Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “ศธ.-พม.” บุก “ลพบุรี” ชี้ชะตา “อดีตครูหื่น” สั่งเพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ-เยียวยาเหยื่อ

    “ศธ.-พม.” บุก “ลพบุรี” ชี้ชะตา “อดีตครูหื่น” สั่งเพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ-เยียวยาเหยื่อ

    นายอัครนันท์ เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันผู้กระทำผิดจะได้รับโทษจำคุก 36 ปีแล้ว แต่กระทรวงศึกษาธิการยังต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง โดยได้วาง 3 มาตรการเร่งด่วน ดังนี้:

    1.ถอนรากถอนโคนอาชีพครู: มอบหมายให้ประสานคุรุสภาเพื่อ “เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพตลอดชีวิต” ป้องกันไม่ให้กลับเข้ามาสู่วงการการศึกษาได้อีก

    2.คาดโทษโรงเรียนต้นสังกัด: สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ออกหนังสือเตือนโรงเรียนให้เยียวยาผู้เสียหายอย่างเหมาะสม หากเพิกเฉยจะพิจารณาโทษขั้นสูงสุด เช่น พักใบอนุญาต หรือปิดสถานศึกษา

    3.ขีดเส้นตายการเยียวยา: โรงเรียนต้องหาข้อสรุปการเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายให้เสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์ โดยต้องเป็นธรรมและยึดหลักมนุษยธรรม

    พม. ส่งทีมประกบฟื้นฟูจิตใจ

    ทางด้าน นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ระบุว่า พม. ได้ส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาเข้าดูแลสภาพจิตใจของผู้เสียหายและครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพื่อเยียวยาบาดแผลทางจิตใจ พร้อมยืนยันการบูรณาการร่วมกับ ศธ. เพื่อสร้างกลไกเฝ้าระวังความปลอดภัยในโรงเรียนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

    “ครอบครัวผู้เสียหายเจ็บปวดมามากพอแล้ว โรงเรียนต้องนำเรื่องนี้ไปหารือและได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งผมจะลงพื้นที่มาติดตามด้วยตนเองอีกครั้ง ศธ. พร้อมเป็นที่พึ่งและจะคุมเข้มมาตรการความปลอดภัยในทุกโรงเรียนอย่างถึงที่สุด” รมช.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย

    #ศธ #พม #ครูล่วงละเมิด #ความปลอดภัยในโรงเรียน #เพิกถอนใบอนุญาต #ลพบุรี #คุ้มครองเด็ก #โรงเรียนต้องปลอดภัย #ข่าวการศึกษา
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/current-issue/378976918&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IstjjrNlWyXtg8Sml8zaW

  • ใจฟู! “ดีเจพุฒ” มอบทุนการศึกษาให้ “น้องเอวา” ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    ใจฟู! “ดีเจพุฒ” มอบทุนการศึกษาให้ “น้องเอวา” ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    โมเมนต์สุดอบอุ่น! “ดีเจพุฒ” ใจดีมอบทุนการศึกษาให้ “น้องเอวา” ลูกสาว “แดนนี่ ศรีภิญโญ” หลังจบรายการ

    กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างรอยยิ้มและเสียงชื่นชมไปทั่วโลกโซเชียล กับโมเมนต์สุดประทับใจที่พิธีกรหนุ่มอารมณ์ดีอย่าง ดีเจพุฒ พุฒิชัย ได้ร่วมงานกับครอบครัวของอดีตนักแสดงตลกชื่อดัง แดนนี่ ศรีภิญโญ ที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน ซึ่งล่าสุดภรรยาของ แดนนี่ ได้พาลูกสาวสุดที่รักอย่าง น้องเอวา มาเปิดใจผ่านหน้าจอโทรทัศน์

    และหลังจากจบรายการคุยแซ่บโชว์ ดีเจพุฒ พิธีกรและคุณพ่อลูกสองก็อดใจไม่ไหวกับความน่ารักของ น้องเอวา ก็เลยซัพพอร์ตให้ทุนการศึกษา เพราะบอกว่าระหว่างที่สัมภาษณ์เห็นเลยว่าน้องเอวา เป็นเด็กที่เข้มแข็งมากๆ นั่งยิ้มนั่งหัวเราะดูมีความสุขตลอดเวลา

    และ น้องเอวา ก็ยังได้บอกอวยพรลุงพุฒว่า “ขอให้ลุงพุฒสุขภาพแข็งแรง เฮงๆ รวยๆ มีความสุขตลอดไป” พร้อมยกมือไหว้และก็กอดกัน ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นทำใจฟูจริงๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9887118/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cELBGOepMhtQ88Ezql5pD

  • จับตา ‘อธิบดีกรมสรรพากร’ คนใหม่ ‘แพตริเซีย-วินิจ-ปิ่นสาย’ ตัวเต็งชิงตำแหน่ง

    จับตา ‘อธิบดีกรมสรรพากร’ คนใหม่ ‘แพตริเซีย-วินิจ-ปิ่นสาย’ ตัวเต็งชิงตำแหน่ง

    จับตา 3 อดีตลูกหม้อสรรพากร “นางแพตริเซีย-นายวินิจ-นายปิ่นสาย” ตัวเต็งชิงดำเก้าอี้อธิบดีกรมสรรพากร กรมจัดเก็บรายได้อันดับหนึ่ง ‘เอกนิติ‘ มอบหมายรองอธิบดีที่มีอาวุโสสูงสุดนั่งรักษาการแทน รอแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ภายในเดือน ก.ย.นี้

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวการจัดทัพผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ภายหลังการลาออกราชการก่อนกำหนดของนางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งมีผลไปเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ว่า กระทรวงการคลังเตรียมพิจารณามอบหมายให้นายอานุวัฒน์ เหลืองวิไล รองอธิบดีกรมสรรพากร ขึ้นมารักษาราชการแทนในตำแหน่งอธิบดีไปก่อนชั่วคราว เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจจัดเก็บรายได้ไม่สะดุด

    ทั้งนี้ ทิศทางการบริหารงานของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะยังไม่เร่งรีบแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ทดแทนในทันที แต่จะรอจังหวะการพิจารณาโยกย้ายข้าราชการประจำปีในช่วงเดือน ส.ค. ถึง ก.ย. ของปีนี้ เพื่อพิจารณาจัดทัพข้าราชการระดับสูงของกระทรวงในคราวเดียว

    จับตา 3 ลูกหม้อตัวเต็ง

    สำหรับตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดในการหารายได้เข้าประเทศนั้น ขณะนี้มีแคนดิเดตตัวเต็งที่น่าจับตา 3 คน ซึ่งล้วนเป็นอดีตลูกหม้อที่เคยคลุกคลีกับงานภาษีมาอย่างโชกโชน

    เริ่มจากแคนดิเดตคนแรก นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลางคนปัจจุบัน ผู้ผ่านประสบการณ์ระดับสูงมาหลากหลายมิติ ทั้งในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษีกลุ่มธุรกิจพลังงาน รองอธิบดีกรมสรรพากร และผู้อำนวยการสำนักวิชาการแผนภาษี

    ด้านประวัติการศึกษา จบรัฐศาสตรบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมดีกรีปริญญาโทด้านนโยบายการพัฒนาจาก University of Wisconsin-Madison สหรัฐอเมริกา และปริญญาโทด้านกฎหมายภาษีจาก London School of Economics and Political Science ประเทศอังกฤษ

    จับตา ‘อธิบดีกรมสรรพากร’ คนใหม่ ‘แพตริเซีย-วินิจ-ปิ่นสาย’ ตัวเต็งชิงตำแหน่ง

    แคนดิเดตคนที่สองคือ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งมีประวัติการทำงานอัดแน่นในสายรายได้ เคยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลังหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายได้ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี รองอธิบดีกรมสรรพากร ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล และผู้อำนวยการกองมาตรฐานการจัดเก็บภาษี

    ด้านวุฒิการศึกษา ได้รับทุนไปศึกษาจบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Sydney ประเทศออสเตรเลีย ปริญญาโทเกียรตินิยมอันดับ 1 ด้านนโยบายสาธารณะจาก University of Waikato ประเทศนิวซีแลนด์ พ่วงด้วยนิติศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศนียบัตรวิชาว่าความ และดีกรีเนติบัณฑิตไทย

    จับตา ‘อธิบดีกรมสรรพากร’ คนใหม่ ‘แพตริเซีย-วินิจ-ปิ่นสาย’ ตัวเต็งชิงตำแหน่ง

    ส่วนแคนดิเดตคนที่สามที่มองข้ามไม่ได้คือ นายปิ่นสาย สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งมีประวัติเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรมาแล้ว ตลอดจนเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษีกลุ่มธุรกรรมทางการเงินการธนาคาร และเป็นผู้อำนวยการกองวิชาการแผนภาษีควบตำแหน่งโฆษกกรมสรรพากร

    ด้านการศึกษา จบเศรษฐศาสตรบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง บัญชีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Glasgow ประเทศสกอตแลนด์

    จับตา ‘อธิบดีกรมสรรพากร’ คนใหม่ ‘แพตริเซีย-วินิจ-ปิ่นสาย’ ตัวเต็งชิงตำแหน่ง นอกจากวาระการชิงชัยเก้าอี้อธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่แล้ว ในช่วงสิ้นปีงบประมาณ 2569 นี้ กระทรวงการคลังยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเกษียณอายุราชการของผู้บริหารระดับสูงระดับอธิบดีอีก 2 ราย ได้แก่ นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ และนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นายเอกนิติ ต้องจัดกระบวนทัพข้าราชการคลังรอบใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในช่วงปลายปีนี้อย่างน่าจับตา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1232206&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0essmYiixIGW2HLPkBzlZZ

  • เรียนจบ ป.6 เป็นทหาร 2 ปี ได้วุฒิเทียบ ม.6 จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

    เรียนจบ ป.6 เป็นทหาร 2 ปี ได้วุฒิเทียบ ม.6 จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

    กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง สำหรับข้อมูลที่ระบุว่า “เรียนจบ ป.6 แล้วไปเป็นทหาร 2 ปี จะได้วุฒิเทียบเท่า ม.6” ซึ่งหลายคนตั้งคำถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือเพียงความเข้าใจคลาดเคลื่อน

    บทความนี้จะพาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข้อมูลนโยบายของกองทัพบก

    สรุปข้อเท็จจริง: ไม่ใช่ได้วุฒิอัตโนมัติ แต่เป็นโครงการเพิ่มวุฒิการศึกษา

    จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ พบว่าแนวคิดดังกล่าวมาจากโครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” ของกองทัพบก ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับการศึกษาของทหารกองประจำการ โดยไม่ได้หมายความว่าแค่เข้ารับราชการทหาร 2 ปีแล้วจะได้รับวุฒิ ม.6 โดยอัตโนมัติ

    โครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” คืออะไร?

    โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้ทหารกองประจำการสามารถพัฒนาคุณวุฒิทางการศึกษาได้ระหว่างประจำการ ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีวุฒิเพิ่ม มีอาชีพ” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าสามารถเรียนต่อและยกระดับวุฒิของตนเองได้

    วิธีการเรียน: เทียบโอนหน่วยกิต + เรียนออนไลน์

    รูปแบบการเรียนรู้จะใช้วิธี “เทียบโอนหน่วยกิต” จากการฝึกทหารและภารกิจในหน่วย มารวมกับการศึกษานอกระบบ พร้อมมี “คู่มือการเทียบโอนหน่วยกิต” เพื่อใช้เป็นแนวทางอย่างเป็นทางการ

    ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ยังสนับสนุนการเรียนในรูปแบบออนไลน์ 100% เพื่อให้ทหารสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง โดยไม่กระทบภารกิจหลัก และลดข้อจำกัดด้านการเดินทางไปสถานศึกษา

    เริ่มใช้เมื่อไหร่ และตั้งเป้าอย่างไร?

    โครงการนี้จะเริ่มใช้กับทหารกองประจำการผลัดที่ 1/2569 ซึ่งเข้าประจำการวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยตั้งเป้าให้ผู้เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 80% สามารถสำเร็จการศึกษาที่สูงขึ้น 1 ระดับภายใน 1 ปี

    แล้ว ป.6 เป็นทหาร 2 ปี ได้ ม.6 จริงไหม?

    คำตอบคือ “มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ต้องผ่านการเรียนและเกณฑ์ที่กำหนด” ไม่ใช่การได้วุฒิโดยอัตโนมัติ ผู้เข้าร่วมต้องเรียนตามระบบของการศึกษานอกโรงเรียน และผ่านการประเมินผลตามหลักเกณฑ์

    ประโยชน์ของโครงการนี้

    ผู้ที่เข้าร่วมและสำเร็จการศึกษาจะสามารถนำวุฒิที่ได้ไปใช้ต่อยอดได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการสมัครสอบเป็นนายทหารประทวน การสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ หรือใช้ในการสมัครงานหลังปลดประจำการ

    สรุป

    ข้อมูลที่ว่า “จบ ป.6 เป็นทหาร 2 ปี ได้วุฒิ ม.6” ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่เป็นการสรุปแบบสั้นที่อาจทำให้เข้าใจผิด ความจริงคือมีโครงการสนับสนุนให้ทหารสามารถเรียนต่อและยกระดับวุฒิได้ระหว่างรับราชการ หากตั้งใจเรียนและผ่านเกณฑ์ ก็มีโอกาสได้วุฒิที่สูงขึ้นจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9887078/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HgpHTS25ZTP7wM2_sbr1s

  • ซึ้งน้ำใจ ดาราหนุ่มดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    ซึ้งน้ำใจ ดาราหนุ่มดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    ซึ้งน้ำใจ ดาราหนุ่มดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    น้ำใจคนบันเทิงทำแฟนคลับซึ้งมากๆ หลังจากที่ครอบครัวศรีภิญโญสูญเสีย แดนนี่ ศรีภิญโญ คนบันเทิงต่างให้กำลังใจ ส่งของเล่นให้น้องเอวา ลูกสาวแดนนี่และลูกกวาง

    ล่าสุด ลูกกวาง พาน้องเอวา และเพื่อนซี้ ยายหมี่ ออกรายการคุยแซ่บ Show ทางด้านพิธีหนุ่มดัง พุฒ พุฒิชัย ก็ได้โอนเงิน มอบทุนการศึกษาให้น้องเอวาด้วย หนุ่มพุฒ เปิดใจบอกว่า “น่ารักมากเลยครับ อยากจะซัพพอร์ตน้อง ก่อนหน้านี้สัมภาษณ์น้อง น้องเข้มแข็งมากๆ นั่งยิ้มนั่งหัวเราะตลอดเวลา หนูเข้มแข็งมาก และหนูเก่งมากด้วย”


    ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://entertain.teenee.com/thaistar/319685.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XlEVck0S-9hEBl6ANiB9K

  • พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน

    พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน

    พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน

    วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

    พลอยทะเล แจง ลิซ่า ภคมน อย่าห่วง รัฐบาลให้ข้อมูล แลนด์บริดจ์ พี่น้องใต้ครบถ้วนรอบด้าน พร้อมรับฟังความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา

    เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง กรณี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ความน่ากังวลคือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้สนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์  โดยยังไม่เข้าใจ มองผลดีแค่มิติเดียว หากพี่น้องสนับสนุนโดยเข้าใจโครงการนี้ทุกมิติแล้วจะเป็นเรื่องดีมากๆ ที่ผ่านมารัฐบาลมักจะให้ข้อมูลด้านเดียว โดยไม่ได้ตอบข้อกังวลของภาคประชาชนและเอกชนที่ตั้งคำถามต่อโครงการนี้ ประชาชนไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ในการทำความเข้าใจ นั้น

    น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาลรับทราบข้อโต้แย้งต่อโครงการแลนด์บริดจ์ จากหลายๆ ส่วน ทั้งประเด็น EIA และ EHIA โดยรัฐบาลจะทำทุกขั้นตอนให้ครบถ้วน และได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 4 จังหวัดภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 8 พ.ค.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะลงพื้น จ.ชุมพร และระนองเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในทุกมิติ รวมทั้งเพื่อชี้แจงข้อดี ข้อเสีย รายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการ การจ้างงาน และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา

    “รัฐบาลไม่นิ่งเฉยต่อข้อกังวลของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นการสร้างการรับรู้ต่อประชาชนพื้นที่ภาคใต้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ไม่ต้องห่วง การขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ มีการศึกษาทุกขั้นตอนอย่างละเอียด และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอยู่แล้วรัฐบาลตั้งใจทำโครงการนี้ เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูง ของคนไทย ให้เป็นเครื่องจักรตัวใหม่ที่จะสร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภาคใต้“ น.ส.พลอยทะเล ย้ำ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/962148&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19RTuQhjxWLcguVEPqdtl2

  • คกก.พื้นฐานการศึกษา รร.พิริยาลัย จ.แพร่ ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่น

    คกก.พื้นฐานการศึกษา รร.พิริยาลัย จ.แพร่ ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่น

    ดร.เลิศฤทธิ์ เรือนละหงษ์ ผอ.รร.พิริยาลัยจังหวัดแพร่ สพม.แพร่และสมาคมศิษย์เก่ารร.พิริยาลัย จังหวัดแพร่ สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่และโรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่

    ขอแสดงความยินดีกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่ที่ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่น” กับนายประเสริฐ จันทรรวงทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายพิเชฐ โพธิ์ภักดีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้

    1. นายพัฒนพงษ์ พงษ์นวล
    2. ว่าที่ร้อยตรีพิพฒน์ เสนาธรรม

    ในงานประชุมสัมมนาทางวิชาการ และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 สมาคมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ จังหวัดอุบลราชธานี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3928175/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nr6jjR3HLE9az_liCB09m

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซล B7 ,น้ำมันดีเซล B20 ลิตรละ 60 สตางค์

    ขณะที่ดีเซลพรีเมี่ยมไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคา

    ส่วนราคาน้ำมันเบนซิน  แก๊สโซฮอล์95 ,91 ,E85 และ E20 ขึ้น 85 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 62.10 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 40.80 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 33.80 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 62.10 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 40.80 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 33.80 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 พ.ค. 69) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/658145&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cyaEx5A08XnQmzDafgiJL

  • รวบ 5 ชาวจีน ลอบข้ามแดนมาจากเขมร พกบัตรเครดิต 20 ใบ

    รวบ 5 ชาวจีน ลอบข้ามแดนมาจากเขมร พกบัตรเครดิต 20 ใบ

    (3 พ.ค. 69) ทหารพราน ฉก.อรัญประเทศ ลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจับกุมชาวจีน 5 ราย อายุระหว่าง 29 – 33 ปี ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย บริเวณเส้นทางธรรมชาติ ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมตรวจยึดบัตรเครดิต/เดบิต 20 ใบ (ในกระเป๋ากางเกงหนึ่งในผู้ต้องหา) ตรวจค้นทั้งหมดไม่พบหนังสือเดินทางหรือโทรศัพท์มือถือ

    ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การ (ผ่านล่าม) สอดคล้องกันว่า เดินทางจากประเทศจีนไปท่องเที่ยวในกัมพูชาตั้งแต่ช่วงปี 2568 ต่อมาเพื่อนชาวจีนชักชวนไปยังกรุงปอยเปต จากนั้นเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 69 ได้เดินเท้าท่องเที่ยวบริเวณชายแดน อ้างว่า เห็นเจ้าหน้าที่จำนวนมากในพื้นที่ จึงพากันเดินออกนอกเส้นทาง โดยเดินไปพบลำคลองแห่งหนึ่งไม่ทราบพิกัดแน่ชัด ก่อนลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติ และถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยตรวจพบและควบคุมตัวดังกล่าว

    อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบข้อพิรุธหลายอย่าง ทั้งการลักลอบเข้าประเทศโดยไม่มีเอกสาร การไม่มีโทรศัพท์มือถือ ซึ่งไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วไป รวมถึงการพกพาบัตรเครดิตจำนวนมาก จึงเชื่อว่า อาจมีความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเครือข่ายลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน เตรียมขยายผลตรวจสอบที่มาของบัตรเครดิต/เดบิตทั้งหมด รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/crime/N9xJ1ewe8&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HKQlBHWA7kh8H2vaJRqN2

  • 34 ปี กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าผสานพลัง IP ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ พลิกเกม SMEs ไทยก้าวผ่านความท้าทาย สู่โอกาสเติบโตในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

    34 ปี กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าผสานพลัง IP ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ พลิกเกม SMEs ไทยก้าวผ่านความท้าทาย สู่โอกาสเติบโตในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

    เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 34 ปี ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศเดินหน้าภารกิจสำคัญ โดยผสาน “3 พลังทรัพย์สินทางปัญญา (IP)” ทั้งพลังแห่งการสร้างสรรค์พลังแห่งการปกป้องคุ้มครองสิทธิ และพลังแห่งการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อเร่งยกระดับขีดความสามารถ SMEs ไทยให้ก้าวผ่านความท้าทาย ภายใต้ “แนวทางขับเคลื่อน 4 มิติ” ได้แก่ มิติการเสริมแกร่ง-สร้างโอกาสทางการค้า มิติการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม มิติการเพิ่มมูลค่าภาคเกษตร-ท่องเที่ยว ตลอดจนมิติการประเมินมูลค่า IP เพื่อเข้าถึงแหล่งทุน โดยเน้นย้ำบทบาท IP เป็นเครื่องมือสำคัญในเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลกได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในบริบทของเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับปัจจัยความท้าทายรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ มาตรการทางการค้าที่เข้มงวด ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ส่งผลให้การแข่งขันท่ามกลางเศรษฐกิจยุคใหม่มุ่งไปที่คุณภาพ ความแตกต่าง และความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริการ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ไม่เพียงในมิติของการคุ้มครองสิทธิ แต่ยังสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่า เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเชื่อมโยงสู่ตลาดสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล (10 Plus) และนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อส่งเสริมให้ SMEs ไทยสามารถแข่งขัน เติบโตได้ และเข้าถึงโอกาสใหม่ในเวทีโลก ผ่านบริการดิจิทัลภาครัฐที่สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงและยกระดับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศไทยในระยะยาว

    นางอรมน กล่าวว่า กรมฯ ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานโดยยึดกรอบการประสาน “3 พลัง IP” ให้เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประกอบด้วย พลังแห่งการสร้างสรรค์ (Creation) ในการเปลี่ยนไอเดียความคิดและผลงานสร้างสรรค์ให้เป็น “ทรัพย์สินทางปัญญา” ที่มีมูลค่า ช่วยสร้างความแตกต่าง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล พลังแห่งการปกป้องคุ้มครองสิทธิ (Protection & Enforcement) ยกระดับระบบการจดทะเบียนให้ความคุ้มครองและการบังคับใช้กฎหมาย IP อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุน พร้อมลดความเสี่ยงจากการถูกละเมิดสิทธิทั้งในและต่างประเทศ และพลังแห่งการต่อยอดเชิงพาณิชย์ (Commercialization) ที่จะเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นรายได้และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ การสร้างแบรนด์ การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล

    ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนภารกิจตลอดปีที่ 34 นี้ กรมฯ มุ่งมั่นผสาน 3 พลัง IP ดังกล่าว เพื่อนำพาผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถก้าวผ่านสถานการณ์ความท้าทายที่เกิดขึ้นรอบด้าน โดยได้กำหนดแนวทางดำเนินงานเชิงบูรณาการใน 4 มิติเร่งด่วน ดังนี้

    มิติที่ 1 เสริมแกร่ง สร้างโอกาสการค้า มุ่งยกระดับความรู้ความเข้าใจและศักยภาพในการบริหารจัดการสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ลิขสิทธิ์ และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเหมาะสม โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงนักลงทุนและโอกาสทางธุรกิจ โดยมีแผนจัดงานสำคัญ อาทิ งาน Thailand Character & Content Expo (TCEX) ระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2569 งานมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (IP Fair) ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2569 เป็นต้น ตลอดจนเสริมสร้างสถานะความเชื่อมั่นด้าน IP ของไทยในเวทีโลก ผ่านความร่วมมือกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกและสำนักงาน IP ระหว่างประเทศ ควบคู่กับการดำเนินโครงการ Trademark Monitor เฝ้าระวังต่างชาติฉวยโอกาสนำเครื่องหมายการค้าไทยไปจดทะเบียนในต่างประเทศโดยมิชอบ

    มิติที่ 2 พัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม มุ่งส่งเสริมการพัฒนางานวิจัยขั้นสูงและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นนวัตกรรมของคนไทยโดยแท้จริง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยเร่งผลักดันการสร้างนวัตกรรมในสาขาที่มีศักยภาพตอบโจทย์ความท้าทายแห่งอนาคต ผ่านบริการ Fast Track ได้แก่ สิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร (นวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมดิจิทัล) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (ด้านนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม และชิ้นส่วนยานยนต์) รวมทั้งเครื่องหมายการค้า (ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) เพื่อให้นวัตกรรมการสร้างสรรค์ของไทยได้รับการคุ้มครองอย่างรวดเร็วและทันต่อการแข่งขัน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาควิจัย และภาคเอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายหน่วยงานขับเคลื่อน IP ทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรมฯ จะเร่งปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบด้าน IP ให้ทันสมัยสอดรับกับบริบทการค้าในปัจจุบัน ควบคู่กับการยกระดับบริการด้าน IP สู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ ตามแนวทางราชการทันใจ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและตอบโจทย์ผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

    มิติที่ 3 เพิ่มมูลค่าภาคเกษตรและการท่องเที่ยว ส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะ GI เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมุ่งยกระดับสินค้าเกษตรด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น เปลี่ยนผ่านจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม สู่การพัฒนา “เกษตรมูลค่าสูง” ที่เน้นการสร้างคุณภาพ มาตรฐาน และรักษาภูมิปัญญาการผลิตของชุมชน ควบคู่กับการจัดทำระบบควบคุมมาตรฐานการผลิตอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค สร้างโอกาสในการยกระดับสินค้า GI เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมส่งเสริมแหล่งผลิต GI ที่มีอยู่
    ในทุกจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ สร้างหมุดหมายการท่องเที่ยวใหม่ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายโอกาส และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนผู้ผลิตอย่างยั่งยืน

    มิติที่ 4 ประเมินมูลค่า IP เพื่อเข้าถึงแหล่งทุน เร่งขับเคลื่อน Pilot Project IP Finance Thailand เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาระบบนิเวศ IP Finance ของประเทศ โดยประสานความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถาบันการเงิน หน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม และภาคธุรกิจ ร่วมกำหนดทิศทางและออกแบบนโยบายสร้างความเชื่อมั่น พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงทั้งในด้านการคัดเลือกทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินมูลค่า และการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประกอบการตัดสินใจทางการเงิน ภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และ Startup ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้หลากหลายและมีประสิทธิภาพ

    อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญาได้กลายเป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” ที่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ คุ้มครอง และใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบวงจร และพร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจ
    เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1016690&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0orou_drMrLKg1_ys5hH4G