อ.เทิง จ.เชียงราย คว้าคะแนนสูงสุดอันดับ 1 ของศูนย์สอบภาคเหนือ ในการสอบวัดศักยภาพภาษาอังกฤษมาตรฐาน CEFR จากโครงการ English Language Development and Evaluation (ELDE Thailand) ซึ่งจัดโดยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ BeWise Global Exchange

    ผลจากความสามารถดังกล่าว ทำให้นักเรียนได้รับ โล่เกียรติยศ พร้อม ทุนการศึกษาเต็มจำนวน มูลค่า 248,000 บาท เพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมระยะสั้น 3 สัปดาห์ ที่เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 12 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆสำหรับการสอบครั้งที่ผ่านมา มีนักเรียนเข้าร่วมกว่า 400 คนทั่วประเทศ ซึ่งผู้ที่ทำคะแนนสูงสุดของแต่ละภูมิภาคจะได้รับทุนเต็มจำนวน ขณะที่ผู้ที่ได้คะแนน ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป จะได้รับโล่เกียรติยศจากโครงการ

    ในการเดินทางรอบเดือนตุลาคมนี้ โครงการ BeWise Global Exchange ได้มอบทุนเต็มจำนวนแก่นักเรียนไทยทั่วประเทศรวม 13 ทุน มูลค่ากว่า 3.2 ล้านบาท


    ทั้งนี้ โครงการ ELDE Thailand ยังคงเปิดรับสมัครสอบ เพื่อวัดศักยภาพภาษาอังกฤษมาตรฐาน CEFR พร้อมชิงทุนการศึกษาเต็มจำนวนและทุนสมทบรวมกว่า 100 ทุน มูลค่า 50,000 – 130,000 บาท โดยมีการจัดสอบ 14 สนามทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้เข้าถึงการพัฒนาทักษะภาษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1302096&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XtnYb_rnAqBn5dKwjRfHk

  • ภูมิใจไทย เตรียมฟื้นโครงการคนละครึ่ง ปรับรูปแบบใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน

    ภูมิใจไทย เตรียมฟื้นโครงการคนละครึ่ง ปรับรูปแบบใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน

    ภูมิใจไทย เตรียมฟื้นโครงการคนละครึ่ง ปรับรูปแบบใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน


    6/09/2568 | 82 |

    วันนี้ (6 ก.ย.68) นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าพรรคพร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเรื่องการฟื้นโครงการคนละครึ่งในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงทีมงานด้านนโยบาย มีการพูดคุยกันถึงมาตรการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น หนึ่งในนั้นคือโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ได้รับการพิจารณา แต่หากนำกลับมาใช้ก็อาจไม่ใช่รูปแบบเดิมทั้งหมด อาจมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้ครอบคลุมและตอบโจทย์มากขึ้น

    ทั้งนี้ ได้มีการพิจารณาโครงการดี ๆ หลายโครงการจากอดีต แม้อาจมีข้อบกพร่องบ้าง แต่ถ้าแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสม ก็น่าจะต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้ เช่นเดียวกับโครงการคนละครึ่ง ที่ในมุมมองของตนเองถือว่ามีประสิทธิภาพและกระแสตอบรับในโซเชียลได้รับผลตอบรับดีกว่าโครงการดิจิทัลวอลเลตที่ผ่านมา ทั้งในแง่การหมุนเวียนเงินในระบบ และความรู้สึกของประชาชน แม้งบประมาณที่ใช้จะไม่สูงมากนักก็ตาม

    นายสิริพงษ์ ยังกล่าวถึงแนวทางการดำเนินงาน พรรคภูมิใจไทยไม่ได้มุ่งเน้นที่จะลงทุนสร้างระบบใหม่ แต่จะใช้ระบบที่ภาครัฐมีอยู่แล้วและดำเนินการต่อได้ทันที เพื่อความรวดเร็วและประหยัดงบประมาณ ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปวงเงินชัดเจน เนื่องจากเป็นเพียงการหารือในหลักการ แต่คาดว่าเมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จ นายกรัฐมนตรีจะเร่งรัดสั่งการให้เริ่มดำเนินงานโดยเร็วที่สุด ภายใน 1 เดือนแรกหลังการแถลงนโยบาย และทั้งหมดต้องเกิดขึ้นภายใน 4 เดือนที่รัฐบาลมีเวลาในการทำงาน จุดประสงค์ของแนวนโยบายนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างคะแนนนิยม แต่ที่สำคัญคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอย่างเร่งด่วน


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/421432&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qQnWz9H_dEc3qEUF4NzqC

  • “ดาวโจนส์” ปิดลบ 220 จุด กังวลเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ

    “ดาวโจนส์” ปิดลบ 220 จุด กังวลเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (5 ก.ย.) หลังนักลงทุนประเมินระหว่างความกังวลด้านเศรษฐกิจกับความหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังการเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า การจ้างงานของสหรัฐฯ อ่อนแอลงอย่างมากในเดือนส.ค.

    ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,400.86 จุด ลดลง 220.43 จุด หรือ -0.48%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,481.50 จุด ลดลง 20.58 จุด หรือ -0.32% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,700.39 จุด ลดลง 7.30 จุด หรือ -0.03%

    โดยตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.3% ขณะที่ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.3% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.1%

    ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ร่วงหนักที่สุด โดยหุ้นกลุ่มธนาคารในดัชนี S&P500 ปิดร่วงลง 2.4%

    อย่างไรก็ตาม หุ้น Broadcom พุ่งขึ้น 9.4% ซึ่งช่วยพยุงตลาดไม่ให้ร่วงแรง หลังจากบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งซื้อชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์จากลูกค้ารายใหม่ และคาดการณ์รายได้ไตรมาส 4 สูงกว่าประมาณการ

    ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานใหม่เพียง 22,000 ตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมา ต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ที่ 75,000 ตำแหน่ง ซึ่งยืนยันถึงสัญญาณอ่อนแอในตลาดแรงงานสหรัฐฯ

    ในช่วงแรกตลาดดีดตัวขึ้นและทำสถิติใหม่หลังจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยต่อเนื่องตั้งแต่เดือนนี้ โดยมีการพิจารณาถึงการปรับลดดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50%

    โดยบรรดานักลงทุนจะรอดูข้อมูลเงินเฟ้อในสัปดาห์หน้า โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) รายเดือนของสหรัฐฯ มีกำหนดจะเปิดเผยในวันพฤหัสบดีหน้า

    นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า รายงานการจ้างงานในวันศุกร์ยืนยันถึงตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง และเป็นเหตุผลสนับสนุนการลดดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนนี้

    ด้าน BofA Global Research คาดว่า เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนก.ย. และธ.ค.

    จากการคำนวณของ LSEG ตลาดสัญญาดอกเบี้ยสหรัฐฯ ประเมินความเป็นไปได้ 7% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ และความเป็นไปได้ 93% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25%

    การคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปิดบวก 1% และดัชนีหุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยในตลาดฟิลาเดลเฟียพุ่งขึ้น 2.1%

    โดยหุ้น Kenvue ร่วง 9.3% หลัง Wall Street Journal รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐฯ มีแผนประกาศว่า การใช้ยาพาราเซตามอล Tylenol ของ Kenvue ในหญิงตั้งครรภ์อาจเชื่อมโยงกับการเกิดโรคออทิสติก

    ในบรรดาหุ้นที่ร่วงหนักอื่น ๆ นั้น หุ้น Lululemon Athletica ดิ่งลง 18.6% หลังบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าโยคะปรับลดคาดการณ์กำไรทั้งปีลงเป็นครั้งที่สอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/780633&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ImcMfFruN9zXT6kO_l0Hz

  • ภูมิใจไทยเล็งคืนชีพ “คนละครึ่ง” หวังกระตุ้นเศรษฐกิจใน 4 เดือนสั้น ๆ

    ภูมิใจไทยเล็งคืนชีพ “คนละครึ่ง” หวังกระตุ้นเศรษฐกิจใน 4 เดือนสั้น ๆ


    รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเผย นโยบายฟื้น “คนละครึ่ง”  อยู่ระหว่างหารือ หวังกระตุ้นการใช้จ่ายระยะสั้น ย้ำทำให้เร็วที่สุดเพราะรัฐบาลมีเวลาจำกัดเพียง 4 เดือน

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสที่รัฐบาลอนุทินต้องการฟื้นคืนโครงการคนละครึ่ง ทว่ากรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และทีมนโยบายมีการพูดคุยกันว่านโยบายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น จะมีอะไรบ้าง ซึ่งโครงการคนละครึ่งก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่อาจจะมีอะไรที่มากกว่า เช่น เรื่องสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น ซึ่งเรามีการรับฟังโครงการต่าง ๆ ที่เป็นโครงการที่ดีในอดีต ซึ่งโครงการเหล่านี้น่าจะนำมาต่อยอดได้ และทำให้ดีขึ้น ข้อผิดพลาดของหลายโครงการที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด ถ้าดีแต่ยังมีข้อผิดพลาดเราจะนำมาปรับปรุง

    ส่วนโครงการคนละครึ่งได้ประโยชน์มากกว่าโครงการดิจิทัลวอลเลตใช่หรือไม่ นายสิริพงษ์กล่าวว่า ถ้าดูจากกระแสการตอบรับจากโซเชียลมีเดียและสื่อต่าง ๆ คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น และตัวเม็ดเงินที่ใช้ในระบบไม่ได้มากเท่า แต่ความรู้สึกของคนเรื่องการหมุนของเงินน่าจะดีกว่า ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะมีการสั่งการและยืนยันว่าจะทำให้เร็วที่สุด

    แต่แนวทางที่คุยกันไม่เน้นการลงทุนกับแอปพลิเคชั่นใหม่ หากระบบรัฐที่ดีก็จะใช้ต่อ สำหรับงบประมาณที่ใช้นั้นยังไม่ได้ดูในรายละเอียดเป็นการพูดคุยในหลักการเท่านั้น และต้องดูว่ามีงบประมาณเท่าใด ซึ่งนโยบายหลักต้องรอนายกรัฐมนตรี

    เมื่อถามว่า การแถลงนโยบายคาดว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีเวลาทำงานแค่ 4 เดือน ทั้งหมดต้องเกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

    ส่วนการนำนโยบายนี้กลับมาใช้เพื่อเป็นการปูทางในการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/35118&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iNTAVG1OG1gKTo3XbxU0U

  • สิริพงศ์หนุนฟื้นคนละครึ่ง เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจสั้น ไม่ใช่หาเสียงเลือกตั้ง

    สิริพงศ์หนุนฟื้นคนละครึ่ง เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจสั้น ไม่ใช่หาเสียงเลือกตั้ง

    สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าภูมิใจไทย ย้ำแนวคิดฟื้นโครงการคนละครึ่ง เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น ปัดปูทางหาเสียงเลือกตั้ง

    วันนี้ (6 กันยายน 2568) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่ากรรมการบริหารพรรคได้หารือถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น โดยหนึ่งในทางเลือกคือการฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งเคยได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนในอดีต พร้อมทั้งมองว่าอาจต่อยอดด้วยสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น และปรับแก้ข้อผิดพลาดจากรอบที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

    เขาระบุว่าเมื่อเทียบกับโครงการดิจิทัลวอลเลต โครงการคนละครึ่งใช้งบประมาณน้อยกว่าแต่สร้างความรู้สึกถึงการหมุนเวียนของเงินในระบบได้ดีกว่า โดยรัฐบาลใหม่จะไม่เน้นการลงทุนพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ แต่จะอาศัยระบบที่มีอยู่แล้ว ทั้งนี้ยังไม่ได้กำหนดรายละเอียดของงบประมาณ และต้องรอนโยบายหลักจากนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล

    เมื่อถูกถามถึงข้อกังวลว่าการรื้อฟื้นโครงการนี้อาจเป็นการปูทางสู่การหาเสียงเลือกตั้ง นายสิริพงศ์ยืนยันว่ามุ่งเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้นเป็นหลัก โดยเน้นว่ารัฐบาลมีเวลาเพียง 4 เดือนในการขับเคลื่อน จึงต้องทำให้เกิดผลลัพธ์โดยเร็วที่สุด


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/news/525666.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TEL-3SuDShERVUc5M9VKF