Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘อนุทิน’ โชว์ตัว ‘ว่าที่ 3 รมต.ทีมเศรษฐกิจป้ายแดง’ ล้อมวงกินเค้กส้ม | เดลินิวส์

    ‘อนุทิน’ โชว์ตัว ‘ว่าที่ 3 รมต.ทีมเศรษฐกิจป้ายแดง’ ล้อมวงกินเค้กส้ม | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดื่มกาแฟร่วมกัน ที่ร้านจานิสตาร์ ชั้น 1 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ภายหลังหารือร่วมกันที่บริเวณชั้นบน

    นายอนุทินได้แนะนำตัวแต่ละคนให้สื่อมวลชน พร้อมระบุถึงว่าที่ตำแหน่งที่ชัดเจนอย่าง นายสีหศักดิ์ จะมาเป็น รมว.การต่างประเทศ นายเอกนิติ จะมาเป็น รมว.คลัง พร้อมระบุว่าเลือกจากความสามารถ ประสบการณ์ความทุ่มเทเสียสละ ซึ่งเมื่อทั้งหมดตอบรับชัดเจน ก็ไม่ต้องมาคอยคาดการณ์ว่าใครจะดำรงตำแหน่งอยู่ตรงไหน เดี๋ยวจะทำงานกันไม่สะดวกเพราะเวลาเรามีน้อย ก็จะเริ่มเตรียมงานและประสานงานกันไว้ก่อน หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็จะได้ทำงานได้เลย 

    นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า รัฐมนตรีในสัดส่วนคนนอกยังมีอีก หลังจากนี้ก็จะทยอยแนะนำให้พี่น้องประชาชนรับทราบ ที่แน่แล้วคือกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ

    เมื่อถาม ความคาดหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากกระทรวงการคลังในระยะสั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค ว่าที่ รมว.คลัง อยู่ในกระทรวงการคลัง มาโดยตลอด มีประสบการณ์ การทำงาน ทั้ง ต่างประเทศและในประเทศ เป็นอธิบดีมาหลายกรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมธนารักษ์ ท่านมีความรู้ความสามารถ ที่จะประสานงานกับฝ่ายประจำ ทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีปัญหา

    ส่วนการฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ถ้าเป็นประโยชน์และเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน วันนี้ก็ดูเต็มฟีด ก็จะเร่งมอบหมายให้ว่าที่ รมว.คลัง เร่งพิจารณา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็จะได้ดำเนินการต่อไป เพราะเวลาเรามีน้อย ไม่มาก

    ส่วนจะมีการสานต่อจากแอปพลิเคชันเดิมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า “อะไรที่ดี ก็จะทำต่อ เราไม่มีเข้ามาแล้วบอกว่าอันนี้ไม่ใช่ของเรา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลของผมจะไม่ทำ”

    ส่วน รมว.การต่างประเทศ ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา แก้ไข MOU 43 และ 44 นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าพูดถึงชื่อ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในวงการการทูต ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจ น่าจะมีความพึงพอใจและมั่นใจ รัฐบาลนี้เข้ามา ท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะฉะนั้น ต้องนำผู้ที่มีประสบการณ์ ต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติแก้ไขปัญหาโดยเร็ว 

    ส่วนรัฐมนตรีมั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญ ต้องวางพื้นฐานให้เป็นระยะยาว ส่วนมองว่าเป็นเผือกร้อนหรือไม่ ยืนยันว่าทุกอย่างต้องให้ความสำคัญ

    นายอนุทิน ยังยอมรับว่า กว่าว่าที่รัฐมนตรีโควตา “คนนอก” จะตอบรับ ตนใช้เวลาหลายวันหลายคืน เพราะอธิบดีเอกนิติ มีอายุราชการเหลืออีก 6 ปี ซึ่งความรู้ความสามารถ ยังมีอนาคตในทางราชการ สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้อีก แต่ท่านก็เสียสละ เราเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องประเทศชาติ เรื่องพี่น้องประชาชนมีความสำคัญ ซึ่งคุณสมบัติความรู้ความสามารถของท่าน ขณะนี้ต่อให้พ้นวาระนี้ไป คงจะมีเส้นทางในอาชีพของท่านได้มากมาย ซึ่งท่านขอเวลาคิด 2-3 คืน ก็ตัดสินใจมาร่วมทำงาน ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ท่านตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยมุ่งมั่นถึงประเทศของเรา และพี่น้องประชาชน

    “หน้าตา ครม. ไม่ขี้เหร่แน่นอน ต้องเป็น ครม. ที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย สโลแกนทำวันนี้เสร็จเมื่อวานของผมก็ยังถือว่าเป็นแนวทางการทำงานของพวกเราอยู่” นายอนุทิน กล่าว

    ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลจะให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะทำให้เร็วที่สุด และคอยคิดถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ทางการเมือง และเรื่องทางการเมืองตนคิดว่ามีความชัดเจนแล้ว อีก 4 เดือนก็ต้องยุบสภา ดังนั้นต้องทำทุกอย่างภายในอีก 4 เดือน ให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้าและการแก้ปัญหาให้มากที่สุด

    เมื่อถามว่า มีโครงการใดที่ ครม.ชุดใหม่ ต้องการทำเพิ่มอีกบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ให้ใจเย็นๆ ให้รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายในแต่ละกระทรวง มีอำนาจเต็มที่ในการกำหนดนโยบายด้วยความรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอว่าหัวหน้ารัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ ซึ่งจะมาพูดว่าเดี๋ยวจะขัดกับพรรคโน้นพรรคนี้หรือไม่ ตนรับรองว่าไม่มี เราจะเอาประสบการณ์ที่มีของรัฐบาล 2-3 ชุดที่ผ่านมา ที่เห็นจุดอ่อนของการมีปัญหาและไม่ทำงาน ที่กังวลเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบกัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ระหว่างที่นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็น รมว.พลังงาน ได้ตามมาสมทบในห้องกาแฟ

    ทำให้นายอนุทิน พูดขึ้นมาว่า ท่านมาแล้ว ความลับแตกหมดเลย ก่อนจะหัวเราะ จากนั้นนายอรรถพล ก็ได้แนะนำตัวเอง ตำแหน่งที่เคยเป็นอดีต CEO ของ ปตท. ก่อนที่นายอนุทินจะแซวขึ้นมาว่า “ไม่ได้เอามาเป็น รมว.วัฒนธรรม อย่างแน่นอน”

    ส่วนเหตุผลที่ทาบทามนายอรรถพลนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่ตนบอกว่าเป็นรัฐบาลที่มีภารกิจแน่นอน เราต้องได้ผู้ที่เข้ามาแล้ว ทำงานได้เลย ไม่ต้องมาเรียนรู้งาน แต่ละท่านที่เข้ามาก็ล้วนแต่เป็นผู้บริหารสูงสุดในองค์กรที่ท่านกำลังจะเข้าไปรับผิดชอบ ดังนั้นจะเป็นการสร้างความมั่นใจว่า เราจะสามารถเดินหน้าได้ดี ไม่ต้องรำมวย 

    เมื่อถามว่า กระทรวงกลาโหมควรจะเป็นทหารเข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการประจำกระทรวงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องการให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ

    ส่วนกระแสข่าวที่จะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แข่งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า หากตรงไหนมีความชัดเจน ก็จะพามาเปิดตัวเช่นนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนรับทราบโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้นการที่ยังไม่พาคนอื่นมา แสดงว่ายังไม่แล้วเสร็จ หรือมีคำถามที่จะต้องเคลียร์กันก่อน

    ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้ จำเป็นจะต้องเป็น พล.อ.ประวิตร หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าถามแบบนี้ อะไรที่ตอบได้ก็ตอบ เพราะสไตล์การทำงานของตนไม่ต้องการให้ประชาชนมาคาดการณ์ใดๆ ถ้ามีความชัดเจนแล้ว ก็จะนำมาแนะนำตัวต่อพี่น้องประชาชนทุกคน ให้รับรู้ รับทราบ ว่ารัฐบาลจะเป็นไปในทางใด พยายามจะทำงานให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ให้ทำเหมือนว่ามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศร่วมกัน ฝ่ายการเมืองอย่างพวกเรา ฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว

    เมื่อถามว่า ภาพของ “ครม.อนุทิน” จะออกมาเป็นแบบใด นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นภาพมืออาชีพที่ทำงาน ผู้ที่ร่วมทำงานทุกคนมีความเป็นพี่น้องสมัครสมาน สามัคคี เพราะตนเป็นสมาชิกใน 36 คน มาหลายสมัย มีความรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวแทบจะไม่เลย คุยแต่เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เคยมีการตัดสินใจร่วมกันเลย ภาพแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของตนแน่นอน เนื่องจากทุกคนจะต้องเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน และเข้าใจภารกิจที่เรามีอย่างจำเพาะ ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่พรรคนี้เสนอ พรรคนี้ค้าน หัวหน้ารัฐบาลไม่ใช่มองว่าอันนี้ไม่เกิดประโยชน์กับพรรคตนเอง ก็ให้เรื่องช้าหน่อย สิ่งเหล่านี้จะไม่มี

    ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงตำแหน่งของนายสันติ ที่จะมานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นายอนุทิน รีบปัดตอบว่า ฝ่ายการเมืองเดี๋ยวมาพูดคุยกัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่รัฐมนตรีป้ายแดงทั้ง 3 คน ได้นั่งพูดคุยกับนายอนุทินด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง และมีการเสิร์ฟเมนู “เค้กส้ม” ด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5089622/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hdZ8h_3Il_-B5ABnJLDJe

  • เศรษฐกิจไทย H2/68 โตแผ่ว 1.3% จากขยายตัว 3.0%ใน H1 ส่งออก-การเมือง-ท่องเที่ยวเผชิญด่านหิน : อินโฟเควสท์

    เศรษฐกิจไทย H2/68 โตแผ่ว 1.3% จากขยายตัว 3.0%ใน H1 ส่งออก-การเมือง-ท่องเที่ยวเผชิญด่านหิน : อินโฟเควสท์

    ทีมวิจัยกรุงศรี มีมุมมองเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 68 ว่า มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากหลายทาง ทั้งปัจจัยภายนอกจากการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สู่อัตรา 19% ส่งผลให้ภาคการส่งออกสินค้าของไทยที่เคยเป็นแรงส่งหลักในช่วงครึ่งปีแรกมีแนวโน้มหดตัว ส่วนปัจจัยภายในประเทศมีความซับซ้อนและเปราะบางมากขึ้นจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

    วิจัยกรุงศรี จึงประเมินว่า หากการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจยังมีความต่อเนื่อง คาดว่าทั้งปี 68 เศรษฐกิจไทยจะยังเติบโตได้ตามคาดการณ์เดิมที่ 2.1% โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะขยายตัวเพียง 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งชะลอลงจาก 3.0% ในช่วงครึ่งแรก โดยมีปัจจัยในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนี้

    1. ภาคส่งออกสูญเสียแรงขับเคลื่อน การส่งออกที่เติบโตสูงในช่วงครึ่งแรกของปี (+15.0% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) ส่วนใหญ่มาจากการเร่งสะสมสินค้าล่วงหน้า (Front-loaded exports) ก่อนที่สหรัฐฯ จะขึ้นอัตราภาษีนำเข้า

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่าแรงส่งดังกล่าวจะลดลงอย่างรุนแรง จากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อสินค้าไทย ซึ่งเพิ่มจากอัตรา 10% ในเดือนเม.ย. เป็นอัตรา 19% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มอ่อนแรงลงจะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศและกิจกรรมในภาคการผลิตทั่วโลก จึงคาดว่าการส่งออกของไทยทั้งปี 68 จะขยายตัวเพียง 3.5%

    1. การลงทุนภาคเอกชนเผชิญความท้าทายที่เพิ่มขึ้น แม้การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 2 จะกลับมาขยายตัวได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส (+4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำในปี 67 และการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นจากการเร่งส่งออกล่วงหน้า

    อย่างไรก็ตาม แรงส่งดังกล่าวอาจขาดความต่อเนื่อง โดยทั้งปีคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะเติบโตในระดับต่ำที่ 0.9% แม้ยังพอมีปัจจัยบวกอยู่บ้างจากการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กของภาครัฐวงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท แต่การลงทุนภาคเอกชนยังมีความเปราะบางอยู่มาก ท่ามกลางปัจจัยลบจากความกังวลเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ล่าช้ากว่าคาด และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

    1. ภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มหดตัวเป็นปีแรกหลังฟื้นตัวจากโควิด ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 21.9 ล้านคน ลดลง -7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงอย่างมากของนักท่องเที่ยวจีน (ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการฟื้นตัวเพียง 40% เมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค วิจัยกรุงศรีจึงคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 68 จะลดลงเหลือ 34 ล้านคน จาก 35.5 ล้านคนในปี 67 ซึ่งเป็นการลดลงรายปีครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 64
    2. การบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันโดยหลายปัจจัย แม้การบริโภคจะได้แรงหนุนจากนโยบายบางส่วนของภาครัฐ อาทิมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ผลเชิงบวกอาจมีจำกัดเนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างและปัจจัยฉุดรั้งต่าง ๆ ทั้งผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อการจ้างงานและรายได้ครัวเรือน รายได้เกษตรกรที่ลดลงเนื่องจากราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ซบเซา ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ การบริโภคในช่วงที่เหลือของปีจึงมีแนวโน้มเติบโตต่ำ

    ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1-2 ครั้ง ภายในไตรมาสแรกของปี 69 จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและบรรเทาภาวะทางการเงินที่ตึงตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปี 68 มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.2% ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ 1-3% ซึ่งนับเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยเปิดทางให้ กนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้

    น.ส.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ และผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา(BAY) กล่าวว่า ในภาพรวม เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 68 มีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงและความผันผวนสูง จากทั้งปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และผลพวงจากข้อตกลงการค้าไทย-สหรัฐฯ โดยเฉพาะประเด็นภาษีสินค้าสวมสิทธิ์ (Transshipment Tariff) และการเสนออัตราภาษี 0% ให้กับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความเสี่ยงภาวะ Twin Influx หรือการไหลทะลักของสินค้าสหรัฐฯ ที่จะซ้ำเติมการไหลทะลักของสินค้าจีนเข้าสู่ไทย

    นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ปัจจุบันเสถียรภาพทางการเมืองยังคงเปราะบาง โดยในกรณีฐานคาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีจะอยู่ในวงจำกัด ส่วนในกรณีเลวร้าย หากพัฒนาการทางการเมืองมีผลกระทบต่อความต่อเนื่องและประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ รวมถึงการเจรจาทางการค้ากับประเทศสำคัญ เศรษฐกิจไทยอาจสูญเสียแรงส่งการฟื้นตัวและเผชิญความเสี่ยงที่จะขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ในกรณีฐานได้

              
    ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
    % เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน 2567 2568 (ครึ่งแรก) 2568 (ทั้งปี)
    GDP 2.5 3.0 2.1
    การบริโภคภาคเอกชน 4.4 2.3 2.4
    การบริโภคภาครัฐ 2.5 2.8 1.5
    การลงทุนภาคเอกชน -1.6 1.4 0.9
    การลงทุนภาครัฐ 4.8 17.5 4.7
    มูลค่าส่งออก (สกุลดอลลาร์) 5.9 15.0 3.5
    มูลค่านำเข้า (สกุลดอลลาร์) 5.5 12.0 5.0
    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ล้านคน) 35.5 16.7 34
    อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 0.4 0.4 0.2
    อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (% ณ สิ้นปี) 2.25 1.75 1.25
    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/527399&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gxCAY0H0-5kHSunM9aSnr

  • ภูมิใจไทยจ่อฟื้น “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ปัดปูทางหาเสียงเลือกตั้ง

    ภูมิใจไทยจ่อฟื้น “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ปัดปูทางหาเสียงเลือกตั้ง

    Logo Thairath

    สมาชิก

    ค้นหา

    วิดีโอ

    ภูมิใจไทยจ่อฟื้น “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ปัดปูทางหาเสียงเลือกตั้ง

    6 ก.ย. 2568 12:10 น.

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รับ รัฐบาลที่นำโดยว่าที่นายกฯ “อนุทิน” เตรียมปัดฝุ่น “โครงการคนละครึ่ง” เพิ่มสิทธิประโยชน์ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ปัดปูทางหาเสียงเลือกตั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath_news/news-update/1167555&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14cfi5jkJmnVBo9f1U0EP_

  • ส.อ.ท. หนุนรัฐบาลเฉพาะกิจ เดินหน้า ศก.เต็มสูบใน 4 เดือน สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

    ส.อ.ท. หนุนรัฐบาลเฉพาะกิจ เดินหน้า ศก.เต็มสูบใน 4 เดือน สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

    เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงความเห็นต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ภายหลังการโหวตเลือกอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเฉพาะกิจ โดยมีวาระการทำงาน 4 เดือนว่า เราหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ และกล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะในทีมเศรษฐกิจหลัก เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะสิ่งนี้จะเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้ทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ แม้จะเป็นรัฐบาลระยะสั้น ก็ควรรีบเร่งทำงานอย่างเต็มที่ทันที

    อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ระยะเวลา 4 เดือนนับว่าสั้นมาก สำหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบภาษี การพัฒนาทักษะแรงงาน หรือการวางยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน ซึ่งต้องใช้ความต่อเนื่องหลายปีจึงเห็นผลชัดเจน ในระยะเวลาจำกัดนี้ รัฐบาลจึงควรเน้นมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาปัญหาเร่งด่วนและสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ดี

    สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ต้องการเห็นภายใน 4 เดือน ส.อ.ท. เสนอว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการ ดังนี้

    •  บรรเทาค่าครองชีพและต้นทุนพลังงาน ที่ส่งผลโดยตรงต่อประชาชนและผู้ประกอบการ

    •  ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาษี และมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย

    •  เร่งรัดการเจรจาการค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ และตลาดสำคัญ เพื่อไม่ให้การเจรจาสะดุดจากการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

    •  ปรับปรุงระบบธุรกิจและภาษี ให้ทันสมัย ลดความซ้ำซ้อน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

    ประธาน ส.อ.ท.กล่าวเพิ่มเติมว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังเป็นประเด็นหลักที่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุน ภาคธุรกิจและหน่วยงานราชการหลายแห่งอยู่ในภาวะ “wait and see” ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ทำได้เพียงประมาณ 50% ของเป้าหมาย ซึ่งกระทบต่อการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินมาตรการได้อย่างชัดเจน การเจรจาการค้าระหว่างประเทศอาจหยุดชะงัก และการลงทุนใหม่ ๆ อาจล่าช้าออกไป ซึ่งจะเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลเฉพาะกิจในช่วงเวลาเพียง 4 เดือนนี้

    “แม้รัฐบาลจะมีเวลาจำกัด แต่ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะสร้างแรงกระตุ้นต่อเศรษฐกิจ และสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้รัฐบาลถาวรในอนาคตมาสานต่อ ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้มาตรการเหล่านี้เกิดผลจริง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-government-investors&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ofxT6ZLPzuJdtXqttnZpP

  • “สิริพงศ์” ยอมรับ ภท.จ่อฟื้นคนละครึ่ง หวังเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

    “สิริพงศ์” ยอมรับ ภท.จ่อฟื้นคนละครึ่ง หวังเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

    “สิริพงศ์” ยอมรับ ภท.จ่อฟื้นคนละครึ่ง หวังเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยอมรับภายหลังกระแสข่าวที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ต้องการฟื้นคืนโครงการคนละครึ่งว่า กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย มีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และทีมนโยบายมีการพูดคุยกันว่า นโยบายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น จะมีอะไรบ้าง ซึ่งโครงการคนละครึ่ง ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่อาจจะมีอะไรที่มากกว่า เช่น เรื่องสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น ซึ่งก็มีการรับฟังโครงการต่าง ๆ ที่เป็นโครงการที่ดีในอดีต ที่สามารถนำมาต่อยอดได้ และทำให้ดีขึ้น 

    ส่วนมองเพราะโครงการคนละครึ่ง ได้ประโยชน์มากกว่าโครงการดิจิทัลวอลเลตหรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ บอกว่า ถ้าดูจากกระแสการตอบรับจากโซเซียลมีเดีย และสื่อต่าง ๆ ก็คิดว่า น่าจะเป็นเช่นนั้น และตัวเม็ดเงินที่ใช้ในระบบไม่ได้มากเท่า แต่ความรู้สึกของคนเรื่องการหมุนของเงินน่าจะดีกว่า ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะมีการสั่งการ และยืนยันว่า จะทำให้เร็วที่สุด แต่แนวทางที่คุยกัน จะไม่เน้นการลงทุนกับแอปพลิเคชันใหม่ หากระบบรัฐที่ดีก็จะใช้ต่อ 

    ส่วนหลังการแถลงนโยบายคาดจะแล้วเสร็จเมื่อใดนั้น นายสิริพงศ์ ระบุว่า นายกรัฐมนตรี มีเวลาทำงาน แค่ 4 เดือน ทั้งหมดต้องเกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมยืนยันว่า การนำนโยบายนี้กลับมาเพื่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพื่อเป็นการปูทางในการหาเสียงเลือกตั้ง

    ทั้งนี้ ยังมีรายงานว่า ภายหลัง นายอนุทิน เข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว เตรียมมาตรการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” เพื่อฟื้นกำลังซื้อของประชาชน เนื่องจาก เป็นนโยบายที่ประชาชน และผู้ประกอบการชื่นชอบ สามารถลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้ และทุกฝ่ายได้ประโยชน์ กระตุ้นเศรษฐิจได้อย่างกว้างขวาง และยังเคยเป็นนโยบายที่ได้รับความนิยม ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378966494&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ysOolBBn-azUuw_zMmAm3

  • สนามบินตรัง เปิด Soft-Opening อาคารผู้โดยสารใหม่ รองรับเที่ยวบินในประเทศ

    สนามบินตรัง เปิด Soft-Opening อาคารผู้โดยสารใหม่ รองรับเที่ยวบินในประเทศ

    สนามบินตรัง เปิด Soft-Opening อาคารผู้โดยสารใหม่ รองรับเที่ยวบินในประเทศ

    นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ท่าอากาศยานตรังได้เปิดให้บริการอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ อย่างไม่เป็นทางการ (Soft-Opening) ซึ่ง ทย. ได้เตรียมความพร้อมโดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทดสอบการให้บริการผู้โดยสารแบบจำลอง (Simulation) ในสถานการณ์ผู้โดยสารเดินทางจำนวน 50 คน ตามขั้นตอนการให้บริการผู้โดยสารภายในประเทศ โดยมีผู้โดยสารของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3241 สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL824 และสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD592 เนื่องในโอกาสที่ท่าอากาศยานตรังเปิดใช้งานอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่อย่างไม่เป็นทางการ (Soft-Opening) เป็นวันแรก

    สนามบินตรัง เปิด Soft-Opening อาคารผู้โดยสารใหม่ รองรับเที่ยวบินในประเทศ


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12745489&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IwVkE0bcMVTrKaqSuYQqT

  • เวียดนามดันโครงการรีสอร์ตครบวงจร “วั่นดอน” 6.7 หมื่นล้าน เปิดปี 2032

    เวียดนามดันโครงการรีสอร์ตครบวงจร “วั่นดอน” 6.7 หมื่นล้าน เปิดปี 2032

    โครงการรีสอร์ทแบบบูรณาการ Van Don (วั่นดอน) Integrated Resort ในจังหวัดกว๋างนิญห์ ประเทศเวียดนาม กำลังกลายเป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์ด้านการท่องเที่ยวและบันเทิงที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในภูมิภาค โดยบริษัท Sun Group ผู้พัฒนาโครงการได้ประกาศลงทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างรีสอร์ทขนาดใหญ่บนพื้นที่ราว 245 เฮกตาร์ ที่โอบล้อมด้วยผืนป่าและมีพื้นที่ติดทะเล โดยรีสอร์ทแห่งนี้ถูกออกแบบให้มีทั้งโรงแรมสูง 30 ชั้น อาคารสำนักงาน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปะและความบันเทิง รวมถึงคาสิโนขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วย โต๊ะเกม 214 โต๊ะ และ ตู้สล็อตกว่า 2,140 เครื่อง ภายใต้ใบอนุญาตที่มีอายุยาวนานสูงสุดถึง 70 ปี

    การพัฒนาจะดำเนินไปตามแผนงาน 3 เฟส โดยเฟสแรกใช้งบลงทุนราว 25.1 ล้านล้านดองเวียดนาม หรือประมาณ 964 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยเฟสที่สองลงทุน 22.1 ล้านล้านดอง (ราว 849 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเฟสสุดท้ายอีก 4.3 ล้านล้านดอง (ราว 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งทั้งหมดคาดว่าจะใช้เวลาการก่อสร้างรวมประมาณ 9 ปี ทำให้โครงการมีกำหนดเปิดดำเนินการในปี 2032

    ในเชิงนโยบาย โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับการทดลองเปิดให้คนเวียดนามสามารถเข้าคาสิโนได้ หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลได้อนุญาตให้ประชาชนบางกลุ่มเข้าเล่นที่ Corona Resort & Casino บนเกาะฟู้ก๊วกภายใต้โครงการนำร่อง

    ล่าสุดได้มีการปรับปรุงเงื่อนไข เช่น การเพิ่มค่าธรรมเนียมเข้าคาสิโนเป็นราว 100 ดอลลาร์สหรัฐ และยกเลิกข้อกำหนดการพิสูจน์ฐานะทางการเงิน โดย Van Don IR จะเป็นหนึ่งในรีสอร์ทที่รวมสิทธิ์ให้ชาวเวียดนามเข้าร่วมภายใต้นโยบายใหม่นี้ ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางการเปิดเสรีของรัฐบาลเวียดนามในการพัฒนาอุตสาหกรรมบันเทิงและคาสิโน เพื่อผลักดันเศรษฐกิจ การลงทุนและการท่องเที่ยวในระยะยาว

    เดิมที วั่นดอน (Vân Đồn) เป็นหนึ่งในท่าเรือการค้าสำคัญของเวียดนามมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์เหงียนและก่อนหน้านั้นยังเคยเป็นจุดติดต่อกับพ่อค้าจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างคึกคัก ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีบทบาทสำคัญต่อเส้นทางการค้าทางทะเลและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมายาวนาน การที่รัฐบาลเวียดนามเลือก Van Don ให้เป็นที่ตั้งของรีสอร์ทแบบบูรณาการขนาดใหญ่ จึงไม่เพียงแต่สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ แต่ยังเชื่อมโยงกับบทบาททางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ในฐานะ “ประตูการค้า” ที่สำคัญมาตั้งแต่อดีต

    สำหรับโครงการใหม่นี้ บริษัท Sun Group ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนารีสอร์ทบนพื้นที่ราว 245 เฮกตาร์ ซึ่งโอบล้อมด้วยภูมิประเทศที่มีทั้งป่าเขียวชอุ่มและพื้นที่ติดทะเล สิ่งก่อสร้างหลักจะประกอบด้วยโรงแรมสูง 30 ชั้น อาคารสำนักงาน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปะและความบันเทิง รวมถึงคาสิโนขนาดใหญ่ที่มี โต๊ะเกม 214 โต๊ะ และ ตู้สล็อตกว่า 2,140 เครื่อง โดยรัฐบาลได้มอบใบอนุญาตที่มีอายุสูงสุดถึง 70 ปี แผนพัฒนาจะดำเนินการในสามเฟส ใช้งบประมาณเฟสแรกกว่า 25.1 ล้านล้านดองเวียดนาม (ราว 964 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เฟสสอง 22.1 ล้านล้านดอง (ราว 849 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเฟสสุดท้าย 4.3 ล้านล้านดอง (ราว 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รวมระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 9 ปี ก่อนจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบในปี 2032

    ที่มา: IAG

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/729990&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2F_ZSRFEPpkfrqHotRWjXx

  • เผยญี่ปุ่นเป็นอันดับ 1 ของสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปซ้ำ

    เผยญี่ปุ่นเป็นอันดับ 1 ของสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปซ้ำ

    โตเกียว 6 ก.ย. – ผลสำรวจล่าสุดของบริษัทโฆษณาชั้นนำ “เดนสึ อิงค์” (Dentsu Inc) พบว่า ประเทศญี่ปุ่นได้รับเลือกให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอันดับหนึ่งที่คนอยากกลับไปเที่ยวซ้ำอีกครั้ง ส่วนหนึ่งมาจากอาหารและสินค้าที่มีคุณภาพของประเทศนี้

    สำนักข่าวเกียวโด รายว่า ในแบบสำรวจออนไลน์ที่สอบถามความคิดเห็นจากผู้คนใน 20 ประเทศ ซึ่งเคยเดินทางไปต่างประเทศมาแล้วหลายแห่งว่าอยากกลับไปเที่ยวสถานที่ไหนอีก ซึ่งปรากฏว่า ญี่ปุ่นมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยคะแนนร้อยละ 52.7 ตามมาด้วยเกาหลีใต้ ร้อยละ 20.0 และสหรัฐอเมริกา ร้อยละ 16.6

    เหตุผลที่ผู้คนสนใจในอาหารและสินค้าญี่ปุ่น รวมถึงคุณภาพของสินค้ามือสอง มีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยเรื่องค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ซึ่งมักถูกอ้างว่าเป็น

    เหตุผลหลักที่จำนวนนักท่องเที่ยวของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ได้แก่ คนให้ความสนใจนอาหารและสินค้าญี่ปุ่น รวมถึงคุณภาพของสินค้ามือสอง มากกว่าปัจจัยเรื่องค่าเงินเยนที่อ่อนค่า

    สำหรับสินค้าในร้านสะดวกซื้อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่ผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ ซูชิ ร้อยละ 46.9 และไอศกรีม ร้อยละ 45.1 ในขณะที่ข้าวปั้นและขนมหวาน ได้รับเลือกร้อยละ 43.3

    แบบสำรวจนี้จัดทำขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน โดยสอบถามประชาชน 12,400 คน ใน 20 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สเปน ไต้หวัน ประเทศไทย เวียดนาม และสหรัฐ

    ในบรรดา 47 จังหวัดของญี่ปุ่น กรุงโตเกียว เมืองฮอกไกโด เมืองโอซากา และเมืองเกียวโต อยู่ในอันดับต้นๆ ของรายชื่อเมืองที่เป็นที่รู้จักและเคยมาเยือนแล้ว ในทางตรงกันข้ามสัดส่วนของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปในพื้นที่ชนบทและไม่ได้ไปกรุงโตเกียว เมืองนาโกยา เมืองโอซากา หรือเมืองเกียวโตนั้นมีจำนวนน้อย

    ในบรรดาผู้ที่เคยไปเยือนพื้นที่ชนบทนั้น มีถึงร้อยละ 96.2 ที่พึงพอใจกับประสบการณ์ที่ได้รับ และร้อยละ 93.4 กล่าวว่าอยากกลับไปเที่ยวอีกครั้ง

    เจ้าหน้าที่ของเดนสึก กล่าวว่า แม้การท่องเที่ยวในพื้นที่ชนบทจะมี “ศักยภาพสูง” แต่ก็ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข จากผลสำรวจระบุว่า การขาดจุดให้บริการ Wi-Fi การสนับสนุนด้านภาษาที่หลากหลาย และความยากในการเดินทางเข้าไป ทำให้ผู้คนไม่อยากไปเที่ยวในพื้นที่ชนบท.-813.-สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    ปทุมธานี 3 ก.ย. – เขยปืนโหด ถูกจับได้ว่าแอบคบกับน้องเมียวัย 13 ปี บุกยิงยกครัวเมียที่บ้านพัก ย่านปทุมธานี แม่ยาย-น้องเมีย-น้า เสียชีวิต ก่อนจบชีวิตตัวเองหนีความผิด เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.10 น. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จุดเกิดเหตุอยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง พบร่างนางทัศนี อายุ 46 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ด้านข้างโต๊ะกินข้าว ตามร่างกาย มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ข้างกันพบปลอกกระสุนปืนขนาด.380 ตกอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังพบร่างนายชัยวัฒน์ อายุ 43 ปี น้องชายนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนในบ้านพบ ด.ญ.วันเพ็ญ อายุ 13 ปี ลูกสาวนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บอีกราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยฯ […]

    รัฐสภา 3 ก.ย.-พรรคร่วมฯ ใหม่ ตบเท้าร่วมแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลกับ “ภูมิใจไทย” ก๊วน “สุชาติ-ธรรมนัส-สันติ” ร่วมด้วย ด้านงูเห่า “เพื่อไทย-ปชป.” โผล่โชว์ตัว บรรยากาศการประชุมพรรคภูมิใจไทย ภายหลังพรรคประชาชนมีมติโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลต่างทยอยเดินทางมาเพื่อรอแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลในเวลา 11:00 น. โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น สส.รวมไทยสร้างชาติ นำกลุ่ม 18 สส. เดินทางมาเป็นกลุ่มแรก อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามี สส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ของกลุ่มนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางมาร่วมแต่อย่างใด ขณะที่ตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ นำโดย ชัยมงคล ไชยรบ สส.สกลนคร และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตามมาด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่นำ สส.เพชรบูรณ์ มาร่วมด้วย จากนั้น พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมแกนนำพรรค เช่น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายไผ่ […]

    กรุงเทพฯ 2 ก.ย.- “ทักษิณ” ยอมรับผิด ไว้วางใจ “ธรรมนัส” มากเกินไป ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล ต้องรอดูพรรคประชาชน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ก.ย. สส.พรรคเพื่อไทย ประมาณ 10 คน ได้นัดเลี้ยงสังสรรค์ให้นายฉลาด ขามช่วง ที่ได้รับเลือกให้เป็นดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เมื่อเรื่องรู้ถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ จึงเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับนายฉลาด ด้วย โดยในวงรับประทานอาหาร นายทักษิณ พูดถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ถอนตัวจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยยอมรับผิดว่า “ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส มากเกินไป พี่ผิดไปแล้ว พี่ดูคนผิด” ทำให้ สส. ที่ร่วมวงอยู่นั้นสวนทันทีว่านายทักษิณ โดนคนหลอกตลอด ซึ่ง สส.ที่ร่วมวง ต่างเห็นตรงกันว่า ไม่เคยเห็นนายทักษิณ ยอมรับผิดแบบนี้มาก่อน เห็นได้ว่านายทักษิณ ได้แสดงท่าทีรู้สึกผิดมาก พร้อมกันนี้ สส. […]

    พรรคเพื่อไทย 2 ก.ย.- เปิดชื่อ 20 สส.เพื่อไทย เข้าชื่อส่งศาล รธน. ปมตุลาการหมดวาระ แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 20 สส.เพื่อไทย นำโดย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานวิปรัฐบาล ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการพิจารณาวินิจฉัย เรื่องพิจารณาที่ 17/2568 กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2568 ซึ่งเป็นวันวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป แทน นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง ดังนั้น เมื่อได้รับทราบถึงการมีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายสราวุธ แทนนายปัญญา ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว จึงไม่ควรที่จะให้ นายปัญญา […]

    ข่าวแนะนำ


    พรรคภูมิใจไทย 6 ก.ย.- “อนุทิน” โชว์ตัว ว่าที่ 3 รมต.ทีมเศรษฐกิจป้ายแดง ล้อมวงกินเค้กส้ม “เอกนิติ” นั่งขุนคลัง เตรียมนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้ปล่อยฟื้นคนละครึ่งกระแสเต็มฟีด ขณะ “สีหศักดิ์” เตรียมนั่ง รมว.กต. มั่นใจชื่อนี้นานาชาติยอมรับ รับเผือกร้อนแก้ปมชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะ “อรรถพล” อดีต CEO ปตท. นั่ง รมว.พลังงาน ทำงานได้เลยไม่ต้องรำมวย ยอมรับเก้าอี้กลาโหม ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ ปัดตอบชิงดำ “บิ๊กป้อม-ธรรมนัส” นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีต ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดื่มกาแฟร่วมกันที่ร้านจานิสตาร์ ชั้น 1 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ภายหลังหารือร่วมกันที่บริเวณชั้นบน ทั้งนี้ คาดว่านายสีหศักดิ์ ถูกทาบทาม […]

    ทำเนียบ 6 ก.ย. – รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดเดิม ส่งเจ้าหน้าที่ทยอยขนของออกจากทำเนียบรัฐบาล​ หลัง​สภาฯ โหวตเลือก “อนุทิน​” นั่งนายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เริ่มมีการทยอยขนของออกจากทำเนียบรัฐบาล หลังสภาฯ มีมติโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ บรรดารัฐมนตรีและทีมงานของรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ส่งทีมงานทยอยเก็บของ ก่อนเวลาประมาณ​ 10.00 น.​ พบรถบรรทุก​ 6 ล้อ​ คลุมผ้าใบทึบ ออกจากบริเวณหลังตึกไทยคู่ฟ้า​ รวมไปถึงมีเจ้าหน้าที่มาล้างทำความสะอาดและเปลี่ยนน้ำยาเครื่องปรับอากาศใหม่ ทั้งตึกไทยคู่ฟ้า และตึกบัญชาการ 1 และมีการขนภาพวาดติดฝาผนังออกจากห้องทำงานของนางสาวหทัย ทิวไผ่งาม​ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ แม้ว่าจะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์​ มีการแจ้งเตรียมขนของของรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดเดิมออก ทั้งวันเสาร์และอาทิตย์.-314-สำนักข่าวไทย

    ภูมิใจไทย 6 ก.ย. – “อนุทิน” ว่าที่นายกฯ สุดชิล ใส่เสื้อฮาวายลายใบไม้ เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ประชุมแกนนำในวันหยุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ด้วยท่าทีผ่อนคลาย สีหน้ายิ้มแย้ม สวมเสื้อฮาวายลายใบไม้ เมื่อมาถึงผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ แต่นายอนุทิน ขอตัวขึ้นไปประชุมก่อน และระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีข่าว ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เตรียมความพร้อมในการจัดงานพิธีสำคัญ ภายหลังมีแกนนำพรรค และว่าที่รัฐมนตรีตามโผ ครม.อนุทิน 1 เช่น นายภราดร ปริศนานันทกุล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ส่งช่อดอกไม้มาแสดงความยินดี รวมไปถึงต้นกล้วยไม้สีขาวก้านยาว ในกระถางพลาสติกสีเขียวอ่อนขนาดใหญ่ ประมาณ 1 คนโอบ ติดนามบัตรมีชื่อของนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด.-314-สำนักข่าวไทย

    6 ก.ย.- กรมอุตุฯ เตือนภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ รับมือฝนถล่ม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก กรมอุตุนิยมวิทยาเผยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และตราด ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 8 – 9 ก.ย. โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย – สำนักข่าวไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/world-1582161&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BN0UyZKPeEzP3G1zscMOu

  • ระเบิดความมันส์ การแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน 2568 ท่าน้ำนนท์

    ระเบิดความมันส์ การแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน 2568 ท่าน้ำนนท์

    นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีเป็นประธานในพิธีเปิดงานแข่งขันเรือยาวประเพณีส่งเสริมการท่องเที่ยว ชิงถ้วยพระราชทาน ประจำปี 2568 พร้อมด้วยนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี พลเรือโท นฤพล เกิดนาค นายกสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารเทศบาลฯ,หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด ณ บริเวณปะรำพิธี ริมเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี วันที่ 6 กันยายน 2568

    เทศบาลนครนนทบุรี ได้กำหนดจัดโครงการงานแข่งขันเรือยาว ประเพณี ส่งเสริมการท่องเที่ยวชิงถ้วยพระราชทาน ประจำปี 2568 ครั้งที่16 ขึ้น ระหว่างวันที่ 6-7 กันยายน 2568 ณ บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ริมเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี ซึ่งได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 16 แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี และรณรงค์ปลูกฝังจิตสำนึก ในการอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยาและวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวจังหวัดนนทบุรี ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ มีเรือสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน จากทั่วประเทศ จำนวน 32 ลำ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2ประเภท ได้แก่

    1 ประเภทเรือยาวใหญ่ ได้แก่

    • เรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย ก.1 ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จ
      พระเจ้าอยู่หัว พร้อมรางวัลเงินสด จำนวน 300,000บาท
    • เรือยาวใหญ่ 55ฝีพาย ก.2ชิงถ้วยเกียรติยศ พร้อมรางวัล
      เงินสด จำนวน 100,000บาท

    2 ประเภทเรือยาวเล็ก ได้แก่

    • เรือยาวเล็ก 30 ฝีพาย ก.1 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ
      พระบรมราชินี พร้อมรางวัลเงินสด จำนวน 150,000บาท
    • เรือยาวเล็ก 30 ฝีพาย ก.2 ชิงถ้วยเกียรติยศ พร้อมรางวัล
      เงินสด จำนวน 60,000 บาท
      ในการจัดงานดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี จากหน่วยงาน
      ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ได้แก่
      1 สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย
      2 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร
      3 เทศบาลนครปากเกร็ด
      4 เทศบาลเมืองบางศรีเมือง
      5 เทศบาลเมืองไทรม้า
      6 กรมเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี
      7 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)
      8 การประปานครหลวง
      9 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
      10 บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด
      11 บริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป จำกัด
      12 บริษัท บางชื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด
      13 บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/239896&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oYvygGyXKcGVFH73ySVWi

  • หอการค้าเชียงใหม่ ร่วมเปิด TITF NORTH 2025 มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ

    หอการค้าเชียงใหม่ ร่วมเปิด TITF NORTH 2025 มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ

    หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเปิด THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025) มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ

    ช่วงเย็นวันที่ 5 กันยายน 2568 หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และ YEC หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025) มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ โดยมี คุณกันชกา สุวณิชย์ ประธานชมรมไทยบริการท่องเที่ยว ภาคเหนือ ขึ้นกล่าวต้อนรับ และกล่าวเปิด ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นทรัลเฟส)

    ชมรมไทยบริการท่องเที่ยวภาคเหนือ (TTAA Northern Chapter) จัดงาน “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ภาคเหนือ 2025” มหกรรมการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ภายใต้ชื่อ “THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025)” ตั้งแต่วันที่ 5 – 7 กันยายน 2568 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น1 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นทรัลเฟส) พบ 7 บูธ การท่องเที่ยวต่างประเทศ, 15 บูธ สายการบิน, 2 บูธ เรือสำราญ, 17 บูธ เทรเวลเอเยนซี่ และรวมสนุกลุ้นตั๋วเครื่องบินในงานอีกด้วย

    สำหรับงาน “THAI INTERNATIONAL TRAVEL FAIR NORTH 2025 (TITF NORTH 2025)” นี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันของการท่องเที่ยวแต่ละประเทศ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการของสายการบิน พันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ การสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรการท่องเที่ยว และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว และชมรมไทยบริการท่องเที่ยวภาคเหนือ ให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง รวมถึงการเปิดโอกาสให้สมาชิกของชมรมฯ ได้เข้าร่วมออกบูธภายในงาน ซึ่งมีบูธเข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างคับคั่งเช่น

    7 บูธ การท่องเที่ยวต่างประเทศ การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น, การท่องเที่ยวประเทศเกาหลี, การท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย, การท่องเที่ยวประเทศไต้หวัน, การท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์, การท่องเที่ยวจังหวัดชิบะ และสถานกงสุลอินเดีย จังหวัดเชียงใหม่

    15 บูธ สายการบิน อาทิ การบินไทย, ไทยแอร์เอเชีย, ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์, ไชน่าแอร์ไลน์, อี วี เอ แอร์, สตาร์ลักซ์, อธิฮัท แอร์เวย์, ซาอุเดีย แอร์ไลน์, ไลอ้อนแอร์, นกแอร์, ไทย เวียดเจ็ท แอร์, ภูฏาณแอร์ไลน์, เมียนม่า อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์เวย์ส, เซ็นทรุม แอร์ และบางกอกแอร์เวย์

    2 บูธ เรือสำราญ อาทิ ทัวร์เรือสำราญ รอยัล คาริบเบี้ยน ครุยส์ และ รีเกล อินเตอร์เนชั่นแนล

    17 บูธ เทรเวลเอเยนซี่ อาทิ มานิตย์บริการท่องเที่ยว เชียงใหม่, WIN TRAVEL & TOUR, RUBY TRAVEL, CHIANGMAI QUALITY TOUR, Standard Tour, GLOBAL TOUR 1995, SHOWNUEATOUR โชว์เหนือทัวร์, Chatuporn Tour & Travel, Nakornping Inter Group 2021 Co.,Ltd, บ้านนกทัวร์, SESUNTOUR สีสันทัวร์, P.D. EXPRESS CHIANG MAI TOUR, Chiangmai Pacific World, Ranvel Tour Plus Service, Dive Vacation, Best Star Travel, Cm wonder tour & Carrent

    บูธ ผู้สนับสนุน อาทิ YouTrip Travel Card, AIS, กระเป๋าเดินทาง AMERICAN TOURISTER ลดสูงสุดกว่า 50% จากห้างสรรพสินค้าเซ็นทัล เฟสติวัล เชียงใหม่, The Baristro Pop Up Store, Tops Wine Cellar และรถไฟในสวิซ zb Die Zentralbahn (Switzerland)

    ร่วมด้วยสปอนเซอร์การจัดงานในครั้งนี้ อาทิ สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว TTAA, Thai-Amadeus Southeast Asia, TRAVELPORT, VICTORY TRAVEL CENTER, บริษัท ไทยเที่ยวนอกทัวร์ จำกัด, บริษัท เรียล เจอร์นีย์ จำกัด, บริษัท ยูนีค อินเตอร์ จำกัด, บจก. เบสอินเตอร์เนชั่นแนลเทรเวลแอนด์เอเจนซี่, Tune Insurance, TBO.COM, บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) และ CLUB MED

    และงานใน TITF NORTH 2025 ตลอด 3 วันได้จัดให้มีกิจกรรมมากมาย อาทิ การประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงกิจกรรมร่วมสนุกแจกของรางวัล จากการท่องเที่ยวต่างประเทศ สายการบิน และ การจับฉลากลุ้นรับตั๋วเครื่องบิน แพ็คเก็จทัวร์ และของที่ระลึกจากสายการบินมากมาย โดยทุกยอดชำระ 2,000 บาทภายในงาน รับคูปองชิงโชค รวมถึงทุกท่านที่ลงทะเบียนผ่าน QR CODE เข้างานมีสิทธิ์ร่วมลุ้นตั๋วเครื่องบินไปด้วยกันอีกด้วย

    #TITFNORTH2025 #TITFNORTH #หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ #CCC25 #YECหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ #YECCM #ChiangmaiForward

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3762840/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0PJqXrW-3N4XOUnRKD8Vdn