Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “แอ๊ดวานซ์ กรุ๊ป เอเชีย” รวมพลังเทศบาลนครหัวหิน เก็บขยะชายหาดหัวหิน สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน

    “แอ๊ดวานซ์ กรุ๊ป เอเชีย” รวมพลังเทศบาลนครหัวหิน เก็บขยะชายหาดหัวหิน สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน

    5 กันยายน 2568 15:34 น. สยามรัฐออนไลน์ ข่าวทั่วไทย

    รักษ์ทะเล! “แอ๊ดวานซ์ กรุ๊ป เอเชีย” รวมพลัง เทศบาลนครหัวหิน เก็บขยะชายหาดหัวหิน สร้างการท่องเที่ยวยั่งยืน

    วันที่ 5 ก.ย.68 บริษัท แอ๊ดวานซ์ กรุ๊ป เอเชีย สาขาหัวหิน จับมืออีก 4 สาขา ได้แก่ พระราม 2, พุทธมณฑล, นครปฐม และหัวหิน พร้อมด้วยพันธมิตรในพื้นที่ ร่วมจัดกิจกรรม “หนึ่งวันเพื่อทะเล AGA CLEANDAY เพื่อสิ่งแวดล้อม” ณ ชายหาดหัวหิน บริเวณทางลงข้างโรงแรมเซนทารา โดยมี นางสาวไพลิน กองพันธ์ รองนายเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดกิจกรรม ร่วมด้วย นายฐานทัต ไชยขาว ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม, นายธนุเดช พูนน้อย รักษาการหัวหน้าฝ่ายบริหารงานสาธารณสุข พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลนครหัวหิน พนักงานบริษัทในเครือแอ๊ดวานซ์ กรุ๊ป เอเชีย และ กลุ่มลูกค้าในพื้นที่ รวมพลังลงพื้นที่เก็บขยะชายหาด ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ตั้งแต่หน้าโรงแรม เซ็นทารา โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ไปจนถึงหน้าโรงแรมแมริออท หัวหิน

    นางสาวไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวว่า “หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ การรักษาความสะอาดชายหาดถือเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เทศบาลนครหัวหินยินดี สนับสนุนทุกภาคส่วนที่เข้ามามีบทบาทในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน”

    ด้าน นางสาววิสาข์ สืบทอง ผู้จัดการบริหาร เขต 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย CSR เพื่อสิ่งแวดล้อม มุ่งปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทะเล ลดปัญหาขยะพลาสติกที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ และรักษาความสวยงามของชายหาดหัวหิน เพื่อคงความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกใฝ่ฝันจะมาเยือน

    สำหรับขยะที่เก็บได้ในกิจกรรมครั้งนี้ จะถูกคัดแยกเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างแบบอย่างที่ดีในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงยั่งยืนของหัวหินต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/649282&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IHje9KAi5TKhGQagTR0lR

  • สกู๊ปพิเศษ : ประจวบคีรีขันธ์ เตรียมขับขาน 9 บทเพลงถวายพ่อ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.9 ครบรอบ 9 ปี

    สกู๊ปพิเศษ : ประจวบคีรีขันธ์ เตรียมขับขาน 9 บทเพลงถวายพ่อ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.9 ครบรอบ 9 ปี

    วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    Tag :

    ที่ห้องประชุมสำนักงานกองการท่องเที่ยวและกีฬาเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายปทาน พูลสวัสดิ์ ประธานกลุ่มเพ็ญพุธประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นางสาวณรัชต์หทัย เหมือนประสิทธิเวช หัวหน้าคณะผู้ก่อการดีย์ หรือคุณแป้ง นักร้องสร้างสุข วงดนตรีปล้ำแรง พันจ่าอากาศเอก ประสิทธิ์ สิทธิกิจ หรือคุณลุงประสิทธิ์ อดีตหัวหน้านายช่างประจำเครื่องบินพระที่นั่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 นายณภัทร อุบลน้อย ผอ.กองการท่องเที่ยวและกีฬาเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันประชุมหารือเตรียมจัดกิจกรรม 9 บทเพลงถวายพ่อ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวาระโอกาสครบรอบ 9 ปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา ณ บริเวณวิหารพระอุปคุต ด้านหน้าสะพานสราญวิถี ริมชายหาดทะเลอ่าวประจวบฯ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ในวันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2568 เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 -20.00 น.เป็นต้นไป

    โดยกิจกรรมดังกล่าว เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับ กลุ่มเพ็ญพุธประจวบคีรีขันธ์ และคณะผู้ก่อการดีย์ ร่วมกันจัดขึ้น ซึ่งภายในกิจกรรมประกอบด้วย เวลา 16.00-17.00 น.การแสดงบทเพลงต่างๆของวงดนตรีปล้ำแรง เวลา 17.00-17.30 น.ร่วมกันสวดมนต์เจริญสมาธิและแผ่เมตตา เวลา 17.30-18.30 น.รับฟังการบรรยายสด”ความดีของพระมหากษัตริย์ไทย” เวลา 18.40-18.50 น.การแสดงชุด 4 ภาครวมใจเทิดไท้องค์ภูมิพล พ่อของแผ่นดิน โดยชมรมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นประธานในพิธีถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เวลา 18.50-19.30 น.ร่วมกันร้องขับขานจำนวน 9 บทเพลงถวายพ่อ นำโดย นางสาวณรัชต์หทัย เหมือนประสิทธิเวช หรือพี่แป้ง วงปล้ำแรง และหัวหน้าคณะผู้ก่อการดี จากนั้นในเวลา 19.30 – 20.00 น.เป็นพิธีมอบข้าวสารมงคล จากโรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย จำนวน 365 ถุงให้แก่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ทั้งนี้ จึงขอให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมแต่งกายสวมใส่เสื้อสีเหลืองเข้าร่วมงานโดยพร้อมเพียงกัน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/912308&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw32AKWXE19o5aqKCb5APXXd

  • ไทยแลนด์ น่าเที่ยว “เขาใหญ่” คว้าอันดับ 2 จุดหมายชนบทยอดนิยม ในเอเชีย ตอกย้ำเสน่ห์ธรรมชาติของ ไทยสู่เวทีท่องเที่ยวระดับโลก

    ไทยแลนด์ น่าเที่ยว “เขาใหญ่” คว้าอันดับ 2 จุดหมายชนบทยอดนิยม ในเอเชีย ตอกย้ำเสน่ห์ธรรมชาติของ ไทยสู่เวทีท่องเที่ยวระดับโลก

    5 กันยายน 2568 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อโกด้า แพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัลชื่อดัง ได้จัดอันดับ “จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมในเอเชีย” สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่

    โดย “เขาใหญ่” ของประเทศไทยคว้าอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากคาเมรอน ไฮแลนด์ (มาเลเซีย) ส่วนอันดับอื่น ๆ ได้แก่ ปุนจัก (อินโดนีเซีย), ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้)

    การจัดอันดับนี้พิจารณาจากจุดหมายปลายทางในพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คน จาก 8 ประเทศในเอเชีย โดยอ้างอิงข้อมูลการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 สิงหาคม 2568 สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มองหาธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีเรียบง่าย และบรรยากาศผ่อนคลายท่ามกลางภูเขาและเนินเขา

    “การที่เขาใหญ่ติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยมในเอเชีย ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย เขาใหญ่มีทั้งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้ สัตว์ป่า น้ำตก และกิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลาย เหมาะกับทั้งการพักผ่อนและการผจญภัย อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ซึ่งล้วนสะท้อนเสน่ห์ความเป็นไทยที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชม”

    “รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล เพื่อสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ชุมชน และยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน“

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/56748&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3M7H0PN7zpG-9yLbv7tNBy

  • เช็กดวงประจำวันที่ 6 ก.ย. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต “กรกฎ” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “สิงห์” | เดลินิวส์

    เช็กดวงประจำวันที่ 6 ก.ย. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต “กรกฎ” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “สิงห์” | เดลินิวส์

    สุริยคติกาล วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568 ค.ศ. 2025 จันทรคติกาล ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1387 อาทิตย์อุทัย เวลา 06.07 น.เที่ยงจริง เวลา 12.17 น. อาทิตย์ตก เวลา 18.27 น. จันทร์ตก เวลา 05.20 น.

    วันนี้ เวลา 00.00-21.54 น. ดาวจันทร์เสวยธนิษฐนักษัตรฤกษ์ที่ 23 ประกอบด้วยเทศาตรีแห่งฤกษ์หรือเวสิโยแห่งฤกษ์ เทศาตรี แปลว่า ข้ามถิ่น หมายถึงฤกษ์พ่อค้าข้ามถิ่น เวลา 21.55-24.00 น. ดาวจันทร์เสวยศตภิสัชนักษัตรฤกษ์ที่ 24 ประกอบด้วยเทวีแห่งฤกษ์ เทวี แปลว่า นางพญา หมายถึง สตรีผู้มีฐานะและตำแหน่งสูง เวลา 00.00-21.54 น.-ห้ามทำการมงคล เวลา 21.55-24.00 น.-ทำการมงคลได้สารพัดตามฤกษ์บนหมวดเทวีฤกษ์ ทิศที่เป็นมงคล-อุดร (เหนือ) ทิศอัปมงคล-ทักษิณ (ใต้) สีประจำวัน-ดำ สีสิริมงคล-ฟ้า น้ำเงิน สีอัปมงคล-เขียวสด ราศีที่ดาวศรีสถิต-กรกฎ ราศีที่ดาวกาลีสถิต-สิงห์

    เกิดวันนี้ เด็กชาย เป็นคนกล้าหาญ เมื่อเด็กเลี้ยงยาก มักจากถิ่นที่อยู่เติบโตจะบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน ใจคอกว้างขวาง เปิดเผย ซื่อสัตย์ รักเกียรติ รักศักดิ์ศรี เฉลียวฉลาด ความจำดี มีสติปัญญาดี ตรงไปตรงมา ไม่ก้มหัวให้ใคร พูดจากินใจคน มีลางสังหรณ์ คาดการณ์ได้แม่นยำ รอบคอบ ชอบต่อสู้ เด็กหญิง มีคุณธรรม จริงใจ รักเกียรติ ใจบุญสุนทาน พึ่งตนเอง มีขันติ กล้าคิด กล้าทำ ชอบการศึกษาเล่าเรียน มีเหตุผล ละเอียดลออมัธยัสถ์ มีความรับผิดชอบสูง จะมีชื่อเสียง ชอบอยู่เบื้องหลังและเก็บเนื้อเก็บตัว

    เกิดวันอาทิตย์ จะได้รับความนิยมชมชอบจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน ควรอยู่อย่างสงบและรู้จักวางเฉย ทำเป็นโง่เสียบ้างก็จะไม่เกิดปัญหาอะไร มีมิตรสหายเก่า ๆ แวะเวียนไปมาหาสู่ มีการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ คนรักยังรักษาท่าที จะได้รับเกียรติทางสังคม มีรายจ่ายมากขึ้น ระวังทรัพย์สินจะเสียหาย ควรระวังดูแลรักษาสุขภาพให้ดี มีการศึกษาอบรมเพิ่มเติม มีการริเริ่มโครงการใหม่ ๆ คนที่ด้อยกว่าเราจะให้การสนับสนุน

    เกิดวันจันทร์ จะได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ มีโอกาสได้พบญาติมิตรที่ดี ผู้หญิงขาวเหลืองหรือชายผู้ใหญ่ให้ลาภ กาลเวลาทำให้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ คลี่คลายลงไป วิถีชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น รักษาสุขภาพให้ดี ระวังจะมีปัญหากับผู้ใหญ่ การงานมีปัญหาต้องแก้ไข จะได้ข่าวทางไกล หากมีการเดินทางควรตรวจสภาพยวดยานพาหนะให้ดี มีคนต่างถิ่นเข้ามาคบหาสมาคมด้วย

    เกิดวันอังคาร เพศตรงข้ามให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ การงานควรมีสติตั้งมั่นโดยมีเป้าหมาย ชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น ความรักที่มีปัญหาแต่จะสามารถตกลงกันได้ ศัตรูจะเบียดเบียนแต่มีผู้ช่วยเหลือ การศึกษาอบรมเพิ่มเติม จะได้ความรู้ใหม่ ๆ ทำกิจการใด ๆ จะสำเร็จ ชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น หากมีการต่อสู้ก็จะประสบชัยชนะ

    เกิดวันพุธ มีความรอบคอบรู้ผิดชอบชั่วดี รู้เห็นตามความเป็นจริง ทำกิจการใด ๆ จะสำเร็จสมความประสงค์ ศัตรูจะแพ้ภัยไปเอง สิ่งของและทรัพย์สินต่าง ๆ ที่สูญหายหรือหาไม่พบจะได้คืน มีโชคด้านอาหารการกิน แต่ควรดูแลสุขภาพตนเองให้ดี โชคดีเรื่องเพศตรงข้าม ทำกิจการใด ๆ จะสำเร็จสมความประสงค์ คนทางไกลเดินทางมาหา จะได้ของฝากของขวัญ สิ่งของหายจะได้คืน จะได้ศึกษาอบรมในระดับที่สูงขึ้น

    เกิดวันพฤหัสบดี จะได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่อยู่ในมือของคนอื่น มีการเดินทางไกล ถ้าอยู่บ้านจะได้ลาภ ลูกน้องและบริวารยังเข้าแถวอย่างมีระเบียบ ทำให้การงานก้าวหน้า จะได้พบคนที่ถูกใจ ได้ซื้อหาสิ่งของใหม่ ๆ มีโชคด้านอาหารการกิน จะได้ทรัพย์สินเงินทอง ผู้ใหญ่ให้คุณสนับสนุน ศัตรูจะพ่ายแพ้ ทรัพย์สินที่สูญหายหรือหาไม่พบจะได้คืน จะได้ฟังคำสอนที่ดี

    เกิดวันศุกร์ จะได้ลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง มิตรสหายให้ลาภ เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกับคนรัก ระวังทรัพย์สินจะสูญหาย มีการปรับปรุงตกแต่งประดับบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น มีความเพียรพยายาม เกิดความเหน็ดเหนื่อยจากการงาน ควรดูแลรักษาสุขภาพให้ดี โรคที่หายไปแล้วจะกลับเป็นขึ้นอีก จะได้คบหาสมาคมกับเพื่อนทางไกล ระวังจะมีเรื่องความไม่เข้าใจกับคนรัก จะได้ซื้อหาสิ่งของใหม่ ๆ

    เกิดวันเสาร์ สิ่งที่ทำไว้แต่ก่อนจะเกิดเป็นเรื่องขึ้นมา สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดก็เกิด ปัญหาที่คาราคาซังหากได้รับการแก้ไขได้ทันท่วงทีเรื่องร้าย ๆ ก็จะกลายเป็นดี เพื่อนฝูงให้เกียรติยกย่องให้เป็นหัวหน้า มิตรสหายไปมาหาสู่เป็นประจำ มีผู้ให้ความช่วยเหลือ สิ่งที่เคยทำไว้แต่ก่อนจะส่งผล จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นที่พอใจ คนใกล้ตัวทำให้เสียเงินทอง มีงานใหม่ ๆ เข้ามาให้ทำ จะได้ศึกษาอบรมวิชาแปลก ๆ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5084845/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bW4jZO3udfC3pzAUVqLGR

  • ฉะเชิงเทรา เลขาฯ รมต.เปิดบ้านประวัติศาสตร์ชาติไทย | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา เลขาฯ รมต.เปิดบ้านประวัติศาสตร์ชาติไทย | TOPNEWS

    ฉะเชิงเทรา เลขาฯ รมต.เปิดบ้านประวัติศาสตร์ชาติไทย

    • เผยแพร่ : 05/09/2025 13:49

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา ร่วมกับ โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร จัดโครงการ “เปิดบ้านประวัติศาสตร์ชาติไทย” เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ที่มาที่ไปของประวัติสาสตร์ชาติไทย ศีลธรรม และประชาธิปไตย

    SOCAIL 16-9

    SOCAIL 16-9

    “อนุทิน” ยันยึดกม.เต็มที่เหตุ”ทักษิณ” บินดูไบ ลั่นไม่คิดแกล้ง เอาคืนใครแน่นอน

    “อุตุฯ” เตือน 45 จังหวัด ฝนถล่มหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก กทม.โดนด้วย

    สภ.เมืองสุรินทร์ ไอเดียเก๋ จัดแต่งชุดเครื่องแบบตำรวจโบราณ ชาวบ้านแห่ขอถ่ายรูป ผู้กำกับฯ เผยเพื่อจะได้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น

    ชุมพรโชว์ทุเรียนมาตรฐาน ส่งเสริมเกษตรกร

    แม่ทัพภาคที่ 4 ลุยชายแดน ตรวจแผนพิทักษ์ประชาชน–ทรัพยากร

    ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ตรวจเยี่ยม-มอบสิ่งของบำรุงขวัญกองบินตำรวจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1301579&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rytEv4Dtu476xRk4Lwxth

  • ส่องประวัติ ‘อนุทิน’ ว่าที่นายกฯ คนที่ 32 หลังจากได้รับเสียงโหวตท่วมท้น | เดลินิวส์

    ส่องประวัติ ‘อนุทิน’ ว่าที่นายกฯ คนที่ 32 หลังจากได้รับเสียงโหวตท่วมท้น | เดลินิวส์

    ภายหลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 หลังได้รับคะแนนท่วมท้น 311 เสียง

    สำหรับประวัติและเส้นทางการเมือง

    อนุทิน เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2509 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนโตของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (STECON) เขามีพี่น้อง ได้แก่ นายมาศถวิน ชาญวีรกูล และนางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์

    หลายคนรู้จักในชื่อเล่นว่า “หนู” หรือ “เสี่ยหนู” เป็นนักการเมืองชาวไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เส้นทางการเมืองของเขาเต็มไปด้วยทั้งบทบาทในรัฐบาลหลายยุคสมัย รวมถึงการบริหารงานในตำแหน่งรัฐมนตรีที่สำคัญ จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย

    ด้านการศึกษา

    อนุทินจบมัธยมจากโรงเรียนอัสสัมชัญ และสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮอฟสตรา (Hofstra University) รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2532 จากนั้นต่อ Mini MBA ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2533

    ชีวิตครอบครัว

    อนุทินสมรสครั้งแรกกับสนองนุช วัฒนวรางกูร มีบุตร 2 คน ต่อมาหย่าและสมรสใหม่กับศศิธร จันทรสมบูรณ์ แต่หย่าในปี พ.ศ. 2562 ปัจจุบันใช้ชีวิตคู่กับ จ๋า ธนนนท์ นิรามิษ เขายังมีงานอดิเรกที่หลายคนรู้จัก คือการสะสมพระเครื่อง

    เส้นทางทางการเมือง

    อนุทิน เข้าสู่วงการการเมืองครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 ด้วยตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และต่อมาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพาณิชย์ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อย่างไรก็ตาม อนุทิน ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี หลังพรรคไทยรักไทยถูกยุบในปี พ.ศ. 2549 หลังพ้นโทษตัดสิทธิทางการเมืองในปี พ.ศ. 2555 อนุทิน เข้าร่วมพรรคภูมิใจไทย และได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคในปีเดียวกัน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางการเมืองของเขา

    บทบาทสำคัญในการเมืองไทย

    การเลือกตั้งปี 2562 พรรคภูมิใจไทยได้เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ โดยอนุทินได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

    การเลือกตั้งปี 2566 พรรคภูมิใจไทยยังคงมีบทบาทสำคัญ อนุทิน ได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งเป็นการเข้าร่วมรัฐบาลแบบ “แกงส้มผักรวม” ที่สื่อมวลชนขนานนาม

    การขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี 2568 อนุทิน ได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย

    เกียรติคุณและตำแหน่งพิเศษ

    ได้รับพระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดนเป็นนายกองใหญ่ พ.ศ. 2567
    ได้รับปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. 2567

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5086927/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ooZ4EOKcSOUdvFunCvnni

  • การใช้เสียงในฐานะบุคคลสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาสังคมของ แอนนา เสืองามเอี่ยม

    การใช้เสียงในฐานะบุคคลสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาสังคมของ แอนนา เสืองามเอี่ยม

    The Cloud x สภาพัฒน์

    ในโลกที่ความเหลื่อมล้ำยังปรากฏให้เห็นชัดเจน ความเจริญกระจุกตัวอยู่ในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ขณะที่ยังมีอีกหลายพื้นที่ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต่อการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง ความฝันที่ควรจะโบยบินได้อย่างอิสระจึงจำกัดด้วยเงื่อนไขทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจตั้งแต่ที่พวกเขายังไม่ได้เริ่มฝันด้วยซ้ำไป 

    ท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้น มีหลายคนพยายามใช้เสียงของตัวเองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง หนึ่งในนั้นคือ แอนนา เสืองามเอี่ยม ที่ตั้งใจใช้บทบาทการเป็น Miss Universe Thailand 2022 และ Friend of UNICEF Thailand สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก ๆ ไปจนถึงแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

    สิ่งที่แอนนาทำอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาทั้งหมดได้ในทันที แต่อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่จะชวนให้สังคมหันมาฟังเสียงของคนที่มักถูกมองข้ามว่า การศึกษาและสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นรากฐานสำคัญที่ทุกคนควรได้รับ

    ชีวิตในวัยเด็กส่งผลต่อการเป็น แอนนา เสืองามเอี่ยม ในวันนี้อย่างไร

    พ่อแม่ตัดสินใจแยกทางกันตั้งแต่แอนนายังเด็ก พวกท่านต้องทำงานเลยไม่ค่อยมีเวลาดูแลเรา แอนนาจึงโตมากับคุณทวด ซึ่งท่านบวชเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดช่างเหล็ก เราได้อาศัยอยู่วัดตั้งแต่ ม.3 จนเรียนจบมหาวิทยาลัย

    การเติบโตมาในวัดและได้ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าทำให้เรามีทัศนคติเชิงบวก ตอนนั้นเรายังเด็ก ไม่ค่อยเข้าใจคำสอนต่าง ๆ เท่าไหร่ แต่พออายุมากขึ้น ผ่านชีวิตมามากขึ้น คำสอนเหล่านั้นก็ช่วยไม่ให้เราออกนอกลู่นอกทาง

    เพราะกลัวบาปไหม

    ใช่ เมื่อก่อนเรากลัวตกนรกมาก ๆ ไม่กล้าทำผิดศีลเลย พอโตมาถึงเข้าใจว่าหลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนามีเป้าหมายอยากให้คนประพฤติอยู่ในศีลธรรม การที่เราได้เห็นโลกมากขึ้น ได้เห็นความจริงของชีวิต ทำให้เรารู้ว่าการทำผิดไม่ได้แปลว่าต้องตกนรกเท่านั้น บางทีมันอาจมาในรูปแบบผลจากการกระทำ 

    การเติบโตมากับพ่อแม่ที่ทำงานเป็นพนักงานเก็บกวาดขยะส่งผลต่อการมองโลกของคุณอย่างไร

    เราเติบโตมากับคำว่า ‘ขยะ’ เราช่วยพ่อบีบขวดพลาสติกขายตั้งแต่เด็ก ขึ้นรถไปเก็บขยะด้วยกัน สายตาของคนอื่น ๆ ที่มองมาที่เรา ถ้าเขาไม่เข้าใจก็คงมองว่าเด็กคนนี้น่าสงสารจัง แต่สำหรับเรา การได้ช่วยพ่อแม่เก็บขยะคือความสนุก เรามองว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

    การขับเคลื่อนประเด็นสังคมผ่านบทบาทนางงาม

    แอนนามองว่านางงามทุกคนไม่ได้มาเพื่อชนะเท่านั้น แต่มาเพื่อที่จะช่วยสังคมด้วย นางงามแต่ละคนจะมีประเด็นที่ตัวเองต้องการผลักดัน อาจเป็นสิ่งที่เขาเคยประสบมาและอยากแก้ไขให้ดีขึ้น อย่าง R’Bonney Gabriel ที่คว้ามงกุฎจากเวที Miss Universe 2022 เขาผลักดันเรื่องสิ่งแวดล้อม จึงพยายามแสดงให้เห็นถึงพลังของการรีไซเคิลว่าทำให้ของชิ้นหนึ่งกลับมามีคุณค่าได้อีกครั้ง 

    อย่างตัวแอนนาเอง ตอนประกวด Miss Universe 2022 แอนนาสวมชุดราตรีที่ทำจากฝากระป๋องอะลูมิเนียม เพราะตั้งใจจะสื่อว่าของทุกชิ้นนำกลับมาเพิ่มมูลค่าได้เสมอ แม้ว่าวันนั้นเราจะไปไม่ถึงจุดที่ฝันไว้ แต่ชุดนั้นก็เป็นที่สนใจของทุกคน 

    คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่า ชีวิตเราเกิดมาครั้งเดียว ต้องไปให้ไกลกว่านี้ ตอนนี้คุณอยู่จุดไหนแล้ว

    การประกวดนางงามทำให้แอนนาได้รับโอกาสหลาย ๆ อย่าง เราเลยอยากทำทุกอย่างให้เต็มที่ พัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ พยายามใช้สิ่งที่มีนั่นคือการเป็นบุคคลสาธารณะแก้ไขปัญหาสังคม เข้าไปทำงานกับ UNICEF Thailand ในเรื่องการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กในพื้นที่ห่างไกล และทำงานกับกรุงเทพมหานครเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เราอาจเป็นตัวกลางที่สะท้อนให้สังคมเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น และนำเสนอว่าพวกเขาจะเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไร

    เรื่องที่คุณอยากผลักดันมากที่สุด

    อยากผลักดันเรื่องการศึกษา เพราะแม่แอนนาเป็นคนที่เชื่อในเรื่องการศึกษามาก ๆ (เน้นเสียง) แม่เรียนจบแค่ ป.6 ทั้ง ๆ ที่อยากเรียนต่อมากแต่คุณยายไม่มีเงิน แม่จึงคิดมาตลอดว่าตัวเองจะไปได้ไกลกว่านี้หากได้เรียนต่อ เลยเป็นเหตุผลให้แม่ตัดสินใจย้ายมากรุงเทพฯ ดิ้นรนทำงานในอาชีพที่ไม่ใช่งานในฝันของใครหลายคน แต่มันเป็นก้าวยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาได้ แม่สอนแอนนาเสมอว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต้องเรียนให้จบ เพราะแม่อยากให้เรามีอนาคตที่ดีกว่าเขา

    แอนนากับแม่เลยเชื่อเรื่องการศึกษามาตลอด การศึกษาช่วยเปิดโลกของเราให้กว้างขึ้น ตอนเรียน ม.ปลาย เราคิดว่ารู้เยอะแล้ว แต่พอเรียนมหาวิทยาลัย โลกของเรากว้างขึ้นได้อีก กระทั่งเรียนจบมาทำงาน โลกเราก็ยังขยายได้อีก มันขยายไปได้เรื่อย ๆ และมากกว่าความรู้ในห้องเรียน คือคอนเนกชันและประสบการณ์ที่เราหาไม่ได้ด้วยตัวเอง แต่เป็นประสบการณ์จากที่คนอื่น ๆ เล่าให้เราฟัง 

    สุดท้ายก็บอกไม่ได้หรอกว่าถ้าเรียนไม่จบแล้วชีวิตคุณจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่แอนนามองว่า ความรู้หรือการศึกษาเป็นสมบัติที่จะอยู่กับเราไปจนวันตายจริง ๆ

    ถ้าให้มองภาพกว้าง คุณคิดว่าสถานการณ์เด็กกับการศึกษาไทยในวันนี้เป็นอย่างไร

    รวยกระจุก จนกระจาย ในความรู้สึกของแอนนา ความเจริญยังขยายไม่มากพอ ลองขับรถออกไปจากย่านเศรษฐกิจนิดหนึ่งจะรู้เลยว่าเหมือนอยู่กันคนละประเทศ ไม่ใช่แค่การศึกษานะ แค่โครงสร้างพื้นฐานก็ต่างกันแล้ว มันเลยยากที่จะทำให้เด็กหลาย ๆ คนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลมีสิ่งอำนวยความสะดวก จะได้เรียนหนังสือหรือได้รับสวัสดิการเทียบเท่ากับเด็กในเมือง

    เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณมาร่วมงานกับ UNICEF ผลักดันเรื่องโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล

    แอนนาได้ร่วมทำโครงการ ‘ห้องสมุดเคลื่อนที่’ เป็นการฟื้นฟูวิกฤตการศึกษาหลังการระบาดของโควิด-19 เราไปลงพื้นที่ที่โรงเรียนบ้านห้วยเดื่อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ที่ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย หนึ่งในนั้นคือหนังสือ เด็ก ๆ มีโอกาสน้อยมากที่จะได้อ่านหนังสือสักเล่ม ส่งผลต่อการรับรู้เรื่องราวของโลกภายนอก เช่น มีเด็กถามเราว่ากรุงเทพฯ เป็นยังไงบ้าง เพราะเขาไม่เคยไป ไม่รู้จัก พอถามถึงความฝัน ความฝันของเด็ก ๆ ที่นี่จะอยู่แค่ในพื้นที่ที่เขาโตมาเท่านั้น ซึ่งไม่ได้แปลว่าความฝันของเขามันเล็กนะ แอนนาเชื่อว่าถ้าเขาได้รู้มากกว่านี้ ความฝันของเขาจะไปได้ไกลอีก 

    ทาง UNICEF จึงจัดโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ เป็นรถคันหนึ่งที่บรรจุหนังสือ สมุด อุปกรณ์การเรียน ไปจนถึงมีคนเล่านิทานอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งก็คือแอนนาเอง รถคันนี้จะช่วยเปิดโลกของเด็ก ๆ ให้กว้างขึ้น จำได้ว่าตอนที่รถห้องสมุดเคลื่อนที่ไปถึงโรงเรียน เด็ก ๆ วิ่งกรูกันเข้ามา พวกเขาตื่นเต้นกันมากเพราะของที่อยู่ในรถเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน แอนนาได้เล่านิทาน และมีบางคนขอยืมนิทานกลับบ้านไปเล่าให้ครอบครัวฟังด้วย 

    ห้องสมุดเคลื่อนที่นี้ทำให้ความฝันของเด็ก ๆ ไปได้ไกลขึ้น เพราะเขาได้เห็นโลกมากขึ้นผ่านการอ่านหนังสือ บางคนถึงขั้นอยากเป็นนางงามเลยนะ แม้ว่าเขาจะไม่รู้หรอกว่านางงามคืออะไร แต่พอได้ฟังที่เราเล่าก็สนใจ

    นอกจากการศึกษา คุณอยากผลักดันเรื่องอะไรอีกบ้าง

    เรื่องสิ่งแวดล้อมค่ะ แอนนามีส่วนร่วมกับโครงการ ‘ไม่เทรวม’ ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งโครงการนี้เปิดตัวหลังแอนนาได้รับตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2022 ไม่นาน และพ่อแม่ของแอนนาก็ทำงานเป็นพนักงานเก็บกวาดขยะของกรุงเทพมหานครด้วย เราเลยได้มีส่วนร่วมประชาสัมพันธ์โครงการนี้ในฐานะทูตมือวิเศษ เป็นทูตสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ

     โครงการไม่เทรวมส่งเสริมให้แต่ละบ้านแยกขยะ พร้อมแก้ความเข้าใจผิดที่ว่า คนเก็บขยะของกรุงเทพมหานครจะนำขยะทุกประเภทมาเททิ้งรวมกัน 

    ในปี 2030 แอนนาอยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร

    อยากให้มีคนที่พร้อมพัฒนาประเทศไปด้วยกัน แอนนาเองก็จะยังมุ่งเน้นทำงานเรื่องการศึกษาต่อไป เพราะอาจมีเด็กที่เชื่อแบบเดียวกับเราว่า เกิดมาครั้งหนึ่งต้องใช้ชีวิตให้ถึงที่สุด ฉะนั้น เราต้องเปิดโลกของพวกเขาให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่านการพัฒนาระบบการศึกษา ทำให้เด็กทุกคนเข้าถึงไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ให้ความฝันของเขามีโอกาสเติบโต 

    อะไรคือ ‘คำสำคัญ’ ที่อยากให้เราเก็บไว้ในใจ

    คำว่า Equity เพราะไม่ควรมีเด็กคนไหนถูกละทิ้งไว้ข้างหลัง ทุกอย่างคือความเท่าเทียม ไม่ว่าคุณจะเกิดในตัวเมือง ในชนบท หรือในพื้นที่ไหนก็ตาม คุณต้องเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เข้าถึงระบบการศึกษาที่ดี เราอยากให้ทุกคนมองภาพกว้าง เปิดใจ และร่วมมือช่วยเหลือกันเท่าที่จะทำได้ ประเทศเราพัฒนาเพื่อทุกคนได้ ไม่ใช่พัฒนาเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://readthecloud.co/anna-sueangam-iam/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EsGsFVIdbz-vMJO_2hs5Y

  • ขอโอกาสทางเศรษฐกิจบ้าง

    ขอโอกาสทางเศรษฐกิจบ้าง

    ภาพที่ 1  ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์

    มฤตยูจร (0) เดินในราศีพฤษภ ระหว่าง 8 กรกฎาคม 2565-18 กรกฎาคม 2572

    พฤหัสบดีจร (5) เดินในราศีเมถุน ระหว่าง 13 พฤษภาคม-2 ตุลาคม 2568

    ภาพที่ 2 คำทำนาย-ปี 2568 เมืองอยู่ในระยะเจ็ดปีของการปฏิวัติเศรษฐกิจ

    ก่อนอื่นขอชี้แจงข่าวลือหนาหูว่าผู้เขียนเอาวิชาอะไรมาทำนายทายทักทั้งดวงชะตาเมืองและคน

    เพราะมีลือแปลกๆ เช่นว่า ได้ดวงกสิณที่ผุดมาเองเพราะดูดวงมามาก ซึ่งไม่ใช่เลย ผู้เขียนไม่ได้มีฤทธิ์เดชอะไรแม้แต่น้อย

    ล่าสุดทำเอาสะดุ้ง เมื่อถูกถามผ่านคนสนิทมาว่าเพราะนั่งเทียนส่องน้ำมนต์แล้วเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าหรือไม่?

    ที่สะดุ้งเพราะคำว่า นั่งเทียน เป็นภาษาวงการข่าว มีความหมายว่า กุ หรือ เต้า หรือ โมเม ขึ้นมาเองโดยไม่มีมูลความจริง

    ความจริงคือ ทุกคำทำนายทั้งหลายของผู้เขียนล้วนกลั่นหรือตกผลึกมาจากตำรา หรือหลักโหราศาสตร์ไทยที่รวบรวมไว้ในตำราที่เป็นหลักเหมือนขุมทรัพย์ทางโหร ชื่อ โหราศาสตร์ปริทรรศน์  รวบรวมไว้โดย .เทพย์ สาริกบุตร ครูโหรผู้ล่วงลับ   ที่มีทั้งหมด 5 เล่ม เล่ม 1-5

    เป็นวิชาโหรที่ใช้หลักทักษาประกอบดวงชะตา ซึ่งหลักทักษายึดตามตำราลิลิตทักษาพยากรณ์ที่ทรงพระนิพนธ์โดยเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี แล้วหลวงอรรถวาทีธรรมประวรรต (วิเชียร จันทน์หอม) ตรวจชำระและทำคำอธิบายเพิ่มเติม

    แค่ 5 ถึง 6 เล่มนี้ ขุมทรัพย์ทางโหรก็เต็มไปหมดแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าจะขุดได้ขนาดไหน

    แต่ก็ขอสารภาพตรงๆ ว่า เรียนวิชาโหราศาสตร์ด้วยตัวเองมาเกือบจะ 30 ปีแล้ว ผลคือ ยิ่งเรียนเหมือนยิ่งไม่รู้ เพราะ ล้ำลึกและหลากหลายความหมายมาก

    ผลคือ อาการทำนายช้างออกม้า หรือทำนายม้าออกช้าง จึงเกิดขึ้นบ่อยมาก ที่ถึงแม้จะเป็นสัตว์สี่เท้าด้วยกันคือไม่ผิดแต่พลาดเป้า

    อีกอย่างการทำนายล่วงหน้านานๆ ก็ยังอาภัพอีกเพราะไม่ค่อยมีคนสนใจ เนื่องจากจะเป็นเรื่องไกลตัว

    ตัวอย่างเช่น เรื่องเศรษฐกิจที่ผู้เขียนทำนายไว้ตั้งแต่ปลายปี 2564 แถมย้ำมาทุกปีในการทำนายดวงชะตาเมืองว่า ตั้งแต่กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไปยาวนานเจ็ดปี ถึงกรกฎาคม 2572 เมือง ต้องปฏิวัติใหญ่เศรษฐกิจ หรือ การทำมาหาได้ (มฤตยูจร 0 เจ้าของการปฏิวัติเดินในราศีพฤษภ-ภพกฎุมภะ-ดินแดนแห่งเศรษฐกิจของเมือง)

    หากเมืองไม่ปฏิวัติเมืองจะถูกปฏิวัติ เพราะระยะเวลาเจ็ดปีนี้ภัยสงครามเศรษฐกิจโลกจะโดดเด่นมาก เช่นที่เกิดขึ้นแล้วคือ ถูกสหรัฐอเมริกาบีบหน้าเขียวหน้าเหลืองเรื่องภาษี

     หากฝืนได้ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวด

    หากทำได้ดีเมืองจะประสบความสำเร็จอย่างล้ำเลิศ มีโอกาสหลุดจากประเทศรายได้ปานกลางไปสูง

    แต่หากทำได้ไม่ดีเมืองจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังทางเศรษฐกิจอย่างเจ็บปวด

    ไม่ว่าจะทำได้ดีหรือร้าย ผลสรุปคือ หากยืนอยู่ข้างกำแพงพระนคร กลางปี 2572 เราจะถามตัวเองว่าเศรษฐกิจ หรือการทำมาหาได้ของเมืองเราไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร

    ที่ผ่านมาผู้เขียนได้เห็นการพยายามปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หลายด้าน

    แต่มาเสียจังหวะช่วงรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยที่เน้นการแจกเงิน หรือตำน้ำพริกละลายแม่น้ำมากกว่าปฏิวัติหรือเปลี่ยนแปลงใหญ่โครงสร้างทางเศรษฐกิจ

    แต่เอาเป็นว่าที่ผ่านมายกความผิดไปให้ดวงชะตาเมือง ที่พฤหัสบดีจร (5) ทับพระอังคารดวงเมือง (๓) จึงทำให้ใช้เงินไม่เข้าเป้าก็แล้วกัน และมันก็ผ่านไปแล้ว

    ครั้นตั้งแต่ 13 พฤษภาคม 2568 มาแล้วที่บุญเก่าของเมืองมาช่วยหลายด้าน ตามโฉลก…ถึงบุญเพรงคนยำเกรงให้ลาภา…(พฤหัสบดีจร 5 เดินในราศีเมถุน ภพที่สาม สหัชชะ)

    บุญเก่านี้เป็นฐานหลักรองรับเกณฑ์อื่นที่จะเสริม เช่น เกณฑ์…ศัตรูจะอัปรา และวัตถาระส่ำระสาย สินทรัพยะสูญหาย ก็จะคืนจะคงเรือน…(พระเสาร์จร 7 ถึงพฤหัสบดีดวงเดิม ๕) ผลคือ ทหารและประชาชนได้ช่วยต่อสู้เพื่อให้เมืองได้ดินแดนที่เขมรเคยยึดไป 11 จุดกลับมาแล้ว

    จึงในวาระที่เสียจังหวะเรื่องเศรษฐกิจไปตั้งแต่หลังเลือกตั้ง ก็ได้แต่หวังว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่จะให้โอกาสทางเศรษฐกิจ ในระดับเปลี่ยนแปลงใหญ่ หรือปฏิวัติโครงสร้าง ไม่ใช่ทำอะไรเหมือนที่ทำมาเช่นการแจกแต่เงิน

    ฉะนั้นรัฐบาลใหม่ควรพิจารณาทีมงานเศรษฐกิจระดับเซียน-บิ๊กเนม

    เพราะเศรษฐกิจเป็นเรื่องอารมณ์และความเชื่อมั่น

    เมื่อความเชื่อมั่นมา ก็จะไปกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้

    อย่าคิดว่ารัฐบาลมีเวลาทำงานเพียงแค่ 4 เดือนจะทำอะไรมากไม่ได้ เพราะในอดีตรัฐบาลชั่วคราวของคุณอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี รอบสองหลังเหตุการณ์พฤษภา 2535 ที่มีภารกิจคือ เข้ามายุบสภานั้น มีเวลาน้อยมาก

    นั่นคือ คุณอานันท์ยุบสภาหลังจากกระบวนการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้วเพียง 20 วัน

    จึงเมื่อรวมระยะเวลาทำงานรวมทั้งช่วงรักษาการณ์รอบนั้นก็ร้อยกว่าวัน

    แต่คณะรัฐมนตรีชุดนั้นที่ล้วนแต่ชั้นเยี่ยมก็เร่งทำงานเต็มที่ ขนาดประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสุดท้ายทำกันเลยสองยาม เล่นเอานักข่าวช่างภาพหิวข้าวตามๆ กัน

    ศึกสงครามทหารกับประชาชนก็ช่วยกันไปแล้ว การเมืองก็เล่นกันมากจนชาวบ้านเวียนหัวแล้ว

    ต่อไปนี้ฝ่ายนักการเมืองควรจะเปิดโอกาสให้ทางเศรษฐกิจบ้าง เพราะดาวของการปฏิวัติใหญ่ทางเศรษฐกิจยังเอื้ออยู่.         

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/856830/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tuRwx0A20mcGYqKnJs0dN

  • เศรษฐกิจสั่นคลอน การเมืองไม่เสถียร ผวาไทยถูกหั่นเรตติ้ง ทำต้นทุนกู้เงินพุ่ง

    เศรษฐกิจสั่นคลอน การเมืองไม่เสถียร ผวาไทยถูกหั่นเรตติ้ง ทำต้นทุนกู้เงินพุ่ง

    เศรษฐกิจสั่นคลอน การเมืองไม่เสถียร ผวาไทยถูกหั่นเรตติ้ง ทำต้นทุนกู้เงินพุ่ง

    ท่ามกลางความผันผวนทางการเมืองไทยที่ยังขาดเสถียรภาพ ความเชื่อมั่นทั้งภาคธุรกิจและการลงทุนเริ่มสั่นคลอน แรงกดดันจากวิกฤตศรัทธาและการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ติดขัด กำลังผลักดันประเทศเข้าสู่ทางตันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เส้นทางจากนี้สุดท้ายแล้วถูกจับตาว่าจะนำไปสู่การยุบสภาและการเลือกตั้งใหม่ในปีหน้า

    รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากสถานการณ์ความผันผวนทางการเมืองของไทย แม้ไทยจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว แต่สุดท้ายแล้วก็จะนำไปสู่การยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ซึ่งการขาดเสถียรภาพทางการเมืองในเวลานี้จะส่งผลกระทบและมีความเสี่ยงใน 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนลดลง 2.มีโอกาสที่ประเทศไทยจะถูกลดเครดิตเรตติ้งลง

    ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มูดี้ส์ เรตติ้งส์ ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ที่ระดับ Baa1 แต่ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ที่ Negative Outlook ซึ่งมีสาเหตุจากปัจจัยความเสี่ยงภายนอก เฉพาะอย่างยิ่งความไม่แน่นอนที่เกิดจากการจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการค้าของไทยในช่วงนับจากนี้

    รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน

    ในครั้งนี้ไทยน่าจับตามองว่าอาจจะถูกปรับลดเครดิตลงจากปัจจัยภายในประเทศที่มาจากภาคการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ผลกระทบที่จะตามมาหากไทยถูกปรับลดเครดิต เช่น ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลและเอกชนจะสูงขึ้น โดยจะถูกคิดอัตราดอกเบี้ยในอัตราสูงจากความเสี่ยงประเทศสูงขึ้น บริษัทเอกชนที่ออกหุ้นกู้หรือต้องกู้เงินจากต่างประเทศจะต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อการลงทุน เป็นต้น

    ขณะเดียวกัน ณ เวลานี้ ถ้ายังต้องเผชิญพายุเศรษฐกิจถึง 3 ลูก เป็นอย่างน้อย ได้แก่ 1. ภาษีสหรัฐที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากประเทศไทยอีก 19% ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ส่งผลกระทบต่อการส่งออกที่ลดลงหรือชะลอตัวลงในเดือนที่เหลือของปีนี้ 2.ช่วงที่ไทยมีคณะรัฐมนตรีเฉพาะกาล 4 เดือนก่อนยุบสภา คงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่มากนัก เพราะนักการเมืองที่เป็นรัฐบาลจะมุ่งเน้นในการเตรียมตัวเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง และ 3. ข้อพิพาทไทย-กัมพูชาที่ยังยืดเยื้อและยังไม่ทราบจุดจบของปัญหา ซึ่งจะกระทบต่อการค้าชายแดน แรงงาน รวมถึงเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

    เศรษฐกิจสั่นคลอน การเมืองไม่เสถียร ผวาไทยถูกหั่นเรตติ้ง ทำต้นทุนกู้เงินพุ่ง

    “รัฐบาลเฉพาะกาล 4 เดือน ที่นำไปสู่การยุบสภา และการเลือกตั้งครั้งใหม่ จะส่งผลทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้ไม่เต็มที่ โครงการขนาดใหญ่ของประเทศที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มการจ้างงานในเวลานี้ก็ยังไม่มี ดังนั้นจึงคาดว่าจีดีพีหรือเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ประมาณ 1.2-1.8% โดยในไตรมาสที่สี่ น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด”

    สอดคล้องกับที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า ผลจากการเมืองไทยที่ขาดเสถียรภาพในเวลานี้ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่อาจชะลอตัวในเดือนที่เหลือของปีนี้ โดยคาดว่าในครึ่งปีหลังจีดีพีไทยมีแนวโน้มจะขยายตัวได้เพียง 1% และทั้งปีนี้คาดว่าจีดีพีไทยจะขยายตัวได้ 1.8-2.2% จากแรงกดดันและความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งอาจกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ การขาดความเชื่อมั่นในการตัดสินใจลงทุนของเอกชน และมีความเสี่ยงที่ประเทศจะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือสูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/638109&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cAN_avV4WzzcnQBEu1OrE

  • อ่านเกม ภาษีทรัมป์ หลังอุทธรณ์สหรัฐฯ ชี้ ใช้อำนาจเกินขอบเขต จุดจบคืออะไร

    อ่านเกม ภาษีทรัมป์ หลังอุทธรณ์สหรัฐฯ ชี้ ใช้อำนาจเกินขอบเขต จุดจบคืออะไร

    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คำตัดสินของศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ วินิจฉัยว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ในอดีต ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Power Act (IEPA) ตั้งกำแพงภาษีกับหลายประเทศทั่วโลกนั้นเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต

    ชาตรี โรจนอาภา CFA, FRM หัวหน้าทีมที่ปรึกษาการลงทุน SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่า เรื่องนี้มีที่มาจากการที่สมาคมผู้ค้ารายย่อยฟ้องร้องรัฐบาล เนื่องจากเห็นว่ากฎหมาย IEPA มีเจตนารมณ์เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ หรือเพื่อการยึดทรัพย์และคว่ำบาตรบางประเทศที่กระทบต่อความมั่นคง ไม่ใช่เพื่อการตั้งภาษีเป็นการทั่วไปซึ่งเป็นอำนาจของรัฐสภาสหรัฐฯ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

    ศาลอุทธรณ์จึงมีคำวินิจฉัยยืนตามศาลชั้นต้นว่าการตั้งภาษีดังกล่าวไม่ถูกต้องพร้อมทั้งขยายเวลาให้รัฐบาลสหรัฐฯ ไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุด หรือศาลฎีกา ซึ่งจะทำหน้าที่พิจารณาชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย 3 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้น

    เปิด 3 ฉากทัศน์ จุดจบ ‘ภาษีทรัมป์’

    ชาตรี ยังวิเคราะห์ต่อว่า คำตัดสินของศาลสูงสุดมีแนวโน้มที่จะออกมาได้ 3 ฉากทัศน์ ดังนี้

    1. ศาลสูงสุดไม่รับอุทธรณ์ ในกรณีนี้ คำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะเป็นที่สิ้นสุด ภาษีที่ตั้งไว้ทั้งหมดถือว่าผิดกฎหมายและต้องถูกยกเลิกไป รวมถึงต้องพิจารณาเรื่องการคืนภาษีที่จัดเก็บไปแล้ว ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่องบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ และอาจนำไปสู่ปัญหาทางการคลังในอนาคต
    1. ศาลสูงสุดรับอุทธรณ์แต่ตัดสินว่ารัฐบาลผิด ผลลัพธ์จะเหมือนกับกรณีแรก คือการตั้งภาษีดังกล่าวไม่ถูกต้องและต้องถูกยกเลิก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพิจารณานานขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นผลดีต่อการค้าโลกโดยรวม และจะช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนได้ในระยะยาว
    1. ศาลสูงสุดรับอุทธรณ์และตัดสินว่ารัฐบาลทำถูกต้อง หากศาลสูงสุดวินิจฉัยเช่นนี้ จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถใช้กฎหมาย IEPA ในการตั้งกำแพงภาษีได้ในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงของสงครามการค้ารอบที่สองและสามในอนาคต

    ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ศาลสูงสุดมีผู้พิพากษา 6 ใน 9 คนที่ได้รับการแต่งตั้งในสมัยที่พรรครีพับลิกันเป็นรัฐบาล อาจทำให้ทรัมป์มีโอกาสได้เปรียบกว่า 2 ศาลแรก แต่ชาตรีชี้ให้เห็นว่าการที่ศาลสูงสุดจะกลับคำตัดสินของศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นได้นั้น ต้องมีหลักฐานและเหตุผลที่ชัดเจนอย่างยิ่งยวด และประเด็นนี้จะเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ เองก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะออกมาในทิศทางใดก็ตาม

    ประเมินจุดจบถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

    ไม่ว่าจะออกมาในทิศทางใด ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็มีแนวโน้มที่จะเป็นเชิงบวก หรือเป็นกลาง มากกว่าที่จะแย่ลงกว่าที่เป็นอยู่ เพราะในมุมมองของนักลงทุน มีเพียง 2 กรณีเท่านั้นที่จะเกิดขึ้น คือ สถานการณ์ยังคงเป็นเหมือนปัจจุบัน หรือ สถานการณ์จะดีขึ้น

    วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินทรัพย์ลงทุนโลก โดนสะเทือนแค่ไหน

    หากศาลสูงสุดตัดสินว่าการตั้งภาษีผิดกฎหมาย จะส่งผลบวกอย่างมากต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ไปยังสหรัฐฯ อย่างจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เวียดนาม รวมถึงประเทศไทย เพราะจะทำให้ความกังวลเรื่องสงครามการค้าลดลง เศรษฐกิจโลกกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง และผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่เคยได้รับผลกระทบก็จะฟื้นตัว สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจมีบางอุตสาหกรรมที่เคยได้รับการปกป้องจากภาษีอย่างเช่น เหล็กและรถยนต์ได้รับผลกระทบในระยะสั้น แต่ภาพรวมการบริโภคและการลงทุนจะดีขึ้น

    • ตลาดตราสารหนี้ กรณีที่ศาลตัดสินว่าการตั้งภาษีผิดกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลต้องคืนภาษีที่เก็บไปแล้ว จะทำให้งบประมาณขาดดุลมากขึ้นและต้องออกพันธบัตรเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวสูงขึ้นได้ ในทางกลับกัน พันธบัตรระยะสั้นอาจได้ประโยชน์จากการที่อัตราเงินเฟ้อลดลง ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีโอกาสลดดอกเบี้ยได้
    • ค่าเงิน กรณีที่ศาลตัดสินว่าการตั้งภาษีผิดกฎหมาย ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลง จากการที่รัฐบาลขาดดุลมากขึ้นและ Fed อาจลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม หากผลตัดสินออกมาว่ารัฐบาลทำถูกต้อง สถานการณ์ทุกอย่างก็จะคงที่เหมือนในปัจจุบัน

    เปิดกลยุทธ์ลงทุนรับมือความไม่แน่นอนสูง

    ชาตรีให้คำแนะนำนักลงทุนว่า จากความไม่แน่นอนนี้ โอกาสที่ตลาดจะปรับฐานในระยะสั้นถือเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุน โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งมีโอกาสได้รับผลบวกมากกว่าตลาดพัฒนาแล้ว โดยนักลงทุนสามารถพิจารณาเข้าลงทุนในตลาดหุ้นได้ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ หรือ Emerging Market ก็ตาม

    เนื่องจากผลลัพธ์ของคดีนี้มีเพียง 2 อย่าง คือ สถานการณ์จะยังคงเป็นเหมือนปัจจุบัน หรือ สถานการณ์จะดีขึ้น ซึ่งหมายความว่าการลงทุนในตลาดหุ้นยังคงมีความน่าสนใจอยู่มาก

    อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการตัดสินของศาลสูงสุดอย่างใกล้ชิด เพราะหากผลออกมาในทางตรงกันข้าม การเงินการคลังของสหรัฐฯ อาจเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ และตลาดโลกอาจสั่นสะเทือนอีกครั้งอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง

    ภาพ: IAB Studio/Shutterstock

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/trump-tariff-us-court-ruling/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iIHUfTtaFcJhJYYV5aXmb