Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เริ่มแล้ว! งานเทศกาลท่องเที่ยวชื่อดัง “เสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา” 20256

    เริ่มแล้ว! งานเทศกาลท่องเที่ยวชื่อดัง “เสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา” 20256

    ภูมิภาค

    เริ่มแล้ว! งานเทศกาลท่องเที่ยวชื่อดัง “เสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา” 20256

    วันอาทิตย์ ที่ 03 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.39 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าเทียบเรือบ้านคลองเคียน ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา นายบัญชา ธนูอินทร์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ป็นประธานในพิธีเปิดงาน ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา 2026’ ครั้งที่ 14 โดยมี นายอรรถพล ไตรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา เขต 1  สมาชิกสภา นายอุทิศ ลิ่มสกุล ผอ.ททท.พังงา นายจุมพล ทองตัน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา นายอำเภอตะกั่วทุ่ง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ผู้นำท้องที่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วม 
            
    นายอุทิศ มัจฉาเวช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองเคียน กล่าวว่า งานเทศกาลครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 3  พฤษภาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว วิถีชีวิตชุมชน และส่งเสริมจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นเวทีในการพบปะและสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยว ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลายและสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น อาทิ การนำคณะสื่อมวลชนร่วมสำรวจแหล่งท่องเที่ยว การแข่งขันทอดแหปลากระบอก  แข่งขันพายเรือกระบะปูน การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนจากเยาวชนในพื้นที่
             
    สำหรับงานนี้ อบต.คลองเคียน ได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2553 โดยใช้ชื่อว่า ‘งานเทศกาลหอยและอาหารทะเล’ ก่อนจะปรับเปลี่ยนชื่อ ‘งานชิมกุ้งแชบ๊วยลองแลอาหารเล’ จนกระทั่งปัจจุบันได้มีสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลคลองเคียนเกิดขึ้นแห่งใหม่ คือ เสม็ดนางชี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวประเทศไทยและดังไปถึงทั่วโลกรู้จัก ส่งผลให้ตำบลคลองเคียนเปลี่ยนแปลง ไปในลักษณะการประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการมหาชน ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีงานประจำจาก ผู้ประกอบการและรายได้จากนักท่องเที่ยว เป็นการสะท้อนถึงการเติบโตของแหล่งท่องเที่ยว ‘เสม็ดนางชี’ ที่กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมระดับโลก จึงได้เปลี่ยนชื่อโครงการเป็น ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา ตั้งแต่ปี 2024 จนถึงปัจจุบัน’

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/474790&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37mddd6czyWtdscR0MFtUc

  • ชุมพรคว้า ‘Sports Tourism’ โกยเงินเข้าท้องถิ่น

    ชุมพรคว้า ‘Sports Tourism’ โกยเงินเข้าท้องถิ่น

    ชุมพรคึกคักรับศึกใหญ่  Hard Enduro 2026 บุกปะทิว  งัดกลยุทธ์ “Sports Tourism” หรือการท่องเที่ยวกีฬา มาเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของจังหวัดชุมพรดันเม็ดเงินสะพัดกว่า 10 ล้านบาท

    3 พ.ค.2569 – ที่บริเวณชายหาดสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร มีการแข่งขัน Hard Enduro 2026 เป็นไปอย่างเข้มข้นและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดงานการแข่งขันที่รวบรวมยอดฝีมือเอ็กซ์ตรีมระดับโลกมาไว้ในที่เดียว ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามและท้าทาย ซึ่งถือเป็นบททดสอบสมรรถภาพของทั้งคนและรถที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่ง

    ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธาน สภา อุตสาหกรรม ท่องเที่ยวชุมพร ในฐานะตัวแทนฝ่ายจัดการแข่งขันและผู้เกี่ยวข้องในภาคธุรกิจท่องเที่ยว ได้ให้ข้อมูลยืนยันถึงความสำเร็จของงานในครั้งนี้ว่า การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดนักแข่งระดับมืออาชีพจากหลากหลายประเทศ ทั้งจากยูเครน ญี่ปุ่น รัสเซีย และทั่วภูมิภาคเอเชียให้ตบเท้าเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคับคั่ง ส่งผลให้ขณะนี้ที่พักและโรงแรมในพื้นที่อำเภอปะทิวและใกล้เคียงถูกจองเต็มทุกห้อง มีผู้เข้าร่วมงานและนักท่องเที่ยวรวมกว่าหมื่นชีวิต ทำให้เศรษฐกิจฐานรากตื่นตัวอย่างมาก คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดหมุนเวียนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

    “การแข่งขันในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสนามประลองความสามารถของนักกีฬา แต่ยังเป็นการใช้กลยุทธ์ “Sports Tourism” หรือการท่องเที่ยวกีฬา มาเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของจังหวัดชุมพรให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล นับเป็นการกระจายรายได้และสร้างความสุขให้กับพี่น้องชาวชุมพรอย่างแท้จริง” ดร.สุรินทร์ กล่าว.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/989808/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wu0oqz6sjeyK5-DNiXl9e

  • ททท. ผนึก กฟภ. – ซีพี แอ็กซ์ตร้า  เปิดแคมเปญ

    ททท. ผนึก กฟภ. – ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดแคมเปญ

    วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.59 น.

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และโลตัส ห้างค้าปลีกชั้นนำของไทย ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังสร้างปรากฏการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เปิดตัวแคมเปญ “Amazing Green Journey เที่ยวไทยสายกรีน แลกพอยท์ฟิน กินเที่ยวฟรี” ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน ควบคู่การสร้างแรงจูงใจเชิงพฤติกรรมให้ผู้บริโภคหันมาใช้ชีวิตและท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันประเทศไทยให้เป็น Green Tourism Hub ระดับโลก

    แคมเปญดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติของประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์และสวยงามที่สุด เอื้อต่อการสร้างประสบการณ์ประทับใจในการเดินทาง พร้อมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่พักที่เข้าร่วมโครงการ พบความสะดวกจากการเดินทางสีเขียวกับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า PEA VOLTA ของ กฟภ. และยังสนุกกับการจับจ่าย พร้อมรับสิทธิประโยชน์และรางวัลจากการสะสม Green Points ที่โลตัสทั่วประเทศ ปรับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย สู่ “คุณภาพและความยั่งยืน”

    แคมเปญ Amazing Green Journey เที่ยวไทยสายกรีน แลกพอยท์ฟิน กินเที่ยวฟรี เป็นกิจกรรมที่ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการมุ่งยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากเน้น “ปริมาณ” เป็น “คุณภาพและมูลค่าสูง” (Value over Volume) ภายในปี 2569-2570 เพื่อความยั่งยืน รวมถึงขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) ตามมาตรฐานสากล โดยแคมเปญนี้ถูกออกแบบให้การท่องเที่ยวและการรักษ์โลกเป็นเรื่องเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถ “เที่ยวอย่างมีคุณค่า” พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและธรรมชาติ

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “แคมเปญนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Green Tourism Hub เราไม่ได้มองแค่การดึงนักท่องเที่ยว แต่ต้องการสร้าง ‘ระบบนิเวศการท่องเที่ยวสีเขียว’ที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ เอกชน และนักท่องเที่ยวเอง เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตได้อย่างสมดุลในระยะยาว”

    ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน EV สู่การท่องเที่ยวสีเขียว

    การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ร่วมสนับสนุนแคมเปญนี้ ด้วยการส่งเสริมการเดินทางด้วยพลังงานสะอาด ผ่านเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า PEA VOLTA ทั่วประเทศ โดยนักท่องเที่ยวที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและเข้ามาใช้บริการชาร์จไฟ จะสามารถสะสมคะแนนเพื่อร่วมแคมเปญได้

    นายยงยุทธ โพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้ว่าการธุรกิจและการตลาด (ลูกค้าและการตลาด) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า “ความร่วมมือและสนับสนุนแคมเปญนี้สะท้อนบทบาทของ กฟภ. ในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเชื่อมโยงสู่ภาคการท่องเที่ยวได้อย่างชัดเจน และหวังว่าแคมเปญนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้เป็นรูปธรรม”

    กระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภคสีเขียว ผ่านการช้อปของนักเดินทางสายเขียว

    โลตัส ได้ร่วมส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่ตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ด้วยการมอบ Green Points ให้กับลูกค้าที่แวะมาที่โลตัสเพื่อเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้ในขณะเดินทางท่องเที่ยว บริการเพื่อเติมความสดชื่นระหว่างการเดินทาง หรือชาร์จรถที่จุดชาร์จ Altervim ในโลตัสสาขาใหญ่ทั่วประเทศ โดยสามารถสะสมได้สูงสุด 100 คะแนนต่อวันและนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย อาทิ ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ส่วนลดการจองที่พักจาก ascendtravel.com หรือแลกเป็นโลตัสคอยน์เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าต่อไป

    นางสาววรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรานฟอร์เมชั่น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แคมเปญนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการท่องเที่ยวแต่เป็นเรื่องของการสร้างไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบใหม่ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ด้วยเครือข่ายสาขากว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เราสามารถเป็น Meaningful Pit Stop หรือจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างนักท่องเที่ยว กับประสบการณ์สายกรีน ที่ช่วยทำให้ การรักษ์โลกกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายในทุกวัน และปลูกฝังพฤติกรรมการบริโภคอย่างยั่งยืนในระยะยาว พร้อมกันนี้ ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโลตัสกับผู้บริโภคอีกด้วย”

    “วิน เมธวิน” ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมภารกิจเที่ยวกรีน

    วิน เมธวิน ในฐานะ Friend Of Amazing Thailand 2026 ได้ร่วมสนับสนุนแคมเปญ Amazing Green Journey และถ่ายทอดมุมมองคนรุ่นใหม่ว่า แคมเปญนี้สร้างแรงจูงใจโดยท้าทายให้ผู้บริโภคอยากออกไปใช้ชีวิต ทำกิจกรรม และค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ ในทุกวัน และการสะสม Green Points เปรียบเสมือนภารกิจ (Quest) ที่มีรางวัลตอบแทน ทั้งในรูปแบบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์กินเที่ยวที่คุ้มค่า

    ผสานความร่วมมือ สร้างผลกระทบเชิงบวกด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

    ความร่วมมือของทั้ง 3 องค์กร สะท้อนการบูรณาการระหว่างภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ในการสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ต้นทางการเดินทาง ระหว่างทาง (พฤติกรรมการจับจ่ายและใช้ชีวิต) จนถึงปลายทาง (ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว) ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/962135&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NVUtWjF_GX7xbJuDkts6y

  • “รมช.เกษตรฯ” ลุยสุโขทัย ดัน “ศพก.กงไกรลาศ” สู่ต้นแบบเกษตรปลอดภัย-ท่องเที่ยว

    “รมช.เกษตรฯ” ลุยสุโขทัย ดัน “ศพก.กงไกรลาศ” สู่ต้นแบบเกษตรปลอดภัย-ท่องเที่ยว

    “รมช.เกษตรฯ” ลุยสุโขทัย ดัน “ศพก.กงไกรลาศ” สู่ต้นแบบเกษตรปลอดภัย-ท่องเที่ยว

    “รมช.เกษตรฯ” ลุยสุโขทัย ดัน “ศพก.กงไกรลาศ” สู่ต้นแบบเกษตรปลอดภัย-ท่องเที่ยว

    นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เครือข่าย ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ว่า การยกระดับ ศพก. สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยเฉพาะ

    “รมช.เกษตรฯ” ลุยสุโขทัย ดัน “ศพก.กงไกรลาศ” สู่ต้นแบบเกษตรปลอดภัย-ท่องเที่ยว

    การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การสร้างรายได้ในรูปแบบใหม่ เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร การแปรรูปสินค้า และการสร้างอัตลักษณ์ชุมชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรในระดับพื้นที่ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริม “เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์” ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรและเครือข่ายในชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก และผลักดันให้ ศพก. เป็นต้นแบบของการพัฒนาในระดับพื้นที่ ที่สามารถเชื่อมโยงภาคการผลิต ภาคการแปรรูป และภาคการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

    “ศพก.กงไกรลาศ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการพัฒนาจากฐานชุมชน ที่สามารถยกระดับจากแหล่งผลิต สู่แหล่งเรียนรู้ และต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงฯ ที่ต้องการเห็นเกษตรกรไทยมีรายได้หลากหลาย มีความมั่นคงในอาชีพ และเติบโตอย่างยั่งยืน” รัฐมนตรีช่วยฯ กล่าว

    ด้านนายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอกงไกรลาศนี้ ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวของเกษตรกรในพื้นที่ที่ต้องการพัฒนาการผลิตและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยมีการบริหารจัดการในรูปแบบคณะกรรมการจากคนในชุมชน ครอบคลุมทุกช่วงวัย เพื่อร่วมกันวางแผน พัฒนา และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรผสมผสานและเกษตรปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

    “รมช.เกษตรฯ” ลุยสุโขทัย ดัน “ศพก.กงไกรลาศ” สู่ต้นแบบเกษตรปลอดภัย-ท่องเที่ยว

    ที่สำคัญ ศพก.แห่งนี้ได้ต่อยอดสู่ “การท่องเที่ยวเชิงเกษตร” โดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นั่งรถไถชมสวนไผ่ ชิมน้ำไผ่สด เรียนรู้การเลี้ยงกบ การทำปุ๋ยอินทรีย์ และการแปรรูปสมุนไพร ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ตรง และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ให้เกิดอาชีพและรายได้เพิ่มเติม

    “รมช.เกษตรฯ” ลุยสุโขทัย ดัน “ศพก.กงไกรลาศ” สู่ต้นแบบเกษตรปลอดภัย-ท่องเที่ยว

    เช่น การเปิดร้านจำหน่ายอาหาร ร้านนวดเพื่อสุขภาพ การให้บริการเปิดเป็นที่พักนักท่องเที่ยว (home lodge) การจัดกิจกรรมค่ายฝึกอบรมสำหรับนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป สำหรับกิจกรรมการเกษตร มีการดำเนินกิจกรรมอย่างครบวงจร อาทิ การเลี้ยงแพะเนื้อ การปลูกเมล่อนในโรงเรือน การรวบรวมสายพันธุ์บัวทั้งบัวสายและบัวหลวง การปลูกไผ่และพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไผ่ เช่น ชาไผ่ หน่อไม้ดอง การปลูกมะนาวในเข่ง รวมถึงเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด เช่น หมูแคระ และไก่สายพันธุ์ต่าง ๆ

    พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำบทบาทของ ศพก. ให้เป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน” ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ เชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร และต่อยอดสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มุ่งพัฒนา ศพก. ให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ แหล่งสร้างอาชีพ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

    เชื่อมโยงภาคการเกษตรกับภาคบริการอย่างเป็นรูปธรรม และอยู่ระหว่างการพัฒนาสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และมีแผนขยายกิจกรรมการท่องเที่ยวให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานในอนาคต สร้างรายได้ กระจายโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชนอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/658142&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sOl_wwQqYELcgjUMZ9DZy

  • นักวิชาการ มธ. หนุนเลิก “ฟรีวีซ่า 60 วัน” สกัด “นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำ-ทุนเทา” แย่งอาชีพคนไทย คัด

    นักวิชาการ มธ. หนุนเลิก “ฟรีวีซ่า 60 วัน” สกัด “นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำ-ทุนเทา” แย่งอาชีพคนไทย คัด

    นอกจากนี้ ส่วนตัวคิดว่าขณะนี้เป็นจังหวะที่ดีที่จะดำเนินการยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน เพราะปัจจุบันทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตพลังงานที่ทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัวอยู่ การปรับเปลี่ยนนโยบายช่วงนี้จึงส่งผลกระทบน้อยกว่าช่วงที่มีการท่องเที่ยวคึกคัก ขณะที่ผู้ประกอบการก็จะได้มีเวลาปรับตัว และวางแผน เพื่อรองรับกับการยกเลิกฟรีวีซ่าในครั้งนี้ด้วย

    นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจำเป็นต้องหาเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงเพิ่มเติม และลดจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพต่ำควบคู่ด้วย เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือค่าเหยียบแผ่นดิน (Travel Fee) โดยอาจนำไปจัดสรรเป็นกองทุนสำหรับพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หรือกองทุนการดูแลรักษาพยาบาลของนักท่องเที่ยว ซึ่งก็น่าจะช่วยให้ไทยได้ทั้งนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายจากภาษีของรัฐที่ต้องมาดูแลนักท่องเที่ยวทางอ้อม 

    นอกจากนี้ ควรพิจารณาให้ฟรีวีซ่าชั่วคราวเป็นรายประเทศ เช่น ทำเป็นทวิภาคีต่างฝ่ายต่างทำฟรีวีซ่าให้กันและกัน หรือมีการกำหนดเงื่อนไขอื่น อาทิ กำหนดให้มีการลงทะเบียนคัดกรองล่วงหน้าแบบที่เกาหลีหรือญี่ปุ่นทำ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่หลายประเทศทำ ซึ่งหากเห็นว่าคนของประเทศใดแฝงเข้ามาหรือไม่ใช่นักท่องเที่ยวจริงแต่อาศัยประโยชน์จากฟรีวีซ่าก็ทำการยกเลิกเป็นกรณีๆ ไปได้ รวมถึงการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางแผนร่วมกับการบินไทย เพื่อให้ฟรีวีซ่ากับบางพื้นที่ที่เป็นการเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ

    อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังจำเป็นต้องพิจารณาปรับสมดุลการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพระดับกลาง และระดับต่ำเข้ามาบ้าง เพราะจริงๆ นักท่องเที่ยวที่เน้นจุดหมายปลายทางราคาประหยัดก็มีโอกาสที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากได้พอสมควร ด้วยการไปจับจ่ายใช้สอยจากร้านค้าตามท้องถิ่น หรือพักโรงแรมระดับรองที่มีส่วนใหญ่คนไทยเป็นเจ้าของจริงๆ ขณะที่ธรรมชาติของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจะเน้นพักโรงแรมห้าดาว ซึ่งมักอยู่ในเครือข่ายของบริษัทต่างชาติ หรือแม้แต่อาหารก็เป็นของนำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ 

    ศ.วิทวัส กล่าวอีกว่า แนวคิดการเก็บค่าธรรมเนียมขาออกนอกสำหรับคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศ หรือ Exit Fee เพื่อนำรายได้มาส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ส่วนตัวคิดว่าในเชิงหลักการเป็นสิ่งที่รับได้ เพราะเป็นการสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประเทศโดยลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน และช่วยสร้างรายได้ให้รัฐบาลด้วยอีกทาง รวมถึงเกิดผลกระทบกับคนไม่มาก ทว่า ก็ควรมีการกำหนดเงื่อนไขไม่ให้กระทบกับผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำงาน หรือองค์กรธุรกิจที่จำเป็นต้องให้พนักงานเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง

    อีกทั้ง ทางรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เองก็ควรจัดสรรเงินส่วนหนึ่งที่จัดเก็บได้ทำเป็นแคมเปญ หรือโครงการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง หรือพื้นที่ที่ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น คูปองเงิน โครงการไทยเที่ยวไทย รวมถึงอาจมีการอุดหนุนเงินให้สำหรับการท่องเที่ยวรายคนอีกส่วน ก็น่าจะช่วยให้คนที่พอมีกำลังทรัพย์จะไปท่องเที่ยวนอกประเทศมีทางเลือก และรู้สึกว่าได้อะไรคืนกลับมาจากเงินที่เสียไปตอนออกนอกประเทศ

    นักวิชาการ มธ. หนุนเลิก

    #ยกเลิกฟรีวีซ่า #ท่องเที่ยวไทย #นักท่องเที่ยวคุณภาพ #ค่าเหยียบแผ่นดิน #การเมืองเศรษฐกิจ #มธ #ชำแหละงบการท่องเที่ยว
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378976910&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uqZYJOzUSFxPVm-FW0Q5u

  • รมช.มหาดไทย ชมการจุดบั้งไฟขอฝน ในงานบุญบั้งไฟอำเภอรัตนบุรี​ จังหวัด​สุรินทร์​

    รมช.มหาดไทย ชมการจุดบั้งไฟขอฝน ในงานบุญบั้งไฟอำเภอรัตนบุรี​ จังหวัด​สุรินทร์​

    รมช.มหาดไทย ชมการจุดบั้งไฟขอฝน ในงานบุญบั้งไฟอำเภอรัตนบุรี​ จังหวัด​สุรินทร์​


    3/05/2569 | 13 |

    วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.30 น. ณ สวนนครเตาท้าวเธอ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟอำเภอรัตนบุรี ประจำปี 2569 โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายกิตติ สัตย์ซื่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    ทั้งนี้ งานประเพณีบุญบั้งไฟอำเภอรัตนบุรี ได้จัดพิธีเปิดไปเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 โดยนายกิตติ สัตย์ซื่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมประกอบพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อพระศรีนครเตาท้าวเธอ เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมการขอฝนของชาวอีสาน และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่

    สำหรับอำเภอรัตนบุรี เป็นพื้นที่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าวหอมมะลิ ยางพารา รวมถึงการผลิตสินค้าโอทอป ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น

    งานบุญบั้งไฟถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ ล้ำค่าของชาวอีสานเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและการแสดงความกตัญญูต่อแถน (เทวดา) เพื่อขอฟ้าขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ตามความเชื่อสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งการลงพื้นที่​ของ​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาด​ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับคณะผู้จัดงานและพี่น้องเกษตรกร แต่ยังเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์วัฒนธรรม ท้องถิ่นให้เป็นที่ประจักษ์ สู่สายตาประชาชนทั่วไปอีกด้วย

    ตลอดจนเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในจังหวัดสุรินทร์อย่างยั่งยืน… 


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/499862&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1g4i3hNR4UI84jNfiKa8GR

  • เชียงใหม่-เปิดฉากยิ่งใหญ่ “เชียงใหม่ กอล์ฟ เฟสติวัล 2026” ดันกอล์ฟท่องเที่ยวภาคเหนือ คึกคักรับกรีนซีซั่น | TOPNEWS

    เชียงใหม่-เปิดฉากยิ่งใหญ่ “เชียงใหม่ กอล์ฟ เฟสติวัล 2026” ดันกอล์ฟท่องเที่ยวภาคเหนือ คึกคักรับกรีนซีซั่น | TOPNEWS

    สมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ คิกออฟ “Chiang Mai Golf Festival 2026” ปีที่ 17 อย่างยิ่งใหญ่ ผนึกกำลัง 7 สนามกอล์ฟชั้นนำจัดแข่งขัน 10 แมตช์รวดพฤษภาคม-กันยายนนี้ หวังดึงนักกอล์ฟทั่วไทยกว่า 3 หมื่นชีวิตเข้าพื้นที่

    สมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ ร่วมกับสนามกอล์ฟชั้นนำในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน เปิดตัวโครงการ “Chiang Mai Golf Festival 2026” อย่างเป็นทางการ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟในพื้นที่ภาคเหนือ ประจำปี 2569 พร้อมตอกย้ำศักยภาพการเป็นจุดหมายปลายทางด้านกอล์ฟในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Green Season)

    โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากสนามกอล์ฟสมาชิกจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ North Hill Golf Club Chiang Mai, Mae Jo Golf Resort & Spa, Gassan Khuntan Golf & Resort, Chiang Mai Highlands Golf & Spa Resort, Gassan Panorama Golf Club, Gassan Legacy Golf Club และ Chiang Mai Inthanon Golf and Natural Resort โดยกำหนดจัดการแข่งขันรวม 10 แมตช์ ใน 6 สนาม ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน 2569 เพื่อค้นหาสุดยอดนักกอล์ฟของภาคเหนือ

    ทั้งนี้ โครงการ “Chiang Mai Golf Festival 2026” ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟเพื่อสุขภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด สายการบิน EVA Air และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อประชาสัมพันธ์และดึงดูดนักกอล์ฟ รวมถึงนักท่องเที่ยวสายสุขภาพให้เดินทางเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนในช่วงกรีนซีซั่น อันจะช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับเศรษฐกิจในพื้นที่และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง

    สำหรับงานแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ณ สนามเชียงใหม่ไฮแลนด์ กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท โดยมี ผู้ให้เกียรติร่วมงานแถลงข่าวได้แก่ คุณอานันต์ เผือกพิบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมกีฬา บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, Ms. Hsu Chiao-Hsin ผู้บริหารจากสายการบิน EVA Airways, คุณเฉลิมพล ชูชาติ นายกสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ, คุณสาธิต เริงโพธิ์ กรรมการสมาคมฝ่ายจัดการแข่งขัน, คุณสุพชฌาย์ เสวตไอยาราม อุปนายกสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ และคุณ วราพร อากาศวิภาต เลขาธิการสมาคมกอล์ฟ รีสอร์ทภาคเหนือ พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

    นายเฉลิมพล ชูชาติ นายกสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือเปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้นับเป็นปีที่ 17 ของโครงการ มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวควบคู่กันในช่วงกรีนซีซั่น โดยคาดว่าจะมีนักกอล์ฟเข้าร่วมกิจกรรมและเดินทางมาใช้บริการสนามแข่งขันทั้งในและนอกวันแข่งขันไม่น้อยกว่า 30,000 คน และสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 5 เดือนของโครงการ

    ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ “The Final Match & Champ of the Champ 2026” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 กันยายน 2569 ณ สนามกัซซัน เลกาซี่ กอล์ฟ คลับ โดยจะนำผู้ชนะจาก 9 แมตช์ก่อนหน้า มาประชันฝีมือเพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักกอล์ฟแห่งภาคเหนือประจำปี 2026 อย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1564607&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_Dsf7XISlqaCrSTVea8U1

  • พังงาเปิดงาน ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี 2026’ ชูวิถีคลองเคียนยั่งยืน

    พังงาเปิดงาน ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี 2026’ ชูวิถีคลองเคียนยั่งยืน

    วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.19 น.

    พังงาเปิดงาน ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี 2026’ ชูวิถีคลองเคียนยั่งยืน พลิกฟื้นเศรษฐกิจจากประมงสู่แหล่งท่องเที่ยวโลก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ท่าเทียบเรือบ้านคลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา 2026’ ครั้งที่ 14 โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานการท่องเที่ยว ผู้นำท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

    นายอุทิศ มัจฉาเวช นายก อบต.คลองเคียน เปิดเผยว่า งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–3 พฤษภาคม 2569 เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนและสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยมีกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ การแข่งขันพายเรือกระบะปูน: กิจกรรมสุดสนุกที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของชาวบ้าน แข่งทอดแหปลากระบอก: บทพิสูจน์ทักษะประมงพื้นบ้าน และ ประกวดลูกทุ่งและศิลปวัฒนธรรม: การแสดงจากเยาวชนในพื้นที่เพื่อสืบสานรากเหง้า

    ประวัติการจัดงานนี้ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2553 ในชื่อ ‘งานเทศกาลหอยและอาหารทะเล’ ก่อนจะปรับเปลี่ยนตามความโด่งดังของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อย่าง “เสม็ดนางชี” ซึ่งกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักตำบลคลองเคียน

    จากการเติบโตของเสม็ดนางชี ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงขึ้นจากการท่องเที่ยวและบริการ งานเทศกาลนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการกับนักท่องเที่ยว และย้ำเตือนถึงความสำคัญของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอ่าวพังงา เพื่อให้เสม็ดนางชีคงความเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกต่อไปอย่างยั่งยืน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/962151&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VZ5W6B0_zQoGHahaXnqyc

  • รามายณะ รัน 2026 ฉลองครบรอบ 10 ปี สุดคึกคัก นักวิ่งกว่า 2,100 คน ตบเท้าร่วมชิงชัยกลางสวนน้ำ ชูวิ่งสุขภาพ ท่องเที่ยวครบจบในงานเดียว | TOPNEWS

    รามายณะ รัน 2026 ฉลองครบรอบ 10 ปี สุดคึกคัก นักวิ่งกว่า 2,100 คน ตบเท้าร่วมชิงชัยกลางสวนน้ำ ชูวิ่งสุขภาพ ท่องเที่ยวครบจบในงานเดียว | TOPNEWS

    วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่สวนน้ำรามายณะ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี บรรยากาศงาน “Ramayana Run 2026” วิ่งฉลองครบรอบ 10 ปี ของสวนน้ำรามายณะ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้ามืด มีนักวิ่งและครอบครัวตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,100 คน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก โดยได้รับเกียรติจาก นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา, นายธณพง โคตรมณี นายกเทศมนตรีตำบลเขาชีจรรย์ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติและผู้สนับสนุนร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

    สำหรับกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 10 ปี ของสวนน้ำรามายณะ พร้อมส่งเสริมการออกกำลังกาย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และสร้างกิจกรรมสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะ 10 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 06.00 น. ระยะ 6 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 06.15 น. และระยะ 3 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 06.30 น.

    นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันประเภททีมครอบครัว ระยะ 3 กิโลเมตร เปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวได้ร่วมสร้างประสบการณ์วิ่งไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิดกิจกรรมที่เน้นความอบอุ่น สนุกสนาน และการใช้เวลาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ขณะที่ทุกประเภทการแข่งขันยังมีถ้วยรางวัลเพื่อสร้างสีสันและความสนุกให้กับผู้เข้าร่วม ทั้งในกลุ่มนักวิ่งสายสุขภาพและการแข่งขันแบบครอบครัว

    อย่างไรก็ตามการจัดงาน Ramayana Run 2026 นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่เตรียมสร้างความคึกคักให้พื้นที่อำเภอสัตหีบและจังหวัดชลบุรีในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยไม่เพียงเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย แต่ยังช่วยเติมสีสันด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นการเดินทางของนักวิ่งและครอบครัวจากหลายพื้นที่ สู่บรรยากาศแห่งความสนุกภายในสวนน้ำรามายณะ เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่

    ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1564489&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Cyky5Y_KTqYjA7ZD3YjJQ

  • “บูม-อีฟ” สองนักหวดไทย อกหักพลาดแชมป์ ศึกเทนนิสอาชีพ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ | เดลินิวส์

    “บูม-อีฟ” สองนักหวดไทย อกหักพลาดแชมป์ ศึกเทนนิสอาชีพ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ | เดลินิวส์

    การแข่งขันเทนนิสอาชีพ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ ชายและหญิง สัปดาห์แรก ณ สนามเทนนิส ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 ในรอบชิงชนะเลิศ ประเภทชายเดี่ยว ปรากฏว่า “บูม” กษิดิศ สำเร็จ วัย 25 ปี มือวาง 1 และมือ 416 ของโลก พลาดท่าแพ้ให้กับ ชุง ฮยอน หนุ่มเกาหลีใต้ วัย 29 ปี อดีตมือ 19 ของโลก 0-2 เซต 4-6 และ 2-6 ได้รองแชมป์ รับเงินรางวัลราว 87,836 บาท

    ทางด้านประเภทหญิงเดี่ยว “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช มือวาง 1 และมือ 452 ของโลก แพ้ให้กับ อี คยอง ซอ จากเกาหลีใต้ มือ 583 ของโลก 1-2 เซต 5-7, 7-6 (7-4) และ 2-6 คว้ารองแชมป์ พร้อมเงินรางวัลประมาณ 47,804 บาท ส่วน อี คยอง ซอ ครองประเภทหญิงเดี่ยวที่ไทยเป็นรายการแรก รับเงินรางวัลประมาณ 76,487 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5832716/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29J01T7Wbp6h81xiIKgIWD