Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดัน กรุงศรี คาดครึ่งปีหลังเติบโตแค่ 1.3%

    เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดัน กรุงศรี คาดครึ่งปีหลังเติบโตแค่ 1.3%

    วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ และผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปี 2568 มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันทั้งปัจจัยภายนอกจากการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สู่อัตรา 19% ส่งผลให้ภาคการส่งออกสินค้าของไทยที่เคยเป็นแรงส่งหลักมีแนวโน้มหดตัว ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศมีความซับซ้อนและเปราะบางมากขึ้นจากความไม่แน่นอนทางการเมือง วิจัยกรุงศรีจึงประเมินว่าหากการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจยังมีความต่อเนื่องคาดทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะยังเติบโตได้ตามคาดการณ์เดิมที่ 2.1% โดยครึ่งปีหลังจะขยายตัวเพียง 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งชะลอลงจาก 3.0% ในช่วงครึ่งแรก โดยมีรายละเอียดของปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนี้

    (i) ภาคส่งออกสูญเสียแรงขับเคลื่อนการส่งออกที่เติบโตสูงในช่วงครึ่งแรกของปี (+15.0% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) มาจากการเร่งสะสมสินค้าล่วงหน้าก่อนที่สหรัฐฯจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้า นอกจากนี้เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มอ่อนแรงลงจะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศจึงคาดว่าการส่งออกของไทยทั้งปี 2568 จะขยายตัว 3.5%

    (ii) การลงทุนภาคเอกชนเผชิญความท้าทายที่เพิ่มขึ้นโดยทั้งปีคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะเติบโตในระดับต่ำที่ 0.9% แม้ยังพอมีปัจจัยบวกจากการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กของภาครัฐวงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท แต่การลงทุนภาคเอกชนยังเปราะบาง ท่ามกลางปัจจัยลบจากความกังวลเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมือง ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ล่าช้าและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

    (iii) ภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มหดตัวสาเหตุหลักมาจากการลดลงอย่างมากของนักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค วิจัยกรุงศรีจึงคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 จะลดเหลือ 34 ล้านคน จาก 35.5 ล้านคนในปี 2567

    (iv) การบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันเนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างและปัจจัยฉุดรั้งต่างๆ ทั้งผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ซบเซาท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ การบริโภคจึงมีแนวโน้มเติบโตต่ำ

    อัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1-2 ครั้ง ภายในไตรมาสแรกของปี 2569 จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปี 2568 มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.2% ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ 1-3% ช่วยเปิดทางให้กนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้

    ดร.พิมพ์นารา กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังปี 2568 มีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงและความผันผวนสูง จากทั้งผลกระทบภาษีสหรัฐและความเสี่ยงจากสถานการณ์การเมืองในกรณีฐานคาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจช่วงที่เหลือจะอยู่ในวงจำกัด ส่วนกรณีเลวร้าย หากพัฒนาการทางการเมืองมีผลกระทบต่อความต่อเนื่องและประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ รวมถึงการเจรจาทางการค้ากับประเทศสำคัญ เศรษฐกิจไทยอาจสูญเสียแรงส่งการฟื้นตัวและเผชิญความเสี่ยงที่จะขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ในกรณีฐานได้

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/912300&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Qb0JCf5lpSd4BYZlM9aec

  • ชาวชุมพรฝากความหวังถึงรัฐบาลใหม่ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ชายแดน-ยาเสพติด | เดลินิวส์

    ชาวชุมพรฝากความหวังถึงรัฐบาลใหม่ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ชายแดน-ยาเสพติด | เดลินิวส์

    ชาวชุมพรฝากความหวังถึงรัฐบาลใหม่ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ชายแดน-ยาเสพติด

    ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชุมพร ถึงความคาดหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่และนายกรัฐมนตรีที่จะเข้ามาบริหารประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5086347/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JlYvFqOf-bkd10tmteSUj

  • ธนาคารกรุงเทพ ยืนยันระบบขัดข้องไม่เกี่ยวกับการโจมตีไซเบอร์

    ธนาคารกรุงเทพ ยืนยันระบบขัดข้องไม่เกี่ยวกับการโจมตีไซเบอร์

    ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงกรณีระบบงานของธนาคารเกิดความขัดข้อง เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 1 กันยายน 2568 ระหว่างเวลา 21.06 – 23.00 น. ส่งผลให้รายการเคลื่อนไหวเงินฝากบางบัญชีไม่ถูกบันทึก และทำให้ยอดเงินแสดงผลไม่ถูกต้อง

    ธนาคารได้ดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้วเมื่อเวลา 15.30 น. วันอังคารที่ 2 กันยายน 2568 โดยปรับปรุงรายการภายใต้ชื่อ “รายการปรับปรุง (ADJ: Adjustment Item)” ในบัญชีของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ

    อย่างไรก็ตาม มีลูกค้าบางรายพบว่ายอดเงินคงเหลือติดลบ เนื่องจากมีการทำรายการใช้จ่ายเกินกว่ายอดเงินจริง ระหว่างเวลา 03.00 น. – 15.30 น. ของวันที่ 2 กันยายน ก่อนที่ธนาคารจะปรับปรุงระบบเสร็จสิ้น ซึ่งธนาคารได้แจ้งลูกค้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว

    ธนาคารกรุงเทพ ย้ำว่า เหตุขัดข้องครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ และได้ดำเนินการแก้ไขจนระบบกลับสู่ภาวะปกติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-bangkokbank&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19ecrgxKmLxYNM-dh2ZTOy

  • ดอยแม่สลอง จากวีรชนผู้พลัดถิ่น สู่ความรุ่งเรืองแห่ง “เมืองสามวัฒนธรรม”

    ดอยแม่สลอง จากวีรชนผู้พลัดถิ่น สู่ความรุ่งเรืองแห่ง “เมืองสามวัฒนธรรม”

    จากสงครามสู่สันติภาพ – อนุสรณ์สถานวีรชนดอยแม่สลองเล่าเรื่องราว “กองพลพลัดถิ่น” สู่ชุมชนรุ่งเรือง

    เชียงราย,5 กันยายน 2568 – บนเนินเขาสูงของดอยแม่สลอง ที่ระดับความสูง 1,200 เมตร ณ บ้านสันติคีรี อำเภอแม่ฟ้าหวง จังหวัดเชียงราย ตั้งหยัดอยู่อนุสรณ์สถานแห่งหนึ่งที่เล่าเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านจากความขัดแย้งสู่ความสงบสุข จากผู้พลัดถิ่นสู่ชุมชนที่รุ่งเรือง และจากความหวาดกลัวสู่ความหวังแห่งอนาคต

    เมื่อแสงแรกของยามเช้าส่องผ่านหมอกเบาบางลงมายังสถาปัตยกรรมจีนอันงดงามของอนุสรณ์สถานวีรชนอดีตทหารจีนคณะชาติภาคเหนือ ภาพที่ปรากฏต่อหน้าผู้มาเยือนไม่ได้เป็นเพียงแค่อาคารที่สวยงาม แต่เป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดเข้าสู่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร

    บทเปิดแห่งความทรงจำ จากยูนนานสู่ดอยแม่สลอง

    เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1940 เมื่อสงครามกลางเมืองจีนได้ส่ายคลื่นความขัดแย้งไปทั่วทวีปเอเชียตะวันออก ภายหลังสงครามกลางเมืองจีนสิ้นสุดลงใน พ.ศ. 2492 บางส่วนของกองกำลังพรรคก๊กมินตั๋งปฏิเสธที่จะยอมจำนน รวมทั้งกองพล 93 นำโดยพลเอกต้วน ซีเหวิน

    นายสุรศักดิ์ ทวีอภิรดีไข่มุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก เล่าถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้ว่า “กองพล 93 และกองพล 193 เป็นกองกำลังที่ไม่ยอมจำนนต่อการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ พวกเขาต้องถอนกำลังออกจากมณฑลยูนนาน ประมาณ 20,000 คน และเข้าสู่ดินแดนพม่าในขณะแรก”

    แต่ชะตากรรมไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น จนถึงปี 2497 สหประชาชาติ ได้เข้ามาประสานงานให้มีการอพยพกองกำลังส่วนหนึ่งไปยังไต้หวัน แต่ทหารจำนวนมากที่นำโดยนายพลต้วน ซีเหวิน ได้เลือกที่จะขอลี้ภัยในประเทศไทย

    การเปลี่ยนโฉมหน้าจากผู้ลี้ภัยสู่ผู้พิทักษ์แผ่นดิน

    การตัดสินใจที่จะอยู่ในประเทศไทยของกองพล 93 ไม่ได้เป็นเพียงการหาที่อยู่อาศัย แต่กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของประวัติศาสตร์ไทย เมื่อรัฐบาลไทยต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น

    “กองพล 93” ร่วมทัพไทยขับไล่คอมมิวนิสต์ ลุยทุกสมรภูมิทั้งผาตั้ง-ดอยยาว ผาหม่น ไปจนถึงเขาค้อ ก่อนตั้งถิ่นฐานดอยแม่สลอง การต่อสู้เหล่านี้เกิดขึ้นระหว่างปี 2514-2528 และเป็นการต่อสู้ที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตและเลือดเนื้อ

    นายสุรศักดิ์เล่าต่อด้วยสีหน้าที่เคารพในผู้เสียสละ “การต่อสู้ครั้งนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การสู้รบทางทหาร แต่เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องอุดมการณ์ประชาธิปไตยและความเป็นอิสระ มีอดีทหารจีนคณะชาติจำนวนมากเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพจากการสู้รบในครั้งนั้น”

    อนุสรณ์สถาน สัญลักษณ์แห่งความกตัญญูและการเริ่มต้นใหม่

    เพื่อเป็นการตอบแทนการเสียสละอันยิ่งใหญ่นี้ รัฐบาลไทยได้พิจารณาให้สิทธิ์พิเศษแก่กองกำลังเหล่านี้ เริ่มตั้งแต่การอนุมัติให้อาศัยในฐานะผู้อพยพในปี 2513 และต่อมาได้อนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นคนไทยได้ในปี 2521 และ 2527

    บนพื้นฐานของความกตัญญูต่อการเสียสละนี้ อนุสรณ์สถานวีรชนจึงถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมจีนอันงดงาม ประกอบด้วยอาคารหลักสามหลังที่เรียงตัวเป็นรูปตัวยู และมีอาคารอนุสรณ์สถานตั้งอยู่ตรงกลาง

    การจัดแสดงภายในอนุสรณ์สถานได้รับการออกแบบอย่างประณีตเพื่อเล่าเรื่องราวอันสมบูรณ์ โดยอาคารที่ 1 ด้านซ้ายจัดแสดงประวัติศาสตร์การทหารของกองพล 93 ตั้งแต่ความขัดแย้งในยูนนานปี 2492 และการสู้รบในพม่า ส่วนอาคารตรงกลางเป็นอนุสรณ์สถานหลักที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารที่เสียชีวิตในการสู้รบ และอาคารที่ 2 และ 3 ด้านขวาเล่าเรื่องราวหลังสงคราม โดยเน้นไปที่โครงการพัฒนาชุมชนและความเจริญที่ตามมา

    การปฏิวัติเศรษฐกิจ จากไร่ฝิ่นสู่ไร่ชาระดับโลก

    หนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชุมชนบ้านสันติคีรี คือการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตยาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำ มาเป็นศูนย์กลางการผลิตชาที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย

    “ดอยแม่สลองเคยเป็นแหล่งผลิตเฮโรอีนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายสุรศักดิ์อธิบาย “แต่หลังจากกองกำลังติดอาวุธถูกขับไล่ออกไป รัฐบาลไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่และริเริ่มโครงการปลูกพืชทดแทนฝิ่นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”

    ผลลัพธ์ของโครงการนี้เกินความคาดหมาย ปัจจุบันดอยแม่สลองได้กลายเป็นแหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีกำลังการผลิตชาอูหลงกว่า 80% ของจังหวัดเชียงราย ชาที่ปลูกบนความสูงเฉลี่ย 1,200 เมตร ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น ให้รสชาติที่หอมกรุ่นและมีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม

    นอกจากชาแล้ว ชุมชนยังประสบความสำเร็จในการปลูกกาแฟอะราบิกาและพืชเมืองหนาวอื่นๆ จนได้รับการยอมรับให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP จากผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพดี

    วัฒนธรรมสามแผ่นดินเสน่ห์แห่งเมืองสามวัฒนธรรม

    ความสำเร็จทางเศรษฐกิจเป็นเพียงด้านหนึ่งของเรื่องราว ด้านที่น่าประทับใจไม่น้อยคือการที่ชุมชนบ้านสันติคีรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนยูนนาน ได้ผสมผสานและรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ในชีวิตประจำวัน

    การเดินเข้าไปในหมู่บ้านเปรียบเสมือนการเดินทางผ่านกาลเวลาไปยังดินแดนจีนยูนนาน ร้านอาหารมากมายเสิร์ฟเมนูขึ้นชื่อ เช่น ขาหมูหมั่นโถว ผัดยอดฟักแม้ว ผัดหมี่ยูนนาน และไก่ดำตุ๋นตังกุย ที่ยังคงความเป็นต้นตำรับไว้อย่างครบถ้วน

    เทศกาลประจำปี “งานมหัศจรรย์ชา ซากุระบาน อาหารชนเผ่า” ที่จัดขึ้นที่บริเวณอนุสรณ์สถานในช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีน ไทย และชาวเขาที่อยู่ในพื้นที่ สร้างเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครให้กับนักท่องเที่ยว

    เส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ การเดินทางที่สมบูรณ์

    การเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานวีรชนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ “เส้นทางประวัติศาสตร์” ที่เชื่อมโยงสถานที่สำคัญต่างๆ เข้าด้วยกัน

    สุสานนายพลต้วน ซีเหวิน ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากอนุสรณ์สถาน สร้างขึ้นในปี 2523 ด้วยหินอ่อนทั้งหมด เป็นสถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวเชื้อสายจีนนิยมขึ้นไปกราบเคารพ

    ปลายทางของการเดินทางคือพระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยที่สูงที่สุดที่ระดับ 1,500 เมตร เจดีย์ทรงล้านนาประยุกต์นี้สร้างขึ้นในปี 2539 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการผนวกรวมและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างแท้จริง

    ข้อมูลสำหรับผู้เดินทาง

    สำหรับผู้ที่สนใจเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานวีรชน สถานที่แห่งนี้เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00-17:00 น. ตั้งอยู่ที่ บ้านสันติคีรี ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย มีค่าเข้าชมสำหรับคนไทย 30 บาท และชาวต่างชาติ 50 บาท

    การเดินทางสามารถใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้ แม้ถนนจะมีความชันและคดเคี้ยว แต่รถเก๋งก็สามารถขึ้นไปได้ มีเส้นทางให้เลือกหลายสาย โดยเส้นทางหลักคือจากอำเภอเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1089 ผ่านอำเภอแม่จัน

    มรดกที่คงอยู่บทเรียนแห่งการผสานวัฒนธรรม

    เมื่อแสงแดดยามบ่ายค่อยๆ ลับขอบฟ้าลงไปเบื้องหลังเทือกเขา ทิวทัศน์อันสวยงามจากดอยแม่สลองสะท้อนให้เห็นภาพของความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา จากดินแดนแห่งความขัดแย้งกลายเป็นชุมชนที่รุ่งเรือง จากผู้พลัดถิ่นกลายเป็นชาวไทยที่ภาคภูมิใจ

    อนุสรณ์สถานวีรชนไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวหรือพิพิธภัณฑ์ธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความหวังที่ว่า ความขัดแย้งและการพลัดถิ่นสามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคทีที่ดีกว่าได้ เป็นพยานแห่งการที่ความแตกต่างทางวัฒนธรรมสามารถหลอมรวมเป็นความงดงามได้

    เรื่องราวของกองพล 93 และการเปลี่ยนผ่านของดอยแม่สลอง จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวในอดีต แต่เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความยืดหยุ่น ความเสียสละ และพลังของการหลอมรวมทางวัฒนธรรม ที่ยังคงมีความหมายและให้แรงบันดาลใจแก่คนรุ่นหลังในยุคปัจจุบัน

    เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

    • องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
    • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
    • วิกิพีเดียภาษาไทย: หมู่บ้านสันติคีรี
    • ข้อมูลจากสถาบันวิจัยประวัติศาสตร์ไทย
    • ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์ เรื่อง “51 ปีไม่เคยลืม! ลูกหลานจีนคณะชาติรำลึกวีรกรรม กองพล 93”
    • สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
    • ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์
    • ถ่ายภาพโดย :กีรติ ชุติชัย
    • บทความโดย : กันณพงศ์ ก.บัวเกษร

    NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM

    กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/doi-mae-salong-history-of-displaced-heroes/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tk7RyoZUH4JmlzxSPRG0d

  • หนุน ร่าง พ.ร.บ.อสม. ฉบับภูมิใจไทย ให้ความมั่นคง ชี้ไม่จำกัดอายุ ใช้ศักยภาพ ความสามารถ เชื่อเพิ่มค่าป่วยการ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    หนุน ร่าง พ.ร.บ.อสม. ฉบับภูมิใจไทย ให้ความมั่นคง ชี้ไม่จำกัดอายุ ใช้ศักยภาพ ความสามารถ เชื่อเพิ่มค่าป่วยการ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109145&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hbPKMDgDSmt2Zg7JZgLKg

  • กรรมการหอการค้าสุโขทัยหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ | เดลินิวส์

    กรรมการหอการค้าสุโขทัยหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ | เดลินิวส์

    กรรมการหอการค้าสุโขทัยหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

    ภาคเอกชนในจังหวัดสุโขทัยและเครือข่ายผู้ประกอบการทุกระดับต่างมีความหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5086324/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iLOUpCe3cua346nUG_tYh

  • R

    R

    บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML ประกาศขยายการลงทุนในพัทยาซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวโครงการ ‘Tait Pattaya’ ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ Tait Sathorn 12 โครงการตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพสูงย่านพัทยากลาง โดดเด่นด้วยการผสมผสานที่พักอาศัย พื้นที่ค้าปลีก และพื้นที่ไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใกล้แหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญมากมาย

    Tait Pattaya พร้อมที่จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของพัทยา ด้วยการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ผสมผสานที่อยู่อาศัย และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนความมุ่งมั่นของ RML ในการยกระดับคุณภาพชีวิตในพัทยาด้วยพื้นที่ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน

    ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์พัทยาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดชลบุรีถึง 28 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2567 สูงถึง 3.16 แสนล้านบาท (9.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 114% จากช่วงก่อนโควิด ส่งผลให้ RML เล็งเห็นโอกาสจากความต้องการที่สูงทั้งจากผู้ซื้อในประเทศและต่างประเทศที่มองหาที่พักอาศัยคุณภาพในทำเลยอดนิยมแห่งนี้

    การออกแบบของ Tait Pattaya ได้แรงบันดาลใจจากเสน่ห์เฉพาะตัวของเมืองพัทยา ผสานกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนมาตรฐานคุณภาพระดับสูงที่เป็นจุดเด่นของแบรนด์ Tait และ RML

    การเปิดตัว Tait Pattaya สอดรับกับการเติบโตของตลาด ตอบรับกับความต้องการที่อยู่อาศัยระดับหรูในทำเลที่มีความคึกคักและเชื่อมต่อสะดวก โดยกลุ่มผู้ซื้อในตลาดพัทยาประกอบด้วยชาวไทยประมาณ 15-20% และชาวต่างชาติประมาณ 70-80% โดยผู้ซื้อต่างชาติหลักมาจากรัสเซีย (25-30%) จีน (20-25%) ยุโรป (10-15%) และอิสราเอล (10-15%) ความหลากหลายของฐานลูกค้านี้สอดคล้องกับแนวคิดโครงการมิกซ์ยูสที่ตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ในพัทยา

    โครงการ Tait Pattaya มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาส 3 ปี 2568 โดยจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมและวันเปิดจองในเร็ว ๆ นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gotomanager.com/content/141319/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18NFpGISJJu22mtMDbvrtN

  • รศ.ดร.พรรณี-ดร.ชยพล เสวนา จิ้งหรีดตกไซส์ นวัตกรรมอาหารสุขภาพ – อว.แฟร์ 2025

    รศ.ดร.พรรณี-ดร.ชยพล เสวนา จิ้งหรีดตกไซส์ นวัตกรรมอาหารสุขภาพ – อว.แฟร์ 2025

    วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.36 น.

    Tag :

    ที่เวทีกลาง ในงาน อว.แฟร์ 2025 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร  รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง  อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ในฐานะ  ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร“ (HUB of Talent in Gastronomy Tourism) มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  พร้อมด้วย  ดร.ชยพล ผู้พัฒน์  ผู้เชี่ยวชาญโลจิสติกส์ ด้านสินค้าเกษตรและอาหาร  วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน  มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นวิทยากรเสวนาหัวข้อ “นวัตกรรมอาหารโปรตีนทางเลือกใหม่จากจิ้งหรีดตกไซส์  ไข่ขาวและธัญพืช เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568

    สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการด้านสุขภาพเฉพาะ”  สำหรับกลุ่มผู้บริโภค 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยโรคไต กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มคนรักสุขภาพ โดยทีมนักวิจัย “การพัฒนานวัตกรรมอาหารโปรตีนทางเลือกใหม่จากจิ้งหรีดตกไซส์ ไข่ขาว และธัญพืช 

    สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการด้านสุขภาพเฉพาะ”ภายใต้โครงการ “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร“ (HUB of Talent in Gastronomy Tourism)  ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต  ในการเสวนามีผู้สนใจเข้าร่วมฟังเสวนาพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์พูดคุยร่วมกันจำนวนมาก  

    ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางสาวพลอย ธนิกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมงานพร้อมเยี่ยมชมบูธแสดงนิทรรศการของ “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร” (NRCT HUB of Talent in Gastronomy Tourism) อีกด้วย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/912322&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GROqzAAv2wWWLgbsYrsjA

  • แจก 4 ที่เที่ยวไปเช้าเย็นกลับ และ ที่เที่ยวใกล้กทม. 1 วัน

    แจก 4 ที่เที่ยวไปเช้าเย็นกลับ และ ที่เที่ยวใกล้กทม. 1 วัน

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/algEz4GqeABj&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36jhhCEcYNDx7b4zc_Gm25

  • จาก ‘เด็กดื้อแห่งยุโรป’ อิตาลี ส่งไม้ต่อความปั่นป่วนให้ฝรั่งเศส หลังเศรษฐกิจ-การเมืองในประเทศวุ่นจัด

    จาก ‘เด็กดื้อแห่งยุโรป’ อิตาลี ส่งไม้ต่อความปั่นป่วนให้ฝรั่งเศส หลังเศรษฐกิจ-การเมืองในประเทศวุ่นจัด

    ฝรั่งเศสกำลังถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็น ‘อิตาลีคนใหม่’ ของยุโรป หลังจากหลายทศวรรษที่ผ่านมา อิตาลีถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่วันนี้ฝรั่งเศสกลับเผชิญความไม่แน่นอนมากกว่าเดิม

    ปัญหาหลักของฝรั่งเศสมาจากความขัดแย้งทางการเมืองและงบประมาณปี 2026 ที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ขณะที่การเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีบ่อยครั้งยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าฝรั่งเศสกำลังซ้ำรอยอิตาลีหรือไม่

    ข้อมูลจาก Nomura ระบุว่าหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสในปี 2024 อยู่ที่ 113% ของ GDP ขณะที่อิตาลีสูงกว่าที่ 135% แต่เมื่อตัดสินจากตัวเลขขาดดุลงบประมาณกลับตรงกันข้าม อิตาลีขาดดุลเพียง 3.4% ของ GDP ขณะที่ฝรั่งเศสสูงถึง 5.8% ทำให้สถานะการคลังของฝรั่งเศสถูกมองว่าเปราะบางกว่า

    นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส François Bayrou ได้เรียกประชุมโหวตไว้วางใจในวันที่ 8 กันยายน เพื่อผลักดันงบประมาณปี 2026 ที่มีมาตรการตัดลดรายจ่ายถึง 4.4 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์) เป้าหมายคือกดดันตัวเลขขาดดุลลงเหลือ 4.6% ภายในปี 2026 แม้ยังสูงเกินเกณฑ์ของสหภาพยุโรปที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3% ก็ตาม

    Bayrou ยอมรับว่า ตอนนี้ร้ายแรงและเร่งด่วน หากรัฐบาลของเขาพ่ายแพ้ในการโหวตครั้งนี้ก็จะเป็นการล่มสลายของรัฐบาลชุดใหม่ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี และฝรั่งเศสจะต้องหานายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ในรอบไม่ถึง 2 ปี โดยประธานาธิบดี Emmanuel Macron จะเป็นผู้แต่งตั้ง

    ความจริงแล้วอิตาลีเคยตกอยู่ในภาวะการเมืองวุ่นวายคล้ายกันมานานหลายสิบปี แต่ตั้งแต่ Giorgia Meloni เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2022 ประเทศก็เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น และกำลังค่อยๆ กู้สถานะทางการคลังกลับคืน ต่างจากฝรั่งเศสที่ยังหาทางออกไม่ได้

    ทั้งฝรั่งเศสและอิตาลีต่างถูกจัดอยู่ภายใต้กระบวนการ ‘Excessive Deficit Procedure’ ของคณะกรรมาธิการยุโรป ที่บังคับให้ประเทศสมาชิกต้องควบคุมหนี้สาธารณะไม่เกิน 60% ของ GDP และขาดดุลไม่เกิน 3% แต่ Nomura มองว่า อิตาลีมีทิศทางการปรับปรุงที่ชัดเจน ขณะที่ฝรั่งเศสยังไม่เห็นสัญญาณบวก

    สิ่งที่ทำให้ปัญหาซับซ้อนยิ่งขึ้นคือความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางกับพรรคฝ่ายค้านทั้งฝ่ายซ้าย (พันธมิตร New Popular Front) และฝ่ายขวา (พรรค National Rally) ที่ไม่ยอมสนับสนุนงบประมาณใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการตัดรายจ่าย การขึ้นภาษี หรือแม้แต่ข้อเสนอให้ ยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ 2 วัน ก็ถูกต่อต้านอย่างหนัก

    Nomura คาดว่าหากรัฐบาล Bayrou พังลงจริง งบประมาณปี 2025 จะถูกแช่แข็งไว้ ทำให้การขาดดุลในปี 2026 อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และทำให้ความยั่งยืนทางการคลังของฝรั่งเศสเป็นปัญหาหนัก

    Eurasia Group วิเคราะห์ว่าการโหวตครั้งนี้เป็นเดิมพันที่ Bayrou แทบไม่มีวันชนะ โดย Macron อาจเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่จากพันธมิตรสายกลางหรือขวากลาง เช่น รัฐมนตรีกลาโหม Sébastien Lecornu, รัฐมนตรียุติธรรม Gerald Darmanin หรือรัฐมนตรีการคลัง Eric Lombard

    ความไม่แน่นอนดังกล่าวได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 30 ปีพุ่งทะลุ 4.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 ก่อนจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพการเมืองและการคลัง

    ภาพ: Artindo/ Getty Images 

    อ้างอิง:

    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/italy-used-to-be-the-bad-boy-of-europe-now-its-france/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BqlUuaV29SWSHNfIpL-U4